แฟชั่นฮิตตลอดการแต่งยังไงก็ดูรวยแบบ Old Money

Oct 16, 2024 | ไลฟ์สไตล์

หลังจาก แฟชั่น Y2K กลับมาเป็นกระแสในกลุ่มวัยรุ่นได้ไม่นานก็ซบเซาลง แต่สิ่งที่ยังอยู่คือกลิ่นอายความย้อนยุค อ๊ะ! แต่รอบนี้ถึงจะเป็นกระแสการแต่งตัวอิงตามแฟชั่นสมัยก่อนเหมือนเดิม แต่เรามากับวลีเด็ดที่ว่า ‘น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ High fashion’  กับสไตล์การแต่งตัวแนว Old Money นั่นเอง

ถึงแม้ว่ากาลเวลาจะค่อยๆ เดินไป Fast Fashion แต่จะมีอยู่เพียงแค่หนึ่งสิ่งเท่านั้นที่ไม่ว่ากาลเวลาก็ไม่สามารถทำอะไรกับสไตล์ที่เรียกว่า Old Money ได้เลย และสิ่งที่ทำให้การแต่งตัวแนวนี้ยังสามารถกลับมาใส่ได้ตลอดเพราะความเรียบหรู ดูแพง การเลือกโทนสีและสไตล์เนื้อผ้า แต่ก่อนจะทำความเข้าใจเรื่องสีและอื่นๆ นั้น เรามาดูความขลังและจุดกำเนิดของแฟชั่นสไตล์นี้กันก่อนดีกว่า

Old Money เริ่มตั้งแต่ตอนไหน?

แน่นอนว่าที่เราเกริ่นมาตั้งแต่แรกว่า Old Money คือเทรนด์การแต่งตัวที่อยู่เหนือการเวลามาโดยตลอด นั่นก็เพราะว่าจุดกำเนิดของสไตล์การแต่งตัวนี้เริ่มมีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 และยาวมาจนถึงปัจจุบัน โดยเริ่มจากกลุ่มชนชั้นสูงของทางอเมริกาไปจนถึงฝั่งยุโรปและยังรวมถึงการแต่งตัวด้วยลุคสบายๆ ของเหล่าราชวงศ์อีกด้วย และด้วยความที่ในสมัยก่อนนั้นคนที่มีฐานะสูงจะเลือกใช้เสื้อผ้าโทนสีพื้นตามธรรมชาติ ดีเทลที่เรียบหรูและการใช้วัสดุชั้นดี ในขณะนั้นกลุ่มชนชั้นกลางนั้นยังคงเลือกสวมใส่เสื้อผ้าและเครื่องประดับที่มีลวดลาย สีสันที่เข้มหรือสดใส ซึ่งถึงแม้ว่าจะออกมาสวยและมีรายละเอียดที่ดีไม่แพ้กัน แต่นั่นก็ยังทำการแต่งตัวตามยุคสมัยนั้นกับการแต่งตัวแนว Old Money ขัดกันอย่างสิ้นเชิง จนทำให้เกิดการเรียกแฟชั่นแนว Old Money ว่าเป็นแฟชั่นผู้ดีเก่านั่นเอง 

แพงด้วยจิตวิญญาณ คุณภาพ ไม่ใช่ราคา

หากคุณคิดว่าการแต่งตัวแนว Old Money คือการเลือกสวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์หรู โชว์โลโก้แสนแพงนั้นอาจจะไม่ใช่แนวคิดที่ถูกต้องเท่าไหร่นัก เพราะตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง การแต่งตัวแนว Old Money นั้นมักจะเลือกชนิดที่มีโลโก้เล็กที่สุด ไปจนถึงไม่มีเลยยิ่งดี แต่กลับเป็นแฟชั่นการแต่งตัวที่ให้ความสำคัญกับเนื้อผ้า วัสดุที่ใช้ในการผลิต การตัดเย็บอย่างปราณีต ไปจนถึงสีเสื้อผ้าที่ไม่ฉูดฉาด แต่ข้อมูลแค่นี้อาจจะยังไม่เห็นภาพ แอดจะมาแนะนำไอเทมที่ต้องมี การเลือกเสื้อผ้าแบบไหนคือถูกต้อง บอกเลยว่าใครๆ ก็สามารถแต่งตามได้ไม่ยาก จะมีอะไรที่ต้องเน้นเป็นพิเศษบ้างไปดูกันเลย

  • โทนสีของชุด 

การแต่งตัวแนวนี้นั้นมักจะเลือกสีสันที่เรียบ ไม่ฉูดฉาดอย่างสีขาว สีเบจ สีน้ำตาล สีฟ้าอ่อนหรือสีกรมท่า และสีดำ ซึ่งหากสักเกตุดูแล้ว สีโทนนี้เราสามารถจับมาแมทช์กับไอเทมอื่นๆ ได้ง่ายๆ เลยใช่ไหมล่ะ

  • หลีกเลี่ยงลวดลายโด่ดเด่น

หากจะเลือกโทนสีเรียบๆ แต่เพิ่มลวดลายที่เด่นเกินไปก็คงจะหลุดธีมกันไปหน่อย กับแนว Old Money นั้นแน่นอนว่าการมีลวดลายบนเนื้อผ้าไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่ก็ต้องเป็นลวดลายที่มาจากการถักทอ หรือดีเทลของเนื้อผ้า มากกว่าลายที่มาจากการพิมพ์หรือปัก โดยลายที่เป็นที่นิยมที่สุดจะเป็นลายสก๊อต ลายก้างปลา หรือลายดอกเล็กๆ เพียงแต่เพื่อเพิ่มดีเทลให้กับเนื้อผ้าขึ้นมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

  • คุณภาพของเนื้อผ้า 

ถึงแม้ว่าเสื้อผ้าของเหล่าผู้ดีเก่านั้นจะไม่มีโลโก้แบรนด์ตัวโตๆ มาการันตีราคาความแพง แต่เนื้อผ้าที่เลือกใช้นั้นก็มีราคาโดยตัวของมันเองอยู่แล้วอย่างเช่นผ้าไหม ผ้าขนสัตว์ ผ้าลินิน ผ้าคอตตอนหรือผ้าแคชเมียร์ โดยเนื้อผ้าที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นเป็นวัสดุที่มาจากธรรมชาติ จึงทำให้นอกจากจะมีคุณภาพที่ดีแล้ว ยังทำให้ทุกการสวมใส่นั้นสบายและยังเป็นการกระซิบบอกผู้คนเป็นนัยๆ ว่าฉันน่ะเลือกใช้วัสดุชั้นดีและราคาก็สูงเลยทีเดียว หรือจะให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือรวยแบบไม่ตะโกนนั่นเอง

เป็นยังไงกันบ้างกับการแต่งตัวแนว Old Money ขนาดยังไม่ทันจะได้เห็นแบบเสื้อผ้าที่จะนำมาแมตช์ลุคยังขนลุกกับความรวยได้ขนาดนี้

8 ไอเทมสำหรับแต่งตัวสไตล์ Old Money

มาดูเสื้อผ้า เครื่องประดับและรองเท้ากันบ้างดีกว่า ไอเทมที่ขาดไม่ได้กับการแต่งตัวแนวนี้จะมีอะไรบ้าง แอดได้รวบรวมมาให้ทั้งหมดที่นี่

  1. เสื้อเชิ้ตหรือเสื้อคอปกสีพื้น

ไม่ว่าจะเลือกเป็นผ้าคอตตอนก็ได้ ผ้าลินินก็ดี ขอเพียงแค่โทนสียังคงความเรียบหรู ไม่มีดีเทลมากนัก หรือจะเลือกแบบสีพื้นไม่มีลวดลายไปเลยยิ่งดี ไม่ว่าจะสำหรับผู้หญิงหรือผู้ชายก็ควรเลือกที่พอดีกับตัว ต้องไม่ใหญ่หรือไม่รัดจนเกินไป 

  1. กางเกงขายาว

การแมตช์ชุดนั้นจะง่ายขึ้นมากหากคุณมีกางเกงขายาวทรงกระบอกใหญ่สุดคลาสสิค ที่ไม่ว่าจะผู้ชายหรือผู้หญิงใส่ก็ออกมาดูดีทั้งนั้น โดยสามารถจับคู่โทนสีได้ง่ายๆ อย่างเสื้อสีน้ำเงินเข้มตัดกับกางเกงสีขาว หรือจะมาเป็นสีเดียวกันทั้งท่อนบนท่อนล่างก็ดูดีไม่แพ้กัน

  1. กระโปรง

การเลือกกระโปรงสำหรับผู้หญิงนั้นง่ายมากๆ ไม่ว่าคุณจะเลือกใส่เป็น mini skirt กระโปรงผ้าซาติน กระโปรงทรงดินสอ หรือไม่ว่าจะเป็นทรงพลีทก็สามารถนำมาแมตช์เข้าได้กับทุกลุคนั้นเอง เพราะความเป็น Old Money นั้นจะเน้นไปที่โทนสี เนื้อผ้า และบุคคลิกที่ส่งให้ดูแพงนั่นเอง 

  1. สเว็ตเตอร์

ตัวเลือกที่น่าสนใจอีกหนึ่งที่จะช่วยให้ลุค Old Money ดูสมบูรณ์มากขึ้นคือการหยิบสเว็ตเตอร์สักตัว ไม่ว่าจะแมตช์เข้ากับกระโปรงหรือกางเกงก็ไปได้กับทุกลุค ควรเพิ่มกิมมิคด้วยสเว็ตเตอร์ที่มีลายทอเล็กน้อย แต่ยังมีโทนสีที่เรียบไม่โด่ดเด่น หรือหากอยากจะเพิ่มดีเทลให้เสื้อผ้าในวันที่ไม่ได้ใส่เครื่องประดับที่เด่นมาก อาจจะใช้สเว็ตเตอร์มาผูกไว้รอบคอ ให้ความมีคลาสแบบไม่ค่อยตั้งใจรวยสุดๆ 

  1. เสื้อเบลเซอร์

ไอเทมที่ไม่ว่าจะแต่งกับลุคไหนก็ออกมาดูดี ไม่ดูตั้งใจหรือเป็นทางการมากเกินไป ซึ่งไม่ว่าจะเลือกแมตช์กับสเว็ตเตอร์แขนกุดหรือกระโปรงตัวจิ๋วก็เข้ากันได้ดีมากๆ โทนสีที่นิยมที่สุดจะเป็นสีเบจและสีดำ

  1. เครื่องประดับ

การเลือกเครื่องประดับสำหรับเหล่า Old Money ส่วนมากนั้นจะนิยมเลือกที่เป็นสีทอง เงิน และมุก ซึ่งโดยส่วนมากจะไม่ใช่สร้อยเส้นที่ใหญ่หรือเห็นได้ชัดมากนัก แมตช์กับแหวน ต่างหูเล็กๆ ส่วนผู้ชายนั้นมักจะเลือกเป็นนาฬิกาสักเรือนก็อยู่แล้วล่ะ

  1. ไอเทมหนัง

ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าหนัง กระเป๋าหนัง สายนาฬิกาหนัง ก็สามารถเติมเต็มความเป็นผู้ดีเก่าได้เป็นอย่างดี อาจจะเลือกโทนสีน้ำตาลที่เข้มว่าสีเสื้อผ้าเล็กน้อยหรือไปทางสีดำก็ดี ขอกระซิบอีกอย่าง การเลือกเข็มขัดที่มีหัวเข็มขัดสีทองก็สามารถรับกับเครื่องประดับและเสื้อผ้าได้ดีทีเดียวเลยนะ สำหรับผู้หญิงถ้าอยากมีไอเทมหนังติดไว้สักชิ้นสองชิ้น ลองเลือกรองเท้าแตะหนังใส่ในลุคชิวๆ หรือจะเป็นกระเป๋าหนังสักใบ อาจจะมีลายเล็กน้อย หรือไม่มีเลยยิ่งดี ให้ความรู้สึกเรียบแต่โก้ตามโจทย์เลยล่ะ

  1. ผ้าไหมผืนเล็ก

ด้วยความที่เสื้อผ้าที่เรียบและมีดีเทลอันเล็กน้อยนั้น สิ่งที่จะช่วยทำให้ลุคนั้นดูเด่นมากขึ้นคือการเลือกผ้าไหมสำหรับนำมาพันคอ ซึ่งสามารถทำได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายเลยล่ะ หรือถ้าอยากได้ลุคหวานๆ สำหรับสาวๆ ก็สามารถนำมาใช้เป็นผ้าโพกผมแทนก็ได้นะ โดยการเลือกลายผ้าถึงแม้จะมีลวดลายหรือสีก็อย่าเลือกสีที่สดจนเกินไป อาจจะเลือกเป็นสีแดงเลือดหมูมาตัดกับโทนสีครีมแค่นี้ก็ฟินิชลุคได้ง่ายๆ แล้วล่ะ

เป็นยังไงกันบ้างกับเทรนด์การแต่งตัวแนว Old Money ไม่ยากเลยใช่ไหม ด้วยข้อดีของการเลือกโทนสีและไอเทมต่างๆ ที่จะนำมาแมตช์เข้ากับลุคนั้นสามารถแต่งออกมาให้ดูดีได้ง่ายๆ และการเลือกซื้อเสื้อผ้าโทนนี้ก็ยังสามารถเก็บไว้ใส่ได้อีกนานเลยล่ะ