สาวๆ ต้องดู! หน้าร้อนนี้กับ 4 เทรนด์ชุดว่ายน้ำปี 2021

สาวๆ ต้องดู! หน้าร้อนนี้กับ 4 เทรนด์ชุดว่ายน้ำปี 2021

หน้าร้อนทั้งที จะปล่อยให้หน้าไทม์ไลน์หรือฟีดของเราเงียบเหงาได้อย่างไรคะ ความร้อนแรงของแสงแดด หรือจะสู้ความฮอตของเรากับชุดว่ายน้ำตัวจิ๋วริมทะเล แต่ด้วยสถานการณ์ทุกวันนี้ เข้าใจค่ะว่าเป็นเรื่องยาก ที่จะออกไปไหนมาไหนในสถานที่สาธารณะ ได้อย่างสบายใจ

ถึงตอนนี้จะยังเดินทางไปนั่งชิลล์ริมทะเลไม่สะดวก แต่รู้เรื่องเทรนด์ชุดว่ายน้ำปีนี้ไว้ก็ไม่เสียหาย เซฟไป เอฟไป เตรียมความพร้อมให้ดีที่สุด ถึงเวลาจะได้ไปเริงร่ากับเสียงคลื่นกระทบฝั่ง เพลิดเพลินกับท้องฟ้าสีครามให้เต็มที่ เพราะสุดท้ายแล้ว หากสถานการณ์เริ่มดีขึ้น ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะไม่ไปอวดหุ่นสวยๆ ของเรากับบิกินี่ตัวจิ๋วริมหาดทราย

จุดเริ่มต้นของชุดว่ายน้ำ

เทรนด์ชุดว่ายน้ำ2021

เรื่องราวของชุดว่ายน้ำนั้น เรียกได้ว่าเบสิคสุดๆ

เริ่มต้นจากการไม่ใส่อะไรเลย มีเพียงร่างกายเปลือยเปล่าปะทะกับความเย็นของน้ำแบบตัวต่อตัว ก่อนช่วงหลังจะเริ่มมีกรอบของจารีตและศีลธรรมเข้ามาครอบ ราวปี ค.ศ.1800 ชุดว่ายน้ำก็ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกในยุควิคตอเรีย (Victorian era-ค.ศ.1837-1901) แห่งสหราชอาณาจักร

ชุดว่ายน้ำในสมัยศตวรรษที่ 18 มีลักษณะเป็นชุด 2 ชั้น ด้านนอกเป็นเสื้อคลุมแขนยาว ด้านในเป็นกางเกงขาวยาวซ้อนอีกที โดยใช้วัสดุจากผ้าขนสัตว์หรือผ้าสักหลาดเป็นส่วนใหญ่ เน้นมิดชิดและสุภาพเรียบร้อย ทว่าไม่ฟังก์ชันกับการใช้งานเอามากๆ ลงน้ำแต่ละครั้งเคลื่อนไหวค่อนข้างลำบาก

ด้วยความเชื่อและวัฒนธรรมที่ครอบผู้หญิงในสมัยนั้นเอาไว้ว่า “ต้องรักนวลสงวนตัว” การใส่เสื้อผ้าในที่น้อยชิ้นจึงไม่เป็นเรื่องที่เหมาะที่ควรเท่าไร แต่ความที่ชุดว่ายน้ำดังกล่าวใช้งานไม่คล่องตัว สาวๆ จึงพากันเรียกร้องให้ทำชุดแบบใหม่ ให้เคลื่อนไหวในน้ำได้คล่องขึ้น โดยคงคอนเซปต์เดิม อย่างการปกปิดสรีระอย่างรัดกุม จึงกลายเป็นชุดว่ายน้ำสไตล์รัดเข็มขัดรัดกุม

การเปลี่ยนแปลงของชุดว่ายน้ำในศตวรรษที่ 19

ช่วงหลังว่ายน้ำกลายมาเป็นกีฬาที่แข่งขันกันในมหาวิทยาลัย และถูกบรรจุลงกีฬาโอลิมปิค แบบเป็นจริงเป็นจังมากขึ้น ชุดว่ายน้ำจึงถูกปรับเปลี่ยนให้เข้ารูปและคล่องตัวกว่าเดิม ทั้งยังใช้ผ้าน้อยลง ไม่ยาวคลุมข้อเท้าเท่าช่วงแรก เน้นเผยสัดส่วนและเรือนร่างแบบชัดเจนกว่าเดิม

กระทั่งปี ค.ศ.1920 ความต้องการชุดว่ายน้ำสตรีแพร่หลายมากยิ่งขึ้น เริ่มเป็นเทรนด์แฟชั่นที่มีความสวยงามเป็นองค์ประกอบ มีความเซ็กซี่แฝงอยู่บ้าง จนแบรนด์ดังระดับฮอลลีวูดต่างๆ เริ่มสนใจนำไปพัฒนาต่อ ทว่าความยาวของชุดว่ายน้ำยังคงต้องอยู่เหมือนเดิม (บางสถานที่มีเจ้าหน้าที่คอยวัดความยาวของชุดเลยด้วยซ้ำ)

กำเนิดชุดว่ายน้ำสไตล์ “บิกินี่” ขึ้น “ครั้งแรกของโลก”

การเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดาของโลก รูปแบบชุดว่ายน้ำถูกพัฒนาเรื่อยมา จนถึงปี ค.ศ.1946 “Louis Reard” นักออกแบบชาวฝรั่งเศสได้สร้างปรากฏการณ์สำคัญ ด้วยการเปิดตัวชุดว่ายน้ำสไตล์ “บิกินี่ (Bikini)” ครั้งแรกของโลก โดดเด่นด้วยจำนวนผ้าแบบน้อยชิ้น แตกต่างจากชุดว่ายน้ำของเดิมแบบไม่เห็นฝุ่น

ส่วนคำว่า “Bikini” ดีไซเนอร์ได้รับแรงบันดาลมาจากชื่อปรมาณู “Bikini Atoll” ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งแยกตัวออกเป็น 2 ส่วนหลังการทดสอบ และทันทีที่ชุดบิกินี่ดังกล่าวเปิดตัวก็เป็นกระแสฮือฮาอย่างมาก ถึงกับมีการถ่ายแฟชั่นโดยนางแบบฝรั่งเศส “Micheline Bernardini” เลยทีเดียว

หลังจากนั้นชุดว่ายน้ำก็เข้าสู่วงการแฟชั่นแบบเต็มตัว มีสีสันสดใสเต็มไปด้วยลูกเล่นมากมาย จะสั้นจะยาวก็ตามแต่สะดวก ยิ่งในสมัยนิยมแบบนี้ผู้หญิงมีเสรีภาพในเรือนร่างของตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม ไม่ต้องกังวลว่าจะโป๊ไปไหม หรือแคร์สายตาใครเหมือนสมัยก่อน ทั้งหมดนั้นอยู่ที่ความพึงพอใจของเราล้วนๆ

4 เทรนด์ชุดว่ายน้ำมาแรงประจำปี 2021

ถึงตอนนี้เวลาพาเราเดินทางมาไกล ชุดว่ายน้ำกลายเป็นหนึ่งในไอเทมแฟชั่นสุดฮิต
ของสาวๆ เสมอเวลาไปทะเล ยิ่งช่วงฤดูร้อนแบบนี้ แฟชั่นชุดว่ายน้ำกลับมาฮิตมากกว่าเดิม ใครที่มีแพลนไปทะเลอยู่แล้วอย่าให้เสียเที่ยว ทำการบ้านแน่นๆ ด้วยการส่อง 4 เทรนด์ชุดว่ายน้ำมาแรงประจำปี 2021 ไปด้วยกันค่ะ

1. ชุดว่ายน้ำสไตล์ Glitz and Glamour

ชุดว่ายน้ำ2021

จินตนาการถึงหาดทรายสีขาว ท้องทะเลสีฟ้าใส กับชุดว่ายน้ำแนวกลิตซ์แอนด์แกลมมัวร์ ถึงจะเป็นอะไรที่ฟังดูพื้นฐาน ทว่าในความเบสิคนั้นก็เป็นความคลาสิคที่สุดแสนจะลงตัวเสมอ ยิ่งเวลาชุดว่ายน้ำสไตล์นี้สะท้อนแสงแดด ยิ่งขับให้ตัวเรามีความระยิบระยับ จนยากที่ใครจะละลายตาได้

หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ชุดว่ายน้ำ Glitz and Glamour มาแรงแซงโค้งในปี 2021 เพราะด้วย Icon Fashion นักร้องดัง อย่าง Rihanna ใส่ชุดว่ายน้ำสไตล์นี้ พร้อมอวดความเก๋ลงในโซเชียล จึงไม่แปลกที่ชุดว่ายน้ำเทรนด์นี้จะกลับมาฮิตติดตลาดอีกครั้ง สังเกตได้จากแบรนด์ดังหลายเจ้า ที่ทำชุดว่ายน้ำสไตล์นี้เข้ามาตอบรับความต้องการของตลาดมากขึ้น

2. ชุดว่ายน้ำสไตล์ All Tied Up

ชุดว่ายน้ำเซ็กซี่

สารภาพว่าตอนแรกที่ได้ยินว่า ชุดว่ายน้ำสไตล์ All Tied Up กลับมาได้รับความนิยมในปีนี้ ก็งงอยู่เหมือนกัน เพราะนึกภาพไม่ค่อยออกว่าเป็นในเวย์ไหน แต่พอได้เห็นแนวชุด ต้องบอกเลยว่าไม่แปลกใจเท่าไร ด้วยความเซ็กซี่ขี้เล่น มีเชือกเป็นจุดนำสายตา ตัวช่วยเพิ่มเสน่ห์และความน่าค้นหาของสาวๆ ได้เป็นอย่างดี

การมีเชือกเกี่ยวพันไปตามตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย จะเป็นเส้นเล็กๆ ผูกโบว์อยู่ตามชุดว่ายน้ำ หรือเพิ่มดีกรีความฮอตด้วยการไขว้ไปมาเป็นตาข่าย ก็เก๋ไม่น้อย ที่สำคัญชุดสไตล์นี้ยังเปิดกว้าง ให้คุณเลือกได้ทั้งสีและลวดลายได้ตามใจชอบ ขอแค่มีเจ้าเชือกเส้นน้อยประดับชุด เพียงเท่านี้ก็กลายเป็นสาวฮอตสุดอินเทรนด์ในปี 2021 แล้ว

3. ชุดว่ายน้ำสไตล์ Puff sleeve Halter Bikini

ชุดว่ายน้ำน่ารัก

สาวๆ คนไหนที่รู้สึกว่าเซ็กซี่อาจไม่ใช่ทางที่สบายใจเท่าไร ในปี 2021 นี้ ยังมีอีกหนึ่งสไตล์ ที่มาแรงไม่แพ้กัน คือ Puff sleeve Halter Bikini ชุดว่ายน้ำแนวนี้จะออกแนวน่ารักสดใสในสไตล์ลูกคุณ! ด้วยบิกินี่ท่อนบนที่มักจะมีลักษณะพองประหนึ่งชุดตุ๊กตา คลุมปิดไหล่ เพิ่มความหวานไปในตัว

ยิ่งใครที่ไม่มั่นใจที่จะโชว์แขน หรือมีหน้าอกเยอะแล้วไม่อยากดูเซ็กซี่มากเกินไป ชุดว่ายน้ำสไตล์นี้น่าจะตอบโจทย์ เพราะได้ทั้งความเซ็กซี่และดูน่ารักไปในตัว จะสีสันร้อนแรงหรือเน้นแนวทรอปปิคัลก็ได้ตามแต่ใจที่คุณชอบ รับรองว่าใส่แล้วเพิ่มความมั่นใจขึ้นเป็นกอง ไม่มีเอาต์เป็นดาวเด่นประจำหาดแน่นอน

4. ชุดว่ายน้ำสไตล์ High Waisted Bikini

ชุดว่ายน้ำเอวสูง

ปิดท้ายด้วยชุดว่ายน้ำสไตล์ High Waisted Bikini ที่เรามั่นใจว่า หลายๆ คนน่าจะเห็นชุดว่ายน้ำแนวนี้อยู่ในฟีดที่ผ่านมาแน่นอน ความที่ปัจจุบันเทรนด์ชุดว่ายน้ำสไตล์ย้อนยุคกลับมาอีกครั้ง โดยเฉพาะช่วง 60-70’s สังเกตได้ตามหน้าฟีดทั้งไอจีและเฟสบุ้ค จะเห็นได้ว่าบรรดานางแบบและเหล่าเซเล็บใส่แนวนี้กันเพียบ

ความที่ชุดว่ายน้ำสไตล์นี้เป็นเอวสูง เน้นทรวดทรวงองค์เอวได้ชัดเจน ยิ่งใครที่หน้าท้องสวยมีซิกแพ็คอยู่แล้ว ถือเป็นโอกาสดีที่เราจะต้องเอาของดี ออกมาโชว์สู่สายตาชาวโลก ฝึกโพสต์ท่าให้มั่นใจเข้าไว้ แล้วไปลุยกันเลยค่ะ!

สาวๆ กับความมั่นใจที่จะใส่ชุดว่ายน้ำ

เชื่อว่าหลายคนยังติดอยู่กับความคิดที่ว่า “ชุดว่ายน้ำ” เป็นเสื้อผ้าสำหรับคนหุ่นดี
หน้าท้องสวยใส่เท่านั้น เราอยากให้สาวๆ ทุกคนเปลี่ยนความคิดใหม่ ไม่ว่าคุณจะมีรูปร่างอย่างไร อ้วนผอมมีพุงใดๆ ทุกคนสามารถสวมใส่ชุดว่ายน้ำได้

“ตราบใดที่เราเชื่อว่า โลกนี้เต็มไปด้วยความหลากหลายที่งดงามเสมอ

ฉะนั้นจงรักและภูมิใจกับร่างกายตัวเองมากๆ”

เติมเต็มความเชื่อมั่นกันไปแล้ว ต่อไปก็มาถึงขั้นตอนหาชุดสวยๆ ที่ถูกใจในสไตล์ที่ชอบ ใครไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน เข้ามาเอฟใน Kaidee สิคะ ในนี้มีชุดสวยๆ ครบทุกรูปแบบให้คุณเลือก ทั้งนี้ขอฝากส่งท้ายไว้สำหรับใครยังลังเล…

มีของดีต้องโชว์นะคะ ไม่ใส่ตอนนี้แล้วจะใส่ตอนไหน

mi 10t pro สมาร์ตโฟนรุ่นท็อป สเปกแรง ดีไซน์แจ่ม

mi 10t pro สมาร์ตโฟนรุ่นท็อป สเปกแรง ดีไซน์แจ่ม

Mi 10t Pro 5G เป็นสมาร์ตโฟนรุ่นท็อปจาก Mi 10T Series ที่เปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2020 ที่ผ่านมา ขอบอกว่ารุ่นน้องเขาเด็ดจริง ๆ เรียกว่าคู่ควรการเป็นรุ่นท็อปมาก ๆ เหมาะกับคนที่กำลังมองหาสมาร์ตโฟนที่สวยตั้งแต่ดีไซน์ภายนอกจนถึงความสามารถในการทำงานที่เหมาะกับทั้งสายเกม สายถ่ายรูป หรือสายใช้งานทั่วไป

ใครที่กำลังเล็ง ๆ รุ่นนี้ไว้เหมือนกัน บอกเลยว่าคุณมาถูกที่แล้ว เพราะเราจะมาไล่เรียงกันให้ดูว่า Mi 10t Pro 5G มีฟีเจอร์โดดเด่นอะไรบ้าง สเปกเป็นยังไง ไปตามอ่านกันได้เลย

รีวิว Mi 10t Pro 5G สมาร์ตโฟนรุ่นท็อปที่ไม่ควรพลาด

สรุปสเปกรวม Mi 10t Pro

ขนาด: 165.1 x 76.4 x 9.33 มม.

น้ำหนัก: 218 กรัม

จอแสดงผล: 6.67 นิ้ว ความละเอียด 2400 x 1800 full hd

ระบบปฏิบัติการ: Android 10 ครอบด้วย MIUI 12 

GPU: Snapdragon 865

หน่วยประมวลผล: Adreno 650

Ram: 8GB 

ความจุเครื่อง: 128 / 256GB 

กล้อง: กล้องหลัง 3 ตัว 

กล้องหัก 108 ล้านพิกเซล

กล้อง Ultrawide 13 ล้านพิกเซล

กล้อง Macro 5 ล้านพิกเซล

กล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล

แบตเตอรี: 5,000 mAh รองรับชาร์จไว 

ไม่มีช่องเสียงหูฟังขนาด 3.5 mm

สี: ดำ/ฟ้า/เงิน

ราคา: 13,990 บาท (8/128GB)

15,990 บาท (8/256GB)

Mi 10t Pro 5G กับดีไซน์สุดทันสมัยพร้อมหน้าจอกว้าง 6.67 นิ้ว

เรามาเริ่มต้นพูดถึงดีไซน์ภายนอกของ Mi 10t Pro 5G กันดีกว่า Mi 10t Pro 5G มาพร้อมดีไซน์ขอบจอกว้าง ไร้หยดน้ำ ครอบจอดูไม่หนาจนเกินไป ตรงมุมซ้ายของหน้าจอมีกล้องหน้าเล็ก ๆ วางอยู่บนหน้าจอเลย ให้ความรู้สึกคลีน เรียบง่าย น่าใช้มาก 

ตัวกรอบเครื่องใช้เป็นโลหะ ทำให้ดูทนทานแข็งแรง ไม่ก๊องแก๊ง ด้านหน้าจอและฝาหลังครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5 และด้วยความที่หน้าจอเป็น LCD ปุ่มสแกนลายนิ้วมือเลยต้องย้ายไปอยู่ที่ปุ่มเปิดเครื่องด้านข้างแทน ถือว่าสะดวกไปอีกแบบเหมือนกัน 

ถ้าเจาะกันที่หน้าจอ หน้าจอรุ่นนี้มาพร้อมเทคโนโลยี MEMC (Motion Estimation, Motion Compensation) ที่ช่วยให้ภาพหน้าจอดูลื่นไหล และรองรับการแสดงผลแบบ HDR10 และมาตรฐาน Widevine L1 ที่ทำให้ดูหนังจาก Netfix ในระดับ HD จุใจไปเลย

สำหรับ Mi 10t Pro 5G มีสามสีให้เลือก นั่นก็คือ สีดำ สีเงิน และสีฟ้า 

ส่องระบบปฏิบัติการและการทำงานของ Mi 10t Pro 5G เร็ว แรง จริงไหม

Mi 10t Pro 5G จัดเต็มด้วยสเปกแรงแซงหน้าราคา เริ่มต้นด้วยระบบปฏิบัติการ Andriod 10 ครอบด้วย MIUI 12 ที่ทำให้ทำงานได้แรงยิ่งขึ้นเมื่อทำงานร่วมกับชิป Snapdragon 865 แถมด้วยแรม 8 GB และ Rom เริ่มต้น 128 GB 

สามารถใช้งานหนัก ๆ จัดเต็มได้แบบสบาย ๆ เลย ไม่ว่าจะเล่นเกม ดูหนัง ดูคลิปวิดีโอ และอีกมากมาย 

นอกจากนี้ฟีเจอร์เด่นอีกอย่างหนึ่งที่ Mi 10t Pro 5G คือฟีเจอร์โคลนแอป หรือการก้อปแอปแยกออกเป็นเป็นชุดหนึ่งสำหรับคนที่อยากใช้สองบัญชี โดยความพิเศษคือสามารถโคลนได้ทุกแอปเลยทีเดียว เหมาะกับคนที่อยากแยกใช้สองบัญชีแบบจริงจังโดยไม่จำเป็นต้องมีโทรศัพท์สองเครื่อง 

ส่องกล้อง Mi 10t Pro 5G กล้องหน้า-หลังระดับโปร

หนึ่งในฟีเจอร์เด่นของ Mi 10t Pro 5G คือกล้องที่จัดเต็มทั้งด้านหน้าและด้านหลัง กล้องหลังจัดมาให้ถึง 3 เลนส์ เลนส์หลังความละเอียดสูงถึง 108 ล้านพิกเซล กล้อง Ultra Wide 13 ล้านพิกเซล กล้อง Macro 5 ล้านพิกเซล พอทำงานร่วมกับหน่วยประมวลผล Snapdragon 865 แล้วยิ่งช่วยให้โฟกัสไวยิ่งขึ้น

สำหรับใครที่ชอบถ่ายภาพ Portrait หน้าชัดหลังเบลอ ก็มีโหมดนี้เหมือนกัน 

แถม Mi 10t Pro 5G ยังใส่ฟีเจอร์สนุก ๆ เพิ่มกิมมิคในการถ่ายรูปอย่างโหมด Clone มาให้ด้วย ซึ่งเป็นการถ่ายรูปโดยแยกร่างคนในรูปได้ถึง 4 คน แถมโหมดนี้ยังเอาใช้กับกับการถ่ายวิดีโอได้อีกด้วย 

อีกหนึ่งโหมดที่น่าสนใจมาก ๆ ก็คือโหมดเปลี่ยนให้ท้องฟ้าเป็นท้องฟ้าแบบต่าง ๆ ได้ไม่ว่าจะท้องฟ้าตอนพระอาทิตย์ตกดิน ท้องฟ้าแสงเหนือ ท้องฟ้าแดดจ้า 

ส่วนวิดีโอก็สามารถใช้โหมด Steady หรือโหมดกันสั่นเพิ่มได้อีกด้าน

ส่วนกล้องหน้าก็มีความละเอียดถึง 20 ล้านพิกเซล รองรับโหมด Beauty ให้ถ่ายรูปออกมาเป๊ะปัง 

แบตเตอรี Mi 10t Pro 5G  จุใจ ชาร์จเต็มไว ใช้ชีวิตง่ายกว่าเดิม

Mi 10t Pro 5G มีแบตเตอรี 5,000 mAh ถือว่าได้ความจุแบบจัดเต็มเลยทีเดียว จะเล่นเกมส์ ดูหนัง ดูวิดีโอ เล่นโซเชียล ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ ก็ทำได้สบายมาก แถมยังมีระบบรองรับการชาร์จไว ใช้เวลาชาร์จไม่ถึงชั่วโมงก็เต็ม ทำให้ใช้ชีวิตง่าย ๆ ไม่จำเป็นต้องพก Power Bank ให้ยุ่งยากเลย

สรุปภาพรวม Mi 10t Pro 5G เหมาะกับใคร ควรค่าแก่การซื้อหรือไม่

Mi 10t Pro 5G หนึ่งในสมาร์ตโฟนสเปกแรง ราคาเบา ๆ จาก Xiaomi สมาร์ตโฟนรุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอกว้างถุง 6.67 นิ้ว และระบบปฏิบัติการ Andriod 10 ครอบด้วย MIUI 12 พร้อมชิปแรง ๆ อย่าง Snapdragon 865 

ตัว Ram ให้มาทั้งหมด 8 GB ความจุเครื่องเริ่มต้นที่ 128 GB ถือว่าสามารถใช้งานหนัก ๆ ได้แบบสบาย ๆ เลย นอกจากนี้ยังจัดเต็มฟีเจอร์เด่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นกล้องหลัง 3 เลนส์ กล้องหลัก 108 ล้านพิกเซล กล้อง Ultrawide 13 ล้านพิกเซล กล้อง Macro 5 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล 

อีกหนึ่งจุดเด่นคือแบตเตอรีที่จัดเต็มมาให้ถึง 5,000 mAh พร้อมโหมดประหยัดพลังงาน เรียกว่าสามารถใช้งานจัดเต็มกันได้ทั้งวันแบบไม่ต้องพึ่งที่ชาร์จหรือแบตสำรองเลยก็ได้ 

หากมองในภาพรวมแล้ว ถือว่า Mi 10t Pro 5G เป็นสมาร์ตโฟนอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจมาก ๆ และได้คะแนนในเรื่องความคุ้มเมื่อเทียบตัวฟีเจอร์ สเปก กับราคาที่เริ่มต้นเพียงแค่ 13,990 บาท 

ใครที่สนใจอยากจับจอง Mi 10t Pro 5G หรือ Xiaomi รุ่นอื่น ๆ ในราคาคุ้ม ๆ ลองมาเลือกซื้อกันได้ที่ Kaidee ตอนนี้ Kaidee มีฟีเจอร์ใหม่ KD Pay ที่จะช่วยเป็นตัวกลางรับและชำระเงินระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ช่วยให้คุณซื้อขายออนไลน์สะดวก ปลอดภัย มั่นใจได้ยิ่งขึ้น สำหรับใครที่ชอปแล้ว กลัวไม่ได้สินค้า ฟีเจอร์นี้เหมาะมาก ๆ เพราะถ้าจ่ายเงินผ่าน KD Pay การันตี ไม่ได้รับของ สามารถยื่นคืนเงินได้ พร้อมแล้วก็ไปชอปกันแบบมั่นใจได้เลยค่ะ