Sep 14, 2021 | บทความยานยนต์
เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า Honda เป็นหนึ่งในยี่ห้อที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานทั่วโลก ไม่เว้นแม้กระทั่งประเทศไทย แต่จะมีใครเล่าที่รู้ว่ารถยนต์ Honda มือสองรุ่นไหนบ้างที่ได้รับความนิยมตั้งแต่อดีตจนมาถึงปัจจุบันกันเลยทีเดียว ไม่แน่รุ่นที่ผมกำลังจะพูดถึงต่อไปนี้ อาจจะเป็นหนึ่งในรุ่นที่คุณกำลังสนใจอยู่แล้วก็เป็นไปได้
ทำไม Honda มือสองถึงได้รับความนิยมพอ ๆ กับรถมือหนึ่ง
สงสัยกันใช่ไหมล่ะครับ ว่าอะไรที่เป็นเหตุผลที่ทำให้ Honda มือสอง ได้รับความนิยมไม่แพ้กับมือหนึ่งเลย สาเหตุหลัก ๆ นั้นมีอยู่ไม่กี่ข้อ ซึ่งถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ตั้งตัวเลือกว่าจะต้องซื้อรถยนต์ Honda แล้วล่ะก็ น่าจะพอทราบเหตุผลดีว่าทำไม
1. ราคาดีถ้าเทียบกับคุณภาพ
เป็นเรื่องจริงที่ปฎิเสธได้ยาก เพราะราคาของ Honda แต่ละรุ่น ไม่ว่าจะเป็นมือหนึ่งหรือแม้แต่กระทั่งมือสองก็ตาม ราคาดีกว่ายี่ห้อรถยนต์หลาย ๆ เจ้า เมื่อเปรียบเทียบกับหมัดต่อหมัด Honda มักจะมีฟังก์ชันที่เรียกได้ว่าคุ้มค่าคุ้มราคายากที่จะหาได้ในรถยนต์ยี่ห้ออื่น ๆ
2. มีรูปแบบของรถยนต์ให้เลือกหลากหลาย
หากลองมาสังเกตกันดี ๆ จะพบว่า Honda เนี่ย มีรุ่นรถยนต์มากมายที่ตอบโจทย์การใช้งานในทุก ๆ แบบเลย ซึ่งแบ่ง Segment ดังนี้
A-Segment
เรียกกันให้เข้าใจง่าย ๆ คือรถยนต์คันเล็ก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นรถยนต์ ECO Car ที่เน้นเรื่องของการประหยัด ราคาถูก และใช้งานส่วนใหญ่เฉพาะการขับขี่ในเมือง อีกทั้งยังเหมาะกับการเป็นรถยนต์คันแรกอีกด้วย ซึ่งทาง Honda ก็มีรถที่อยู่ Segment นี้เช่นเดียวกัน ได้แก่
B-Segment
รถยนต์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อยทั้งภายนอกและเครื่องยนต์ ซึ่งมีชื่อเล่นว่า City Car ตรงตัวตามชื่อเล่นเลย คือรถยนต์ที่เน้นการขับขี่ในเมือง ขับสนุก แถมได้ความกว้างขวางขึ้นมาจากรถยนต์ที่เป็น A-Segment อีกทั้งยังตามมาด้วยฟังก์ชันที่เพิ่มขึ้น ซึ่งทาง Honda ก็มีให้เลือกอยู่ด้วยกันดังนี้
C-Segment
รถยนต์ที่ถูกอัปเกรดขึ้นมาอีกขั้น หรือที่เรียกกันว่า รถยนต์ Sedan ขนาดกลาง ที่มีทั้งความกว้างและระบบต่าง ๆ ของรถยนต์เพิ่มเข้ามา และเป็น Segment ที่ได้รับความนิยมสูงมาก ด้วยราคาที่อยู่กลาง ๆ ไม่สูงเกินไป บวกเข้ากับได้ความครบครันและความสบายที่มี จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมถึงเป็นที่สนใจของเหล่าคนที่กำลังมองหารถยนต์สักคัน ซึ่ง Honda มาจำหน่ายคือ
D-Segment
รถยนต์ Sedan ขนาดใหญ่ที่ผลิตออกมาเพื่อตอบโจทย์ความเป็นผู้บริหาร ที่เน้นความหรูหราในทุกมิติ ท็อปสุดทั้งเรื่องของการออกแบบ วัสดุ ฟังก์ชันภายใน รวมไปถึงความสบายที่มี ที่ Segment อื่น ๆ เทียบไม่ติด และแน่นอนว่าทาง Honda ก็มีรุ่นที่ผลิตออกมาเพื่อสนองความต้องการเหล่านี้เช่นเดียวกันในรุ่น
3. หาซื้ออะไหล่ง่าย
เป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักเลยก็ว่าได้ เรื่องของการบำรุงรักษาเป็นเรื่องจำเป็น คงไม่มีใครอยากให้รถเสียแล้วซ่อมยาก เพราะว่าทุกคนซื้อรถมาใช้งาน การที่เวลารถเสียแล้วสามารถซ่อมได้ทันที ผู้ซื้อจึงให้ความสำคัญ ด้วยอะไหล่ที่หาได้ง่ายมีทั้งของแท้และของเทียม (แต่ไม่ค่อยแนะนำให้ซื้อของเทียมนะครับ) ทำให้ราคาของอะไหล่ถูกลง
“ถ้าพูดถึง Honda จะนึกถึงรุ่นไหนกัน?“
นึกถึง Honda Civic
Credit : Honda Thailand
ไหนใครชอบรถรุ่นนี้บ้าง? อีกหนึ่งรถยนต์ระดับตำนาน ที่เป็นขวัญใจเหล่าผู้ที่หลงใหลในรถยนต์ JDM มาตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อกันเลยทีเดียว ด้วยความที่ตัวรถยนต์มีความเท่ เหมาะกับคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน ก็ครองใจได้มาอย่างสม่ำเสมอ รวมไปถึงชุดแต่งที่มีให้เลือกมากมาย ที่จะมาเสริมความหล่อของตัวรถเข้าไปอีก นอกจากนี้คนยังนิยมเอาไปแต่เพื่อลงสนามแข่งกันอีกด้วย
ราคามือสองโดยประมาณอยู่ที่ : 550,000 – 900,000 บาท
นึกถึง Honda City
Credit : Honda Thailand
ถ้าพูดถึง Honda Civic แล้วล่ะก็ ต้องไม่พลาดรุ่นนี้เช่นเดียวกันกับ Honda City เพราะเป็นรถยนต์รุ่นน้องที่มักจะเอาราคามาเปรียบในเรื่องของราคากันเสมอ ๆ และทำให้ใครหลาย ๆ คนตัดสินใจยากเลยทีเดียว ถึงแม้ว่ารุ่นนี้จะเป็นรถยนต์ Sedan ขนาดกลางที่ค่อนไปทางเล็ก แต่บอกเลยว่าจิ๋วแต่แจ๋ว ยิ่งรุ่นใหม่ ๆ นี้บอกเลยว่าคุ้มค่าด้วยเครื่องยนต์ขนาดเล็ก แต่สามารถทำความเร็วและอัตราเร่งได้เทียบเท่ารถยนต์ที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ได้เลย
ราคามือสองโดยประมาณอยู่ที่ : 500,000 – 800,000 บาท
นึกถึง Honda Jazz
Credit : Honda Thailand
หลาย ๆคนอาจจะยังไม่รู้ว่า Honda Jazz กับ Honda Fit คือรถรุ่นเดียวกัน แต่ที่ชื่อต่างกันเพราะว่า Fit นั้นเป็นชื่อที่ใช้ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งรูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้ต่างกัน แคาแค่ชื่อก็มีความต่างในเรื่องของราคาแล้ว แต่ที่เป็นที่ฮิตในไทยเป็นเพราะว่า รุ่นนี้นิยมเอาไปแต่งเพิ่มเติม แถมราคาดีไม่แรง ซื้อง่าย-ขายคล่อง จึงเป็นทางเลือกของเหล่าขาซิ่ง
ราคามือสองโดยประมาณอยู่ที่ : 250,000 – 500,000 บาท
นึกถึง Honda CR-V
Credit : Honda Thailand
รถยนต์ SUV ระดับพรีเมียมที่เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ทาง Honda ชูโรงออกมาให้เหล่าผู้ชื่อชอบความกว้างขวาง สบาย เหมาะกับการใช้ชีวิตแบบครอบครัวได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังเป็นรถยนต์ที่อเนกประสงค์เพราะสามารถขับได้ทุกสภาพของถนนได้อย่างดีเยี่ยม ไม่น่าแปลกใจเลยจริง ๆ ว่าทำไมถึงได้ฮิตและเป็นที่นิยมได้เสมอมา
ราคามือสองโดยประมาณอยู่ที่ : 500,000 – 1,000,000 บาท
แน่นอนว่ารถยนต์เหล่านี้เป็นรถยนต์ที่คุณคิดถึง นั่นแหละครับ มันหมายความรุ่นเหล่านี้นี่แหละที่ได้รับความนิยมสูง เพราะหลาย ๆ คนถ้าหากนึกถึงแบรนด์ Honda ก็ต้องมองหารุ่นเหล่านี้ก่อน เหมือนรุ่นเหล่านี้กลายมาเป็นภาพจำและภาพลักษณ์ที่ติดตาของผู้ซื้อไปเสียแล้ว
สรุป Honda มือสองยอดนิยม
ถ้าหากมองกันดูดี ๆ แล้ว ก็เป็นรุ่นที่ทุก ๆ คนอาจจะนึกถึงกันอยู่แล้ว ซึ่งสาเหตุก็เป็นไปอย่างที่บอกไปว่ามีอยู่ด้วยกันอยู่หลัก ๆ 3 เรื่อง คือเรื่องของ ราคา รุ่นมากมายที่พร้อมตอบความต้องการได้อย่างดีและเรื่องของการบริการที่อะไหล่สามารถหาได้ง่ายและศูนย์บริการมีทุกจังหวัด หมดห่วงเรื่องของการเสียระหว่างทางไปได้เลย
ส่วนใครเล็ง ๆ รุ่นไหนใน 4 รุ่นยอดฮิตนี้อยู่แล้วล่ะก็ ต้องขอบอกเลยว่าคุณมาได้ถูกที่เสียแล้ว เพราะที่ Kaidee Auto มีรถยนต์ให้เลือกครบทั้งหมด ทั้งใหม่และมือสอง ที่คุณภาพเยี่ยม ราคาถูกใจ แถมสามารถนัดเจอเพื่อปิดดีลกับผู้ขายได้โดยตรงอีกด้วย มีให้ครบจบในที่เดียวขนาดนี้แล้ว รอช้าอะไร เข้ามาเลย เพียงกดที่ปุ่มข้างล่างนี้เท่านั้น!!
Sep 14, 2021 | บทความอสังหาฯ
ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น
HILIGHT : Landmark @Grand Station by Siamese Asset
- Landmark @Grand Station ตั้งอยู่กลางทำเลศักยภาพ บริเวณซอยรามอินทรา 64
- สะดวกครบทุกการเดินทาง เพียง 450 เมตรจากรถไฟฟ้าสายสีชมพู และ 500 เมตรจากแฟชั่นไอส์แลนด์
- ครบทุกความต้องการกับความหลากหลายสไตล์ “โครงการ Mixed Use” ที่พักอาศัย โรงแรม ร้านค้า ออฟฟิศ ร้านอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวก
- โดดเด่นด้วยห้องเพดานสูง “สไตล์ MOFFS” ให้ความสูงจากพื้นถึงฝ้ามากถึง 4.2 เมตร พร้อม “ห้องน้ำทั้ง 2 ชั้น” (แบบ Fully-Fitted)
- ตอบโจทย์คนโสด คนมีคู่ คนมีครอบครัว และ “คนรักสัตว์ Pet Lover”
- ราคาเริ่มต้นที่ 2.39 ล้านบาท* ราคาประมาณ 75,000 บาท/ตร.ม.
ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เพราะ Iconic Place ดีๆ ไม่จำเป็นต้อง “มีแค่ในเมือง”
จากการตั้งคำถามเพียงหนึ่งประโยคที่เรียบง่ายของทาง Siamese Asset นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวงการอสังหาริมทรัพย์บ้านเรา
ทำไมศูนย์รวมความเจริญหลายแห่ง แหล่ง Iconic Place ชื่อดังของกรุงเทพฯ ถึงกระจุกตัวอยู่แค่ในเมือง ไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสินค้า คอนเสิร์ตฮอลล์ โรงละคร ร้านอาหารดังๆ ฯลฯ กลายเป็นว่าคนชานเมือง ต้องเป็นฝ่ายฝ่าการจราจรอันแสนยากลำบาก เข้าไปหาความสะดวกเหล่านั้น
ทั้งหมดนั้นคือหัวใจของ Landmark @Grand Station โครงการ Mixed Use เมกะโปรเจคต์ ซึ่งจะเป็นกลายเป็นอีกหนึ่ง “แลนมาร์ก” สำคัญของย่านรามอินทรา อันน่าจับตามอง!
ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น
Review : Landmark @Grand Station
แค่ชื่อก็บ่งบอกแล้วว่าโครงการ Landmark @Grand Station จะกลายเป็นแลนมาร์กสำคัญแห่งใหม่ในย่านรามอินทรา ด้วยศักยภาพของทำเลที่ค่อนข้างสูง อยู่ในเขต NEW CBD ที่มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต จะเข้าหรือออกเมืองก็เดินทางสะดวกอยู่ใกล้ทางด่วนหลายสาย
ภาพรวมโครงการ Landmark @Grand Station
- คอนโดสไตล์ High Rise สูง 22 ชั้น พื้นที่ 4-1-14 ไร่ / 456 ห้อง (เฉพาะโซน Siamese Residence)
- โครงการสไตล์ Mixed Use แบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก ได้แก่ Branded Residences, Siamese Residence และ Hotel
อย่างที่บอกไปว่า Landmark @Grand Station เป็นคอนโดสไตล์ Mixed Use ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ โดยตัวโครงการทั้งหมด มีด้วยกัน 3 อาคาร เริ่มจากโซนพื้นที่พักอาศัยโซนแรก Branded Residences (532 ห้อง) ที่เน้นการดูแลระดับโรงแรม Service แบบจัดเต็มภายในที่พักอาศัย
ถัดมาที่โซนที่พักอีกแห่ง “Siamese Residence” (456 ห้อง) คอนโดมิเนียมทั่วไป หัวใจสำคัญของการรีวิวในครั้งนี้ เราจะเอ่ยถึงโซนนี้เป็นหลัก ส่วนโซนสุดท้ายคือ Hotel มาช้าสุด เป็นแพลนในอนาคตที่ทาง Siamese Asset วางเอาไว้
ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น
รูปแบบขนาดห้องและพื้นที่ใช้สอย
“ตอบโจทย์ครบทุกไลฟ์สไตล์”
คือสิ่งที่ Landmark @Grand Station ให้คุณได้ตรงใจ
- สายทำครัวต้องถูกใจ จะครัวไทยหรือครัวฝรั่ง มีให้ครบทุกความต้องการ
- เอาใจชาว Pet Lover เลี้ยงสัตว์ได้
- คอนโดเพดานสูงทุกห้อง พร้อมห้องน้ำทั้งสองชั้น!
ด้วย 3 รูปแบบห้องให้เลือกในสไตล์ที่ใช่คุณ ไล่ไปตั้งแต่ Flexi, Eco และ Grand โดยห้องทั้ง 3 รูปแบบนั้น มีประเภทย่อยๆ แบ่งออกอีก 4 กลุ่ม คือ Residential, Co-Living, Pet Lover และ Elder (เฉพาะห้อง Grand) หมายความว่าแต่ละห้องมีรูปแบบไม่เหมือนกันนั่นเอง
อีกหนึ่งเรื่องที่ไม่เอ่ยถึงไม่ได้ คือรูปแบบห้องพักสไตล์ MOFFS เพดานสูงถึง 4.2 เมตร ให้คุณมีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นหลายเท่าในราคาเท่าเดิม ที่สำคัญทางโครงการยังให้ห้องน้ำมาถึง 2 ห้อง มีทั้งด้านบนและด้านล่าง เรียกว่าจบปัญหาความกังวลใจเรื่องที่ต้องเดินขึ้นเดินลงแล้ว
นอกจากนี้ทุกห้องในโครงการ Siamese Residence ยังมาในรูปแบบ Fully Fitted ได้เครื่องปรับอากาศ 2 ตัว Digital Door Lock ตู้เสื้อผ้าผนังติด Wallpaper มาให้ โถสุขภัณฑ์และอุปกรณ์อาบน้ำจาก Hafele อ่างล้างหน้าของ American Standard ฯลฯ
ขนาดห้องพัก
- Flexi 1 Bedroom 24 SQ.M., USABLE AREA 38.50 SQ.M. เริ่มต้นที่ 2.39 ล้านบาท
- Eco 1 Bedroom, 24.5 SQ.M., USABLE AREA 39.50 SQ.M. เริ่มต้นที่ 2.79 ล้านบาท
- Grand 2 Bedroom, 30.50 SQ.M., USABLE AREA 49.50 SQ.M. เริ่มต้นที่ 3.59 ล้านบาท
ราคาประมาณ 75,000 บาท/ตร.ม. ทั้งโครงการ รวมพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด
ค่าส่วนกลาง : 55 บาท/ตร.ม./เดือน (ทั้งหมดเก็บล่วงหน้า 1 ปี)
ค่ากองทุน : 600 บาท/ตร.ม. (เก็บครั้งเดียว)
***ข้อมูลดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
คุณธิติพัทธ์ 065-5203436 / Tithiphat Tel : 065-5203436
ทำเลและการเดินทาง
การที่บอกว่า Landmark @Grand Station ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ไม่ใช่เรื่องเกินจริงแต่อย่างใด
ข้อดีของการตั้งอยู่บริเวณซอยรามอินทรา 64 อย่างแรกคือ เข้าออกได้ทั้ง ฝั่งถนนรามอินทราและถนนรัชดา-รามอินทรา เข้าออกถนนเส้นหลักง่ายและสะดวก ทั้งถนนนวมินทร์ ถนนประเสริฐมนูกิจ รวมถึงถนนกาญจนาภิเษก เข้าเมืองง่าย ออกต่างจังหวัดก็สะดวก
ที่สำคัญอยู่ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีชมพู (Pink Line) สถานีวงแหวนตะวันออก เพียง 450 เมตร รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตามสไตล์โครงการ Mixed Use รวมถึงอยู่ใกล้ “ห้างแฟชั่นไอส์แลนด์” แหล่งรวมความบันเทิงชั้นนำของชุมชนคนรามอินทรา
สถานที่ใกล้เคียง
- รถไฟฟ้าและถนนเส้นหลัก
1.1 รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีวงแหวนตะวันออก 450 เมตร
1.2 ทางพิเศษวงแหวนกาญจนาภิเษก 400 เมตร
1.3 สนามบินสุวรรณภูมิ 19 กิโลเมตร
- โรงเรียนและมหาวิทยาลัย
2.1 โรงเรียนบดินทรเดชา 4 กิโลเมตร
2.2 วิทยาลัยพยาบาล 2 กิโลเมตร
- โรงพยาบาล
3.1 โรงพยาบาลอินทรารัตน์ 1.3 กิโลเมตร
3.2 โรงพยาบาลนพรัตน์ 1.8 กิโลเมตร
3.3 โรงพยาบาลสินแพทย์ 2 กิโลเมตร
3.4 โรงพยาบาลนวเวช 4.3 กิโลเมตร
- ห้างสรรพสินค้า
4.1 แฟชั่นไอส์แลนด์ 450 เมตร
4.2 เดอะ พรอมานาด 500 เมตร
4.3 คริสตัล ปาร์ค 8 กิโลเมตร
4.4 คริสตัลดีไซน์เซ็นเตอร์ 8.8 กิโลเมตร
4.5 เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ 9 กิโลเมตร
สิ่งอำนวยความสะดวก Landmark @Grand Station
การตอบโจทย์ที่ตรงกับทุกไลฟ์สไตล์ของ Landmark @Grand Station ยังสะท้อนผ่านสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ของทางโครงการได้อย่างยอดเยี่ยม ตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่ผ่านการคัดสรรจากทีมวิศวกรโดยตรง ให้คุณมั่นใจได้ว่าทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ดี และตรงฟังก์ชันการใช้งานของผู้อยู่อาศัยมากที่สุด
ข้อดีอันเด่นชัดของการเป็นโครงการแบบ Mixed Use นั้น คือคุณไม่ต้องเสียเวลาเดินทางออกไปไหน ที่นี่ทีเดียวก็ให้คุณได้ทุกความต้องการ ด้วยร้านค้าทั้งหมด 12 ร้าน (เบื้องต้น) แบ่งเป็นร้านอาหาร ร้านค้าต่างๆ รวมถึงร้าน Pet shop เอาใจคนรักสัตว์เลี้ยง
ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น
สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ (B1-9 Floor)
- Lobby
- Mail Box
- สวนหย่อมที่ชั้น 1, 3 และ Rooftop
- สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 26 x 5 เมตร ลึก 1.2 เมตร
- ห้องออกกำลังกาย
- ลิฟต์โดยสารของส่วน Siamese Residence 3 ตัว
- อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 141 : 1
- Service Lift 1 ตัว / Tower
- Retails 12 ร้าน
- Office 3 ยูนิต
- ที่จอดรถประมาณ 377 คันคิดเป็น 37%
- ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ CCTV / Key Card / Digital Door Lock
มุมมองในแง่การลงทุน Landmark @Grand Station
สำหรับพักอาศัย
Landmark @Grand Station เป็นโครงการที่มีความยืดหยุ่นสูงในเรื่องไลฟ์สไตล์ เลี้ยงสัตว์ก็ได้ ทำอาหารก็สะดวก แถมแต่ละห้องก็ดีไซน์แตกต่างกันไปตามแต่กิจกรรมของคุณ เดินทางไปไหนก็สะดวก ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ร้านค้า ร้านอาหาร เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป
สำหรับปล่อยเช่า/ขายต่อ
แม้ตัวโครงการจะไม่ได้อยู่ในใจกลางเมือง แต่ความเป็น “ชานเมือง” ในย่านรามอินทรา ก็เป็นจุดแข็งที่น่าสนใจ เพราะแถวนี้ส่วนใหญ่มีแต่บ้านจัดสรร ความแตกต่างของ Landmark @Grand Station จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ไหนจะการเข้ามาของรถไฟฟ้าสายสีชมพู ที่จะพลิกฟื้นให้ย่านนี้เป็นอีกหนึ่ง HUB ของการเดินทางสำคัญ
ฟลอร์แพลน Floor Plan
- Flexi 1 Bedroom 24 SQ.M., USABLE AREA 38.50 SQ.M. ราคาเริ่มต้นที่ 2.39 ล้านบาท
- Eco 1 Bedroom, 24.5 SQ.M., USABLE AREA 39.50 SQ.M. เริ่มต้นที่ 2.79 ล้านบาท
- Grand 2 Bedroom, 30.50 SQ.M., USABLE AREA 49.50 SQ.M. เริ่มต้นที่ 3.59 ล้านบาท
- ฟลอร์ชั้นสิ่งอำนวยความสะดวก
ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ด้วยทำเลศักยภาพย่านรามอินทรา (ติดรถไฟฟ้า) บวกกับจุดแข็งที่เน้น “ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของทุกคน” ทำให้ Landmark @Grand Station เป็นอีกหนึ่งคอนโดมาแรงที่น่าจับตามอง
ไม่ว่าคุณจะมีใจรักการใช้ชีวิตแบบไหน ที่นี่ก็มีสิ่งดีๆ ที่คัดสรรแล้วมาไว้ให้คุณอย่างครบครัน
พิเศษ! พบโปรโมชันสุด Exclusive ที่คลิปด้านล่าง! ลงทะเบียนวันนี้ รับราคาเริ่มต้นไปเลยเพียง 2.39 ล้านบาท*
สมกับการเป็น “แลนมาร์ก” แห่งใหม่ ICONIC Place แห่งย่านรามอินทราในอนาคต
Sep 14, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม, บทความยานยนต์
ช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา Lamborghini ก็ได้เปิดตัวซุปเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นใหม่ในซีรีส์ตำนานอย่าง Countach ในชื่อรุ่น Countach LPI 800-4 จะสวย แรงแค่ไหนมาดูพร้อมกันเลย
Lamborghini Countach LPI800-4
ตามภาพที่เห็นนี้คือเจ้า Lamborghini Countach LPI 800-4 เป็นรุ่นที่ออกมาพร้อมการเฉลิมฉลองครบ 50 ปี กับรุ่นไอคอนิคอย่าง Countach ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 1971 เป็นซูปเปอร์สปอร์ตคาร์ที่เรียกว่าเป็นตำนานเลยก็ว่าได้ และในครั้งนี้ก็กลับมาในรูปแบบของ New Era และเป็น Limited Series ที่มีจำนวนจำกัดเพียง 112 คันทั่วโลกอีกด้วย
ดีไซน์ภายนอกและภายใน
ด้านดีไซน์จะเป็นการปัดฝุ่นสไตล์เดิมที่ยังคงเอกลักษณ์ของ Countach เอาไว้ อย่างลายเส้นของรถที่เมื่อเห็นก็ต้องร้องอ๋อ ว่านี่คือ Lamborghini Countach พร้อมอัปเกรตให้ดูโก้ ล้ำสมัยในรูปแบบของ Lamborghini มากยิ่งขึ้น
อย่างประตูที่เปิดแบบปีกนก หรือดิฟฟิวเซอร์ทรงครีบฉลามด้านข้างและด้านบนช่วยให้รถยึดเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้น โครงสร้างของรถจะเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีน้ำหนักเบา ล้อของรุ่นนี้จะมีดีไซน์ที่จากแป้นโทรศัพท์บ้านในสมัยยุค 80 โดยจะเป็นล้ออัลลอยที่ล้อหน้ามีขนาด 21 นิ้วและ 20 นิ้วสำหรับล้อหลัง
สำหรับสีนั้นจะมีสีหลักที่เปิดตัวมาเป็นสีขาวมุก Impact White ซึ่งสามารถเลือกเปลี่ยนเป็นสีอื่นๆได้อย่างเช่นสีเหลือง Giallo Countach ที่เป็นสีคลาสสิคตามรุ่นเดิม สีเขียว Verde Medio หรือจะเป็นสีเมทัลลิคอย่างสีม่วง Viola Pasifae หรือสีฟ้า Blu Uranus
การตกแต่งภายในจะมาในสีดำผสมแดงให้ความเรียบหรู เบาะเป็นหนังสุดนุ่ม จอ 8.4 นิ้วที่ควบคุมการเชื่อมต่อต่างๆ รวมถึง Apple Play
เครื่องยนต์
Lamborghini Countach LPI 800-4 จะขับเคลื่อนแบบสี่ล้อด้วยเกียร์อัตโนมัติ ส่วนเครื่องยนต์จะเป็น V12 ใหม่ ขนาด 6.5 ลิตร 780 แรงม้า คู่กับเครื่องยนต์ไฟฟ้า 48V ที่ติดตั้งโดยตรงที่เกียร์ โดยจะเพิ่มแรงม้าให้อีก 34 แรงม้า ซึ่งนี่คือเทคโนโลยีแบบ Mild Hybrid ที่เชื่อมการทำงานของเครื่องยนต์ไฟฟ้าและล้อที่มีความเสถียรมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยประหยัดพลังงาน รวมถึงให้การ take-off ของรถมีความนิ่มสมูธยิ่งขึ้น ซึ่งเครื่องยนต์นี้จะให้ความเร็วสูงสุดถึง 355 กม./ชม เลยทีเดียว
Sold Out ตั้งแต่ยังไม่วางขาย
แม้ว่า Countach LPI 800-4 จะไม่ได้วางขายในปี 2021 นี้และมีราคาที่สูงถึง 2.5 ล้านดอลลาห์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 81 ล้านบาท แต่เมื่อเปิดตัวไปเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์จำนวนที่เป็นลิมิเต็ด 112 คันก็ถูกจองครบเรียบร้อย เพราะทั้งดีไซน์ที่พัฒนาจากรุ่นออริจินอล บวกกับเครื่องยนต์ Mild-Hybrid ที่ถูกใจสาวก Lambhorgini เป็นอย่างมาก โดยรถจะเริ่มส่งมอบในปี 2022 และจากข่าวในวงการรถของไทย มหาเศรษฐีในไทยเองก็มีจับจองรุ่นนี้ไว้ด้วยเช่นกัน (คิม-พรประภา)
สำหรับคนรักซุปเปอร์คาร์สามารถเข้ามาที่ Kaidee Auto ดูรถสวยๆ หลากรุ่นหลายยี่ห้อได้อย่างสะดวก ลองมาดูกันเลยค่ะ
Sep 13, 2021 | บทความอสังหาฯ
อย่างที่ทุกคนรู้กันว่าห้องน้ำ ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เรามีการใช้งานมากที่สุดในบ้าน และเป็นห้องที่มีความอันตรายด้วยพื้นที่แสนจะเปียกจากการอาบน้ำ จนทำให้ผู้สูงอายุอาจได้รับบาดเจ็บจากการลื่นล้มได้ ซึ่งถ้าหากจะพูดถึงวิธีการแก้ไขปัญหาง่าย ๆ หลายคนก็จะต้องนึกถึงอุปกรณ์ที่สามารถกั้นพื้นที่โซนเปียกและแห้งออกจากกันได้อย่างสิ้นเชิง นั่นก็คือ ฉากกั้นห้องน้ำ ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ตามพื้นที่การใช้งาน และความชื่นชอบของสมาชิกในครอบครัว โดยวันนี้เราก็จะมาพูดถึงเจ้าสิ่งนี้กัน
ข้อดีของการติดตั้งฉากกั้นห้องน้ำ
นอกจะช่วยให้ห้องน้ำมีความปลอดภัยแล้ว การติดตั้งฉากกั้นห้องน้ำยังมีประโยชน์อีกมากมายที่คุณอาจไม่รู้ ซึ่งสามารถแบ่งได้ ดังนี้
- ลดต้นเหตุของการเกิดเชื้อราซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพ
- ห้องน้ำมีความสวยงาม สะอาด และผ่อนคลายมากขึ้น
- ทำความสะอาดง่ายมากขึ้น
- ใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย มีพื้นที่การใช้งานอย่างเป็นสัดส่วน
ประเภทของฉากกั้นห้องน้ำ
เราสามารถแบ่งประเภทของฉากกั้นห้องน้ำได้ 2 หลักเกณฑ์ด้วยกันคือ ตามวัสดุที่ใช้ผลิต และลักษณะการใช้งาน ซึ่งฉากกั้นแต่ละแบบก็มีรายละเอียดต่าง ๆ ดังนี้
ฉากกั้นห้องน้ำ แบ่งตามวัสดุ
ฉากกั้นห้องน้ำกระจก
ฉากกั้นห้องน้ำที่ได้รับความนิยมมากในประเทศไทย เพราะทำให้ห้องน้ำของคุณสวยงาม ดูหรูหรา และไม่อึดอัดเมื่อใช้งาน มีให้เลือกทั้งหมด 2 แบบ ได้แก่
กระจกนิรภัยเทมเปอร์ ซึ่งเราไม่ควรเลือกใช้กระจกแบบธรรมดาเพราะจะก่อให้เกิดความอันตรายเมื่อมีการแตกหัก แต่ถ้าหากเป็นกระจกนิรภัยเทมเปอร์ก็จะแตกกลายเป็นเมล็ดข้าวโพดเล็ก ๆ
กระจกลามิเนต ควรใช้เมื่อฉากกั้นอาบน้ำมีความสูงมากกว่า 2.5 เมตรหรือมีความกว้างมากกว่าปกติ เมื่อกระจกเกิดการแตกก็ยังยึดติดกันไม่หล่นลงมา เพราะมีฟิล์มยึดระหว่างแผ่นกระจกนั่นเอง
ฉากกั้นห้องน้ำพลาสติก
เป็นฉากกั้นอาบน้ำที่ราคาไม่แพงมาก มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบโปร่งแสงโปร่งใส โปร่งแสงไม่โปร่งใส และพลาสติกที่ผสมสี มีข้อดีตรงที่สามารถแตกหักได้ยากกว่าฉากกั้นห้องน้ำแบบกระจก
ฉากกั้นห้องน้ำม่าน
ฉากกกั้นห้องน้ำราคาย่อมเยา หาซื้อง่าย สามารถติดตั้งเองได้ด้วยการนำ ราวและม่าน มาแขวน มีให้เลือกหลายสีและลวดลาย เหมาะกับห้องที่ต้องการความน่ารักสดใสอย่างห้องน้ำสำหรับเด็ก หรือห้องน้ำที่ต้องการสีสัน แต่มีข้อเสียคือสามารถเกิดเชื้อราได้ง่าย จึงต้องหมั่นทำความสะอาดและเปลี่ยนอยู่เป็นประจำเพื่อสุขอนามัยที่ดี
ฉากกั้นห้องน้ำ แบ่งตามลักษณะ
ฉากกั้นห้องน้ำบานติดตาย
เป็นฉากกั้นห้องน้ำที่เหมาะสำหรับคอนโดหรือหอพักที่มีขนาดเล็ก เพราะไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่เยอะ มีราคาที่ถูกกว่าฉากกั้นห้องน้ำแบบอื่น เพราะไม่มีฟังก์ชันใด ๆ มีหน้าที่ในการกั้นน้ำเพียงบางส่วนเท่านั้น ทำให้มีความปลอดภัยน้อยกว่าฉากกั้นห้องน้ำแบบอื่น รวมถึงยังทำความสะอาดห้องน้ำยากอีกด้วย
ฉากกั้นห้องน้ำบานเปิด
ฉากกั้นห้องน้ำที่มีลักษณะการเปิด-ปิดด้วยการดันเข้าหรือออก ทำให้ต้องใช้พื้นที่ในการติดตั้งเยอะ มักจะใช้กระจกนิรภัยเทมเปอร์หรือกระจกลามิเนตเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน สามารถแบ่งสัดส่วนแห้งและเปียกได้ดี แต่ก็ทำให้พื้นที่การใช้งานในห้องน้ำน้อยลง
ฉากกั้นห้องน้ำบานเลื่อน
เป็นฉากกั้นห้องน้ำที่มีพื้นที่ใช้งานน้อย อีกทั้งยังสามารถกั้นการกระเด็นของน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มีความทันสมัย ทำความสะอาดง่าย เหมาะสำหรับห้องน้ำที่มีขนาดเล็กหรือห้องน้ำของผู้สูงอายุ เพราะไม่ต้องใช้แรงในการเปิดปิดเท่าฉากกั้นห้องน้ำบานเปิด แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่สูง และอาจเกิดการชำรุดได้ง่ายกว่า
ฉากกั้นห้องน้ำแบบหักมุม
ฉากกั้นห้องน้ำที่มีราคาแพงกว่าแบบอื่น ๆ เพราะจำเป็นที่จะต้องสั่งตัดตัวบานกั้นให้พอดีกับพื้นที่การใช้งานสามารถสั่งบานประตูได้ทั้งบานเปิดหรือบานเลื่อน มีความสวยงาม สามารถกั้นน้ำได้ดี เหมาะสำหรับคนที่ต้องการประหยัดพื้นที่ใช้สอยห้องน้ำ
ฉากกั้นห้องน้ำแบบบานพับ
เป็นฉากกั้นห้องน้ำที่อาจไม่ได้รับความนิยมเท่าไรนัก สามารถกั้นระหว่างพื้นที่แห้งและเปียกได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความโมเดิร์น แต่ก็ต้องใช้พื้นที่เยอะสักหน่อยในการติดตั้ง โดยเราสามารถเลือกจำนวนของบานประตูได้หลากหลาย
ติด ฉากกั้นห้องน้ำ อย่างเดียวช่วยเพิ่มความปลอดภัย ?
ถ้าหากคุณคิดว่า การติดตั้งฉากกั้นห้องน้ำเป็นสิ่งเดียวที่จะช่วยให้ห้องน้ำของคุณปลอดภัยล่ะก็ คุณคิดผิด เพราะนอกจากการติดตั้งฉากกั้นให้เรียบร้อยสวยงามก็ยังไม่พอต่อความปลอดภัยด้านร่างกายและสุขภาพภายใน เรายังต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้ห้องน้ำให้ถูกต้อง ดังนี้
- การปิดฝาชักโครกขณะกดน้ำ เพราะสิ่งสกปรกที่มาพร้อมกับการกดน้ำจะกระจายไปไกลถึง 60 ฟุตเชียวล่ะ
- ติดตั้งพัดลมระบายอากาศ ที่จะช่วยให้อากาศในห้องน้ำมีการถ่ายเท ไม่อับชื้น และลดการสะสมของแบคทีเรีย
- หลีกเลี่ยงการวางเครื่องสำอางในห้องน้ำ มิเช่นนั้นเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในห้องน้ำก็จะมาเกาะ และทำให้คุณสิวขึ้นอย่างแน่นอน
- เก็บแปรงสีฟันอย่างถูกต้อง ด้วยการนำหัวแปรงขึ้นด้านบน และไม่ให้สัมผัสกับแปรงด้ามอื่น เพราะอาจก่อให้เกิดเชื้อโรคสะสมได้
- เปลี่ยนด้ามขัดห้องน้ำ อันเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ทุก 3-4 สัปดาห์ และทำความสะอาดหลังการใช้งาน
- ไม่แขวนผ้าเช็ดตัวไว้ในห้องน้ำ เพราะจะทำให้เกิดการสะสมของเชื้อราและเชื้อโรคมากมาย
- รักษาห้องน้ำให้แห้งอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการลื่นล้มจนอาจเกิดอันตรายต่อชีวิต
และถ้าหาคุณอยากได้บ้านหลังใหญ่ ที่ห้องน้ำสวย ๆ พร้อมฉากกั้นอาบน้ำแบบเสร็จสรรพไม่ต้องติดตั้งเอง Kaidee Property ก็มีบ้านให้เลือกมากมาย
อ่านบทความ เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอสังหาฯ อื่น ๆ
Sep 10, 2021 | บทความอสังหาฯ
ตลาดซื้อ-ขายคอนโดมือสอง เป็นทางเลือกหนึ่งของการมองหาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ซื้อ ซึ่งเหตุผลหลักๆ เลยคือคอนโดมือสองราคาถูกกว่าคอนโดใหม่นั่นเอง และเป็นช่องทางปล่อยสินทรัพย์เพื่อทำกำไรหรือลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาวในมุมของผู้ขาย ด้วยผลประโยชน์แบบ Win-Win นี้เอง ทำให้คอนโดมือสองยังคงมีความน่าสนใจอยู่เสมอ
สำหรับนิยามของ “คอนโดมือสอง” หมายถึงคอนโดที่เจ้าของกรรมสิทธิ์ไม่ใช่ดีเวลลอปเปอร์ประกาศขายเอง หรือคอนโดที่เราซื้อคอนโดจากเจ้าของห้องโดยตรง โดยคอนโดนั้นๆ มักเป็นคอนโดสร้างเสร็จพร้อมอยู่ที่อาจปลอดภาระหนี้สินแล้ว หรืออยู่ระหว่างที่ผู้ขายกำลังผ่อนค่างวดสินเชื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคารก็ได้เช่นกัน
ซึ่งไม่ว่าจะฝั่งผู้ซื้อหรือผู้ขาย ก่อนทำการตกลงปลงใจทำธุรกรรมซื้อ-ขายก็ควรสำรวจตรวจสอบคอนโดนั้นๆ ให้มั่นใจก่อนว่าเมื่อโอนกรรมสิทธิ์กันแล้วจะไม่เกิดปัญหาในภายหลัง
การซื้อขายคอนโดมือสองที่ผู้ขายเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องชุดโดยสมบูรณ์
ในกรณีที่คอนโดมือสองนั้น ผู้ขายเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องชุดอย่างสมบูรณ์แล้ว การซื้อ-ขายจะไม่ค่อยยุ่งยากเหมือนคอนโดมือสองที่อยู่ระหว่างการผ่อนส่ง ยิ่งถ้าตกลงซื้อ-ขายด้วยเงินสดยิ่งง่าย เพราะเพียงทำสัญญาจะซื้อจะขาย และไปดำเนินเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ให้ถูกต้อง ผู้ซื้อชำระเงินให้ผู้ขายก็เป็นอันเรียบร้อย หรือในกรณีที่ผู้ซื้อต้องการกู้เงินจากธนาคารมาเพื่อชำระค่าคอนโดแก่ผู้ขายก็สามารถทำได้เช่นกัน
อย่างไรก็ดี การขอสินเชื่อซื้อคอนโดมือสอง ธนาคารส่วนใหญ่มักปล่อยเงินกู้ให้เพียง 80-90 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นั่นหมายความว่าผู้ซื้อ (ผู้กู้) จำเป็นต้องมีเงินก้อนจำนวนหนึ่งก่อนเพื่อโปะส่วนต่างร่วมไปกับวงเงินสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติ
การพิจารณาอนุมัติสินเชื่อซื้อคอนโดมือสองของธนาคารจะประกอบด้วย 3 เรื่องใหญ่ๆ คือ
สภาพคอนโดมือสอง
ทั้งสภาพภายในห้องชุด และอาคารโดยรวม หากเป็นคอนโดที่มีสภาพทรุดโทรม ก็จะถูกหักค่าเสื่อมมาก ทำให้ได้วงเงินกู้น้อยลงตามไปด้วย
ทำเลคอนโดมือสอง
เป็นปัจจัยในการประเมินราคาที่สำคัญ เพราะถ้าคอนโดมือสองอยู่ในทำเลที่ดีคือเป็นที่ต้องการหรือมีแนวโน้มการพัฒนาย่านนั้น เช่น จะมีโครงการรถไฟฟ้าหรือศูนย์การค้าสร้างใหม่ ธนาคารก็จะให้น้ำหนักในการพิจารณาวงเงินที่สูงขึ้น
การเงินของผู้กู้
เรียกว่าเป็นหัวใจหลักของการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยทุกชนิด โดยธนาคารจะประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ผ่านสถานะทางการเงินในแง่มุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความมั่นคงทางรายได้ เงินออม จำนวนหนี้สิน รวมถึงประวัติแบล็คลิสต์เรื่องการชำระหนี้ ซึ่งหากผู้กู้มีศักยภาพทางการเงินที่ดีก็จะมีโอกาสได้วงเงินกู้สูง
การซื้อคอนโดมือสองที่ผู้ขายกำลังผ่อนอยู่
การซื้อคอนโดที่เจ้าของเดิมยังผ่อนไม่หมด เป็นอีกหนึ่งกรณีที่พบเห็นได้บ่อยๆ ในกรณีที่ผู้ซื้อสามารถชำระค่าคอนโดได้ด้วยเงินสดหรือเช็คก็ไม่มีขั้นตอนให้ดำเนินการมากนัก ผิดกับทางผู้ขายที่ต้องเร่งเคลียร์เรื่องยุติสินเชื่อกับธนาคาร และจัดการหนี้ต่างๆ ไม่ว่าจะค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าส่วนกลางกับนิติบุคคลคอนโดให้หมด เพื่อขอรับใบปลอดหนี้จากผู้จัดการนิติฯ ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญในวันโอนกรรมสิทธิ์
ในอีกด้านหนึ่ง หากผู้ซื้อจำเป็นต้องกู้เงินจากสถาบันทางการเงินเพื่อซื้อคอนโดมือสองด้วย ก็จะมีรายละเอียดที่ทั้งสองฝ่ายต้องดำเนินการเพิ่มขึ้น ผ่าน 3 ช่วง ดังนี้
ทำสัญญาจะซื้อจะขาย
เป็นการทำข้อตกลงทางวาจาให้เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการผิดสัญญาจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยแบบสัญญาจะซื้อจะขายคอนโดมือสอง เราสามารถเขียนขึ้นได้เอง และมีประเด็นที่ควรระบุอย่างชัดเจนคือ
- ผู้จะขายยึดเงินมัดจำทั้งหมดได้ หากผู้จะซื้อไม่มาโอนภายในวันที่กำหนด
- ผู้จะซื้อสามารถปรับเงินเป็นกี่เท่าของเงินมัดจำ หากผู้จะขายเปลี่ยนใจไม่ยอมขาย
- ใครคือผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในวันโอน
- กำหนดวันโอนที่แน่ชัด ซึ่งโดยมากจะเป็นระยะเวลา 1 เดือนหลังจากทำสัญญาจะซื้อจะขาย
ดำเนินการเรื่องสินเชื่อกับธนาคาร
หลังจากทำสัญญาจะซื้อจะขายเรียบร้อยแล้ว ระหว่างนี้ทั้งผู้จะซื้อและผู้จะขายต่างต้องไปติดต่อกับธนาคาร โดยในฝั่งผู้ซื้อให้ขอสำเนาหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อช.2) จากผู้ขายเพื่อไปยื่นเรื่องขออนุมัติวงเงินสินเชื่อจากธนาคาร
ส่วนผู้ขายจะต้องแจ้งกับธนาคารเพื่อขอปิดบัญชีขายหลักประกัน ธนาคารจะสรุปยอดเงินที่ต้องจ่ายคืนธนาคารให้กับผู้จะขายเพื่อนำไปแจ้งกับผู้ซื้อเตรียมเงินค่าไถ่หลักประกันดังกล่าว โดยจัดทำเป็นเช็คตามจำนวน 1 ใบ ซึ่งหากมีกำไรส่วนต่างจากการตกลงซื้อขาย ส่วนต่างนั้นคนซื้ออาจจ่ายให้คนขายเป็นเงินสดก็ได้ตามแต่ตกลง
ทำเรื่องโอนการซื้อขายคอนโด
เมื่อเคลียร์เรื่องเงินและธนาคารเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงวันทำสัญญาซื้อขายจริงและโอนกรรมสิทธิ์ โดยผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องไปที่สำนักงานที่ดินที่คอนโดฯ นั้นตั้งอยู่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ธนาคารเก่าของผู้ขาย และเจ้าหน้าที่ธนาคารใหม่ของผู้ซื้อ
โดยมีเอกสารสำคัญที่จำเป็น ดังนี้
- บัตรประชานชนตัวจริง และสำเนาบัตรประชาชน
- ทะเบียนบ้านตัวจริงและสำเนาทะเบียนบ้าน เพราะหลังจากทำการซื้อขายเสร็จแล้วผู้ขายอาจจะต้องย้ายชื่อตัวเองออกจากทะเบียนบ้าน
- โฉนดห้องชุดตัวจริง
- หนังสือปลอดหนี้ หรือใบปลอดหนี้
นอกจากนี้ยังมีในส่วนของค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ต้องเตรียมในวันโอน ได้แก่
- ค่าธรรมเนียมการโอน 2% ของราคาประเมิน (มาตรการใหม่เหลือ 0.01% ในปี 2564)
- ค่าอากร 0.5% ของราคาซื้อขายคอนโด
- ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ส่วนนี้จะเสียมากเสียน้อยก็ขึ้นอยู่กับราคาซื้อขาย
- ค่าจดจำนอง 1% เป็นค่าใช้จ่ายในส่วนของผู้ซื้อ (มาตรการใหม่เหลือ 0.01% ในปี 2564)
- ค่าอื่นๆ เช่น ค่าเขียน ค่าพยาน
สรุปการซื้อ-ขายคอนโดมือสองต้องเตรียมตัวให้พร้อม
ไม่ว่าจะซื้อคอนโดมือสองราคาถูก หรือขายคอนโดมือสองที่ยังผ่อนไม่หมด ล้วนมีรายละเอียดที่ต้องทำการศึกษาอย่างรอบคอบ ตั้งแต่ก่อนการตัดสินใจซื้อขาย การไปพูดคุยกับธนาคาร ไปจนถึงขั้นตอนในวันโอนที่เกี่ยวข้องกับหลายๆ ฝ่ายและมีเอกสารจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ดี หากมองในแง่ผลประโยชน์แบบ Win-Win ที่คอนโดมือสองสามารถให้ได้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายแล้วก็นับว่าเป็นการเตรียมตัวที่คุ้มค่าไม่น้อยเช่นกัน
ส่วนใครที่กำลังมองหาซื้อคอนโดมือสอง ทำเลดี ราคาโดน หรือใครที่อยากฝากขายคอนโดมือสองราคาถูกก็สามารถใช้พื้นที่ของ Kaidee Property ได้เลย ลงประกาศก็ง่าย ซื้อขายก็คล่อง