Apr 8, 2025 | บทความอสังหาฯ
เทรนด์การอยู่คอนโดยังเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเดินทางที่สะดวกกว่า ทำเลใกล้สถานที่สำคัญๆ อย่างรถไฟฟ้า ห้าง ออฟฟิศ มหาวิทยาลัย ฯลฯ นอกจากการซื้อไว้อยู่อาศัยเอง การมีคอนโดก็เป็นโอกาสของการหารายได้แบบ Passive Income แต่ก็ไม่ใช่แค่เราที่เห็นโอกาสนี้อยู่คนเดียว วงการปล่อยเช่าคอนโดจึงมีการแข่งขันสูง เจ้าของคอนโดจึงต้องหากลเม็ดเคล็ดลับต่างๆ นาๆ เพื่อให้มีผู้เช่าให้ได้ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการแต่งคอนโดนั่นเอง
หากคุณเป็นมือใหม่ปล่อยเช่า หรือทำมานานแล้วแต่ยังหาคนเช่าไม่ได้สักที มาดูวิธีแต่งคอนโดปล่อยเช่าให้ได้ผู้เช่าเร็วกัน
ระบุกลุ่มผู้เช่าให้ชัดเจน

รู้จักกลุ่มลูกค้าปล่อยเช่าคอนโดของคุณ
ก่อนจะไปถึงเรื่องแต่งห้อง มาเช็คกันก่อนว่าคุณอยากปล่อยเช่าให้กับคนกลุ่มไหน เพราะสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดวิธีการแต่งห้อง การซื้อเฟอร์นิเจอร์ และการกำหนดจุดขายของห้องคุณด้วย โดยทั่วไปแล้ว คอนโดในเมืองมักมีผู้เช่าอยู่ 3 กลุ่ม ดังนี้
- นักเรียน นักศึกษา กลุ่มนี้ไม่ได้มีกำลังจ่ายเยอะมาก การตกแต่งห้องก็ไม่จำเป็นต้องเล่นใหญ่อะไร เน้นความเรียบง่าย ใช้งานคล่อง ขนย้ายสะดวกก็พอเป็นใช้ได้
- วัยทำงาน กลุ่มนี้เริ่มมีกำลังจ่ายพอสมควร การตกแต่งห้องจะมีความสำคัญขึ้น ควรมีสไตล์ ให้ความรู้สึกอยู่สบาย และมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการทำงานให้ครบครัน
- ชาวต่างชาติ คล้ายคลึงกับกลุ่มด้านบน ส่วนใหญ่ก็เป็นวัยทำงานเช่นกัน แต่จะมีกำลังซื้อสูงกว่าวัยทำงานชาวไทย เนื่องจากคนเหล่านี้มาจากต่างประเทศ จึงมักไม่อยากซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกในบ้านเล็กๆ น้อยๆ อย่างไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า หรืออุปกรณ์ทำความสะอาดอื่นๆ การมีตรงนี้ก็จะเสริมจุดขายให้ห้องของคุณได้มาก
กำหนดงบประมาณที่ตัวเองไหว
การปล่อยเช่าคอนโดก็คือการทำธุรกิจอย่างหนึ่ง การกำหนดงบประมาณไว้จะส่งผลดีกับคุณต่อไปนี้
- ลดความเสี่ยงการขาดทุน การมีงบประมาณทำให้คุณรู้ขีดความสามารถตัวเอง และประเมินค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่ารีโนเวท ค่าการบำรุงรักษาคอนโด ค่าส่วนกลาง ฯลฯ ว่าทำออกมาแล้วจะกำไรหรือขาดทุนมากน้อยแค่ไหน
- เรียงลำดับความสำคัญในการใช้จ่าย พอคุณรู้ว่าตัวเองมีเงินเท่าไหร่ ก็จะจัดสรรการตกแต่งคอนโดเพื่อเช่า และซื้อเฟอร์นิเจอร์ได้ดีขึ้น ไม่หว่านซื้อทุกสิ่งที่เห็นหรือชอบโดยใช่เหตุ
- กำหนดราคาปล่อยเช่าและกลุ่มผู้เช่าได้ง่ายขึ้น ถ้าคุณลงทุนเยอะ คุณก็อยากให้ค่าเช่าแพงตาม ซึ่งบางทีอาจไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้นเสมอไป คุณอาจลดค่าเช่าลงนิดและไปจับกลุ่มลูกค้าอื่นได้ เพื่อผลประโยชน์ที่ยั่งยืนกว่า และไม่ต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อเพิ่มภาระให้เกินตัว
เลือกระดับการแต่ง

เลือกการตกแต่งให้เหมาะสม
เราอาจติดภาพว่าแต่งคอนโดปล่อยเช่าต้องแต่งจัดเต็มประหนึ่งห้องตัวอย่าง แต่ที่จริงแล้วไม่จำเป็นขนาดนั้น การแต่งคอนโดก็มีระดับของมันเอง ขึ้นอยู่กับระยะเวลาของการปล่อยเช่าและกลุ่มผู้เช่าที่คุณเล็งไว้
- ตกแต่งครบครัน เหมาะสำหรับการปล่อยเช่าระยะสั้น โดยเฉพาะกับชาวต่างชาติที่ย้ายเข้ามาพำนักในประเทศไทย และกลุ่มคนทำงานในเมืองที่ต้องการความสะดวกสบาย มีการลงทุนที่ค่อนข้างสูง
- ตกแต่งบางส่วน เหมาะสำหรับการปล่อยเช่าระยะยาว สำหรับผู้เช่าที่มีสิ่งของขนย้ายเข้ามาบางส่วน ใช้การลงทุนพอประมาณ
- ไม่ตกแต่งเลย เหมาะสำหรับการปล่อยเช่าระยะยาว สำหรับผู้เช่าที่มีสิ่งของขนย้ายเข้ามาเต็มที่ อยากจัดระเบียบและตกแต่งห้องด้วยตัวเอง ไม่ต้องเสียค่าตกแต่ง แต่ก็อาจใช้เวลาหาผู้เช่านานกว่าเช่นกัน
จัดลำดับความสำคัญของการตกแต่งคอนโดเพื่อเช่า
หากงบประมาณของคุณมีจำกัด อย่าข้ามข้อนี้โดยเด็ดขาด ควรวางแผนตกแต่งห้องโดยอิงจากส่วนสำคัญก่อน เช่น เตียง โซฟา ตู้เสื้อผ้า โต๊ะทานข้าว เก้าอี้ทานข้าว (หรือโต๊ะทำงานกรณีที่เล็งปล่อยเช่าคนทำงาน) ตู้เย็น ไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า ผ้าม่าน ไฟ อินเตอร์เน็ต พูดง่ายๆ คือสิ่งของอะไรก็ตามที่จะตอบสนองปัจจัยสี่ของผู้คนยุคนี้ได้ และควรเป็นของที่มีคุณภาพด้วย จากนั้นค่อยไปเรื่องของเฟอร์นิเจอร์สำหรับคอนโดปล่อยเช่า และสไตล์การตกแต่ง
อีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือ พื้นที่จัดเก็บ เนื่องจากคอนโดส่วนใหญ่ไม่ได้มีที่เยอะ ควรหาเฟอร์นิเจอร์ที่มีช่องหรือชั้นให้เก็บของ หรือแบบพับเก็บได้ หรือเฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์ได้ยิ่งดี จะได้ใช้พื้นที่ได้มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การมีตู้หรือชั้นวาง Built-in ก็ช่วยดึงดูดผู้เช่าได้เหมือนกัน
วิธีแต่งคอนโดปล่อยเช่าให้ได้ผู้เช่าเร็ว

วิธีแต่งคอนโดให้ปล่อยเช่าได้ราคาดี
การตกแต่งคอนโดมีหลายรูปแบบ แต่ในที่นี้จะขอยก 3 สไตล์ยอดนิยมที่แต่งแล้วช่วยเพิ่มมูลค่าและเป็นที่ถูกตาต้องใจของผู้เช่า
- สแกนดิเนเวียน เน้นความเรียบง่าย มินิมอล เฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์ เนื่องจากสไตล์นี้มาจากฝั่งยุโรปที่มีอากาศหนาวจัด ทำให้การตกแต่งจะโฟกัสไปที่การใช้แสงธรรมชาติ พร้อมเฟอร์นิเจอร์วัสดุไม้หรือมีการหุ้มด้วยผ้า บวกกับการใช้โทนสีอย่างสีเทาอ่อน ขาว ครีม ทำให้บรรยากาศโดยรวมของห้องรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย นุ่มนวล เข้าถึงง่าย แต่คงไว้ด้วยสไตล์ เหมาะกับผู้ปล่อยเช่าที่ไม่ต้องการใช้งบประมาณเยอะ และผู้เช่าที่เป็นนักเรียน นักศึกษา และวัยทำงาน
- โมเดิร์น มินิมอล น้อยแต่มาก เรียบหรู ดูดี ที่โล่ง คือนิยามง่ายๆ ของการตกแต่งสไตล์นี้ การตกแต่งจะใช้สีไม่เยอะ แต่ต้องคุมโทนให้เข้ากันได้ดี เน้นความเนี้ยบด้วยการใช้ตู้หรือชั้นวางที่กลืนไปกับผนัง โซฟาหนัง โต๊ะกระจก ของตกแต่งน้อยชิ้น โดยรวมให้ความรู้สึกสงบ โล่งสบาย เหมาะกับผู้เช่าวัยทำงานที่อยากได้ห้องที่สามารถทำงานที่บ้านและยังมีพื้นที่ให้ผ่อนคลายได้ในเวลาเดียวกัน
- อินดัสเทรียล สะท้อนความทันสมัยและมีเอกลักษณ์ด้วยการใช้สีโทนเข้มอย่างดำ เทา น้ำตาล เน้นการเปิดเผยของผนัง ให้ความรู้สึกดิบ แต่มีสไตล์ พร้อมเฟอร์นิเจอร์หนัง ชั้นวางโครงเหล็ก และโคมไฟห้อยเพดานเสริมความเท่ เป็นเทรนด์การตกแต่งที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน
ดีไซน์สำคัญ แต่อย่ามองข้ามการใช้งานจริง
การออกแบบที่สวยงามอาจทำให้คนสนใจอยากเช่า แต่มีปัจจัยอื่นที่คุณควรคำนึงด้วย เพื่อให้ผู้เช่าตัดสินใจได้เร็วขึ้น เพราะสุดท้ายแล้ว การใช้งานจริงย่อมสำคัญที่สุดสำหรับผู้เช่า
- เฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์ เนื่องจากคอนโดมีพื้นที่จำกัด หากคุณมีเฟอร์นิเจอร์ที่พลิกแพลงการใช้งานได้หลายอย่างก็จะดีกว่า เช่น ตู้ที่กางออกมาเป็นโต๊ะได้ โซฟาเบด โต๊ะทำงานพร้อมลิ้นชักหรือชั้นใส่หนังสือ
- เหลือพื้นที่โล่งไว้บ้าง ห้องจะได้ไม่อึดอัดจนเกินไป และผู้เช่าจะได้รู้สึกว่ามีที่ทางในการสร้างสรรค์พื้นที่ของตัวเองได้บ้าง
- เน้นความเรียบง่าย รสนิยมเป็นเรื่องปัจเจก การตกแต่งห้องให้เป็นสไตล์ใดสไตล์หนึ่งจนเกินไปอาจทำให้ผู้เช่าไม่สนใจห้องของคุณ ควรตกแต่งให้ดูกลางๆ จะดึงดูดจำนวนคนให้สนใจได้เยอะกว่า
สรุป
ก่อนจะตัดสินใจทำการปรับปรุงคอนโดเพื่อปล่อยเช่า หรือซื้อคอนโดมาเพื่อปล่อยเช่า อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าการแต่งห้องคือทุกสิ่ง เพราะต่อให้คุณแต่งห้องสวยขนาดไหน แต่ถ้าไม่มีการกำหนดงบประมาณ ก็อาจทำให้เกิดหายนะทางการเงิน หรือถ้าคุณไม่กำหนดกลุ่มผู้เช่าให้ดี ก็ยากที่จะได้ผู้เช่าเร็วๆ ดังนั้น อย่าลืมวางแผนให้เป็นขั้นเป็นตอน เลือกกลุ่มผู้เช่าที่ใช่ กำหนดงบประมาณที่ไหว ตกแต่งให้มีสไตล์ ประกาศขายให้ถูกที่พร้อมเน้นจุดขายที่มี ก็จะช่วยดึงดูดความสนใจให้คนอยากเช่าอยู่คอนโดของคุณได้ในเวลาที่รวดเร็ว
แหล่งซื้อคอนโดเพื่อการลงทุน

ค้นหาคอนโดไว้ลงทุนใน Kaidee Property
หากคุณกำลังมองหาคอนโดอยู่ ไม่ว่าจะซื้อไว้อยู่เองหรือลงทุนปล่อยเช่า Kaidee Property เป็นแพลตฟอร์มที่ให้คุณได้พบกับคอนโดมากมายทั่วประเทศไทย ทั้งห้องเล็ก กลาง ใหญ่ ทำเลใจกลางเมือง ชานเมือง ซื้อง่าย ครบจบในที่เดียว ค้นหาดูคอนโดและอสังหาฯ ในฝันของคุณได้เลย
Apr 8, 2025 | ข่าวสาร และกิจกรรม
แผ่นดินไหวเป็นภัยพิบัติลำดับท้ายๆ ที่คนไทยจะนึกถึง เพราะประเทศของเราไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่จะประสบแผ่นดินไหวเป็นประจำอย่างญี่ปุ่น อินโดนีเซีย หรือฟิลิปปินส์ จากกรณีเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ประเทศเมียนมาร์เกิดแผ่นดินไหว และส่งผลกระทบถึงหลายจังหวัดของประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่ทำให้อาคารหลายแห่งสั่น เกิดความอลหม่าน ผู้คนต้องอพยพจากคอนโดและตึกสูงใจกลางเมืองจำนวนมาก
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดการตระหนักรู้ว่าประเทศไทยไม่ได้มีแผนการรับมือแผ่นดินไหวสักเท่าไหร่ Kaidee Property จึงอยากนำเสนอคู่มือเอาตัวรอดแผ่นดินไหว รวบรวมวิธีการรับมือเบื้องต้น โดยเฉพาะชาวกรุงที่มักอาศัยและทำงานอยู่ในตึกสูง เพื่อการอพยพจากตึกสูงได้อย่างปลอดภัยทั้งกายและใจ ทั้งช่วงเกิดแผ่นดินไหว และหลังจากเหตุการณ์ผ่านพ้นไปแล้ว
วิธีปฏิบัติตัวในอาคารสูงระหว่างแผ่นดินไหว

วิธีปฏิบัติตัวในอาคารสูงระหว่างแผ่นดินไหว
หาที่กำบัง
ก่อนอื่นให้หาจุดปลอดภัยในตึกสูง เช่น ที่กำบังต่างๆ ซึ่งที่หาได้ง่ายสุดมักเป็นโต๊ะ จะโต๊ะทำงานหรือโต๊ะทานข้าวก็ได้ ดังนั้น เมื่อเกิดแผ่นดินไหว ให้รีบมุดหลบใต้โต๊ะก่อนเป็นอันดับแรก จับขาโต๊ะไว้ให้แน่น เพื่อเคลื่อนตัวไปตามแรงสั่นสะเทือนโดยตัวเราไม่หลุดจากที่ยึด จากนั้นอยู่ตรงนั้นจนกว่าแผ่นดินไหวจะหยุด
หาก ณ จุดที่คุณอยู่ในตึกไม่มีโต๊ะ อย่าเพิ่งลนลาน ให้หมอบราบกับพื้นหรือก้มต่ำตามมุมห้อง อยู่ให้ห่างพวกกระจก หน้าต่าง โคมไฟ หรือตู้เก็บของ และใช้แขนหรือมือบังหัวกับคอเอาไว้ ถ้ามีของนุ่มนิ่มอย่างผ้าหรือหมอน ก็คว้ามาช่วยรองหัวได้อีกแรง สิ่งแรกที่เกิดขึ้นเมื่อแผ่นดินไหวคือสิ่งของตกหล่น จึงเป็นที่มาของการหาที่กำบัง ลำพังของเล็กๆ น้อยๆ ตกใส่อาจพอทน แต่หลายครั้งมันคือของชิ้นใหญ่ เช่น ชั้นหนังสือล้มทับ เฟอร์นิเจอร์น้ำหนักเยอะตกใส่ หรือฝ้าเพดานถล่มลงมา ซึ่งก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บหรือติดอยู่ในตึกได้
ออกจากตึกเมื่อแผ่นดินไหวสงบ
เวลาเกิดแผ่นดินไหว ถ้าอยู่ในตึกก็อย่ารีบบุ่มบ่ามออกมา เพราะเสี่ยงเจออุบัติเหตุจากสิ่งของหล่นใส่ พอการสั่นไหวสงบลงค่อยออกจากตึก และที่สำคัญ ต้องลงบันไดเท่านั้น อย่าใช้ลิฟต์เด็ดขาด เราไม่รู้ว่าระหว่างที่แผ่นดินไหว ลิฟต์ได้รับผลกระทบอะไรบ้าง อาจเกิดลิฟต์ค้างหรือลิฟต์ตกก็ได้ ดังนั้นอย่าเสี่ยง ให้คาดการณ์ไปเลยว่าลิฟต์เสีย
พยายามอย่าตื่นตระหนกระหว่างใช้บันไดหนีไฟ และอย่ากรูกันวิ่งออกนอกตึก เพราะอาจทำให้เกิดการเบียดเสียดและหกล้มได้
เมื่อออกมาจากตึกได้แล้ว ให้หาพื้นที่โล่งเพื่อติดตามสถานการณ์ และอย่ารีบกลับเข้าไปทันที ควรอยู่ให้ห่างจากตึก เสาไฟฟ้า ป้ายต่างๆ เผื่อสิ่งเหล่านี้ล้มลงมา จะได้ไม่เป็นอันตรายต่อตัวเรา
ทำอย่างไรถ้าติดอยู่ในตึก

วิธีปฏิบัติตัวในอาคารสูงระหว่างแผ่นดินไหว
ก่อนอื่นต้องตั้งสติ อย่าทำกิจกรรมที่เป็นการจุดไฟเพราะอาจก่อให้เกิดอันตราย กรณีฝุ่นตลบก็ควรหาผ้ามาปิดหน้าปิดจมูกไว้ อย่าตะโกนเรียกพร่ำเพรื่อ เพราะอาจเป็นการสูดฝุ่นหรือสารเคมีอื่นๆ เข้าสู่ร่างกายแทน ให้สื่อสารด้วยการใช้นกหวีด หรือเคาะท่อ หรือฝาผนัง เพื่อส่งสัญญาณต่อหน่วยกู้ภัย แต่ถ้าโทรศัพท์ยังใช้ได้ปกติก็ติดต่อขอความช่วยเหลือได้เลย
หากมีคนอื่นติดอยู่ด้วย ก็พยายามสร้างขวัญกำลังใจให้แก่และกัน จะได้ไม่จิตตกทั้งคู่
หลังแผ่นดินไหวแล้วทำอย่างไรต่อ
หลังแผ่นดินไหวมักมีอาฟเตอร์ช็อค หมายถึงการสั่นสะเทือนซ้ำๆ โดยทั่วไปจะมีความรุนแรงน้อยกว่า บางครั้งอาจถึงขั้นไม่รู้สึกถึงแรงสั่นก็มี แต่ก็ไม่ควรประมาทและชะล่าใจจนเกินไป เพราะอาฟเตอร์ช็อคก็สามารถสร้างความเสียหายเพิ่มเติมให้กับตึกสูงหรือบ้านของคุณได้เหมือนกัน
อีกสิ่งที่ต้องทำ คือ ติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น เวลาเกิดภัยพิบัติ ข่าวสารบนโซเชียลจะมาไวมากๆ ซึ่งทำให้เราต้องมีวิจารณญาณมากตามไปด้วย อย่าเชื่อและแชร์ข่าวปลอม หรือข่าวลือที่ไม่ได้รับการยืนยันจากทางการ
สิ่งที่ต้องเช็คเบื้องต้นเมื่อกลับเข้าไปในตึก
หากคุณอาศัยอยู่ในคอนโดและได้รับการยืนยันว่าสามารถกลับเข้าห้องได้ อย่าลืมตรวจสอบสิ่งเหล่านี้
- รอยร้าว ตรวจสอบให้ทั่วห้องว่ามีรอยร้าวตรงไหนบ้าง ไม่ว่าจะรอยเล็ก รอยใหญ่ ถ่ายรูปเก็บไว้ให้หมด จากนั้นส่งต่อให้ทางนิติบุคคลคอนโดหรืออาคารเพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไป
- ฝ้า ผนัง กระเบื้อง แผ่นดินไหวมักทำให้เกิดการถล่มของสิ่งเหล่านี้ หากมันมีการหลุดลอกออกมาให้เห็นชัดเจนก็ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นความเสียหายที่เห็นชัดเจน แต่จะมีบางจุดที่อาจเป็นผนังหรือกระเบื้องที่มีการขยับแล้วแต่ยังไม่หลุด ให้ตรวจสอบดูดีๆ และแจ้งนิติบุคคล เพราะอาจเสี่ยงว่าจะเกิดความเสียหายในทีหลังได้
- การรั่วซึม เวลาตึกสั่น อาจทำให้พวกข้อต่อของท่อขยับผิดรูปจนท่อรั่ว ถ้าพบเร็วก็จะได้แจ้งซ่อมในทันที
การเตรียมตัวรับมือแผ่นดินไหวในอนาคต
ในเมื่อเรารู้แล้วว่าแผ่นดินไหวในไทยไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป อย่าลืมวางแผนไว้เผื่อเกิดภัยพิบัติครั้งหน้า มาดูกันเลยว่าควรมีอะไรติดตัวไว้บ้าง
- กระเป๋ายังชีพ: ภายในควรมีสิ่งของจำเป็นไว้สำหรับเอาตัวรอด เช่น น้ำดื่ม อาหารแห้ง เสื้อผ้า นกหวีด ไฟฉายพร้อมถ่านสำรอง ยาสามัญประจำบ้าน ผ้าอนามัย เพาเวอร์แบงก์ เอกสารสำคัญพร้อมซองกันน้ำ และเงินสดติดกระเป๋า เวลาเกิดแผ่นดินไหวขึ้นมาเราก็คว้ากระเป๋าหนีได้เลย ไม่ต้องเสียเวลายืนล่กว่าจะทำยังไงดี
- แผนการอพยพ: ศึกษาเส้นทางการอพยพจากตึกสูง คอนโด ออฟฟิศ หรืออาคารที่ไปอยู่บ่อยๆ ทางหนีไฟอยู่ตรงไหน มีกี่ทาง จุดรวมพลอยู่ตรงไหน สิ่งเหล่านี้ช่วยได้มากเมื่อเกิดภัยพิบัติ
- ช่องทางติดต่อขอความช่วยเหลือ: สายด่วนเบอร์นิรภัย 1784 ควรเซฟเก็บไว้ นอกจากนี้ หากคุณมีเบอร์อื่นๆ อย่างสถานีตำรวจ กู้ภัย ดับเพลิงใกล้บ้าน ก็ควรเซฟเก็บไว้เช่นกัน จะได้ติดต่อง่ายเมื่อเกิดเหตุ
แผ่นดินไหวขนาดนี้ ยังควรอยู่คอนโดอีกไหม?

แผ่นดินไหวขนาดนี้ ยังควรอยู่คอนโดอีกไหม?
หลายคนอาจรู้สึกไม่ปลอดภัยที่ได้เห็นตึกสูงโยกไปโยกมา หรือเห็นการชำรุดของตึกและคอนโด แต่ที่จริง คอนโดส่วนใหญ่ในประเทศไทยนั้นถูกสร้างให้รองรับแผ่นดินไหวประมาณนึงอยู่แล้ว การที่ตึกโยกไปมาก็เป็นสัญญาณที่ดีว่ามีการถ่ายเทน้ำหนักเพื่อกันไม่ให้ตึกถล่ม แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราควรเมินเฉยกับประเด็นนี้ แผ่นดินไหวควรเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในอนาคตที่เอาไว้พิจารณาเมื่ออยู่คอนโดเช่นกัน โดยคุณอาจสอบถามกับทางนิติบุคคลเกี่ยวกับมาตรฐานการก่อสร้าง หรือเลือกซื้อ เช่า บ้านและคอนโด กับ Kaidee Property ก็เป็นอีกทางเลือกที่เหมาะสมเช่นกัน
Apr 2, 2025 | ไลฟ์สไตล์
ทำไมต้องล้างแอร์หน้าร้อน? เคล็ดลับช่วยประหยัดไฟและยืดอายุการใช้งาน
สำหรับคนไทย แอร์กับหน้าร้อนถือเป็นของคู่กัน ด้วยอากาศเมืองไทยที่อุณหภูมิขึ้นไปได้ถึง 40 องศาเซลเซียส หลายคนก็มักเปิดแอร์ไว้ทั่วบ้าน ทั้งห้องนอน ห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น เรียกได้ว่าใช้งานหนักตลอดเวลา การดูแลรักษาแอร์จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้แอร์ยังทำงานได้ดีอยู่เสมอ บางคนอาจคิดว่าแค่ปิดแอร์ให้มันได้พักก็เป็นการดูแลอย่างหนึ่ง แต่แท้จริงแล้ว การล้างแอร์คือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะมันส่งผลกระทบโดยตรงกับแอร์และตัวของคุณเองมากกว่าที่คิด
เหตุผลที่คุณควรล้างแอร์

ทำไมต้องล้างแอร์หน้าร้อน? เคล็ดลับช่วยประหยัดไฟและยืดอายุการใช้งาน
แอร์เย็นขึ้น ใช้งานได้นานขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น
อากาศยิ่งร้อน แอร์ยิ่งทำงานหนัก เพราะหลักการของแอร์คือการดูดความร้อนภายในห้องแล้วระบายออกไปข้างนอก ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ต้องอาศัยสารทำความเย็น การทำงานของคอมเพรสเซอร์และองค์ประกอบภายในอื่นๆ พอนานเข้าประสิทธิภาพของแอร์ก็จะลดลง ส่งผลให้แอร์ไม่เย็น หนักเข้าก็เสียอยู่บ่อยครั้ง การล้างแอร์จึงเป็นสิ่งจำเป็น และที่ขายดีก็ให้คุณสามารถค้นหาบริการล้างแอร์ได้ง่ายๆ
ลดการสะสมของฝุ่น แบคทีเรีย และความชื้น
หากเข้าหน้าร้อนแล้วคุณภูมิแพ้ขึ้น ลองกลับมาเช็คก่อนว่าล้างแอร์ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เพราะนั่นอาจเป็นสาเหตุของอาการป่วยต่างๆ ก็เป็นได้ จากที่เล่าไปในเหตุผลแรก เวลาแอร์ดูดความร้อนเข้ามา มันก็ดูดฝุ่นละอองและแบคทีเรียที่มองไม่เห็นเข้ามาด้วย พอเวลาผ่านไปก็กลายเป็นแหล่งรวมเชื้อโรค ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะทางเดินหายใจ แถมยังทำให้ห้องมีกลิ่นอับชื้นอีก การล้างแอร์ก็เป็นการได้ทำความสะอาดแอร์ และเคลียร์สิ่งสกปรกออกไป ทำให้อากาศสดชื่น ดีต่อใจและร่างกายของคุณ
ประหยัดพลังงาน จ่ายค่าไฟน้อยลง
แอร์ที่ไม่ได้ล้างจะอัดแน่นไปด้วยฝุ่น พอสะสมเข้ามากๆ ก็จะทำให้แอร์ทำงานหนักยิ่งขึ้นเพื่อให้อากาศเย็นเช่นเดิม ส่งผลให้อัตราการใช้พลังงานเพิ่ม ตามมาด้วยบิลค่าไฟที่แพงขึ้น ดังนั้น ควรหมั่นล้างแอร์เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้ เชื่อไหมว่าการลงทุนล้างแอร์เพียงไม่กี่ครั้งต่อปี อาจช่วยเซฟค่าไฟของคุณได้อย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
แก้ปัญหาน้ำแอร์หยด
หนึ่งในปัญหากวนใจที่ใครๆ ก็ไม่อยากให้เกิด น้ำแอร์หยดมักเกิดกับแอร์ที่มีอายุการใช้งานนานและไม่ค่อยได้ล้างแอร์ ทำให้มีการอุดตันในช่องแอร์หรือท่อน้ำทิ้ง การล้างแอร์หน้าร้อนก็จะช่วยแก้ปัญหาน้ำแอร์หยดไม่ให้เกิดขึ้นอีกในครั้งหน้า
ลดภาวะโลกร้อน ช่วยเหลือสิ่งแวดล้อม
การล้างแอร์นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาที่กล่าวมาด้านบนแล้ว ยังช่วยลดโลกร้อนได้ด้วย การใช้แอร์เป็นระยะเวลานานโดยไม่ได้ดูแลรักษาจะทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้น และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นตัวทำให้โลกร้อนเยอะขึ้นกว่าเดิม จึงเป็นสาเหตุที่หน่วยงานรัฐมักรณรงค์ให้ประชาชนล้างแอร์เพื่อร่วมใจรักษาสิ่งแวดล้อมในทุกๆ ปี
เซฟเงินค่าซ่อมแอร์
แอร์แต่ละตัวก็ไม่ใช่ราคาถูกๆ และถ้าปล่อยปละละเลยโดยใช้งานไปเรื่อยๆ ไม่ผ่านการล้างเลย นานวันเข้าก็ทำให้แอร์ชำรุดได้ ผลที่ตามมาคือค่าซ่อมที่เรื้อรังและบานปลาย หรือกรณีที่แย่ที่สุดก็คือต้องเปลี่ยนแอร์ไปเลย เชื่อเถอะว่าจ่ายเงินค่าล้างแอร์ ถูกกว่าจ่ายค่าซ่อมแอร์มากหลายเท่า
ทำความเข้าใจ อาการแบบไหนถึงต้องล้างแอร์

ทำความเข้าใจ อาการแบบไหนถึงต้องล้างแอร์
ถ้าแอร์ที่บ้านของคุณมีหนึ่งในอาการเหล่านี้ ก็เป็นอีกสัญญาณเตือนเหมือนกันว่าต้องรีบหาบริการล้างแอร์ด่วน ค้นหาช่างแอร์ใกล้คุณได้ที่ขายดี
- มีน้ำหยด รั่ว หรือซึมออกมาจากแอร์ เป็นอาการที่ชัดเจนและเห็นได้ง่ายที่สุด บางกรณีน้ำจะไม่ได้หยด รั่ว หรือซึมทุกวัน แต่ก็ไม่แนะนำให้ชะล่าใจ ถ้าปล่อยไว้นานๆ แอร์จะเสื่อมเร็ว เสียค่าซ่อมแพงกว่าเดิม หากแอร์ของคุณเข้าข่ายนี้ แนะนำให้เรียกช่างแอร์เพื่อเข้ามาตรวจสอบเพิ่มเติมให้เร็วที่สุด
- แอร์ไม่เย็น จากปกติที่เปิดอุณหภูมิเดิมก็เย็นดี แต่วันนี้เกิดไม่เย็นขึ้นมาซะอย่างงั้น สันนิษฐานไว้ได้เลยว่าถึงเวลาล้างแอร์แล้ว
- แอร์มีกลิ่นอับ เกิดจากฝุ่น แมลง หรือเศษต่างๆ เข้าไปติดอยู่ด้านในแอร์และหมักหมมจนเกิดกลิ่น ควรล้างแอร์เพื่อเคลียร์สิ่งไม่พึงประสงค์ออกไป
- แอร์มีเสียงดัง ถ้าเปิดแอร์แล้วมีเสียงดังผิดปกติไปจากเดิม บางกรณีอาจดังจนรบกวนการใช้ชีวิต เจอแบบนี้มีความเป็นไปได้สูงว่าระบบรวน ติดต่อช่างล้างแอร์ให้มาดูโดยเร็วจะดีที่สุด
- ค่าไฟเยอะผิดปกติ เนื่องจากแอร์ทำงานหนักเลยกินไฟเยอะ ถ้าบิลค่าไฟคุณเยอะผิดปกติ รีบล้างแอร์ไว้ได้เลย การเงินจะได้ไม่สะเทือนเพราะค่าไฟพุ่งกระฉูดในเดือนหน้า
ควรล้างแอร์บ่อยแค่ไหน ถึงจะช่วยประหยัดไฟหน้าร้อน
ตามหลักมาตรฐานก็ควรล้างแอร์ทุกๆ 6 เดือนหรือปีละ 2 ครั้ง แต่ถ้าบ้านของคุณมีปัจจัยเหล่านี้ร่วมด้วย ก็ควรพิจารณาล้างแอร์ให้ถี่ขึ้น อาทิ ทุกๆ 3 เดือน
- ความถี่และระยะเวลาในการเปิดแอร์ ถ้าคุณเปิดแอร์ทุกวันและเปิดทั้งวัน จะดีกว่าถ้าล้างแอร์บ่อยกว่าคนอื่น เนื่องจากแอร์ทำงานหนัก ส่งผลให้แอร์เย็นน้อยลง ฝุ่นเกาะ และเสื่อมประสิทธิภาพไว
- โลเคชั่น ถ้าบ้านหรือคอนโดของคุณอยู่ใกล้ถนน ไซต์งานก่อสร้าง หรือที่ๆ มีฝุ่นเยอะ ก็ควรล้างแอร์บ่อยกว่าปกติเช่นกัน
สรุป
ช่วงหน้าร้อน อย่าลืมดูแลรักษาแอร์ของคุณให้เย็น ทนนาน ประหยัดไฟ และส่งผลดีต่อสุขภาพง่ายๆ ด้วยการล้างแอร์อย่างน้อยทุก 6 เดือน หรือปีละ 2 ครั้ง เพียงเท่านี้คุณก็จะได้แอร์ที่มีประสิทธิภาพ คลายร้อนให้คุณและครอบครัวได้อีกในระยะยาว
ค้นหาบริการล้างแอร์ใกล้คุณที่ขายดี
ล้างแอร์อาจดูเป็นเรื่องไกลตัว เพราะไม่รู้จะไปหาช่างล้างแอร์ได้จากไหน ลืมปัญหานี้ไปได้เลย เพราะคุณสามารถหาบริการล้างแอร์ที่ถูกใจได้ที่ขายดี ให้คุณค้นพบช่างแอร์ใกล้บ้าน ติดต่อสะดวก จองคิวง่าย จะแชทหรือโทรก็ได้ พร้อมเลือกเรตราคาที่คุณพอใจได้อีกด้วย