Jul 21, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
พระเกจิอาจารย์ชื่อดังในประเทศไทยมีหลายท่านหลายองค์ ไม่ว่าจะเป็นหลวงพ่อคูณ หลวงปู่ทิม อิสริโก สมเด็จพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) หลวงปู่ทวด หรือหลวงปู่บุญ ขนฺธโชติ เป็นต้น ด้วยความมุ่งมั่นในพุทธศาสนา การฝึกวิปัสสนาและความรู้ด้านวิชาอาคมต่างๆ ทำให้ผู้คนมากมายศรัทธาเลื่อมใส และกลายเป็นที่รู้จักจนถึงปัจจุบัน ซึ่งหนึ่งในพระเกจิอาจารย์ที่เป็นที่รู้จักและศรัทธานั้นก็คือ หลวงปู่ศุข เกสโร แห่งวัดปากคลองมะขามเฒ่านั่นเอง
ภาพจาก ict.up.ac.th
หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า
พระครูวิมลคุณากร หรือหลวงปู่ศุข เกสโร พระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่มีพุทธาอาคม เกิดในช่วงปลายรัชสมัยสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ที่ตำบลมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท และเริ่มอุปสมบทเมื่ออายุ 22 ปีที่วัดโพธิ์บางเขน (วัดโพธิ์ทองล่าง) และในระหว่างนั้นหลวงปู่ศุขก็ได้เล่าเรียนพระธรรมวินัย และฝึกฝนด้านวิปัสสนาและวิชาอาคม คาถาต่าง ๆ จากพระอุปัชฌาย์ของท่านนั่นคือหลวงพ่อเชย จันทสิริ
จากนั้นท่านจึงออกธุดงด์เพื่อฝึกวิชาและฝึกวิปัสสนากรรมฐาน ในช่วงนี้ก็ได้มีเหตุการณ์ต่างๆมากมายและได้พบเจอกับทั้งอาจารย์ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านพระกรรมฐานแบบลำดับมัชฌิมาปฏิปทา อย่างพระสังวราเมฆ หรือจะเป็นการฝึกวิชารสายนเวท กับหลวงปู่ทับ วัดอนงคาราม เป็นต้น
ต่อมาเมื่อท่านได้ข่าวการล้มป่วยของมารดาจึงได้ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านเกิดนั่นคือบ้านมะขามเฒ่า และจำพรรษาอยู่ที่วัดอู่ทอง แต่ด้วยความเป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่โบราณ สภาพวัดจึงค่อนข้างเก่าและทรุดโทรม ภายหลังจึงได้สร้างวัดใหม่ขึ้นนั่นคือวัดปากคลองมะขามเฒ่าและตั้งอยู่มาจนปัจจุบัน
วัดปากคลองมะขามเฒ่า ภาพจากเว็บไซต์ thai.tourismthailand.org
วิชาอาคมและอภินิหารต่าง ๆ
ในระหว่างที่หลวงปู่ศุขได้ออกธุดงด์นั้นท่านก็ได้เจอพระอาจารย์หลากหลายท่าน และก็มีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับวิชาอาคมและอภินิหารต่างๆ ซึ่งตรงนี้อาจต้องใช้วิจารณญาณในการอ่านและตัดสินใจเชื่อ
1.เสกหัวปลีเป็นกระต่าย
ในช่วงที่หลวงปู่ศุขได้ฝึกวิชากับหลวงปู่ชุ่ม ศิษย์เอกของพระสังวราเมฆ ท่านก็ได้ลองนำหัวปลีมาเสก ท่านใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งก็สามารถเสกหัวปลีสามหัวกลายเป็นกระต่ายสามตัวได้
ซึ่งในระหว่างนั้นเองกรมหลวงชุมพรก็ได้เสด็จทางน้ำมาท่าเรือปากคลองมะขามเฒ่า ซึ่งระหว่างทางเรือเกิดมีปัญหาจึงต้องใช้เวลาซ่อม กรมหลวงชุมพรจึงได้มาเห็นการเสกหัวปลีให้กลายเป็นกระต่ายของหลวงปู่ศุข จากนั้นจึงได้เกิดการสนทนาและเลื่อมใส แล้วจึงฝากตัวเป็นศิษย์กับหลวงปู่ศุข
2. เสกคนให้เป็นจระเข้
เล่ากันว่ากรมหลวงชุมพรได้พาทหารมาคนหนึ่ง แล้วนำเชือกมาผูกรอบตัวให้แน่น จากนั้นหลวงปู่ศุขได้เสกพลทหารผู้นั้นกลายเป็นจระเข้และผลักลงไปในน้ำ ซึ่งในตอนนั้นก็มีผู้คนยืนดูจำนวนหนึ่ง
3.เป่าใบมะขามให้กลายเป็นตัวต่อ
จากการเล่าต่อกันมา กล่าวว่า หลวงปู่ศุขสามารถเสกใบมะขามกลายเป็นตัวต่อ โดยการรูดใบะมะขาม จากนั้นท่องคาถา ใบมะขามในมือก็กลายเป็นตัวต่อตัวแตน
นอกเหนือจากนี้ยังมีคาถาต่างๆที่หลวงปู่ศุขสามารถท่องและเสกได้ จึงทำให้วัตถุมงคลต่างๆของหลวงปู่ศุขจึงเป็นที่นิยมของผู้คน เพื่อความแคล้วคลาดปลอดภัยของผู้ครอบครอง
วัตถุมงคลหลวงปู่ศุข เกสโร
จากที่เราทราบกันว่าหลวงปู่ศุขท่านเรียนรู้วิชาอาคม รวมถึงคาถาต่างๆ ทำให้ผู้คนศรัทธาเลื่อมใส วัตถุมงคลต่าง ๆ ที่ท่านสร้างจึงเป็นที่ต้องการของเหล่าลูกศิษย์ลูกหา โดยวัตถุมงคลของหลวงปู่ศุขนั้นขึ้นชื่อในเรื่องแคล้วคลาดปลอดภัย
1.เหรียญหลวงปู่ศุข
ภาพจาก Kaidee.com
เหรียญหลวงปู่ศุขรุ่นแรก ปีพ.ศ. 2466 เป็นรุ่นที่เป็นที่นิยมและมีราคาสูง หากสภาพดี ราคาก็อาจสูงถึงหลักล้านได้เลย โดยเหรียญมีลักษณะเป็นรูปไข่ หน้าเป็นรูปเหมือนหลวงปู่ศุข ด้านหลังเป็นยันต์สาม ด้านหน้าจะมีสามจุดบนไหล่ขวา ซึ่งจะไม่ใช่ตำหนิอะไร
รายละเอียดบนมือจะมีลาย ด้านข้างของรูปเหมือนบนเหรียญจะมีตัวอุขึ้นและอุลงในภาษาขอม และลายเส้นต่างๆก็มีความคม ละเอียดชัดเจน ขอบเหรียญจะมีรอยแหว่งบ้าง เป็นปกติของเหรียญปั้ม
เนื้อของเหรียญหลวงปู่ศุขจะมีทั้งเนื้อตะกั่ว เนื้อเงิน เนื้อทองคำ เป็นต้น พุทธคุณจะเน้นที่เมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย และที่สำคัญเหรียญหลวงปู่ศุขก็เป็นหนึ่งในชุดเบญจภาคีที่ขึ้นชื่อในวงการพระเครื่องอีกด้วย
2.พระเหรียญหล่อหลวงปู่ศุข
ภาพจาก Kaidee.com
พระเหรียญหล่อหลวงปู่ศุข มีหลากหลายพิมพ์ เช่น พิมพ์ฐานบัวบาน ตัวเหรียญเป็นสี่เหลี่ยม ด้านหน้าเป็นพระพุทธประทับนั่งบนฐานบัวสองชั้น หรือจะเป็นพิมพ์ตัดชิด ที่ตัวเหรียญเป็นทรงสี่เหลี่ยม ด้านหน้าเป็นพระพุทธประทับนั่งบนฐานบัวสองชั้น ขอบข้างเป็นซุ้มเรือนแก้ว ด้านหลังเป็นการลงอักขระยันต์จากหลวงปู่ศุข และแน่นอนว่าเรื่องพุทธคุณนั้นก็เป็นด้านแคล้วคลาดปลอดภัย เมตตามหานิยม เช่นเดียวกันเหรียญหลวงปู่ศุข
3.ตะกรุด
ภาพจากเว็บไซต์ easyamulet.com
ตะกรุดเป็นเครื่องรางของขลังชื่อดังชิ้นหนึ่งของหลวงปู่ศุข ตะกรุดหลวงปู่ศุขมีทั้งเนื้อตะกั่ว เนื้อเงิน หลวงปู่ศุขท่านจะจารตะกรุดใต้น้ำ ลายตะกรุดที่นิยมเล่นกันเป็นลายจระเข้ขบฟันและลายเกลียว การดูจะดูที่่ความเก่า การลงลักและ
ตะกรุดหลวงปู่ศุขก็มีหลายแบบ เช่น ตะกรุดจันทร์เพ็ญ ลายเกลียว ซึ่งตะกรุดทั้งหลายของหลวงปู่ศุขนั้นจะขึ้นชื่อเรื่องแคล้วคลาดปลอดภัย อยู่ยงคงกระพัน
สรุป
ในช่วงที่ผ่านมาอาจมีข่าวเกี่ยวกับลูกศิษย์หรืออาคมต่างๆของหลวงปู่ศุขมาเรื่อยๆ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าแม้หลวงปู่ศุขจะมรณภาพไปนานแล้ว แต่ยังมีลูกศิษย์ที่ยังศรัทธาเลื่อใสและนับถืออยู่มากมาย พระเครื่องและเครื่องรางของขลังจากหลวงปู่ศุขก็ยังเป็นที่นิยม เรื่องราคาบางรุ่นก็สูงถึงหลักล้านทีเดียว
หากใครสนใจพระเครื่องหรือเครื่องรางหลวงปู่ศุข สามารถเข้ามารับชมได้ที่ Kaidee ได้เลย มีครอบครองไว้ ให้พุทธคุณที่โดดเด่นด้านแคล้วคลาดปลอดภัย ติดตัวไว้ก็สบายใจ ลองเข้าไปดูกัน
Jul 20, 2021 | บทความยานยนต์
จากรุ่นที่ผ่านมาของ Honda Civic ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น วัยทำงาน หรือแม้กระทั่งวัยสูงอายุ จนลืมกันไปเลยว่านี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้วสำหรับโฉมปัจจุบันที่เปิดตัวกันมากว่า 5 ปี ตั้งแต่ 2016 จนมาในปี้นี้ก็มีข่าวหลุดออกมาถึงโฉมใหม่ของ Honda Civic 2021 โดยจะมีอะไรเพิ่มเติม หรือรูปโฉมจะเป็นอย่างไร Kaidee ขออาสาไปสืบมาให้!!
อะไรที่ทำให้ Honda Civic เป็นที่นิยม?
ก่อนจะไปดูว่าโฉมใหม่ของ Honda Civic 2021 จะมีอะไรใหม่ เรามาดูกันก่อนดีกว่าในรุ่นก่อนหน้าอย่าง Civic Gen 10 ว่าปัจจัยอะไรที่มันมาชูให้ได้รับความนิยมถึงขีดสุด และเป็นรถที่ได้รับกระแสที่ดีทั้งมือหนึ่งและมือสองอย่างต่อเนื่อง จนทุกวันนี้เวลาขับรถไปไหน จะต้องเห็นเจ้ารถยนต์รุ่นนี้วิ่งอยู่ร่วมกันบนท้องถนนเป็นจำนวนมาก
1. ดีไซน์สุดเจ๋ง
แน่นอนว่าน่าจะเป็นที่ฮือฮาเป็นอย่างมากตอนเปิดตัว เพราะรูปทรงของมันช่าง “เท่บาดใจเสียเหลือเกิน!!” ตอนแรกตัวผมเองนั้นนึกว่าอาจจะเป็นดีไซน์ที่เฉพาะผู้ชายชอบหรือเปล่า?? แต่ไม่ใช่เลยเพราะหลังจากนั้นไปนานผมก็ได้ลองถามคนรอบ ๆ ตัวทั้งชาย-หญิง ปรากฎว่าชอบกันหมด จึงแทบไม่ต้องสงสัยเลยว่าอิทธิพลที่มีต่อการตัดสินใจซื้อนั้น ส่วนใหญ่ก็มาจากข้อนี้นี่แหละ
2. สเปคเครื่องยนต์ที่โดนใจ
เครื่องยนต์ V-TEC ตำนานเครื่องยนต์ที่ทำให้รถยนต์ที่ไม่มี Turbo เหมือนมี Turbo ขึ้นมาได้ เป็นที่รู้กันของเหล่าสาวก Honda กันอยู่แล้วว่าเครื่องยนต์ตัวนี้นั้นดีขนาดไหน แต่ที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือในรุ่นนี้นั้นถูกปรับขนาดลงจากรุ่นเดิมคือ 2.0 มาเหลือเพียง 1.8 เท่านั้น แต่ยังคงทำประสิทธิภาพได้ดีเท่าเดิม เพิ่มเติมคือประหยัดน้ำมันมากขึ้น (โอ้พระเจ้าจอร์จมันยอดมาก!!)
3. มีรูปแบบของรถยนต์ให้เลือกหลากหลาย
เป็นอีกหนึ่งข้อดีของทาง Honda ที่ค่อนข้างจะรับฟังเสียงของผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ทำให้เกิดรุ่นย่อยที่มีรูปลักษณ์หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแบบ Sedan หรือว่า Hatchback แบบ 5 ประตู ซึ่งตอบโจทย์ลูกค้าที่หลากหลาย เพราะความชื่นชอบของแต่ละคนนั้นนานาจิตตัง แต่ก็ยังสามารถแก้ไขตรงจุดนี้ได้อย่างดีเยี่ยม
พาส่องกระแสเปิดตัว Civic 2021!!
มาถึง Highlight ของบทความนี้กันเลยดีกว่ากับ “โฉมใหม่ของ Civic” ซึ่งมาถึง Generation ที่ 11 กันแล้ว และเพิ่งเปิดตัวไปในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2564 ซึ่งมีข่าวแว่ว ๆ มาว่าจะเปิดตัวที่ประเทศไทยในเดือน กรกฎาคมนี้อีกด้วย จะมีน่าสนใจกันบ้างเดี๋ยวเราไปดูพร้อมกันเลย~
เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการ วันที่ “6 สิงหาคม 2564 ” นี้
สาวก Honda Civic ห้ามพลาด!!
1. เปลี่ยนโฉมใหม่
จากเดิมที่เป็นรถยนต์ดีไซน์สปอร์ตแบบเต็มสูบ จนหลาย ๆ คนถึงขั้นเอา Civic ไปแต่งเพื่อใช้ในการแข่งขันเลยทีเดียว แต่กลับกันในคราวนี้ Civic Gen 11 มาในแบบที่สุขุมนุ่มลึก มีหน้าตาคล้ายกับ Accord ที่เพิ่งเปิดตัวไปแทน ราวกับว่า Civic ต้องการที่จะเปลี่ยนฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่เลยทีเดียว (อยากเห็นตัวจริงเสียแล้วสิ)
2. เปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ อีกครั้ง
ในรุ่นก่อนหน้าก็ได้เปลี่ยนมาแล้วหนึ่งครั้งจากเครื่องยนต์ 2.0 สู่ เครื่องยนต์ 1.8 มาในรุ่นนี้ Civic Gen 11 ก็มีการปรับเปลี่ยนอีกครั้งโดยเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ 1.5 แทน และมีตัวที่เป็น 2.0 มาให้เลือกซื้อกัน
สเปคของเครื่องยนต์ 1.5
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC VTEC ขนาด 1.5 ลิตร 1,498 ซีซี. ให้กำลังสูงสุดถึง 182 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 240 นิวตันเมตร ที่ 1,700 – 4,500 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT ได้รับการปรับปรุงใหม่
สเปคของเครื่องยนต์ 2.0
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC i-VTEC ขนาด 2.0 ลิตร 1,996 ซีซี. ให้กำลังสูงสุดถึง 160 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 187 นิวตันเมตร ที่ 4,200 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT ได้รับการปรับปรุงใหม่
3. เพิ่มพื้นที่ใช้สอย
อย่างที่บอกไปว่า Honda ค่อนข้างที่จะใส่ใจผู้บริโภคอย่างเรา ๆ เพราะมีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยที่ใช้ Civic gen 10 แล้วบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าพื้นที่ใช้สอยน้อย ไม่ค่อยกว้างเท่าไรนัก Honda จึงไม่รีรอจัดให้หนัก ๆ ในรุ่นนี้ ด้วยฝากระโปรงท้ายที่กว้างขึ้นถึง 1.6 นิ้ว (ดูเหมือนน้อย แต่คือได้พื้นที่ขึ้นมาอีกเยอะพอสมควร)
“มาชมรูปของ Civic 2021 กันชัด ๆ เลยดีกว่า
คาดการณ์ Civic 2021 อาจขายได้น้อยกว่ารุ่นก่อน
จากรูปก็น่าจะเห็นกันไปแล้วว่าหน้าตาของมันเปลี่ยนไปมากเลยทีเดียว จึงทำให้หลายคน ๆ หรือสำนักวิเคราะห์เรื่องของรถยนต์ต่างออกมาบอกกันว่า ยอดขายน่าจะลดลงจากรุ่นเดิมด้วยเหตุผลหลายอย่าง ซึ่งจะมีเหตุผลอะไรบ้าง เราไปดูกันเลย
เหตุผลที่ 1 : ความเปรี้ยวซ่าของดีไซน์ลดลง
จากการออกแบบจะเห็นได้ชัดเลยว่าความเท่ ความสปอร์ตมันดูลดลงจริง ๆ เป็นดีไซน์ที่ดูจะดึงดูดผู้คนเหล่าทางฝั่งยุโรปเสียมากกว่า เพราะเหมือนนำความหรูหราเข้ามาแทนที่เสียอย่างนั้น ซึ่งเป็นเหตุผลหลัก ๆ เลยที่อาจจะส่งผลให้ยอดขายไม่ดีเท่าที่ควร
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ความชอบเป็นสิ่งที่วัดกันไม่ได้ ข้อนี้จึงไม่ใช่เหตุผลหลักที่เหล่ากูรูตั้งเหตุผลไว้
เหตุผลที่ 2 : ภาวะของโควิด 19
ส่วนนี้เลยที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์เป็นอย่างมาก เพราะมีผลกระทบทำให้เศรษฐกิจนั้นตกต่ำกันทั้งโลก แน่นอนว่าหากยังเป็นอย่างนี้ ผู้คนย่อมประหยัดค่าใช้จ่าย และไม่จับจ่ายอะไร อีกทั้งยังต้องเก็บเงินเอาไว้ป้องกันในยามฉุกเฉินแทน
เหตุผลที่ 3 : พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
มีการคาดการณ์จากหน่วยวิเคราะห์อุตสาหกรรมยานยนต์ ในเรื่องของสภาวะตลาดของรถยนต์ประเภท Sedan ที่จะอยู่ในระดับ C-Segment มีโอกาสหดตัวลง และเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ SUV แทน ซึ่งจะเป็นอย่างนั้นหรือไม่คงต้องรอลุ้นต่อไปในอนาคต
ราคาเปิดตัวของ Honda Civic 2021 อยู่ที่ : 21,700$ หรือประมาณ 700,000 บาท (ซึ่งราคานี้เป็นราคาที่อเมริกาเท่านั้น ของประเทศไทยคงต้องรอดูต่อไปตอนเปิดตัว)
สรุปท้ายบทความ Honda Civic 2021
เป็นอีกหนึ่งครั้งที่พลิกโฉมใหม่ของ Honda Civic 2021 จนเดินทางมาถึง Generation ที่ 11 กันแล้ว ที่เปลี่ยนแปลงไปในเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกให้มีความเรียบหรูแบบผู้ใหญ่มากขึ้น ปรับลดความสปอร์ตที่เคยมีให้น้อยลง ซึ่งอาจจะกลายเป็นว่าจะทำให้บรรดาวัยรุ่นทั้งอาจจะไม่ชอบใจสักเท่าไร แต่เรื่องของดีไซน์ก็ถูกทดแทนด้วยเครื่องยนต์และฟังก์ชันอื่น ๆ ที่เพิ่มเข้ามาแทน ซึ่งยังไงเสีย Civic ก็ยังคงเป็นรถยนต์ Sedan ขนาด C-Segment ที่มีความน่าสนใจอยู่ดี
ส่วนใครที่ทนไม่ไหวที่จะรอ Honda Civic 2021 แล่วล่ะก็ ลองเข้ามาหารถยนต์ Honda Civic รุ่นก่อนหน้าหรือ Generation 10 ได้ที่ขาย Kaidee Auto ดูสิ เพราะมีให้เลือกมากมายทั้งรุ่นย่อยต่าง ๆ สี รวมไปถึงสภาพของตัวรถที่ถูกใจ แถมยังสามารถนัดดูรถกับทางเจ้าโดยตรงก่อนตัดสินใจซื้อได้อีกด้วย ครบ จบในที่เดียวขนาดนี้ พลาดได้ไง!! เข้ามาเลย!!
Jul 19, 2021 | บทความอสังหาฯ
ประตูบ้าน ถือเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนสำคัญในการต้อนรับแขกที่มาเยือน อีกทั้งทางฮวงจุ้ยแล้ว การใช้ประตูบ้านที่สวยงามยังเป็นความเชื่อสำคัญในการออกแบบบ้าน และนอกจากนี้ เรายังจำเป็นจะต้องเลือกประตูบ้านที่แข็งแรงและปลอดภัยอีกด้วย ซึ่งประตูแต่ละวัสดุแต่ละชนิดก็เหมาะสมกับห้องที่แตกต่างกัน และในบทความนี้เราจะหยิบยกความรู้เรื่องวัสดุประตู ลักษณะประตู พร้อมวิธีการเลือกซื้อประตูที่เหมาะสมมาให้อ่านกัน
ประตูบ้าน จากวัสดุต่าง ๆ
ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักกับวัสดุของประตูบ้านแต่ละแบบกันว่ามีทั้งหมดกี่แบบ และแต่ละแบบมีข้อดีข้อด้อยต่างกันอย่างไร
ประตูไม้จริง
ประตูบ้านไม้ที่ผลิตจากไม้ธรรมชาติ ให้ความรู้สึกถึงความอบอุ่น เป็นธรรมชาติ มีข้อดีที่มีความแข็งแรง ทนทาน มีอายุยืนนาน และสามารถปรับเปลี่ยนรูปร่างได้ตามต้องการซึ่งประตูไม้ที่ทนแดดและฝนมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้น ไม้สัก ไม้แกง ไม้โอ๊ก ที่คุณภาพยิ่งสูงก็ยิ่งมีราคาแพง และข้อด้อยของประตูประเภทนี้คือ สามารถหดและขยายได้ง่ายเมื่อโดนความชื้น ดังนั้นจึงเหมาะกับการติดตั้งพื้นที่ที่ไม่โดนน้ำอย่างภายในบ้านเสียมากกว่า
ประตูไม้สังเคราะห์ (WPC)
ประตูบ้านไม้สังเคราะห์ (WPC: Wood Plastic Composite) ผลิตขึ้นจากเนื้อไม้แข็งบดผสมผสานกับพลาสติก แล้วนำมารีดให้กลายเป็นแผ่น เป็นประตูที่มีความแข็งแรงกว่าประตูไม้จริง สามารถกันน้ำหรือความชื้น ไม่ไวไฟ ปลวกไม่ขึ้น และยังมีผิวสัมผัสที่คล้ายกับไม้ แต่ไม่สามารถปรับแต่งได้ เหมาะกับทั้งบริเวณภายในและภายนอกบ้าน
ประตูไม้อัด
ประตูไม้อัด (HDF: High Density Fiber) ถูกผลิตขึ้นจากเส้นใยธรรมชาติผสมกับกาวสังเคราะห์ อัดด้วยความร้อนและความดันที่สูง จึงทำให้มีน้ำหนักเบา สีสันสวยงาม และสามารถออกแบบได้หลากหลายรูปแบบ แต่มีข้อด้อยคือความแข็งแรงที่น้อย และเสื่อมสภาพเร็วเมื่อโดนแดดโดยตรง เหมาะกับการใช้พื้นที่ภายใน
ประตูยูพีวีซี (uPVC) หรือประตูไวนิล
ประตูยูพีวีซี (uPVC) หรือประตูไวนิล ผลิตจากพลาสติกโพลีเมอร์ที่ถูกอัดรีดด้วยความร้อนสูงจนกลายเป็นแผ่นเรียบ อัดฟิล์ม แล้วขึ้นเป็นรูปต่าง ๆ ซึ่งด้วยกระบวนการผลิตเช่นนี้เองที่ส่งผลต่อคุณสมบัติที่สามารถเก็บเสียง ไม่ไวไฟ และทนต่อสภาพอากาศต่าง ๆ แต่ก็ไม่มีความแข็งแรงมากเท่าไรนัก ไม่ดูดซับสี อีกทั้งยังมีพื้นผิวที่ไม่เป็นธรรมชาติ ไม่น่าใช้อีกด้วย เหมาะสำหรับใช้งานทั้งภายใน และภายนอกที่ไม่โดนแดดโดยตรง
ประตูพีวีซี (PVC)
ประตูพีวีซี (PVC) อีกหนึ่งประตูบ้านที่สามารถกันน้ำได้ เพราะถูกผลิตขึ้นจากสังเคราะห์ที่คุ้นตากันอย่าง พลาสติก ทำให้มีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย ไม่เกิดปัญหาความชื้น ปลวก หรือการผุพัง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความไม่แข็งแรง สามารถแตกหักได้ง่าย และยังเกิดการเสียหายจากการโดนแดดโดยตรง ที่สำคัญคือ มีความปลอดภัยที่ต่ำมาก จึงควรติดตั้งบนพื้นที่ภายในบ้านเท่านั้น
ประตูไฟเบอร์กลาส
ประตูไฟเบอร์กลาส เป็นนวัตกรรมใหม่ของการผลิตประตูจากโพลีเอสเอตร์ เรซิน และเสริมด้วยใยแก้ว มาปั๊มแล้วขึ้นรูป ทำให้มีความแข็งแรง ทนทาน ทนแดด ทนน้ำ กันปลวก และยังสามารถปรับเปลี่ยนสีและไสได้ตามต้องการ ซึ่งประตูประเภทนี้จะมีโครงสร้างที่สามารถเก็บเสียงและอุณหภูมิ ไม่เปลี่ยนรูปร่างจึงเหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ภายนอกมากที่สุด โดยจะมีให้เลือกหลากหลายแบบและลาย
ประตูกระจก
ประตูกระจก ที่ผลิตจากกระจกเทมเปอร์หรือลามิเนต ทำให้มีความแข็งแรงทนทาน สามารถแตกหักยาก และที่สำคัญยังดูแลรักษาง่าย ซึ่งมีให้เลือกหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ประตูบานกระจกมีลวดลาย ประตูกระจกสแตนกลาส ประตูกระจกนิรภัย ประตูกระจกบานเปลือย และประตูกระจกบานเลื่อนอะลูมิเนียม เหมาะกับการใช้งานภายในบ้านที่กั้นระหว่างห้องต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้สึกกว้างขวางมากขึ้น
ลักษณะของ ประตูบ้าน แบบต่าง ๆ
แล้วลักษณะของการเปิด-ปิดประตูมีทั้งหมดกี่แบบล่ะ ? เรารวบรวมมาให้ทุกคนได้อ่านกัน
ประตูบานเปิด
ขอบคุณรูปจาก: McClennan Architects
ประตูบานเปิด ประตูบ้านที่เราได้เห็นอยู่เป็นประจำ มีลักษณะการเปิดเข้า-ออกในด้านใดด้านหนึ่ง นิยมใช้ในทุกส่วนของบ้า ไม่ว่าจะเป็นภายนอกหรือภายใน เพราะสามารถติดตั้งได้ง่ายกว่าประตูแบบอื่น ๆ แต่ก็เป็นประตูที่ต้องใช้พื้นที่เยอะจึงไม่เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่น้อย
ประตูบานเลื่อน
Conexao Decor
ประตูบานเลื่อน มีลักษณะการเปิด-ปิดด้วยการเลื่อนไปยังด้านข้าง โดยจะมีการติดตั้งรางสำหรับเลื่อนไว้ที่ด้านบนและล่างของประตู เหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่ขนาดเล็กโดยเฉพาะคอนโดมิเนียม เพราะไม่ต้องใช้พื้นที่เยอะนั่นเอง
ประตูบานสวิง
ขอบคุณรูจากmyscandinavianhome.com
ประตูบานสวิง เป็นประตูที่สามารถเปิด-ปิด ได้ทั้งซ้ายและขวา เหมาะสำหรับบริเวณที่มีการใช้งานเป็นประจำและมีพื้นที่กว้างอย่าง ประตูบ้าน หรือประตูห้องนั่งเล่น เพราะต้องใช้พื้นที่เยอะเช่นเดียวกับประตูบานเปิด
ประตูบานเฟี้ยม
ขอบคุณรูปจาก: solarlux.com
ประตูบานเฟี้ยม เป็นประตูที่มีลักษณะของประตูบานเล็กมาต่อกันให้กลายเป็นบานพับมาทบต่อ ๆ กัน และจุดเด่นที่สำคัญของประตูบานเฟี้ยมคงจะหนีไม่พ้น สามารถขยายหรือเชื่อมต่อพื้นที่ห้องได้กว้างยิ่งขึ้น ซึ่งใครที่มีงบประมาณที่ไม่เพียงพอก็สามารถนำฉากกั้นมาใช้แทนได้
เคล็ดลับการเลือก ประตูบ้าน ให้เหมาะสม
หลังจากที่เราได้รู้ข้อมูลของประตูบ้านแบบต่าง ๆ ไปแล้ว เรามาอ่านกันว่าพื้นที่แต่ละส่วนของบ้านเรา เหมาะกับประตูแบบไหนกันนะ ?
ประตูรั้ว
ประตูรั้วถือเป็นประตูบานแรกที่แขกจะได้เห็นเมื่อมาเยี่ยมเยียนบ้าน อีกทั้งยังอยู่ภายนอกบ้าน ทำให้เราควรเลือกประตูที่สวยงาม มองเห็นง่ายเพื่อป้องกันสิ่งที่จะหลบซ่อนรอบบ้าน อีกทั้งยังควรเป็นวัสดุที่ทนแดดทนฝน ซึ่งมีให้เลือกมากมาย ทั้งเหล็ก สเตนเลส อะลูมิเนียม อัลลอยด์ ไม้ ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ยแล้วการมีรั้วบ้านโปร่งจะเป็นการนำพลังงานต่าง ๆ เข้ามาในบ้าน
ประตูบ้าน
สำหรับประตูบ้านหลักนั้นหมายถึงประตูที่เชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ภายนอกและภายในบ้าน ซึ่งจำเป็นต้องมีการคำนึงถึงความสวยงามและความทนทานต่อแดดและฝน เช่น ประตูไม้สังเคราะห์ ประตูยูพีวีซี ประตูไวนิล ประตูพีวีซี ประตูไฟเบอร์กลาส และประตูกระจก เป็นต้น ซึ่งทั้งประตูหน้าบ้านและหลังบ้านไม่ควรตรงกัน เพราะตามความเชื่อแล้ว เมื่อพลังงานที่ดีเข้ามาก็จะออกไปในทันที
ประตูห้องนั่งเล่น
ถ้าหากบ้านของคุณมีสมาชิกตัวน้อย การติดตั้งประตูห้องรับแขกด้วยประตูบานเฟี้ยมหรือประตูบานเลื่อนใส เป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะจะทำให้ผู้ปกครองสามารถสอดส่องดูแลได้อย่างง่ายดายและยังเป็นประตูที่กินพื้นที่น้อยอีกด้วย
ประตูห้องน้ำ
ห้องน้ำเป็นพื้นที่ที่มีความชื้นจำนวนมาก ดังนั้นการเลือกซื้อประตูสำหรับห้องน้ำจึงต้องคำนึงถึงวัสดุเป็นอันดับแรก ซึ่งต้องเป็นประตูที่สามารถกันน้ำและความชื้นได้เป็นอย่างดี เช่น ประตูพีวีซี หรือ ประตูยูพีวีซี มิเช่นนั้นประตูของคุณอาจจะเสื่อมสภาพได้เร็วมากยิ่งขึ้น
ประตูห้องนอน
ประตูห้องนอน เป็นส่วนที่ถูกใช้งานบ่อยเป็นประจำไม่แพ้ประตูบ้านส่วนอื่น ๆ ดังนั้นจึงควรเลือกประตูที่ใช้งานได้อย่างยาวนาน มีความแข็งแรง และทนทานต่อความชื้น อย่าง ประตูไม้จริง ที่มีความสวยงามแข็งแรงแต่ไม่ทนทานต่อความชื้น และ ประตูไม้สังเคราะห์ ที่ถึงแม้จะไม่แข็งแรงเท่าไม้จริงแต่ก็ทนทานต่อความชื้น ไม่ยืดหด และสามารถใช้งานได้ระยะยาว
สรุปบทความการเลือก ประตูบ้าน
ก่อนที่เราจะเริ่มแต่งบ้านเราก็ควรที่จะศึกษาข้อมูลเหล่านี้ให้ดีก่อนว่า บ้านของคุณเหมาะประตูแบบไหน วัสดุอะไร รวมถึงข้อจำกัดต่าง ๆ ของบ้าน ซึ่งเมื่อเราได้ตัดสินใจเลือกประตูแบบต่าง ๆ ที่เหมาะสมแล้ว เราก็ต้องมีการรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อการใช้งานอย่างยาวนาน
แต่ถ้าหากคุณไม่อยากต้องลำบากสร้างบ้านหรือแต่งบ้านเอง ที่นี่ก็มีบ้านพร้อมอยู่หลายหลังให้คุณได้เลือกซื้อ เพียงแค่เข้าไปที่เว็บไซต์ Kaidee Property แล้วกดซื้อ เพียงเท่านี้คุณก็จะเป็นเจ้าของบ้านสวย ๆ ได้แล้ว
อ่าบทความเกี่ยวกับ อสังหาฯ อื่น ๆ ที่นี่
Jul 16, 2021 | บทความอสังหาฯ
รถไฟฟ้าสายสีส้ม สายสีชมพู คือสองไฮไลท์การก่อสร้างเมกะโปรเจ็คของคนกรุงเทพที่ใกล้จะได้เวลานับถอยหลังเพื่อใช้บริการเข้าไปทุกที พร้อมกับความคึกคักด้านอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มปรากฏออกมาเป็นรูปเป็นร่างผ่านโครงการที่อยู่อาศัยทั้งคอนโด บ้านเดี่ยว และทาวน์โฮม ที่ผุดขึ้นยาวตลอดสองฝากฝั่งเส้นรถไฟฟ้าทั้งสองสาย
ยิ่งไปกว่านั้นปลายทางของรถไฟฟ้าสายสีส้มและสายสีชมพูที่มาบรรจบกัน ณ สถานีมีนบุรี ยังถือเป็นการผนึกกำลังสร้างโอกาสบนทำเลอนาคตอย่างมีนบุรีให้กลายเป็นเซ็นเตอร์เศรษฐกิจใหม่แห่งกรุงเทพตะวันออก ที่ว่ากันว่าจะสามารถทัดเทียมสีลม-สาธรได้เลยทีเดียว
ทำไมรถไฟฟ้าสายสีส้มและรถไฟฟ้าสายสีชมพูถึงมีอิทธิพลต่อมีนบุรีและกรุงเทพฯ ตะวันออกได้ขนาดนี้ เราไปค้นหาคำตอบด้วยกัน
รถไฟฟ้าสายสีส้ม เชื่อม New CBD สู่กรุงเทพตะวันออก
แผนที่สถานีรถไฟฟ้าสายสีส้มที่วิ่งผ่านกรุงเทพฯ จากฝั่งตะวันตกสู่ตะวันออก ภาพจาก www.mrta-orangelineeast.com
หากเรามองแผนผังโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มแบบ Full Scale จะพบว่าเป็นเส้นทางที่วิ่งยาวตั้งแต่กรุงเทพฯฝั่งตะวันตก เริ่มต้นที่ตลิ่งชัน บางขุนนนท์ ตัดผ่านเข้ากรุงเทพฯ ชั้นในอย่างราชเทวี ราชปรารภ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งชาติ และมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกตามเส้นถนนรามคำแหง โดยมีปลายทางเป็นมีนบุรีและสุวินทวงศ์ รวมระยะทางกว่า 40 กิโลเมตร 29 สถานี (แบ่งเป็นสถานีใต้ดิน 23 สถานี และสถานียกระดับ 7 สถานี)
โดยตลอดสายสีส้มนี้ยังเป็นเส้นทางที่ตัดกับรถไฟฟ้าสายอื่นๆ หรือมี Interchange Station มากถึง 9 สาย 9 สถานี จนอาจเรียกว่าเป็นเส้นทางคมนาคมที่เชื่อมกรุงเทพไว้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดสายหนึ่งก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าจะเดินทางไปโซนไหนของกรุงเทพฯ ก็สามารถอาศัยรถไฟฟ้าสายสีส้มเป็นเส้นทางหลักเพื่อคอนเนคต่อไปยังจุดหมายปลายทางที่ต้องการ
ปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มเฟสแรก เริ่มที่ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) หรือที่รู้จักกันดีว่าเป็นรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออก ระยะทางประมาณ 22.57 กิโลเมตร โดยวิ่งตามแนวถนนวัฒนธรรม ผ่านแยกพระราม 9-ประดิษฐ์มนูธรรม เข้าสู่ถนนรามคำแหงและวิ่งยาวจนถึงแยกรามคำแหง – สุวินทวงศ์ อันเป็นจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) นั่นเอง ซึ่งปัจจุบันการก่อสร้างคืบหน้ากว่า 82 เปอร์เซ็นต์ และมีแผนที่จะเปิดให้บริการในต้นปี 2568
ส่วนเฟสสองที่เป็นรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-บางขุนนนท์ กำลังอยู่ระหว่างค้นหาผู้ชนะประมูล และคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2565 พร้อมใช้งานในปี 2570
ภาพจาก Google Street View บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งเป็นหนึ่งในโซนที่มีความคึกคักบนถนนรามคำแหง
รถไฟฟ้าสายสีส้มปลุกถนนรามคำแหงเป็นทำเลน่าจีบ
การที่สถานีรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออกมากกว่าครึ่งหนึ่งทอดตัวยาวไปกับถนนรามคำแหง ทำให้โอกาสการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์บนถนนเส้นนี้เกิดขึ้นตามเช่นกัน ทั้งในส่วนของ Residential และ Commercial ที่มีดีเวลอปเปอร์มากหน้าหลายตาต่างแวะเวียนมาหาทำเลดีๆ บนถนนรามคำแหง
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เผยดัชนีราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาไตรมาสแรกปี 2564 พบว่าทำเลที่ดินแนวรถไฟฟ้าสายสีส้มนั้นมีการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้นเป็นอันดับ 3 รองจากสายสีน้ำเงินและสายสีทอง หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 35.7 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
ทั้งยังขานรับกับร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับล่าสุด (แต่ยังไม่มีการประกาศใช้อย่างเป็นทางการเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19) ที่พบว่าตลอดสองฝั่งถนนรามคำแหงนั้น มีการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นสีส้ม หรือเป็นพื้นที่อยู่อาศัยหนาปานกลาง ซึ่งปรับขึ้นจากเดิมที่เป็นพื้นที่อาศัยหนาแน่นน้อย และยังขยายความหนาแน่นสู่พื้นที่เชื่อมต่ออย่างวังทองหลาง บึงกุ่ม และคันนายาว จนครอบคลุมเกือบครบทุกพื้นที่หลักของกรุงเทพตะวันออกเลยก็ว่าได้
นอกจากนี้ยังแซมด้วยพื้นที่สีแดงหรือพื้นที่พาณิชยกรรมในช่วงถนนหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง แยกลำสาลี และย่านมีนบุรี ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ดีของการขยายตัวทางธุรกิจและการเติบโตของเขตเมือง โดยมีถนนรามคำแหงเป็นจุดต่อสำคัญจาก New CBD อย่างรัชดา เพชรบุรี พระราม 9
แน่นอนว่าอานิสงค์ของความเจริญเติบโตที่ผู้คนที่อาศัยอยู่ในย่านนี้จะได้แบบเต็มๆ คือความครบครัน ทั้งด้านการเดินทางที่เลือกสัญจรได้ครบทั้งทางรถยนต์ รถประจำทาง เรือโดยสารคลองแสนแสบ ทางด่วน และเร็วๆ นี้กับรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งจะทำให้การเดินทางเข้า-ออกใจกลางเมืองสั้นกระชับ และรวดเร็วกว่าเดิม ไปจนถึงความครบครันด้านการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งแหล่งชอปปิ้งทันสมัย ตลาดสด ร้านอาหาร สถานศึกษา โรงพยาบาล แหล่งท่องเที่ยว เรียกว่ามีดีไม่แพ้โซนกรุงเทพชั้นในเลยทีเดียว
รถไฟฟ้าสายสีชมพู เส้นทางที่เติบโตไม่หยุด
เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพู ภาพจาก www.mrta-pinkline.com
ถ้าเรามองว่ารถไฟฟ้าสายสีส้มเชื่อมกรุงเทพตะวันตกและตะวันออกด้วยการวิ่งผ่าใจกลางเมือง รถไฟฟ้าสายสีชมพูก็คือตัวกลางเชื่อมเมืองทั้งสองฝั่งที่จับกลุ่มผู้ใช้ที่อยู่โซนรอบนอกทางด้านเหนือของกรุงเทพฯ โดยมีจุดเริ่มอยู่ที่ศูนย์ราชการนนทบุรี ก่อนจะวิ่งผ่านโลเคชันสำคัญๆ อย่างแยกปากเกร็ด เมืองทองธานี หลักสี่ และเข้าสู่ถนนรามอินทรายาวจนไปบรรจบรถไฟฟ้าสายสีส้มที่สถานีมีนบุรีนั่นเอง
แม้ก่อนหน้านี้จะมีหลายคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพูนั้นไม่คุ้มค่า เพราะไม่ได้เป็นเส้นทางเข้าเมืองโดยตรงเหมือนอย่างรถไฟฟ้าสายสีอื่นๆ และผู้ใช้บริการอาจบางตา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าที่ดินในย่านนี้ยังคงเป็นที่ต้องการของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อยู่ดี
เห็นได้จากโครงการที่อยู่อาศัยทั้งแนวราบและแนวสูงที่ทยอยเปิดตัวไปตามความคืบหน้าการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู ซึ่งความน่าสนใจของโครงการเหล่านั้น มักชูจุดเด่นด้านความพรีเมียมของสิ่งอำนวยความสะดวก พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง และที่สำคัญคือจ่ายในราคาที่เอื้อมถึงได้ง่ายกว่าทำเลอื่นๆ
โดยเฉพาะช่วงปลายถนนรามอินทราจนถึงสถานีมีนบุรีนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นโซนอยู่อาศัยที่มีความคึกคัก มีการผสมผสานระหว่างชุมชนดั้งเดิมกับหมู่บ้านสมัยใหม่ ท่ามกลางสิ่งอำนวยความสะดวกที่สมบูรณ์แบบทั้งห้างสรรพสินค้า ตลาด โรงพยาบาล โรงเรียน สนามกีฬา หรือแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ
รถไฟฟ้าสายสีส้ม X สายสีชมพู X มีนบุรี ทำเลอนาคตที่รอให้คุณคว้าโอกาส
การที่รถไฟฟ้าสายสีส้มและรถไฟฟ้าสายสีชมพูมีปลายทางที่เดียวกันอย่างมีนบุรีนั้น อาจไม่ต่างจากวรรคทองที่ว่า “ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม” ที่หมายถึงความเป็นศูนย์กลางที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าของมีนบุรีให้กลายเป็นฮับทางด้านการลงทุนในอนาคตที่ยกระดับเทียบเท่าย่านเศรษฐกิจ CBD
โดยมีเส้นทางรถไฟฟ้าทั้งสองสายเป็นแรงขับเคลื่อนความเจริญจากใจกลางเมืองสู่โซนกรุงเทพฯ ตะวันออก พร้อมเสริมทัพด้วยโครงข่ายคมนาคมเดิมที่อยู่ในรัศมีใกล้ๆ อย่างถนนกาญจนาภิเษกหรือถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ถนนมอเตอร์เวย์ ที่เชื่อมต่อไปยังเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC และสนามบินสุวรรณภูมิได้อย่างง่ายดาย
เหล่านี้เป็นตัวเร่งให้เกิดการลงทุนในย่านมีนบุรีอย่างก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นโครงการจากภาครัฐหรือจากเอกชนที่เข้ามาพัฒนาและเพิ่มมูลค่าที่ดินให้สูงขึ้น รวมถึงในระดับผู้บริโภคที่ก็สามารถคว้าโอกาสดีๆ บนทำเลนี้ได้เช่นกันผ่านการจับจองที่อยู่อาศัย
หนึ่งในนั้นคือโครงการ The Origin Ram 209 Interchange คอนโดมิเนียมแนวสูงที่จับจองที่ดินระหว่างรถไฟฟ้าสายสีส้มและสายสีชมพูได้อย่างเหมาะเจาะ พร้อมชูจุดขายด้านราคาเริ่มต้นเพียง 1 ล้านกลางๆ แถมด้วย Facilities แบบจัดเต็ม ซึ่งหากใครที่กำลังมองหาคอนโดไว้อยู่เองหรือลงทุนในอนาคต โครงการนี้นับว่าน่าสนใจอยู่ไม่น้อย และเชื่อได้เลยว่าหากรถไฟฟ้าทั้งสองสายเปิดให้บริการเต็มระบบแล้ว ราคาจะขยับปรับขึ้นอีกอย่างแน่นอน
Jul 15, 2021 | บทความอสังหาฯ
เคยได้ยินไหมว่า ต่อให้อินทีเรียในบ้านสวยขนาดไหน แต่ถ้าเลือกสีทาภายนอกบ้านผิดเฉดก็แป๊กได้อยู่ดี ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการจับคู่สีทาบ้านภายนอกทูโทน ซึ่งเป็นการผสมผสานสีสันในเฉดที่เหมาะสม ที่ไม่เพียงจะเนรมิตให้บ้านสวยปังตั้งแต่แรกเห็น และเสริมประสบการณ์การอยู่อาศัยที่พิเศษยิ่งขึ้นเท่านั้น แต่หากคุณมีความคิดที่จะรีโนเวทบ้านเพื่อขายต่อ การเลือกใช้สีทาบ้าน ภายนอกทูโทนยังจะช่วยดึงดูดใจผู้ซื้อได้อย่างน่ามหัศจรรย์อีกด้วย
ภาพจาก www.homeawakening.com
เทคนิคเลือกสีทาบ้านภายนอกทูโทนให้เวิร์ก
มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า สีสันที่อยู่ภายนอกบ้านนั้นไม่ได้มีแค่ผนังทาสีเท่านั้น แต่ยังมีสีสันจากวัสดุในการก่อสร้า งปรากฏอยู่มากมาย อาทิ สีของก้อนอิฐที่ก่อเป็นผนังโชว์แนว สีจากวัสดุมุงหลังคา สีของรางระบายน้ำ และสีของโครงสร้างเหล็ก เป็นต้น ซึ่งเป็นสีสันที่จะส่งผลต่อภาพรวมของบ้าน และเป็นปัจจัยที่เราต้องคำนึงเพื่อจะได้เลือกสีทาบ้านให้เข้ากับองค์ประกอบเหล่านั้นให้มากที่สุด
หลักการเบสิกที่นิยมใช้ทั่วไปในการเลือกสีทาภายนอก เราเรียกว่า ‘กฏ 70-25-5’ ซึ่งมาจากสัดส่วนของโทนสีที่จะใช้นั่นเอง ประกอบด้วย
Body Color หมายถึง สีหลักที่เราใช้ทาผนังทั้งด้านหน้าบ้าน หลังบ้าน และข้างบ้าน ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของตัวบ้าน หรือสัดส่วนเท่ากับ 70 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมด
Trim Color ทำหน้าที่เป็นสีสำหรับตกแต่งองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม เช่น วงกบประตู วงกบหน้าต่าง ฝ้าชายหลังคา และราวระเบียง เป็นต้น โดยจะมีพื้นที่ราวๆ 25 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมด
Accent Color คือสีที่เราต้องการเน้น หรือเรียกว่าเป็นสีดึงสายตาที่ทำให้ตัวบ้านโดดเด้งก็ว่าได้ โดยจะใช้สีในปริมาณน้อยเพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนใหญ่มักใช้ Accent Color บริเวณบานประตู บานหน้าต่าง หรือบริเวณที่มีโครงสร้างอาคารยื่นออกมาจากตัวบ้านปกติ เพื่อสร้างความเป็นเอกลักษณ์ เสริมมิติบ้านให้ดูน่าสนใจ
กฏดังกล่าวสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับสีทาบ้านภายนอกทูโทนได้เช่นกัน โดยเพิ่มสีเฉดที่สอง (Secondary Color) ลงไปใน Body Color หรืออาจปรับตรง Accent Color ให้กลายเป็นสีรองของสีทูโทนก็ได้เช่นกัน
สำหรับการเลือกสีรองหรือสีที่สองของสีทาภายนอกบ้านทูโทนนั้น ส่วนใหญ่มักเป็นเฉดที่มีความเข้มข้นต่างจากสีหลัก อาจเป็นในรูปแบบสีเข้มตัดกับสีอ่อน เช่น สีเทาควันบุหรี่ตัดกับสีดำ หรืออาจเลือกสีคู่ตรงข้ามอย่างขาวและแดงหรือเหลืองตัดน้ำเงินเข้ม ก็จะช่วยเปลี่ยนอารมณ์ของบ้านและงานสถาปัตยกรรมภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เคล็ด (ไม่) ลับ : สำหรับใครที่ไม่แน่ใจว่าสีทาภายนอกบ้านทูโทนที่ตัวเองเลือกนั้นเหมาะกับตัวบ้านจริงๆ หรือไม่ อาจใช้ทักษะวาดรูประบายสี 101 เข้ามาช่วย โดยการนำพาเลทสีนั้นๆ มาเทียบกันเคียงแบบชัดๆ และลองระบายสีเหล่านั้นลงในแบบบ้านของเราตามตำแหน่งต่างๆ หรืออาจใช้คอมพิวเตอร์ช่วยเนรมิตภาพในหัวให้ออกมาก็จะช่วยให้เราเห็นภาพของสีทาภายนอกบ้านทูโทนที่ชัดเจนและตัดสินใจง่ายขึ้น
ตัวอย่างการเทียบสีก่อนลงมือทาสีภายนอกบ้านแบบทูโทน ภาพจาก www.hellocrofts.com
Mix & Match คู่สีทาบ้านภายนอกทูโทน
เอาล่ะ พอทราบเทคนิคการเลือกสีทาบ้านภายนอกทูโทนกันแล้ว คราวนี้เรามาลองดูว่าตัวอย่างคู่สีทูโทนไหนบ้างที่เมื่อจับมาอยู่ด้วยกันแล้วช่วยทำให้บ้านนั้นมีเสน่ห์ชวนมองยิ่งขึ้น
ขาว-ดำ
สีทาภายนอกบ้านทูโทนคลาสิกที่สุดต้องยกให้สีขาวและสีดำ (หรือเทาเข้ม) เพราะไม่ว่าจะทาอยู่บนกำแพงบ้านสไตล์ไหนก็สร้างอัตลักษณ์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ โดยเราสามารถใช้ทั้งสองสีเป็นสีหลักหรือสีรองได้ตามต้องการ หากให้น้ำหนักสีขาวมากกว่า บรรยากาศของบ้านก็จะสว่างไสว ได้อารมณ์ความอบอุ่น รู้สึกปลอดภัย ในขณะที่หากใครใช้สีดำเป็นสีหลัก โทนของบ้านจะมีความเข้มแข็งและค่อนไปทางลึกลับได้ด้วย
เทา-ดำ
เป็นคู่สีทาภายนอกบ้านทูโทนที่กำลังมาแรงในกลุ่มบ้านสไตล์โมเดิร์น และมักแซมหรือใช้ Accent Color ที่เป็นสีน้ำตาล โดยเฉพาะโทนน้ำตาลที่มาจากเนื้อแท้ของวัสดุนั้นๆ เช่น ประตูไม้หรือผนังอิฐโชว์แนว ซึ่งช่วยลดความแข็งกระด้างของสีทูโทนอย่างเทาและดำได้เป็นอย่างดี ทำให้บ้านมีดู Friendly และกลมกลืนกับไปบริบทรอบตัว
ภาพจาก www.archdaily.com
เขียว-เบจ
แม้จะไม่ใช่โทนสียอดนิยมเหมือนอย่างสองโทนข้างต้น แต่ก็เป็นคู่สีทาภายนอกบ้านทูโทนที่สามารถปรับมุมมองของสถาปัตยกรรมได้ค่อนข้างหลากหลายไปตามเฉดสีเขียวที่แปรเปลี่ยนได้ อย่างเช่น สีเขียวโอลีฟ ให้ความรู้สึกภูมิฐานน่ายำเกรง ในขณะที่เขียวมิ้นท์คือความสนุกสนานที่แฝงด้วยความอ่อนหวาน หรือหากอยากได้บ้านที่ดูกลมกลืนไปกับธรรมชาติ สีเขียวใบไม้ก็ตอบโจทย์ได้อย่างดี
น้ำเงิน-ขาวออฟไวท์
สำหรับใครที่อยากได้ฟีลบ้านเหมือนอยู่ต่างประเทศ คู่สีทาภายนอกบ้านทูโทนอย่างน้ำเงินกับสีขาวออฟไวท์ก็นับว่าเข้ากันไม่น้อย นอกจากจะให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปใช้ชีวิตในวันวานที่แสนสงบแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งคู่สีคลาสิกที่สะท้อนสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ให้ปรากฏกับบ้านที่ใช้สีทูโทนนี้
เหลือง-ขาว
ทันทีที่เรานำสีเหลืองไม่ว่าจะเฉดใดก็ตามทาลงบนผนังบ้าน บรรยากาศความสนุกสนานมีชีวิตชีวาก็ถูกปลุกขึ้นทันที และเมื่อจับคู่กับสีขาวก็ถือเป็นการเพิ่มความสมดุล ทำให้รู้สึกเบาสบาย อยู่แล้วคลายความกังวลได้เลย ซึ่งในโทนสีเหลือง-ขาวนี้ เรายังสามารถใส่ Accent Color สีคู่ตรงข้ามอย่างน้ำเงิน แดง หรือเขียว เพื่อเพิ่มมิติให้บ้านสดใสไม่เหมือนใครได้อีกด้วย
น้ำตาล-ขาว-ครีม
ตัวอย่างสีทาภายนอกบ้านทูโทนสุดท้ายที่ได้รับความนิยมกว้างขวางคือกลุ่มสีเอิร์ธโทนอย่างน้ำตาล ขาว และครีม ที่ไม่เพียงทำให้ตัวบ้านดูสง่างามภูมิฐาน อยู่เหนือกาลเวลาเท่านั้น แต่ยังแฝงไว้ด้วยความอบอุ่น ความเป็นครอบครัวที่ส่งต่อความสุขจากรุ่นสู่รุ่น และยังสามารถเข้ากันได้ดีกับสวนหน้าบ้านและต้นไม้ใหญ่ที่เป็นหนึ่งเดียวกัน
ภาพจาก www.pixabay.com
สรุปจับคู่สีทาบ้านภายนอกทูโทนให้ปัง
การเลือกสีทาบ้านภายนอกทูโทนให้เหมาะสมนั้น เป็นหนึ่งในเทคนิคง่ายๆ แถมลงทุนด้วยเงินจำนวนไม่มาก ก็สามารถทำให้บ้านธรรมดาๆ ดูสวยปัง โดดเด่นท่ามกลางเพื่อนบ้านได้อย่างดี โดยการเลือกแมทซ์สีนั้นเราสามารถใช้สัดส่วนของสี 3 ชนิด (Body Color, Trim Color และ Accent Color) มาเป็นไกด์ไลน์เพื่อกำหนดจุดในการทา ซึ่งจะส่งผลให้ตัวบ้านเกิดมิติความตื้นและความลึกดั่งเช่นแสงและเงาที่จะส่งเสริมให้กลายเป็นสเปซแห่งการอยู่อาศัยที่ให้ทั้งความสวยงามของฟอร์มและประโยชน์จากการใช้สอยของฟังก์ชันไปพร้อมกัน