10 เคล็ดลับการแต่งรถให้ดูสวยแบบมีสไตล์

10 เคล็ดลับการแต่งรถให้ดูสวยแบบมีสไตล์

สำหรับคนรักรถแล้วการแต่งรถถือว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่หลาย ๆ คนใฝ่ฝัน ทั้งในเรื่องของประสิทธิภาพของรถที่สูงขึ้น รวมถึงในด้านของความสวยงามและการเปลี่ยนสไตล์รถ ที่อาจจะทำความรู้สึกในการขับขี่เปลี่ยนไปเลยทีเดียว 

เชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจจะยังไม่มีข้อมูลหรือไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นในการแต่งรถยังไงดี วันนี้พวกเรา Kaidee Auto มีเคล็ดลับเด็ด ๆ มานำเสนอ ที่จะทำให้การแต่งรถของคุณเป็นเรื่องที่ง่าย สนุก และประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้หลายบาทเลยทีเดียว

เคล็ดลับแต่งรถสวย

ในการแต่งรถให้สวยแบบมีสไตล์ สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วย 10 เคล็ดลับดังต่อไปนี้

1.หา Reference 

หากคุณเป็นคนที่ไม่มีความสามารถทางด้านการจินตนาการและศิลปะ ผู้เขียนขอแนะนำให้คุณลองหาข้อมูลเกี่ยวกับรถของคุณว่าแต่งออกมาได้สไตล์ไหนบ้าง แบบไหนเท่ แบบไหนที่ดูคูล หลังจากที่เราเลือกแบบได้แล้ว โดยเว็บหลาย ๆ เว็บจะบอกอุปกรณ์แต่งให้อย่างครบครัน ดังนั้นหาข้อมูลเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ว่าจะทำอะไร

2.กำหนดงบประมาณในการแต่งรถ

การที่เราจะแต่งรถให้ดูดีปัจจัยแรกที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของเงิน เนื่องจากอุปกรณ์และตำแหน่งในการแต่งของรถแต่ละคันไม่เหมือนกัน บางจุดอาจจะมีราคาสูง บางจุดอาจจะมีราคาแพง ยิ่งของแต่งที่มีคุณภาพสูงยิ่งมีราคาแพงขึ้นไปอีก ดังนั้นลองกำหนดงบประมาณดูก่อนจะช่วยให้เราสามารถมองเห็นภาพของรถทั้งคันได้ง่ายขึ้น

3.เปลี่ยนแม็กซ์ใหม่ ง่ายที่สุด

สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไงดี ผู้เขียนก็ขอแนะนำให้แต่งล้อก่อนเป็นอย่างแรก เนื่องจากล้อรถเป็นจุดที่หลาย ๆ คนให้ความสนใจ การที่เราเลือกล้อแม็กซ์ดี ๆ ลายแจ่ม ๆ สีสวย ๆ จะทำให้ภาพลักษณ์ของรถเราดูดีขึ้นอย่างมาก ที่สำคัญยังเป็นส่วนที่ทำได้ง่ายที่สุดอีกด้วย

4.สีเบรกก็สำคัญ

หากการเปลี่ยนล้อยังไม่สะใจพอ การเปลี่ยนสีเบรกก็ทำให้รถของเราดูดีเช่นกัน โดยส่วนใหญ่มักจะเลือกสีที่มีความโดดเด่นสามารถที่จะมองเห็นได้จากระยะไกลหรือสีที่เหมือนกับตัวรถ จะทำให้เรารถของเราโดดเด่นขึ้นอย่างมาก 

5.ติดสติกเกอร์สะท้อนตัวตน

แม้ว่าการเลือกสีรถจะเป็นการสะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ แต่การติดสติกเกอร์จะทำให้ตัวตนของเราชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันเราสามารถที่จะเลือกสติกเกอร์ได้อย่างหลากหลาย บางร้านเราสามารถที่จะสั่งทำสติกเกอร์แบบพิเศษได้อีกด้วย ซึ่งราคานั้นจะขึ้นอยู่กับเกรดและลายของสติกเกอร์ที่ยิ่งดียิ่งมีราคาสูง

6.เปลี่ยนเบาะเหมือนได้รถใหม่

เบาะของรถถือว่าเป็นหนึ่งในจุดเด่นของการตกแต่งภายใน ที่นอกจากจะทำให้รถของดูโดดเด่นแล้ว ยังมีประโยชน์ในเรื่องของความสะดวกสบายอีกด้วย โดยการตกแต่งเบาะเราสามารถที่จะทำได้หลายวิธีตั้งแต่การเปลี่ยนชุดหุ้มเบาะรถยนต์ไปจนถึงการเปลี่ยนเบาะไปเป็นแบบรถแข่งเลยก็มี เรียกได้ว่าเปลี่ยนได้ตามความชอบเลยทีเดียว

7.เกจวัด ของดีสำหรับสายซิ่ง 

สำหรับสายแต่งซิ่งหรือสายปอร์ตแล้วการเพิ่มเกจวัด จะทำให้เรารถของเราดูกลายเป็นรถแข่งเลยทันที อีกทั้งยังมีประโยชน์ในการดูรอบของเครื่องยนต์ แต่ในขณะเดียวกันเราไม่ควรที่จะใส่เกจวัดมากจนเกินไป เพราะว่าอาจจะทำให้สมาธิหลุดในระหว่างการขับขี่ได้ นำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุได้ในที่สุด ดังนั้นติดแต่พอดีครับผม

8.พวงมาลัยเท่ ๆ สักอัน

 หากว่าพวงมาลัยที่แถมมากับรถไม่เร้าใจพอ การหาพวงมาลัยเท่ ๆ สักอันจะทำให้รถของเรามีมิติในการตกแต่งด้านในมากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้เราสามารถขับรถได้สะดวกมากขึ้นอีกด้วย อันเนื่องมาจากขนาดที่ถนัดมือและน้ำหนักที่เบากว่าพวงมาลัยปกติ

9.คาร์บอนไฟเบอร์สำหรับใครอยากแหวกแนว

คาร์บอนไฟเบอร์ถือว่าเป็นหนึ่งวัสดุยอดนิยมของสายซิ่ง ด้วยน้ำหนักที่เบาแต่แข็ง ทำให้รถของเราสามารถทำความเร็วได้สูงขึ้น นอกจากนี้การตกแต่งด้วยของสิ่งนี้ ยังทำให้รถของเราดูแปลกแหวกแนวจากรถคันอื่น ๆ ในท้องถนนอีกด้วย 

10.ซื้อชุดแต่งไปเลย สำหรับสายขี้เกียจ

ปิดท้ายกันด้วยวิธีการตกแต่งรถที่ง่ายแต่ดูดีมีสไตล์คือการซื้อชุดแต่งรถมาเลย โดยวิธีการนี้มีจุดเด่นในเรื่องของความง่าย ที่ซื้อทีเดียวได้ของมาครบไม่ต้องมาเสียเวลาหาทีละชิ้น อีกทั้งยังได้ของตรงรุ่นอีกต่างหาก แต่ในขณะเดียวกันการซื้อชุดแต่งจะต้องใช้เม็ดเงินที่สูง เหมาะสำหรับคนที่มีเงินก้อน นอกจากนี้หากเราไม่ใช้แล้ว ยังสามารถที่จะขายมือสองได้อีกด้วย

สรุป

สรุปแล้วเคล็ดลับในการแต่งรถให้ดูดีมีสไตล์นั้น ต้องดูปัจจัยหลาย ๆ อย่างทั้งในเรื่องของสไตล์ เงินที่ต้องใช้ รวมถึงแนวทางในการตกแต่งที่ต้องหาอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับรถของเรา จะทำให้การแต่งรถครั้งนี้คุ้มค่าคุ้มราคาครับผม

สำหรับใครที่กำลังมองหาอุปกรณ์แต่งรถเท่ แต่ราคาไม่แรงมาก็ลองมาหาใน RodKiadee ที่นี่เรามีอุปกรณ์แต่งรถมากมายทั้งมือหนึ่งและมือสอง มีหลากหลายราคาตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพัน หรือหากอยากจะลองขายก็สามารถนำมาลงกับแพลตฟอร์มของพวกเราได้เช่นกัน 

สายเท่ต้องชอบกับ 5 รองเท้าสนีกเกอร์สีดำ

สายเท่ต้องชอบกับ 5 รองเท้าสนีกเกอร์สีดำ

“รองเท้าสนีกเกอร์” เป็นหนึ่งในรองเท้าที่ถูกพูดถึงมากที่สุดสำหรับยุคนี้ ซึ่งความหมายของรองเท้าสนีกเกอร์คือ พื้นรองเท้าที่ทำมาจากยาง หรือวัสดุสังเคราะห์คล้ายยาง มีที่มาจากรากศัพท์โบราณในช่วงศตวรรษที่ 16 เรียกว่า “Snican” ใช้เรียกพวกย่องเบาที่ชอบทำตัวลับๆ ล่อๆ ต่อมาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ได้มีการผลิตรองเท้าที่มีพื้นเป็นยางออกมา ทำให้เวลาเดินเสียงจะไม่ดังเหมือนรองเท้าแบบอื่นในสมัยนั้น จนถูกเรียกติดปากว่า “Sneaks” มีความหมายคล้ายกันคือการถ้ำมอง ทำตัวลับๆ ล่อๆ ซึ่งในอเมริกานิยมใช้เรียกรองเท้าเทนนิสที่มีพื้นเป็นยางจนถูกพ้องไปสู่คำว่า “Sneaker” 

ปัจจุบันนิยมใช้เรียกเหมารวมทั้งรองเท้าเทนนิส รองเท้าบาสเก็ตบอล ไปจนถึงรองเท้าวิ่งที่ใส่นวัตกรรมใหม่เข้ามาผสมผสานแฟชั่นที่ทำให้เหล่าสนีกเกอร์เฮดต้องตามเก็บสะสมกัน ซึ่งในบ้านเราสนีกเกอร์สุดฮิตส่วนใหญ่จะเป็นสีขาวมากกว่าเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่ามองไปทางไหนก็จะเห็นสาวๆ หรือหนุ่มๆ ต่างใส่สนีกเกอร์สีขาวกันจนเต็มไปหมด 

แต่ต้องบอกเลยว่าตอนนี้เทรนด์สนีกเกอร์สีดำกำลังมาแรง และพร้อมที่จะกลับมาทวงบัลลังก์ความยิ่งใหญ่ของเขาคืน โดยเหล่าแบรนด์ดังก็ต่างปล่อยรุ่นใหม่ออกมาในรูปแบบสีดำเป็นส่วนใหญ่ หรือบางแบรนด์ต่างก็มีรองเท้าสีดำที่เป็นตัวชูโรง ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำ 5 สนีกเกอร์สีดำที่รับรองว่าสายสตรีทและสายดุต้องชอบอย่างแน่นอน

1. Vans Old Skool

สุดยอด Best Seller ตลอดกาลที่ขายดิบขายดีเป็นอันดับต้นๆ ของโลกที่ไม่ว่าจะเป็นสายไหนก็ต้องมีเป็นของตัวเองสักคู่อย่างแน่นอน ซึ่งความขลังและความเก๋าที่ผลิตและวางจำหน่ายมายาวนานกว่า 40 ปี หรือตั้งแต่ ค.ศ. 1977 จึงทำให้ Vans Old Skool ได้ถูกบ่มเพาะและปรับปรุงวัสดุวัสดุต่างๆ มาจนถึงปัจจุบันจนทำให้ Vans Old Skool Black เต็มไปด้วยคุณภาพทั้งในเรื่องของผ้าดี หนังยอดเยี่ยม และยางสุดทน ที่ประกอบเข้าไว้ด้วยกันจนกลายเป็นสนีกเกอร์ยอดฮิตตลอดกาล

ด้วยรูปทรงโค้งมนที่ดูลงตัวแบบ Classic Core ผนวกกับ Sidestripe สีขาวสุดโดดเด่นที่เหล่าคนเล่นรองเท้าจะเรียกว่า “หนอนขาว” ที่วางพาดด้านข้างของตัวรองเท้าไว้ได้อย่างเหมาะสม จึงทำให้เกิดเป็นลายทีเข้ารูปและดูดีตัดกับสีดำได้อย่างลงตัว ในส่วนของด้ายที่ถักทอเพื่อเย็บรอยต่อของรองเท้านั้นทำได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งในด้านเส้นยางสีดำที่ขอบรอบๆ รองเท้ายังถูกจัดวางได้อย่างถูกตำแหน่งและเข้ารูปได้แบบไร้ที่ติ 

และนี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ Vans Old Skool ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า อีกทั้งเหล่าดารา นักร้อง คนดังในวงการและต่างประเทศก็ต่างสวมใส่กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งการันตีได้ว่าเป็นหนึ่งในสนีกเกอร์สีดำสุดฮิตที่เราคิดว่าคุณต้องมีสักคู่เป็นของตัวเอง

2. HOKA One One Bondi 6

นี่คือหนึ่งในรองเท้าทีหลายคนมักจำกัดความผิดด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่มากับพื้นหนาและตัดสินใจไปเองว่าจะต้องมีน้ำหนักที่หนักมากๆ แต่เราจะบอกแล้วว่าคุณคิดผิดทันที 

HOKA One One Bondi 6 เป็นรองเท้าวิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นรุ่นชูโรงของ HOKA เลยก็ว่าได้ มีคุณสมบัติ Full EVA ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวิ่งบนท้องถนน เฟรมรูปแบบ 3D Puff Print ให้น้ำหนักที่เบาต่างจากรูปลักษณ์ภายนอกอย่างสิ้นเชิง รวมถึงยังได้รับการยอมรับจากองค์กร APMA (องค์กรทางการแพทย์ด้านเท้าและข้อของอเมริกา) ว่าเหมาะสมสำหรับผู้มีอาการบาดเจ็บที่เท้าและข้อเพื่อการออกกำลังกายและฟื้นฟู ซึ่งให้ความรู้สึกนุ่มนวลบริเวณส้นเท้าเป็นพิเศษ

นอกจากที่จะเป็นรองเท้าสำหรับวิ่งแล้ว HOKA One One Bondi 6 ยังก้าวเข้ามาในวงการแฟชั่นได้อย่างเต็มตัวจากการที่เหล่า Sneakerhead ได้หยิบมาสวมใส่มิกซ์แอนด์แมทช์จนทำให้เป็นที่สนใจและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในญี่ปุ่น เกาหลี และประเทศไทย

3. Nike Air Rift

เป็นอีกหนึ่งรองเท้าสีดำยอดฮิตที่ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายก็ต่างใส่กันเต็มเมือง เราเชื่อว่าหลายคนคงต้องคุ้นหน้าคุ้นตากับเจ้ารองเท้าคู่นี้กันอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นรองเท้าลูกผสมระหว่าง Sneaker กับ Outdoor ที่เป็นโมเดลรองเท้าสุดโด่งดังจากยุค 90’ 

Nike Air Rift เป็นสนีกเกอร์สุดโดดเด่นที่มาพร้อมกับ Upper แบบ Tech Ultramesh ที่สามารถระบายอากาศได้เป็นอย่างดี โดยยังคงเอกลักษณ์ของการดีไซน์แบบ Split Toe และสาย Strap ที่สามารถปรับความกระชับได้ตามต้องการ ปิดท้ายด้วยพื้นด้านใน OrthoLite® สุดนุ่มนวลที่ลดการเกิดกลิ่นอับ และเทคโนโลยี Air ที่ซ่อนอยู่ภายในรองเท้า 

ด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์การออกแบบที่โดดเด่นสามารถหยิบมาแมทช์เข้ากันง่ายๆ ได้กับทุกลุคไม่ว่าจะสวมใส่ไปทำงาน ลุควันสบายๆ หรือใส่ออกแคมป์ นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ว่าทำไม Nike Air Rift จึงกลายเป็นสนีกเกอร์สีดำยอดฮิตในบ้านเรา

4. New Balance 990v5

หนึ่งในรองเท้าจากแบรนด์ New Balance กับรุ่นพี่ใหญ่สุดอย่าง 990 ที่ออก v5 มาพร้อมกับการเลือกใช้วัสดุพรีเมียมหนังอย่าง Suede จับคู่กับหนัง Perforated และผ้า Mesh รวมเข้าไว้ด้วยกัน 3 Layers ในการสร้างรองเท้าคู่นี้ขึ้นมา ซึ่งความพิเศษนี้จะแตกต่างจากแบรนด์อื่นที่อาจเลือกใช้ผ้า Knit คุณภาพสูง หรือ 3D Printed 

New Balance 990v5 คู่นี้การันตีความพิเศษด้วย Made in USA จึงกล้าพูดได้ว่านี่คือหนึ่งในรองเท้าแห่งความภาคภูมิใจของคนอเมริกันแท้ๆ เลยก็ว่าได้ ซึ่งปัจจุบันรองเท้าสนีกเกอร์ไม่ว่าจะแบรนด์ใดก็ตามมักเลือกผลิตในเวียดนาม จีน อินโดนีเซีย หรือไทย 

ด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์ที่ไม่ได้ล้ำสมัย แต่เปี่ยมไปด้วยความคลาสสิกที่มีกลิ่นอายวินเทจได้อย่างลงตัว จึงทำให้คุณเริ่มอินและเปลี่ยนใจมาอยู่ฝั่งคลาสสิกอเมิรกาได้แน่ๆ รวมถึงขนาดไซส์ที่ใหญ่กว่ารองเท้าแบรนด์อื่นๆ ในไซส์เดียวกัน ซึ่งนับว่าเป็นมาตรฐานของ Made in USA และ Made in England ดังนั้นควรลดไซส์ปกติเพื่อให้ได้ความกระชับที่เหมาะกับขนาดเท้าของคุณ แต่ทางที่ดีที่สุดคือควรไปลองสวมใส่ที่ร้านเองแล้วจะรับรองว่าต้องเสียเงินอย่างแน่นอน 

5. Keen Newport

อีกหนึ่งรองเท้าที่แม้จะเรียกว่าสนีกเกอร์ก็ไม่ใช่แต่เราอยากแนะนำมากๆ เนื่องจากมองไปทางไหนก็เห็นคนใส่กันเต็มไปหมดกับ Keen Newport รองเท้าสำหรับสวมใส่ทำกิจกรรม Outdoor ที่ปัจจุบันได้ก้าวเข้าสู่วงการแฟชั่นอย่างเต็มตัว ด้วยการสวมใส่จากเหล่าดารา นักร้อง และศิลปิน จนเกิดเป็นกระแสที่ใครก็ต่างหามาสวมใส่กัน

Keen รองเท้าแบรนด์ดังจากประเทศสหรัฐอเมริกาที่ก่อตั้งจากการตั้งคำถามง่ายๆ ว่า “ทำไมรองเท้าแตะจะป้องกันนิ้วเท้าไม่ได้” จึงใส่ใจเป็นพิเศษในเรื่องของการออกแบบเพื่อตอบโจทย์การใช้งาน และป้องกันนิ้วเท้าจากการกระแทกให้ได้มากที่สุด โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่กระชับ ผสมผสานคุณสมบัติระหว่างรองเท้า Sneakers และ Sandals เข้าไว้ด้วยกัน จนกลายเป็นความ Hybrid ที่ลงตัว

ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูงเพื่อรับน้ำหนักและแรงกระแทกในระหว่างสวมใส่ เพื่อให้คุณพร้อมออกลุยไปกับทุกสถานการณ์ได้แบบไร้กังวล และยังเป็นรองเท้าที่สามารถใส่ได้ตลอดเวลา แถมเพิ่มความสนุกให้กับการแต่งตัวของคุณโดยไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นแค่สายลุยเท่านั้น 

สรุป

รองเท้าสนีกเกอร์สีดำที่เราได้แนะนำไปยังเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะปัจจุบันแบรนด์ต่างๆ ก็ได้ออกสนีกเกอร์สีดำมาอย่างมากมายจนเราตามข่าวกันแทบจะไม่ทัน เรื่องของการดีไซน์ความสวยงามก็แล้วแต่คนชอบ แต่ถ้าเรื่องไซส์ที่ชัวร์ๆ เราอยากแนะนำให้คุณได้ลองไปสวมใส่ที่ร้านเพื่อให้มั่นใจก่อนซื้อมาเป็นเจ้าของ

สำหรับใครที่ไม่มีเวลาไปซื้อที่ร้าน สามารถเข้ามาเลือกดูสนีกเกอร์เพิ่มเติมได้ที่ Kaidee แหล่งขายของออนไลน์ที่อัดแน่นไปด้วยสินค้ามากมายหลายประเภทที่ไม่ได้มีแค่เพียงรองเท้าเท่านั้น 

พาส่อง PlayStation 5 ว่าจะเจ๋งแค่ไหน และมีเกมอะไรน่าเล่นบ้าง

พาส่อง PlayStation 5 ว่าจะเจ๋งแค่ไหน และมีเกมอะไรน่าเล่นบ้าง

หลายคนคงรู้ดีว่าถึงเวลาแล้วที่ PlayStation 4 กำลังเดินทางเข้าสู่ปลายยุคสมัย บางคนอาจจะเป็นเจ้าของเครื่องตั้งแต่วันแรกที่วางจำหน่าย บางคนอาจจะพึ่งซื้อเมื่อไม่นานมานี้ และบางคนอาจจะยังไม่ได้ซื้อมาเป็นเจ้าของเลยด้วยซ้ำ เพราะล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้การเปิดตัว PlayStation 5 ต้องทำให้ใครหลายคนใจสั่นพร้อมกับเงินในกระเป๋าไปตามๆ กัน 

หลังจากที่ Sony ได้ประกาศวันจำหน่าย และราคา PlayStation 5 อย่างเป็นทางการ โดยราคาเริ่มต้นที่ $399.99 หรือประมาณ 12,400 บาท วันนี้เราจะพาทุกคนมาดูว่า PlayStation 5 จะเจ๋งแค่ไหน มีอะไรบ้างที่เราควรรู้ก่อนที่จะเป็นเจ้าของ และมีเกมอะไรที่น่าเล่นกันบ้าง 

ข้อมูลเครื่องและประสิทธิภาพเบื้องต้น

ทาง Sony ได้ยืนยันเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าเครื่อง PlayStation 5 จะทำงานควบคู่กับ CPU Ryzen ของทาง AMD โดยเป็น Generation ที่ 3 และรองรับเทคโนโลยี Ray Tracing ด้วย ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ออกมาเพื่อรองรับการ์ดจอซีรีส์ RTX ของทางฝั่ง Nvidia อีกด้วย หนึ่งในข่าวที่หลุดออกมาคือตัว GPU หรือสิ่งที่เหมือนกับการ์ดจอประมวลผลนั้นอาจจะรองรับความละเอียดได้ถึง 8K บนเครื่อง PlayStation 5 และยังมีการรายงานว่าตัวเครื่องจะใช้ SSD แบบ Custom ทำให้สามารถดาวน์โหลดได้เร็วขึ้น รวมไปถึง Haptic Controller ระบบสั่นสะเทือนแบบใหม่ที่จะช่วยเพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมของคุณให้ได้มากกว่าเดิม

ใช้พลังงานน้อยลงเพื่อเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ในปัจจุบันหลายธุรกิจทุกหน่วยงานในโลกต่างให้ความสำคัญในการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจเกมและผู้ผลิตเครื่องเกมก็ได้ให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้เช่นเดียวกัน โดย Sony ได้เปิดเผยว่า PlayStation 5 จะสามารถใช้โหมดประหยัดพลังงานได้ดีกว่าเดิม โดยผู้เล่นสามารถพักการเล่นเกมได้ ซึ่งโหมดนี้จะใช้พลังงานน้อยกว่า PlayStation 4 เสียอีก และพวกเขายังเชื่อว่าหากมีเจ้าของ PlayStation 5 หนึ่งล้านคน ก็จะได้ประโยชน์จากคุณสมบัตินั้นที่สามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้เทียบเท่ากับ 1,000 ครัวเรือนในสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียว

อัปเดตระบบ Firmware ให้พัดลมระบายความร้อนสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น

อีกหนึ่งจุดเด่นที่หลายคนพูดถึงเครื่อง PlayStation 5 นั่นก็คือระบบระบายความร้อนขนาดใหญ่ที่ยืนยันว่าทำงานได้เงียบมาก และระบายความร้อนได้เป็นอย่างดี ทำให้การทำงานของตัวเครื่องเป็นไปอย่างราบรื่นมาก และเมื่อหลังจากที่วางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยก็จะมีการออก Firmware ที่จะช่วยปรับรอบพัดลมของเครื่องให้เหมาะสมมากกว่าเดิม

นอกเหนือจากการใช้ APU เพื่อคอยรายงานเรื่องอุณหภูมิของเครื่องแล้ว เครื่อง PS5 ยังมีเซนเซอร์วัดอุณหภูมิของ Mainboard เพื่อควบคุมรอบพัดลมภายในเครื่อง โดยจะวัดค่าความร้อนเฉลี่ยและสูงสุดเอาไว้ด้วย น่าสนใจว่า Firmware ตัวนี้จะสามารถจัดการระบบความร้อนนี้ให้ดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง

สามารถ Live Stream ผ่านทางแพลตฟอร์ม YouTube และ Twitch 

ทาง Sony ได้ยืนยันแล้วว่า PlayStation 5 จะมีฟังก์ชันให้ผู้ใช้งานสามารถ Live Stream หรือเล่นเกมแบบถ่ายทอดสดผ่านทางแพลตฟอร์มยอดนิยมได้ทั้ง YouTube และ Twitch ได้ทันทีตั้งแต่วันแรดที่วางจำหน่าย รวมไปถึงยังมี App สำหรับความบันเทิงอื่น ๆ เช่น Netflix, Disney+, Spotify และ Apple TV มาให้ทุกคนได้ใช้งานตั้งแต่วันแรก และจะติดตั้งมาให้ในเครื่องโดยที่ไม่ต้องโหลดเพิ่ม

นับว่าเป็นครั้งแรกที่ Apple TV จะได้มารวมและลงในเครื่อง PlayStation เป็นครั้งแรกหลังจากที่รอคอยกันมาอย่างยาวนาน เชื่อว่าใครที่เป็นสมาชิกคงจะแฮปปี้กันอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมี App อื่นๆ อีกมากมาย เช่น Amazon Prime Video, Hilu, Peacock, MyCanal ที่จะมีการอัปเดตเพิ่มเข้าไปในอนาคต โดยจะมีการอัปเดตผ่านทาง Firmware ให้ผู้ใช้งานเลือกได้ตามสะดวกอีกด้วย

การเพิ่ม App สำหรับรับชมวิดีโอและ Live Stream นี้จะช่วยให้คนที่อยากเล่นเกมสตรีมผ่านทางระบบออนไลน์นั้นชื่นชอบอย่างแน่นอน และที่สำคัญตัวเครื่องยังมี App เพื่อความบันเทิงติดมาให้ตั้งแต่วันแรกที่ใช้งาน เรียกได้ว่าจัดเต็มครบวงจรทุกความบันเทิงได้อย่างครบครัน

ใช้ปุ่ม “X” เป็นมาตรฐานในการกด “ตกลง” ทั่วทุกโซน

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจไม่ส่งผลกระทบต่อผู้เล่นฝั่งตะวันตกมากนัก แต่สำหรับผู้เล่นฝั่งเอเชียและโซนญี่ปุ่นส่วนใหญ่อาจได้รับผลกระทบครั้งนี้แน่นอน เนื่องจากหลายประเทศในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นนั้นใช้ปุ่ม “O” ในการกดตกลง และใช้ปุ่ม “X” ในการกดยกเลิก ซึ่งทำให้เหล่าผู้เล่นฝั่งเอเชียต้องทำการปรับตัวและทำความเข้าใจใหม่เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในระหว่างที่เล่นเกม

Ultimate FAQ เพื่อตอบคำถามสำคัญเกี่ยวกับ PS5 ทั้งหมด

เชื่อว่าปัญหาส่วนใหญ่สำหรับผู้ใช้งานนั้นคงมีคำถามมากมายที่ต้องการรู้เกี่ยวกับการใช้งานและระบบต่างๆ ของตัวเครื่อง เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนมากที่สุด ทาง Sony จึงได้จัดทำ Ultimate FAQ ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งาน

Ultimate FAQ สำหรับ PlayStation 5 ได้รวบรวมคำตอบทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเครื่อง นับตั้งแต่ช่วงเวลาการวางจำหน่าย การอธิบายรูปแบบ ลักษณะเด่นของแต่ละเครื่อง รายละเอียดช่อง Input / Output ต่างๆ รวมไปถึงการบอกว่าภายในกล่องประกอบไปด้วยอะไรบ้าง

นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับจอย DualSense สเปคเครื่องภายใน CPU, GPU, Ram และรายละเอียดทุกอย่างชนิดที่ว่าบอกข้อมูลแบบจัดเต็ม ทาง Sony อาจทำขึ้นมาเพื่อครอบคลุมให้ได้มากที่สุด แต่อาจจะตอบทุกคำถามของผู้ใช้งานไม่ได้ แต่ Ultimate FAQ จะช่วยคลายข้อสงสัยให้คุณได้มากกว่าเดิม

เกม PlayStation 5 ไม่มีการล็อกโซน สามารถเล่นเกมเวอร์ชันโซนไหนก็ได้

ยืนยันเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าเกมใน PlayStation 5 ทั้งหมดจะเป็น Region Free ซึ่งไม่มีการล็อกโซนสามารถเล่นเกมเวอร์ชันโซนไหนก็ได้ หรือหมายความว่าผู้เล่นจะสามารถเล่นเกมที่วางจำหน่ายเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น หรือประเทศอื่นได้โดยที่ไม่พบปัญหาใดๆ ตามมา นอกจากนี้ PlayStation 5 ยังมีระบบบริการ Cloud Gaming ที่สามารถเล่นเกมเก่าในสมัย PS3 และ PS2 ได้

เกมน่าเล่นใน PlayStation 5

โดยในปีนี้มีเกมมากมายที่ถูกเลื่อนวันวางจำหน่ายออกไปเป็นจำนวนมาก ด้วยสถานการณ์โควิด 19 ที่ยังแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง และเกมเหล่านี้อาจจะใช้ช่วงเวลานี้เพื่อนำไปปรับปรุงเพิ่มเติมประสิทธิภาพและพัฒนาให้สามารถเล่นบน PlayStation 5 ได้อย่างสมบูรณ์แบบ 

โดยเกมดังกล่าวก็มีมากมายทั้ง Cyberpunk 2077, Marvel’s Avengers, Watch Dogs : Legion, Rainbow Six : Quarantine ที่ล้วนถูกคาดการณ์ไว้ว่าจะกลายเป็นเกมเด่นบน PlayStation 5 ซึ่งตอนนี้มีหนึ่งเกมที่ได้รับการยืนยันว่าจะเป็นเกมชูโรงของ PlayStation 5 นั่นก็คือ Godfall เกมแนว Action Slasher-Looter จากสตูดิโอ Gearbox ผู้สร้าง Borderlands หลังจากนี้เราคงเตรียมตัวได้เห็นเกมอีกมากมายที่กำลังจะเปิดตัวได้แบบนับไม่ถ้วนเลยทีเดียว

สำหรับใครที่กำลังสนใจหาซื้อ PlayStation 5 มาครอบครอง สามารถเข้าไปเลือกซื้อได้ที่ Kaidee แหล่งขายของออนไลน์สินค้าดีราคาถูกที่มีทั้ง PlayStation 4 และแผ่นเกมอีกมากมายให้เลือกซื้อ

วิธีขับรถกลางคืนอย่างไรให้ปลอดภัย

วิธีขับรถกลางคืนอย่างไรให้ปลอดภัย

ช่วงเวลากลางคืนถือว่าเป็นหนึ่งในช่วงของวันที่ชีวิตมนุษย์ต้องพบเจอ ส่งผลไปถึงวิถีชีวิตที่ต้องเปลี่ยนไปตามเวลา โดยวันนี้เราจะมาคุยกันถึงหนึ่งเรื่องที่สำคัญมาก ๆ นั่นคือเรื่องของการขับรถตอนกลางคืน ที่ขับยังไงให้ปลอดภัย บทความนี้มีคำตอบ

ทำไมการขับรถกลางคืนถึงอันตรายกว่ากลางวัน

การขับรถกลางคืนนั้นมีความอันตรายกว่ากลางวัน โดยประการแรกเป็นเรื่องของทัศนวิศัยในการขับรถที่น้อยกว่ากลางวันอย่างชัดเจน ยิ่งเป็นการขับรถแบบข้ามจังหวัดในเขตป่าเขา การขับรถจะยิ่งมีความอันตรายเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้ต้องใช้ความระมัดระวังเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว อีกทั้งการหาสถานที่ในการเติมเชื้อเพลิงจะยากขึ้นไปอีก เพราะปั๊มน้ำมันในต่างจังหวัดหากไม่ใช่ทางหลักมักจะไม่เปิด 24 ชั่วโมง

การขับในเมืองเองก็ต้องระวังตัวเช่นกัน เพราะตอนกลางคืนแม้ว่ารถจะน้อยแต่ก็เต็มไปด้วยความอันตรายจากรถคันอื่น ๆ ที่อาจจะเหนื่อยจากการทำงาน รวมไปถึงเหล่าบรรดาคนชอบเที่ยวกลางคืนที่เพิ่งออกมาจากปาร์ตี้ อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้บ่อยและง่ายกว่าช่วงกลางวันที่มีรถเยอะ

นอกจากนี้การขับกลางคืนยังเป็นการวัดความสามารถของเราและของรถเรา ที่ต้องทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะหากว่ามีส่วนไหนส่วนหนึ่งทำงานได้ไม่เต็มที่ ย่อมหนีไม่พ้นเรื่องอุบัติเหตุอย่างแน่นอน ยิ่งเป็นคนขับรถมือใหม่ยิ่งต้องระวังตัวให้มาก

7 เทคนิคที่จะทำให้การขับตอนกลางคืนมีความปลอดภัยมากขึ้น 

1.เตรียมรถให้พร้อม

สำหรับใครที่ต้องเดินทางในช่วงกลางคืนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งแรกที่คุณควรทำคือการเตรียมรถให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันรถก็ควรเติมให้เต็มถึง ดูลมยางให้ดี และที่สำคัญระบบไฟฟ้าที่เราต้องเช็คให้ดีเพราะเป็นตัวช่วยหลักของเราในการขี่รถตอนกลางคืน 

2.เตรียมตัวให้พร้อม

นอกจากรถจะต้องพร้อมแล้ว ผู้ขับเองก็สำคัญเช่นกัน โดยหากเราจำเป็นจะต้องเดินทางตอนกลางคืนนั้น เราควรที่จะนอนให้พอ พักผ่อนให้เต็มที่เพราะจะต้องใช้สติและการตอบสนองที่มากกว่าปกติ นอกจากนี้เราควรศึกษาเส้นทางให้ดี ต้องเดินทางผ่านตรงไหน มีจุดไหนที่ต้องระวัง ปั๊มน้ำมันอยู่ตรงไหน เรียกได้ว่าต้องรู้แบบเต็มที่เลยทีเดียว

แต่หากคุณเป็นสายปาร์ตี้และอยากจะขับรถตอนกลางคืนผู้เขียนก็ขอแนะนำให้คุณว่า “อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงเลย” เนื่องจากการขับรถในขณะที่เมานั้น มีความอันตรายมาก ทั้งต่อตัวเราเองและต่อเพื่อนร่วมถนน นอกจากนี้ยังผิดกฎหมายจราจรอีกต่างหาก ดังนั้นหากเป็นไปได้ เมาแล้วห้ามขับรถด้วยประการทั้งปวง 

3.เพิ่มระยะห่าง เพิ่มความปลอดภัย

เนื่องจากการขี่รถในเวลากลางคืนจะต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่ากลางวัน ดังนั้นการเว้นระยะห่างกับรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ จะช่วยทำให้เรามีเวลาในตัดสินใจมากขึ้น รวมไปถึงเป็นการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่จะเกิดอีกด้วย

โดยปกติแล้วสูตรในการเว้นระยะห่างระหว่างรถคันหน้าจะไม่เหมือนกัน แต่อย่างน้อยที่สุดควรก่ะระยะห่างให้เรามีเวลา 2 วินาที ในการตัดสินใจหรือทิ้งระยะห่างจากคันหน้าประมาณ 3-5 เมตร ก็ทำให้เราปลอดภัยขึ้นเช่นกัน

4.เพิ่มความระมัดระวังเมื่อเข้าสู่เขตพิเศษ

เขตพิเศษในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเขตพิเศษทางเศรษฐกิจเสมอไป แต่เป็นบริเวณต่าง ๆ ที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่นเขตชุมชนหรือเขตป่า ที่บางครั้งเราอาจจะเจอคนหรือสัตว์วิ่งตัดมาจากมุมมืดก็เป็นได้ อย่างที่เราจะได้เห็นในข่าวบ่อย ๆ นอกจากนี้กลางคืนหลาย ๆ คนอาจจะไม่ระวังตัวเท่ากลางวัน แล้ววิ่งออกมาที่ถนน อาจจะทำให้เราตกใจแล้วนำไปสู่อุบัติเหตุในที่สุด ดังนั้นถ้าเป็นควรจะขับรถช้า ๆ เมื่อเข้าสู่เขตเหล่านี้จะทำให้เราปลอดภัยมากยิ่งขึ้น  

5.เปิดไฟสูงให้บ่อย หรี่ไฟลงมือจราจรติดขัด

การเปิดไฟสูงถือว่ามีความจำเป็นอย่างมาก เมื่อเราจะต้องขี่รถกลางคืน เพราะไฟสูงให้ทัศนวิศัยในการมองทางของเราที่ไกลกว่าเดิม ดังนั้นให้เปิดไฟสูงไว้ตลอดเวลา แต่หากว่าจราจรติดขัดหรือมีรถมากก็อย่าไปเปิดไฟสูงใส่รถชาวบ้านล่ะ เพราะนอกจากจะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุแล้ว ยังทำให้เกิดความรำคาญอีกด้วย 

6. ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด 

แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลากลางคืนแต่วินัยจราจรของเราก็ไม่ควรหย่อนตาม เมื่อเรายังต้องใช้ถนนร่วมกันคนอื่น การเคารพกฏหมายจราจรถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นการเมาแล้วไม่ขับ การปฎิบัติตามสัญญาณจราจรต่าง ๆ จะปลอดภัยแก่ตัวเราเองและคนรอบข้าง

7. ทำตัวให้ Active ตลอดเวลา

การขับรถกลางคืนหนึ่งในปัญหาที่หลาย ๆ คนจะเจอคือเรื่องของความง่วง เพราะมองไปทางไหนก็เห็นแต่ความมืดมิดชวนหลับนอน ดังนั้นการพยายามทำตัว Active ตลอดเวลาอาจจะทำให้เราขับรถได้ดีขึ้น เช่นการเปิดเพลงเบา ๆ  ฟัง Podcast หรือพยายามคุยกับผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยจะทำให้เราตื่นตัวตลอดเวลา นอกจากนี้ให้พยายามเลี่ยงการกินยาที่มีผลต่อความง่วง ไม่งั้นอาจจะได้จอดหลับกลางทางแทนที่จะเป็นปลายทาง

สรุป

จะเห็นได้ว่าการขับรถตอนกลางคืน จะต้องใช้ความระมัดระวังรวมถึงการเตรียมตัวที่ดีกว่าตอนกลางวัน ทั้งในเรื่องของรถและตัวเราเอง แต่ถึงกระนั้นทั้งหมดก็เป็นเพราะในเรื่องของความปลอดภัยล้วน ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้อื่นหรือแม้แต่ตัวเราเองก็เป็นได้

หากเพื่อน ๆ ชอบบทความประเภทนี้ก็สามารถที่จะเข้ามาอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Kaidee Blog ที่นี่เรามีแหล่งรวมบทความคุณภาพมากมาย ทั้งในเรื่องของบ้าน รถ และเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวัน ที่จะทำให้การใช้ชีวิตของคุณดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วัน 

หรือหากใครที่สนใจสินค้ามือสองก็สามารถที่จะลองเข้ามาดูได้ที่ Kaidee.com ที่นี่เรามีแหล่งรวมสินค้าต่าง ๆ มากมาย ให้เพื่อน ๆ ได้เลือกซื้อ พร้อมกับการปรับปรุงแพลตฟอร์มใหม่ ให้มีความสะดวกสบายในการใช้งานมากขึ้น ง่ายยิ่งขึ้นทั้งซื้อและขาย จบได้ในแพลตฟอร์มเดียว

5 สถานที่สุดฮิต สำหรับนักเดินเขามือใหม่

5 สถานที่สุดฮิต สำหรับนักเดินเขามือใหม่

นับว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในบ้านเรา สำหรับการท่องเที่ยวในรูปแบบของการเดินเขาที่เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะได้ทั้งความสนุกของเรื่องราวในระหว่างทางเดินขึ้นสู่ยอดเขา และความคุ้มค่าที่ได้เห็นความงดงามของธรรมชาติที่ปราศจากการปรุงแต่ง สิ่งเหล่านี้คือเสน่ห์ที่ชวนให้นักเดินเขาหลายคนหลงใหลและต้องหายอดเขาอื่นๆ เพื่อไปพิชิตให้สำเร็จ

หลายคนที่กำลังสนใจในกิจกรรมนี้อาจเกิดความสงสัยว่า Trekking และ Hiking มีความแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งเป็นคำศัพท์ยอดนิยมที่เชื่อว่าหลายคนคงต้องเคยพบเจอตามโพสต์รีวิวท่องเที่ยวกันอยู่แล้ว วันนี้เราจะพามาหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน

ความหมายของ Hiking

คำว่า Hiking คือการเดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติแบบไปเช้าเย็นกลับ ไม่มีการพักค้างแรม เป็นการเดินป่าแบบตัวปลิว โดยพกอุปกรณ์เท่าที่จำเป็นไปด้วยเท่านั้น เช่น น้ำดื่ม ขนม เพื่อนำไปกินระหว่างหรือบนจุดชมวิว ลักษณะเส้นทางส่วนใหญ่จะเป็นทางเรียบในป่าที่อาจไม่ได้มีความชันมากนัก เมื่อเดินถึงจุดหมายปลายทางอาจเดินกลับเส้นทางเดิม หรือเส้นทางใหม่

ความหมายของ Trekking

ส่วนคำว่า Trekking จะเป็นการเดินเท้าขึ้นเขาต่อเนื่องในระยะทางไกลที่ใช้เวลาหลายวัน โดยจะไม่ได้พกเพียงแค่ขวดน้ำ หรือขนมเท่านั้น เพราะต้องแบกกระเป๋าสัมภาระที่บรรจุไปด้วยเสื้อผ้า เต็นท์ ของใช้ส่วนตัวต่างๆ โดยระหว่างทางอาจต้องนอนตามโฮมสเตย์ในหมู่บ้าน หรือกางเต็นท์นอน เพื่อวันรุ่นขึ้นต้องเดินไปที่จุดหมายปลางทางแล้วกลับมาเก็บของเพื่อเดินทางกลับตามเส้นทางที่วางเอาไว้

สำหรับนักเดินเขามือใหม่ หรือผู้ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ในด้านการเดินเขามาก่อน แต่มีใจรักในธรรมชาติและต้องการที่จะพิสูจน์ตัวเอง ก็อาจจะเริ่มต้นด้วยการเดินเขาในประเทศไทย เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยอันตราย รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้มีราคาแพงมาก และเพื่อเป็นการลองความชอบของตัวเองว่าเหมาะกับเดินเขาจริงๆ หรือไม่ เนื่องจากเส้นทางเดินเขาในประเทศไทยมีให้เลือกอย่างหลากหลาย และยังมีสถานที่ที่เหมาะสำหรับนักเดินเขามือใหม่อีกเพียบ วันนี้เราจะมาแนะนำ 5 สถานที่สุดฮิตสำหรับนักเดินเขามือใหม่ จะมีที่ไหนกันบ้าง ตามไปดูกันเลย

1. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

หนึ่งในสถานที่เดินเขายอดฮิตที่การันตีได้ว่าทุกคนต้องรู้จักกับ “ภูกระดึง” นับว่าเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของนักเดินเขา หรือนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศความสวยงามของสถานที่แห่งนี้ และยังเป็นจุดเริ่มต้นของการหลงใหลในเสน่ห์แห่งธรรมชาติของนักเดินป่าหลายๆ คน 

โดยลักษณะเส้นทางในการเดินเขาที่ภูกระดึงมีทั้งระยะสั้น และระยะไกล ซึ่งระหว่างทางมีจุดให้นักท่องเที่ยวสามารถหยุดพักแวะชมธรรมชาติ พร้อมกับซื้อน้ำดื่มสดชื่นตามร้านค้าที่คอยให้บริการตลอดจุดพักให้หายเหนื่อยแล้วค่อยเริ่มเดินต่อ จึงทำให้ภูกระดึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีและไม่ยากจนเกินไปสำหรับนักเดินเขาหน้าใหม่ 

ตลอดเส้นทางที่ภูกระดึงประกอบไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น น้ำตก หน้าผา ดอกเมเปิ้ลสีแดงริมธาร หรือจุดชมวิวทะเลหมอกในยามเช้าที่เป็นอีกหนึ่งเส่นห์ให้ทุกคนไม่ควรพลาด และอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการได้ถ่ายรูปคู่กับป้าย “ครั้งหนึ่งในชีวิต เราเป็นผู้พิชิตภูกระดึง” ที่เป็นความคลาสสิกตลอดกาลให้ทุกคนได้มาเยือน

2. อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล

นับว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเขาที่ไม่ได้มีความยากในการเดินมากเท่าไหร่ ซึ่งต้องบอกเลยว่าเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับนักเดินเขามือใหม่ที่กำลังเริ่มต้นและเหมาะเป็นเส้นทางในการซ้อมเดินสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์แล้วในระดับหนึ่ง รวมถึงยังเป็นเส้นทางเดินเขาที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ที่ซ่อนเรื่องราวของความสวยงามไม่แพ้ที่อื่นเลยทีเดียว

“อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล” ตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดลำพูน และลำปาง นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่ผสมผสานเ้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว อีกหนึ่งเสน่ห์ที่ดึงดูดเหล่านักเดินเขาทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่าให้มาสัมผัสนั่นก็คือ เป็นอุทยานแห่งชาติหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่สามารถเดินทางไปได้ด้วยรถไฟที่ระหว่างเส้นทางจะต้องผ่านอุโมงค์ขุนตานที่มีความยาว 1.3 กิโลเมตร ซึ่งเป็นอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย

จุดหมายปลายทางเริ่มเดินคือสถานีขุนตาน เมื่อลงจากรถไฟแล้วเหล่านักท่องเที่ยวสามารถเดินเท้าต่อขึ้นไปสู่อุทยานแห่งชาติขุนตาลที่มีทั้งร้านอาหารตามสั่ง ร้านค้าสวัสดิการขายของชำต่างๆ ไว้บริการนักท่องเที่ยวอย่างครบครัน เพื่อเตรียมความพร้อมให้มากที่สุดก่อนเดินเท้าขึ้นสู่จุดกางเต็นท์ 

3. อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว มีพื้นที่ครอบคลุม 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยยอดสูงสุดของภูสอยดาวมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,102 เมตร ซึ่งสูงเป็นอันดับที่ 4 ของประเทศไทย เป็นอีกหนึ่งในเส้นทางเดินเขาที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ที่พร้อมให้เหล่านักท่องเที่ยวได้มาพิชิตลานสนที่ภูสอยดาวกัน

หนึ่งในเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเรียกได้ว่าเป็นไฮไลต์สำคัญของการมาภูสอยดาวเลยนั่นก็คือ “ทุ่งดอกหงอนนาค” ดอกไม้สีม่วงอ่อนที่พร้อมบานสะพรั่งเต็มลานสนในทุกช่วงฤดูฝนประมาณเดือนสิงหาคม-กันยายนของทุกปี และยังมีทะเลหมอกในยามเช้าที่พร้อมต้อนรับในเช้าวันใหม่อีกด้วย

นอกเหนือจากทุ่งดอกหงอนนาคแล้ว ภูสอยดาวยังเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำตกภูสอยดาว, น้ำตกสายทิพย์, หลักกิโลเมตรประเทศไทย-ลาว และจุดชมพระอาทิตย์ตกดิน รวมถึงยังมีจุดอำนวยความสะดวก และศูนย์ให้บริการนักท่องเที่ยวทั้งห้องน้ำ จุดเช่าอุปกรณ์เครื่องนอน และสถานที่กางเต็นท์อีกด้วย

4. อุทยานแห่งชาติรามคำแหง

อุทยานแห่งชาติรามคำแหง หรืออีกชื่อหนึ่งที่เหล่านักท่องเที่ยวคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีนั่นก็คือ “เขาหลวง สุโขทัย” ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติรามคำแหง เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดสุโขทัย โดยมีความสูงที่ 1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเล ประกอบไปด้วย 4 ยอดเขาสำคัญ คือ ยอดเขาเจดีย์, ยอดเขานารายณ์ (จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น), ยอดเขาภูกา และยอดเขาแม่ย่า (จุดชมพระอาทิตย์ตก) 

โดยระยะทางพิชิตยอดเขาหลวงจากที่ทำการอุทยานไปจนถึงยอดเขาหลวงประมาณ 3.7 กิโลเมตร ลักษณะเส้นทางที่ชัดเจน และมีป้ายบอกทางประจำจุดอยู่ตลอดเส้นทาง ถึงแม้ว่าระยะทางจะสั้นและไม่สุงมากนัก แต่นักเดินป่าหลายคนได้ให้ฉายาของเขาหลวงไว้ว่า “ภูเขาปราบเซียนในภาคเหนือของไทย” เลยทีเดียว 

ด้านบนของเขาหลวงยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้กับนักท่องเที่ยวไว้อย่างครบครัน ตั้งแต่ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ร้านขายของ และสถานที่กางเต็นท์ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีความสวยงามไม่แพ้ที่ใด และยังเป็นเส้นทางสุดแสนท้าทายที่รอให้เหล่านักท่องเที่ยวได้มาพิสูจน์กัน

5. อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ

หนึ่งในสถานที่ที่ใครหลายคนต่างรู้จักชื่อเสียงเรียงนามกันเป็นอย่างดี และขึ้นชื่อด้วยว่านี่คือหนึ่งในยอดเขาที่จองยากที่สุดอีกด้วยกับ “เขาช้างเผือก” ยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ โดยมีความสูงประมาณ 1,249 เมตร จากระดับน้ำทะเล 

เขาช้างเผือก เป็นเส้นทางเดินเขาที่เต็มไปด้วยความสวยงามตลอดสองข้างทาง ประกอบไปด้วยป่าโปร่งตัดสลับกับทุ่งหญ้าที่มีจุดแวะพักให้ถ่ายรูปกันอยู่ตลอด และจุดไฮไลต์สำคัญของที่นี่คือ “สันคมมีด” สันเขาที่สวยงามและน่าหวาดเสียว ซึ่งใครที่กลัวความสูงเราไม่แนะนำเด็ดขาด เมื่อเดินขึ้นไปสู่ยอดเขา เราจะได้สัมผัสกับวิว 360 องศา ที่สามารถมองเห็นความสวยงามของเขาช้างเผือกได้อย่างรอบทิศทาง ที่การันตีจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยซึ่งยกให้ที่แห่งนี้เป็น 1 ใน 10 Dream Destinations ที่นักท่องเที่ยวควรไปเยือนมากที่สุดอีกด้วย

แต่ความยากของการพิชิตเขาช้างเผือกให้ได้นั้นไม่ได้อยู่ที่การเดิน แต่อยู่ที่ว่าคุณจะสามารถจองคิวได้ทันรึเปล่า เพราะได้มีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละวันไว้ไม่เกิน 60 คน และต้องทำการโทรจองล่วงหน้า 7 วัน จึงทำให้สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ที่คิดว่าจะมาตอนไหนก็มาได้เลยทันที เพราะคุณต้องแย่งกับนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่หวังจะมาสัมผัสธรรมชาติของที่นี่ให้ได้ จุดนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของเขาช้างเผือกที่รอทุกคนได้มาสัมผัสกัน

สรุป

จบไปแล้วสำหรับ 5 สถานที่สุดฮิตสำหรับนักเดินเขามือใหม่ ซึ่งแต่ละเส้นทางที่เราได้คัดเลือกมานั้นเต็มไปด้วยความสวยงามของธรรมชาติ และเสน่ห์อันน่าหลงใหลที่แตกต่างกันออกไป เชื่อว่าเมื่ออ่านจบแล้วคุณจะต้องมีหนึ่งสถานที่ที่ชอบในใจอย่างแน่นอน 

แต่ก่อนที่จะไปเดินเขานั้นนักเดินเขามือใหม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่พร้อมเสมอก่อนออกเดินทาง ซึ่งสามารถเข้ามาเลือกซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ได้ที่ Kaidee แหล่งขายของออนไลน์ที่อัดแน่นไปด้วยสินค้ามากมายหลากหลายประเภทที่รอให้คุณคลิกเข้ามา