รวมสติกเกอร์ติดรถสุดฮิตที่ต้องรู้ว่าติดแล้วได้อะไร

รวมสติกเกอร์ติดรถสุดฮิตที่ต้องรู้ว่าติดแล้วได้อะไร

รับประกันเลยว่า ทุกคนต้องเคยเห็นสติกเกอร์ที่ติดอยู่ตามรถหลากหลายคัน ไม่ว่าจะเป็นสติกเกอร์ติดเอาฮา หรือสติกเกอร์ติดเพื่อเตือนรถคันด้านหลัง เรียกได้ว่า ในท้องถนน เราจะพบกับรถยนต์ที่ติดสติกเกอร์นับคันไม่ถ้วนเลยล่ะ 

ถ้าทุกคนยังจำได้ว่าในหลายปีก่อน นอกจากเทรนด์สติกเกอร์แล้ว ยังมีเทรนด์ “ห้อยตุ๊กตา” ไว้หลังรถ เทรนด์นี้เกิดจากความเชื่อที่ส่งต่อกันมาว่า หากรถคันนั้นเคยเกิดอุบัติเหตุลากคนไปไว้ใต้ท้องรถ อาจทำให้มีวิญญาณติดตามมาได้ จึงแก้โดยการนำตุ๊กตาไปห้อยไว้ เพื่อขับไล่วิญญาณเหล่านั้น จนกลายเป็นกระแสทำตาม ๆ กัน เพราะรู้สึกว่าเป็นแฟชั่น 

เมื่อมีการห้อยตุ๊กตา การติดสติกเกอร์ท้ายรถก็กลายเป็นกระแสขึ้นมาตาม ๆ กันในเวลาไม่นาน แท้จริงแล้วการติดสติกเกอร์ท้ายรถนั้นมีหลายแบบหลายประเภท โดยจุดประสงค์ของการติดจะมีตั้งแต่ ความเชื่อ, ความสนุก และการติดเพื่อเตือนคนอื่น ๆ ให้สร้างความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น 

โดยเราได้รวบรวมสติกเกอร์สุดฮิตที่รับรองว่าเห็นได้ตามท้องถนนทั่วไป ทั้งยังไขข้อสงสัยกับคนที่คิดว่า เราติดแล้วมันจะช่วยอะไรได้แน่หรอ?

10 สติกเกอร์ติดรถยอดฮิต

1.วัดท่าไม้

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Gangbeauty

สุดยอดสติกเกอร์สุดฮิต ที่บางครั้งก็สงสัย “วัดท่าไม้” นี่มันลัทธิอะไรหรือเปล่า? 

จะขับรถผ่านกี่คัน ๆ ก็เห็นวัดท่าไม้นี่อยู่ติดหลังรถกันเต็มไปหมด ประหนึ่งว่าเป็นสัญลักษณ์ของผู้พิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในไทย ใคร ๆ ก็ต้องติดเจ้าสติกเกอร์อันนี้ เรียกได้ว่าเห็นจนบางคนต้องตั้งกระทู้ถามถึงที่มาเลยทีเดียว

แล้วเพราะเหตุใด สติกเกอร์ที่มีดีไซน์แบบเรียบ ๆ ไม่ได้พิเศษแต่อย่างใด ใช้ฟ้อนต์ภาษาไทยตัวบางและตัวอักษรสีขาวเขียนคำว่า “วัดท่าไม้” ทำไมคนถึงนิยมติดกันจัง 

ที่มาของสติกเกอร์ : วัดท่าไม้คือหนึ่งในวัดดัง ที่ดาราหลายคน นิยมไปขอโชคลาภและประกอบพิธีเสริมสิริมงคลให้แก่ตนเอง วัดท่าไม้ตั้งอยู่ที่ อ.กระทุ่มแแบน จ.สมุทรสาคร สาเหตุที่ทำให้วัดแห่งนี้กลายเป็นที่เลื่องชื่อ ก็มาจากการแปะสติกเกอร์ “วัดท่าไม้” จนแพร่หลาย

สาเหตุที่คนนิยมแปะสติกเกอร์นี้ เพราะว่าสติกเกอร์ดังกล่าวได้รับการปลุกเสกภายในวัด เหล่าลูกศิษย์ทั้งหลายจึงนำของมงคลชิ้นนี้ไปแปะประดับรถ นอกจากจะได้ในเรื่องของความเชื่อ ความขลังแล้วยังได้เผยแพร่ชื่อเสียงของวัดให้กระจายออกไป นับเป็นการประชาสัมพันธ์โดยใช้สื่อออฟไลน์แบบหนึ่ง

2.รถคันนี้สีดำ

ขอขอบคุณรูปภาพจาก horoscope.thaiza

เคยตั้งข้อสงสัยกันไหม ว่าทำไมรถคันข้างหน้าต้องแปะคำว่า “รถคันนี้สีดำ” ทั้ง ๆ ที่ตัวรถเป็นสีดำ! บางคนที่ไม่มีรถสีนี้ให้เลือกแต่อยากได้สีแดง ก็พอจะเก็ทฟีลอยู่บ้างนะ แต่ทำไมบางรุ่นมีสีเหล่านั้นแล้ว ถึงไม่เลือกกัน!

ถ้าพูดตามความจริงว่า การแปะสติกเกอร์เช่นนี้ เริ่มแพร่หลายจากการที่หลายคนเชื่อในเรื่องดวงและเรื่องสีนำโชค เมื่อแปะสติกเกอร์ที่เป็นสีมงคลจะช่วยเสริมดวงคุณให้ดีขึ้น  แถมบางทีรถที่คุณเลือกสีมาเองกับมือดันเป็นสีกาลกิณีเสียอีก 

ที่มาของสติกเกอร์ : จากความเชื่อเรื่องดวงสู่สติกเกอร์เพื่อเอาไว้เสริมดวงและแก้เคล็ด หากสีรถที่คุณใช้อยู่เป็นสีของกาลกิณี แต่เชื่อหรือไม่ว่า การติดสติกเกอร์ว่ารถคันนี้สีดำ ไม่ได้มีผลในการช่วยแก้เคล็ดใด ๆ เหมือนเป็นสติกเกอร์ที่ติดเพื่อความสบายใจของผู้ขับเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะเชื่อเถอะว่า เจ้ากรรมนายเวรของคุณเขาดูออกนะ ว่ารถที่แท้จริงของคุณสีอะไรน่ะ!

3.มือใหม่หัดขับ

ขอขอบคุณรูปภาพจาก babyincarstickershop

สำหรับมือใหม่หัดขับ ป้ายคำเตือนสำหรับรถคันด้านหลังว่า ถ้าขับรถแย่ ขับรถไม่ดี ก็ขออภัยด้วยเพราะเป็นมือใหม่ เรียกว่าเป็นป้ายสากลที่ทุกคนควรรู้ ในการเตือนว่ารถคันนี้อาจมีข้อผิดพลาดและขับไม่ได้ดั่งใจคุณนัก จึงต้องพูดเลยว่า เราเป็นมือใหม่ อย่าคาดหวังมาก!

ที่มาของสติกเกอร์ : หลังจากมีคนโอดโอยบนท้องถนนเวลาขับรถว่า คันข้างหน้าทำไมขับแย่จัง! แล้วทำให้เกิดอารมณ์ร้อนกันทั่วท้องถนน จริงเป็นวิธีแก้ปัญหาแบบเบสิก ที่บอกว่าอย่าโกรธเลยนะ เราเป็นมือใหม่ ช่วยให้คนด้านหลังหัวร้อนน้อยลง 

4.รถใช้ในราษฎร์เท่านั้น

ถ้าคุณเคยเห็นรถยนต์บางคันเขียนคำว่า “รถใช้ในราชการเท่านั้น” ก็คงเข้าใจตรงกันว่าเป็นรถสำหรับข้าราชการเพื่อใช้ในการทำงาน แต่บางครั้งการเห็นคำว่ารถใช้ในราชการก็สร้างความหงุดหงิดให้แก่ผู้ขับขี่บนท้องถนนได้ เพราะรถเหล่านี้มักมีรถนำขบวนคอยเปิดสัญญาณขอทางอยู่บ่อย ๆ ทำให้การจราจรติดขัดและต้องคอยหลบรถเหล่านี้

ที่มาของสติกเกอร์ : ด้วยอยากแก้เกมและเลียนแบบคำว่า “รถใช้ในราชการเท่านั้น” หลายคนจึงทำสติกเกอร์ออกมาโดยเขียนว่า “รถใช้ในราษฎร์เท่านั้น” แทน เพื่อความสนุกสนานและแอบแซะกลุ่มราชการเบา ๆ โดยส่วนใหญ่กลุ่มคนที่ติดสติกเกอร์ชิ้นนี้ จะเป็นกลุ่มรถตู้ซะมากกว่า

5.พุทธวจน

ขอขอบคุณรูปภาพจาก
wut มีดีมาฝาก กิน เที่ยว ทํา

อยากได้สติกเกอร์พุทธวจน ก็ต้องไปที่วัดนาป่าพง ที่จังหวัดปทุมธานี ที่ไม่ว่าใครก็ตามที่ไปเยือนที่วัด ก็สามารถรับสติกเกอร์ดังกล่าวกลับมาติดไว้ที่รถได้ ช่วยเสริมสิริมงคลให้แก่ตัวคุณและรถของคุณได้มากขึ้น แถมยังมีข้อดีในการช่วยเตือนสติจากคำสอนดังกล่าวอีกด้วย แต่ที่พิเศษสุด ๆ เลยก็คือคำสอนดังกล่าวมีอีกหลากหลายเวอร์ชันให้ได้เลือกนำไปแปะ

ที่มาของสติกเกอร์ : พุทธวจน แปลว่า คำสอนที่ออกมาจากพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้า หรือให้พูดง่าย ๆ ก็คือ คำสอนที่กล่าวโดยพระพุทธเจ้า สติกเกอร์ดังกล่าวนั่นมาจากการที่เหล่าลูกศิษย์ภายในวัด ดึงคำสอนภายใน “หนังสือพุทธวจน” ออกมาและนำมาแปลงเป็นสติกเกอร์เพื่อให้คนทั่วไปได้เข้าถึงคำสอนมากยิ่งขึ้น และยังนับเป็นวิธีเผยแพร่หลักคำสอนของพระพุทธเจ้าได้อย่างกว้างขวางอีกด้วย

6.ขับรถไม่สุภาพ โปรด…

ขอขอบคุณรูปภาพจาก tas_ma

เชื่อไหมว่าทุกคนต้องเคยเห็นสติกเกอร์ “ขับรถไม่สุภาพ โปรดแจ้ง ….” เพื่อเป็นการฝึกอบรบพนักงานที่ต้องขับรถ ให้มีมารยาทการขับขี่บนท้องถนนมากยิ่งขึ้นและยังช่วยให้ตัวเจ้าของบริษัทเองได้รับรู้พฤติกรรมพนักงานที่อาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้ดียิ่งขึ้น ถึงอย่างนั้น ก็มีคนนำสติกเกอร์มาดัดแปลงให้กลายเป็นประโยคเอาฮาอย่าง “ขับรถไม่สุภาพ โปรดเก็บเอาไว้ในใจ” และอีกหลายโปรด…แทนซะงั้น

ที่มาของสติกเกอร์ : เจ้าสติกเกอร์ชิ้นนี้เกิดจากการเลียนแบบสติกเกอร์ “ขับรถไม่สุภาพ โปรดแจ้ง…” เพื่อสร้างสีสันและความตลกให้แก่ผู้พบเห็นมากขึ้น ประหนึ่งเป็นคำพูดเล่น ๆ กับคันด้านหลังว่า ถ้าขับไม่ดี ไม่ต้องด่านะ เก็บไว้ในใจพอ จนกลายเป็นเรื่องขบขันที่ทำให้ผู้พบเห็นแทน

7.อย่าตามกุมา กุก็หลง

ขอขอบคุณรูปภาพจาก bkzaa

เป็นสติกเกอร์สุดตลกแต่เข้าถึงใจของคนขับรถได้อย่างกว้าขวางเลยทีเดียว เชื่อเถอะว่า เมื่อคุณขับรถบนเส้นทางที่ไม่คุ้น อย่างที่สองนอกจากการเปิด GPS แล้ว ก็คือการขับรถตามคันข้างหน้าที่ดูเหมือนจะไปเส้นทางเดียวกันกับเรา เพราะคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นคนพื้นที่และไปตามเส้นทางได้ดีกว่าการเชื่อ GPS นำทางที่ชอบพาเราไปตะลุยเส้นทางแปลก ๆ จนบางทีก็พาไปลงน้ำเลยก็มี

ที่มาของสติกเกอร์ : คนขับทุกคนคิดเหมือนกัน ก็คือการตามรถคันข้างหน้าเพราะคาดหวังในการพาไปยังเส้นทางที่ถูกต้อง บางคันถึงกับตามเข้าไปถึงบ้านของอีกฝ่ายเลยด้วยซ้ำ จึงเป็นสาเหตุที่มีสติกเกอร์ชิ้นนี้เกิดขึ้น เพื่อเป็นการบอกคันข้างหลังว่า ไม่ต้องตามมา นี่ก็มั่วมาเหมือนกัน! เรียกได้ว่านอกจากช่วยคันข้างหลังไม่ให้หลงตามแล้ว ยังช่วยให้ผู้ขับเองปลอดภัย ไม่ต้องมีใครขับตามมาจนถึงหน้าบ้าน!

8.ถ้ารีบทำไมไม่มาตั้งแต่เมื่อวาน

จริงค่ะ เป็นสติกเกอร์ที่พูดได้ว่าเห็นด้วย เพราะรถยนต์บางคันก็ขยันขับเร็วทั้งปาดทั้งแซง ชนิดว่าถ้าให้ใช้คำหยาบก็ต้องพูดว่า “จะรีบไปหาxxxเหรอ” การขับรถเร็วและปาดแซงคันอื่น นอกจากจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุแล้ว ยังทำให้คนขับตามเกิดอารมณ์โมโหจนกลายเป็นเหตุทะเลาะวิวาทได้อีก

ที่มาของสติกเกอร์ : เนื่องจากผู้คนต่างขับรถบนท้องถนนกันทั่วประเทศ เรียกได้ว่าเป็นการขับแบบร้อยพ่อพันแม่ที่แท้จริง นิสัยการขับขี่ของแต่ละบุคคลจึงมีความแตกต่างกันออกไป บางคนก็ขับดีมีมารยาทประหนึ่งเพิ่งออกจากคลาสเรียนมารยาท แต่บางคนก็ขับแบบ ถ้าขับช้ากว่านี้นิดเดียวคือจะไม่ทันเรือโนอาที่กำลังจะออกจากท่า 

จึงเป็นที่มาของสติกเกอร์แทนคำพูด สำหรับใครก็ตามที่ขับเร็วและเป็นนักช่างปาด ถ้ารีบจริง ๆ ก็ออกให้มันเร็วกว่านี้ จะได้เซฟทั้งตนเองและเพื่อนร่วมถนน พูดได้ว่าเป็นสติกเกอร์ที่ได้ทั้งด่าและเตือนสติไปในคราเดียวกัน

9.ถ้าคุณเห็นข้อความนี้ แสดงว่าเข้าใกล้มากเกินไปแล้ว

ขอขอบคุณรูปภาพจาก catdumb

ใครที่ชอบจี้ท้ายรถคันหน้า ต้องได้เห็นสติกเกอร์ตัวนี้! นอกจากสติกเกอร์ตัวนี้จะเอาไว้เตือนคันด้านหลังตรงตามจุดประสงค์แล้ว ยังเป็นสติกเกอร์ที่สร้างความสงสัยให้แก่ผู้พบเห็นได้อีกหลายคน เพราะสติกเกอร์นี้ค่อนข้างตัวเล็ก จนบางคันสงสัยจริง ๆ ว่าแปะอะไรไว้ รู้ตัวอีกทีพออ่านได้ ก็รู้สึกว่า อ้าว ! นี่เราเกือบชนเขาแล้วนี่หน่า! อันตรายสุดๆ ไปเลยล่ะ

ที่มาของสติกเกอร์ : สติกเกอร์อันนี้เอาไว้ดักคอสำหรับคนขับรถชอบจี้ท้ายคันหน้า ให้รู้ตัวว่า “แกขับมาใกล้ฉันเกินไปแล้วนะ!” การทำสติกเกอร์แบบนี้จะทำให้คนรู้ว่าการขับเข้ามาใกล้ในระยะนี้เป็นระยะอันตราย ควรเหยียบเบรกได้แล้ว ไม่งั้นรถชนกันแน่!

10.ดีกว่าเดิน

ถ้าคุณหงุดหงิดรถคันหน้า ที่นอกจากจะเก่าแล้วยังขับช้าชนิดเต่ายังคลานได้เร็วกว่ารถ อย่าเพิ่งไปโมโหเขาเลย เพราะสภาพเครื่องยนต์ของรถเก่านั้นทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ทั้งยังเสี่ยงดับกลางถนนอยู่หลายครั้งก็ว่าได้ คนที่ขับรถเก่าจึงนำสติกเกอร์คำนี้มาแปะไว้ กันคนว่าและด่าขณะขับรถ

ที่มาของสติกเกอร์ :ไว้กันคนด่ารถเก่าว่า ขับช้า พูดเลยว่าคนที่ขับรถเก่ามักนิยมติดคำพูดหรือสติกเกอร์แบบนี้ เพื่อเตือนไม่ให้คันด้านหลังโวยวายหรือบีบแตรด่าขณะขับช้า แต่พูดตามความจริง มีหลายคนคิดเหมือนกันว่า พอเห็นสติกเกอร์นี้แล้วก็ขับรถยังดีกว่าเดินจริงๆ แหละ อย่างน้อยก็ยังมีรถให้ขับล่ะนะ

วิธีลอกสติกเกอร์ออกจากรถ

ทำไมคนติดสติกเกอร์วัดท่าไม้ เยอะจัง

เพราะมีการปลุกเสกสติกเกอร์ไว้ ช่วยเสริมสิริมงตลให้แก่ผู้ที่ติดสติกเกอร์

ติดสติกเกอร์ที่รถแล้วเป็นรอยไหม

– เป็นรอยแน่นอน เพราะการติดสติกเกอร์เมื่อโดนแดดแล้ว ยิ่งเสี่ยงต่อการทำให้ตัวกาวละลายติดลงไปกับเนื้อกระจก จึงค่อนข้างลอกออกมายากพอสมควร ควรใช้น้ำมันมะกอกในการล้างกาวออก จะทำให้สติกเกอร์ไม่ยึกติดกับตัวกระจกรถ
– เป็นรอยแน่นอน แต่ให้ใช้น้ำมันและนิ้วมือในการช่วยลบลอยที่เกิดขึ้นบนกระจกได้

ซื้อสติกเกอร์ติดรถ

ที่ Kaidee.com

หากคุณกำลังคิดว่าควรจะแปะสติกเกอร์แบบไหนถึงจะดีและเหมาะสมกับรถของคุณ ขั้นแรกคุณต้องคำนึงถึงว่าการแปะสติกเกอร์ดังกล่าวลงบนรถของคุณมีจุดประสงค์เพื่ออะไร เพื่อความเป็นสิริมงคล,ความสนุกสนาน หรือต้องการเผยแพร่คำคมทางศาสนาของคุณ 

สิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงไว้เลยว่า การแปะสติกเกอร์ลงบนตัวรถ มักจะทำให้เกิดรอยกาวที่ต้องใช้เวลาในการทำความสะอาดอย่างดี ดังนั้นหากคุณคิดว่าไม่เป็นไร ฉันอยากติดสติเกอร์ให้รถดูเท่และเป็นสิริมงคลละก็ ก็จัดไปค่ะ ที่ Kaidee เรารวมเครื่องมือทำความสะอาดรถและสติกเกอร์หลายเด็ด ๆ ไว้ให้คุณได้เลือกแล้ววันนี้เลย!

เมาไม่ขับ แต่ถ้าเมาแล้วหลับในรถอาจถึงตาย!!

เมาไม่ขับ แต่ถ้าเมาแล้วหลับในรถอาจถึงตาย!!

หลาย ๆ คนที่เป็นนักดื่มตัวยงย่อมต้องเคยเจอปัญหานี้กันมาบ้าง ตอนเพื่อนชวนไปกินข้าว อาจไปที่ร้านอาหารโดยที่ไม่คิดว่าจะต้องดื่มด้วย เลยได้ขับรถไป และต้องเกิดคำถามในใจอย่างแน่นอนว่า “แล้วตอนกลับล่ะ จะกลับบ้านยังไง?? หรือจะนอนในรถไปก่อนดี??”

ซึ่งการนอนในรถนั้นเป็นสิ่งที่ผิดร้ายแรงมาก!! เพราะมันอาจจะทำให้คุณนั้นถึงตายได้เลย น่ากลัวใช่ไหมล่ะ?? แล้วสาเหตุจริง ๆ ของการนอนในรถทำไมถึงอาจจะทำให้ตายได้มันคืออะไรกันแน่ล่ะ เดี๋ยวผมจะมาเฉลยให้ (ติดตามอ่านกันก่อน อย่าเพิ่งหนีไปล่ะ)

แล้วแบบไหนถึงเรียกว่าเมาแล้ว??

สำหรับคนที่เมาเป็นประจำ คงไม่ต้องบอกกันล่ะมั้ง ว่าตอนตัวเองเมานั้นจะมีอาการอย่างไร (ฮ่า ๆ) หรือคนที่ดื่มกันประจำเคยเป็นไหม เวลาใครถามว่า “เมาไหม” ส่วนใหญ่ก็มักจะตอบกันว่ายังไม่เมาหรอก ซึ่งจริง ๆ แล้วความเมานั้นสามารถวัดได้

โดยจะวัดจากปริมาณความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในกระแสเลือด หรือที่เรียก ๆ กันว่า BAC (Blood Alcohol Concentration) ซึ่งเป็นเครื่องที่คุ้นเคยกันอย่าง “เครื่องเป่าในตำนาน” ของตำรวจ ที่ผ่านปากใครต่อใครเป็นจำนวนมาก (น่ากลัวจริง ๆ)

ปริมาณของแอลกอฮอล์

ซึ่งการวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดนั้นวัดเป็น “มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ (mg%)” ซึ่งการดื่มได้มากหรือน้อยนั้นก็ขึ้นอยู่กับระบบเผาผลาญในร่างกายแต่ละคนอีกด้วย ซึ่งถ้าเทียบกันแล้วผู้ชายจึงมีความสามารถในการดื่มที่มากกว่านั่นเอง

  • 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ปริมาณแค่นี้ถ้าเป่าเจอก็ผิดกฎหมายแล้วนะ (แค่ดื่มแก้วเดียวก็ค่าเกินแล้ว)
  • 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์เริ่มมีอาการมึนงงบ้าง เดินได้ไม่ตรง
  • 300 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์เริ่มง่วง และบางคนอาจะจะยืนไม่ได้เลย
  • 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์เริ่มไม่รู้สึกตัว หายใจได้ช้าลง

แล้วนอนในรถและเปิดแอร์มันไม่ดียังไง??

ก็ทางกฎหมายเขาบอกนี่นาว่า “เมาแล้วห้ามขับรถ” ก็นอนบนรถเสียเลยแก้ปัญหา ซึ่งนั่นเป็นเรื่องผิดอย่างมาก!! และไม่ควรจะทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะอาจทำให้คุณนั้นตายได้เลย ซึ่งสาเหตุนั้นมาจากเรื่องเดียวเลย คือ สิ่งที่มองไม่เห็น (กรี๊ดดดดด ผีเหรออออ!!👻) มันต้องไม่ใช่อยู่แล้วไหมล่ะ!! วายร้ายตัวจริงนั้น คือ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ในอากาศ

แล้วก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์มันมาจากไหน??

ก๊าซนี้นั้นมันไม่ได้เกิดมาจากอากาศที่หมุนเวียนอยู่รอบตัวเราแต่อย่างใด มันเกิดจากที่เราสตาร์ทรถนั่นเอง ในการสตาร์ทรถหนึ่งครั้งนั้น เครื่องยนต์จะปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ออกมาเป็นจำนวนมากซึ่งเป็นพิษต่อร่างกายของมนุษย์ และอ้าว!? แบบนั้นทำไมตอนขับรถปกติไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย?? คำตอบคือ เมื่อขับรถปกติ รถยนต์นั้นมีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา ทำให้มีการหมุนเวียนของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และออกซิเจนอยู่ตลอดเวลา ทำให้ไม่เป็นอะไรเวลาที่ขับ

แล้วก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ส่งผลอะไร??

ส่งผลแน่นอน เมื่อร่างกายได้รับก๊าซนี้เป็นจำนวนมาก ๆ เข้าไปในกระแสเลือด ทำให้มีก๊าซนี้มากกว่าออกซิเจนในเลือด ทำให้ร่างกายนั้นจะเริ่มตอบสนองได้ช้าลง ระบบประสาทมีการทำงานผิดปกติ และอาจทำให้หัวใจหยุดเต้นในที่สุด (น่ากลัวมากกกกกกก)

ใช้เวลาเท่าไหร่ที่ทำถึงให้เราถึงตายได้

ร่างกายของคนเรานั้นรับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ได้จำกัดเอามาก ๆ ถ้าให้บอกเป็นตัวเลขนั้น ร่างกายจะรับได้ประมาณ 1-200 ppm (Part Per Million หรือค่ามลพิษทางอากาศ) ซึ่งปกติแล้วก๊าซเหล่านี้ในธรรมชาติจะมีปริมาณอยู่ที่ 0.5-5 ppm และถ้าได้รับในปริมาณที่ไม่มากก็จะไม่ส่งผลต่อร่างกาย


แต่ในการนอนบนรถนั้นเราใช้เวลาที่นาน ทำให้เรานั้นค่อย ๆ รับก๊าซนี้อย่างช้า ๆ และมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เกินค่าของก๊าซและได้รับเป็นเวลานาน ซึ่งเวลาที่อาจจะทำให้ถึงตายได้นั้นไม่นานอย่างที่คิดเพียงแค่

“4 ชั่วโมงเท่านั้น!!”

ถ้าต้องนอนจริง ๆ ควรทำอย่างไร

ก็ถ้าพูดขนาดนี้แล้วยังอยากนอนต่อล่ะก็นะ แล้วแต่เล๊ยย!! งั้นผมก็มีวิธีการมานำเสนอละกัน (ดื้อเหมือนกันนะเนี่ย!!)

1. หาที่จอดรถดี ๆ

ทางที่ดีที่สุดถ้าคุณเมาก็คือจอดที่ร้านที่กินนั่นแหละ!! คือง่ายที่สุดแล้ว เพื่อที่ว่าอย่างน้อยคุณก็จะมั่นใจได้ในระดับหนึ่งเรื่องของความปลอดภัย

2. ไม่เปิดแอร์นอน

ที่ไม่ให้เปิดแอร์นั่นเพราะว่ากันการเกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ที่จะเปิดขึ้นเมื่อสตาร์ท ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือดับเครื่องและเปิดกระจกไว้เล็กน้อย (จะร้อนหน่อยนะถ้าเป็นช่วงฤดูร้อน)

3. ล็อคประตูให้ดี

กลางค่ำกลางคืนอ่ะเนอะ ยิ่งถ้าเกิดเป็นผู้หญิงแล้วล่ะก็ น่ากลัวมาก การล็อคประตูให้ดี ก็เป็นทางหนึ่งที่จะทำให้คุณนั้นปลอดภัย

อาการของคนเมาที่ผมเคยเจอ

ผมจะมาบอกอาการของคนเมา ให้กับคนที่ไม่เคยต่างหาก ซึ่งอาการเมาแปลก ๆ ที่ผมกำลังจะเล่าตัวผมเองนั้นเจอมาเองกับตัวของเพื่อน ๆ (เพราะผมไม่ดื่มแอลกอฮอล์) ทำให้เห็นอะไรสนุกทุกครั้งที่ไปกินข้าวกับเพื่อน ๆ

1. เมาแล้วเพ้อ

ประสบการณ์เบสิคมาก ที่ใครหลาย ๆ คนเจอ และเป็นประการณ์ที่น่าจะสามารถเปลี่ยนให้จากความเป็นคนกลายเป็น “หมา” ได้ ด้วยความที่บางคนนั้นมาดื่มเพราะอกหักบ้าง เลิกกับแฟนบ้าง ทะเลาะแฟนบ้าง (เศร้าเนอะ?? เศร้าเรื่องเพื่อนเหรอ!! เศร้าตัวเองนี่แหละ!! T T)

2. เมาแล้วร้องไห้

น่าจะเป็นอีกอย่างที่เจอ ๆ กัน ซึ่งเรื่องที่แปลกเลยคือ คนที่เมาแล้วร้องไห้นั้น บางทีไม่ได้เลิกกับแฟน ไม่ได้เศร้าอะไร แต่ร้องไห้เฉย (งงไปหมด) แล้วคือเล่นใหญ่มาก

3. เมาแล้วชอบหาเรื่อง

เมื่อเมา คนเรามักขาดสติ ทำให้อารมณ์มันขึ้นและร้อนได้ง่าย จึงเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นคือเมาแล้วไปหาเรื่องโต๊ะข้าง ๆ (ดีนะที่วันนั้นโต๊ะข้าง ๆ เข้าใจ เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ!!)

4. เมาแล้วชอบเลื้อย

เลื้อยของผมในที่นี้คือ การลงไปเลื้อยกับพื้นนะครับ เมาหนักมากจนทรงตัวไม่ได้ ถึงขั้นตัวเหลว เลยเกิดภาพสุดตลกที่เพื่อนนั้นลงไปนอนแล้วยังอยากจะพยายามเต้นอีก (หนักเลย)

5. เมาแล้วบอกเลิกแฟน

เมาแล้วบอกเลิกแฟนฟังดูแล้วอาจจะเป็นเรื่องปกติ แต่ที่มันไม่ปกติคือ คำที่ใช้บอกเลิกนี่แหละ เพราะเพื่อนผมที่เมานั้นกลับโทรไปหาแฟนแล้วพูดว่า “อากาศมันร้อน!! เราเลิกกันเถอะ!!” งงกันไหม?? แต่ผมนี่งงมาก

ถ้ารู้ขนาดนี้แล้ว และรู้ว่าตัวเองเป็นสายดื่มตัวยง รถที่มีอยู่อาจจะไม่ค่อยได้ใช้เท่าไรนัก หรือว่ากลัวว่าจะเผลอหลับในรถ ไม่ยาก เพียงเอารถเก่าของคุณมาลงขายที่ Kaidee Auto ก็สามารถปิดการขายได้ง่าย แถมใช้งานได้สะดวกทุกที่ทุกเวลาอีกด้วย

เพลย์ลิสต์นี้ที่ต้องฟัง! ช่วยอัปฟีลตอนขับรถทางไกล

เพลย์ลิสต์นี้ที่ต้องฟัง! ช่วยอัปฟีลตอนขับรถทางไกล

ไม่ง่วงเลยเวลาขับรถทางไกล จะแปดชั่วโมง หรือสิบชั่วโมงก็ตาม

พูดตรงนี้เลยว่า ถ้าคุณเคยพูดประโยคข้างต้นล่ะก็ คุณคือสุดยอดมนุษย์เหนือมนุษย์ทั่วไปเลยล่ะ เพราะไม่ว่ายังไงการขับรถทางไกลก็ชวนง่วงจนเกือบหลับคาพวงมาลัยอยู่หลายครั้ง 

แต่ก็หลับไม่ได้ใช่ไหมล่ะ ?

แม้จะเห็นป้ายประมาณว่า “ง่วง จอดพัก” ก็ไม่เคย “พัก” 

คุณก็คือหนึ่งในนั้นหรือเปล่านะ

ในบางจุดหมายที่เราต้องการไป เมื่อต้องนอนพักก็คงไม่ถูกใจหลายคนที่ต้องนอนในรถ แถมเสี่ยงเป็นข่าวที่พาดหัวว่า “พบศพนอนหลับในรถ เหตุเพราะขาดออกซิเจนตายขณะหลับ” แค่ฟังก็น่ากลัวแล้ว นี่ไม่ใช่การขู่ แต่เป็นการเตือนให้คุณเลือกที่นอนที่พักมากกว่าการพิงเบาะหลับในรถยนต์

หลายคนจึงเลือกที่จะขับมุ่งตรงไปถึงจุดหมายเลยมากกว่า ทว่าขับยาวแบบนี้ก็เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้เช่นเดียวกัน เราจึงพยายามหาวิธีทำให้คุณไม่ง่วงและทำให้การขับรถมีสีสันมากขึ้น รับรองว่าวิธี “ฟังเพลง” จะช่วยให้ทั้งคุณและเพื่อนโดยสารของคุณแฮปปี้ชนิดลืมการง่วงหนาวหาวนอนไปเลยล่ะ!

โดยเพลย์ลิสต์ที่แนะนำ จะเน้นสำหรับ Spotify ที่คนไทยส่วนใหญ่นิยมใช้ และใน Youtube เป็นหลัก

เพลย์ลิสต์อกหัก

ฟังเพลงอกหักขณะขับรถ ยิ่งอยู่คนเดียวยิ่งดูเหงา แต่ใครจะรู้ว่าการฟังเพลงอกหัก นอกจากจะทำให้คุณอินกับเพลงมากแล้ว ยังสร้างสุนทรีย์ได้ค่อนข้างมาก ด้วยทำนองที่ฟังแล้วรู้สึกคล้อยตามได้ง่าย สื่ออารมณ์เข้าลึกถึงข้างในใจ ทำให้คนรู้สึกตัวตื่นขณะขับรถอยู่ตลอดเวลา ยิ่งมากับเพื่อน ก็เปลี่ยนรถให้กลายร้านเหล้ากันไปเลย! 

อีกประเด็นหนึ่งคือ ประเทศไทยเป็นประเทศที่เกือบ 60% เป็นเพลงอกหัก 

แค่เปิดเพลย์ลิสต์มาก็รู้ได้เลยว่า เราจะอกหักอะไรหนักหนา แต่เออ ก็อกหักจริง ๆ แหละ 

การฟังเพลงอกหักท่ามกลางบรรยากาศฝนตกมีเพียงความอันตรายและคำเตือนอยู่เพียงข้อเดียวว่า

อย่าฟังเพลงอกหัก ขณะขับรถ เพราะรถมีแค่ที่ปัดน้ำฝน แต่ไม่มีที่ปัดน้ำตา

เพื่อนพ่อมึง ชอบเขาไปเหอะ กูก็ชอบมึงอยู่ดี

เพลย์ลิสต๋แรกสำหรับคนแอบรักเพื่อน แต่เพื่อนดั๊นนนน ไปแอบรักใครอีกคน ฟังแล้วมันเฮิร์ท ชวนนึกถึงวลีเด็ด สุดเศร้ากับจุดจบคนแอบรักเพื่อนที่ว่า 

“แล้วกูได้ขอให้มึงมารู้สึกกับกูไหม”

ขอโทษที่เมาแล้วโทรหาตอนตีสอง

ใครเคยเมาแล้วต้องโทรหาคนที่ชอบบ้าง เชื่อเถอะว่ามีหลายคนเลยในที่นี้ ที่เมาแล้วต้องกดโทรออกอย่างไม่รู้ตัว พอเช้าก็มานั่งหัวเสียกับตัวเอง “เมื่อคืนฉันทำอะไรลงไปกัน”

ถ้าโลกมันกลมทำไมแกถึงไม่วนกลับมา

ตามทฤษฎีได้บอกไว้ว่า “โลกเรานั้นกลม” แต่สิ่งที่โคลัมบัส ไม่ได้บอกคือ แม้โลกจะหมุนเป็นวงกลม แต่มันก็หมุนพาเธอกลับมาไม่ได้ แค่เสี้ยววินาทีของแรงโน้มถ่วง เธอก็ไม่มีทางหันมาด้วยซ้ำ นี่คือสิ่งที่เพลย์ลิสต์นี้กำลังจะบอกเราใช่หรือไม่ ?

อกหักอยากร้องไห้ แต่ลืมไปว่าโสด

เพลย์ลิสต์สำหรับคนรักการฟังเพลงเศร้าทั้งที่ไม่ได้อกหัก รู้สึกอีกทีก็เหมือนโดนหักอกมา อยากร้องไห้ใจจะขาด แต่จริงๆก็ไม่ได้อกหักหรอก แค่เพลงมันพาไปให้อกหักตามแค่นั้นเอง

ถ้าชีวิตคือละคร

ผมคงได้แต่บทพระรองทุกตอนอะค้าบ

พระรอง ตัวละครที่คนดูทุกคนรัก แต่นางเอกไม่เคยรัก ใจของเธอมีไว้เพื่อมอบให้พระเอกคนเดียวเท่านั้น ก็เหมือนชีวิตคนเรา ที่สุดท้ายแล้ว “เราก็เป็นได้แค่พระรอง” ของเธอเสมอมา 

เพลย์ลิสต์สายแดนซ์ สนุกสนาน

อยากแดนซ์ให้สุดเหวี่ยงไม่มีง่วงกับ เพลย์ลิสต์สนุกสนาน ที่ทั้งคุณและเพื่อนสามารถร้องเพลงคลอไปได้ตลอดทั้งทริป อัปฟีลความสนุกให้แก่ทริป เพราะการฟังเพลงที่เรามีส่วนร่วมได้และขยับร่างกายจะทำให้ง่วงยากขึ้น 

COVID-19 Quarantine Party

สุดเหวี่ยงในการกักตัวเพราะโควิด-19 กับเพลย์ลิสต์กักตัวที่ทำให้อะดรีนาลีนหลั่งออกมา แม้ขับรถอยู่ก็ใช้ได้เช่นเดียวกัน เอาให้สนุกสุดเหวี่ยงกันไปเลย

กะเทยอ่านสือสอบด้วยจริตหางเครื่องอาภาพร

จริตต้องมา ท่าต้องเป๊ะ แดนซ์แบบหางเครื่องในรถเอาให้รถสั่นรถขย่มกันไปเลยข้างหนึ่ง ชนิดว่าคันข้าง ๆ ต้องเหลียวมามองว่า “เจ้าคันนี้ทำอะไรกันน่ะ”

ปาร์ตี้วนไป

เพลย์ลิสต์ชุดนี้ ทาง spotify สร้างขึ้นโดยตรง เรียกได้ว่าจัดมาพร้อมให้คุณเปิดปาร์ตี้ได้ทั้งในบ้าน ทั้งในรถ จะที่ไหนก็สร้างฟลอร์ให้แดนซ์ได้แบบสุดเหวี่ยง

อาบน้ำนานจนแม่นึกว่าลื่นตายไปแล้ว

เคยไหม กว่าจะเลือกเพลงได้ก่อนอาบน้ำ เลือกอยู่นั่นแหละ ไม่ถูกใจสักที แถมบางทีฟังไปก็เพลินจนไม่อยากจะออกจากห้องน้ำเลยด้วยซ้ำ ถ้าคุณเป็น ก็ต้องฟังเพลย์ลิสต์นี้แล้วล่ะ เพราะมันเพลินมากจริง

ฮึกเหิมแบบเร้าตีนชวนตีฟังแล้วต้องลุกเตะคนข้างๆ

ฟังแล้วต้องฮึกเหิม เพลงพี่เสกยังชิดซ้าย พี่แอ๊ดคาราบาวต้องชิดขวา เพราะเพลย์ลิสต์นี้จะปลุกอารมณ์จิตวิญญาณในตัวคุณให้ลุกโชน แม้การเดินทางไกล ยังต้องสยบให้แก่เพลงนี้

เพลย์ลิสต์สดใส สายโวคอล

ทั้งเพลงรักและเพลงสร้างความสดใส เวลาใครอยากไปเที่ยวไหนไกล ๆ เพลย์ลิสต์นี้ต้องจัดไปอย่าได้ลืม เพราะคุณจะรู้สึกน่ารักกกก อารมณ์เหมือนคนตกหลุมรัก โลกทั้งใบเป็นสีชมพูเลยล่ะ

แม่เธอให้กินอะไรทำไมเธอน่ารักขนาดนี้

จริงค่ะ แม่เธอให้กินอะไรทำไมน่ารักจัง อารมณ์นี้มันคือ คนคลั่งรัก ชัด ๆ อยากมาเป็นหนึ่งในคนคลั่งรักแบบไม่มีทางออก ก็ต้องลองฟังดูนะคะ 

เพลงน่ารักแต่เธอน่ารักกว่า

คล้ายกันกับอาการ คลั่งรัก ของเพลย์ลิสต์ด้านบนเลย ขับรถวนไปให้ถึงบ้าน ลงรถปุ๊ปอย่าลืมแชร์เพลย์ลิสต์นี้ให้กับคนที่ชอบล่ะ จะได้ไม่คลั่งรักอยู่แต่ในรถคนเดียวเหมือนที่ผ่านมา

แจกความสดใส

อีกหนึ่งเพลย์ลิสต์ที่จัดขึ้นโดย spotify ช่วยสร้างบรรยากาศภายในรถให้สดใส รวมเอาเพลงใหม่ ๆ ที่ดูสดใสมารวมไว้ให้คุณหาฟังได้ในที่เดียว

อารมณ์ทะเล

ใครอยากไปทะเล หรือกำลังจะขับรถไปทะเล จะพลาดเพลงอัปฟีลแบบเสียงคลื่นกระทบชายหาดไปได้ยังไงกันใช่ไหมล่ะคะ 

วิ่งไปกับเสียงเพลง

เสียงเพลงที่เหมาะกับการขับรถหรือออกกำลังกายไม่มีอะไรดีไปกว่าเพลย์ลิสต์นี้อีกแล้ว ด้วยจังหวะที่ค่อนข้างสนุก เสริมบรรยากาศให้รู้สึกไปตามจังหวะมากขึ้น

เพลย์ลิสต์น่าสนใจอื่น ๆ 

https://open.spotify.com/playlist/7sHXZpdwJp0C1D6Gy1Cctn?si=w98LqXYeS6Sq2wIudoS4VA

KR เพลงเกาหลีน่ารัก ฟังสบาย

สายเกาหลีที่ชอบฟังเพลงสไตล์น่ารัก ยุกยิกหัวใจให้พองฟู ก็ต้องเพลย์ลิสต์นี้เลย รวมเพลงสุดน่ารักเอาไว้ในเพลย์ลิสต์นี้แล้ว

เพลงจีนที่อินมากมายอิควายแต่ฟังไม่ออก

ชื่อเพลย์ลิสต์อย่างไร เพลงที่อยู่ข้างในก็เป็นแบบนั้น ส่วนใหญ่เป็นเพลงช้า แม้จะฟังไม่ออกแต่เจ็บมากกกกกกกก พูดเลยว่า ฟังจบปุ๊ปน้ำตาไหลเป็นนางเอกซีรีส์เลย

Anime Openings (Top 100)

ใครที่ชอบอนิเมะต้องกดเข้าไปฟัง เพราะมีแต่เพลงเปิดอนิเมะสุดมันส์ แสนจะคุ้นหูสำหรับเหล่าสาวกให้ฟังกันวนไปขณะขับรถ เรียกได้ว่าสร้างความเอ็นจอยสุด ๆ ไปเลย

วัยรุ่นไทย ยุค 90s

อีกหนึ่งเพลย์ลิสต์แนะนำ ที่ย้อนบรรยากาศวันวานให้หวนกลับมาขณะขับรถ ฟังได้ตั้งแต่รุ่นพี่ รุ่นน้อง รุ่นพ่อ-แม่ ยาวๆ กันไปเลย ยิ่งอินยิ่งร้องได้มากเท่าไร ความง่วงก็จะหายไปมากเท่านั้น

เพลงฮิตยุค 2000

ใครที่ทันยุค kamikaze รุ่นแรก ๆ จะต้องรักเพลย์ลิสต์ชนิดนี้ว่าจะเดินทางไปที่ไหนก็ขาดไม่ได้ นอกจากจะสนุกสนานกับเพลงที่ช่วยทำให้นึกถึงความหลังแล้ว การได้ร้องเพลงไปขับรถไปก็สร้างสารแห่งความสุขให้คุณรู้สึกตื่นตัวอยู่ตลอด

เพลย์ลิสต์ใน Youtube 

https://www.youtube.com/watch?v=6_4nc5Adzo8

รวมเพลงเพราะๆ ไว้ฟังระหว่างเดินทาง 🎼 (ชวนคิดถึงธรรมชาติและใครคนนึง) 

หนึ่งในเพลย์ลิสต์ที่ได้รับความนิยมใน Youtube ค่อนข้างสูง มีคนฟังถึง 2 ล้านวิว พูดได้เลยว่าเป็นเพลย์ลิสต์ที่ควรฟังระหว่างขับรถจริง ๆ

https://www.youtube.com/watch?v=V6h7ouKC9BY

🔥รวมเพลงเพราะ ฟังชิวๆ ฟังสบายๆ 🔥รายชื่อเพลงฮิต tiktok 2020 คัดมาแล้ว

รักความเป็นเทรนด์ รักกระแส ถ้าคุณกำลังคิดว่า เพลงไหนนะคุ้น ๆ ใน tiktok ที่เพิ่งดูเมื่อกี้ แล้วอยากฟังต่อในรถสร้างบรรยากาศแสนสนุก ก็ต้องไม่พลาดเพลย์ลิสต์ใน Youtube อันนี้

🎈รวมเพลงเกาหลีเพราะๆ ฟังสบาย 🌸 [2]

อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนอยากฟังเพลงเกาหลี ที่เพลงฟังง่ายน่ารัก เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ยิ่งฟังในฤดูหนาว(ของไทย) ยิ่งชวนหวนนึกถึงฤดูใบไม้ผลิของเกาหลี สร้างฟีลให้การขับรถเป็นช่วงที่คุณได้ใช้เวลากับตัวเองมากยิ่งขึ้น

เป็น COVID ต้องกักตัว แต่ถ้าอกหักรัว ๆ ต้องกักใจ | (OFFICIAL PLAYLIST)

แค่ชื่อเพลย์ลิสต์นี้ก็รู้แล้วใช่ไหมล่ะคะว่า นี่มันรวมเพลงอกหักชัด ๆ ฟังแล้วใจไม่พัง แต่น้ำตาไหล บอกเลยบอกเลยว่าบนรถมีแค่ที่ปัดฝนแต่มันปัดน้ำตาให้เราไม่ได้นะคะ หากอยากฟังก็ต้องคิดดี ๆ ว่ามันจะทำให้เราเศร้ามากเกินไปหรือเปล่า

การฟังเพลงในรถมีผลอย่างไร

ผลวิจัยบอกว่า “การฟังเพลงระหว่างขับรถจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับ” ซึ่งบางผลวิจัยก็บอกว่าการขับโดยฟังเพลงที่มีความเร็วมากกว่า 180 beats / นาที จะทำให้พฤติกรรมการขับมีความรุนแรงมากขึ้น เช่น ขับเร็วขึ้น ไม่ระมัดระวังมากยิ่งขึ้น และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกว่าเดิม

แต่ก็มีผลวิจัยบางตัวชี้ว่า แม้จะนำเด็กนักเรียนที่เป็นกลุ่มแทนจำนวนประชากรทั้งหมด 78 คนมาสำรวจ โดยแบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น คนที่ฟังเพลงที่ตนเองเลือก คนที่ฟังเพลงที่คุ้นเคย คนที่ฟังเพลงที่ทางผู้วิจัยเป็นคนเลือกให้(ไม่คุ้นเคยกับเพลง) นั้นไม่มีผลต่อการขับรถ แม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่ตึงเครียด หรือกำลังตั้งสมาธิอยู่ 

จึงเป็นที่สรุปได้คร่าว ๆ ว่า การขับรถไปฟังเพลงไป ไม่มีผลต่อการลดประสิทธิภาพในการขับรถแต่อย่างใด สบายใจได้เลยค่ะ ถ้าคุณต้องการจะขับรถไปฟังเพลงไป ก็จัดไปเลย เพราะถ้าคุณง่วงขึ้นมานั่นจะแย่กว่าเดิมเสียอีก แต่ทางที่ดีถ้าคุณทั้งง่วงและไม่มีสมาธิก็ควรจะ “จอดพัก” จริง ๆ จะดีกว่านะคะ 

เราเข้าใจว่าการเดินทางแต่ละครั้ง มันทั้งเหนื่อย ทั้งน่าเบื่อขนาดไหน ยิ่งการขับไปเท่าไรก็ยังไม่เห็นจุดหมาย เสียงเพลงจากเพลย์ลิสต์ด้านบนจะช่วยให้คุณมีความสุขมากขึ้น และการเดินทางจะไม่กลายเป็นสิ่งที่น่าหนักใจอีกต่อไป แถมถ้ามีเครื่องเสียงดี ๆ สักเครื่องจะช่วยให้การอัปฟีลของคุณเป็นได้ดีขึ้นอีก

มองหาเครื่องเสียงติดรถยนต์ที่ประสิทธิภาพแถมเสียงไพเราะลึกไปถึงใจอยู่ใช่ไหม ?

 

YouTube Channel ที่คนอยากเป็นบาริสต้าต้องดู!

YouTube Channel ที่คนอยากเป็นบาริสต้าต้องดู!

คุณเป็นคอกาแฟไหม?

คุณเป็นคอกาแฟระดับไหน?

ระดับชอบชิม?

ระดับชอบชิมและชอบชง?

ระดับชอบชิม ชอบชงจนอยากผันตัวเป็นบาริสต้า?

ถ้าเลเวลความชื่นชอบกาแฟของคุณมาถึงระดับอยากผันตัวเป็นบาริสต้า บทความนี้เหมาะกับคุณที่สุด! เพราะเราจะพาคุณเข้าใกล้ความเป็นบาริสต้ามากขึ้นง่าย ๆ ที่บ้านคุณกับบรรดา Youtube Channel ที่คนอยากเป็นบาริสต้าไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง 

8 Youtube Channels ที่คนอยากเป็นบาริสต้าไม่ควรพลาด! 

จะชอบชิมหรือชงกาแฟแนวไหน เราก็รวบรวมมาให้แบบจัดเต็มถึง 10 Youtube Channels ทั่วโลก มีช่องไหนที่คุณยังไม่เคยกดติดตามบ้าง มาดูกันเลยดีกว่า

The Right Roast

Channel นี้ถือเป็นช่องดังที่คอกาแฟไม่ควรพลาด เจ้าของคือ Tim Rogg ผู้กำกับภาพยนตร์ที่รักกาแฟเลเวลเข้มข้นเข้าสายเลือด หากหลงเข้ามาในช่องนี้แล้ว บอกเลยว่าคอกาแฟออกยาก เพราะคุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องกาแฟตั้งแต่เมล็ดกาแฟ และความรู้ร้อยแปดของกาแฟจากทั่วทุกมุมโลก เหมาะกับคนที่อยากเปิดโลกกาแฟให้กว้างกว่าเดิม

นอกจากจะสอนจัดเต็มตั้งแต่เรื่องเมล็ดพันธ์ยันวิธีการชงกาแฟแบบครบสูตร ไม่เพียงเท่านั้น Channel นี้ยังเป็นแพลตฟอร์มขายกาแฟหลากหลายสายพันธุ์จากเหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านเมล็ดกาแฟจากทั่วทั้งยุโรป 

Seattle Coffee Gear

Youtube Channel ที่ดึงคุณเข้าสู่โลกกาแฟแบบเต็มตัว มีทุกอย่างที่คนอยากเปิดร้านกาแฟอยากรู้ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ทำกาแฟแต่ละแบบพร้อมรีวิวเจาะลึก แถมยังมีรีวิวเปรียบเทียบระหว่างอุปกรณ์สองรุ่นสองยี่ห้อเพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นและรู้จักฟังก์ชันเครื่องไม้เครื่องมือแต่ละประเภทได้ดีกว่าเดิม 

นอกจากรีวิวอุปกรณ์แล้ว ยังมีทริคเด็ดเคล็ดไม่ลับสอนทำลาเต้อาร์ตและกาแฟหลากหลายสูตร เรียกว่าเข้ามาแล้วได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปแน่นอน 

European Coffee Trip

‘European Coffee Trip’ พร้อมแล้วที่จะพาคุณไปซึมซับเรื่องราวกาแฟแบบถึงขั้วผ่านการตระเวนชิมกาแฟทั่วยุโรป  ต้นกำเนิดกาแฟต่างถิ่น ประสบการณ์ตรงที่ถ่ายทอดจากปากเหล่านักชงกาแฟจากทั่วทุกที่ รวมไปถึงวิธีการชงกาแฟสูตรต่าง ๆ 

เสน่ห์ของช่องนี้คือเรื่องราวที่ทำให้คุณได้เห็นมุมมองด้านกาแฟจากหลากหลายที่ผ่านการเดินทาง อีกคอนเทนต์ที่น่าสนใจของช่องนี้คือสารคดีที่ให้ความรู้เรื่องกาแฟในมุมมองและข้อมูลที่ลึกขึ้น เชื่อว่าใครที่สนใจอยากรู้เรื่องกาแฟให้กว้างกว่าแค่อยู่ในบ้านเรา แนะนำเลยค่ะ

Whole Latte Love

มองหาช่อง Youtube ที่อบอวลด้วยกลิ่นอายกาแฟตั้งแต่เริ่มต้นอยู่หรือเปล่า ‘Whole Lattte Love’ ถือเป็นอีกตัวเลือกที่ไม่อยากให้พลาดเพราะช่องนี้มีรีวิวเครื่องทำกาแฟที่เหมาะกับสไตล์กาแฟที่เราต้องการ แถมปูความรู้เรื่องเครื่องทำกาแฟให้ตั้งแต่แรกยันเปรียบเทียบให้เสร็จสรรพ 

นอกจากรีวิวเครื่องทำกาแฟแล้ว ความพิเศษคือเคล็ดลับในการดูแลรักษาและทริคการแก้ปัญหาทางเทคนิคของตัวเครื่อง แถมด้วยเคล็ดลับในการชงกาแฟทั้งการทำลาเต้อาร์ต การชงกาแฟสูตรต่าง ๆ ตั้งแต่สูตรเบสิคยันแอดวานซ์ไว้ซ้อมสกิลเป็นบาริสต้าง่าย ๆ ที่บ้านคุณ 

MorganDrinksCoffee

ทำความรู้จักกับ Morgan บาริสต้าสาวที่เปิด Youtube Channel เล็ก ๆ เพื่อชักชวนคอกาแฟมือใหม่จากทั่วทุกมุมโลกให้มาเรียนรู้สูตรการทำกาแฟง่าย ๆ ที่เริ่มต้นได้แบบโซซิมเพิล ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือจัดเต็มอะไร เหมาะกับคนที่กำลังเริ่มต้นปลูกความชอบและอยากสวมบทบาทเป็นบาริสต้าที่บ้าน

เมนูที่น่าสนใจของช่อง MorganDrinksCoffee ได้แก่การทำกาแฟลาเต้อาร์ตแบบไม่ใช่เครื่องมือ ทำง่าย ๆ ได้ที่บ้าน แต่รสชาติระดับบาริสต้า ใครสนใจเข้าไปลองฝีมือดู

Aya Coffee

Youtube Channel ช่องนี้เกิดมาจากคาเฟ่แสนอบอุ่นในย่านซงพา กรุงโซล ต้องเกริ่นก่อนว่า Youtube Channel เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เจ้าของคาเฟ่เกาหลีจะใช้ Youtube เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการโปรโมตร้านของตัวเอง 

นอกจากจะใช้โปรโมตร้านแล้ว ยังเป็นพื้นที่แชร์เมนูกาแฟเด็ด ๆ ดี ๆ ละมุนละไมสไตล์เกาหลีและความรู้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับกาแฟ คนที่ชอบเสพความรู้และเมนูกาแฟไปพร้อม ๆ กับบรรยากาศสบายตา 

Latte PAPA 

อยากเป็นบาริสต้า นอกจากจะต้องฝึกปรือฝีมือให้เข้าขั้นแล้ว ออกไปทัวร์คาเฟ่อื่น เก็บไอเดียทั้งเมนูกาแฟ เครื่องดื่ม และบรรยากาศคาเฟ่อื่นก็น่าสนใจไม่เบา 

‘Latte PAPA’ เป็น Youtube Channel ของคนรักกาแฟที่จะพาคุณไปตะลอนทัวร์คาเฟ่ในเกาหลี ดื่มด่ำกับบรรยากาศและตีมหลากหลาย รวมทั้งเมนูกาแฟและของหวานแปลกตา กิมมิกอีกอย่างของช่องนี้คือเหมาะกับคนที่ชอบฟัง ASMR ไม่ว่าจะเสียงบีบครีม เสียงคนในคาเฟ่ และอีกมากมาย เรียกว่าเพลินตาเพลินหูแน่นอน

Zoe’s 

Youtube Channel ของสาวเกาหลี ลูกสาวเจ้าของคาเฟ่ Mother’s cafe ของผู้เป็นแม่ ที่เลือกเปิดช่อง Youtube เพื่อโปรโมตกิจการครอบครัว เราจะได้เห็นบรรยากาศคาเฟ่ที่แสนจะ Cozy แล้ว เรายังได้เรียนรู้สูตรขนม กาแฟ และเครื่องดื่มทั้งสูตรที่แปลกใหม่และกำลังฮอตฮิตติดลมบน 

สรุปท้ายบทความ

อยากเป็นบาริสต้าเริ่มต้นง่าย ๆ ได้ที่บ้าน! ยังไม่มีอุปกรณ์พร้อมก็ไม่เป็นไร แค่หาเวลาส่อง Youtube Channel ทั้ง 8 ช่องที่เราคัดสรรมาให้จากใจ ตั้งแต่ช่องที่ปูความรู้ตั้งแต่เริ่มทั้งอุปกรณ์ทำกาแฟแบบครบวงจร ขั้นตอนการทำกาแฟหลากหลายรูปแบบรวมทั้งทริคเด็ดในการรังสรรค์กาแฟให้เลิศรส ไปจนถึงช่องที่จะชวนคุณไปตระเวนตามคาเฟ่เพื่อเก็บแรงบันดาลใจ 

ถ้าเก็บความรู้กันจนหนำใจแล้ว อยากได้อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือและวัตถุดิบมาทำกาแฟมาฝึกปรือฝีมือ อย่าลืมแวะมา Kaidee.com ได้เลย 

เจาะประวัติที่มาของ Benz รถยนต์สุดหรู

เจาะประวัติที่มาของ Benz รถยนต์สุดหรู

Mercedes-Benz หรือที่คนไทยเรียกกันสั้นๆ ว่า Benz เป็นแบรนด์รถยนต์คุณภาพดีจากประเทศเยอรมนีที่ได้รับความนิยมมากในประเทศไทย แต่มีน้อยคนนักที่จะรู้ถึงประวัติและความเป็นมาของรถยนต์สุดหรูแบรนด์นี้ วันนี้เราจะมาพูดถึงที่มาเหล่านี้กัน

ประวัติของ Mercedes-Benz

Gottlieb Daimler และ Carl Benz ผู้ก่อตั้งบริษัท Mercedes-Benz
ขอบคุณรูปจาก: thaiautofilm.com

จากการจับมือกันระหว่างบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ทั้ง 2 บริษัทอย่าง Daimler Motorengesells-Chaft และ Benz & Cie ทำให้บริษัท Daimler-Benz AG ถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อปี 1962 โดยชื่อ Mercedes มีที่มาจากชื่อของลูกสาวของ Emil Jellinek ลูกค้าคนสำคัญของบริษัท Daimler Motorengesells-Chaft ซึ่งหมายถึง “ความสง่างาม” โดยมีการใช้เครื่องหมายการค้ากันคนละแบบกัน

ในเดือนกรกฎาคม ปี 1989 บริษัท Daimler-Benz ได้แยกกิจการการผลิตรถยนต์ออกมาเป็นบริษัทเอกเทศที่มีชื่อว่า Mercedes-Benz ซึ่งเป็นชื่อที่เราคุ้นหูกันในปัจจุบัน สามารถทำยอดขายได้ทั้งหมด 1.4 ล้านล้านบาท (ซึ่งนับตั้งแต่การเปิดกิจการมา) และในปี 1990 ก็มีรายได้ถึง 568,000 ล้านบาท จากการผลิตรถยนต์เข้าสู่ตลาดถึง 574,395 คัน

รถคันแรกของ Mercedes-Benz คือ Mercedes 35hp ที่ถูกออกแบบมาเพื่อแข่งขัน ทำให้มีความเร็วถึง 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมงซึ่งถือว่าเป็นความเร็วที่ดีในยุคสมัยนั้น

ซึ่งปัจจุบัน ในประเทศเยอรมนี บริษัท Mercedes-Benz ถือเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับที่ 2 พร้อมโรงงาน 11 แห่ง บริษัทสาขาทั้งหมด 43 บริษัท พนักงานในเยอรมนีกว่า 182,000 คน และพนักงานทั่วโลก 235,000 คน

Mercedes-Benz ในประเทศไทย

ในประเทศไทย บริษัท Mercedes-Benz ได้เริ่มก่อตั้งอย่างเป็นทางการในปีพุทธศักราช 2541 ในชื่อ บริษัท เดมเลอร์ไครสเลอร์ (ประเทศไทย) จำกัด และในปี พุทธศักราช 2550 ก็ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด จนถึงปัจจุบัน

ซึ่ง บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด มีธุรกิจที่ครอบคลุมการนำเข้าและประกอบรถยนต์ มีการจัดจำหน่ายรถยนต์ทั้งส่วนบุคคลและสาธารณะเลยทีเดียว

โลโก้รถ Mercedes-Benz

ดาวสามแฉกในวงกลมสีเงินถือเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ยี่ห้อ Mercedes-Benz ซึ่งกว่าจะมาเป็นรูปลักษณ์เช่นนี้ได้ โลโก้ของ Mercedes-Benz ก็ผ่านการเปลี่ยนแปลงมามากมาย โดยจุดเริ่มต้นของโลโก้ Mercedes-Benz มาจากการที่ Gottlieb Daimler หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท Daimler-Benz AG ได้นำรูปดาว สัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์ ไปติดไว้บนหลังคาบ้านและเขียนจดหมายถึงภรรยาของเขาว่าดวงดาวนี้จะทำการเปล่งประกายเหนือโรงงานแห่งนี้

หลังจากที่บริษัท Motorengesells-Chaft และ Benz & Cie มีการร่วมมือกันทางธุรกิจจนกลายเป็นบริษัท Daimler-Benz AG จึงมีการปรับเปลี่ยนโลโก้ให้มีช่อชัยพฤกษ์ล้อมรอบดวงดาวดวงนี้เอาไว้

และโลโก้ Mercedes-Benz ก็ได้ถูกลดทอนลงมาให้เรียบง่ายมากยิ่งขึ้นจนกลายเป็น โลโก้ Mercedes-Benz ดาวสามแฉกในวงกลมสีเงินที่คุ้นตากันในปัจจุบัน

 ซึ่งความหมายของโลโก้ Mercedes-Benz ที่ประกอบด้วยดวงดาว 3 แฉก หมายถึง ความยิ่งใหญ่ของแบรนด์ที่จะช่วยให้การเดินทางของคุณมีความสะดวกสบาย ทั้ง 3 ด้าน คือ ทางบก ทางอากาศ และทางน้ำนั่นเอง

รวมถึงใครที่สนใจโลโก้รถยนต์อื่นๆ ว่ามีความหมายอย่างไรบ้างก็สามารถเข้ามาอ่านบทความ รวมโลโก้รถยุโรปชื่อดังระดับโลก บทความที่พาทุกคนไปรู้จักที่มาและความหมายของรถโลโก้รถมากมาย

รุ่น Mercedes-Benz น่าเป็นเจ้าของ

เมื่อได้รู้ถึงประวัติของ Mercedes-Benz และโลโก้สุดเรียบหรูจดจำง่ายของ Mercedes-Benz ไปแล้ว ในประเทศไทยก็มีรถยนต์ที่อยู่ภายใต้แบรนด์ Mercedes-Benz ที่เต็มไปด้วยคุณภาพอัดแน่นและน่าสนใจมากมายที่วันนี้เราจะพาทุกคนไปดู

Mercedes Benz A 200 AMG Dynamic

ขอบคุณรูปจาก: mercedes-benz.co.th

ด้วยการดีไซน์โฉบเฉี่ยวของรถยนต์ Mercedes Benz A 200 AMG Dynamic ทำให้รถยนต์รุ่นนี้กลายเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่น่าจับจอง การออกแบบภายนอกแสดงถึงความปราดเปรียวและสง่างาม ภายในกว้างขวางและเต็มไปด้วยความสะดวกสบายด้วยระบบสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน จอแสดงผลที่มีหน้าจอแบบกว้างเพื่อความสบายตา ฟังก์ชัน Ambient Light ที่สามารถปรับเปลี่ยนความสว่างและเฉดสีได้ถึง 64 เฉดสี และยังมีเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่มีถึง 6 ฟังก์ชันอีกด้วย

ตัวเครื่องยนต์เป็นเครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตร 1,332 ซีซี 4 สูบ 16 วาล์ว ที่พ่วงด้วยเทอร์โบ มีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 230 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ราคาประมาณ 2,150,000 บาท

Mercedes-Benz E 200 Coupe AMG Dynamic

ขอบคุณรูปจาก: mercedes-benz.co.th

Mercedes-Benz E 200 Coupe AMG Dynamic รถยนต์สุดสปอร์ต 2 ที่นั่งที่มาพร้อมกับความสง่างามด้วยโครเมียมและอะลูมิเนียมที่ทำให้ทันสมัยเหนือกาลเวลา ภายในพื้นที่กว้างขวาง หรูหรา และโฉบเฉี่ยว พร้อมฟังก์ชันไฟเรืองแสง 64 เฉดสีอย่าง Ambient Light ล้อมรอบห้องโดยสาร ระบบเสียงรอบทิศทางอย่าง Burmester ซันรูปพาโนรามา หน้าจอแสดงผล และระบบ Command Online ที่ช่วยให้การเดินทางของคุณสะดวกสบาย

โดยตัวเครื่องยนต์ของ Mercedes-Benz E 200 Coupe AMG Dynamic เป็นเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ แถวเรียง 2.0 ลิตร มีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ราคาประมาณ 4,440,000 บาท

Mercedes-Benz V 250 d Business

ขอบคุณรูปจาก: mercedes-benz.co.th

Mercedes-Benz V 250 d Business เป็นรถตู้ระดับพรีเมียมจาก แบรนด์ Mercedes-Benz ที่โดดเด่นด้วยกันชนหน้าดีไซน์แข็งแกร่ง ภายในกว้างขวางเพื่อรองรับการเดินทางภายในครอบครัวหรือการเจรจาธุรกิจอย่างมีระดับ ด้วยฟังก์ชันที่อำนวยความสะดวกสบายด้วยระบบขับขี่อัจฉริยะ Mercedes-Benz Intelligent Drive มีฝาท้ายที่ทำงานด้วยไฟฟ้า ระบบช่วยนำรถเข้าจอดแบบแอ็กทิฟและกล้องแบบ 360 องศา รวมถึงประตูเลื่อนแบบอัตโนมัติที่ช่วยให้การขึ้นลงรถของคุณง่ายดายมากยิ่งขึ้น

รถ Mercedes-Benz V 250 d Business มีเครื่องยนต์แบบดีเซลเทอร์โบขนาด 2.1 ลิตร ความเร็วสูงสุด 206 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ราคาประมาณ 3,990,000 บาท

Mercedes Benz CLS 300 d AMG Premium

ขอบคุณรูปจาก: mercedes-benz.co.th

รถยนต์ Mercedes Benz CLS 300 d AMG Premium มีดีไซน์ภายนอกที่บึกบึนดั่งนักกีฬา บ่งบอกถึงความสปอร์ตอย่างชัดเจนด้วยดีไซน์รอบคัน ภายในหรูหราด้วยเบาหนังสีเข้ม ฟังก์ชันแห่งเทคโนโลยีอย่างไฟเรืองแสงรอบคันรถปรับเปลี่ยนได้ถึง 64 เฉดสี หลังคาซันรูฟที่เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า และจอแสดงผลสุดไฮเทคที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ถึง 3 รูปแบบ ให้ได้ใช้อย่างสะดวกสบาย

พร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร 4 สูบเรียง เทอร์โบคู่ และยังสามารถเร่งความเร็วสูงสุด ได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ราคาประมาณ 4,449,000 บาท

Mercedes-Benz G 350 d Sport

ขอบคุณรูปจาก: mercedes-benz.co.th

Mercedes-Benz G 350 d Sport รถยนต์พรีเมียมเอสยูวีสุดเท่สำหรับขาลุยที่มากพร้อมกับความแข็งแกร่งจากการออกแบบภายนอกที่รูปลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร สู่ภายในที่กว้างขวางเน้นความสะดวกสบายจากแนวคิดวิถีธรรมชาติ ทั้งไฟเรืองแสงรอบตัวรถถึง 64 เฉด การปรับระดับที่นั่งด้วยระบบไฟฟ้า และโปรแกรมนวดถึง 8 โปรแกรมที่ทำให้การเดินทางของคุณผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น

มีเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ 6 สูบแถวเรียงและอินเตอร์คูลเลอร์ ขนาด 3.0 ลิตร

ราคาประมาณ 9,490,000 บาท

สรุปท้ายบทความ

นี่คือประวัติ ที่มาโลโก้ และรุ่นรถยนต์ของแบรนด์สุดหรูอย่าง Mercedes-Benz ที่เรานำมาฝากกัน หวังว่าคุณผู้อ่านจะรู้จัก Mercedes-Benz กันมากขึ้น และใน Kaidee Blog ก็ยังมีบทความที่ให้ความรู้อีกมากมายให้คุณได้เข้าไปอ่านกัน

ถ้าใครอ่านบทความนี้แล้วอยากได้รถ Mercedes-Benz ที่ราคาไม่แพงมาก หรือรถยนต์แบรนด์อื่นๆ Kaidee Auto ก็มีให้เลือกมากมายเลย อย่าลืมเข้าไปดูกัน