“ทานข้าวนอกบ้านก็กลัวติดโควิด อยู่บ้านกินคนเดียวก็เหงา”
ชีวิตในยุคโควิดช่างไม่แน่ไม่นอนซะจริงๆ จากที่เคยสังสรรค์กับเพื่อนตระเวนหาร้านอร่อยอยู่ดีๆ ตอนนี้ต้องมาโบกมือลากลับบ้าน หิ้วกล่องข้าวน้อยนั่งทานเงียบๆ คนเดียว แต่อย่าเพิ่งเศร้ากันไปใหญ่ เพราะ Kaidee
มีไอเดียแจ่มๆ มาช่วยเนรมิตมื้ออาหารที่บ้านให้วันเดอร์ฟูลแบบไม่มีเหงา แถมยังอร่อยกว่าเดิมได้ด้วย

แดง ส้ม เหลือง ชวนหิว
จิตวิทยาสีใช้ได้ดีไม่เว้นแม้แต่เรื่องอาหารการกิน สังเกตไหมว่า อาหารจานไหนที่มีเครื่องเคียงสีแดง ส้ม หรือเหลือง มักดูน่าทานกว่าจานอื่นๆ เสมอ และนี่เป็นเคล็ดลับข้อแรกที่จะทำให้อาหารจานเดี่ยวของคุณน่ารับประทานยิ่งขึ้น เพียงเลือกเมนูที่ปรุงสดใหม่ ใช้วัตถุดิบสีสันสดใสหลากหลาย และเสริมด้วยเมนูที่มีคุณค่าทางโภชนาการเท่านั้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้สามโทนสีข้างต้นมาแต้มแต่งส่วนต่างๆ ของโต๊ะอาหาร ไม่ว่าจะเป็นจานชาม ผ้าปูโต๊ะ หรือแจกันดอกไม้ เพื่อกระตุ้นความอยากอาหารแบบไม่ต้องพึ่งผงชูรส
ภาชนะดีไซน์เก๋ไก๋ ใส่อาหารอะไรก็อร่อย
จริงอยู่ที่เวลาต้องทานอะไรคนเดียว เรามักทำง่ายๆ ไว้ก่อน (แต่ไม่มักง่ายนะ) คือใส่กล่องมาอย่างไรก็เปิดกินซะอย่างนั้น ไม่ต้องใส่จงใส่จานให้วุ่นวาย แต่นั่นแหละที่ทำให้มื้ออาหารที่บ้านเหี่ยวเฉาลงไปกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ลองมาปรับพฤติกรรมใหม่กับไอเดียที่ว่าเมื่อจานสวยใส่อาหารอะไรก็อร่อยกันดู ไม่ว่าจะหยิบแกงถุงเทใส่ชามตราไก่ได้อารมณ์ย้อนยุค คลุกสลัดใส่จานเปลดีไซน์เก๋กรุ่นกลิ่นอายยุโรป จัดข้าวสวยใส่จานดินเผาแฮนด์เมดอย่างปราณีต เพียงเท่านี้ก็สร้างบรรยากาศได้เหมือนกับนั่งทานในร้านอาหารดีๆ แล้ว แถมยังสามารถถ่ายภาพลงโซเชียลอวดเพื่อนได้อีกด้วย
แสงมา เสียงมี นี่สิ! บรรยากาศที่ใช่
อยากอัปเลเวลการทานอาหารที่บ้านให้พิเศษขึ้นต้องใช้แสงสีและเสียงเข้าช่วย โดยติดโคมไฟสีเหลืองนวลสูงจากโต๊ะอาหารประมาณ 75 ซม. เป็นจังหวะที่กำลังสวย หรือให้สังเกตว่าไม่มีเงาดำปรากฏบนโต๊ะก็เป็นอันใช้ได้ แสงนวลๆ นี้นอกจากให้ความสว่างเห็นรายละเอียดของอาหารชัดเจนแล้ว ยังทำหน้าที่สปอตไลท์เมนูบนโต๊ะให้น่ารับประทานอีกด้วย
ถัดมาคือการทำลายความเงียบ (และความเหงา) ด้วยเสียง ไม่ว่าจะเปิดเพลงคลอเบาๆ ดูซีรีย์เกาหลีเรื่องโปรด หรือจะแอดวานซ์ถึงขั้นนัดเพื่อนๆ เข้า Zoom กินข้าวพร้อมกันแบบบ้านใครบ้านมันก็เป็นไอเดียสนุกหยุดเหงาได้เหมือนกันนะ
ฝึกกินอย่างมีสติ
มาพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสกันเถอะ ไหนๆ ต้องนั่งทานข้าวคนเดียวแล้วก็ใช้ช่วงเวลานี้ฝึกสติซะเลย เรียกว่า Mindful Eating คือการจดจ่ออยู่กับพฤติกรรมและกระบวนการบริโภคของตัวเอง ผ่านการสังเกตและค่อยๆ ตระหนักรู้จนชัดเจนภายในตน เช่น การกินอย่างช้าๆ เพื่อพิจารณารสชาติ สีสัน กลิ่น เนื้อสัมผัสของส่วนผสมต่างๆ การรับรู้ถึงเสียงและจังหวะในการเคี้ยว การฟังเสียงร่างกายว่าจริงๆ แล้วขณะนั้นเราหิวหรือแค่อยากทานกันแน่ ไปจนถึงความรู้สึกขอบคุณแหล่งที่มาของอาหารที่ทำให้เราอิ่มท้องและดำรงชีวิตอยู่ได้
มีงานวิจัยหลายชิ้นออกมาซัพพอร์ทวิถีการกินอย่างมีสติว่าดีต่อสุขภาพในองค์รวม สามารถเยียวยาโรคซึมเซา ลดความกังวล ปรับพฤติกรรมการทานอาหารให้สมดุล ไปจนถึงจัดการปัญหาน้ำหนักตัวได้อย่างดีทีเดียว

ทำเอง กินเอง นักเลงพอ
ทริคสุดท้ายของการทานข้าวที่บ้านยังไงไม่ให้เหงา คือสะบัดผ้ากันเปื้อนแล้วเดินเข้าครัวปรุงอาหารทานเองกันไปเลย รับรองว่าไม่มีเวลามานั่งเหงาหรือตัดพ้อโชคชะตาอย่างแน่นอน เพราะมีเรื่องให้ต้องโฟกัสมากมาย ทั้งการเลือกวัตถุดิบ สเต็ปการปรุง ไปจนถึงการครีเอทเมนูใหม่ๆ ที่อาจทำให้ค้นพบว่าแท้จริงแล้วเราก็แข่งเชฟกระทะเหล็กได้เหมือนกัน (ฮา) ที่สำคัญการปรุงอาหารทานเองยังการันตีความสด สะอาด ปลอดภัย ซึ่งเหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบันมากๆ
สรุปท้ายบทความ
การทานอาหารที่บ้านคนเดียวอาจดูเงียบเหงาบ้าง แต่ถ้าได้ลองเปลี่ยนบรรยากาศโดยเข้ามาช้อปกับ Kaidee ค้นหาจานสวยๆ พร๊อพแต่งโต๊ะทานอาหารให้ดูรื่นรมย์ หรือซื้อของสดมาปรุงเมนูโปรดทานอย่างมีสติแล้วล่ะก็ เราจะพบความสุขเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในจานอร่อยท่ามกลางความเงียบสงบอย่างแน่นอน
