Feb 2, 2021 | บทความยานยนต์
ไม่ง่วงเลยเวลาขับรถทางไกล จะแปดชั่วโมง หรือสิบชั่วโมงก็ตาม
พูดตรงนี้เลยว่า ถ้าคุณเคยพูดประโยคข้างต้นล่ะก็ คุณคือสุดยอดมนุษย์เหนือมนุษย์ทั่วไปเลยล่ะ เพราะไม่ว่ายังไงการขับรถทางไกลก็ชวนง่วงจนเกือบหลับคาพวงมาลัยอยู่หลายครั้ง
แต่ก็หลับไม่ได้ใช่ไหมล่ะ ?
แม้จะเห็นป้ายประมาณว่า “ง่วง จอดพัก” ก็ไม่เคย “พัก”
คุณก็คือหนึ่งในนั้นหรือเปล่านะ
ในบางจุดหมายที่เราต้องการไป เมื่อต้องนอนพักก็คงไม่ถูกใจหลายคนที่ต้องนอนในรถ แถมเสี่ยงเป็นข่าวที่พาดหัวว่า “พบศพนอนหลับในรถ เหตุเพราะขาดออกซิเจนตายขณะหลับ” แค่ฟังก็น่ากลัวแล้ว นี่ไม่ใช่การขู่ แต่เป็นการเตือนให้คุณเลือกที่นอนที่พักมากกว่าการพิงเบาะหลับในรถยนต์
หลายคนจึงเลือกที่จะขับมุ่งตรงไปถึงจุดหมายเลยมากกว่า ทว่าขับยาวแบบนี้ก็เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้เช่นเดียวกัน เราจึงพยายามหาวิธีทำให้คุณไม่ง่วงและทำให้การขับรถมีสีสันมากขึ้น รับรองว่าวิธี “ฟังเพลง” จะช่วยให้ทั้งคุณและเพื่อนโดยสารของคุณแฮปปี้ชนิดลืมการง่วงหนาวหาวนอนไปเลยล่ะ!
โดยเพลย์ลิสต์ที่แนะนำ จะเน้นสำหรับ Spotify ที่คนไทยส่วนใหญ่นิยมใช้ และใน Youtube เป็นหลัก
เพลย์ลิสต์อกหัก
ฟังเพลงอกหักขณะขับรถ ยิ่งอยู่คนเดียวยิ่งดูเหงา แต่ใครจะรู้ว่าการฟังเพลงอกหัก นอกจากจะทำให้คุณอินกับเพลงมากแล้ว ยังสร้างสุนทรีย์ได้ค่อนข้างมาก ด้วยทำนองที่ฟังแล้วรู้สึกคล้อยตามได้ง่าย สื่ออารมณ์เข้าลึกถึงข้างในใจ ทำให้คนรู้สึกตัวตื่นขณะขับรถอยู่ตลอดเวลา ยิ่งมากับเพื่อน ก็เปลี่ยนรถให้กลายร้านเหล้ากันไปเลย!
อีกประเด็นหนึ่งคือ ประเทศไทยเป็นประเทศที่เกือบ 60% เป็นเพลงอกหัก
แค่เปิดเพลย์ลิสต์มาก็รู้ได้เลยว่า เราจะอกหักอะไรหนักหนา แต่เออ ก็อกหักจริง ๆ แหละ
การฟังเพลงอกหักท่ามกลางบรรยากาศฝนตกมีเพียงความอันตรายและคำเตือนอยู่เพียงข้อเดียวว่า
อย่าฟังเพลงอกหัก ขณะขับรถ เพราะรถมีแค่ที่ปัดน้ำฝน แต่ไม่มีที่ปัดน้ำตา
เพื่อนพ่อมึง ชอบเขาไปเหอะ กูก็ชอบมึงอยู่ดี
เพลย์ลิสต๋แรกสำหรับคนแอบรักเพื่อน แต่เพื่อนดั๊นนนน ไปแอบรักใครอีกคน ฟังแล้วมันเฮิร์ท ชวนนึกถึงวลีเด็ด สุดเศร้ากับจุดจบคนแอบรักเพื่อนที่ว่า
“แล้วกูได้ขอให้มึงมารู้สึกกับกูไหม”
ขอโทษที่เมาแล้วโทรหาตอนตีสอง
ใครเคยเมาแล้วต้องโทรหาคนที่ชอบบ้าง เชื่อเถอะว่ามีหลายคนเลยในที่นี้ ที่เมาแล้วต้องกดโทรออกอย่างไม่รู้ตัว พอเช้าก็มานั่งหัวเสียกับตัวเอง “เมื่อคืนฉันทำอะไรลงไปกัน”
ถ้าโลกมันกลมทำไมแกถึงไม่วนกลับมา
ตามทฤษฎีได้บอกไว้ว่า “โลกเรานั้นกลม” แต่สิ่งที่โคลัมบัส ไม่ได้บอกคือ แม้โลกจะหมุนเป็นวงกลม แต่มันก็หมุนพาเธอกลับมาไม่ได้ แค่เสี้ยววินาทีของแรงโน้มถ่วง เธอก็ไม่มีทางหันมาด้วยซ้ำ นี่คือสิ่งที่เพลย์ลิสต์นี้กำลังจะบอกเราใช่หรือไม่ ?
อกหักอยากร้องไห้ แต่ลืมไปว่าโสด
เพลย์ลิสต์สำหรับคนรักการฟังเพลงเศร้าทั้งที่ไม่ได้อกหัก รู้สึกอีกทีก็เหมือนโดนหักอกมา อยากร้องไห้ใจจะขาด แต่จริงๆก็ไม่ได้อกหักหรอก แค่เพลงมันพาไปให้อกหักตามแค่นั้นเอง
ถ้าชีวิตคือละคร
ผมคงได้แต่บทพระรองทุกตอนอะค้าบ
พระรอง ตัวละครที่คนดูทุกคนรัก แต่นางเอกไม่เคยรัก ใจของเธอมีไว้เพื่อมอบให้พระเอกคนเดียวเท่านั้น ก็เหมือนชีวิตคนเรา ที่สุดท้ายแล้ว “เราก็เป็นได้แค่พระรอง” ของเธอเสมอมา
เพลย์ลิสต์สายแดนซ์ สนุกสนาน
อยากแดนซ์ให้สุดเหวี่ยงไม่มีง่วงกับ เพลย์ลิสต์สนุกสนาน ที่ทั้งคุณและเพื่อนสามารถร้องเพลงคลอไปได้ตลอดทั้งทริป อัปฟีลความสนุกให้แก่ทริป เพราะการฟังเพลงที่เรามีส่วนร่วมได้และขยับร่างกายจะทำให้ง่วงยากขึ้น
COVID-19 Quarantine Party
สุดเหวี่ยงในการกักตัวเพราะโควิด-19 กับเพลย์ลิสต์กักตัวที่ทำให้อะดรีนาลีนหลั่งออกมา แม้ขับรถอยู่ก็ใช้ได้เช่นเดียวกัน เอาให้สนุกสุดเหวี่ยงกันไปเลย
กะเทยอ่านสือสอบด้วยจริตหางเครื่องอาภาพร
จริตต้องมา ท่าต้องเป๊ะ แดนซ์แบบหางเครื่องในรถเอาให้รถสั่นรถขย่มกันไปเลยข้างหนึ่ง ชนิดว่าคันข้าง ๆ ต้องเหลียวมามองว่า “เจ้าคันนี้ทำอะไรกันน่ะ”
ปาร์ตี้วนไป
เพลย์ลิสต์ชุดนี้ ทาง spotify สร้างขึ้นโดยตรง เรียกได้ว่าจัดมาพร้อมให้คุณเปิดปาร์ตี้ได้ทั้งในบ้าน ทั้งในรถ จะที่ไหนก็สร้างฟลอร์ให้แดนซ์ได้แบบสุดเหวี่ยง
อาบน้ำนานจนแม่นึกว่าลื่นตายไปแล้ว
เคยไหม กว่าจะเลือกเพลงได้ก่อนอาบน้ำ เลือกอยู่นั่นแหละ ไม่ถูกใจสักที แถมบางทีฟังไปก็เพลินจนไม่อยากจะออกจากห้องน้ำเลยด้วยซ้ำ ถ้าคุณเป็น ก็ต้องฟังเพลย์ลิสต์นี้แล้วล่ะ เพราะมันเพลินมากจริง
ฮึกเหิมแบบเร้าตีนชวนตีฟังแล้วต้องลุกเตะคนข้างๆ
ฟังแล้วต้องฮึกเหิม เพลงพี่เสกยังชิดซ้าย พี่แอ๊ดคาราบาวต้องชิดขวา เพราะเพลย์ลิสต์นี้จะปลุกอารมณ์จิตวิญญาณในตัวคุณให้ลุกโชน แม้การเดินทางไกล ยังต้องสยบให้แก่เพลงนี้
เพลย์ลิสต์สดใส สายโวคอล
ทั้งเพลงรักและเพลงสร้างความสดใส เวลาใครอยากไปเที่ยวไหนไกล ๆ เพลย์ลิสต์นี้ต้องจัดไปอย่าได้ลืม เพราะคุณจะรู้สึกน่ารักกกก อารมณ์เหมือนคนตกหลุมรัก โลกทั้งใบเป็นสีชมพูเลยล่ะ
แม่เธอให้กินอะไรทำไมเธอน่ารักขนาดนี้
จริงค่ะ แม่เธอให้กินอะไรทำไมน่ารักจัง อารมณ์นี้มันคือ คนคลั่งรัก ชัด ๆ อยากมาเป็นหนึ่งในคนคลั่งรักแบบไม่มีทางออก ก็ต้องลองฟังดูนะคะ
เพลงน่ารักแต่เธอน่ารักกว่า
คล้ายกันกับอาการ คลั่งรัก ของเพลย์ลิสต์ด้านบนเลย ขับรถวนไปให้ถึงบ้าน ลงรถปุ๊ปอย่าลืมแชร์เพลย์ลิสต์นี้ให้กับคนที่ชอบล่ะ จะได้ไม่คลั่งรักอยู่แต่ในรถคนเดียวเหมือนที่ผ่านมา
แจกความสดใส
อีกหนึ่งเพลย์ลิสต์ที่จัดขึ้นโดย spotify ช่วยสร้างบรรยากาศภายในรถให้สดใส รวมเอาเพลงใหม่ ๆ ที่ดูสดใสมารวมไว้ให้คุณหาฟังได้ในที่เดียว
อารมณ์ทะเล
ใครอยากไปทะเล หรือกำลังจะขับรถไปทะเล จะพลาดเพลงอัปฟีลแบบเสียงคลื่นกระทบชายหาดไปได้ยังไงกันใช่ไหมล่ะคะ
วิ่งไปกับเสียงเพลง
เสียงเพลงที่เหมาะกับการขับรถหรือออกกำลังกายไม่มีอะไรดีไปกว่าเพลย์ลิสต์นี้อีกแล้ว ด้วยจังหวะที่ค่อนข้างสนุก เสริมบรรยากาศให้รู้สึกไปตามจังหวะมากขึ้น
เพลย์ลิสต์น่าสนใจอื่น ๆ
https://open.spotify.com/playlist/7sHXZpdwJp0C1D6Gy1Cctn?si=w98LqXYeS6Sq2wIudoS4VA
KR เพลงเกาหลีน่ารัก ฟังสบาย
สายเกาหลีที่ชอบฟังเพลงสไตล์น่ารัก ยุกยิกหัวใจให้พองฟู ก็ต้องเพลย์ลิสต์นี้เลย รวมเพลงสุดน่ารักเอาไว้ในเพลย์ลิสต์นี้แล้ว
เพลงจีนที่อินมากมายอิควายแต่ฟังไม่ออก
ชื่อเพลย์ลิสต์อย่างไร เพลงที่อยู่ข้างในก็เป็นแบบนั้น ส่วนใหญ่เป็นเพลงช้า แม้จะฟังไม่ออกแต่เจ็บมากกกกกกกก พูดเลยว่า ฟังจบปุ๊ปน้ำตาไหลเป็นนางเอกซีรีส์เลย
Anime Openings (Top 100)
ใครที่ชอบอนิเมะต้องกดเข้าไปฟัง เพราะมีแต่เพลงเปิดอนิเมะสุดมันส์ แสนจะคุ้นหูสำหรับเหล่าสาวกให้ฟังกันวนไปขณะขับรถ เรียกได้ว่าสร้างความเอ็นจอยสุด ๆ ไปเลย
วัยรุ่นไทย ยุค 90s
อีกหนึ่งเพลย์ลิสต์แนะนำ ที่ย้อนบรรยากาศวันวานให้หวนกลับมาขณะขับรถ ฟังได้ตั้งแต่รุ่นพี่ รุ่นน้อง รุ่นพ่อ-แม่ ยาวๆ กันไปเลย ยิ่งอินยิ่งร้องได้มากเท่าไร ความง่วงก็จะหายไปมากเท่านั้น
เพลงฮิตยุค 2000
ใครที่ทันยุค kamikaze รุ่นแรก ๆ จะต้องรักเพลย์ลิสต์ชนิดนี้ว่าจะเดินทางไปที่ไหนก็ขาดไม่ได้ นอกจากจะสนุกสนานกับเพลงที่ช่วยทำให้นึกถึงความหลังแล้ว การได้ร้องเพลงไปขับรถไปก็สร้างสารแห่งความสุขให้คุณรู้สึกตื่นตัวอยู่ตลอด
เพลย์ลิสต์ใน Youtube
https://www.youtube.com/watch?v=6_4nc5Adzo8
รวมเพลงเพราะๆ ไว้ฟังระหว่างเดินทาง 🎼 (ชวนคิดถึงธรรมชาติและใครคนนึง)
หนึ่งในเพลย์ลิสต์ที่ได้รับความนิยมใน Youtube ค่อนข้างสูง มีคนฟังถึง 2 ล้านวิว พูดได้เลยว่าเป็นเพลย์ลิสต์ที่ควรฟังระหว่างขับรถจริง ๆ
https://www.youtube.com/watch?v=V6h7ouKC9BY
🔥รวมเพลงเพราะ ฟังชิวๆ ฟังสบายๆ 🔥รายชื่อเพลงฮิต tiktok 2020 คัดมาแล้ว
รักความเป็นเทรนด์ รักกระแส ถ้าคุณกำลังคิดว่า เพลงไหนนะคุ้น ๆ ใน tiktok ที่เพิ่งดูเมื่อกี้ แล้วอยากฟังต่อในรถสร้างบรรยากาศแสนสนุก ก็ต้องไม่พลาดเพลย์ลิสต์ใน Youtube อันนี้
VIDEO
🎈รวมเพลงเกาหลีเพราะๆ ฟังสบาย 🌸 [2]
อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนอยากฟังเพลงเกาหลี ที่เพลงฟังง่ายน่ารัก เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ยิ่งฟังในฤดูหนาว(ของไทย) ยิ่งชวนหวนนึกถึงฤดูใบไม้ผลิของเกาหลี สร้างฟีลให้การขับรถเป็นช่วงที่คุณได้ใช้เวลากับตัวเองมากยิ่งขึ้น
VIDEO
เป็น COVID ต้องกักตัว แต่ถ้าอกหักรัว ๆ ต้องกักใจ | (OFFICIAL PLAYLIST)
แค่ชื่อเพลย์ลิสต์นี้ก็รู้แล้วใช่ไหมล่ะคะว่า นี่มันรวมเพลงอกหักชัด ๆ ฟังแล้วใจไม่พัง แต่น้ำตาไหล บอกเลยบอกเลยว่าบนรถมีแค่ที่ปัดฝนแต่มันปัดน้ำตาให้เราไม่ได้นะคะ หากอยากฟังก็ต้องคิดดี ๆ ว่ามันจะทำให้เราเศร้ามากเกินไปหรือเปล่า
การฟังเพลงในรถมีผลอย่างไร
ผลวิจัยบอกว่า “การฟังเพลงระหว่างขับรถจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับ” ซึ่งบางผลวิจัยก็บอกว่าการขับโดยฟังเพลงที่มีความเร็วมากกว่า 180 beats / นาที จะทำให้พฤติกรรมการขับมีความรุนแรงมากขึ้น เช่น ขับเร็วขึ้น ไม่ระมัดระวังมากยิ่งขึ้น และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกว่าเดิม
แต่ก็มีผลวิจัยบางตัวชี้ว่า แม้จะนำเด็กนักเรียนที่เป็นกลุ่มแทนจำนวนประชากรทั้งหมด 78 คนมาสำรวจ โดยแบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น คนที่ฟังเพลงที่ตนเองเลือก คนที่ฟังเพลงที่คุ้นเคย คนที่ฟังเพลงที่ทางผู้วิจัยเป็นคนเลือกให้(ไม่คุ้นเคยกับเพลง) นั้นไม่มีผลต่อการขับรถ แม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่ตึงเครียด หรือกำลังตั้งสมาธิอยู่
จึงเป็นที่สรุปได้คร่าว ๆ ว่า การขับรถไปฟังเพลงไป ไม่มีผลต่อการลดประสิทธิภาพในการขับรถแต่อย่างใด สบายใจได้เลยค่ะ ถ้าคุณต้องการจะขับรถไปฟังเพลงไป ก็จัดไปเลย เพราะถ้าคุณง่วงขึ้นมานั่นจะแย่กว่าเดิมเสียอีก แต่ทางที่ดีถ้าคุณทั้งง่วงและไม่มีสมาธิก็ควรจะ “จอดพัก” จริง ๆ จะดีกว่านะคะ
เราเข้าใจว่าการเดินทางแต่ละครั้ง มันทั้งเหนื่อย ทั้งน่าเบื่อขนาดไหน ยิ่งการขับไปเท่าไรก็ยังไม่เห็นจุดหมาย เสียงเพลงจากเพลย์ลิสต์ด้านบนจะช่วยให้คุณมีความสุขมากขึ้น และการเดินทางจะไม่กลายเป็นสิ่งที่น่าหนักใจอีกต่อไป แถมถ้ามีเครื่องเสียงดี ๆ สักเครื่องจะช่วยให้การอัปฟีลของคุณเป็นได้ดีขึ้นอีก
มองหาเครื่องเสียงติดรถยนต์ที่ประสิทธิภาพแถมเสียงไพเราะลึกไปถึงใจอยู่ใช่ไหม ?
Feb 2, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
คุณเป็นคอกาแฟไหม?
คุณเป็นคอกาแฟระดับไหน?
ระดับชอบชิม?
ระดับชอบชิมและชอบชง?
ระดับชอบชิม ชอบชงจนอยากผันตัวเป็นบาริสต้า?
ถ้าเลเวลความชื่นชอบกาแฟของคุณมาถึงระดับอยากผันตัวเป็นบาริสต้า บทความนี้เหมาะกับคุณที่สุด! เพราะเราจะพาคุณเข้าใกล้ความเป็นบาริสต้ามากขึ้นง่าย ๆ ที่บ้านคุณกับบรรดา Youtube Channel ที่คนอยากเป็นบาริสต้าไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
8 Youtube Channels ที่คนอยากเป็นบาริสต้าไม่ควรพลาด!
จะชอบชิมหรือชงกาแฟแนวไหน เราก็รวบรวมมาให้แบบจัดเต็มถึง 10 Youtube Channels ทั่วโลก มีช่องไหนที่คุณยังไม่เคยกดติดตามบ้าง มาดูกันเลยดีกว่า
VIDEO
The Right Roast
Channel นี้ถือเป็นช่องดังที่คอกาแฟไม่ควรพลาด เจ้าของคือ Tim Rogg ผู้กำกับภาพยนตร์ที่รักกาแฟเลเวลเข้มข้นเข้าสายเลือด หากหลงเข้ามาในช่องนี้แล้ว บอกเลยว่าคอกาแฟออกยาก เพราะคุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องกาแฟตั้งแต่เมล็ดกาแฟ และความรู้ร้อยแปดของกาแฟจากทั่วทุกมุมโลก เหมาะกับคนที่อยากเปิดโลกกาแฟให้กว้างกว่าเดิม
นอกจากจะสอนจัดเต็มตั้งแต่เรื่องเมล็ดพันธ์ยันวิธีการชงกาแฟแบบครบสูตร ไม่เพียงเท่านั้น Channel นี้ยังเป็นแพลตฟอร์มขายกาแฟหลากหลายสายพันธุ์จากเหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านเมล็ดกาแฟจากทั่วทั้งยุโรป
VIDEO
Seattle Coffee Gear
Youtube Channel ที่ดึงคุณเข้าสู่โลกกาแฟแบบเต็มตัว มีทุกอย่างที่คนอยากเปิดร้านกาแฟอยากรู้ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ทำกาแฟแต่ละแบบพร้อมรีวิวเจาะลึก แถมยังมีรีวิวเปรียบเทียบระหว่างอุปกรณ์สองรุ่นสองยี่ห้อเพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นและรู้จักฟังก์ชันเครื่องไม้เครื่องมือแต่ละประเภทได้ดีกว่าเดิม
นอกจากรีวิวอุปกรณ์แล้ว ยังมีทริคเด็ดเคล็ดไม่ลับสอนทำลาเต้อาร์ตและกาแฟหลากหลายสูตร เรียกว่าเข้ามาแล้วได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปแน่นอน
VIDEO
European Coffee Trip
‘European Coffee Trip’ พร้อมแล้วที่จะพาคุณไปซึมซับเรื่องราวกาแฟแบบถึงขั้วผ่านการตระเวนชิมกาแฟทั่วยุโรป ต้นกำเนิดกาแฟต่างถิ่น ประสบการณ์ตรงที่ถ่ายทอดจากปากเหล่านักชงกาแฟจากทั่วทุกที่ รวมไปถึงวิธีการชงกาแฟสูตรต่าง ๆ
เสน่ห์ของช่องนี้คือเรื่องราวที่ทำให้คุณได้เห็นมุมมองด้านกาแฟจากหลากหลายที่ผ่านการเดินทาง อีกคอนเทนต์ที่น่าสนใจของช่องนี้คือสารคดีที่ให้ความรู้เรื่องกาแฟในมุมมองและข้อมูลที่ลึกขึ้น เชื่อว่าใครที่สนใจอยากรู้เรื่องกาแฟให้กว้างกว่าแค่อยู่ในบ้านเรา แนะนำเลยค่ะ
VIDEO
Whole Latte Love
มองหาช่อง Youtube ที่อบอวลด้วยกลิ่นอายกาแฟตั้งแต่เริ่มต้นอยู่หรือเปล่า ‘Whole Lattte Love’ ถือเป็นอีกตัวเลือกที่ไม่อยากให้พลาดเพราะช่องนี้มีรีวิวเครื่องทำกาแฟที่เหมาะกับสไตล์กาแฟที่เราต้องการ แถมปูความรู้เรื่องเครื่องทำกาแฟให้ตั้งแต่แรกยันเปรียบเทียบให้เสร็จสรรพ
นอกจากรีวิวเครื่องทำกาแฟแล้ว ความพิเศษคือเคล็ดลับในการดูแลรักษาและทริคการแก้ปัญหาทางเทคนิคของตัวเครื่อง แถมด้วยเคล็ดลับในการชงกาแฟทั้งการทำลาเต้อาร์ต การชงกาแฟสูตรต่าง ๆ ตั้งแต่สูตรเบสิคยันแอดวานซ์ไว้ซ้อมสกิลเป็นบาริสต้าง่าย ๆ ที่บ้านคุณ
VIDEO
MorganDrinksCoffee
ทำความรู้จักกับ Morgan บาริสต้าสาวที่เปิด Youtube Channel เล็ก ๆ เพื่อชักชวนคอกาแฟมือใหม่จากทั่วทุกมุมโลกให้มาเรียนรู้สูตรการทำกาแฟง่าย ๆ ที่เริ่มต้นได้แบบโซซิมเพิล ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือจัดเต็มอะไร เหมาะกับคนที่กำลังเริ่มต้นปลูกความชอบและอยากสวมบทบาทเป็นบาริสต้าที่บ้าน
เมนูที่น่าสนใจของช่อง MorganDrinksCoffee ได้แก่การทำกาแฟลาเต้อาร์ตแบบไม่ใช่เครื่องมือ ทำง่าย ๆ ได้ที่บ้าน แต่รสชาติระดับบาริสต้า ใครสนใจเข้าไปลองฝีมือดู
VIDEO
Aya Coffee
Youtube Channel ช่องนี้เกิดมาจากคาเฟ่แสนอบอุ่นในย่านซงพา กรุงโซล ต้องเกริ่นก่อนว่า Youtube Channel เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เจ้าของคาเฟ่เกาหลีจะใช้ Youtube เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการโปรโมตร้านของตัวเอง
นอกจากจะใช้โปรโมตร้านแล้ว ยังเป็นพื้นที่แชร์เมนูกาแฟเด็ด ๆ ดี ๆ ละมุนละไมสไตล์เกาหลีและความรู้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับกาแฟ คนที่ชอบเสพความรู้และเมนูกาแฟไปพร้อม ๆ กับบรรยากาศสบายตา
VIDEO
Latte PAPA
อยากเป็นบาริสต้า นอกจากจะต้องฝึกปรือฝีมือให้เข้าขั้นแล้ว ออกไปทัวร์คาเฟ่อื่น เก็บไอเดียทั้งเมนูกาแฟ เครื่องดื่ม และบรรยากาศคาเฟ่อื่นก็น่าสนใจไม่เบา
‘Latte PAPA’ เป็น Youtube Channel ของคนรักกาแฟที่จะพาคุณไปตะลอนทัวร์คาเฟ่ในเกาหลี ดื่มด่ำกับบรรยากาศและตีมหลากหลาย รวมทั้งเมนูกาแฟและของหวานแปลกตา กิมมิกอีกอย่างของช่องนี้คือเหมาะกับคนที่ชอบฟัง ASMR ไม่ว่าจะเสียงบีบครีม เสียงคนในคาเฟ่ และอีกมากมาย เรียกว่าเพลินตาเพลินหูแน่นอน
VIDEO
Zoe’s
Youtube Channel ของสาวเกาหลี ลูกสาวเจ้าของคาเฟ่ Mother’s cafe ของผู้เป็นแม่ ที่เลือกเปิดช่อง Youtube เพื่อโปรโมตกิจการครอบครัว เราจะได้เห็นบรรยากาศคาเฟ่ที่แสนจะ Cozy แล้ว เรายังได้เรียนรู้สูตรขนม กาแฟ และเครื่องดื่มทั้งสูตรที่แปลกใหม่และกำลังฮอตฮิตติดลมบน
สรุปท้ายบทความ
อยากเป็นบาริสต้าเริ่มต้นง่าย ๆ ได้ที่บ้าน! ยังไม่มีอุปกรณ์พร้อมก็ไม่เป็นไร แค่หาเวลาส่อง Youtube Channel ทั้ง 8 ช่องที่เราคัดสรรมาให้จากใจ ตั้งแต่ช่องที่ปูความรู้ตั้งแต่เริ่มทั้งอุปกรณ์ทำกาแฟแบบครบวงจร ขั้นตอนการทำกาแฟหลากหลายรูปแบบรวมทั้งทริคเด็ดในการรังสรรค์กาแฟให้เลิศรส ไปจนถึงช่องที่จะชวนคุณไปตระเวนตามคาเฟ่เพื่อเก็บแรงบันดาลใจ
ถ้าเก็บความรู้กันจนหนำใจแล้ว อยากได้อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือและวัตถุดิบมาทำกาแฟมาฝึกปรือฝีมือ อย่าลืมแวะมา Kaidee.com ได้เลย
Feb 2, 2021 | บทความยานยนต์
Mercedes-Benz หรือที่คนไทยเรียกกันสั้นๆ ว่า Benz เป็นแบรนด์รถยนต์คุณภาพดีจากประเทศเยอรมนีที่ได้รับความนิยมมากในประเทศไทย แต่มีน้อยคนนักที่จะรู้ถึงประวัติและความเป็นมาของรถยนต์สุดหรูแบรนด์นี้ วันนี้เราจะมาพูดถึงที่มาเหล่านี้กัน
ประวัติของ Mercedes-Benz
Gottlieb Daimler และ Carl Benz ผู้ก่อตั้งบริษัท Mercedes-Benz ขอบคุณรูปจาก: thaiautofilm.com
จากการจับมือกันระหว่างบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ทั้ง 2 บริษัทอย่าง Daimler Motorengesells-Chaft และ Benz & Cie ทำให้บริษัท Daimler-Benz AG ถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อปี 1962 โดยชื่อ Mercedes มีที่มาจากชื่อของลูกสาวของ Emil Jellinek ลูกค้าคนสำคัญของบริษัท Daimler Motorengesells-Chaft ซึ่งหมายถึง “ความสง่างาม” โดยมีการใช้เครื่องหมายการค้ากันคนละแบบกัน
ในเดือนกรกฎาคม ปี 1989 บริษัท Daimler-Benz ได้แยกกิจการการผลิตรถยนต์ออกมาเป็นบริษัทเอกเทศที่มีชื่อว่า Mercedes-Benz ซึ่งเป็นชื่อที่เราคุ้นหูกันในปัจจุบัน สามารถทำยอดขายได้ทั้งหมด 1.4 ล้านล้านบาท (ซึ่งนับตั้งแต่การเปิดกิจการมา) และในปี 1990 ก็มีรายได้ถึง 568,000 ล้านบาท จากการผลิตรถยนต์เข้าสู่ตลาดถึง 574,395 คัน
รถคันแรกของ Mercedes-Benz คือ Mercedes 35hp ที่ถูกออกแบบมาเพื่อแข่งขัน ทำให้มีความเร็วถึง 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมงซึ่งถือว่าเป็นความเร็วที่ดีในยุคสมัยนั้น
ซึ่งปัจจุบัน ในประเทศเยอรมนี บริษัท Mercedes-Benz ถือเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับที่ 2 พร้อมโรงงาน 11 แห่ง บริษัทสาขาทั้งหมด 43 บริษัท พนักงานในเยอรมนีกว่า 182,000 คน และพนักงานทั่วโลก 235,000 คน
Mercedes-Benz ในประเทศไทย
ในประเทศไทย บริษัท Mercedes-Benz ได้เริ่มก่อตั้งอย่างเป็นทางการในปีพุทธศักราช 2541 ในชื่อ บริษัท เดมเลอร์ไครสเลอร์ (ประเทศไทย) จำกัด และในปี พุทธศักราช 2550 ก็ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด จนถึงปัจจุบัน
ซึ่ง บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด มีธุรกิจที่ครอบคลุมการนำเข้าและประกอบรถยนต์ มีการจัดจำหน่ายรถยนต์ทั้งส่วนบุคคลและสาธารณะเลยทีเดียว
โลโก้รถ Mercedes-Benz
ดาวสามแฉกในวงกลมสีเงินถือเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ยี่ห้อ Mercedes-Benz ซึ่งกว่าจะมาเป็นรูปลักษณ์เช่นนี้ได้ โลโก้ของ Mercedes-Benz ก็ผ่านการเปลี่ยนแปลงมามากมาย โดยจุดเริ่มต้นของโลโก้ Mercedes-Benz มาจากการที่ Gottlieb Daimler หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท Daimler-Benz AG ได้นำรูปดาว สัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์ ไปติดไว้บนหลังคาบ้านและเขียนจดหมายถึงภรรยาของเขาว่าดวงดาวนี้จะทำการเปล่งประกายเหนือโรงงานแห่งนี้
หลังจากที่บริษัท Motorengesells-Chaft และ Benz & Cie มีการร่วมมือกันทางธุรกิจจนกลายเป็นบริษัท Daimler-Benz AG จึงมีการปรับเปลี่ยนโลโก้ให้มีช่อชัยพฤกษ์ล้อมรอบดวงดาวดวงนี้เอาไว้
และโลโก้ Mercedes-Benz ก็ได้ถูกลดทอนลงมาให้เรียบง่ายมากยิ่งขึ้นจนกลายเป็น โลโก้ Mercedes-Benz ดาวสามแฉกในวงกลมสีเงินที่คุ้นตากันในปัจจุบัน
ซึ่งความหมายของโลโก้ Mercedes-Benz ที่ประกอบด้วยดวงดาว 3 แฉก หมายถึง ความยิ่งใหญ่ของแบรนด์ที่จะช่วยให้การเดินทางของคุณมีความสะดวกสบาย ทั้ง 3 ด้าน คือ ทางบก ทางอากาศ และทางน้ำนั่นเอง
รวมถึงใครที่สนใจโลโก้รถยนต์อื่นๆ ว่ามีความหมายอย่างไรบ้างก็สามารถเข้ามาอ่านบทความ รวมโลโก้รถยุโรปชื่อดังระดับโลก บทความที่พาทุกคนไปรู้จักที่มาและความหมายของรถโลโก้รถมากมาย
รุ่น Mercedes-Benz น่าเป็นเจ้าของ
เมื่อได้รู้ถึงประวัติของ Mercedes-Benz และโลโก้สุดเรียบหรูจดจำง่ายของ Mercedes-Benz ไปแล้ว ในประเทศไทยก็มีรถยนต์ที่อยู่ภายใต้แบรนด์ Mercedes-Benz ที่เต็มไปด้วยคุณภาพอัดแน่นและน่าสนใจมากมายที่วันนี้เราจะพาทุกคนไปดู
Mercedes Benz A 200 AMG Dynamic
ขอบคุณรูปจาก: mercedes-benz.co.th
ด้วยการดีไซน์โฉบเฉี่ยวของรถยนต์ Mercedes Benz A 200 AMG Dynamic ทำให้รถยนต์รุ่นนี้กลายเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่น่าจับจอง การออกแบบภายนอกแสดงถึงความปราดเปรียวและสง่างาม ภายในกว้างขวางและเต็มไปด้วยความสะดวกสบายด้วยระบบสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน จอแสดงผลที่มีหน้าจอแบบกว้างเพื่อความสบายตา ฟังก์ชัน Ambient Light ที่สามารถปรับเปลี่ยนความสว่างและเฉดสีได้ถึง 64 เฉดสี และยังมีเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่มีถึง 6 ฟังก์ชันอีกด้วย
ตัวเครื่องยนต์เป็นเครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตร 1,332 ซีซี 4 สูบ 16 วาล์ว ที่พ่วงด้วยเทอร์โบ มีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 230 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ราคาประมาณ 2,150,000 บาท
Mercedes-Benz E 200 Coupe AMG Dynamic
ขอบคุณรูปจาก: mercedes-benz.co.th
Mercedes-Benz E 200 Coupe AMG Dynamic รถยนต์สุดสปอร์ต 2 ที่นั่งที่มาพร้อมกับความสง่างามด้วยโครเมียมและอะลูมิเนียมที่ทำให้ทันสมัยเหนือกาลเวลา ภายในพื้นที่กว้างขวาง หรูหรา และโฉบเฉี่ยว พร้อมฟังก์ชันไฟเรืองแสง 64 เฉดสีอย่าง Ambient Light ล้อมรอบห้องโดยสาร ระบบเสียงรอบทิศทางอย่าง Burmester ซันรูปพาโนรามา หน้าจอแสดงผล และระบบ Command Online ที่ช่วยให้การเดินทางของคุณสะดวกสบาย
โดยตัวเครื่องยนต์ของ Mercedes-Benz E 200 Coupe AMG Dynamic เป็นเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ แถวเรียง 2.0 ลิตร มีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ราคาประมาณ 4,440,000 บาท
Mercedes-Benz V 250 d Business
ขอบคุณรูปจาก: mercedes-benz.co.th
Mercedes-Benz V 250 d Business เป็นรถตู้ระดับพรีเมียมจาก แบรนด์ Mercedes-Benz ที่โดดเด่นด้วยกันชนหน้าดีไซน์แข็งแกร่ง ภายในกว้างขวางเพื่อรองรับการเดินทางภายในครอบครัวหรือการเจรจาธุรกิจอย่างมีระดับ ด้วยฟังก์ชันที่อำนวยความสะดวกสบายด้วยระบบขับขี่อัจฉริยะ Mercedes-Benz Intelligent Drive มีฝาท้ายที่ทำงานด้วยไฟฟ้า ระบบช่วยนำรถเข้าจอดแบบแอ็กทิฟและกล้องแบบ 360 องศา รวมถึงประตูเลื่อนแบบอัตโนมัติที่ช่วยให้การขึ้นลงรถของคุณง่ายดายมากยิ่งขึ้น
รถ Mercedes-Benz V 250 d Business มีเครื่องยนต์แบบดีเซลเทอร์โบขนาด 2.1 ลิตร ความเร็วสูงสุด 206 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ราคาประมาณ 3,990,000 บาท
Mercedes Benz CLS 300 d AMG Premium
ขอบคุณรูปจาก: mercedes-benz.co.th
รถยนต์ Mercedes Benz CLS 300 d AMG Premium มีดีไซน์ภายนอกที่บึกบึนดั่งนักกีฬา บ่งบอกถึงความสปอร์ตอย่างชัดเจนด้วยดีไซน์รอบคัน ภายในหรูหราด้วยเบาหนังสีเข้ม ฟังก์ชันแห่งเทคโนโลยีอย่างไฟเรืองแสงรอบคันรถปรับเปลี่ยนได้ถึง 64 เฉดสี หลังคาซันรูฟที่เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า และจอแสดงผลสุดไฮเทคที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ถึง 3 รูปแบบ ให้ได้ใช้อย่างสะดวกสบาย
พร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร 4 สูบเรียง เทอร์โบคู่ และยังสามารถเร่งความเร็วสูงสุด ได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ราคาประมาณ 4,449,000 บาท
Mercedes-Benz G 350 d Sport
ขอบคุณรูปจาก: mercedes-benz.co.th
Mercedes-Benz G 350 d Sport รถยนต์พรีเมียมเอสยูวีสุดเท่สำหรับขาลุยที่มากพร้อมกับความแข็งแกร่งจากการออกแบบภายนอกที่รูปลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร สู่ภายในที่กว้างขวางเน้นความสะดวกสบายจากแนวคิดวิถีธรรมชาติ ทั้งไฟเรืองแสงรอบตัวรถถึง 64 เฉด การปรับระดับที่นั่งด้วยระบบไฟฟ้า และโปรแกรมนวดถึง 8 โปรแกรมที่ทำให้การเดินทางของคุณผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น
มีเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ 6 สูบแถวเรียงและอินเตอร์คูลเลอร์ ขนาด 3.0 ลิตร
ราคาประมาณ 9,490,000 บาท
สรุปท้ายบทความ
นี่คือประวัติ ที่มาโลโก้ และรุ่นรถยนต์ของแบรนด์สุดหรูอย่าง Mercedes-Benz ที่เรานำมาฝากกัน หวังว่าคุณผู้อ่านจะรู้จัก Mercedes-Benz กันมากขึ้น และใน Kaidee Blog ก็ยังมีบทความที่ให้ความรู้อีกมากมายให้คุณได้เข้าไปอ่านกัน
ถ้าใครอ่านบทความนี้แล้วอยากได้รถ Mercedes-Benz ที่ราคาไม่แพงมาก หรือรถยนต์แบรนด์อื่นๆ Kaidee Auto ก็มีให้เลือกมากมายเลย อย่าลืมเข้าไปดูกัน
Feb 2, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ถึงจะเข้าสู่ศักราชใหม่มาได้หลายอาทิตย์แล้ว แต่กลิ่นอายของ “การเริ่มต้นใหม่” ยังคงหลงเหลือ พอให้เรานำเอาแรงบันดาลใจดีๆ เทรนด์ฮอต สิ่งฮิตประจำปี 2021 มากลั่นกรองและใช้เป็นพลังขับเคลื่อนชีวิตในปีนี้ ให้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
ใครที่ยังพอมีที่ว่างสำหรับแรงบันดาลใจดีๆ ลองเปิดประตูเข้าสู่โลกแห่งสีสันประจำปี 2021 รับรองว่าเรื่องสีจะไม่ไกลตัวคุณอีกต่อไป เพียงแค่มองไปรอบๆ ตัว จะเห็นได้ว่ามีสีมากมายเต็มไปหมด จิตวิทยาแห่งสีจะพาคุณพบกับความมหัศจรรย์ อันเต็มไปด้วยความเบิกบาน ความอบอุ่นหัวใจและสร้างอิทธิต่ออารมณ์ของเราได้โดยไม่รู้ตัว
สีสันกับเรื่องราวของจิตวิทยา
สีคือเครื่องมือสื่อสารอันทรงพลังและมีประสิทธิภาพ ในทางจิตวิทยาสีมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของมนุษย์ รวมถึงพฤติกรรมการแสดงออก การรับรู้ การแสดงออกทางอารมณ์ ฯลฯ ทั้งนี้อาจจะมีรายละเอียดบางอย่างแตกต่างกันไป ตามเพศและวัย
เพื่อให้เห็นภาพที่มากขึ้น เราขอยกตัวอย่างจากสิ่งที่ใกล้ตัว
สังเกตไหมคะ ว่าสีของอาหารแต่ละชนิด มีผลต่อความหิว! ร้านเบเกอรี่ส่วนใหญ่มักใช้โทนสีอบอุ่นโทนน้ำตาล นั่นก็เพราะต้องการตอกย้ำเรื่องความเป็นโฮมเมดเบเกอรี อบใหม่สดๆ จากเตา ถือเป็นจิตวิทยาทางการตลาดที่สร้างความน่าเชื่อถือให้ผู้บริโภค หรือสีสันของยาเม็ด มักใช้สีสันที่สดใส เพราะสีโทนดังกล่าวจะกระตุ้นให้ผู้ป่วยกินยาได้ดีกว่าสีโทนเย็นนั่นเอง
เทรนด์การตลาดทุกวันนี้ จะเกี่ยวของกับ “จิตวิทยาสี” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สีมีอิทธิพลต่อผู้บริโภคแทบทั้งหมด ดังนั้นการออกแบบโลโก้สินค้า สีสันของผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะทั้งหมดทั้งมวลนั้นสะท้อนภาพลักษณ์แบรนด์ได้
5 เทรนด์สีที่โดดเด่นประจำปี 2021
แม้ปีที่ผ่านมาทั่วโลกจะเผชิญกับเหตุการณ์ที่ไม่สู้ดีนัก ทว่าทิศทางสีในปีนี้ในภาพรวมยังคงสนุกสนานและหลากหลาย มีทั้งโทนสีสไตล์หรูหราไปจนถึงโทนสีที่ให้ความสงบ อบอุ่นใจ โดยทั้งหมดนั้นทำนายจากสีที่ผู้มีการค้นหามากที่สุดในช่วงที่ผ่านมา ว่าแล้วก็ไปดู Color of the year 2021! กันเถอะ
1. สีทอง Gold
สีแห่งความหรูหรา แทนความ Glamour ได้อย่างสง่างาม “สีทอง” นับคีย์เวิร์ดที่คนเสิร์ชหาอันดับต้นๆ ทั้งโลโก้ แบคกราวนด์ ตัวอักษร นับเป็นสีพื้นฐานของการออกแบบที่ใช้งานง่าย จับคู่สีได้หลากหลายและให้ผลลัพธ์ที่สวยงาม
นอกจากแง่ของความมั่งคั่งและร่ำรวยแล้ว สีทองยังแสดงออกถึงความอบอุ่น ช่วยแต่งแต้มประกายของสินค้านั้นๆ ได้ดี ทั้งยังสื่อถึงรสชาติที่นุ่มนวลของอาหาร สังเกตได้ว่า เหล้าเกรดดีหลายยี่ห้อ มักใช้สีทองเป็นส่วนหนึ่งของโลโก้และโฆษณา เพื่อแสดงถึงรสชาติอันยอดเยี่ยมอย่างมีระดับ
2. สีอัญมณี Hidden Gems
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้ว่าโทนสีอัญมณีเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในวงการงานออกแบบ แบรนด์สินค้าและผลิตภัณฑ์หลายชนิดนิยมใช้สีโทนนี้กันมากขึ้น ด้วยความที่โทนสีนี้มีเสน่ห์ ทั้งยังมีเท็กเจอร์ความระยิบระยับ ให้ฟีลหรูหราและน่าค้นหาในคราวเดียวกัน
นอกจากนี้ สีโทนอัญมณียังถูกสื่อถึงในแง่ของความโชคดี ความมีชีวิตชีวาและดูเป็นธรรมชาติ แบรนด์ดังทั้งหลายจึงนิยมนำสีโทนนี้ไปใช้ในงานโฆษณา รวมถึงโปสเตอร์ต่างๆ เพื่อตอกย้ำ Position ของแบรนด์ให้แข็งแกร่ง ทั้งดึงดูดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้ตกหลุมรักผลิตภัณฑ์อย่างง่ายดาย
3. สีฟ้า Sparking Blue
ความที่เป็น “Color of the year 2020 by Pantone” สีฟ้าแห่งความสงบจึงกลายเป็นสีโปรดของนักออกแบบตลอดปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาถึงปีนี้ ด้วยสถานการณ์โรคระบาดที่สร้างความระส่ำไปทั่วโลก โทนสีเย็นสบายตา น่าจะช่วยหลายคนสบายใจเมื่อได้เห็น
ความคลาสสิกของสีฟ้าเป็นอะไรที่ Forever เสมอ มองไปทีไรก็สัมผัสได้ถึง ความมั่นคงและความไว้วางใจ ได้ทั้งความมั่นคงเยือกเย็นราวกับมหาสมุทร และหนักแน่นเหมือนท้องฟ้า นับเป็นหนึ่งในสีอันดับต้นๆ ที่คนค้นหาเยอะในช่วงที่ผ่านมา
4. สีเหลือง Illuminating และสีเทา Ultimate Gray
เอ่ยถึง Color of the year 2020 ของ Pantone ไปแล้ว จะไม่พูดถึง Color of the year 2021 ก็คงแปลกไม่น้อย โดยความพิเศษของปีนี้ แพนโทนได้เลือกสีแห่งปีมาถึง 2 สีคู่กัน คือ “เหลือง Illuminating และเทา Ultimate Gray” ขึ้นมาชูโรง
ทางแพนโทนให้เหตุผลที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังเอาไว้ว่า สีเหลืองเป็นตัวแทนแห่งความสดใส ส่วนสีเทาเป็นสีของความเข้มแข็งและอดทน พอทั้งสองสีนี้มาอยู่คู่กัน จะช่วยเติมเต็มความหวัง กำลังใจ ให้ทุกคนผ่านเรื่องราวในปีนี้ไปได้อย่างมีรอยยิ้ม
5. เอิร์ทโทน Earth Tone
สมัยก่อนสีแนวเอิร์ทโทนไม่ได้ได้รับความนิยมในวงการสีมากนัก เหตุที่ว่านักออกแบบบางคนมองว่าสีแนวนี้เป็นสีกลางๆ ไม่มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษ จะสดใสหรือเย็นใจไปเลยก็ไม่เชิง ทว่าช่วงหลังๆ วงการแฟชั่นและแวดวงตกแต่งภายใน เริ่มเทใจมาใช้สีแนวนี้เยอะขึ้น
ด้วยความที่โทนสีนี้เป็นสีที่สอดคล้องกับธรรมชาติ มองไปทางไหนก็เจอ เลยเข้าถึงคนส่วนใหญ่ได้ง่าย ยิ่งช่วงหลังเทรนด์ Eco มาแรง โทนนี้จึงได้รับความนิยมควบคู่กันไป จนได้รับการค้นหามากขึ้นถึงร้อยละ 60
สรุปท้ายบทความ
เห็นภาพรวมของเทรนด์สีปี 2021 กันไปแล้ว มีสีโปรดในดวงใจอยู่ในนี้บ้างหรือเปล่าคะ ถึงไม่มีก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะตกเทรนด์แต่อย่างใด ถึง “เทรนด์” จะเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่เป็น ณ ช่วงเวลานั้น แต่การเป็นส่วนน้อยที่แน่วแน่และแตกต่างก็โดดเด่นได้ไม่แพ้ใคร
ทั้งนี้การมีทิศทางสีที่แน่ชัด ก็เป็นแนวทางที่ดีในการกำหนดงานออกแบบให้ดูเฟรช แล้วอย่าหลงลืมใส่เอกลักษณ์ความเป็นเราลงไป สิ่งเหล่านี้จะช่วยเติมเต็มงานของคุณให้ดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น หากคุณยังไม่ได้คำตอบ ลองเข้าไปหาแรงบันดาลใจคูลๆ ได้ที่ Kaidee เรามีทั้งหนังสือและงานศิลปะดีๆ คอยเติมเต็มให้คุณมากมาย
Feb 2, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
มองออกไปนอกหน้าต่างจากตึกสูงในช่วงอากาศเย็น คาดหวังว่าจะได้เห็นหมอกขาว ราวกับว่าเรายืนอยู่บนยอดเขาในแถบเมืองหนาว แต่ทว่า สิ่งที่เราเห็นว่าสวยงามที่ปกคลุมเมืองใหญ่ กลับไม่ใช่หมอกขาว ไม่ใช่ควัน แต่คือฝุ่น และไม่ใช่แค่ฝุ่นธรรมดา แต่เป็นฝุ่นอนุภาคเล็กที่พลังการทำลายล้างร่างกายสูงอย่าง PM 2.5 ที่ลอยกระจายอยู่ในอากาศกลางเมือง
PM 2.5 ฝุ่นอนุภาคเล็ก เป็นใคร มาจากไหน
ฝุ่น PM 2.5 มีต้นกำเนิดหลักจากการเผาไหม้ จากการสันดาปของรถยนต์ในอดีต โรงไฟฟ้าถ่านหิน ไอเสียของรถยนต์ประเภทต่างๆ โดยเฉพาะรถยนต์ดีเซล หรือแม้แต่การเผาไหม้ของก๊าซธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแหล่งที่มาของ PM 2.5
มีฝุ่น PM สองชนิด ที่นักระบาดวิทยามีความกังวลเกี่ยวกับการแพร่กระจายในอากาศ คือ ฝุ่น PM 10 และ PM 2.5 ซึ่งฝุ่น PM 10 คือฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน และมีความอันตรายสูงกว่าในส่วนของ PM 2.5 ที่มีขนาด 2.5 ไมครอน ซึ่งเป็นขนาดที่ใหญ่กว่า จึงมีบางอย่างที่สามารถกรองฝุ่นตัวนี้ได้
หากคุณจินตนาการไม่ออกว่าขนาดของ PM 2.5 มีขนาดเท่าไร เราจะขอเปรียบเทียบให้เห็นภาพคร่าวๆของฝุ่น PM 2.5 จากสิ่งใกล้ตัว อย่างเลือดที่เราเห็นๆกัน ขนาดของเม็ดเลือดแดง อยู่ที่ขนาดประมาณ 6 ไมครอน แต่ถ้ายังไม่ชัดเจนพอ ลองจับผมของคุณขึ้นมาพิจารณาดู โคนผมของคุณที่เล็กแสนเล็กที่เราเห็น มีขนาดความกว้างประมาณ 70 ไมครอน โคนผมมีขนาดที่ใหญ่ขนาดนี้ มองยังยากเลย คุณเห็นไหมล่ะว่า ฝุ่น PM 2.5 มีอนุภาคสามารถทะลุทะลวงมากแค่ไหน
และถึงแม้ว่า ฝุ่น PM จะมีขนาดที่เล็กมาก จนเราไม่สามารถมองเห็นได้ แต่เมื่อเกิดการรวมตัวกันของฝุ่นจำนวนมาก จนคล้ายหมอกในตอนเช้าตามยอดดอย ที่เราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มันจะต้องมีจำนวนมากแค่ไหนกัน เราถึงมองเห็นได้ชัดเจนขนาดนี้
หน้าหนาวทีไร ทำไมต้องมา ไขข้อสงสัยได้ที่นี่
ต้องขอเกริ่นก่อนว่า จริงๆแล้วฝุ่นเนี่ย มีอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะเป็นช่วงหน้าร้อนก็ตาม แต่การกระจุกตัวของฝุ่นอาจจะต่างจากช่วงอากาศเย็น
แล้วทำไมฝุ่นต้องมากระจุกตัวกันในช่วงที่อากาศเย็นลง ลองมาดูกลไกการทำงานของอากาศกัน
ประเทศไทย ของเราอยู่ในเขตฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พอทีนี้ในช่วงหน้าหนาวเนี่ย เราได้รับอิทธิพลกำลังลมความกดอากาศสูงจากทางตอนเหนือ ลงมาปกคลุมทุกส่วนในประเทศไทย เมื่ออากาศภายนอกเย็น พื้นดินที่คายความร้อนออกมาสู่ด้านนอกอย่างรวดเร็ว มาปะทะกับอากาศเหนือพื้นดินที่เย็นขึ้น ทำให้อากาศร้อนที่ถูกคายออกมา รวมถึงฝุ่นต่างๆ ไม่สามารถเคลื่อนที่ผ่านมวลอากาศเย็นได้ เพราะไม่มีช่องว่างอากาศให้ผ่าน หรือเรียกง่ายๆว่าอากาศปิด ฝุ่นละอองต่างๆ แม้แต่ฝุ่นอนุภาคเล็กอย่าง PM 2.5 ก็ไม่สามารถผ่านได้ ทำให้ฝุ่นที่กำลังจะผ่านชั้นบรรยากาศไปนั้น ย้อนกลับลงมาสู่พื้นดิน นี่คือเหตุผลที่ทำไม เราจึงเห็นกลุ่มฝุ่นหนาแน่นคล้ายหมอกในช่วงหน้าหนาว หรืออากาศหนาวนั่นเอง
แล้วฝุ่นที่เห็นจะหายไปตอนไหน
เชื่อว่าหลายคน รวมถึงตัวผู้เขียนเอง คงจะเคยตั้งข้อสงสัยกันว่า แล้วฝุ่นที่เราเห็นจะหายไปเมื่อไร และที่หายไปเป็นเพราะสถานการณ์ดีขึ้น หรือปัจจัยของสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป วันนี้เราจึงได้ไปค้นหาคำตอบ และเอามาเล่าต่อให้ทุกคนที่มีความสงสัยใคร่รู้ในเรื่องนี้แบบเรา ได้คลายข้อสงสัยที่อยู่ในใจกัน
หากลองสังเกต จะพบว่า ฝุ่นละอองหนาที่เราเห็นลอยอยู่เหนือพื้นดินในช่วงอากาศหนาว จะจางหายลงไป จนมองแทบจะไม่เห็นด้วยตาเปล่าในช่วงหน้าฝนและหน้าร้อน มีคำตอบอยู่ในใจกันแล้วใช่ไหม ว่าฝุ่นหายไปเพราะอะไร ใช่วิธีเดียวกับที่หลายๆที่ พยายามกำจัดฝุ่นโดยใช้ละอองน้ำใช่หรือเปล่า คำตอบในใจคือหยาดฝนที่ตกลงมาในช่วงฤดูฝนใช่หรือไม่
ถ้าถามว่าถูกไหม ก็คงตอบได้เลยว่า ไม่ผิด แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลหลัก ที่ทำให้จำนวนของฝุ่นละอองจางลง เพราะจะเห็นได้ว่า ในช่วงฤดูร้อนที่ไม่มีฝนตก จนดินแตก ก็ไม่ได้มีฝุ่นหนาอย่างที่เห็นในช่วงอากาศหนาว นั่นเป็นเพราะว่า สิ่งที่ทำให้ฝุ่นหายไปจริงๆ นั่นคือ กระแสลม แต่หลายคนอาจจะเถียงในใจว่า ช่วงหน้าหนาวก็มีลมนี่ ทำไมฝุ่นไม่หายไป แต่ในความเป็นจริงคือลมในช่วงหน้าหนาวเป็นลมกำลังอ่อน บวกกับว่า เมื่อฝนตกในช่วงหน้าฝน เจ้าหยาดละอองน้ำฝนเหล่านี้จะจับกับฝุ่น ทำให้ฝุ่นหนักขึ้น และถูกพัดพาออกนอกพื้นที่ด้วยลมที่แรงกว่าปกติ ทว่าฝุ่นเหล่านั้นก็มีเปอร์เซ็นต์ที่อาจจะกลับมาได้ เมื่อฝนหยุดตก เพราะในหน้าฝนก็ยังมีช่วงที่อากาศเย็นอยู่ด้วย
เราลองมาดูคาบเกี่ยวก่อนถึงช่วงฤดูร้อน คือช่วงเดือน มกราคม – มีนาคม ช่วงนี้ป็นช่วงที่พบฝุ่นได้มากที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงที่ลมค่อนข้างสงบ การลอยตัวของมลพิษทางอากาศจะลอยตัวขึ้นได้ไม่สูงมากเพราะไม่สามารถผ่านช่องว่างของอากาศได้ ยิ่งในประเทศไทย โดยเฉพาะ กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงศิวิไลซ์ มีแหล่งกำเนิดฝุ่นที่ค่อนข้างเยอะ รวมถึงตึกรามอาคารห้อง ก็มีขนาดสูงกว่า 100 เมตร เป็นจำนวนมาก รองจากโตเกียว ฮ่องกง ทำให้ตึกเหล่านี้ขวางกั้นทิศทางลม และความเร็วลม PM 2.5 จึงไม่สามารถเจือจางความเข้มข้นได้ และวนกลับมาเฉิดฉายอีกครั้ง
เห็นอนุภาคจิ๋วๆแบบนี้ แต่อนุภาพทำลายล้างสูงมาก
หลังจากที่เราไปทำความรู้จักฝุ่น PM 2.5 กันมาคร่าวๆแล้ว ทั้งมาจากไหน มาตอนไหน อยู่อย่างไร ขอบอกให้เตรียมใจนิดนึงก่อนว่า หลังจากนี้ อาจจะฟังดูสยดสยองนิดนึง แต่มันคือสิ่งที่ทุกคนควรรู้ เพื่อที่จะได้ป้องกันตัวเองจากฝุ่น PM 2.5 ได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มากมาย แต่ก็ดีกว่าเราไม่รู้ว่าฝุ่นที่เราสูดไป จะมีผลอย่างไรต่อร่างกายที่แสนน่าทะนุทะถนอมของเราบ้าง
ด้วยความที่ PM 2.5 มีขนาดเล็กเพียงครึ่งหนึ่งของเม็ดเลือด ขนจมูกที่ทำหน้าที่กรองสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย ไม่สามารถกรองฝุ่น PM 2.5 ได้ และด้วยอนุภาคที่เล็กของฝุ่นนี้ จึงมีความสามารถในการเข้าสู่เส้นเลือดฝอยได้อย่างง่าย สบายๆ และกระจายตัวในร่างกายของเราได้ดี ฝุ่นมีลักษณะคล้ายสำลีก้อน ผิวขรุขระ จึงมีความสามารถในการพาเพื่อนๆ อย่าง แคดเนียม ปรอท โลหะ ไฮโดรคาร์บอน ซึ่งเป็นสารพิษตั้งต้นที่จะนำโรคมะเร็ง และโรคอื่นๆ มาถือกำเนิดในร่างกายของเราด้วย อาการเริ่มต้น เมื่อร่างกายได้รับฝุ่น PM 2.5 ในปริมาณมากเกินไป จนเกิดอาการแพ้ เช่น ผิวหนังจะเป็นตุ่ม เป็นผื่น กระจายทั่วผิวหนัง, ตาจะแดงจนเห็นเส้นเลือดในตา เปลือกตาบวมคล้ายอาการคนเป็นภูมิแพ้ น้ำตาไหลตลอดเวลา ใต้ตาช้ำและคล้ำขึ้น, ระบบทางเดินหายใจ อาการคันจมูก แน่นจมูก มีน้ำมูก จาม คล้ายคนเป็นภูมิแพ้ แต่อาการจะหนักกว่า ลามไปถึงการแน่นหน้าอก ในระยะยาว ฝุ่น PM 2.5 ที่สะสมอยู่ในร่างกายปริมาณมากและยาวนาน จะถูกสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อปอด ทำให้การทำงานของปอดเสื่อมสภาพลง หลอดลมอักเสบส่งผลให้ คนเป็นภูมิแพ้จะอาการกำเริบง่ายขึ้น ลามไปจนถึงเป็นหอบหืด สมองมีพัฒนาการช้าลง สมาธิสั้นมากขึ้น หนักๆเข้าการสะสมในร่างกายในปริมาณที่มาก ยังก่อให้เกิด มะเร็งปอด หัวใจขาดเลือด ปอดอักเสบ
ค่าดัชนีคุณภาพอากาศของ US EPA
ในปัจจุบันมีการตรวจวัดค่าดัชนีคุณภาพอากาศ โดยการตั้งเครื่องตรวจวัดในจุดเดียวกันจากหลายๆหน่วยงาน และแจ้งค่าฝุ่นให้ประชาชนผู้มีความเสี่ยงอย่างเราได้รับรู้ด้วยแอปพลิเคชันบนมือถือ แจ้งค่า AQI (Air Quality Index) ที่เป็นข้อมูลแสดงค่าความเข้มข้นของสารมลพิษทางอากาศที่ทำการคำนวณค่ามาเรียบร้อยแล้ว และสื่อสารออกมาให้ง่ายต่อการเข้าใจข้อมูล แต่เราจะดูค่า AQI อย่างไร ให้เข้าใจและเตรียมตัวให้พร้อมรับมือกับฝุ่นที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน
โดยค่า AQI บนตาราง เป็นมาตรฐานการวัดตามเกณฑ์ของ US EPA ที่มีการแสดงสีและค่าดัชนีคุณภาพอากาศบนแอปพลิเคชัน ซึ่งจากที่ได้ทำการศึกษามา แอปพลิเคชันแต่ละตัว มีการแสดงสีและตัวเลขที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยเบื้องต้นอย่าง
สีกำกับที่แสดงค่า AQI ในแอปพลิเคชัน แต่ละประเทศ มีการกำหนดค่าไว้แตกต่างกัน ในแต่ละประเทศมีการกำหนดค่าการวัดคุณภาพอากาศ และมาตรฐานการแสดงผลที่แตกต่างกันไป เนื่องจากในแต่ละประเทศก็มีสภาพแวดล้อม อุณหภูมิที่แตกต่างกัน อย่างในประเทศไทย การวัดค่าดัชนีคุณภาพทางอากศ ก็มีการนำค่าอื่นๆ เช่น โอโซน, PM 2.5, PM 10, ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์,ไนโตรเจนไดออกไซด์, และซัลเฟอร์ไดออกไซด์ มาประกอบการคำนวณคุณภาพอากาศด้วยตัวเลขค่าฝุ่นก็ไม่เท่ากัน การคำนวณค่าดัชนีคุณภาพอากาศของไทย และ EPA มีสูตรคำนวณที่แตกต่างกัน มาตรฐานการคำนวณที่แตกต่างกัน ทำให้ตัวเลขดัชนีคุณภาพอากาศจึงไม่เท่ากันการดึงข้อมูลจากสถานีวัดก็มีดัชนีที่ไม่เท่ากัน บางแอปพลิเคชัน จะมีการดึงข้อมูลมาจากจุดตรวจวัดเดียว เครื่องตรวจวัดเดียว ซึ่งอาจจะให้ค่าดัชนีคุณภาพอากาศไม่เท่ากับบางแอปพลิเคชัน ที่มีการดึงข้อมูลดังกล่าว มาจากหลายเครื่องมือในการวัดดัชนีอากาศ
อยากเซฟตัวเองจากฝุ่นที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ทำยังไงดี
หากไม่จำเป็น หลีกเลี่ยงการออกไปทำกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงานเยอะๆนอกบ้าน ใครที่เป็นสายสปอร์ต รักในการออกกำลังกายกลางแจ้ง อยากขอแสดงความห่วงใยว่า หากหลีกเลี่ยงได้ให้หลีกเลี่ยงการออกไปรับฝุ่นเข้าสู่เส้นเลือดก่อน แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ แนะนำว่า ให้ออกกำลังกายในสวนสาธารณะหรือสถานที่ที่มีต้นไม้เยอะๆ เพราะนอกจากหน้ากากกันฝุ่นแล้ว ต้นไม้ยังเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยสามารถช่วยกรองฝุ่นได้ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายช่วงเช้า หรือในบริเวณที่มีฝุ่นสูง เช่น ริมถนน และห้ามใส่หน้ากาก N95 ตอนออกกำลังกายเด็ดขาด ช็อคได้เลยนะคุณ ปิดประตู หน้าต่าง ป้องกันฝุ่น ถ้าปิดไม่ได้ ให้ใช้ผ้าชุบน้ำเป็นผ้าม่าน กำลังจะออกจากบ้าน สวมหน้ากากแล้ว แต่ไม่ใช่หน้ากากกันฝุ่น N95 ก็ให้ผลลัพธ์ที่แทบจะไม่ต่างกับการไม่ใส่หน้ากาก ถ้าหากเราไม่มีหน้ากากกันฝุ่นจริงๆ ให้ใช้หน้ากากอนามัยธรรมดาแล้วนำกระดาษทิชชู่มาซ้อนกัน 2 ชั้น หรือผ้าชุบน้ำปิดมูกแทนได้ชั่วคราว แต่วิธีนี้ก็ช่วยป้องกันได้ระดับหนึ่งเท่านั้นนะ ใส่ N95 แต่ใส่แบบหลวม ก็ไม่ช่วยอีกเช่นกัน แถมเปลืองอีกด้วย ถ้าจะให้ถูกต้อง ดึงสายรัดให้แน่น กดขอบลวดด้านบนให้พอดีกับดั้งจมูก เช็คอีกครั้งด้วยการหายใจ ถ้าไม่มีลมรั่วออกมา ถือว่าผ่าน และเปลี่ยนบ่อยๆ อย่าใช้ซ้ำเกินสามวัน เพื่อป้องกันการเสื่อมประสิทธิภาพของหน้ากาก กินน้ำเยอะๆ เพื่อช่วยขับฝุ่นในร่างกาย ถ้าสะดวกก็กลั้วคอด้วยน้ำเปล่า กลุ่มที่มีภาวะเสี่ยง เช่น ผู้หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก หรือกลุ่มที่ไวต่อการรับสารมลพิษ ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ และหลีกเลี่ยงการออกไปสัมผัสกับฝุ่น ใครที่เป็นภูมิแพ้ หรือมีความไวต่อมลพิษทางอากาศ อย่าลืมเตรียมยาไว้ให้พร้อมอยู่เสมอ
หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็อยู่ร่วมกันไปเลยแล้วกัน
ปัญหาฝุ่น PM 2.5 เป็นวาระแห่งชาติของประเทศไทยที่ได้รับการพูดถึงเป็นอย่างมาก ประชาชนส่วนใหญ่ รับรู้และเตรียมรับมือเป็นอย่างดี ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็เร่งดำเนินการแก้ไขมาตั้งแต่ราวปี 2561 จนถึงปัจจุบัน แม้ว่าจะมีการแก้ปัญหาเบื้องต้นแล้ว แต่ก็ยังไม่มีท่าว่า PM 2.5 จะลดลงมากเท่าไร ยกเว้นเสียแต่ว่า จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในรอบปี ค่าฝุ่นถึงจะเปลี่ยนแปลงไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฝุ่นจะหายไปนะ แค่ย้ายจากกลุ่มฝุ่น เป็นละอองฝุ่นบางเบาที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเท่านั้น
วิธีการที่ดีที่สุด หากเราไม่สามารถแก้ปัญหาจากต้นตอของมลพิษได้ ก็คือการหาวิธีป้องกันตัวเองเบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็น การเลือกซื้อหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น, การเลือกต้นไม้มาช่วยฟอกอากาศในบ้าน , เครื่องดูดฝุ่นช่วยกำจัดฝุ่นในบ้าน หรือเลือกเครื่องออกกำลังกาย ดีๆสักชิ้นเพื่อลดโอกาสสัมผัสกับฝุ่นให้น้อยที่สุด