One Bedroom Vs. Studio Room เลือกห้องไหนให้เป็นคุณ!

One Bedroom Vs. Studio Room เลือกห้องไหนให้เป็นคุณ!

การเลือกซื้อหรือเช่าคอนโดแต่ละครั้งต้องคิดให้ดี เพราะจะเป็นพื้นที่ทีคุณเข้าไปอยู่อาศัยเกือบ 80% ของทั้งปี ดังนั้นหากคุณคิดจะซื้อหรือเช่าคอนโดเพื่ออยู่อาศัยแล้ว นอกจากจะเข้าไปดูห้องจริงแล้ว ที่สำคัญกว่าคือ การเลือกห้องให้เหมาะสมกับกำลังทรัพย์และความพึงพอใจในการอาศัยอยู่ สำหรับคอนโดมิเนียมสมัยนี้ห้องที่คนนิยมอาศัยอยู่จะแบ่งเป็นห้อง Studio Room กับ One Bedroom  

Studio Room 

ห้องสตูดิโอคือห้องที่เมื่อเปิดประตูเข้ามาคุณก็จะพบกับครัวเล็ก ๆ และเตียงเลย กล่าวคือห้องสตูดิโอจะไม่มีการกั้นห้องระหว่างโซนห้องครัว – ห้องนั่งเล่นออกจากห้องนอน ทำเป็นห้องเดียวแต่รวมทุกโซนไว้ด้วยกัน

โดยส่วนใหญ่แล้วห้องสตูดิโอจะประกอบไปด้วย โซนครัวเล็ก ๆ ถัดมาจะเป็นโซฟาพร้อมทีวีตั้งอยู่ที่กลางห้อง และท้ายที่สุดจะเป็นเตียงนอนที่มักวางติดไว้กับตู้เสื้อผ้า ผู้อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับห้องลักษณะนี้เป็นกลุ่มคนที่อาศัยอยู่คนเดียวและมีกำลังทรัพย์ไม่สูงนัก

One Bedroom 

ห้องแบบหนึ่งห้องนอนหรือ One Bedroom เป็นที่นิยมพอ ๆ กันกับห้องสตูดิโอ ความแตกต่างของห้องแบบนี้อยู่ที่การแบ่งสัดส่วนห้องชัดเจน มักจะนิยมวางแปลนห้องไว้ ให้แบ่งห้องเป็นสองส่วน ส่วนแรกเมื่อเข้ามาในห้องจะพบกับโซนห้องครัวและห้องนั่งเล่นในห้องโซนเดียวกัน

ส่วนที่สองจะมีการวางกำแพงกันห้องนอนเอาไว้ เพื่อแบ่งสัดส่วนการใช้งานให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งห้องน้ำจะมีทั้งวางไว้ในโซนเดียวกับห้องครัวและวางไว้ใกล้กับห้องนอน ผู้อยู่อาศัยในห้องคอนโดนลักษณะนี้เหมาะกับอยู่คนเดียวถึงสองคนและมีกำลังทรัพย์ในระดับหนึ่งค่ะ

เทียบข้อดี – ข้อเสีย แบบไหนดีกว่าระหว่าง

One Bedroom VS. Studio Room

1.ราคา

ในส่วนของราคาแน่นอนว่าสำหรับห้องสตูดิโอย่อมถูกกว่าห้องแบบหนึ่งห้องนอน ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ต้องการอยู่อาศัยคนเดียวที่มีงบไม่มากและต้องการหาห้องที่สามารถใช้ชีวิตอยู่ง่าย ๆ ไม่ต้องการความเป็นสัดส่วนเท่าไหร่นัก เพราะเมื่อรวมกับค่าน้ำค่าไฟแล้ว อาจเทียบเท่าราคาเช่าห้อง One Bedroom เลยก็ว่าได้

ขณะเดียวกันสำหรับคนที่อาศัยอยู่แบบหนึ่งห้องนอน เหมาะกับคนที่อยู่อาศัยหนึ่งคนถึงสองคน ที่มีกำลังทรัพย์ในระดับหนึ่งและต้องการพื้นที่ที่แบ่งสัดส่วนชัดเจน แต่ในด้านราคาก็จะสูงขึ้นมาตามไซส์ห้องนั่นเอง เฉลี่ยแล้วราคาสำหรับเช่าจะอยู่ที่ต่ำสุดประมาณ 15,000 บาทขึ้นไป

2.ไซส์ห้อง

ขนาดของห้องก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญในการเลือกว่าจะอยู่อาศัยแบบไหน เนื่องจากห้องสตูดิโอจะมีไซส์ที่เล็กกว่าห้อง One Bedroom แน่นอน แต่ในเรื่องเซ้นส์ของความกว้าง ส่วนใหญ่แล้วเรามักจะรู้สึกว่าห้องสตูดิโอใหญ่กว่าห้องที่มีการกั้นห้อง

เนื่องจากการกั้นห้องจะเปลืองพื้นที่ในการกั้นกำแพงเลยทำให้รู้สึกเล็ก แต่ไม่ได้หมายความว่า ห้อง One Bedroom จะมีขนาดเล็กเหมือนกันหมด เพราะบางคอนโดได้เผื่อพื้นที่ไว้สำหรับการกั้นห้องแล้ว ทำให้ผู้อาศัยไม่รู้สึกว่าห้องคับแคบเกินไปแต่อย่างใด

3.ความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัว

ใครที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัว ห้อง One Bedroom เป็นห้องที่เหมาะสมกับคุณที่สุดแน่นอนค่ะ เพราะเป็นห้องที่มีสเปซและให้ความเป็นส่วนตัวกับคุณได้ ตรงกันข้ามกับห้องสตูดิโอที่ไม่มีการแบ่งสัดส่วน ทำให้รู้สึกไม่เป็นส่วนตัวเท่าที่ควรหากมีผู้อาศัยร่วมมากว่าหนึ่งคน

ยิ่งไปกว่านั้นการรวมห้องทุกโซนไว้ด้วยกัน การทำอาหารจัดว่าเป็นงานยาก เนื่องมาจากปัญหาเรื่องกลิ่นที่มีโอกาสติดไปถึงเตียงนอนได้ ห้องสตูดิโอจึงมีข้อเสียในเรื่องของสัดส่วนเป็นหลัก ขณะเดียวกันหากใครไม่ซีเรียสเรื่องข้างต้น การซื้อหรือเช่าห้องสตูดิโอก็จัดเป็นช้อยส์ที่ดีช้อยส์หนึ่งเลยค่ะ

ท้ายที่สุดแล้วการเลือกห้องในคอนโดสักห้อง ความพึงพอใจส่วนบุคคลและกำลังทรัพย์ควรเป็นปัจจัยที่คำนึงถึงเป็นอันดับแรก เพราะบางคนหวงแหนความเป็นส่วนตัวที่สุด แม้การจ่ายเงินน้อยแต่ไร้ความสบายใจก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไรใช่ไหมคะ แต่ถ้าคุณยังตัดสินใจไม่ได้ ให้ Kaidee Property เป็นผู้ช่วยคุณในการหาคอนโดถูกใจคุณสักห้องดูไหม ?

คอนโดใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง ราคาเบา เดินทางง่าย

คอนโดใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง ราคาเบา เดินทางง่าย


ในปัจจุบัน การเดินทางด้วยรถสาธารณะมีให้เลือกหลากหลายมากมาย และรถไฟฟ้าก็เป็นหนึ่งทางเลือกในการเดินทางที่สะดวกและรวดเร็ว ทำให้การเลือกที่อยู่อาศัยที่ใกล้กับรถไฟฟ้ามีข้อดีคือ ความสะดวกรวดเร็ว และสามารถเก็งกำไรเพื่อซื้อขายในอนาคตได้อีกด้วย ซึ่งรถไฟฟ้าสายสีม่วงก็เป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่ตรงเข้าสู่ตัวเมือง และมีราคาที่ไม่แพงมากนัก เราจะนำ คอนโดใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง มาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกัน

รวมคอนโดใกล้สถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง

คอนโดใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีเตาปูน

ริชพาร์ค 2 @เตาปูนอินเตอร์เชนจ์

ขอบคุณภาพจาก: richy.co.th

ด้วยระยะห่างจากสถานีเตาปูนซึ่งเป็นสถานีที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพียง 180 เมตร และมีห้างสรรพสินค้าที่อยู่ไม่ไกลมากนัก ทำให้ ริชพาร์ค @ เตาปูน อินเตอร์เชนจ์ มีความสะดวกต่อการเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง และคอนโดนี้มีความสูงอยู่ที่ 26 ชั้น ทั้งหมด 1 อาคาร 735 ยูนิต ซึ่งมีห้องทั้งหมด 5 แบบ ตั้งแต่ 28-35.52 ตร.ม. มีราคาเริ่มต้นที่ 2.59 ล้านบาท

คอนโดใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีบางซ่อน

ไอดีโอ โมบิ วงศ์สว่าง-อินเตอร์เชนจ์

ขอบคุณภาพจาก: ananda.co.th

ไอดีโอ โมบิ วงศ์สว่าง-อินเตอร์เชนจ์ คอนโดในระดับ High Rise ที่มีความสูงของอาคารถึง 29 ชั้น จำนวน 1 อาคาร สามารถเดินจากสถานีบางซ่อนได้สบาย ๆ เพราะอยู่ห่างกันเพียง 400 เมตรเท่านั้น และด้านล่างยังมี Max Value ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชม. อีกด้วย โดยมีห้องทั้งหมด 4 แบบ พื้นที่ใช้สอย 21.5-48 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท

คอนโดใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีพระนั่งเกล้า

ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท พระนั่งเกล้า-เจ้าพระยา

คอนโดใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง พระนั่งเกล้า
ขอบคุณภาพจาก: supalai.com

ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท พระนั่งเกล้า-เจ้าพระยา เป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าที่มีราคาเริ่มต้นเพียง 1.65 ล้านบาท โดยมีห้องให้เลือกทั้งแบบ สตูดิโอ 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน มีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 33-79 ตร.ม. ซึ่งคอนโดนี้ มีความสูงอยู่ที่ 33 ชั้น 733 ยูนิต ตั้งอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสถานีสะพานพระนั่งเกล้าเพียง 400 เมตร และมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้แก่ ท่าเรือ ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน และโรงพยาบาล อีกด้วย

คอนโดใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีไทรม้า

โกรว รัตนาธิเบศร์

ขอบคุณภาพจาก: grow-condo.com

โกรว รัตนาธิเบศร์ คอนโดระดับ High Rise บนถนนรัตนาธิเบศร์ ที่มีราคาเริ่มต้นเพียง 2.59 ล้านบาท มีความสูง 34 ชั้น ตั้งอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสถานี ไทรม้าเพียง 140 เมตร และยังใกล้กับโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า และตลาดอีกด้วย มีห้องให้เลือกทั้งแบบ 1 และ 2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 35-42 ตร.ม. และ 58-76 ตร.ม. เรียกได้ว่าเหมาะกับทั้งคนโสดและมีครอบครัวเลยทีเดียว

คอนโดใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสามแยกบางใหญ่

คาซ่า คอนโด @สถานีสามแยกบางใหญ่

คอนโดใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สามแยกบางใหญ่
ขอบคุณภาพจาก: qh.co.th

คาซ่า คอนโด @สถานีสามแยกบางใหญ่ เป็นคอนโดที่ตั้งอยู่ในทำเลที่มีทั้งห้างสรรพสินค้า โรงเรียน และโรงพยาบาล โดยอยู่ห่างจากสถานีสามแยกบางใหญ่เพียง 125 เมตร คอนโดมีความสูง 39 ชั้น 844 ยูนิต มีห้องแบบ Studio 21 ตร.ม. และ 1 Bed 26-34 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นเพียง 1.59 ล้านบาท

แต่ถ้าอ่านแล้วคุณคิดว่าทั้ง 5 คอนโดนี้ยังไม่ถูกใจคุณ ก็สามารถหารีวิวอสังหาริมทัพย์โครงการต่าง ๆ ใน รีวิวอสังหาฯ และเลือกซื้ออสังหาฯ ทำเลอื่น ๆ ที่คุณชอบได้ง่าย ๆ ที่ Kaidee Property

5 คอนโดย่านพระราม 9 ทำเลทอง ราคาดี ปี 2020

5 คอนโดย่านพระราม 9 ทำเลทอง ราคาดี ปี 2020

พระราม 9 ถือเป็นอีกย่านที่มีทุกสิ่งทุกอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ซูเปอร์มาร์เก็ต สถานีรถไฟฟ้า อาคารสำนักงาน และสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมายหลายแห่ง จึงไม่แปลกที่ใครจะขนานนามให้เป็น New CBD มาใหม่ไฟแรง ทำเลอุดมสมบูรณ์ระดับ A+ ขนาดนี้ จะไม่ตามส่องคอนโดอยู่ได้ยังไง

วันนี้เราเลยไปรวบรวม 5 คอนโดย่านพระราม 9 ฉบับอัปเดตปี 2020 มาเอาใจแบบไม่มีกั๊ก ที่ไหนดียังไง มีจุดขายอะไร ไปดูกันดีกว่าค่ะ

Maestro 03 รัชดา-พระราม 9

(Credit: Major Development)

เริ่มต้นกันที่คอนโด Low Rise 8 ชั้นอย่าง ‘Maestro 03 รัชดา-พระราม 9’ จาก Major Development ออกแบบและตกแต่งในสไตล์ European Classic สวยตั้งแต่ตึกด้านนอกจรดด้านใน! แถมเลี้ยงสัตว์ได้ด้วยนะเออ 

ตัวคอนโดตั้งอยู่ในซอยรัชดาภิเษก 3 ห่างจาก MRT สถานีพระรามเก้าประมาณ 750 เมตร! ใกล้ Fortune Town และ Central Rama 9 ในระยะเดินได้ ในซอยคอนโดเองก็อุดมสมบูรณ์สุด ๆ ของกินเพียบ รับรองว่าไม่มีอดแน่นอน

นอกจากการออกแบบตกแต่งจะสวยงามน่าอยู่แล้ว ส่วนกลางก็จัดเต็มเพื่อให้คุณรู้สึกเหมือนได้อยู่บ้านจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ลานบาร์บีคิว, ลานหินนวดฝ่าเท้าเพื่อสุขภาพ ,Pet Zone ,ที่จอดจักรยาน ,สวนหย่อม ,สระว่ายน้ำ ,ฟิตเนส ,รวมทั้ง Shutter bus ไปส่งที่ MRT สถานีพระราม 9 ด้วย 

Type ห้อง

  • 1 Bedroom ขนาด 29-41 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms ขนาด 50-74 ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น 3.8 ล้านบาท (Fully Furnished)

Chewathai Residence Asoke 

คอนโดย่านพระราม 9 ชีวาทัย
(Credit: Chewathai)

คอนโดหรูหราใจกลางย่านธุรกิจจาก Developer ชื่อคุ้นหูอย่างชีวาทัย ห่างจาก MRT สถานีพระรามเก้า 450 เมตร! ตัวอาคารเป็น High Rise สูง 29 ชั้น ตั้งอยู่ในทำเลทองที่แวดล้อมด้วยอาคารสำนักงาน ใกล้ห้างสรรพสินค้า Central Rama 9 และ Fortune Town ห่างไปอีกหน่อยก็มี Esplanade รัชดา และตลาดรถไฟรัชดาให้เดินเล่นยามเย็นเพลิน ๆ

จุดขายที่นี่คือเพดานสูงปรี๊ดถึง 3.6 เมตรทุกห้อง ทำให้ดูโปร่งโล่งและมีพื้นที่เพิ่มขึ้น แถมยังมาพร้อมส่วนกลางสุดอลังการเอาใจลูกบ้าน อาทิ สระว่ายน้ำระบบโอโซน ,Co-Working Lounge ,ฟิตเนส ,Boxing Room ,ห้องซักผ้าและอบผ้าหยอดเหรียญ ,ห้อง Steam ,และ Sunset Lounge บนดาดฟ้า จะไลฟ์สไตล์แบบไหนก็ต้องปลื้ม

Type ห้อง 

  • 1 Bedroom แบบ Loft Duplex ขนาด 28 – 34 ตร.ม.

สำหรับ Layout ห้องที่นี่เหมาะกับคนที่อยากแยกสัดส่วนการใช้ห้องให้เป็นจิจะลักษณะเหมือนบ้าน ด้านล่างจะเป็นส่วนห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ และห้องครัว ส่วนชั้นลอยจะเป็นพื้นที่ห้องนอน ถือว่าเหมาะเจาะลงตัวมาก ๆ 

ราคาเริ่มต้นปัจจุบัน 5.39 ล้านบาท (Fully Furnished)

IDEO Rama 9 – Asoke

(Credit: Ananda Development)

คอนโด High Rise สูง 36 ชั้นจาก Ananda Development  ห่างจาก MRT พระรามเก้าเพียง 450 เมตร! รายล้อมไปด้วยอาคารสำนักงานหลากหลายแห่ง เช่น G Tower, True Tower, AIA Capital Tower และ ตลาดหลักทรัพย์ นอกจากนี้ยังใกล้ห้างสรรพสินค้าอีกเพียบ เช่น Fortune Town, Central Rama 9 และ Tesco Lotus 

เรื่องส่วนกลางถือว่าครบถ้วนทั้งสระน้ำระบบเกลือ ฟิตเนส Amphitheater หรืออัฒจันทร์นั่งเล่น และ Social Club ที่มีทั้ง Co-Working Space และ Playing Area! จุดขายอีกอย่างของโครงการนี้คือ Type ห้องหลากหลายมาก แถมมีห้องเพดานสูงด้วย

Type ห้อง

  • Studio   ขนาด 25.5 – 26.5 ตร.ม.
  • Studio เพดานสูง ขนาด 25.5 – 26.5 ตร.ม.
  • 1 Bedroom ขนาด 31 – 38.5 ตร.ม.
  • 1 Bedroom เพดานสูง   ขนาด 31 – 38.5 ตร.ม.
  • 2 Bedroom   ขนาด 52 – 90 ตร.ม.
  • 2 Bedroom เพดานสูง   ขนาด 52 – 90 ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท (Fully Fitted)

สำหรับโครงการนี้เป็นโครงการที่ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างนะคะ เหมาะกับคนที่ยังไม่ได้รีบย้ายเข้าหรือซื้อไว้เก็งกำไรในอนาคต

Life Asoke Rama 9

(Credit: AP Thailand)

อีกหนึ่งคอนโดคุณภาพเลิศใจกลางเมืองจาก AP Thailand เจ้าเก่าเจ้าเดิม เป็นอาคาร High Rise 2 อาคาร สูง 42 และ 45 ชั้น ระยะห่างจาก MRT สถานีพระราม 9 เพียง 300 เมตร! ถือเป็นคอนโดที่เหมาะกับคนชอบความคุ้มค่าราคาเอื้อมถึงได้ในย่านทำเลทอง มีเฟอร์นิเจอร์ครบจบในราคาเริ่มต้นที่ถือว่าดีงามในละแวกนี้

เรื่องพื้นที่ส่วนกลางนั้นหายห่วง มีครบทั้งสระว่ายน้ำ สวนลอยฟ้า Co-Working Space, Sky Lounge ,และอื่น ๆ ส่วนห้องของโครงการเองก็มีให้เลือกหลากหลายแบบ

Type ห้อง

  • Studio ขนาด 25-27.5 ตร.ม.
  • 1 Bedroom ขนาด 32 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus ขนาด 35-40 ตร.ม.
  • 2 Bedroom ขนาด 45-58 ตร.ม.

ราคาเริ่มต้นก็ประมาณ 2.87 ล้านบาท (Fully Furnished)

Life Asoke Hype

Life asoke hype คอนโดพระราม 9
(Credit: AP Thailand)

ตามมาติด ๆ กับคอนโดพี่น้องที่คลานตามกันมาอย่าง ‘Life Asoke Hype’ จาก AP Thailand! สำหรับใครที่สงสัยว่า Life Asoke Hype ต่างกับ Life Asoke Rama 9 ยังไง เรามีคำตอบค่ะ 

Life Asoke Hype เป็นโครงการระดับพรีเมียม จัดอยู่ใน High Class ขณะที่ Life Asoke Rama 9 จะจัดอยู่ในประเภท Upper Class 

พูดถึงเรื่องการเดินทาง บอกเลยว่าสะดวกสบายไม่แพ้โครงการไหน ตั้งอยู่ห่างจากสถานีพระรามเก้าในระยะเดินได้ 500 เมตร หรือถ้าอยากไปสถานีเพชรบุรีก็เดินไปประมาณ 600 เมตร สถานีนี้จะเหมาะกับคนที่ต้องเปลี่ยนไปใช้ Airport Link ต่อเพราะเป็นจุด Interchange

สถานที่ใกล้เคียงก็เรียกว่าครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น Central Rama 9 ,Fortune Town, Singha Complex ,อาคารสำนักงาน AIA Capital และอีกหลากหลายที่ 

ส่วนกลางที่นี่ต้องบอกว่าทำออกมาได้สวยและคอนเซปต์ลงตัวมาก นอกจากสระว่ายน้ำ ,ฟิตเนส ,Co-Working Business Lounge แล้ว ยังที่หลายที่ที่น่าสนใจ เช่น The Sunset Parlor ,ซุ้มสำหรับนั่งชมวิวพระอาทิตย์ตก ,The Astro Deck ที่ออกแบบไว้ดูดาวและวิวยามค่ำคืนโดยเฉพาะ ,และ The Circle Running Garden ที่สามารถใช้เดินออกกำลังกายและวิ่งได้

 Type ห้อง 

  • Studio ขนาด 25.5 ตร.ม.
  • 1 Bedroom ขนาด 30.5 – 32 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus ขนาด 35 ตร.ม.
  • 2 Bedroom ขนาด 49.5 – 64 ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท (Fully Fitted)

เป็นไงกันบ้างคะ คอนโดย่านพระราม 9 ที่เราคัดมาเสิร์ฟวันนี้ถูกใจกันบ้างหรือเปล่าเอ่ย จะเห็นว่าแต่ละที่ที่เราคัดมาเดินทางไปไหนสะดวกมาก ไม่ว่าจะเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถสาธารณะ แถมยังใกล้ทั้งแหล่งงานและแหล่งช้อปปิ้ง ถือเป็นทำเลทองที่จะอยู่เองก็สบาย จะซื้อไว้เก็งกำไรหรือเปล่าเช่าก็เลิศ 

ใครสนใจโครงการไหนลองไปหามาจับจองกันได้นะคะ Kaidee Property ของเราก็มีคอนโดมือสองหรือห้องขายดาวน์ให้คุณได้เข้าไปเลือกหาเพียบ! ลองเข้ามาดูกันก่อนได้ค่ะ

ฮาวทูสร้างบ้านผู้สูงอายุให้อยู่เย็นเป็นสุข

ฮาวทูสร้างบ้านผู้สูงอายุให้อยู่เย็นเป็นสุข

จากสถิติอัตราการเกิดและตายของประชากรในประเทศไทยของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ เห็นได้ชัดว่าในอนาคตประเทศไทยอาจกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุภายใน 20 ปี เนื่องด้วยอัตราประชากรโดยส่วนใหญ่มากกว่า 45% ล้วนแล้วแต่เป็นวัยทำงาน ในขณะที่อัตราการเกิดมีเพียง 16 กว่าเปอร์เซนต์เท่านั้น 

นอกจากการมองหาบ้านพักผู้สูงอายุสักหลังแล้ว การสร้างบ้านเพื่อเตรียมตัวสำหรับวัยชราก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกนักในช่วงนี้ เพราะนอกจากการสร้างบ้านแบบนี้จะเป็นประโยชน์ให้แก่คุณในตอนชราแล้ว ยังเป็นบ้านที่เหมาะสมสำหรับบุพการีที่เริ่มมีอายุแล้วเช่นเดียวกัน

บ้านผู้สูงอายุที่ดีควรมีลักษณะแบบไหน ?

ในหลักการการสร้างบ้านเพื่อผู้สูงอายุสามารถจำแนกออกเป็นการดีไซน์ตามสัดส่วนห้องแต่ละห้องของบ้านได้ และตามเทคโนโลยีที่เอื้ออำนวยแก่ผู้สูงอายุ

1. ทางเข้า-ออก ของตัวบ้าน

บริเวณทางเข้าออกของบ้าน มักเป็นจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยสำหรับผู้สูงอายุ เนื่องด้วยพื้นกระเบื้องที่อาจลื่นเกินไปในการก้าวขึ้นบันได หรือความชันที่มีมากกว่าแรงขา 

บ้านที่ดีสำหรับผู้สูงอายุจึงควรปรับทางเข้า-ออกตัวบ้านเป็นทางลาด ซึ่งทางลาดก็ไม่ควรมีความชันมากเกินไป เพราะต้องเผื่อผู้สูงอายุที่อาจต้องใช้รถเข็นด้วย ที่สำคัญที่สุด ควรจะต้องมีราวจับให้แก่ผู้สูงอายุในการก้าวเดินด้วย อาจวางราวจับในความสูงประมาณ 100 เซนติเมตร

2.ภายในห้องน้ำ

ส่วนสำคัญถัดมาก็คือห้องน้ำ ผู้สูงอายุหลายท่านมักจะประสบปัญหาการลื่นล้มหรือหน้ามืดระหว่างอาบน้ำ ถือว่าเป็นจุดที่อันตรายที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะห้องน้ำเป็นพื้นที่ปิด หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาอาจไม่สามารถเห็นเหตุการณ์ข้างในได้

สิ่งสำคัญคือการแก้พื้นห้องน้ำ ให้กลายเป็นกระเบื้องกันลื่น ไม่ควรสร้างธรณีประตูไว้ เพราะอาจทำให้ก้าวสะดุดล้มได้ และทางที่ดีที่สุดคือการสร้างห้องน้ำโดยแบ่งพื้นที่เป็น พื้นที่เปียกและแห้ง เพื่อไม่ให้น้ำจากพื้นที่เปียกไหลออกมาเต็มห้อง ซึ่งอาจก่อให้เกิดการลื่นล้มได้ง่ายมากขึ้น ในกรณีนี้แนะนำให้สร้างราวจับไว้บริเวณโถสุขภัณฑ์ ป้องกันการลุกนั่งลำบากด้วยค่ะ

3.ห้องนอน

ห้องนอนควรทำห้องที่อยู่ชั้นล่างของตัวบ้านในกรณีที่คุณต้องการสร้างบ้านสองชั้น และควรจะไม่อยู่ลึกเกินไปในตัวบ้านจะทำให้เข้าออกลำบาก ที่สำคัญที่สุดควรสร้างห้องนอนให้ติดกับห้องน้ำยิ่งมีประตูเชื่อมกันได้ยิ่งดีค่ะ หากกลางดึกผู้สูงอายุในบ้านต้องการทำธุระก็สามารถเดินไปได้อย่างสะดวก 

ในบริเวณห้องนอนควรปูกระเบื้องที่ไม่ลื่น และควรจัดวางสิ่งของในระดับที่สามารถหยิบถึงได้แม้นั่งบนรถเข็น เช่น ตู้เสื้อผ้าก็ควรเป็นตู้บานเลื่อน เตียงนอนก็ไม่ควรเล็กและสูงจนเกินไปนัก เพราะจะทำให้เดินขึ้นเตียงไม่ได้ค่ะ

4.บานประตูและหน้าต่าง

นอกจากการจะทำให้ผู้สูงอายุมีความสุขด้วยการมองเห็นภายนอกบ้านอย่างชัดเจนแล้ว การทำหน้าต่างให้เยอะจะทำให้แสงเข้ามาในตัวบ้านได้เยอะ ทำให้ช่วงมืดและสว่างของในตัวบ้านไม่ต่างกันมาก ซึ่งจะดีต่อผู้สูงอายุที่ต้องใช้เวลาในการปรับสายตา

ในส่วนของประตู ควรทำเป็นประตูบานเลื่อนที่มีที่จับ และตรงท้ายของบานประตูควรมีตัวยึดประตูให้อยู่กับร่องไม่ไหลเอง และที่สำคัญไม่ควรทำล็อคประตูค่ะ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุใดๆขึ้น เราจะเข้าไปช่วยเหลือได้ยากค่ะ

5.ห้องครัวหรือห้องอาหาร

ควรจัดวางโต๊ะกินข้าวหรือเคาน์เตอร์ควรในระดับที่ไม่เกิน 100 เซนติเมตร เพราะหากวางไว้สูงเกินไปอาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ง่าย รวมถึงโต๊ะทานข้าวควรเป็นโต๊ะกินข้าวที่ไม่ว่าจะเดินหรือนั่งรถเข็นสามารถเข้าได้ทุกมุม เก้าอี้ก็ควรเป็นเก้าอี้ที่มีความแข็งแรงในระดับหนึ่ง เพราะผู้สูงอายุมักจะโถมน้ำหนักตัวใส่เก้าอี้ก่อนจะนั่ง ซึ่งอาจทำให้เก้าอี้ล้มได้

เทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุ

1.ติดแสงไฟบริเวณทางเดินแบบอัตโนมัติ

การซื้อหลอดไฟหรือวางระบบไฟภายในบ้านให้ติดอัตโนมัติเมื่อเดินผ่าน ย่อมเป็นสิ่งที่ดีสำหรับผู้สูงอายุในช่วงกลางคืนอย่างมาก เพราะโคมไฟเพียงอย่างเดียวอาจให้ความสว่างไม่พอ ควรติดไฟบริเวณทางเดินด้วยถึงจะดี

2.สัญญาณช่วยเหลือภายในห้องน้ำ

อย่างที่ได้กล่าวไป เนื่องจากห้องน้ำเป็นพื้นที่ปิด จึงจำเป็นต้องมีปุ่มกดขอความช่วยเหลือ เป็นสายดึงเพื่อกดเรียกคนข้างนอกก็ได้ค่ะ และสามารถติดไว้ที่ห้องนอนของผู้สูงอายุก็ได้เช่นเดียวกัน

สัญญาณกดนี้ควรติดไว้ในจุดที่ผู้สูงอายุสามารถกดได้ง่าย ไม่สูงหรือต่ำเกินไป ที่สำคัญอย่าติดในมุมอับที่จะทำให้มองเห็นยาก

3.กล้องวงจรปิดและมือถือ

การติดกล้องวงจรปิดไว้ทั้งในและนอกตัวบ้าน นอกจากจะช่วยเรื่องกันขโมยแล้วยังใช้ในการดูแลความเป็นไปภายในบ้านได้ด้วยค่ะ ซึ่งในยุคสมัยนี้เราสามารถดูกล้องวงจรปิดภายในมือถือได้แล้ว จะทำให้เราสอดส่องดูแลผู้สูงอายุภายในบ้านได้ดีเลยล่ะค่ะ

การสร้างบ้านสักหลังควรพิจารณาการอยู่ว่าจะอยู่ถึงช่วงอายุเท่าไร เพราะคุณจะต้องออกแบบดีไซน์ตัวบ้านให้เหมาะกับคุณและครอบครัวที่อาจเข้าใกล้ช่วงสูงวัยแล้ว ซึ่งบ้านในปัจจุบันของคุณอาจเป็นบ้านที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อผู้สูงอายุเท่าไรนัก

ดังนั้นหากคุณต้องการดีไซน์บ้านสักหลังแล้ว แนะนำให้ลองหาซื้อบ้านมือสองแล้วรีโนเวทดูนะคะ จะสามารถช่วยคุณในเรื่องของการออกแบบที่ได้ดั่งใจและประหยัดงบกว่าการปลูกบ้านจากที่ดินเปล่าด้วยค่ะ รอช้าไม่ได้แล้วนะคะ เข้าไปที่ Kaidee Property เลยค่ะ!

บ้านเย็น อยู่สบาย กับการใส่ใจทิศทางลม

บ้านเย็น อยู่สบาย กับการใส่ใจทิศทางลม

ในการสร้างบ้านมีปัจจัยหลายอย่างที่เราต้องคำนึงถึง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกทำเลบ้าน แบบบ้านที่สวยถูกใจ การเดินทางที่สะดวกสบาย และปัจจัยอีกหลายอย่างที่เรามองหา แต่หลายคนมักจะลืมว่า ในการวางแผนสร้างบ้าน ทิศทางลมเป็นเรื่องสำคัญมากเช่นกัน เพราะจะส่งผลกับอากาศภายในบ้านด้วย ลองมาดูกันว่าบ้านในใจของเรา มีทิศทางที่ต้อนรับลมเข้าบ้านมากแค่ไหนกันนะ

มารู้จักกันดีกว่าว่าทิศทางลมคืออะไร?

ทิศทางลม คือ กระแสลมที่พัดผ่านในแต่ละทิศทาง ซึ่งในแต่ละฤดูกาลทิศทางลมก็จะแตกต่างกันไป ทั้งลมร้อน ลมหนาว หรือแม้กระทั่งลมมรสุมที่จะเกิดขึ้นในแต่ละฤดูกาลด้วย การนำปัจจัยของทิศทางลมมาเป็นหนึ่งสิ่งในการตัดสินใจเลือกซื้อบ้าน หรือสร้างบ้านจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะการพัดผ่านของทิศทางลม จะช่วยให้เราจัดการในเรื่องของการลดความเร็วลมในช่วงมรสุม หรือแม้กระทั่งการดูแลในเรื่องของอากาศภายในบ้านโดยที่ไม่ต้องมีฉนวนกันความร้อนเลย

บางคนอาจจะยังสงสัยว่า แล้วลมมรสุมคืออะไร แล้วมีผลต่อบ้านของเรามากน้อยแค่ไหน

ลมมรสุม คือ ลมที่เกิดจากความแตกต่างกันของแผ่นดินกับพื้นมหาสมุทร ในฤดูหนาวลมเหนือน้ำทะเลจะลอยตัวขึ้น เพราะอุณหภูมิแผ่นดินต่ำกว่าอุณหภูมิน้ำ ลมจากแผ่นดินพัดเข้าไปแทนที่พื้นมหาสมุทร ทำให้ลมพัดออกจากทวีป กลายเป็น ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนในฤดูร้อนก็จะการเคลื่อนที่ของกระแสลมจะตรงกันข้ามกับช่วงฤดูหนาว เกิดเป็นลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้

ทิศที่เหมาะสมกับการวางตำแหน่งบ้าน

เราลองมาดูกันดีกว่าว่า การวางตำแหน่งบ้านที่เหมาะสมกับการพัดผ่านของลมในแต่ละฤดู เราควรวางบ้านทิศไหน และ จัดวางตำแหน่งบ้านอย่างไร

บ้านเย็น
Credit: wazzadu.com

ทิศใต้ 

เป็นทิศที่เหมาะกับการหันตัวบ้านไปมากที่สุด เนื่องจากทิศใต้เป็นทิศทางที่ลมเข้าอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนและฤดูฝน ทำให้บ้านที่หันหน้าเข้าทิศใต้ จะเย็นอยู่ตลอดเวลา จากลมธรรมชาติ แบบที่เราแทบจะไม่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศในบ้าน และถ้าบ้านไหนมีพื้นที่หน้าบ้านกว้างเยอะ ก็สามารถสร้างน้ำพุหรือบ่อน้ำเพื่อช่วยเพิ่มความเย็นได้ เพราะกระแสลมจะพัดพาไอน้ำเข้าสู่ตัวบ้าน ทำให้บ้านเย็นขึ้น 

ทิศตะวันตกเฉียงใต้

เป็นทิศที่กระแสลมพัดผ่านคล้ายกับทิศใต้ แต่จะได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมโดยตรง ตรงของลมมรสุม การวางหน้าบ้านไว้ทิศตะวันตกเฉียงใต้นี้ ถือว่าเป็นทิศที่ดีที่สุด เนื่องจากเป็นทิศที่มีกระแสลมพัดผ่านตลอดเวลา ทำให้บ้านที่อยู่ในทิศทางนี้เย็นสบายตลอดทั้งวัน แต่ทิศตะวันตกเฉียงใต้เป็นทิศของแนวลมมรสุม จะส่งผลให้ในช่วงที่มีลมมรสุมที่รุนแรง อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายจากพายุฝนได้ ซึ่งเราสามารถลดความแรงของลมพายุได้จากการปลูกต้นไม้เพื่อลดความแรงของลม แต่ควรปลูกให้ห่างจากตัวบ้านเพื่อลดความเสี่ยงจากต้นไม้ล้มด้วยนะคะ 

ทิศเหนือ

ทิศเหนือเป็นทิศทางที่ได้รับอิทธิพลของลมหนาวแบบเต็มๆ ในต่างประเทศจึงไม่นิยมหันตำแหน่งหน้าบ้านไปทางทิศเหนือ เพราะจะทำให้อากาศภายในบ้านหนาวมากๆ แต่ในประเทศไทย มักจะไม่คอ่ยได้รับผลกระทบในส่วนนี้ กลับเป็นทิศทางที่ดีอีกทิศหนึ่ง เพราะลมหนาวจะพัดเข้าทางหน้าบ้านในฤดูหนาว แต่ในฤดูร้อนและฤดูฝน กระแสลมจะพัดเข้าทางหลังบ้าน ทำให้บ้านมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาว แต่อาจจะต้องขยันทำความสะอาดสักเล็กน้อย เนื่องจากแสงแดดที่ส่องไม่ถึงในตัวบ้าน เป็นต้นเหคุในเรื่องความอับชื้นมากกว่าบ้านที่มีแสงแดดส่องถึง

ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

เป็นทิศที่กระแสลมพัดผ่านคล้ายกับทิศเหนือ เพราะทิศนี้เป็นทิศของลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ทิศนี้จะได้รับอิทธิพลของลมอย่างมากในช่วงหน้าหนาว แต่ในประเทศไทยแทบจะไม่ได้รับผลกระทบในส่วนนี้เลย จึงทำให้อากาศที่เข้ามาสู่ตัวบ้านเป็นอากาศเย็นสบาย ไม่หนาวเหมือนในต่างประเทศ แต่ในช่วงฤดูหนาวอาจจะได้รับอากาศที่เย็นกว่าปกติเพียงเท่านั้น  

ทิศตะวันออก

ทิศตะวันออกเหมาะกับคนที่ชอบตื่นเช้า เนื่องจากแดดจะส่องเข้ามาในบ้านตั้งแต่เช้า แต่ในช่วงเที่ยงๆบ่ายๆอาจจะร้อนกว่าปกติ ในหน้าหนาว บ้านที่อยู่ในตำแหน่งนี้จะได้รับลมเย็นๆ พัดเข้าห้องโดยตรง แต่ในช่วงหน้าร้อน บ้านในตำแหน่งนี้จะอากาศมักจะร้อนอบอ้าว เนื่องจากกระแสลมมักจะไม่ค่อยพัดผ่านในทิศทางนี้ เพราะไม่ใช่ทิศทางของกระแสลมโดยตรง

ข้อมูลของทิศทางลมเป็นสิ่งหนึ่ง ที่จะทำให้การวางแผนเรื่องทิศทางลมของบ้านไม่ยากอีกต่อ เพราะบ้านที่มีทิศทางลมที่เหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องความเสียหายจากลมมรสุมได้อย่างมาก ส่วนใครที่ไม่อยากมานั่งวางแผนทิศทางลมของบ้านเอง เรามีบ้านทำเลดีๆ ทิศทางลมสวยๆ ใน BaanKaidee ให้คุณเลือกสรรได้ตามความชอบเลย