4 คอนโดพญาไท เอาใจนักศึกษา

4 คอนโดพญาไท เอาใจนักศึกษา

หากพูดถึงคอนโดที่ทำเลดี ใจกลางเมือง ใกล้ศูนย์รวมแหล่งช้อปปิ้ง และใกล้สถานศึกษาชั้นนำแล้ว คงหนีไม่พ้นคอนโดพญาไท เพราะด้วยความที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เดินทางสะดวก และเป็นแหล่งของกินนั้นทำให้มี คอนโดมิเนียม อพาร์ทเม้นต์ และสถานที่ราชการ ตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก จึงทำให้ Demand ของคอนโดพญาไทเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นั่นเอง

ส่วนความเป็นมาของย่านพญาไทอันเก่าแก่นั้นสามารถนับย้อนไปถึง พ.ศ.2509 หรือปี ค.ศ. 1966 กันเลยทีเดียว โดยย่านนี้ถูกตั้งชื่อตามพระราชวังพญาไทสมัยรัชกาลที่ 5 นั่นเอง 

3 เหตุผลว่าทำไมคอนโดพญาไทถึงเหมาะกับนักศึกษา

เมื่อความต้องการของคอนโดพญาไทกำลังพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ เราจะมาดูกันว่าทำไมคอนโดพญาไทถึงเหมาะกับนักเรียน และนิสิตนักศึกษา

1.การเดินทางสะดวก

ย่านพญาไทนั้นถือว่าเป็นย่านศูนย์รวมการคมนาคมเลยก็ว่าได้ เพราะมีทั้ง BTS และ Airport Rail Link ที่สามารถเชื่อมต่อไปได้ทุกมุมเมือง แถมยังสามารถเดินทางต่อไปที่ MRT ณ สถานี BTS อโศกได้อีกด้วย

BTS ที่ว่านี้จะเป็น BTS สายสุขุมวิทหรือสายสีเขียวเข้ม นับเป็นสายรถไฟฟ้าเส้นทางหลักของกรุงเทพมหานคร เนื่องจากเชื่อมต่อ ถนนสุขุมวิท ถนนพหลโยธิน และ ถนนเพลินจิตเข้าไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ปัจจุบันยังเปิดให้บริการแล้วครบทุกสถานีโดยพาดผ่าน 3 จังหวัด ตั้งแต่ ปทุมธานี กรุงเทพ จนถึง สมุทรปราการ เป็นระยะทางกว่า 70 กิโลเมตร 

ยิ่งไปกว่านั้น BTS สายสุขุมวิทนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับสายสีลมได้ที่สถานีสยามอีกด้วย โดยที่สายสีลมจะไปสิ้นสุดที่บางหว้า

ในส่วนของ Airport Rail Link นั้นทำให้เราสามารถเดินทางต่อเดียวถึงสนามบินสุวรรณภูมิได้ในเพียง 30 นาที จึงทำให้คอนโดพญาไทนั้นสะดวกสำหรับนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่มาจากต่างจังหวัดด้วย เพราะลงจากเครื่องมาก็นั่ง Airport Rail Link เข้าคอนโดได้เลย

2. ใกล้สถานศึกษาทั้งมัธยมและมหาวิทยาลัยชั้นนำ

อีกปัจจัยหนึ่งที่จะขาดไปไม่ได้คือคอนโดพญาไทนั้นอยู่ใกล้สถานศึกษามาก ๆ ! เริ่มกันที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาซึ่งห่างจาก BTS พญาไทเพียง 2 สถานีเท่านั้น โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนระดับม.ปลายแบบสหศึกษาแห่งแรกของไทยที่มาประวัติยาวนานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2480 

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษานั้นมีชื่อในด้านที่มีนักเรียนประสบความสำเร็จทางด้านวิชาการมากมาย อีกทั้งทางโรงเรียนได้มีหลักสูตรที่หลากหลายเพื่อรองรับความสนใจในด้านต่าง ๆ ของนักเรียนอีกด้วย เช่น วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์, ภาษา-คณิตศาสตร์ และ ภาษา-ภาษา ซึ่งสามารถเลือกได้ 6 ภาษา คือ

ภาษาฝรั่งเศส, ภาษาเยอรมัน, ภาษาญี่ปุ่น, ภาษาสเปน, ภาษาจีน และ ภาษาเกาหลี 

มาต่อกันที่โรงเรียนอำนวยศิลป์ที่มีประวัติยาวนานไม่แพ้กันเนื่องจากก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2469 ซึ่งในปัจจุบันได้จัดการเรียนการสอนแบบสองภาษาและได้รับรองว่าเป็นโรงเรียนที่มีมาตรฐานของโรงเรียนแห่งการคิดที่แรกและที่เดียวในไทยอีกด้วย โรงเรียนแห่งนี้ใช้เวลาเดินจาก BTS พญาไทเพียง 10 นาที เท่านั้น หากว่าอยู่คอนโดพญาไทด้วยแล้ว จะยิ่งใกล้และสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น 

พูดถึงโรงเรียนไปแล้ว ไม่พูดถึงมหาวิทยาลัยก็คงไม่ได้ “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” นับเป็นอีกหนึ่งสถานศึกษาที่อยู่ใกล้คอนโดย่านพญาไทมาก เพียงแค่นั่ง BTS มา 2 สถานีเท่านั้น

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยถือเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ และในแต่ละปีนั้นมีนักเรียนสนใจเข้าศึกษาเป็นจำนวนมาก โดยผลโพลยังพบอีกว่านักเรียนส่วนใหญ่ที่ทำคะแนนรวมได้สูงนั้นจะเลือกเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้นั่นเอง

ในปัจจุบัน จุฬาฯ เปิดสอนครอบคลุมหลายสาขาตั้งแต่ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์สุขภาพ สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ 

โดยสรุปแล้วการที่มีสถานศึกษาชั้นนำอยู่ใกล้ ๆ คอนโดพญาไทนั้นทำให้คอนโดในย่านนี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการซื้อเพื่ออยู่อาศัยหรือลงทุนนั่นเอง

3.แหล่งของกิน

แน่นอนว่าอีกเหตุผลหนึ่งที่ขาดไปไม่ได้คือเรื่องของกิน เนื่องจากพญาไทมีผู้อยู่อาศัยพอสมควรจึงทำให้ร้านอาหารต่าง ๆ ทยอยเข้ามาเปิดเป็นทิวแถว วันนี้ Kaidee จะยกตัวอย่างสัก  2 ร้านให้พอหอมปากหอมคอ

ร้านพี่อ้อ’ โด่งดังมานับสิบปี จากเมนูเด็ด “ก๋วยเตี๋ยวต้มยำมันกุ้งน้ำข้น หมูคุโรบูตะไข่ต้ม” หากเราชอบกุ้งเป็นพิเศษ พี่อ้อเองก็มีเมนูแบบ Exclusive ที่เอากุ้ง Lobster ตัวโต ๆ มาใส่ในก๋วยเตี๋ยวอีกด้วย 

ก๋วยเตี๋ยวต้มยำมันกุ้งน้ำข้น หมูคุโรบูตะไข่ต้ม
ขอขอบคุณภาพจากร้านพี่อ้อ

ร้านอ้วนกิ่งเพชร

ร้านขายขนมปังปิ้งและเครื่องดื่มที่มีความพิเศษคือ เครื่องดื่มจะใช้นมสดส่งตรงจากสหกรณ์โคนมที่ราชบุรี ซึ่ง Kaidee คิดว่านี่เป็นเคล็ดลับที่ทำให้ร้านอยู่มานานกว่า 40 ปี มาจนถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้ ขนมปังปิ้งจะปิ้งด้วยเตาถ่านเรียกได้ว่า Back to Basic สุด ๆ

ขนมปังปิ้งเตาถ่าน
ขอขอบคุณภาพจากร้านอ้วนกิ่งเพชร

ส่อง “คอนโดพญาไท” ราคาดีสำหรับนักศึกษา

1.Ideo Mobi Phayathai

ห่างจาก BTS พญาไท 350 เมตร

ราคาเช่า 15,000 – 20,000 บาท/เดือน (ขึ้นอยู่กับขนาดห้อง)

Ideo Mobi Phayathai
ขอขอบคุณภาพจาก Terrabkk

ด้วยความที่โครงการ Sold Out หมดแล้ว จึงทำให้ปัจจุบันคอนโดนี้จะเป็นรูปแบบปล่อยเช่า หรือ Re-Sale มากกว่า ตัวโครงการจะตั้งอยู่บนถนนศรีอยุธยา และเลยไปไม่ไกลจะเป็นแยกพญาไทที่เชื่อมถนนจตุรทิศ ถนนพญาไท และถนนศรีอยุธยา เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้คนที่มีรถยนต์ส่วนตัวจะเดินทางสะดวกสบายเป็นอย่างมาก 

ใต้ตัวตึกจะมีร้านสะดวกซื้อ MaxValu ที่มีทั้งผัก ผลไม้ อาหารแช่แข็ง และขนมต่าง ๆ ทำให้ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องมื้อดึกเลย นอกจากนี้ ใกล้ ๆ คอนโดยังมีร้านอาหารสไตล์จีนไหหลำในตำนานอย่างร้าน “ไชยโรจน์” ทำให้ไม่ต้องเดินไปไหนไกลก็อิ่มท้องได้ทุกมื้อ

นอกจากนี้ ในฝั่งตรงกันข้ามของถนน จะมีตึกสำนักงานที่เป็นที่รู้จักกันดีอย่าง CP Tower ทำให้ไม่ว่าจะเช่าไว้อยู่ใกล้ที่ทำงาน หรือเช่าไว้ให้ลูกเรียนหนังสือก็ถือว่าคุ้มค่าในเรื่องของทำเลเป็นที่สุด

2. Park Origin Phayathai

ห่างจาก BTS พญาไท 300 เมตร

สถานะ: อยู่ระหว่างการก่อสร้าง

Park Origin Phayathai

นับว่าเป็นคอนโดที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์แหวกแนวอย่าง Vertical Garden หรือ สวนแนวตั้ง เพื่อให้ห้องทุกชั้นสามารถเข้าถึงพื้นที่สีเขียวได้ นอกจากนี้ทางโครงการยังผสมผสานเทคโนโยีกับการใช้ชีวิตได้อย่างลงตัวด้วยการใช้ระบบ Home Automation, Energy Control, Smart Mirror และ Digital Door Lock

สำหรับคอนโดพญาไทโครงการนี้มาจากแบรนด์ Park Origin ซึ่งเป็นแบรนด์ระดับไฮเอนด์จาก Origin นั่นเองค่ะ โดยโครงการนี้ตั้งอยู่บนถนนพญาไท ซึ่งสามารถขับรถมุ่งเข้าสู่ใจกลางเมืองอย่างสยามได้ภายในไม่กี่นาที อีกทั้งในบริเวณที่ตั้งของโครงการนี้ยังรายล้อมไปด้วยโรงพยาบาลและสถานที่สำคัญทางราชการต่าง ๆ

ในส่วนของ Facility ก็จัดเต็มอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วย Cascade Pool, Healing Terrace, Starry Sky Lounge, Double Volume Sky Lounge, และ Mini Theatre 

3. The Address Phayathai

ห่างจาก BTS พญาไท 450 เมตร

ราคาเช่า 25,000 – 30,000 บาท/เดือน (ขึ้นอยู่กับขนาดห้อง)

The Address Phayathai
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Hipflat

The Address Phtayathai คอนโดพญาไทแบบ High Rise ทั้งหมด 35 ชั้น ตั้งอยู่ที่ถนนศรีอยุธยา คอนโดนี้เหมาะสำหรับคนที่รักความเป็นส่วนตัวเนื่องจากออกแบบผังอาคารให้มีเพียง 4 ห้อง ต่อ 1 ชั้น จึงมั่นใจได้ว่าวันหยุดสุดสัปดาห์ของคุณจะไม่ถูกรบกวน สามารถพักผ่อนได้อย่างสบายใจและไร้กังวล

การออกแบบที่เน้นความเป็นส่วนตัวให้แก่ผู้พักอาศัย เพราะมีเพียง 152 ห้องจากทั้งหมด 35 ชั้น

รูปแบบของห้องจะมี 3 รูปแบบคือ 1 ห้องนอน (38.71 – 52.03 ตร.ม.), 2 ห้องนอน (61.01 – 65.36 ตร.ม.),

3 ห้องนอน (102.46 – 141.29 ตร.ม.)

4. Ideo Q Phayathai

ห่างจาก BTS พญาไท 350 เมตร

ราคาเช่า 20,000 – 25,000 บาท/เดือน (ขึ้นอยู่กับขนาดห้อง)

Ideo Q Phayathai
ขอขอบคุณภาพจาก Homenayoo

Ideo Q Phayathai คอนโดพญาไทแบบ High Rise ทั้งหมด 38 ชั้น ที่ตั้งอยู่บนถนนพญาไท และสามารถเข้าถึงได้จากถนน 2 สายคือ จากถนนเพชรบุรี และถนนศรีอยุธยา

โครงการนี้มีห้องทั้งหมด 476 ห้อง และมี 3 แบบให้เลือกคือ 1 ห้องนอน, 2 ห้องนอน และ Duplex ขนาดตั้งแต่ 35-61.00 ตร.ม. 

ใครที่รักการจิบกาแฟ คอนโดเหมาะเป็นอย่างมากเพราะด้วยความที่มี Starbucks อยู่ใต้ตัวตึก จึงทำให้ไม่ว่าจะมานั่งจิบเครื่องดื่มหรืออ่านหนังสือก็จะได้รับบรรยากาศชิลๆ ของคาเฟ่ไปด้วย

สิ่งอำนวยความสะดวกในคอนโดพญาไทแห่งนี้ก็พร้อมสรรพ ไม่ว่าจะเป็น  Business Center, Aerobic Room, Children’s Room, Swimming Pool แถมยังหายห่วงเรื่องความปลอดภัยเพราะที่นี่ใช้ระบบของ  Access Card Control 

สรุปท้ายบทความคอนโดพญาไทเอาใจนักศึกษา

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับ 4 คอนโดพญาไทเอาใจนักศึกษา ที่ทั้งทำเลดีและ Facility ครบครัน คอนโดดีๆ แบบนี้หาที่ไหนไม่ได้แล้วะนะคะนอกจากที่ Kaidee  หากสนใจซื้อคอนโดพญาไทแล้วล่ะก็ คลิกเข้ามาดูก่อนได้ที่นี่เลยนะคะ

เลือกสีกระเป๋าตามวันเกิด 2564 ฉบับอัปเดตล่าสุด

เลือกสีกระเป๋าตามวันเกิด 2564 ฉบับอัปเดตล่าสุด

เลือกสีกระเป๋าตามวันเกิด 2564 ยังไงให้ปัง? จะเลือกชอปกระเป๋าสักใบ ต้องดูอะไรบ้างน้า หลายคนอาจจะเลือกยี่ห้อ ดีไซน์ ฟังก์ชันการใช้งาน แต่สำหรับสายมูอย่างเรา แค่นั้นไม่พอค่ะ ของแบบนี้ต้องเลือกสีให้เสริมกับดวงแต่ละด้านด้วย เพราะฉะนั้นเราเลยต้องมีการเลือกสีกระเป๋าตามวันเกิด 2564 ฉบับอัปเดตล่าสุดกันสักหน่อย ไปตามเช็กกันเลยดีกว่าค่ะ ว่าคนเกิดวันไหนต้องใช้กระเป๋าสีอะไรถึงจะเป๊ะปัง

รวมสีกระเป๋าตามวันเกิด 2564 เกิดวันไหน ใช้สีอะไรถึงจะปัง?

เหล่าบรรดาสายมู ไม่ว่าจะเกิดวันจันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์ หรือ อาทิตย์ มารวมตัวกันตรงนี้ได้เลยค่ะ เรามาดูกันดีกว่า ว่าวันไหนควรใช้กระเป๋าสีอะไรเพื่อเสริมโชคลาภในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ด้านอำนาจบารมี โชคลาภ และเงินทอง 

ไปดูกันเลยดีกว่า ว่าจะเลือกสีกระเป๋าตามวันเกิด 2564 ยังไงให้เหมาะกับคุณ

วันจันทร์

สีกระเป๋าตามวันเกิด วันจันทร์

สีเสริมโชคลาภ:

สีม่วง  สีน้ำตาลเข้ม  สีดำ

กระเป๋าแนะนำ:

Prada Cleo Brushed Leather Shoulder Bag

ขอแนะนำเป็นกระเป๋าใบเล็ก ๆ สะพายง่าย น่าเอ็นดู เข้าได้กับทุกลุคอย่าง Prada Cleo Brushed Leather Shoulder Bag จะถือหรือสะพายก็แมชทุกลุค ไม่เชื่อลองสอยไปลองแต่งเพลิน ๆ ยิ่งสอยเป็นสีกระเป๋าตามวันเกิด 2564 รับรองว่ายิ่งเลิศ

ราคาประมาณ 59,000 บาท

สีเสริมเงินทอง: 

สีเหลืองเข้ม สีแสด สีทอง สีส้ม

กระเป๋าแนะนำ:

Tory Burch Miller Metal-logo Slouchy Hobo

กระเป๋าถือหนังสีส้มอมน้ำตาลที่มีความเหมาะกับลุค working woman จะถือเข้าออฟฟิศเก๋ ๆ หรือไปเดินเล่นในวันพักผ่อนก็เหมาะ แถมยังจุของได้เยอะด้วย 

ราคาประมาณ 23,000 บาท

สีเสริมอำนาจบารมี:

สีเหลือง  สีเทา  สีเขียว สีเหลืองอ่อน สีขาว

กระเป๋าแนะนำ:

Alexander McQueen Jeweled Satchel สีขาว

ใครชอบความขาวคลีน ใส่ได้ตั้งแต่ลุคหรูหราออกงานจนถึงไปนั่งจิบกาแฟชิล ๆ ที่คาเฟ่ต้องใบนี้เลยค่ะ จะใส่เป็น Shoulder bag คล้องไหล่ สะพายข้าง มาพร้อมกับดีเทลหัวกระโหลกเล็ก ๆ เพิ่มความเก๋ไก๋ ให้ดูชิค ไม่จืดจนเกินไป 

ราคาประมาณ 57,000 บาท

วันอังคาร

สีกระเป๋าตามวันเกิด อังคาร

สีเสริมโชคลาภ:  

สีเหลืองเข้ม สีส้ม สีทอง สีแสด 

กระเป๋าแนะนำ:

Off-White Orange Arrows Tote Bag สีส้ม

เอาใจสายสตรีทแฟชันกับ Tote bag ใบใหญ่ใส่ของได้แบบจัดเต็ม ใช้ได้ทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชาย แนะนำว่าถ้าใครชอบแแต่งตัวเท่ ๆ คูล ๆ และมองหากระเป๋าสวย ๆ ไม่เหมือนใคร สอยไปเก็บไว้สักใบก็เป็นความคิดที่ดีนะคะ

ราคาประมาณ 9,700 บาท

สีเสริมเงินทอง: 

สีเทาเข้ม

กระเป๋าแนะนำ:

Balenciaga small Neo Classic City tote bag

กระเป๋าหนังสีเทากันตายที่ได้ทั้งลุคทางการและลุคสบาย ๆ เหมาะกับคนที่มองหากระเป๋าเรียบ ๆ ตัวดีไซน์เน้นความเรียบง่ายให้เข้าลุคของสาวทันสมัย 

ราคาประมาณ 77,000 บาท

สีเสริมอำนาจบารมี:  

สีม่วง สีน้ำตาลเข้ม สีดำ สีโอลด์โรส สีชมพู 

กระเป๋าแนะนำ:

Bottega Veneta The Chain Cassette shoulder bag สีม่วง

กระเป๋าหนังแท้ที่ดูนุ่มนิ่ม มาพร้อมสีพาสเมลม่วง สีกระเป๋าตามวันเกิด 2564 ของคนที่เกิดวันอังคารและอยากเสริมบารมี ให้ความละมุนละไม เหมาะใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป ใครที่ชอบกระเป๋าน่ารักมุ้งมิ้ง มีความเข้ากับวัยรุ่น ขอแนะนำใบนี้เลยค่ะ รับรองว่าถูกใจแน่นอน สีม่วงกำลังมาเลยนะคะ รีบสอยกันดีกว่า

ราคาประมาณ 136,000 บาท

วันพุธ (กลางวัน)

สีกระเป๋าตามวันเกิด วันพุธกลางวัน

สีเสริมโชคลาภ: 

สีเทาเข้ม 

กระเป๋าแนะนำ:

Givenchy  Grey Grained Small Antigona Bag สีเทา

กระเป๋าสะพายใบขนาดพอเหมาะ ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินงาม ทำจากหนังแกะ เมดอินอิตาลี ถือแล้วเพิ่มความพรีเมียมให้ลุคของคุณได้เป็นอย่างดี 

ราคาประมาณ 72,000 บาท

สีเสริมเงินทอง: 

สีคราม สีฟ้า   สีน้ำเงิน 

กระเป๋าแนะนำ:

Christian Dior Trotter Saddle Handbag Pouch Navy

กระเป๋ารูปทรงตัวยูขนาดกะทัดรัดสไตล์วินเทจ ความเก๋คือการผสมผสานสีระหว่างสีน้ำเงิน ขาวและสัญลักษณ์ CD ได้แบบลงตัว เหมาะกับลุคสบาย ๆ แค่สบายกระเป๋าใบนี้ก็ดูชิคขึ้นมาได้ไม่ยาก แนะนำว่าต้องมีจริง ๆ ค่ะ

ราคาประมาณ 114,000 บาท

สีเสริมอำนาจบารมี:

สีเขียว  สีเหลืองเข้ม  สีแสด สีส้ม สีทอง  

กระเป๋าแนะนำ:

Marc Jacobs Snapshot Cane Bag

กระเป๋าสะพายข้างรุ่นฮฺตของ MARC JACOBS ที่มาในลวดลายเก๋ ๆ ชิค ๆ สีน้ำตาลทอง ใครชอบกระเป๋าที่มีลวดลายไว้แมชกับเสื้อผ้าเรียบ ๆ มินิมอล ๆ ก็ลองดูเป็นตัวเลือกได้เลยค่ะ 

ราคาประมาณ 15,000 บาท

วันพุธ (กลางคืน)

สีกระเป๋าตามวันเกิด วันพุธกลางคืน

สีเสริมโชคลาภ:

สีขาว สีเทา สีเหลืองอ่อน 

กระเป๋าแนะนำ:

CHANEL White Sequin Classic New Mini Flap Bag

เอาใจสาวหวานกับ Chanel White Sequin Classic New Mini Flap Bag ขนฟุ้ง ๆ บวกกับสีขาวนุ่มนวลที่เข้ากันได้กับเสื้อผ้าแทบทุกโทนสี สายหวานมุ้งมิ้ง ชอบอะไรน่ารัก ๆ ต้องใบนี้ค่ะ

ราคาประมาณ 163,000 บาท

สีเสริมเงินทอง: 

สีชมพู สีโอลด์โรส   

กระเป๋าแนะนำ:

JACQUEMUS Pink ‘Le Grand Chiquito’ Bag

มองหากระเป๋าสีชมพูสดใสสักใบ ทางเราขอแนะนำเป็น JACQUEMUS Pink ‘Le Grand Chiquito’ Bag กระเป๋าใบกะทัดรัด สามารถถอดสายได้ สายแฟชอบแต่งตัว อยากได้กระเป๋าสีชมพูช็อกกิงพิงค์สักใบ 

ราคาประมาณ 26,000 บาท

สีเสริมอำนาจบารมี:

สีแดง  สีเทาเข้ม 

กระเป๋าแนะนำ:

Versace La Medusa Medium Handbag 

กระเป๋าหรูหราสีแดงสไตล์วินเทจ เพิ่มความปังด้วยดีเทลสีทองของห่วงต่าง ๆ และมีหัวเมดูซ่าประดับ ขอบอกว่าใบนี้สวยมาก ๆ คนเลิฟสีแดงต้องตำสถานเดียวค่ะ

ราคาประมาณ 83,500 บาท

วันพฤหัสบดี

สีกระเป๋าตามวันเกิด วันพฤหัส

สีเสริมโชคลาภ:

สีแดง

กระเป๋าแนะนำ:

Off-White Medium Logo-Print Box Bag

กระเป๋าสุดเท่สำหรับสาวที่เลิฟสตรีทแฟชันเป็นชีวิตจิตใจ เห็นแล้วต้องตกหลุมรักแน่นอนกับ Off-White Medium Logo-Print Box Bag

ราคาประมาณ 40,000 บาท

สีเสริมเงินทอง: 

สีขาว สีเทา สีเหลืองอ่อน 

กระเป๋าแนะนำ:

CHLOÉ Yellow Croc Drew Bag

กระเป๋าหนังลูกวัวสีเหลืองอ่อนแบบ cross-body ขนาดกำลังพอดี ไม่ใหญ่จนเกินไป เน้นใช้วันสบาย ๆ ลุคเบา ๆ 

ราคาประมาณ 66,000 บาท

สีเสริมอำนาจบารมี:  

สีคราม สีฟ้า สีน้ำเงิน สีเหลืองเข้ม สีส้ม สีทอง สีแสด  

กระเป๋าแนะนำ:

ALEXANDER WANG Blue Small Ryan Bag

Alexander Wang ไม่เคยทำให้ผิดหวังในเรื่องความชิคอยู่แล้ว กระเป๋า Alexander Wang Blur Small Ryan Bag ตัวนี้มาในสี Baby blue สีฟ้าพาสเทล ตัวเนื้อผ้าเป็นซาตินนุ่มลื่น สายคล้องกระเป๋าเป็นหนังลูกวัวทนทาน

ราคาประมาณ 16,000 บาท

วันศุกร์

สีกระเป๋าตามวันเกิด วันศุกร์

สีเสริมโชคลาภ:

สีชมพู สีโอลด์โรส

กระเป๋าแนะนำ:

Kate Moss Saint Laurent Sac De Jour Handbag

กระเป๋าถือสีชมพูโอลด์โรสที่แสนจะละมุนละไม ทำจากหนังแท้ สวยงามเข้าได้กับทุกลุค ไม่ว่าจะลุคหวาน ๆ ในวันธรรมดา หรือลุค Business woman 

ราคาประมาณ 105,000 บาท 

สีเสริมเงินทอง: 

สีเขียว

กระเป๋าแนะนำ:

MARNI Green & Blue Small Soft Museo Tote

กระเป๋าหนังลูกวัวสีเขียวเข้มในดีไซน์แสนจะมินิมอล ตัวกระเป๋าเป็นลักษณ์ Tote bag จุของได้เยอะ ใครชอบแต่งตัวแนวคลีน ๆ มินิมอล หรือสายสตรีทแฟชัน มีติดตัวสักใบน่าจะเลิศไม่เบา

ราคาประมาณ 32,000 บาท

สีเสริมอำนาจบารมี:

สีคราม สีฟ้า สีน้ำเงิน สีเหลือง สีเหลืองอ่อน สีขาว สีเทา     

กระเป๋าแนะนำ:

Stella McCartney Mini Falabella Tote

กระเป๋าทรงคุ้นหน้าคุ้นตาสีเทา ดูเรียบง่าย แต่ใช้ได้ในหลาย ๆ สถานการณ์ มีใบเดียวคุ้ม แถมยังใส่ของได้เยอะอีกด้วย 

ราคาประมาณ 34,000 บาท

วันเสาร์

สีกระเป๋าตามวันเกิด วันเสาร์

สีเสริมโชคลาภ:

สีคราม สีฟ้า สีน้ำเงิน

กระเป๋าแนะนำ:

Saint Laurent Medium Cassandra Monogram Calfskin Envelope Bag

กระเป๋า Tote bag สีน้ำเงินเข้ม ตัดกับโลโก้ YSL ยอดนิยมสีทอง ให้ความรู้สึกหรูหราและเรียบง่าย หยิบมาใช้ได้ในชีวิตประจำวัน บอกเลยว่าสีน้ำเงินเข้มเขากำลังมา ไปตามหามาจับจองเป็นเจ้าของสักใบก็ดีนะคะ

ราคาประมาณ 80,000 บาท

สีเสริมเงินทอง: 

สีแดง

กระเป๋าแนะนำ:

Gucci GG Marmont mini bag

Gucci แบรนด์กระเป๋าในฝันของใครหลายคน ลวดลายหนังเชฟรอน สีแดงสวย เรียกได้ว่ารุ่นนี้เป็นรุ่นที่อาจจะได้เห็นกันบ่อย เพราะฮอตมาก ไอเทมในฝันของสาว ๆ หลายคนเลยทีเดียว

ราคาประมาณ 65,000 บาท

สีเสริมอำนาจบารมี:

สีม่วง สีน้ำตาลเข้ม สีดำ  สีเทาเข้ม

กระเป๋าแนะนำ:

Chanel Boy 

อีกหนึ่งตำนานที่หาใครล้มได้ยากก็คงต้องยกให้ Chanel Boy ลูกรักลูกในฝันของหลาย ๆ คน มีทั้งแบบหนังแกะ หนังลูกวัว หรือหนังลูกวัวลายไข่ปลาคาเวียร์ ส่วนสีอะไหล่ก็มีตั้งแต่สีเงิน สีทอง และสีรมควัน ใครชอบสีแนวไหนก็ไปตำกันได้ตามแต่ใจต้องการเลยค่ะ ด้านตัวสายโซ่ก็ปรับได้ทั้งให้เป็นแบบ cross body หรือสะพายไหล่สายคู่ ขอบอกว่าใบนี้นี่แมชได้ทุกลุคอีกแล้ว แถมสีดำนี่ก็ถือว่าคลาสสิกสุด ๆ มีติดบ้านไว้ใช้นานแสนนานเลยค่ะ

ราคาประมาณ 172,000 บาท

วันอาทิตย์

สีกระเป๋าตามวันเกิด วันอาทิตย์

สีเสริมโชคลาภ:

สีเขียว

กระเป๋าแนะนำ:

Fendi Peekaboo Iconic Large Green leather interlace bag

ประเดิมด้วยกระเป๋าสะพายสีเขียวสดใส จุของได้แบบเน้น ๆ แน่น ๆ ตัวกระเป๋าทำจากหนังลายสานและหนังวัวนิ่ม ละเอียดละออด้วยดีเทลตั้งแต่ชื่อ peekaboo ที่บ่งบอกถึงตัวกระเป๋าที่แยกเป็นสองชั้น ซ่อนความเก๋ไก๋เอาไว้ บอกเลยว่าใบนี้น่ารักโดนใจสุด ๆ รับรองว่าใครรับไปเป็นลูก ไม่มีผิดหวัง

ราคาประมาณ 227,000 บาท

สีเสริมเงินทอง: 

สีม่วง สีน้ำตาลเข้ม สีดำ 

กระเป๋าแนะนำ:

LOEWE Puzzle Nano Bag

มาต่อกันที่กระเป๋าสีน้ำตาลเข้มอย่าง LOEWE Puzzle Nano Bag ใบเล็ก ๆ ที่มีดีไซน์เรียบง่าย Unisex จะสะพายคล้องบ่า พาดไหล่ หรือเอาสายออก ถือติดมือก็น่ารักไม่เบา 

ราคาประมาณ 43,000 บาท

สีเสริมอำนาจบารมี:

สีชมพู  สีโอลด์โรส  สีแดง

กระเป๋าแนะนำ:

Louis Vuitton Pre-Owned Alma BB Monogram Handbag

ปิดท้ายกันด้วยกระเป๋าแบรนด์ดังขวัญใจสาว ๆ อย่าง Louis Vuitton ใบนี้เป็นรุ่น pre-owned Alma BB monogram handbag ทรงยอดฮิต ที่มาในสีแดงสดใส 

ราคาประมาณ 68,000 บาท

สรุปสีกระเป๋าตามวันเกิด 2564 คนเกิดวันไหน ควรใช้สีอะไร 

การเลือกสีกระเป๋าเสริมดวงในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านโชคลาภ การเงิน และบารมีก็ยังคงได้รับความนิยมกันเรื่อยมา สำหรับสีกระเป๋าตามวันเกิด 2564 ฉบับอัปเดตล่าสุด ใครอยากเสริมดวงด้านไหนก็สามารถเช็กกันได้เลย ถ้าได้สีโทนที่ถูกใจที่เสริมดวงที่ถูกด้านแล้ว อยากได้กระเป๋าสวย ๆ เก๋ ๆ ราคาดี ๆ สักใบก็สามารถเข้ามาชอปกันได้ที่ Kaidee

วันนี้ Kaidee เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ KD Pay ตัวช่วยรับและชำระเงินผ่าน Kaidee โดยตรง สะดวก ปลอดภัย มั่นใจได้ ผู้ซื้อมั่นใจ ผู้ขายปิดการขายง่าย เพียงแค่ซื้อสินค้าที่มีสัญลักษณ์ KD Pay วันนี้ หากไม่ได้รับสินค้าหรือสินค้าไม่ตรงปก สามารถขอคืนเงินได้ภายใน 7 วัน ใครพร้อมแล้ว ไปชอปกันเลย

อัปเดตค่าโอนที่ดิน 2564 โอนค่าที่ดินต้องทำยังไง?

อัปเดตค่าโอนที่ดิน 2564 โอนค่าที่ดินต้องทำยังไง?

ในปัจจุบันมีการทำธุรกรรมต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย นั่นรวมไปถึงการซื้อขายที่ดินอีกด้วย อย่างไรก็ตามที่ดินไม่ใช่ของที่จะซื้อ จ่ายเงิน จบ ได้ เพราะที่ดินนับเป็นอสังหาริมทรัพย์จึงต้องมีงานเอกสารวุ่นวายเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมไปถึงการจัดการค่าโอนที่ดินที่ต้องอัปเดตอยู่ตลอดเวลาแต่ไม่ต้องเป็นกังวลไป  วันนี้ Kaidee Property รวมรวมสิ่งที่คุณต้องรู้ในการโอนที่ดิน และค่าโอนที่ดิน 2564 มาเรียบร้อยแล้ว เลือกกดอ่านตามหัวข้อได้เลยค่า

การโอนที่ดินคืออะไร

การโอนที่ดินคือสิ่งที่ต้องทำหลังมีการซื้อ ขาย ที่ดิน เพราะกระบวนการนี้จะทำให้ผู้ซื้อได้กรรมสิทธิ์โดยชอบด้วยกฎหมายอย่างสมบูรณ์ จึงเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้ในกระบวนการซื้อขาย

อย่างไรก็ตาม การโอนกรรมสิทธิ์นั้นไม่ได้เหมือนกันในทุกกรณี เพราะลักษณะการโอน หรือ ค่าโอนที่ดิน 2564 จะต่างออกไปตามผู้รับโอนนั่นเอง ในที่นี้จะมีตั้งแต่ ญาติ ครอบครัว ลูก มรดก ระหว่างผู้ซื้อผู้ขายธรรมดา ไปจนถึงนิติบุคคล 

ค่าใช้จ่ายโอนที่ดิน 2564

  1. ค่าคำขอโอนที่ดิน 5 บาท
  2. ค่าอากร 5 บาท
  3. ค่าพยาน 20 บาท
  4. ค่าธรรมเนียมในการโอนที่ดิน (แตกต่างกันไปตามกรณีในการโอน)
  5. ค่าจดจำนอง (แตกต่างกันไปตามกรณีในการโอน)
  6. ค่าอากรแสตมป์ คือ 0.5 % ของราคาซื้อขาย ถ้าราคาซื้อ ขาย ต่ำกว่าราคาประเมิน เจ้าหน้าที่จะใช้ราคาประเมินในการคิด แต่ถ้าต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ผู้รับโอนที่ดินจะไม่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์อีก
  7. ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ คือ 3.3% ของราคาซื้อขาย ถ้าราคาซื้อ ขาย ต่ำกว่าราคาประเมิน เจ้าหน้าที่จะใช้ราคาประเมินในการคิด

อย่างไรก็ตาม ค่าโอนที่ดิน 2564 นี้จะแตกต่างออกไปตามกรณีในการโอนที่ดิน สามารถศึกษาทั้ง 6 กรณีของค่าโอนที่ดินได้ที่ด้านล่างเลยค่ะ

กรณีค่าโอนที่ดินสำหรับการซื้อ-ขาย

โดยปกติแล้วจะค่าโอนที่ดิน 2564 ในกรณีนี้จะคิดเป็น 2% ของราคาประเมิน อย่างไรก็ตาม ทางภาครัฐได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเนื่องจากเป็นช่วงวิกฤติการณ์ COVID-19  ค่าโอนที่ดินปี 2564 จึงได้ปรับลงมาเป็น 0.01% จนถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2564 โดยมี 4 เงื่อนไขคือ

  1. ต้องเป็นการซื้อ ขายที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุดที่ไว้ใช้อยู่อาศัยเท่านั้น และต้องมีราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท
  2. ต้องซื้อจากผู้จัดสรร หรือผู้ประกอบการที่จดทะเบียนอาคารชุด และต้องเป็นบ้านมือหนึ่ง หรือบ้านใหม่นั่นเอง หากเป็นที่อยู่อาศัยมือสอง เช่น บ้าน คอนโด หรือสร้างเอง จะไม่เข้าข่ายได้รับการลดราคาค่าโอน
  3. ต้องโอนและจดจำนองพร้อมกัน ถึงจะได้ลดราคาค่าธรรมเนียมค่าจดจำนอง
  1. ต้องโอนภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2564

อย่างไรก็ตาม สำหรับการซื้อขายที่มีมูลค่ามากกว่า 3 ล้านบาท ค่าโอนที่ดินจะคิด  2% เหมือนเดิม ซึ่งส่วนมาก ผู้ซื้อและผู้ขายมักจะช่วยกันจ่ายคนละ 50% 

ส่วนค่าจดจำนอง ซึ่งปกติคิด 1% ก็ได้ปรับลดเหลือ  0.01% เหมือนกัน หากปฏิบัติเงื่อนไข 4 ข้อในด้านบนที่กล่าวไปแล้ว หากหลุดเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ค่าจำนองจะคิดเป็น 1% ตามเดิม 

กรณีค่าโอนที่ดินให้ลูกที่ชอบด้วยกฎหมาย

ลูกที่ชอบด้วยกฎหมาย คือ ลูกที่ได้รับการรับรองบุตรและทั้งพ่อและแม่จดทะเบียนสมรสกัน โดยค่าใช้จ่ายในการโอนที่ดิน 2564 นั้นจะมีอยู่ 2 อย่าง คือ

  1. ค่าธรรมเนียมการโอน 0.5% จากราคาประเมิน
  2. ค่าอากรแสตมป์ 0.5% จากราคาประเมิน  

สิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ เมื่อพ่อหรือแม่โอนบ้านหรือที่ดินให้บุตร จะได้รับการยกเว้นการเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม มีข้อแม้ว่า ทรัพย์สินที่โอนจะต้องมีมูลค่าไม่มากกว่า 20 ล้านบาท หากเกิน จะต้องเสียภาษี 5% ของมูลค่าทรัพย์สินนั้นๆ (เฉพาะส่วนที่เกิน 20 ล้านบาทขึ้นมา)

กรณีค่าโอนที่ดินให้ลูกที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

หากลูกไม่ได้รับการรับรองบุตรหรือพ่อและแม่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส จะมีค่าใช้จ่าย 3 อย่าง ดังนี้

  1. ค่าธรรมเนียมการโอน 0.5% จากราคาประเมิน
  1. ค่าอากรแสตมป์ 0.5% หรือ ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% จากราคาประเมิน  
  1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามขั้นบันไดจากราคาประเมิน และสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 50%

กรณีค่าโอนที่ดินให้แก่สามี-ภรรยา

หากทั้งคู่จดทะเบียนสมรส และอยากโอนที่ดิน แต่ไม่อยากให้เป็นในรูปแบบของมรดก จะมีค่าใช้จ่าย 3 อย่างดังนี้

  1. ค่าธรรมเนียมการโอน 0.5% จากราคาประเมิน
  1. ค่าอากรแสตมป์ 0.5% หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% จากราคาประเมิน  
  1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามขั้นบันไดจากราคาประเมิน และสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 50%

กรณีค่าโอนที่ดินให้ญาติพี่น้อง

สำหรับญาติในทางกฎหมาย หากไม่โอนที่ดินในรูปแบบของมรดก จะเสียค่าใช้จ่ายดังนี้

  1. ค่าธรรมเนียมการโอน 2% จากราคาประเมิน แต่หากเป็นกรณี ปู่ ย่า ตา ยาย โอนที่ดินให้หลานในทางกฎหมายที่เป็นผู้สืบสันดาน จะเสียค่าธรรมเนียมแค่ 0.5% จากราคาประเมิน
  1. ค่าอากรแสตมป์ 0.5% หรือ ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% จากราคาประเมิน  
  1.  ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามขั้นบันไดจากราคาประเมิน และสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 50%

กรณีค่าโอนที่ดินแบบมรดก

หากจะโอนที่ดินให้ผู้สืบสันดานโดยแท้อย่าง บุตร, หลาน หรือ คู่สมรส จะเสียค่าโอนที่ดิน 2564 เป็นจำนวน 0.5% จากราคาประเมิน แต่ถ้าเป็นแค่ ญาติ หรือ ลูกบุญธรรม จะต้องเสียค่าโอนที่ดิน 2564 ตามราคาเดิมคือ 2% จากราคาประเมิน

อย่างไรก็ตาม ข้อดีของการค่าโอนที่ดิน 2564 แบบมรดกคือ ไม่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์ ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ และภาษีเงินได้ แต่จะมีค่าธรรมเนียมยิบย่อย เช่น ค่าคำขอ แปลงละ 5 บาท หรือ ค่าจดทะเบียนผู้จัดการมรดก แปลงละ 50 บาท ฯลฯ

แต่สิ่งหนึ่งที่ลืมไม่ได้เป็นอันขาด คือ ผู้รับโอนที่ดินแบบมรดกจะต้องเสียภาษีมรดกด้วย โดยมีรายละเอียดดังนี้  

  1. หากทรัพย์สินมีมูลค่าเกิน 100 ล้านบาท จะต้องเสียภาษี 10% โดยเสียแค่เฉพาะส่วนเกินจากมูลค่า 100 ล้านบาท
  2. หากผู้รับมรดกเป็นทายาทโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเป็น ผู้สืบสันดาน อัตราภาษีจะลดลงมาเหลือ 5% 
  3. คู่สามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถึงแก่กรรม แล้วอีกฝ่ายได้รับมรดก ฝ่ายนั้นจะได้รับการยกเว้น ไม่ต้องเสียภาษี

อย่างไรก็ตาม โดยสรุปแล้ว การโอนที่ดินทุก ๆ กรณี จะมีค่าธรรมเนียมเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น  ค่าพยาน 20 บาท และค่าอากรคู่ฉบับ 5 บาท ซึ่งถือว่าไม่แพงมากนักสำหรับการค่าโอนที่ดิน 2564

ขั้นตอนในการจ่ายค่าโอนที่ดิน 2564

ขั้นตอนในการจ่ายค่าโอนที่ดิน 2564 นั้นไม่ยาก สิ่งที่ยากคือการรอคอย เพราะระยะเวลาในการจ่ายค่าโอนที่ดิน นั้นจะขึ้นอยู่กับจำนวนผู้มาใช้บริการจ่ายค่าโอนที่ดินที่กรมที่ดินนั่นเอง ซึ่งโดยปกติแล้วจะใช้เวลาเพียง 1-2 ชั่วโมง หากมีผู้มาใช้บริการจ่ายค่าโอนที่ดินไม่หนาแน่นมากนัก 

1. เขียนคำขอในการโอนที่ดิน พร้อมแนบเอกสารที่ใช้ในการโอนที่ดิน

2. นำคำขอในการโอนที่ดินและเอกสารไปยื่นกับเจ้าหน้าที่ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารแล้ว เราจะได้รับบัตรคิว แล้วจึงนั่งรอที่ฝ่ายชำนาญงานเพื่อรอคิว

3. เมื่อถึงคิวของเรา ผู้โอนและผู้รับโอนที่ดินจะต้องลงชื่อในเอกสารต่อหน้าเจ้าหน้าที่ชำนาญงาน

4. เจ้าหน้าที่ชำนาญงานจะประเมินราคาที่ดินเพื่อนำไปคิดค่าโอนที่ดิน 2564 หลังจากนั้นเราจะได้รับใบคำนวณค่าใช้จ่ายจากเจ้าหน้าที่

5. นำใบคำนวณค่าใช้จ่ายไปชำระเงินที่ฝ่ายการเงิน แล้วเราจะได้รับใบเสร็จสีฟ้าและสีเหลือง

6. ให้ใบเสร็จสีเหลืองแก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายชำนาญงาน และรับสำเนาใบเสร็จรับเงินสีฟ้าจากผู้ขาย เพราะผู้ขายต้องเก็บใบเสร็จสีฟ้าตัวจริงไว้

7. หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ชำนาญงานจะพิมพ์สลักหลังโฉนด ในตอนนี้เราต้องตรวจสอบ เมื่อเห็นว่าโฉนดถูกต้องแล้ว เราก็จะได้รับโฉนดพร้อมสัญญาซื้อขาย (ทด.13) ขั้นตอนนี้จะถือว่าสิ้นสุดขั้นตอนการจ่ายค่าโอนที่ดิน และกรรมสิทธิ์ของที่ดินนั้น ๆ ก็ถือเป็นของผู้ซื้อหรือผู้รับโอนโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย

เอกสารสำหรับการโอนที่ดิน 2564

เอกสารที่ใช้ในการโอนที่ดิน  2564 จะแตกต่างกันไปตามชนิดของผู้ยื่นเรื่อง ในที่นี้มี 2 กรณีคือ บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล

กรณีบุคคลธรรมดาที่อยากทำการจ่ายค่าโอนที่ดิน

1. บัตรประชาชนพร้อมสำเนา และลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้องให้เรียบร้อย

2. ในกรณีเคยเปลี่ยนชื่อ สกุล ต้องนำหนังสือเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล พร้อมสำเนา และลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้องให้เรียบร้อย

3. ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนา และลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้องให้เรียบร้อย

4. ในกรณีที่มอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ (ทด.21) มาด้วย

  • 4.1 สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ
  • 4.2 สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ

กรณีนิติบุคคลที่อยากทำการจ่ายค่าโอนที่ดิน

1. หนังสือรับรองนิติบุคคล (มีอายุไม่เกิน 1 เดือน)

2. บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (มีอายุไม่เกิน 1 เดือน) ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นคนใดคนหนึ่งไม่ได้ถือสัญชาติไทย ผู้ถือหุ้นนั้นต้องมีหุ้นไม่ถึง 40% ของผู้ถือหุ้นทั้งหมด

3. รายงานการประชุมคณะกรรมการบริษัท ที่ระบุวัตถุประสงค์ในการซื้อและแหล่งที่มาของเงินที่ใช้ซื้อให้เรียบร้อย

4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม

5. หนังสือแสดงตัวอย่างลายมือชื่อกรรมการ

6. หนังสือมอบอำนาจ (ในกรณีที่มอบอำนาจให้ผู้อื่นมาทำแทน)

  • 6.1  สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ
  • 6.2 สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ

สรุปท้ายบทความอัปเดตค่าโอนที่ดินปี 2564

ถึงการจ่ายค่าโอนที่ดินจะมีรายละเอียดยิบย่อยเต็มไปหมด แต่พอ Kaidee Property แจกแจงรายละเอียดค่าโอนที่ดินให้แบบนี้ การจ่ายค่าโอนที่ดิน 2564 ก็กลายเป็นเรื่องที่ไม่ยาก แค่อัปเดตค่าโอนที่ดินประจำปี 2564 และเรียนรู้ขั้นตอนในการจ่ายค่าโอนที่ดิน 2564 กับ Kaidee Property เท่านี้ เพื่อน ๆ ก็จะรู้รอบ รู้เท่าทันและทำธุรกรรมการโอนค่าที่ดินได้อย่างถูกต้องครบถ้วนแน่นอนค่ะ

ทำความรู้จักกับ ‘ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง’

ทำความรู้จักกับ ‘ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง’

‘ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง’ หนึ่งในประเภทที่ทุกคนน่าจะเคยได้ยินชื่อกัน แค่ก็ไม่คงไม่รู้ถึงรายละเอียดมากเท่าไรนัก เพราะมีข้อมูลยิบย่อยมากมายที่เราควรรู้ เพื่อให้การจ่ายภาษีเป็นไปได้ด้วยดีและครบถ้วน

ก่อนที่จะไปรู้จักกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เราต้องรู้ถึงความหมายของภาษีก่อนว่าหมายความว่าอย่างไรกัน ภาษี คือ เงินหรือทรัพย์สินที่รัฐจะเรียกเก็บจากประชาชนในประเทศทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงให้ประเทศดียิ่งขึ้น แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ทางตรงและทางอ้อม ซึ่งภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างก็เป็นหนึ่งในภาษีทางตรงนั่นเอง

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง คืออะไร ?

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่า ภาษีที่ดิน เป็นภาษีที่มีการเรียกเก็บจากการทำประโยชน์บนที่ดินนั้น ๆ ตามมูลค่าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ทั้งอาคาร ที่อยู่อาศัย ตึก คอนโดมิเนียม และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยมีการเรียกเก็บเป็นประจำทุกปี (รายปี) ให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อปท. เพื่อนำมาพัฒนาในท้องถิ่นของที่อยู่นั้น 

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีผลบังคับใช้ในปี 2563 ที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกแทนการเก็บภาษีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างที่มีความคล้ายคลึงกัน โดยมีการแบ่งประเภททรัพย์สินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ต้องเสียภาษี มี 3 ประเภท ได้แก่

ที่อยู่อาศัย เป็นที่ดินที่มีการใช้ประโยชน์ ทำให้เจ้าของบ้านที่มีชื่อในโฉนดและทะเบียนบ้านกลายเป็นผู้เสียภาษี

ห้องชุด เช่น คอนโดมิเนียม หรือหอพัก เจ้าของที่ดินต้องเป็นผู้เสียภาษี โดยใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ห้องชุด

ที่ดิน รกร้างและไม่ได้ใช้ประโยชน์ ยกเว้นเสียว่าจะปล่อยที่ร้างเพื่อพัฒนาโครงการต่าง ๆ หรือ ปฏิบัติตามกฎหมายสั่ง

ผู้ที่ต้องจ่าย ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

ผู้ที่ต้องจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มีดังนี้

เจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง ที่ได้ทำประโยชน์จากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เป็นทรัพย์สินของทางรัฐ โดยอาจเป็นผู้ครอบครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแห่งนี้

ผู้ถือครองเฉพาะที่ดิน มีการชำระแค่ส่วนมูลค่าของที่ดิน โดยที่ไม่รวมกับสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินนั้น ๆ

ผู้ถือครองเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง มีการชำระแค่ส่วนมูลค่าของสิ่งปลูกสร้าง โดยที่ไม่รวมกับตัวที่ดิน

การคำนวณ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

เราสามารถคำนวณจำนวนของฐานภาษีที่ต้องชำระได้อย่างคร่าว ๆ แบบขั้นบันไดโดยใช้สูตรเบื้องต้นดังนี้

มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง – มูลค่าของฐานภาษีที่ได้รับยกเว้น = มูลค่าของฐานภาษี 

มูลค่าของฐานภาษี × อัตราภาษี = ค่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

และแบ่งเป็นกรณีต่าง ๆ ดังนี้

ที่ดินเปล่า

ภาระภาษี = มูลค่าที่ดิน x อัตราภาษี 

โดยที่ มูลค่าที่ดิน = ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน (ต่อ ตร.ว.) x ขนาดพื้นที่ดิน

ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

ภาระภาษี = (มูลค่าที่ดิน + มูลค่าสิ่งปลูกสร้าง) x อัตราภาษี

โดยที่ มูลค่าที่ดิน = ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน (ต่อ ตร.ว.) x ขนาดพื้นที่ดิน 

มูลค่าสิ่งปลูกสร้าง = (ราคาประเมินทุนทรัพย์โรงเรือนสิ่งปลูกสร้าง (ต่อ ตร.ม.) x ขนาดพื้นที่สิ่งปลูกสร้าง) – ค่าเสื่อมราคา

ห้องชุด 

ภาระภาษี = มูลค่าห้องชุด x อัตราภาษี 

โดยที่ มูลค่าห้องชุด = ราคาประเมินทุนทรัพย์ห้องชุด (ต่อ ตร.ม.) x ขนาดพื้นที่ห้องชุด (ตร.ม.)

หรือแบ่งตามที่ดินประเภทต่าง ๆ ดังนี้

เพื่อการทำเกษตรกรรม (เช่น ทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์) เพดานภาษีสูงสุด 0.15%

เพื่อพักอาศัย เพดานภาษีสูงสุด 0.3%

เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม (เช่น โรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และโรงงาน) เพดานภาษีสูงสุด 1.2%

ที่ดินรกร้างไม่ได้ทำประโยชน์ เพดานภาษีสูงสุด 1.2% และเพิ่มเป็น 3% เมื่อปล่อยให้รกร้างติดต่อกัน 3 ปี

การลดหรือยกเว้นการจ่าย ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับการลดหย่อนภาษี

50% สำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังต่อไปนี้

  • มีเจ้าของเป็นบุคคลธรรมดา มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน และใช้ในการอยู่อาศัย (จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินนั้นก่อนวันที่ 13 มีนาคม 2562)
  • เป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้า หรือสิ่งปลูกสร้างและที่ดินที่มีความเกี่ยวข้องกับการผลิตไฟฟ้า

90% สำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังต่อไปนี้

  • เป็นอสังหาริมทรัพย์รอการขายของสถาบันการเงินต่าง ๆ ไม่เกิน 5 ปี นับจากวันที่อสังหาฯ นั้นตกเป็นของหน่วยงานนั้น
  • อยู่ระหว่างการก่อสร้างเป็นโครงการที่อยู่อาศัยหรืออุตสาหกรรม ไม่เกิน 3 ปี นับจากวันได้รับอนุญาตในการจัดสรรที่ดิน
  • อยู่ระหว่างการก่อสร้างเป็นอาคารชุด ไม่เกิน 3 ปี นับจากวันได้รับอนุญาตก่อสร้าง
  • อยู่ระหว่างการก่อสร้างเป็นนิคมอุตสาหกรรมไม่เกิน 3 ปี นับจากวันที่ได้รับอนุญาตจัดตั้ง
  • ใช้ประโยชน์ในกิจการโรงเรียนเอกชน หรือสถาบันอุดมศึกษา
  • ใช้เป็นสถานบริการแก่ประชาชนทั่วไป เช่น ลานเล่นกีฬา สวนสัตว์ หรือสวนสนุก ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย

ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับการยกเว้นการจ่ายภาษี

ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับการยกเว้นการจ่ายภาษี มีรายการดังนี้

  • ทรัพย์สินของรัฐหรือหน่วยงานรัฐที่ใช้ในกิจการรัฐหรือหน่วยงานรัฐ และสาธารณะ โดยที่ไม่ได้มีการหาผลประโยชน์จากที่ดินนั้น
  • ทรัพย์สินทางการขององค์กรประชาชาติ ทบวงการชำนัญพิเศษขององค์การสหประชาชาติ หรือองค์การระหว่างประเทศอื่น ๆ ตามสนธิสัญญาหรือข้อตกลงที่ได้รับการยกเว้นภาษี
  • ทรัพย์สินทางการของสถานทูตหรือสถานกงสุลต่างประเทศ
  • ทรัพย์สินของสภากาชาดไทย
  • ศาสนสมบัติที่ใช้ในการประกอบศาสนกิจ กิจการสาธารณะ ศาลเจ้า หรือที่อยู่ของนักพรต พระสงฆ์ นักบวช หรือบาทหลวง ในทุกศาสนา โดยที่ไม่ได้มีการหาผลประโยชน์จากที่ดินนั้น
  • ทรัพย์สินที่ใช้เป็นสุสานหรือเป็นฌาปนสถานสาธารณะโดยไม่ได้รับสิ่งตอบแทน
  • ทรัพย์สินของมูลนิธิ องค์การ หรือสถานที่การกุศลที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด โดยที่ไม่ได้มีการหาผลประโยชน์จากที่ดินนั้น
  • ทรัพย์สินเอกชนที่ราชการยินยอมให้จัดเพื่อสาธารณประโยชน์ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด
  • ทรัพย์สินส่วนกลางที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันของอาคารชุด (ส่วนกลางคอนโดมิเนียม)
  • ที่ดินสาธารณูปโภคตามกฎหมายการจัดสรรที่ดิน
  • ที่ดินที่เป็นพื้นที่สาธารณูปโภคตามกฎหมายการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ขั้นตอนจากจ่าย ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

การจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต้องทำตามขั้นตอนดังนี้

  1. ตรวจสอบบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งแบ่งเป็น ประเภท ขนาด และการใช้ประโยชน์ (สามารถยื่นแก้ไขกับท้องถิ่นได้ทันทีหากไม่ถูกต้อง)
  2. ตรวจสอบแบบแจ้งการประเมินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งแบ่งเป็น ประเภท ขนาด ราคาประเมิน อัตราภาษี การใช้ประโยชน์ และค่าภาษีที่ดิน (ยื่นคัดค้านและอุทธรณ์หากการประเมินไม่ถูกต้อง)
  3. ตรวจสอบหน่วยงานที่ต้องชำระภาษี ได้แก่ สำนักงานเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สำนักงานเขต (สำหรับกรุงเทพมหานคร) ศาลาว่าการเมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ ตามที่มีกฎหมายกำหนด
  4. ชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในระยะเวลาที่กำหนด

การจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออนไลน์

ในปัจจุบัน นอกจากช่องทางที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ผู้เสียภาษีที่ไม่สะดวกในการเดินทางไปยังสถานที่จ่ายภาษี ก็ยังสามารถชำระผ่านทางช่องทางออกไลน์และธนาคารต่าง ๆ ได้ดังนี้

  • หน้าเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขา
  • Internet Banking ทุกธนาคาร
  • Mobile Banking ทุกธนาคาร

ข้อสรุปเรื่อง ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

สรุปแบบง่าย ๆ คือ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นภาษีที่เจ้าของที่ดินต้องชำระในทุก ๆ ปี เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาท้องถิ่น โดยมีอัตราการจ่ายภาษีที่แตกต่างกันตามประเภทของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้น ๆ โดยที่มีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบางประเภทที่ได้รับการลดหย่อนและยกเว้น โดยเฉพาะที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่สร้างขึ้นเพื่อให้ประชากรได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งผู้เสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างก็สามารถชำระได้ผ่านทางออฟไลน์และออนไลน์

หวังว่าทุกท่านอ่านแล้วจะเข้าใจการจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมากยิ่งขึ้น ถ้าคุณซื้อที่ดินจาก Kaidee Property หรือมีอสังหาริมทรัพย์เป็นของตนเองแล้วล่ะก็ อย่าลืมจ่ายภาษีกันด้วยนะคะ

อ่านบทความเกี่ยวกับ อสังหาฯ อื่น ๆ

How to : เช็คเลขโฉนดออนไลน์ต้องทำอย่างไร

How to : เช็คเลขโฉนดออนไลน์ต้องทำอย่างไร

อยากรู้รายละเอียดที่ดินของตนเองแต่ขี้เกียจไปกรมที่ดิน จะหยิบโฉนดมาดูก็ไม่ค่อยจะเกท ไม่ต้องเป็นห่วงไป เพราะกรมที่ดินได้ทำการเข้าสู่โลกดิจิทัลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว วันนี้ Kaidee จะพาคุณมาทำความรู้จักกับการเช็คเลขโฉนดออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น หมายเลขระวาง ค่าพิกัดแปลง หน้าสำรวจ ค่าธรรมเนียมภาษี ค่าใช้จ่ายในการรังวัด คิวรังวัด เราก็สามารถเรียกดูผ่านเว็บไซต์ได้ อีกทั้งยังมีแอปพลิเคชันให้ดาวน์โหลดมาใช้งานและเช็คเลขโฉนดได้ทุกที่ทุกเวลาอีกด้วย   

แค่ฟังก็รู้สึกว่าง่ายแล้ว เราไปดูกันเลยดีกว่า ว่าสมัยนี้เขาเช็คเลขโฉนดออนไลน์กันอย่างไร

เลขโฉนดคืออะไร สำคัญอย่างไร

โฉนดที่ดินคือเอกสารสำคัญทางราชการที่ใช้แสดงความเป็นเจ้าของที่ โดยที่ในโฉนดที่ดินจะแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับที่ดิน เช่น ตำแหน่งของที่ดิน ขอบเขตและลักษณะของที่ดินนั้น ๆ 

โฉนดที่ดินมีความสำคัญในการซื้อ-ขายที่ดิน เพราะเป็นสิ่งที่ใช้ตรวจสอบความถูกต้องของที่ดินแปลงนั้นและเป็นสิ่งที่ยืนยันกรรมสิทธิ์ของผู้ขาย ผู้ซื้อจึงควรรูจักการเช็คเลขโฉนดเพื่อให้สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้นั่นเอง

การเช็คเลขโฉนดสามารถดูได้ที่ด้านบนของโฉนดที่ดิน โดยที่เลขโฉนดนี้จะประกอบไปด้วย เลขระวาง เลขที่ดิน หน้าสำรวจ และที่ตั้ง ซึ่งจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับตำบล อำเภอ และจังหวัดอยู่ ข้อมูลข้างต้นนี้จะเป็นข้อมูลที่ใช้ระบุตำแหน่งของที่ดิน

ประเภทของโฉนดที่ดิน

โฉนดที่ดินนั้นมีหลายชนิด และแต่ละแบบก็มีเงื่อนไขทางกฎหมายต่าง จึงเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องรู้ไว้ เพื่อกันไม่ให้ถูกเอาเปรียบในอนาคต การแยกประเภทของโฉนดนั้นแยกได้ง่าย ๆ คือ ดูจากสีของตราครุฑบนหัวกระดาษ ในที่นี้จะมี 3 สี คือ แดง เขียว และดำ

ประเภทของโฉนดที่ดิน
ขอบคุณภาพจาก Prapaisee.com

โฉนดที่ดิน น.ส.4 (ตราครุฑสีแดง)

โฉนดชนิดนี้เป็นโฉนดแบบทั่วไปที่เราสามารถซื้อ-ขายได้ตามกฎหมาย หากอยากรู้ว่าโฉนดเราเก่าหรือไม่ ให้ดูที่ตัวอักษรหลังคำว่า “น.ส.4” เช่น หากเป็น “ก” แสดงว่าเก่าที่สุด หากเป็น ตัวอักษรอื่น ๆ ก็จะใหม่ขึ้นตามลำดับของพยัญชนะไทย

โฉนดที่ดิน น.ส.3 ก. (ตราครุฑเขียว)

โฉนดแบบ น.ส.3 ก. หรือแบบสีเขียวนั้นไม่ใช่โฉนดที่แท้จริง แต่เป็นเพียงเอกสารรับรองระวางที่ดินและภาพถ่ายทางอากาศเพียงเท่านั้น ซึ่งเจ้าของโฉนดนั้นสามารถทำเรื่องเปลี่ยนเป็น น.ส.4 ตามด้านบนได้ อย่างไรก็ตามโฉนดแบบนี้สามารถทำการซื้อ-ขายได้ตามปกติ

โฉนดที่ดิน น.ส.3 และ น.ส.3 ข. (ตราครุฑดำ)

โฉนดแบบ น.ส.3 และ น.ส.3 ข.เป็นโฉนดที่ยังไม่ได้รับการรับรองเขตที่ดิน จึงไม่สามารถทำการซื้อ-ขายตามกฎหมายได้ เพราะยังไม่มีแม้แต่ระวางที่ดินและภาพถ่ายทางอากาศ กล่าวคือ โฉนดชนิดนี้เป็นเพียงเอกสารรับรองการทำประโยชน์ของที่ดินเพียงเท่านั้น

เช็คเลขโฉนดออนไลน์ทำยังไง

เมื่อปัจจุบัน เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น องค์กรต่าง ๆ ก็ต้องปรับตัว กรมที่ดินจึงได้เปิดบริการเช็คเลขโฉนดไว้ 2 ช่องทางคือ ทางเว็บไซต์ของกรมที่กิน และทางแอปพลิเคชัน LandsMaps​

การเช็คเลขโฉนดผ่านเว็บไซต์

สามารถเช็คเลขโฉนดออนไลน์โดยเข้าสู่เว็บไซต์ dolwms.dol.go.th ของกรมที่ดินได้เลย ทั้งนี้เรายังสามารถตรวจสอบได้อีกว่าจากที่ดินของเรา สามารถเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ต้องการได้อย่างไร โดยรวมจะคล้ายการใช้ Google Map นั่นเอง 

ขั้นตอนการเช็คเลขโฉนดผ่านเว็บไซต์

1.เข้าเว็บไซต์  dolwms.dol.go.th

2. กรอกข้อมูลเกี่ยวกับที่ดิน เช่น จังหวัด อำเภอ แล้วคลิกปุ่มค้นหา

3. ระบบจะแสดงข้อมูลกรรมสิทธิ์ที่ดิน และที่ดินที่เราค้นหาจะถูกแสดงผลด้วยสีส้ม ต่างจากที่ดินแปลงข้าง ๆ 

4. หากอยากให้แสดงผลแบบ Street View เสมือนเราลงไปดูด้วยตนเอง ให้คลิกที่ปุ่ม “สตรีทวิว”

การเช็คเลขโฉนดผ่านแอปพลิเคชัน LandsMaps​

สำหรับใครที่ชอบความรวดเร็ว แอป LandsMaps​ นี้ถือว่าตอบโจทย์ เพราะเพียงแค่ดาวน์โหลดลงมาในมือถือทั้ง iOS และ Android ก็สามารถเช็คโฉนดที่ดินได้แล้วตามทุกเวลาที่ต้องการ อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบว่าเจ้าของคือใคร เลขระวางอะไรอีกด้วย

ขั้นตอนการเช็คเลขโฉนดผ่านแอปพลิเคชัน LandsMaps​

1.ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน LandsMaps และลงทะเบียนเข้าใช้งานให้เรียบร้อย

2. Log In เข้าสู่ระบบ แล้วจึงใส่ข้อมูลเพื่อที่จะเช็คเลขโฉนดให้เรียบร้อย

3.ระบบจะแสดงผลของที่ดินที่คุณค้นหาผ่านแผนที่ที่เหมือนของ Google Map และจะแสดงรายละเอียดของโฉนดให้ที่ดินให้ด้วย

4.สามารถกดดูเส้นทางไปยังเป้าหมายที่เราต้องการได้ เช่น ต้องเดินทางจากบ้านไปยังที่ดินแปลงนี้อย่างไร ใช้เส้นทางไหน เป็นต้น

นอกจากนี้ยังสามารถดูแบบ Street View ที่สามารถแสดงผลแบบ 360 องศา ได้อีกด้วย

ข้อมูลที่ต้องใช้ในการเช็คเลขโฉนด

สำหรับผู้ที่อยากเช็คเลขโฉนด ต้องเตรียมข้อมูล 3 อย่างนี้ให้พร้อมก่อนเข้าเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

1.จังหวัดของที่ดินนั้น

2.อำเภอที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่

3.เลขที่โฉนดของที่ดินที่ต้องการค้นหา

ข้อควรระวังในการเช็คเลขโฉนดออนไลน์

เนื่องจากกรมที่ดินทำการอัปเดตข้อมูลไปเพียง 34 ล้านแปลงเท่านั้นจากทั่วประเทศ จึงทำให้ฐานข้อมูลอาจไม่ครบถ้วนในบางพื้นที่ และอาจทำให้การแสดงผลกับขอบเขตของที่ดินบางแปลงคาดเคลื่อนได้ ข้อมูลจากเว็บไซต์และแอปพลิเคชันจึงไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานหรืออ้างอิงใด ๆ ในทางกฎหมายได้ มีเพียงโฉนดที่ดินฉบับจริงเท่านั้นที่มีผลทางกฎหมาย 

สรุปท้ายบทความเช็คเลขโฉนดออนไลน์

โดยสรุปแล้วสามารถเช็คเลขโฉนดออนไลน์ได้ 2 วิธีคือ ทางเว็บไซต์ dolwms.dol.go.th และทางแอปพลิเคชัน LandsMaps นับว่าเป็นทางเลือกที่สะดวกสบายมาก ๆ สำหรับยุคสมัยนี้ เรียกได้ว่าไม่ต้องตื่นเช้าไปสำนักงานที่ดินประจำจังหวัดให้วุ่นวายเลย ง่าย ๆ แบบนี้หากเพื่อน ๆ ท่านไหนสนใจอยากจะเป็นเจ้าของที่ดินสักแปลง ลองกดเข้ามาดูได้ที่ Kaidee เลยค่ะ แล้วจะพบว่า ที่ดินสวย ๆ แปลงงาม ๆ มีเยอะกว่าที่คิด