Toyota มือสอง รถยอดนิยมในตลาดรุ่นไหนน่าใช้ และ ราคาคุ้มค่า ?

Toyota มือสอง รถยอดนิยมในตลาดรุ่นไหนน่าใช้ และ ราคาคุ้มค่า ?

Toyota มือสอง ได้เปรียบกว่าแบรนด์อื่นอย่างไร ทำไมถึงได้รับความนิยม พร้อมกับแนะนำรถ Toyota มือสอง รุ่นยอดนิยมในตลาดรถยนต์มือสอง

ในประเทศไทยคงไม่มีใครไม่รู้จักรถยนต์ยี่ห้อ Toyota จากบริษัท Toyota Motor Corporation ที่เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งอย่างที่เรารู้กันอยู่แล้วว่ารถยนต์ยี่ห้อ Toyota เป็นรถสัญชาติญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ในบ้านเรา

มากไปกว่านั้นไม่เพียงแต่เป็นที่นิยมในประเทศไทย แบรนด์ Toyota ยังโด่งดังไปทั่วทุกมุมโลก และ ถ้าอิงจากยอดจำนวนการผลิตรถยนต์จำนวนกว่าหลายร้อยล้านคันทำให้เรียกว่าเป็นบริษัทผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้

นอกจากเรื่องของภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ดูดีเชื่อถือได้แล้วนั้น สำหรับตลาดรถยนต์มือสองแล้วรถ Toyota มือสองยังมีจุดเด่นที่น่าสนใจและเหนือกว่าแบรนด์อื่นๆ ที่เป็นคุณสมบัติที่ดีสำหรับรถยนต์มือสอง

สำหรับใครที่กำลังหารถยนต์มือสองสักคัน รถแบรนด์ Toyota มือสองน่าจะตอบโจทย์ใครหลายคนได้ด้วยที่ Toyota เป็นรถตลาดทำให้มีรถหลากรุ่น หลายประเภทให้เลือก นอกจากความหลากหลายแล้วนั้นหลายคนอาจจะยังสงสัยว่าทำไม Toyota มือสอง ถึงได้รับความนิยมอันดับต้นๆ ซึ่งเราได้รวบรวมข้อมูลเรื่องคุณสมบัติเด่น และ รุ่นแนะนำที่น่าใช้ของรถ Toyota มือสองมาให้แบบครบจบในที่เดียว

ทำไมรถ Toyota มือสอง ถึงเป็นตัวเลือกที่น่าใช้ ?

แน่นอนอยู่แล้วว่าในการเลือกซื้อรถมือสองต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายๆ อย่างมากกว่าการตัดสินใจซื้อรถมือหนึ่งป้ายแดงเนื่องจากเป็นรถที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ซึ่งรถยนต์แต่ละแบรนด์ก็จะมีข้อดีและข้อด้อยแตกต่างกันออกไป ซึ่งเราจะมาดูกันว่ารถแบรนด์ Toyota มีดี หรือ จุดเด่นอะไร ทำไมถึงเป็นรถมือสองยี่ห้อน่าใช้ และ ได้รับความนิยมในหมู่มาก

ความทนทาน

รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้ามีความโด่งดัง และ ได้รับความเชื่อถือในเรื่องของความทนทานมาอย่างยาวนาน อย่างที่เราเห็นกันว่ารถรุ่น Toyota Altis มักจะถูกนำไปใช้เป็นรถ Taxi หรือ รถบริการส่วนบุคคล ซึ่งขึ้นชื่อว่ารถบริการต้องมีการใช้งานอย่างหนัก หรือ ยาวนานกว่ารถยนต์ส่วนบุคคลทำให้รถประเภทนี้ต้องมีความอึดทนเป็นพิเศษ ทำให้ผู้คนเชื่อถือ และ ไว้ใจใน Toyota มากไปกว่านั้นด้วยจุดเด่นด้านความทนทานทำให้รถโตโยต้ามือสองได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาดรถยนต์มือสอง

หาอะไหล่ง่าย

ในการเลือกซื้อรถมือสองมีอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือ อะไหล่ของรถรุ่นที่จะซื้อ เพื่อความสะดวกในการบำรุงรักษา และ ค่าอะไหล่ที่ย่อมเยา อย่างที่เรารู้กันในบ้านเราว่ารถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นมีค่าซ่อมบำรุง และ อะไหล่ที่ถูกกว่ารถยุโรป

เนื่องจากแบรนด์โตโยต้าเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลก และ มีโรงงานการผลิตกระจายทุกมุมโลกรวมถึงประเทศไทย ด้วยที่แบรนด์โตโยต้ามีความสากลในบ้านเราสูง ทำให้การหาอะไหล่ หรือ การซ่อมบำรุงเป็นเรื่องง่ายๆ ด้วยเหตุผลนี้ทำให้รถ Toyota มือสอง เป็นรถมือสองที่น่าใช้ไร้ปัญหาจุกจิก

เรียบง่าย

รถยนต์แบรนด์โตโยต้ามีการออกแบบที่เรียบง่ายไม่สลับซับซ้อนทั้งในเรื่องของกลไก, เครื่องยนต์ และ ฟังก์ชัน ทำให้ผู้ขับขี่เข้าใจ และ เข้าถึงการใช้งานของรถได้ง่าย มากไปกว่านั้นยังง่ายต่อการหาอู่ซ่อมบำรุงรักษารถ Toyota มือสองของคุณอีกด้วย เนื่องจากกลไก และ ระบบที่ไม่ซับซ้อนทำให้ช่างตามอู่ต่างๆ ในบ้านเรามีความชำนาญในรถยี่ห้อนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว

พัฒนาอยู่ตลอด

Toyota เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์ที่มีแนวคิดในบริษัทที่น่าสนใจ ด้วยหลักแนวคิด Kaizen มีความหมายว่า “เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า” Toyota ได้นำหลักแนวคิดนี้มาใช้ในการควบคุมสายการผลิต และ คุณภาพโดยการปลูกฝังแนวคิดให้พนักงานสามารถเสนอแนวคิด หรือ ไอเดียของตนเองได้ เนื่องจาก Toyota มีแนวคิดที่เชื่อว่าพนักงานคือคนที่รู้ข้อบกพร่องมากที่สุดเนื่องจากเป็นคนลงมือทำ ทำให้เห็นถึงความพร้อมที่จะปรับปรุง และ พัฒนาอยู่ตลอดเวลา

Toyota มือสองรุ่นยอดนิยมในตลาดรถมือสอง

รถโตโยต้า มือสองรุ่นยอดนิยม

Toyota Yaris

เป็นรถยนต์ขนาดเล็กในรถประเภท B-Segment และ Eco Car ที่มียอดขายเป็นอันดับต้นๆ ในบ้านเรา Toyota Yaris เริ่มผลิตและวางจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อปี 2006 ถือว่าเป็นรถขนาดเล็กรุ่นแรกๆ ที่มีรูปแบบตัวถังแบบ Hatchback 5 ประตู

Toyota Yaris มีจุดเด่นตรงที่ขนาดเล็กขับขี่คล่องแคล่ว ดีไซน์สปอร์ต ประหยัดน้ำมัน และ ที่สำคัญราคาจับต้องได้โดยเฉพาะราคารถมือสองเหมาะสำหรับเป็นรถส่วนตัวคันแรกที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ได้ค่อนข้างครบครันไม่ว่าจะใช้เป็นรถบ้านน่ารักๆ หรือ จะแต่งซิ่งเพื่อความเร้าใจ Toyota Yaris ทำได้หมดทำให้ Toyota Yaris เป็นน้องเล็กสุดที่น่าสนใจในกลุ่มรถโตโยต้ามือสอง

โดยโฉมที่ได้รับความนิยมจะเป็น Toyota Yaris เจเนอเรชันที่ 2 และ 3 

Toyota Yaris 2nd Generation

  • เริ่มผลิตและจำหน่ายตั้งแต่ปี 2005 – 2013
  • รหัสรุ่น XP90
  • เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NZ-FE VVT-i 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว
  • แรงม้าสูงสุด 109 แรงม้า
  • แรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตร
  • ราคามือสองเริ่มต้นที่หนึ่งแสนต้นๆ จนไปถึงสองแสนกว่าๆ อิงตามปีและสภาพของรถ

Toyota Yaris 3rd Generation

สำหรับโฉมนี้ทาง Toyota ได้ตัดสินที่จะนำ Toyota Yaris ไปตีตลาด B-Segment Eco car Hatchback เนื่องจากกระแสรถประหยัดพลังงานกำลังเป็นที่นิยมทำให้ทางโตโยต้าได้ลดขนาดเครื่องยนต์ของ Toyota Yaris ให้เล็กลง

เจเนอเรชันนี้เหมาะสำหรับสายประหยัดด้วยที่เครื่องยนต์เล็กลงแต่ประหยัดน้ำมันมากขึ้น และ ยังได้เทคโนโลยี หรือ ฟังก์ชันในรถที่ทันสมัยขึ้น

  • เริ่มผลิตและจำหน่ายตั้งแต่ปี 2013
  • รหัสรุ่น XP150
  • เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร รหัส 3NR-FE 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว
  • แรงม้าสูงสุด 86 แรงม้า
  • แรงบิดสูงสุด 108 นิวตัน-เมตร
  • ราคามือสองเริ่มต้นสองแสนปลายประมาณ 299,000 บาท

Toyota Corolla Altis

เป็นรถยอดนิยมอีกหนึ่งระดับตำนานกว่า 12 เจเนอเรชันที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามในตลาดบ้านเราอย่างมาก Toyota Altis เป็นรถรูปแบบตัวถัง sedan 4 ประตู ขนาดกลางประเภท C-Segment ซึ่งรถไซส์นี้เป็นประเภทรถที่ผู้คนต่างให้ความสนใจกันมากอยู่แล้ว เนื่องจากรถประเภท C-Segment มีความครบครัน และ ลงตัวทั้งในเรื่องของความอเนกประสงค์ คุณภาพ และ ราคา ทำให้รถประเภทนี้สามารถเป็นได้ทั้งรถคันแรก หรือ จะเป็นตัวจบสำหรับคุณก็ได้

โดยรุ่นยอดนิยมของ Toyota Altis ในตลาดรถมือสองได้แก่

Toyota Altis 10th generation

  • เริ่มผลิตและจำหน่ายตั้งแต่ปี 2008
  • เครื่องยนต์มีให้เลือกหลายขนาดตั้งแต่ 1.6, 1.8, 2.0 และ 2.4 ลิตร
  • เพิ่มระบบเกียร์อัจฉริยะ CVT 7 สปีด
  • ราคามือสองเริ่มต้นที่หนึ่งแสนกว่าบาท

Toyota Camry

Toyota Camry ACV40

อัปขนาดของตัวรถขึ้นมาอีกระดับกับรถ Toyota Camry ที่เป็นรถ sedan 4 ประตู ขนาดใหญ่ประเภท D-Segment มีตัวถังที่กว้างขวางเรียกได้ว่าเป็นรถเก๋งระดับตัวท็อปที่มีความพรีเมียมทั้งในเรื่องของสมรรถนะ และ ฟังก์ชันต่างๆ เหมาะสำหรับเป็นรถเก๋งครอบครัวเดินทางสะดวกสบายมีความหรูหรา หรือ จะใช้เป็นรถระดับผู้บริหาร รถประจำตำแหน่ง ก็เหมาะอย่างมาก

แน่นอนอยู่แล้วเมื่อมีฟังก์ชัน และ ขนาดที่ใหญ่ระดับพรีเมียมทำให้รถประเภท D-Segment มีราคามือหนึ่งป้ายแดงที่ค่อนข้างสูง ซึ่งหลายคนเลือกที่จะจับ Camry ในราคารถมือสองทำให้รถรุ่นนี้เป็นที่ได้รับความนิยมในตลาดรถ Toyota มือสอง

สำหรับรถในตระกูล Camry โฉมที่ได้รับความนิยม และ ขายดีในตลาดรถมือสองคงหนีไม่พ้น Toyota Camry ACV40

  • เริ่มผลิตและจำหน่ายตั้งแต่ปี 2006 – 2013
  • เครื่องยนต์ 3 ขนาด 2.0 ลิตร (147 แรงม้า), 2.4 ลิตร (167 แรงม้า) และ 3.5 ลิตร (272 แรงม้า)
  • อัตโนมัติ 4 สปีด และ 5 สปีด (เกียร์ธรรมดาไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย)
  • ราคามือสองเริ่มต้นที่สองแสนต้นจนไปถึงสามแสน

รวม Toyota Camry มือสองยอดนิยม คลิก

Toyota Fortuner

มาถึงพี่ใหญ่สุด Toyota Fortuner ที่เริ่มผลิตครั้งแรกในประเทศไทยปี 2004 ภายใต้โครงการ IMV (Innovative International Multi-Purpose Vehicle) เป็นเรือธงตัวสำคัญของโตโยต้าในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ SUV หรือ PPV ที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดีด้วยประสิทธิภาพและความอเนกประสงค์ของรถรุ่นนี้ที่ตอบโจทย์ได้ทั้งสายลุย และ สายครอบครัว ทำให้เป็นรถอีกหนึ่งรุ่นในหมวด โตโยต้า มือสองเนื่องจากรุ่นนี้มีราคาเปิดตัวป้ายแดงที่ค่อนข้างสูงทำให้หลายคนมักจะมาจับรถ ฟอร์จูนเนอร์ มือสอง เพื่อราคาที่ถูกกว่าทำให้จับต้องได้ง่ายกว่าเช่นเดียวกับ Camry

โดนรุ่นที่ขายดียอดนิยมคือ Toyota Fortuner 1st generation

  • เริ่มผลิตและจำหน่ายตั้งแต่ปี 2004 – 2015
  • เครื่องยนต์ขนาด 2.7 ลิตร
  • มีทั้งขับเคลื่อนสองล้อ (4×2) และ ขับเคลื่อนสี่ล้อ (4×4)
  • ราคามือสองเริ่มต้นที่สองแสนกว่าจนถึงห้าแสนต้นขึ้นอยู่กับสภาพและออปชันของรถ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Toyota Fortuner มือสอง คลิก

สรุป

โตโยต้าเป็นแบรนด์รถที่มีความน่าเชื่อถือ และ ซื้อใจคนไทยมาได้ตลอดด้วย Brand Value ของเขาที่โดดเด่นในเรื่องของความสะดวกสบายในการหาอะไหล่ หรือ อู่ซ่อมบำรุงเพราะช่างยนต์ในบ้านเรามีความชำนาญด้านรถยี่ห้อนี้แทบทั้งหมดด้วยความที่โตโยต้าเป็นรถตลาดอันดับต้นๆ และ การออกแบบหรือกลไกที่ไม่ซับซ้อนทำให้หลายคนสนใจหรือเลือกที่จะซื้อรถ Toyota มือสอง ด้วยเหตุผลในเรื่องคุณภาพของรถ ความสะดวกสบายในการบำรุงรักษา และ ราคามือสองที่จับต้องได้

สำหรับใครที่กำลังหารถ โตโยต้า มือสอง หรือ รถยี่ห้ออื่นๆ ลองเข้ามาดูได้ที่ Kaidee Auto ที่เป็นตลาดกลางรวมรถมือสองหลากหลายรุ่นหลายยี่ห้อเข้าไว้ด้วยกันในที่เดียวบนโลกออนไลน์

จริงหรือไม่? กระชายขาวต้านโควิดได้ หาคำตอบทางการแพทย์ ได้ที่นี่!

จริงหรือไม่? กระชายขาวต้านโควิดได้ หาคำตอบทางการแพทย์ ได้ที่นี่!

  • “กระชายขาว” มีสารแพนดูราทินเอ (Panduratin A) และพิโนสโตรบิน (Pinostrobin) ที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัส COVID-19 ได้
  • ผลการทดลองดังกล่าวนี้ ยังอยู่ในขั้น “หลอดทดลอง” เท่านั้น ยังไม่ได้ทดลองกับคน
  • ปัจจุบันราคากระชายขาวพุ่งสูงมาก เดิมกิโลกรัมละ 30-50 บาท ตอนนี้ราคากิโลกรัมละ 150-200 บาท
  • กินกระชายขาวแต่พอดี อย่ากินต่อเนื่องเกิน 7 วัน

กระชายขาว

ฉีกปฏิทินเปลี่ยนเดือนมาเรื่อยๆ พอถึงปลายปี 2021 ตามธรรมเนียมของทุกๆ ปี ย่อมมีการ “จัดอันดับ” เทรนด์ไหนมาแรง อะไรเป็นกระแสแห่งปีทั้งที่น่าจดจำและไม่น่าจดจำ ทุกเรื่องราวจะถูกมัดรวมสรุปไว้เป็นบทเรียนเตือนใจทุกท้ายปี

ปี 2021 นี้ เราขอเกร็งชอยส์ด้วยความมั่นใจว่าต้องมีชื่อ “กระชายขาว ติดโผแบบเข้ามาอย่างแน่นอน

หลักฐานความมาแรงแซงใคร เห็นได้จาก “อาหาร” ที่อยู่รอบตัวคุณ

สังเกตไหมคะ ขณะที่เราใช้นิ้วไถไปเรื่อยๆ ในหน้าฟีดโซเชียล ต้องเจอสักหนึ่งโพสต์ว่าด้วยเรื่อง “กระชายขาว” ไม่ขายกระชายสด ก็แนะนำเมนูอาหารต่างๆ ที่มีส่วนผสมของกระชายขาว ไม่ว่าจะเป็น น้ำกระชายใบเตยน้ำผึ้ง น้ำกระชายน้ำผึ้งมะนาว แกงป่า ผัดฉ่า ไปจนถึงผัดกะเพราใส่กระชายขาว

กระแส “กระชายขาว” มาแรงต้านโควิดได้

พลังของ “กระชายขาว” ในช่วงนี้ เรียกได้ว่าตีคู่มาแรงไม่แพ้ต้นไม้ใบด่าง ที่จู่ๆ ก็กลายเป็นพืชสมุนไพรที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ ยืนยันด้วยราคากระชายสดที่อัปจากของเดิมไปหลายเท่าตัว จากกิโลกรัมละ 30 บาท กลายเป็น 200 บาททันตาเห็น เพียงเพราะมีสรรพคุณสุดเจ๋ง “ยับยั้งเชื้อไวรัส COVID-19”

กระชายขาว โควิด

เพียงหนึ่งประโยคสั้นๆ ที่บอกเล่าถึงสรรพคุณสมุนไพรตัวนี้ ได้ต่อเติมความหวังใหัหัวใจคนไทยอีกหลายล้านคน ส่งผลให้กระชายขาวเป็นหนึ่งในเทรนด์ฮิตมาแรง ที่ใครๆ ก็อยากซื้อมาปลูกหรือมากินให้สบายใจ เสริมภูมิคุ้มกันให้แน่นเอาไว้ก่อน

…ในวันที่วัคซีนบ้านเรา (บางส่วน) ยังอยู่ในสถานะ “รอการจัดสรร”

กระชายขาวกับงานวิจัยทางการแพทย์

สรรพคุณของกระชายขาวข้างต้นนั้น เราอ้างอิงจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล* ที่ศึกษาค้นคว้าจนพบว่า สารสกัดที่ในกระชายขาว ได้แก่ แพนดูราทินเอ (Panduratin A) และพิโนสโตรบิน (Pinostrobin) มีฤทธิ์ยับยั้งจำนวนเซลล์ที่ติดเชื้อจาก 100% ได้ถึง 0% นอกจากนี้ยังสามารถยับยั้งเซลล์ในการผลิตไวรัสได้ถึง 100% อีกด้วย

ว่าง่ายๆ แบบฟังแล้วร้องอ๋อทันทีในภาษาชาวบ้านคือ

“กระชายขาวมีสรรพคุณสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัส COVID-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพถึง 100% ”

กระชายขาว สรรพคุณ

อย่างไรก็ดีนักวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล คาดการณ์ว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปี ในการวิจัยและพัฒนาให้สำเร็จ ขณะนี้งานวิจัยกระชายขาวเป็นเพียงการ “ทดลองในหลอดแก้ว” กำลังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาวิจัยในสัตว์ทดลอง และมนุษย์ตามลำดับ โดยต้องคำนึงความปลอดภัยมากขึ้น หากในอนาคตต้องนำมาใช้กับผู้ป่วยจริงๆ

แม้สรรพคุณของกระชายขาวจะออกมาดีดูมีความหวัง ดุจน้ำทิพย์ชะโลมใจคนไทยในยามนี้ แต่อย่างที่บอกไปว่า ผลงานวิจัยครั้งนี้เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น

ยังไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจได้ว่า “ใช้ได้ผลจริง”
เนื่องจากยังเป็นการทดสอบในระดับห้องปฏิบัติการเท่านั้น

ฉะนั้นควรบริโภคกระชายขาวอย่างมีสติ เป็นไปอย่างพอดี

กินกระชายขาวอย่างไรให้ปลอดภัย

ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว แต่ยังรู้สึกมีความหวัง อยากกินกระชายขาวเพื่อความสบายใจอยู่ดี แนะนำว่าให้กินในรูปแบบของสารสกัด เพื่อที่จะได้คุมปริมาณได้แน่นอนจะดีกว่า อย่างน้อยจะได้รู้ว่าเรากินไปมากน้อยเท่าไร ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นโอเวอร์โดสได้ง่ายๆ

ที่สำคัญทางมหาวิทยาลัยมหิดล และศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ TCELS ออกมาชี้แจงเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันทางสถาบันไม่มีการผลิตยาใดๆ ออกสู่ตลาดทั้งสิ้น หากพบเห็นยาแคปซูลอื่นๆ ที่อ้างว่ามีสารสกัดจากกระชายขาวที่ช่วยป้องกันโควิด-19 ขอยืนยันว่าไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ของทางมหาวิทยาลัยแต่อย่างใด

กระชายขาว แคปซูล

ปัจจุบันยังไม่มียาหรืออาหารเสริมตัวใดที่ได้รับการรับรองว่าสามารถป้องกันโควิด-19 ได้ การป้องกันตัวที่ดีที่สุดในยุคนี้ ยังคงเป็นวิธีซ้ำที่เราทำกันบ่อยๆ อย่างการล้างมือ อยู่ห่างจากคนอื่น สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ออกกำลังกายเป็นประจำ และพักผ่อนให้เพียงพอ

เข้าใจว่าผู้บริโภคอย่างเราต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวัง แต่อย่าลืมว่าเราต้องดำเนินชีวิตควบคู่ไปกับการมีสติด้วยเช่นกัน

สรรพคุณกระชายขาวและข้อห้าม! ที่ไม่ควรมองข้าม

กระชายขาวเป็นพืชสมุนไพรที่โด่งดังในไทยมาแต่ไหนแต่ไร ด้วยสรรพคุณต่างๆ ที่มีให้เห็นเด่นชัดยืนยันด้วยงานวิจัยทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นการลดไขมันในเลือด แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ดี ฯลฯ แล้วคุณจะรู้ว่า สมุนไพรไทยมีดีกว่าที่คิด! รวมถึงข้อห้ามต่างๆ ที่คนคิดจะเข้าวงการกระชายขาวต้องรู้

สรรพคุณครอบจักรวาลของ “กระชายขาว”

  1. ผลวิจัยในหลอดทดลอง กระชายขาวประกอบด้วยสารแพนดูราทินเอ และพิโนสโตรบินที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสโควิด–19 ได้
  2. กระชายขาวช่วยต้านอาการหวัด เเก้วิงเวียนศรีษะ เเละลดไขมันในเลือดได้
  3. สารสกัดจากกระชายขาวช่วยต้านอนุมูลอิสระ เเละกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดได้ดี
  4. สารสกัดจากกระชายขาว เพิ่มสมรรถนะทางเพศชาย
  5. สารสกัดกระชายขาวมีฤทธิ์ในการต่อต้านเจริญเติบโตของแบคทีเรียในสำไส้ หนึ่งในสาเหตุของโรคกระเพาะอาหาร เเละลดกาอักเสบของกระเพาะอาหารได้อีกด้วย
  6. กระชายขาวช่วยลดอาการเหงือกอักเสบ หรือมีเเผลในช่องปาก
  7. กระชายขาวช่วยขับสารพิษออกจากตับได้
  8. เเก้อาการท้องร่วง ท้องเสีย
  9. แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ
  10. กระชายขาวมีสรรพคุณบำรุงหัวใจ

น้ำกระชายขาว

กระชายขาวกับข้อห้าม! ที่ต้องรู้

  1. ไม่แนะนำในเด็ก สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร
  2. ผู้ที่ตับอักเสบมากควรปรึกษาแพทย์ เพราะกระชายขาวมีค่าการทำงานของตับ เอนไซม์ SGOT SGPT มากกว่า 40 IU
  3. หลีกเลี่ยงในผู้ที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือเกล็ดเลือด และผู้ที่มีโรคเกล็ดเลือดต่ำ
  4. หากทานคู่กับฟ้าทะลายโจร ต้องคำนวณปริมาณให้เหมาะสม
  5. ไม่ควรทานติดต่อกันเกิด 7 วัน
  6. ระวังการทานกระชายขาวในประมาณที่มากเกินไป จะทำให้มีฤทธิ์ร้อนในร่างกายมาก อาจเกิดอาการใจสั่นได้

“กระชายขาว” สมุนไพรทางเลือกสุดมาแรง

ตอนนี้ “กระชายขาว” เป็นหนึ่งในพืชทางเลือกที่สดใสสำหรับหลายๆ คน ปลูกตอนนี้ทำกำไรได้ดีได้แน่นอน สังเกตได้จากราคากระชายสดที่ขายๆ กัน พุ่งแรงกว่าเดิมไปหลายเท่าตัว นับวันมีแต่ทำราคาได้ดีกว่าเดิม ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นไปตามกฏอุปสงค์อุปทานตามความต้องการของตลาดนั่นเอง

เชื่อว่ากระแสของกระชายขาวจะยังคงอยู่และได้รับความนิยมในไทยไปอีกสักพัก เวลานี้ถือเป็นโอกาสทองทีเดียว ใครที่อยากหาต้นไม้มาปลูกสร้างรายได้เล็กๆ น้อยๆ ในช่วงนี้ กระชายขาวเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย และแน่นอนว่า ทางเลือกดีๆ แบบนี้ Kaidee มีให้คุณเสมอ

ข้อมูลอ้างอิง

https://med.mahidol.ac.th/atrama/issue041/healthy-eating

http://www.bangkok.go.th/upload/user/00000060/health%20and%20drug/288/288.pdf

โรงพยาบาลเวชธานี : เช็กให้ชัวร์ กระชายขาวช่วยต้าน COVID-19 ได้จริงหรือ?

อันตรายจากบ้านทรุดจน ผนังร้าว

อันตรายจากบ้านทรุดจน ผนังร้าว

ผนังร้าว นับเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นกับบ้านที่มีอายุนานนับหลายปี ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่าง ๆ มากมาย เช่น การรั่วซึมของน้ำ ปัญหาโครงสร้างบ้าน หรือแม้แต่ความสวยงามของที่อยู่อาศัย ซึ่งทุกคนรู้ไหมว่า จริง ๆ แล้วผนังร้าวแต่ละแบบก็มีอันตรายและสาเหตุที่แตกต่างกัน ซึ่งวันนี้เราจะมาเล่าถึง สาเหตุ ความแตกต่างเหล่านี้ และสิ่งที่ต้องทำเมื่อเจอผนังร้าว

สาเหตุของปัญหา ผนังร้าว

ปัญหาผนังร้าวสามารถเกิดขึ้นได้จากสาเหตุที่แตกต่างกัน ตั้งแต่สาเหตุเล็กน้อยไปจนถึงสาเหตุใหญ่ที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญมาแก้ไข ดังนี้

เกิดจากดินทรุดตัว และทำให้เกิดเป็นโพรงใต้บ้าน จนคานไม่สามารถรับน้ำหนักบ้านได้อีกต่อไป โดยอาจเริ่มจากรอยเล็ก ๆ บริเวณผนัง และแตกร้าวเพิ่ม

เกิดจากการคำนวณที่ผิดพลาด ของเสาเข็ม ฐานราก หรือคานจนเกิดความตึงและแตกร้าวได้ โดยการแก้ไขปัญหานี้ก็จำเป็นที่จะต้องใช้วิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญ

เกิดจากรากไม้ ที่ชอนไชเข้ามาภายใต้บ้านจนส่งผลกระทบต่อโครงสร้าง หรือแย่งน้ำในดินได้

เกิดจากอุณหภูมิที่ร้อนเกิน จากการที่ปูนถูกผสมกันอย่างผิดสัดส่วน เช่น การผสมน้ำที่น้อยเกินไป ส่งผลให้เมื่อปูนแห้งก็จะกักเก็บความร้อนไว้ภายในและแตกออกมาในที่สุด

เกิดจากความเสียหายจากน้ำ เช่น ท่อน้ำตันหรือรั่ว และซึมเข้าสู่กำแพง จนทำให้โครงสร้างภายในบวมหรือเปราะบาง และร้าว

ผนังร้าว หลังคา

ผนังร้าว แบบไหนที่ควรแก้ไขโดยด่วน !

หลังจากที่ได้รู้สาเหตุของการเกิดผนังร้าวแล้ว เราก็จะมาพูดถึงประเภทของผนังร้าวแต่ละแบบว่ามีสาเหตุ ลักษณะ รวมถึงวิธีการแก้ไขและซ่อมแซมจุดเกิดเหตุที่เหมาะสม ว่าจะเป็นอย่างไร 

ผนังร้าวแตกลายงา

ผนังร้าวแตกลายงา เป็นรอยผนังร้าวที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด มีลักษณะการแตกร้าวเป็นเส้นเล็ก ๆ แตกลายงา โดยสาเหตุหลักของผนังร้าวแบบนี้มาจากการผสมปูนที่ผิดสัดส่วน หรือไม่ได้มีการบ่มน้ำก่อนฉาบปูน (ซึ่งต้องใช้เวลามากถึง 7 วัน) ซึ่งรอยประเภทนี้จะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างภายในบ้าน แต่ก่อให้เกิดความไม่สวยงาม น้ำซึม ผนังบวม สีกร่อน หรือเชื้อราได้

ส่วนการแก้ไขปัญหาผนังร้าวแบบนี้ เราสามารถซ่อมแซมได้ง่าย ๆ ด้วยการทำความสะอาดพื้นผิว รอให้แห้ง ใช้อะคริลิกมาอุด ทิ้งไว้อีก 2 ชั่วโมง ขัดกระดาษทราย แล้วทาสีทับอีกรอบ

ผนังร้าวแนวทแยง

ผนังร้าวแนวทแยง เป็นรูปแบบผนังร้าวที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะอาจเกิดจากปัญหารากฐานของตัวบ้านอย่าง เสาที่ทรุดตัว การต่อเติมบ้านอย่างผิดวิธี หรือเสาเข็มเคลื่อนตัว จนส่งผลให้คานไม่สามารถรับน้ำหนักได้เหมือนเดิม

ซึ่งถ้าหากพบรอยร้าวประเภทนี้ก็ต้องมีการจดบันทึกถึงความกว้างและยาวของรอยร้าวนั้นว่ามีการเพิ่มขึ้นหรือไม่ และต้องทำการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญโดยเร็ว

ผนังร้าวตามขอบมุมวงกบ

ผนังร้าวตามขอบมุมวงกบ ที่อยู่ใกล้กับขอบประตูหรือหน้าต่าง ซึ่งอาจต้องมีการแก้ไขด้วยตัวเองหรือต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญมาซ่อมแซม และเราสามารถแบ่งเป็น 2 ลักษณะย่อย ๆ ได้แก่

รอยที่ไม่ได้ไปในทางทิศเดียวกัน ไม่ได้มีความรุนแรงมากนัก เกิดจากสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิสูงหรือต่ำกว่าปกติ จนเกิดการขยายหรือหดตัวโครงสร้างภายใน สามารถซ่อมแซมเองได้โดยใช้ยาแนวรอยต่อมาอุด

รอยที่ไปในทางทิศเดียวกัน ในลักษณะแนวเฉียง จะมีความอันตรายมากกว่า เพราะส่วนใหญ่มักเกิดจากปัญหาภายในโครงสร้างอาคารบ้านเรือนที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการแก้ไข ด้วยการรื้อประตูและหน้าต่างออกเพื่อติดตั้งอย่างถูกต้อง

ผนังร้าว หน้าต่าง

ผนังร้าวกลางคาน

ผนังร้าวกลางคาน ในลักษณะดิ่งลงมาจากคานสู่กลางผนัง เกิดจากปัญหาด้านโครงสร้างบริเวณคาน ที่ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ อาจมีสาเหตุจากการคำนวณที่ผิดพลาด พบเห็นได้บ่อยที่ชั้นล่างสุด หรือชั้นดาดฟ้าที่มีการติดตั้งแทงก์น้ำ ซึ่งผนังร้าวแบบนี้ก็จะมีความอันตรายสูง ควรย้ายสิ่งของที่มีน้ำหนักออกมาเพื่อแก้ปัญหาในเบื้องต้น และเรียกผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบทันที

ผนังร้าวบริเวณหัวเสา

ผนังร้าวบริเวณหัวเสา ที่อาจเป็นแนวไปจนถึงบริเวณคาน มีสาเหตุหลักมาจากน้ำหนักที่มากจนคานไม่สามารถรับไหว ทำให้ตัวคานและเสาแยกออกจากกัน โดยมักจะเกิดกับปลายทั้งสองด้านของคาน และรอยร้าวประเภทนี้มีความอันตรายสูงมาก จำเป็นที่ต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อแก้ไข มิเช่นนั้นอาจทำให้อาคารถล่มลงมาได้

รอยร้าวบนพื้น

รอยร้าวบนพื้น มีลักษณะที่แตกต่างกันตามสาเหตุของรอย โดยมักจะเห็นได้ 2 แบบ คือ

รอยร้าวเข้าหาเสาทั้งสี่ มีสาเหตุจากการวางของหนักเกินไปจนทำให้พื้นแอ่นตัว

รอยร้าวเส้นตรง เกิดจากการยืดและหดตัวของคอนกรีตที่แปรผันตามสภาพภูมิอากาศ ซึ่งหากเป็นรอยที่มีความลึกก็ต้องระวังในเรื่องของการรั่วซึม จนอาจเกิดสนิมและแตกร้าวได้

รอยร้าวบนเพดาน

รอยร้าวบนเพดาน มักเกิดจากการที่เพดานของคุณไม่มีคานรองรับน้ำหนัก ซึ่งสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ คือ รอยร้าวที่เข้าหาเสาทั้งสี่จะมีเพดานเป็นเหล็กเสริม ส่วนรอยร้าวเส้นตรงจะมีเหล็กเสริมด้านใดด้านหนึ่ง โดยการแก้ไข้เบื้องต้นเมื่อเห็นรอยร้าวนี้ ก็ต้องรีบย้ายสิ่งของที่มีน้ำหนักมาก (ด้านบนของรอยร้าว) ออก และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

เคล็ดลับการดูแลและป้องกัน ผนังร้าว

ถ้าหากคุณไม่อยากให้มีรอยร้าวมากมายภายในบ้านอันแสนอบอุ่น ก็ต้องเริ่มต้องที่เลือกช่างที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ และทำงานอย่างละเอียด และไม่ปลูกต้นไม้ใหญ่เยอะจนเกินไปเพื่อป้องกันการดูดน้ำออกจากดิน แต่ถ้าหากคุณทำทั้งสองอย่างนี้แล้ว ก็ยังพบรอย ผนังร้าว อยู่อีก ให้รีบวิเคราะห์และเรียกผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบและแก้ไขก่อนที่จะสายเกินแก้ เพราะบ้านเป็นสมบัติล้ำค่า ที่ให้ความสุขกับเรานั่นเอง

และถ้าคุณอยากมีบ้านสวย ๆ สักหลัง Kaidee Property ก็พร้อมช่วยเหลือคุณ

อ่านบทความ อสังหาริมทรัพย์ อื่น ๆ

รถมือสอง ขอนแก่น อยู่ต่างจังหวัดแบบนี้ซื้อยังไง!!

รถมือสอง ขอนแก่น อยู่ต่างจังหวัดแบบนี้ซื้อยังไง!!

ปกติแล้วเราก็มักจะเห็นแหล่งซื้อ-ขายรถยนต์มือสองดัง ๆ หรือแหล่งที่ขายเยอะ ๆ ก็มักจะอยู่แค่บริเวณกรุงเทพและปริมณฑลเป็นเสียส่วนใหญ่ แล้วถ้าหากต้องการซื้อรถมือสอง ขอนแก่นล่ะ จะต้องทำอย่างไรกัน!! แค่พูดก็ดูมือแปดด้านแล้วใช่ไหมล่ะ แต่แท้ที่จริงแล้วไม่ได้ยากขนาดนั้น วันนี้ Kaidee Auto มีแหล่งลับ ที่จะทำให้แม้แต่อยู่ต่างจังหวัดก็สามารถหาซื้อรถยนต์มือสองได้ง่าย ๆ

เคล็ดลับซื้อรถมือสอง ขอนแก่น

ต้องบอกเลยว่าเทคนิคนี้ไม่ได้ใช้ได้เฉพาะฝั่งผู้ซื้อที่อยู่ขอนแก่นได้อย่างเดียว แต่เรามีทางด้านของฝั่งผู้ขายมาให้ด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางในการขายได้มากยิ่งขึ้น

ผู้ซื้อ

หากกำลังมองหาซื้อรถยนต์มือสองสักคัน คุณภาพดี ๆ ที่คุ้มค่ากับราคา แต่ว่าไม่รู้จะซื้อได้ที่ไหน เพราะจังหวัดขอนแก่นก็ไม่ได้มีแหล่งขายที่เยอะขนาดนั้น แต่จริง ๆ แล้วมันมีช่องทางที่คุณอาจจะยังไม่รู้อยู่ก็ได้ จะมีช่องทางไหนบ้างไปดูกันเลย

1. เต็นท์ที่มีอยู่ในจังหวัดขอนแก่น

ง่ายที่สุดและเบสิคที่สุดหากจะมองหารถยนต์มือสองสักคันก็คงหนีไม่พ้นกับ “เต็นท์รถมือสอง” ซึ่งเดี๋ยวเรามาแนะนำให้กันสัก 3 เต็นท์ที่ได้รับความนิยม

หจก.สมควรมอเตอร์รถมือสอง ขอนแก่น

แหล่งรวมรถยนต์มือสองมากมายทั้งรถเก๋ง รถกระบะ รถตู้ ซึ่งเต็นท์นี้อยู่ในวงการนี้มาอย่างยาวนาน ได้รับความไว้วางใจและน่าเชื่อถือจากชาวขอนแก่นเป็นอย่างมาก เป็นหนึ่งแหล่งที่น่าสนใจ หากกำลังมองหารถยนต์สักคัน

  • Facebook Fanpage : หจก.สมควรมอเตอร์รถมือสอง ขอนแก่น
  • โทร. : คุณเมธา 099-085-1135 
  • Map : https://goo.gl/maps/isNJYLtSgptCHTNy7

ซูโม่ คาร์เซนเตอร์

หารถดี รถสวยต้องที่นี่ เพราะเค้าคัดสรรมาให้เป็นอย่างดี ในราคามิตรภาพ มีบริการครบทั้งจัดไฟแนนซ์ รีไฟแนนซ์ ปิดบัญชี รวมไปถึงรับซื้อ แลก เปลี่ยน ในราคายุติธรรม

  • Facebook Fanpage : ZUMO รถบ้าน รถมือสอง ขอนแก่น
  • โทร. : แจ็ค 085-4551661
  • Map : https://goo.gl/maps/goaHgyB2adwRgEjDA

สามเหลี่ยมออโต้ ขอนแก่น

อีกหนึ่งเจ้าใหญ่ที่อยู่ในวงการรถยนต์มือสองของจังหวัดขอนแก่น ที่มีรถยนต์ยอดนิยมหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายรุ่นไม่ว่าจะเป็น Toyota Nissan Hondaและอื่น ๆ มีให้เลือกครบ มาพร้อมกับโปรโมชันดี ๆ ที่ทางเต็นท์มีให้

  • Facebook Fanpage : สามเหลี่ยมออโต้ ขอนแก่น
  • โทร. : คุณป๊อบ (หัวหน้าฝ่ายขาย) 097-939-3944  
  • Map : https://goo.gl/maps/CndCzE9JUkGAGTjz7

2. กลุ่มต่าง ๆ ใน Facebook

แน่นอนว่ากลุ่มของรถยนต์มือสองเป็น Community ที่ค่อนข้างใหญ่และมีทุกจังหวัด การที่จะหาซื้อจึงไม่ใช่เรื่องที่ยากอีกต่อไป ด้วยเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เข้าถึง รวมไปถึงแหล่งโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ก็เช่นเดียวกัน เพียงแค่เข้า Facebook แล้วพิมพ์ค้นหา “รถมือสอง ขอนแก่น” ก็มีกลุ่มให้เลือกมากมาย และมีผู้ขายมากหน้าหลายตา พร้อมที่จะนำรถยนต์มือสองมาเสนอให้คุณ

ข้อควรระวัง : เนื่องจากการซื้อรถเป็นเรื่องใหญ่ การเลือกซื้อผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียนั้นมีความเสี่ยง ควรศึกษาและนัดเจอเพื่อดูรถก่อนการตัดสินใจซื้อ

3. Kaidee Auto

ถ้าหากคุณเป็นหนึ่งคนที่กลัวการซื้อ-ขายผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียแล้วล่ะก็ ต้องมาช่องทางนี้เลย Kaidee Application หรือทางเว็บไซต์ Kaidee ที่สามารถกำหนดตัวเลือกในเรื่องของจังหวัดที่ต้องการดูรถได้อีกด้วย เดี๋ยวจะมาสอนวิธีการเลือกซื้อว่าต้องทำอย่างไรถึงจะกำหนดขอบเขตในการซื้อรถได้

ขั้นตอนการหาซื้อ

  • เข้าเว็บไซต์ Kaidee

  • กดเลือก Kaidee Auto

  • กดเลือก ยี่ห้อ รุ่น และเลือกจังหวัด “ขอนแก่น”

  • กดค้นหารถของคุณ

เท่านี้รถยนต์มากมายที่อยู่ในจังหวัดขอนแก่นก็จะขึ้นมาให้เลือกมากมาย คุณสามารถเลือกซื้อได้ทันทีเพียงอ่านข้อมูลรายละเอียดให้ครบถ้วน ตรวจสอบราคาและติดต่อผู้ขายได้ทันทีเพื่อนัดดูรถก่อนการซื้อ

ผู้ขาย

ในส่วนของผู้ขาย เช่นเดียวกันกับฝั่งซื้อเลย แนะนำช่องทางเดียวกับผู้ซื้อเลย แต่ในช่องทางของ Kaidee นั้นจะมีขั้นตอนที่แตกต่างกันออกไป แต่ก่อนที่จะลงขาย มีสิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนนิดนึงก่อนที่จะลงขายได้ ซึ่งมีดังนี้

สิ่งที่ต้องเตรียม

  1. รูปถ่ายของตัวรถ (ซึ่งรูปรถยนต์ที่ดี ควรจะต้องถ่ายให้ครบ เห็นรอบคันรถ เครื่องยนต์ หน้าปัดและเข็มไมล์)
  2. เตรียมข้อมูลรายละเอียดสเปคของรถยนต์ที่จะขาย
  3. รายละเอียดของชุดแต่ง (ถ้ามี)
  4. ศึกษาราคาตลาดของรุ่นที่จะขาย
  5. ช่องทางการติดต่อที่ผู้ซื้อสามารถติดต่อได้จริง

วิธีการลงขาย

  • เข้าเว็บไซต์ Kaidee

  • กดเลือก Kaidee Auto

  • กด “ลงขาย”

  • เลือกหมวดหมู่ “รถยนต์”

  • ใส่รูปภาพของตัวรถยนต์ที่เตรียมเอาไว้
  • กรอกรายละเอียดให้ครบ ไม่ว่าจะเป็น ยี่ห้อ รุ่น สี ชุดแต่ง และอื่น ๆ
  • กรอกช่องทางการติดต่อให้ชัดเจน
  • กดเลือกโซนและระยะเวลาที่จะให้ประกาศของคุณขึ้นไปแสดง
  • จากนั้นกดปุ่ม “ยืนยันการลงขาย”

สรุปบทความรถมือสอง ขอนแก่น

ไม่ใช่เรื่องที่ยากอีกต่อไป แม้ว่าคุณจะอยู่ขอนแก่น หรือจังหวัดอื่น ๆ ก็สามารถหาเลือกซื้อรถมือสอง ขอนแก่นได้ง่าย ๆ เพียงแค่คุณมีสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ แล้วเข้ามาใช้บริการ Kaidee Auto ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย สามารถได้ครบจบในเว็บไซต์เดียว

อีกทั้งที่นี่ยังมีรถยนต์มือสองในราคาที่แสนโดนใจให้เลือกมากมาย ครบทุกยี่ห้อ ทุกรุ่น หากต้องการลงประกาศขายก็ทำแสนง่ายดาย เพียงไม่กี่คลิก เข้ามาเลยที่ Kaidee Auto แพลตฟอร์มที่รวมเอาไว้ครบครันเรื่องของยานยนต์ พร้อมทั้งมีการอัปเดตข่าวสารรถยนต์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ คลิกเลย!!

‘โคมไฟ’ ไอเทมวิเศษเนรมิตบรรยากาศบ้านแสนสุข

‘โคมไฟ’ ไอเทมวิเศษเนรมิตบรรยากาศบ้านแสนสุข

เชื่อหรือไม่? ในห้อง 2 ห้องที่มีขนาดและการตกแต่งที่เหมือนกัน สามารถสร้างบรรยากาศและให้ความรู้สึกที่ไม่เหมือนกันได้ เพียงแค่เราเปลี่ยนโคมไฟและโทนสีของหลอดไฟเท่านั้น 

และนั่นทำให้ “โคมไฟ” ได้ชื่อว่าเป็นไอเทมวิเศษสำหรับงาน Lighting Design และเป็นของประดับที่ถูกนำมาเสริมความน่าสนใจให้กับมุมของห้องต่างๆ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างความสว่างไสวให้กับโซนนั้นๆ ให้สามารถใช้งานได้ดียิ่งขึ้น 

ยิ่งไปกว่านั้น การส่องสว่างของโคมไฟและการสะท้อนกลับของแสงยังช่วยงานออกแบบตกแต่งของ Interior Designer ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเมื่อใดที่เกิดแสงย่อมปรากฏเงาตามมาเสมอ และนั่นทำให้พื้นที่เรียบๆ อย่างผนัง เพดาน มีมิติเชิงสถาปัตยกรรมได้อย่างน่าอัศจรรย์ 

ในขณะเดียวกันก็ให้อิมแพคทางอารมณ์ ที่สร้างสรรค์ให้บ้านหรือห้องนั้นๆ มี Mood&Tone ไปตามที่ผู้อยู่อาศัยต้องการ ไม่ว่าจะเป็นความอบอุ่น น่าอยู่ หรือความรู้สึกปลอดโปร่งที่เหมาะกับการทำงาน โดยวันนี้ Kaidee จะพาผู้อ่านไปรู้จักกับโคมไฟเพื่อการตกแต่งให้มากขึ้น และไปดูกันว่าแต่ละห้องที่เราใช้งานนั้นควรเลือกโคมไฟแบบไหนดี 

โคมไฟตั้งโต๊ะบริเวณหัวเตียง ให้ทั้งแสงสว่าง สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย และเป็นของประดับห้องที่สวยงาม

ประเภทของโคมไฟ 

โคมไฟตกแต่งที่ขายอยู่ตามท้องตลาดนั้นมีหลากหลายดีไซน์ โดยเราสามารถแบ่งประเภทได้ตามการติดตั้ง 4 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ 

โคมไฟแบบติดเพดาน

เป็นโคมไฟที่ใช้งานง่ายและเป็นที่นิยมโดยทั่วไป ส่วนใหญ่มาในรูปแบบดาวน์ไลน์หรือโคมไฟกลมที่เรียกว่า “โคมซาลาเปา” เน้นให้แสงสว่างทั่วถึงเพื่อเวลาใช้งานพื้นที่จะได้สะดวกสบาย อยากหยิบจับอะไรก็คล่องมือ เห็นชัดเจน มากกว่าประดับประดาเพื่อสร้าง Mood ของห้อง   

โคมไฟแบบติดห้อย หรือโคมไฟระย้า

โคมไฟลักษณะนี้ปลายด้านหนึ่งยึดติดกับเพดาน ส่วนตัวโคมไฟจะห้อยลงมาด้านล่าง นิยมใช้กับพื้นที่ที่มีเพดานสูงแบบ Double Volume หรือเหนือโต๊ะรับประทานอาหาร  สำหรับดีไซน์โคมไฟแขวนประเภทนี้มีให้เลือกตั้งแต่สไตล์คลาสิกโชว์ความหรูหราเป็นประกายของเม็ดคริสตัล ไปจนถึงสไตล์โมเดิร์นที่มีฟอร์มง่ายๆ แต่สะดุดตา 

โคมไฟแบบติดผนัง

บางครั้งอาจเรียกว่า “โคมไฟกิ่ง” สามารถติดตั้งเพื่อให้แสงสว่างในบริเวณนั้นๆ แบบตรงๆ เช่น โซนโต๊ะแต่งตัว ระเบียงบ้าน หรือกำแพงภายในรอบบ้าน เป็นต้น หรือจะใช้ตกแต่งเพื่อสร้างอารมณ์ที่แตกต่างก็ได้ ซึ่งหากเป็นการติดตั้งเพื่อวัตถุประสงค์นี้ การส่องสว่างของโคมไฟมักเป็นแบบ Indirect กล่าวคือ ส่องแสงเข้าผนังหรือเพดานแล้วกระจายแสงไปรอบๆ ห้อง ทำให้ได้แสงที่นุ่มนวลกว่าไฟที่ส่องโดยตรง

โคมไฟตั้งโต๊ะ หรือโคมไฟตั้งพื้น

เป็นโคมไฟที่เราคุ้นเคยกันดี โดยเฉพาะบนโต๊ะทำงาน มุมอ่านหนังสือ หรือบริเวณหัวเตียง โคมไฟประเภทนี้มักให้แสงที่นุ่มนวล กระจายแสงในมุมแคบเพื่อให้พอดีกับการที่ใช้งานเท่านั้น และยังนิยมใช้โคมไฟแบบตั้งพื้นเพื่อเสริมบรรยากาศในมุมที่มืดของบ้านสว่างขึ้นได้ด้วย อย่างเช่น พื้นที่ว่างข้างโซฟา เป็นต้น 

โคมไฟแบบติดห้อยช่วยสร้างบรรยากาศที่โอ่โถง เหมาะสำหรับห้องที่มีเพดานสูง
(ขอบคุณภาพจากคอนโด Ramada Plaza Residence Sukhumvit 48)

โคมไฟกับโทนสีของแสง

นอกจากประเภทของโคมไฟที่มีผลต่องานตกแต่งแล้ว สิ่งสำคัญที่เราควรรู้ไปพร้อมกับการเลือกโคมไฟคือหลอดไฟที่เป็นตัวเปลี่ยนอารมณ์และบรรยากาศของห้องแบบคนละทิศละทางได้เลย เราเรียกกันว่า “โทนสีของแสง” ซึ่งมีให้เลือกอยู่ 3 โทนสีหลัก คือ 

หลอดไฟ Warm White

เป็นแสงโทนส้มที่ทำให้รู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย เป็นกันเอง และยังให้ความรู้สึกโรแมนติกอีกด้วย ดั่งจะเห็นได้จากบรรดาโรงแรมหรือสถานที่สวยงามมักใช้หลอดไฟชนิดนี้ประดับตกแต่งพื้นที่เป็นหลัก

หลอดไฟ Daylight

ถือเป็นมาตรฐานโทนสีของแสงที่นิยมใช้มากที่สุด เพราะมีความใกล้เคียงกับสีจากแสงของดวงอาทิตย์ เมื่อสะท้อนกับวัตถุใดๆ ก็จะไม่เพี้ยนหรือหลอกตา อีกทั้งยังสามารถ Mix & Match ไปกับ Cool White และ Warm White เพื่อสร้างบรรยากาศเฉพาะในแต่ละโซนของบ้านได้ด้วย

หลอดไฟ Cool White 

เป็นโทนสีของแสงที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง Warm White และ Daylight โดยให้แสงออกไปทางสีขาวอมฟ้านิดๆ แต่โดยรวมแล้วจะดูสบายตา สามารถเห็นรายละเอียดของพื้นที่นั้นๆ ได้อย่างชัดเจน 

ทุกครั้งที่จะแต่งห้องด้วยโคมไฟ ต้องเลือกให้เหมาะกับสเปซและความต้องการใช้งานเสมอ
(ขอบคุณภาพจากคอนโด Groove Scape ลาดพร้าว-สุทธิสาร)

Mix & Match จับคู่โคมไฟให้เหมาะกับห้องต่างๆ 

เมื่อทราบประเภทของโคมไฟและโทนสีของหลอดไฟในโคมแล้ว คราวนี้ก็มาถึงภาคปฏิบัติ Mix & Match โคมไฟให้เข้ากับโซนต่างๆ ของบ้าน โดยแต่ละห้องจะมีจุดไหนที่แต่งเสริมเติมสวยด้วยโคมไฟได้บ้าง ไปดูพร้อมกันเลย 

ห้องนอน 

เป้าหมายหลักของการติดตั้งโคมไฟในห้องนอนก็เพื่อเสริมบรรยากาศให้เกิดความผ่อนคลายสูงสุด เพื่อเตรียมเข้าสู่โหมดนอนหลับพักผ่อน โทนสีของไฟที่ควรเลือกใช้จึงต้องเป็น Warm White ที่ให้แสงนวลตาและอบอุ่น โดยจุดที่นิยมติดตั้งโคมไฟจะอยู่บริเวณหัวเตียง สามารถใช้ได้ตั้งแต่โคมไฟแบบแขวน โคมไฟติดผนัง และโคมไฟตั้งโต๊ะ 

ห้องนั่งเล่น

เป็นโซนที่สมาชิกครอบครัวมาใช้พื้นที่ร่วมกัน ดังนั้นบรรยากาศจึงเป็นไปแบบสบายๆ เป็นกันเอง ซึ่งเราสามารถติดโคมไฟระย้าเพื่อเพิ่มความโอ่โถงของพื้นที่ หรือใช้เพียงโคมไฟติดเพดานเพื่อเพิ่มความสว่างก็ได้ รวมถึงใช้โคมไฟแบบตั้งพื้นวางไว้ข้างโซฟาเพื่อเพิ่ม Mood & Tone ให้ห้องมีเอกลักษณ์ยิ่งขึ้น สำหรับโทนสีของหลอดไฟสามารถใช้ได้ทั้ง Warm White และ Cool White  

ห้องรับประทานอาหาร / แพนทรี 

เป็นอีกจุดที่เราสามารถใช้โคมไฟเพื่อเพิ่มบรรยากาศระหว่างนั่งรับประทานอาหาร หรือสังสรรค์กันเล็กๆ บนแพนทรีครัว ส่วนใหญ่นิยมติดโคมไฟแบบห้อยลงมาจากเพดาน โดยควรมีระยะห่างระหว่างโคมไฟกับท้อปโต๊ะอาหารหรือท้อปเคาน์เตอร์ประมาณ 60-80 เซนติเมตร ก็จะช่วยให้ใช้งานพื้นที่ได้โดยไม่รู้สึกอึดอัด ส่วนหลอดไฟมักเป็นโทน Warm White เพราะจะเสริมให้อาหารบนโต๊ะดูน่าอร่อยยิ่งขึ้น   

มุมทำงาน / มุมเรียนหนังสือ

ไม่ว่าจะบ้านหรือคอนโดในปัจจุบัน เริ่มให้ความสำคัญกับมุมทำงานหรือมุมเรียนหนังสือกันมากขึ้น การจัดวางโคมไฟในพื้นที่เหล่านี้ต้องเน้นประโยชน์ใช้สอยคือให้แสงสว่างระหว่างทำงานหรือเรียนได้อย่างเหมาะสม โคมไฟที่ตอบโจทย์จึงหนีไม่พ้นโคมไฟแบบตั้งโต๊ะ มาพร้อมหลอดไฟแบบ Daylight ที่ช่วยถนอมสายตาและยังเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าได้อีกด้วย

ห้องน้ำ

การติดโคมไฟในห้องน้ำต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นลำดับแรก ประเภทโคมที่เหมาะสมจึงอยู่ในกลุ่มโคมไฟติดผนัง หรือโคมไฟติดเพดาน โดยเราสามารถใช้โคมไฟเป็นตัวเพิ่มแสงสว่างเฉพาะจุดที่ต้องการเน้นเป็นพิเศษ เช่น ด้านข้างของกระจกเงา หรือบริเวณทางเข้าส่วนเปียก เพื่อช่วยให้การมองเห็นในจุดอับดียิ่งขึ้น โดยสามารถใช้หลอดไฟแบบ Daylight เมื่อต้องการความสว่างทั่วไป และใช้แบบ Warm White เมื่ออยากให้บรรยากาศของห้องน้ำมีความผ่อนคลายและโรแมนติก

ใช้แสงสว่างจากโคมไฟสร้างบรรยากาศน่าอยู่ให้กับพื้นที่ของคุณ

สรุปไอเดียใช้ไอเทมวิเศษ ‘โคมไฟ’ ในการแต่งบ้าน

การเลือกใช้โคมไฟเพื่อสร้าง Mood & Tone ให้กับบ้านนั้นไม่มีข้อกำหนดที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับความชอบและเป้าหมายของการติดตั้งโคมไฟของแต่ละคนมากกว่า

หากต้องการแสงสว่างเป็นหลักโคมไฟประเภทติดเพดาน ติดผนัง และโคมไฟแบบตั้งโต๊ะก็นับเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ถ้าต้องการใช้โคมไฟเพื่อเสริมให้ห้องดูดียิ่งขึ้น ก็ควรเลือกโคมไฟระย้า โคมไฟตั้งพื้น หรือโคมไฟติดผนังแบบส่องแส่ง Indirect แทน 

หลังจากตัดสินใจเลือกประเภทโคมไฟที่เหมาะกับการใช้งานและพื้นที่แล้ว ขั้นถัดไปคือการเลือกโทนสีของหลอดไฟ ซึ่งสามารถเป็นไปได้ทั้ง Warm White, Daylight และ Cool White ตามแต่ความต้องการของเจ้าของบ้านได้เลย