10 แบบชุดคลุมท้องสวย ๆ สำหรับคุณแม่มือใหม่

10 แบบชุดคลุมท้องสวย ๆ สำหรับคุณแม่มือใหม่

แบบชุดคลุมท้อง

ช่วงตั้งครรภ์เป็นช่วงที่บรรดาคุณแม่ทั้งหลายต้องปรับตัวอย่างมากตั้งแต่กิจวัตรประจำวัน อาหารการกิน ตลอดจนถึงการแต่งกาย 

การเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับร่างกายที่เปลี่ยนไปเนื่องจากตั้งครรภ์ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม หากเราเลือกเสื้อผ้าที่ไม่เหมาะสมกับสรีระรูปร่างในช่วงมีน้อง อาจจะทำให้รู้สึกอึดอัด ไม่สบายตัวแถมยังส่งผลกระทบไปถึงเจ้าหนูน้อยในครรภ์ได้ทั้งทางกายภาพและอารมณ์ 

สำหรับคุณแม่มือใหม่คนไหนที่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อชุดคลุมท้องอย่างไรให้เหมาะสมกับตัวเอง วันนี้เรามีทริคพิเศษในการเลือกชุดคลุมท้องให้ปลอดภัยและแบบชุดคลุมท้องสวย ๆ ที่ใส่แล้วดูดีไม่มีตกเทรนด์มาฝากกันด้วย 

เลือกชุดคลุมท้องอย่างไรให้เหมาะกับอายุครรภ์

ตลอดระยะเวลา 9 เดือน ร่างกายคุณแม่จะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงอายุครรภ์แต่ละช่วง เราจึงควรเลือกชุดคลุมท้องให้เหมาะกับสภาพร่างกายในช่วงนั้น ๆ การเลือกชุดคลุมท้องให้เหมาะกับช่วงอายุครรภ์จะเป็นอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

ชุดคลุมท้องระยะ 1-3 เดือน

ในระยะ 1 – 3 เดือนแรกนี้จะเป็นช่วงท้องอ่อน ท้องเราจะไม่ได้นูนออกมาจนเห็นชัด เรียกได้ว่ายังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมนัก คุณแม่จึงสามารถเลือกใส่เสื้อผ้าได้ค่อนข้างหลากหลายรวมทั้งชุดเดิมที่มีอยู่แล้ว

แต่ทั้งนี้ก็ควรเลือกชุดอย่างระมัดระวังมากขึ้น พยายามหลีกเลี่ยงชุดที่รัดเกินไปโดยเฉพาะชุดที่รัดบริเวณหน้าท้อง เนื่องจากช่วง 1-3 เดือนแรกถือเป็นช่วงที่ต้องระวังเป็นพิเศษเพราะครรภ์จะค่อนข้างอ่อนแอ ได้รับการกระทบกระเทือนง่าย หากใส่ชุดที่รัดหน้าท้องมากเกินไปอาจเกิดอันตรายกับลูกน้อย

ชุดคลุมท้องระยะ 4-6 เดือน

ร่างกายคุณแม่ในช่วงนี้จะเปลี่ยนแปลงมากกว่าช่วงแรกอย่างเห็นได้ชัด หน้าท้องและส่วนต่าง ๆ อาทิ สะโพก และก้นจะเริ่มขยายออก คุณแม่ควรเลือกสวมกระโปรงหรือกางเกงที่มียางยืดและใส่แบบรัดใต้ท้องเพื่อป้องกันไม่ให้กดทับหน้าท้องที่กำลังขยายมากเกินไป เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจจะเกิดกับเด็กได้

ชุดคลุมท้องระยะ 7-9 เดือน

ช่วงตั้งครรภ์ไตรมาสที่สามถือเป็นช่วงที่ร่างกายของคุณแม่เปลี่ยนแปลงมากที่สุด ทั้งขนาดท้องและส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น แขน ขา หน้าอก หรือสะโพก ชุดคลุมท้องที่เหมาะกับคุณแม่ในช่วงระยะ 7 – 9 เดือนจะเป็นชุดกระโปรงเพราะสวมใส่ง่ายและสบายกว่ากางเกง 

ข้อควรระวังในการเลือกชุดคลุมท้อง

ไหน ๆ ก็รู้ว่าควรเลือกชุดคลุมท้องอย่างไรให้เหมาะสมกับสรีระในแต่ละช่วงการตั้งครรภ์ไปแล้ว ก็ควรรู้ว่าไม่ควรเลือกชุดคลุมท้องแบบไหน สำหรับข้อควรระวังในการเลือกชุดคลุมท้องที่เราหยิบยกมาฝากก็มีตามนี้เลยค่ะ 

ไม่ควรเลือกชุดคลุมท้องที่รัดเกินไป

เราได้เกริ่นไปแล้วเกี่ยวกับการเลือกชุดคลุมท้องที่สบายตัว ไม่รัดแน่นเกินไป ขอบอกว่าเรื่องนี้สำคัญมาก บางคนอาจจะเคยชินกับการสวมเสื้อผ้าเข้ารูป แต่เมื่อตั้งครรภ์ ถ้าเลือกซื้อเสื้อผ้าไซส์เล็กหรือรัดรูปเกินไปอาจจะทำให้สวมใส่ไม่สบาย เจ็บแขน หน้าอก และท้องได้

นอกจากนี้การซื้อชุดคลุมท้องที่เล็กเกินไปอาจจะไม่เหมาะกับรูปร่างคุณแม่ที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในช่วงตั้งครรภ์ เวลาเลือกซื้อชุดอาจจะใช้วิธีเลือกเผื่อไซส์ให้ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย จะได้ไม่ต้องซื้อชุดใหม่บ่อย ๆ 

ระวังเรื่องคุณภาพและประเภทของผ้าให้ดี 

การเลือกผ้าสำหรับชุดคลุมท้องแนะนำว่าไม่ควรเลือกผ้าประเภทใยสังเคราะห์ อาทิ ไนลอน เพราะเนื้อผ้าแบบนี้จะทำให้คุณแม่ร้อนและอึดอัดได้ 

นอกจากนี้ยังไม่ควรเลือกซื้อเสื้อผ้าที่มีคุณสมบัติคืนตัวเร็ว (Wringle-free) และผ้ารีดสำเร็จรูป (Permanent Press) เนื่องจากมีส่วนประกอบของสารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) ทำให้เป็นอันตรายกับแม่และเด็ก มีโอกาสเสี่ยงแท้งได้

10 แบบชุดคลุมท้องสำหรับปี 2020

หลังจากเก็บเกี่ยวเคล็ดลับการเลือกชุดคลุมท้องที่เหมาะสมกันไปแล้ว คราวนี้มาลองดูแบบชุดคลุมท้องที่เราไปรวบรวมมาให้ดูไหมคะ ขอบอกเลยว่ามีหลากหลายแนวทั้งแบบเรียบง่ายใส่ได้ทุกสถานการณ์ไปจนถึงลุคเฉี่ยวเปรี้ยวแบบฉบับคุณแม่ยุคนี้ 

ทั้ง 10 แบบชุดคลุมท้องที่เรานำมาฝากกันวันนี้ จะมีแบบไหนถูกใจคุณแม่ ๆ บ้าง ไปส่องเลยค่ะ

เปลี่ยนเสื้อเชิ้ต Oversize ให้เป็นชุดคลุมท้องเก๋ ๆ 

เสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่สวมใส่สบายแถมไม่ตกเทรนด์ บรรดาคุณแม่มือใหม่สามารถเลือกสีและเนื้อผ้าที่ตัวเองชอบได้เลย เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน ผ้าซาติน เป็นต้น 

ความดีงามของการนำเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์มาใส่เป็นเดรสคือสามารถพลิกแพลงได้หลายสไตล์มาก อยากจะมินิมอลหน่อยก็ไม่ต้องเน้นเครื่องประดับเยอะ เลือกเป็นสีโทนอ่อน ๆ ดูสบายตา กับกระเป๋าสักใบเป็นอันเสร็จสิ้น

แต่ถ้าอยากให้ดูชิคขึ้นมาหน่อย ก็อาจจะเพิ่มเป็นเครื่องประดับอย่างต่างหูและแว่นตากันแดดชิค ให้ดูโฉบเฉี่ยวขึ้นมาอีกนิด

เอี๊ยมยีนต์ย้อนวัยยุค 90s 

ย้อนวัยให้หัวใจชุ่มฉ่ำกันสักหน่อยกับลุคใส ๆ ใส่เอี๊ยมตามสไตล์สาว 90s ความเลิศของเอี๊ยมยีนส์คือสามารถปรับดึงสายผ่อนให้เหมาะกับขนาดหน้าท้องได้ ป้องกันการใส่เสื้อผ้าที่รัดหน้าท้องจนเกินไป แถมยังได้ลุคคุณแม่สวยใสหัวใจวัยรุ่นด้วย

เอี๊ยมยีนส์มีให้เลือกหลายรูปแบบแล้วแต่ว่าชอบสไตล์ไหนทั้งขาสั้น ขายาว และกระโปรง สิ่งสำคัญก็อย่างที่บอกไปคือให้เลือกแบบที่ไม่รัดจนเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายกับลูกน้อยที่อยู่ในท้อง

เดรสเสื้อยืดมัดย้อมของคุณแม่สุดคูล

ช่วงนี้เทรนด์ผ้ามัดย้อมกำลังมา คุณแม่มือใหม่อย่าได้พลาด! ลองหยิบเดรสเสื้อมัดย้อมตัวโคร่งมาสวมเป็นชุดคลุมท้องกันดู รับรองว่าเก๋!

นอกจากสีสันของเดรสเสื้อยืดมัดย้อมจะช่วยย้อนวัยให้คุณแม่ดูเด็กแล้ว ยังช่วยให้ดูสดใสมีออร่า อาจจะเลือกสวมรองเท้าผ้าใบสีขาวสักคู่ นอกจากจะช่วยคอมพลีตลุคได้แล้ว ยังเป็นรองเท้าที่คุณแม่ใส่สบาย ปลอดภัย ไม่ต้องห่วงลูกในท้องเลย 

จัมพ์สูทลายดอกน่ารักหลายสไตล์

ตัวช่วยเพิ่มความน่ารักและทะมัดทะแมงของคุณแม่ จัมพ์สูทถือเป็นแบบชุดคลุมท้องที่ฮิตไม่เบาเนื่องจากสวมใส่ง่าย ไม่รัดหน้าท้อง แถมมีหลากสไตล์หลายแบบให้เลือกแมชกับความชอบส่วนตัว 

จัมพ์สูทที่เรายกมาวันนี้เป็นจัมพ์สูทลายดอกหลากหลายสีสัน ต้องบอกว่าแพทเทิร์นลายดอกนั้นมีทั้งแบบหวานใสนุ่มนวล สดใส และเปรี้ยวเฉี่ยว ขึ้นอยู่กับโทนสีและการวางลวดลายดอกไม้ นอกจากจะเลือกแพทเทิร์นและโทนสีได้ตามใจชอบแล้ว ก็ยังสามารถเลือกได้ว่าชอบใส่เป็นสายเดี่ยวสวมสบาย เกาะอก หรือแขนยาว

Maxi dress โบฮีเมียน

แบบชุดคลุมท้องที่เหล่าคุณแม่ควรมีติดตู้เสื้อผ้าขอยกให้แม็กซี่เดรส (Maxi Dress) หรือเดรสยาวกรอมเท้าสุดกรุยกราย ใส่สบาย ไม่อึดอัด แถมยังดูสวยชิคได้แบบไม่ต้องทำอะไรมาก

แม็กซี่เดรสมีให้เลือกหลายแบบมาก ตั้งแต่แม็กซี่เดรสแบบเรียบ ๆ สีพื้นที่ใส่แล้วดูสวยสง่า ตลอดจนถึงแม็กซี่เดรสลวดลายจัดเต็มสไตล์โบฮีเมียน อันนี้คุณแม่สามารถเลือกได้ตามความชอบเลยว่าใส่แนวไหนแล้วถูกใจ 

เคล็ดไม่ลับในการเลือกแม็กซี่เดรสให้เหมาะกับคุณแม่มือใหม่คือเลือกแบบจัมพ์บริเวณใต้อก แยกส่วนกันระหว่างส่วนอกด้านบนและด้านล่างลงมา กระโปรงใต้อกจากจะเลือกแบบพลิ้วไหวทิ้งตัว ข้อดีของการเลือกเดรสที่มีรอยแยกบริเวณใต้อกจะช่วยอำพรางหน้าท้องได้ดี 

เสื้อเชิ้ตลินิน Oversized กับกางเกงเอิร์ธโทน

แต่งตัวจัดเต็มกันมาหลายลุคแล้ว ขอคั่นด้วยลุคสบาย ๆ สไตล์คุณแม่ที่ชอบความเรียบง่ายกับลุคเสื้อเชิ้ตลินิน Oversized ตัวโคร่งและกางเกงขายาวสีเอิร์ธโทนขอบยางยืด 

เหตุผลที่เราเลือกกางเกงขอบยางยืดเพราะเหมาะกับสาว ๆ ที่กำลังตั้งครรภ์มากกว่าเนื่องจากช่วงท้องจะขยายต่อเนื่อง ซื้อกางเกงขอบยางยืดจะช่วยเผื่อไซส์และป้องกันไม่ให้คุณแม่สวมใส่กางเกงที่รัดหน้าท้องเกินไป 

ส่วนโทนสีของลุคนี้จะมาแนวเอิร์ธโทน เช่น เขียว น้ำตาล ครีม เทา เน้นสวมใส่ง่ายในทุกโอกาส ดูสบายตา 

เลกกิ้งคุณแม่ลุคสปอร์ตเกิร์ล 

เอาใจคุณแม่สายสปอร์ตด้วยลุคทะมัดทะแมงแบบเซฟ ๆ ทั้งคุณแม่และคุณลูก นางเอกของลุคนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเลกกิ้งสำหรับคุณแม่ที่ออกแบบมาให้เหล่าคุณแม่สวมใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี บริเวณหน้าท้องจะใช้เป็นผ้ายืดพิเศษให้ปรับไปตามรูปท้อง 

สำหรับท่อนบนสามารถเลือกเป็นเสื้อแบบที่เราชื่นชอบได้เลย จะเป็นสายเดี่ยว เสื้อกล้าม แขนสั้น แขนยาวตามใจชอบเลย และปิดท้ายด้วยรองเท้ากีฬาคู่โปรด แค่นี้ก็คอมพลีตลุคสปอร์ตเกิร์ลแล้ว

เสื้อยืดแขนยาวลายขวาง

กลับคืนสู่สามัญกับความเรียบง่ายด้วยชุดคลุมท้องลวดลายที่เห็นบ่อย ๆ อย่างชุดลายขวาง เหมาะกับคุณแม่ที่ชอบแต่งตัวเรียบ ๆ แต่ก็อยากใส่เสื้อผ้าที่มีลวดลาย ชุดลายขวางถือเป็นการผสมผสานระหว่างสองสิ่งนี้อย่างลงตัว 

แมชเสื้อยืดลายขวางเป็นอะไรที่ง่ายแสนง่าย เราสามารถใส่เสื้อยืดลายขวางกับกางเกงยางยืดขาสั้นในลุค Casual สบาย ๆ หรือจะเลือกใส่เป็นกระโปรงสักตัว ส่วนจะสั้นหรือยาวก็แล้วแต่ความชอบ แต่แนะนำว่าควรเลือกเป็นสีพื้นเพื่อให้เข้ากับเสื้อยืดที่มีลายอยู่แล้ว จะได้ไม่ดูตาลายจนเกินไป

ชุดกระโปรงและบราท็อปกับลุค On the Beach!

คุณแม่มือใหม่ไปเที่ยวทะเล ใครบอกว่าแซ่บไม่ได้! ลุค On the Beach ของซุปเปอร์มัมที่เราหยิบมาให้วันนี้เป็นการแมชบราท็อปสุดเก๋เข้ากับกระโปรงผ้าซาตินที่ดูมันเงาเรียบลื่น เปรี้ยวหวานพอดีคำสุด ๆ !

ข้อดีของการใส่บราท็อปคือหายห่วงเรื่องเสื้อรัดหน้าท้อง แถมยังเหมาะไปเที่ยวทะเลสุด ๆ แต่ถ้าใครรู้สึกว่าเสื้อผ้าน้อยชิ้นไป ก็สามารถหาผ้าคลุมที่เข้าคู่กันหรือเสื้อคลุมซีทรูสักตัวมาเพิ่มกิมมิก ตบท้ายด้วยกระโปรงผ้าซาตินเรียบลื่น เป็นอันว่าเลิศแน่นอน

ยีนส์คุณแม่ ไอเทมกันตาย

หนึ่งในไอเทมเสื้อผ้ากันตายที่ใคร ๆ ก็ต้องมีติดตู้ไว้คงหนีไม่พ้นยีนส์ เหล่าคุณแม่ที่ชื่นชอบการใส่ยีนส์ก็ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ เพราะเราก็ใส่ยีนส์ได้

ยีนส์สำหรับคุณแม่จะออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นเป็นพิเศษ มีผ้าเนื้อนุ่มพิเศษที่ช่วยปิดคลุมหน้าท้องได้อย่างกระชับโดยไม่รัดแน่นให้เป็นอันตรายแก่ลูกในท้อง เรียกว่าสวยด้วย ปลอดภัยด้วย! ส่วนดีไซน์ก็ต้องบอกว่ามีให้เลือกไม่ต่างกับยีนส์ปกติทั่วไปเลยค่ะ ทั้งแบบขาสั้น ขายาว หรือจะขาเต่ออหน่อย ๆ ชอบแบบไหนก็เลือกได้ตามใจชอบ 

สรุป

การเลือกชุดคลุมท้องเป็นสิ่งที่เหล่าคุณแม่ควรให้ความสำคัญเนื่องจากร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องช่วงตั้งครรภ์ 

ชุดคลุมท้องที่เหมาะสมควรเป็นชุดที่สวมใส่สบาย ไม่รัดรูปจนเกินไป โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง  เน้นผ้าที่ระบายอากาศได้ดี และไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อแม่และเด็ก อาทิ เสื้อผ้าที่มีคุณสมบัติคืนตัวเร็วหรือรีดสำเร็จเนื่องจากมีสารที่ชื่อว่า Formaldehyde

และถ้าให้พูดถึงแบบชุดคลุมท้องสำหรับบรรดาแม่ ๆ บอกได้คำเดียวว่าละลานตา มีทั้งแบบที่ผลิตเพื่อคุณแม่โดยเฉพาะ เช่น ยีนส์สำหรับคุณแม่ และชุดทั่วไปที่สามารถอแดปเป็นชุดคลุมท้องแสนเก๋ได้ เรียกว่าถึงเป็นคุณแม่ แต่ก็ยังสนุกกับการแต่งตัวเปลี่ยนลุคได้ไม่จำกัด

คุณแม่มือใหม่คนไหนอ่านจนถึงบรรทัดนี้แล้วอยากเตรียมตัวช้อปชุดคลุมท้องสวย ๆ ก็สามารถแวะไปที่เว็บ Kaidee ได้เลยค่ะ เลือกซื้อเลือกหากันได้เต็มที่ ส่วนทางเราจะรอส่องรูปคุณแม่ใส่ชุดคลุมท้องเก๋ ๆ อยู่ตรงนี้นะคะ

สายมูต้องรู้! ใช้กระเป๋าเงินสีอะไรถึงเงินไหลมาแบบไม่มีอะไรกั้น

สายมูต้องรู้! ใช้กระเป๋าเงินสีอะไรถึงเงินไหลมาแบบไม่มีอะไรกั้น

สายมูหลายคนคงพอจะทราบกันดีว่า การใช้ของหรือการพกสิ่งที่เป็นสิริมงคลจะเป็นที่พึ่งทางใจที่ดีมากๆ สำหรับสายมูอย่างพวกเรา กระเป๋าเงินก็เป็นหนึ่งในเครื่องรางที่จะช่วยส่งเสริมด้านดีๆ กับเราได้ด้วยเช่นกัน แล้วเราควรใช้กระเป๋าเงินสีอะไร ถึงจะเสริมให้เรา ตามไปดูกันเลย

วันอาทิตย์

การเงิน: สีที่ควรใช้ สีเงิน สีบานเย็น

โชคลาภ: สีที่ควรใช้ สีแดง สีม่วง

สีต้องห้าม: สีน้ำเงิน สีฟ้า

วันจันทร์

การเงิน: สีที่ควรใช้ สีขาว สีครีม สีฟ้า สีม่วง สีดำ

โชคลาภ: สีที่ควรใช้ สีน้ำตาล สีทอง สีส้ม

สีต้องห้าม: สีชมพู สีแดง

วันอังคาร

การเงิน: สีที่ควรใช้ สีเงิน สีทอง

โชคลาภ: สีที่ควรใช้ สีฟ้า สีน้ำเงิน สีเทา สีส้ม

สีต้องห้าม: สีดำ สีม่วง สีขาว

วันพุธ

การเงิน: สีที่ควรใช้ สีเขียว สีขาว สีเหลือง สีทอง

โชคลาภ: สีที่ควรใช้ สีน้ำเงิน สีฟ้า

สีต้องห้าม: สีน้ำตาล สีเทา

วันพฤหัสบดี

การเงิน: สีที่ควรใช้  สีเขียว สีแดง

โชคลาภ: สีที่ควรใช้ สีชมพู สีฟ้า สีน้ำเงิน

สีต้องห้าม: สีขาว สีครีม

วันศุกร์

การเงิน: สีที่ควรใช้ สีฟ้า สีน้ำเงิน สีขมพู

โชคลาภ: สีที่ควรใช้ สีส้ม สีน้ำตาล

สีต้องห้าม: สีเทา สีดำ

วันเสาร์

การเงิน: สีที่ควรใช้ สีเทา สีขาว

โชคลาภ: สีที่ควรใช้ แดง

สีต้องห้าม: สีน้ำงิน สีฟ้า สีขมพู

กระเป๋าเงินของคนแต่ละวันก็แตกต่างกันไป ตามพื้นดวงวันที่เราเกิด ตอนนี้กระเป๋าเงินที่คุณถืออยู่ตรงกับสีกระเป๋าเงินที่เรานำมาฝากไหมคะ ถ้าใครเป็นสายมูห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงเลยนะ แต่ถ้ากระเป๋าเงินที่ใช้อยู่ยังไม่ตอบโจทย์การใช้งานของคุณ หรือยังไม่ตรงกับพื้นดวง แต่อยากลองมูเตลูดูสักรอบ ลองเข้ามาดูกระเป๋าเงินสวยๆ ที่ตรงกับสีพื้นดวงของคุณที่ Kaidee นะคะ เลือกกันได้จุใจไปเลย

7 รุ่นรถครอบครัวของค่ายโตโยต้า นั่งสบายแถมปลอดภัย

7 รุ่นรถครอบครัวของค่ายโตโยต้า นั่งสบายแถมปลอดภัย

รถยนต์เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เมื่อมีลูกหรือมีครอบครัวแล้วนั้นจะกลายมาเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางสำหรับไปรับ-ส่งลูกให้ไปโรงเรียนในยามเช้า หรื่อแม้กระทั่งพาคนในครอบครัวที่เรารักนั้นออกไปท่องเที่ยวเพื่อเปิดโลกกว้างก็ตาม

การเลือกรถยนต์ที่ดีและต้องเหมาะกับไลฟ์สไตล์การดำเนินชีวิตของครอบครัว จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก วันนี้เราจึงรวมสุดยอดยี่ห้อรถยนต์ที่เรียกได้ว่าฮิตตลอดกาล อย่าง Toyota ที่เป็นรถที่เหมาะสมสำหรับครอบครัว และให้ความปลอดภัยสูงมาทั้งหมด 7 รุ่นด้วยกัน จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

1. Toyota Fortuner

Credit : Toyota Thailand

หนึ่งในรถยนต์อเนกประสงค์ หรือรถยนต์ SUV ที่ไม่ว่าใครก็ต้องรู้จัก ด้วยความนิยมตลอดมาอย่างยาวนาน หลายรุ่น หลายเจเนอเรชัน ซึ่งเราพบเห็นกันอยู่บ่อยครั้ง ทำให้มั่นใจได้เลยว่า รถยนต์คันนี้ จะไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน

โดยในแต่ละปีนั้นทาง Toyota Fortuner ก็มีการปรับเปลี่ยนรูปโฉมให้มีความทันสมัยอยู่เรื่อย ๆ โดยรุ่นล่าสุดอย่าง The New Fortuner ก็ได้รับเปลี่ยนทั้งรูปลักษณ์ภายนอก ให้มีความโฉบเฉี่ยวและมีความดุดันมากยิ่งขึ้น

ด้วยไฟหน้าแบบใหม่ที่ทาง Toyota นั้นเรียกว่า New LED Headlamp Design เป็นไฟหน้าแบบ Hi-beam LED ที่ช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์การมองเห็นในยามค่ำคืนได้มากกว่ารุ่นก่อน ๆ รวมไปถึงไฟหน้ามาพร้อมกับ Daytime Running Lights นอกจากจะช่วยให้รถดูสวยงามขึ้นแล้ว ยังช่วยให้รถที่สวนไปสวนมาในเวลากลางวัน เห็นได้จากที่ไกล ๆ ยิ่งขึ้น

นอกจากเรื่องของดีไซน์โดยรวมของรถยนต์รุ่นนี้แล้ว ฟังก์ชันต่างๆก็มีมาให้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น จอแสดงผลระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว มาพร้อมกับระบบเชื่อมต่อ Apple CarPlay ที่จะทำให้คุณได้รับความบันเทิงสูงสุดในระหว่างที่ขับขี่

ระบบความปลอดภัย

ระบบความปลอดภัยของ Toyota Fortuner นั้นใส่มาให้อย่างครบครัน ที่ทำให้ทั้งคุณและคนในครอบครัวนั้น ได้รับความปลอดภัยอย่างถึงที่สุด โดยมีระบบความปลอดภัยเด่น ๆ ดังนี้

  • ถุงลมนิรภัย
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control System)
  • ระบบควบคุมการทรงตัวบนทางโค้ง (Vehicle Stability Control)
  • ระบบเสริมแรงเบรก (Brake Assist)
  • ระบบป้องกันล้อล็อก (Anti-lock Brake System)
  • ระบบกระจายแรงเบรก (Electronic Brake-force Distribution)
  • ระบบควบคุมการส่าย (Trailer Sway Control)

สมรรถนะและครื่องยนต์

เครื่องยนต์ดีเซล รหัส 2GD-FTV (High)  ขนาด 2.4 ลิตร 2,393 cc พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด มาพร้อมระบบ VN Turbo ให้แรงม้าสูงสุดที่ 150 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,000 รอบ/นาที

ราคาอยู่ที่ : 1,349,000 – 1,839,000 บาท

2. Toyota Camry

Credit : Toyota Thailand

ที่สุดของรถยนต์ Sedan ของทาง Toyota ที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน หากพูดถึงในเรื่องของรถยนต์สำหรับครอบครัวแล้ว จะต้องมีชื่อ Camry ติดเข้ามาเป็นชื่อรุ่นลำดับแรก ๆ อย่างแน่นอน ด้วยความดูดีและหรูหรา ที่ออกแบบมาเพื่อครอบครัวและสามารถใช้รถยนต์คันนี้ออกงานได้อีกด้วย

มาเริ่มกันที่ดีไซน์ภายนอกก่อนเลย Camry นั้นมีการพัฒนารูปโฉมใหม่ ๆ อยู่เสมอ ๆ เพื่อให้ทันกับยุคและสมัยที่เปลี่ยนไป ด้วยความที่ภาพลักษณ์นั้นดูมีความเป็นผู้ใหญ่ ทำให้ในปีนี้ Camry มีการปรับโฉมใหม่ ให้มีความเด็กลงและเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น

โดยเปลี่ยนชุดแต่งรอบคันให้มีความโฉบเฉี่ยวและปราดเปรียวของเส้นสายที่ลากผ่านไปตั้งแต่หน้ารถยันท้ายรถอย่างลงตัว ให้อารมณ์เดียวกับรถสปอร์ตสองประตูแต่ยังคงเอาไว้ซึ่งความหรูหราและดูเป็นผู้ดีอย่างถึงที่สุด นอกจากนี้ยังมาพร้อมไฟหน้าและกระจังดีไซน์ใหม่ ที่ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับดีไซน์ภายนอกได้อย่างดีเยี่ยม ราวกับว่าเป็นหอกที่พร้อมจะวิ่งแหวกทะลวงไปได้ในทุก ๆ ที่ที่อยากจะไป

ระบบความปลอดภัย

ระบบความปลอดภัยของ Toyota Camry นั้นโดดเด่นเป็นอย่างมากในเรื่องความปลอดภัย ด้วยความที่เป็นรถหรู ไฮคลาส จึงทำให้มั่นใจทุกครั้งที่อยู่หลังพวงมาลัย และมั่นใจได้ในทุกสภาพถนน

  • ถุงลมนิรภัย
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี
  • ระบบควบคุมการทรงตัวบนทางโค้ง
  • ระบบเสริมแรงเบรก
  • ระบบป้องกันล้อล็อก
  • ระบบกระจายแรงเบรก
  • ระบบควบคุมการส่าย
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ

สมรรถนะและเครื่องยนต์

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว รหัส A25A-FXS ขนาด 2.5 ลิตร 2,487 cc ให้แรงม้าสูงสุดที่ 209 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 221 นิวตันเมตร ที่ 3,600-5,200 รอบ/นาที

ราคาอยู่ที่ : 1,455,000 – 1,809,000 บาท

3. Toyota Sienta

Credit : Toyota Thailand

รถยนต์ MVP คันเล็กสุดกะทัดรัด 7 ที่นั่ง ราคาสบายกระเป๋า ที่เหมาะอย่างมากกับครอบครัวขนาดใหญ่ มีงบในการซื้อรถไม่สูงมาก แต่ยังคงไว้ซึ่งความสะดวกสบาย ตามความต้องการและไลฟ์สไตล์ ได้อย่างครบถ้วน

เป็นอีกหนึ่งรถยนต์ที่ทาง Toyata ได้เปิดตัวออกมาด้วยสีสันอันโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครอย่างสีเขียวมะนาว ที่เพิ่มความสนุกไปกับสีสันอย่างเป็นวัยรุ่น พร้อม ๆ ความสะดวกสบาย ออกแบบมาเพื่อครอบครัวขนาดใหญ่ยุคใหม่อย่างแท้จริง

นอกจากดีไซน์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใครแล้ว ยังมาพร้อมกับฟังก์ชันและระบบความปลอดภัยที่ยอดเยี่ยม อย่างประตูเลื่อน ให้อารมณ์เหมือนรถยนต์ MPV ขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมาพร้อมกับอุปกรณ์ให้ความบันเทิงอย่างจอ LED ขนาด 8 นิ้ว ที่คอยสร้างรอยยิ้มและความสุขให้ทุกคนในครอบครัว

ระบบความปลอดภัย

ระบบความปลอดภัยของ Toyota Sienta เรียกได้ว่าเอาใจใส่กับผู้ขับขี่ทุกเพศทุกวัยเป็นอย่างมาก โดยคำนึงถึงความปลอดภัยในทุกเส้นทางของการขับขี่ ให้คุณและทุก ๆ คนในครอบครัวได้รับความสุขอย่างแท้จริง โดยมีระบบรักษาความปลอดภัยมาให้ ดังนี้

  • โครงสร้างตัวถังนิรภัย
  • ระบบถุงลมเสริมความปลอดภัย
  • ระบบป้องกันโจรกรรม
  • ระบบป้องกันล้อล็อก
  • ระบบกระจายแรงเบรก
  • ระบบควบคุมการทรงตัว
  • ระบบเสริมแรงเบรก
  • ระบบป้องกันการออกตัวฉุกเฉิน

สมรรถนะและเครื่องยนต์

เครื่องยนต์เบนซินแบบ DOHC Dual VVT-i 16 วาล์ว รหัส 2NR-FE ขนาด 1.5 ลิตร 1,496 cc ให้พละกำลังและแรงม้าสูงสุดที่ 108 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 140 นิวตันเมตร ที่ 4,200 รอบ/นาที

ราคาอยู่ที่ : 765,000 – 875,000 บาท

4. Toyota Corolla Cross

Credit : Toyota Thailand

อีกหนึ่งรถยนต์รุ่นใหม่ที่ไม่ควรพลาดอย่าง Toyota Corolla Cross ที่จะทำให้ทุก ๆ การเดินทางนั้นโดดเด่นได้อย่างมีระดับ ด้วยความที่เป็นรถยนต์ SUV ทำให้รถคันนี้มีพื้นที่ที่กว้างขวาง เหมาะเข้าได้กับทุก ๆ คนในครอบครัว ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่

ยังมาพร้อมกับดีไซน์สุดหรูหราและทันสมัย ทั้งภายนอกและภายในที่มีการเล่นสีได้อย่างสวยงามและลงตัว พร้อมกับให้ความสะดวกสบายในทุก ๆ แง่มุมของชีวิต รวมไปถึงภายนอกมีความโฉบเฉี่ยวอย่างเหนือระดับ พร้อมหลังคา Sunroof ที่คอยเพิ่มบรรยากาศในระหว่างขับขี่

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันอำนวยความสะดวก ที่นอกจากจะสร้างสีสันและมอบความสุข ในช่วงเวลาแห่งครอบครัวในการเดินทางแล้ว ยังทำให้ไม่น่าเบื่อและพร้อมที่จะผจญภัยในโลกกว้าง อีกทั้งยังมีช่องเก็บสัมภาระสุดกว้าง ที่จะทำให้คุณจัดเก็บของที่ต้องการไปได้ทุกที่ทุกเวลา 

ระบบความปลอดภัย

ระบบความปลอดภัยเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คนส่วนใหญ่นั้นพิจารณา สำหรับ Toyota Corolla Cross นั้นหมดห่วงไปได้เลย เพราะมีระบบความปลอดภัยมากมายที่ใส่มาให้ ที่จะคอยสร้างความมั่นใจในทุกเส้นทางและการเปิดใหม่ของคุณและครอบครัว โดยมีมาให้ดังนี้

  • ถุงลมนิรภัย
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี
  • ระบบควบคุมการทรงตัวบนทางโค้ง
  • ระบบเสริมแรงเบรก
  • ระบบป้องกันล้อล็อก
  • ระบบกระจายแรงเบรก
  • ระบบควบคุมการส่าย
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
  • สัญญาณไฟฉุกเฉิน
  • เข็มขัดนิรภัย
  • กล้องมองภาพขณะถอยหลัง

สมรรถนะและครื่องยนต์

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว รหัส 2ZR-FXE ขนาด 1.8 ลิตร 1,798 cc ให้แรงม้าสูงสุดที่ 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที

ราคาอยู่ที่ : 989,000 – 1,199,000 บาท

5. Toyota Innova

Credit : Toyota Thailand

เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงของทาง Toyota อย่างแท้จริง เรียกได้ว่ารถยนต์ MPV ในตำนานอย่าง Toyota Innova ก็ได้ปรับเปลี่ยนรูปโฉมใหม่ ให้มีความล้ำสมัย ขับขี่ในเมือง รวมไปถึงเป็นรถยนต์ขนาดใหญ่ที่เหมาะกับครอบครัวเป็นอย่างมาก โดยอยู่ภายใต้ชื่อรุ่นว่า Toyota Innova Crysta

นอกเหนือจากดีไซน์ใหม่ที่เพิ่มความโฉบเฉี่ยวอย่างมีสไตล์แล้วนั้น ภายในรถยนต์ Toyota Innova Crysta นั้นมาพร้อมกับพื้นที่ที่กว้างขวางตอบโจทย์ความเป็นไลฟ์สไตล์แบบครอบครัว ที่มีที่นั่งได้สูงสุดถึง 7 ที่นั่ง และยังสามารถปรับเปลี่ยนที่นั่งได้ตามใจ เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการเก็บสัมภาระที่มากขึ้น

ความสะดวกสบายภายในก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยให้เปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ในช่วงระหว่างการเดินทางเปิดโลกกว้าง โดย Toyota Innova Crysta นั้นก็ใส่มาให้แบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความบันเทิง และฟังก์ชันอำนวยความสะดวก ถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยม

ระบบความปลอดภัย

ระบบความปลอดภัยของ Toyota Innova Crysta นั้นให้ความปลอดภัยสูง ด้วยระบบการควบคุมรถยนต์ที่เสริมสร้างความมั่นคงในระหว่างขับขี่ ทำให้ทั้งคุณและครอบครัวสามารถขับขี่ไปไหนก็ได้ตามแต่ใจต้องการ โดยมีระบบความปลอดภัยมาให้ ดังนี้

  • ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (Daytime Running Lights)
  • สัญญาณกะระยะถอยหลัง
  • ระบบถุงลมเสริมความปลอดภัย (SRS)
  • ระบบเตือนการโจรกรรม และ Immobilizer
  • ระบบกระจายแรงเบรก
  • ระบบควบคุมการทรงตัว
  • ระบบเสริมแรงเบรก
  • ระบบป้องกันการออกตัวฉุกเฉิน

สมรรถนะและครื่องยนต์

เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC VN Turbo และ Intercooler รหัส 1GD-FTV ขนาด 2.8 ลิตร 2,755 cc ให้แรงม้าสูงสุดที่ 174 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตร ที่ 1,200-3,400 รอบ/นาที

ราคาอยู่ที่ : 1,129,000 – 1,413,000 บาท

6. Toyota C-HR

Credit : Toyota Thailand

รถยนต์สุดปราดเปรียวจากทางค่าย Toyota อย่าง C-HR ที่ออกแบบมาให้สอดคล้องกับคนยุคใหม่ รวมไปถึงผสมผสานการออกแบบให้มีความล้ำสมัยที่ทำให้รถนั้นสามารถวิ่งผ่านสายลมได้อย่างรวดเร็ว

โดยที่ Toyota C-HR นั้นมีให้เลือกทั้งรุ่นที่เป็นแบบธรรมดาและ Hybrid ที่นอกจากจะช่วยในเรื่องของการรักษ์โลกแล้ว ยังคำนึงถึงความประหยัดพลังงานน้ำมัน ทำให้ผู้ขับขี่นั้นมั่นใจได้ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนก็ตาม

มาพูดถึงภายในของรถยนต์คันนี้กันบ้าง มาพร้อมพื้นที่อันกว้างขวาง นั่งได้สูงสุดถึง 5 ที่นั่ง ที่ให้ความรู้สึกโอ่โถงสบาย นอกจากนี้ยังมีในเรื่องของฟังก์ชันเพิ่มความบันเทิง อย่างระบบเครื่องเสียงภายใน ที่ใส่ลำโพงมาให้ถึง 6 ตำแหน่ง ช่วยเพิ่มสุนทรีในระหว่างการขับขี่ ทำให้ช่วงเวลาพิเศษที่ได้อยู่บนรถ ทั้งของคุณและของครอบครัวนั้นพิเศษขึ้นไปอีก

ระบบความปลอดภัย

ระบบความปลอดภัยของ Toyota C-HR คำนึงถึงความเป็นรถยนต์อเนกประสงค์สำหรับครอบครัวอย่างถึงที่สุด มีฟังก์ชันต่าง ๆ ที่เอื้อต่อการนำเด็กเล็กขึ้นมาบนรถยนต์คันนี้ โดยมีระบบความปลอดภัยมาให้ ดังนี้

  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS
  • ระบบกระจายแรงเบรก (EBD)
  • ระบบเสริมแรงเบรก (BA)
  • ระบบควบคุมการทรงตัว (VSC)
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TRC)
  • ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน (HAC)
  • ไฟตัดหมอกหน้า
  • เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าแบบดึงรั้งกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ
  • ถุงลมเสริมความปลอดภัย ระบบ SRS (คู่หน้า/ด้านข้าง/ม่านด้านข้าง/หัวเข่าฝั่งคนขับ)
  • จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก (ISO-FIX and Top Tether)
  • กล้องมองภาพขณะถอยหลัง
  • ระบบแจ้งเตือนลมยาง (TPMS)
  • สัญญาณเตือนกะระยะด้านหน้า ท้าย และที่มุมกันชน
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (BSM)
  • ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ (RCTA)
  • ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (PCS)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)
  • ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ (LDA)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (VSW)
  • สัญญาณเตือนการโจรกรรม (TDS)
  • ระบบกุญแจนิรภัย (Immobilizer)

สมรรถนะและครื่องยนต์

เครื่องยนต์ 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC รหัส 2ZR-FXE ขนาด 1.8 ลิตร 1,798 cc ให้แรงม้าสูงสุดที่ 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที

ราคาอยู่ที่ : 979,000 – 1,159,000 บาท

7. Toyota Alphard

Credit : Toyota Thailand

รถยนต์ MPV ขนาดใหญ่ที่สุดจากทางค่าย Toyota อย่าง Alphard ที่ให้ภาพลักษณ์ความหรูหราระดับผู้บริหาร แต่ยังคงเอาไว้ซึ่งรถยนต์สำหรับครอบครัวได้อีกด้วย มาพร้อมกับแบบธรรมดาและแบบ Hybrid ที่ช่วยในเรื่องของความรักษ์โลก

รุ่นใหม่ของ Toyota Alphard ในปี 2020 นี้ ได้เปลี่ยนแปลงโฉมครั้งยิ่งใหญ่ เริ่มต้นด้วยกระจังหน้าแบบใหม่ ลายตารางที่จะช่วยให้อากาศนั้นสามารถไหลผ่านได้ดียิ่งขึ้น แถมเป็นดีไซน์ที่ให้ความหรูหราในแบบที่รถยนต์ MPV ทั่วไปนั้นไม่มี หากเห็นรถยนต์คันนี้ขับผ่านแล้วล่ะก็ สามารถรู้ได้ในทันทีว่านี่แหละ คือ Toyota Alphard

ด้วยความที่เป็นรถยนต์ MPV ขนาดที่สามารถนั่งได้สูงสุดถึง 11 ที่นั่ง ทำให้รถคันนี้มีพื้นที่ขนาดใหญ่และกว้างขวาง ซึ่งเหมาะเป็นอย่างมาสำหรับการเป็นรถครอบครัว หากคุณมีงบในระดับหนึ่งแล้วล่ะก็ ถือเป็นรถอีกรุ่นที่ไม่ควรพลาด

ระบบความปลอดภัย

ระบบความปลอดภัยของ Toyota Alphard ที่จะเพิ่มความมั่นใจให้กับทุก ๆ การเดินทาง แม้ว่าตัวรถยนต์นั้นจะมีขนาดที่ใหญ่ แต่ยังสามารถคงเอาไว้ซึ่งการควบคุมที่ยอดเยี่ยม พร้อมกับระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ที่คอยเอื้ออำนวยให้การขับขี่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีระบบความปลอดภัย ดังนี้

  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor)
  • ระบบกันขโมยพร้อมกุญแจ Immobilizer
  • ระบบจัดการรวมไดนามิกของตัวรถ (VDIM)
  • ระบบควบคุมการทรงตัวอัจฉริยะ (VSC)
  • ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS)
  • ระบบกระจายแรงเบรก (EBD)
  • ระบบเสริมแรงเบรก (BA)
  • ระบบช่วยออกตัวทางลาดชัน (HAC)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control)
  • ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (PCS)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)
  • ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน พร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ (LDA)
  • ระบบช่วยควบคุมให้รถอยู่กลางเลน (LTA)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (VSW)
  • กล้องมองรอบคัน (PVM)
  • ระบบแจ้งเตือนลมยาง (TPMS)

สมรรถนะและครื่องยนต์

เครื่องยนต์ V6 24 วาล์ว DOHC Chain Drive VVT-iW และ D-4S มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ขนาด 3.5 ลิตร 3,456 cc ให้แรงม้าสูงสุดที่ 296 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 361 นิวตันเมตร ที่ 4,600-4,700 รอบ/นาที

ราคาอยู่ที่ : 3,889,000 – 5,509,000 บาท

สรุปท้ายบทความ

เมื่อคนเรานั้นเริ่มที่จะเติบโตขึ้นแล้ว มีคนรัก มีครอบครัว ย่อมมีความต้องการที่ต่างออกไปจากเดิม ซึ่งความต้องการนี้เปลี่ยนแปลงไปตามอายุและวุฒิภาวะ เมื่อมีลูกแล้ว นอกจากบ้านที่อาจจะต้องซื้อใหม่แล้ว รถยนต์ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยความจำเป็นที่ขาดไม่ได้

บทความนี้เล็งเห็นถึงความต้องการเหล่านี้ จึงได้สรุปและรวบรวมมาให้แล้ว กับรถยนต์ครอบครัวโตโยต้า ที่นอกจากจะเป็นยี่ห้อที่ได้รับความนิยมสูงแล้ว ราคานั้นสามารถจับต้องได้ บวกเข้ากับอะไหล่รถยนต์ที่สามารถหาได้อย่างง่ายดาย เข้าถึงได้กับทั้งพ่อแม่ยุคใหม่ รวมไปถึงครอบครัวขนาดใหญ่ได้อีกด้วย

ทั้งนี้ใครที่อ่านบทความนี้แล้ว รู้สึกมีความอยากได้รถยนต์เหล่านี้ขึ้นมา แต่มีงบไม่พอจริง ๆ ในการที่จะซื้อเป็นมือหนึ่ง เรื่องนี้จะหมดห่วงไปได้เลยหากคุณเข้ามาดูที่ Kaidee Auto ศูนย์รวมรถยนต์มือสองสภาพงาม ที่จะมาตอบทุกปัญหาและไลฟ์สไตล์ของคุณในทุก ๆ วัน

ศัพท์เทคนิคที่ควรรู้ไว้ในการขายรถ ให้ขายดี

ศัพท์เทคนิคที่ควรรู้ไว้ในการขายรถ ให้ขายดี

อายุการใช้งานรถยนต์ของคนไทย เฉลี่ยรวมแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 5-7 ปี จึงจะเปลี่ยนใหม่ 1 คัน ขณะเดียวกันหากเป็นรถยนต์เชิงพาณิชย์จะอยู่ที่ 10 ปี จากผลสำรวจของกรมขนส่งทางบก ปี 2559 พบว่า ร้อยละ 45 ของคนใช้รถ จะมีรถยนต์ส่วนบุคคลในครอบครองที่มีอายุมากกว่า10 ปี

การเลือกซื้อรถยนต์คันหนึ่ง นอกจากมองเรื่องของความคุ้มค่าในการใช้งานแล้ว ยังต้องมองเรื่องของการขายต่อในตลาด ที่ผู้คนมักจะพูดกันว่า ควรเลือกรถที่ราคาไม่ตก เมื่อต้องการเปลี่ยนรถใหม่ ก็สามารถนำรถเก่าไปเทิร์นขายได้ และนำเงินส่วนต่างมาชำระค่ารถคันใหม่นั่นเอง

การขายรถมือสองควรเริ่มต้นจากอะไร

เมื่อคุณคิดถึงการขายรถยนต์มือสอง หรือ ขายต่อให้ผู้อื่น เพื่อนำเงินไปซื้อรถคันใหม่ สิ่งที่ควรคำนึงเป็นปัจจัยต้นเลย คือจะขายยังไง ขายที่ไหน 

การขายรถยนต์มือสองสามารถขายเริ่มต้นได้ที่

1. เตนท์รถยนต์มือสอง

ข้อดี : การขายรถยนต์ผ่านเตนท์รถยนต์มือสอง มีข้อดีอยู่ที่เมื่อคุณต้องการขายรถสักคัน ก็สามารถนำรถของคุณไปให้ทางเตนท์รถประเมินให้ได้ในทันที ทั้งผู้ประเมินยังเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับรถโดยตรง ทำให้การประเมินราคามีความแม่นยำมากขึ้น เพราะรู้เกี่ยวกับตลาดรถยนต์เป็นอย่างดี 

ทั้งนี้การขายแบบนี้ ยังสามารถรับประกันเรื่องเงินได้ว่าจะไม่โดนโกง และได้เงินในเวลาที่แน่นอน สามารถขายได้เกือบทันทีด้วย ทว่าข้อควรระวังคือ ควรจะเปรียบเทียบหลาย ๆ ที่เสียก่อน จนกว่าจะได้ราคาที่คุณพึงพอใจค่อยตกลงขายจะดีที่สุด

2. ศูนย์บริการรถยนต์

ข้อดี : การขายรถยนต์ผ่านทางศูนย์บริการรถยนต์นั้น เป็นเรื่องที่สะดวกและง่ายเป็นอย่างมาก เพราะแน่นอนว่า การขายผ่านศูนย์บริการรถยนต์แบบนี้ แสดงว่าคุณต้องการจะออกรถใหม่ที่ศูนย์ดังกล่าว ทางพนักงานก็จัดหาเตนท์รถที่เป็นคู่สัญญากับศูนย์บริการไว้ ให้เขามาดูและตีราคารถให้คุณ

เมื่อคุณต่อรองจนได้ราคาที่พึงพอใจแล้ว สามารถตกลงวันซื้อขายได้เลย ข้อดีของการขายที่ศูนย์บริการรถยนต์คือ นอกจากจะมีการช่วยเหลือผ่านพนักงานของศูนย์แล้ว 

คุณสามารถใช้รถได้ถึงวันรับรถใหม่ แล้วค่อยปล่อยคันเก่าให้ทางเตนท์เลย โดยทางเตนท์จะมารับรถคันเก่าของคุณจากศูนย์ด้วยตนเองในวันรับรถใหม่ของคุณ 

3. ลงประกาศขายด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์

ข้อดี : ในสมัยที่โลกสังคมออนไลน์กลายเป็นที่นิยม การขายรถยนต์มือสองสักคันผ่านทางช่องทางนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนัก ทั้งความสะดวกสบายที่สามารถขายได้เพียงโพสต์ลงผ่านเว็บไซต์ หรือ หน้าโซเชียลเน็ตเวิร์กของคุณเอง ก็ทำให้รถยนต์มือสองของคุณมีผู้ให้ความสนใจพอสมควร

ทว่าการโพสต์ขายแบบนี้ แนะนำให้ขายผ่านทางเว็บไซต์จะดีที่สุด เพราะการประกาศในหน้าโซเชียลของตน อาจทำให้มีคนเข้ามาเห็นน้อย และราคาขายอาจไม่ได้ดั่งใจคุณเท่าไหร่ แต่หากลงประกาศในเว็บไซต์แล้ว ผู้ที่ต้องการซื้อรถยนต์มือสอง จะเข้ามาเยี่ยมชมเว็บดังกล่าวเป็นประจำ 

ผู้ที่ต้องการซื้อจะมีโอกาสเห็นประกาศขายรถยนต์ของคุณมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้การตั้งราคาขายในเว็บยังสามารถตั้งได้ตามใจคุณ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการประเมินราคาเฉลี่ยให้ไม่สูงและต่ำจนเกินไปจึงจะดีที่สุด ทั้งกับผู้ขายและผู้ซื้อ

โดยการขายรถยนต์มือสองปัจจัยสำคัญในการเลือกขายแต่ละที่ คือดูเรื่องของราคาประเมิน ว่าราคาประเมินรถของเราอยู่ที่เท่าไหร่ และราคาที่ควรขายทอดคลาดในราคาไหน ควรเปรียบเทียบราคาตลาดโดยรวมเสียก่อนจะตัดสินใจขายที่ใดที่หนึ่งจึงจะดีที่สุด

ศัพท์เทคนิคในการขายรถยนต์

เทคนิคสำคัญที่จำเป็นในการขายรถยนต์ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ หรือ บนโซเชียลส่วนตัว นั้นก็คือ คลังคำศัพท์ ที่เรียกได้ว่า ต้องมีคำพวกนี้อยู่ในประกาศ แล้วเปอร์เซ็นต์ในการปิดการขายจะเพิ่มมากขึ้นแบบทวีคูณ

ศัพท์เหล่านี้จะช่วยทำให้ว่าที่เจ้าของรถคนใหม่สังเกตและสนใจในประกาศของคุณมากยิ่งขึ้น แต่ต้องอย่าลืมว่าคุณควรจะระบุรุ่นและปีรถให้ชัดเจนครบถ้วนด้วย จะช่วยให้ข้อมูลของรถยนต์มีความสมบูรณ์และดูมืออาชีพมากยิ่งขึ้น

1. รถบ้านมือเดียว

ความหมายของคำว่า รถบบ้านมือเดียว คือใช้รถยนต์คันนี้ในฐานะรถยนต์ส่วนบุคคล และเป็นมือหนึ่ง ไม่ใช่การถอยมือสองมาแล้วจะขายต่ออีกที ทำให้เมื่อลงประกาศขายรถ กลุ่มเป้าหมายมาเห็นจะสามารทราบได้ว่า รถยนต์คันนี้คงได้รับการดูแลและใส่ใจจากเจ้าของในระดับหนึ่ง ทั้งยังมีโอกาสว่าจะเป็นรถที่ดูใหม่อีกด้วย

2. มีประวัติศูนย์

สิ่งนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ซื้อได้ว่า การมีประวัติศูนย์แสดงถึงการหมั่นนำรถยนต์ไปเช็คระยะและซ่อมบำรุงตามที่กำหนด ทำให้รถยนต์คันนี้มีความปลอดภัยและได้รับการดูแลอยู่ตลอด ไม่เสี่ยงต่อการพังหรือมีปัญหาได้ง่ายในภายหลัง 

3. ไม่เคยแก๊ส 

สาเหตุที่ต้องเติมคำนี้ไปด้วย เพราะว่าหากไม่เติม รถบางคันเคยได้รับการติดแก๊สบริเวณท้ายกระโปรงหลังรถมาก่อน ทำให้คนที่จะมาซื้อรถต่อ ไม่ค่อยพึงใจนัก เพราะนอกจากการต่อแก๊สเพิ่มจะเป็นการไปยุ่งกับระบบรถแล้ว ยังมีการติดตั้งที่ทำให้รูปลักษณ์ภายในรถดูไม่สวยเหมือนใหม่เท่าไหร่อีกด้วย การขายรถจึงควรระบุส่วนนี้เอาไว้ให้ชัดเจน

4. ต่อรองหน้ารถ

แน่นอนว่าคำนี้ต้องเป็นคำเด็ดสำหรับผู้ขาย เพราะว่าหลายคนมักจะทักมาต่อรองราคาก่อนทำการซื้อ นี่เป็นเรื่องทำได้ก็จริง แต่ว่าทางที่ดีควรเสนอให้อีกฝ่ายมาดูสภาพรถยนต์จริงเสียก่อน ค่อยต่อรอง เพราะรถคุณอาจดูใหม่มากจนเป็นที่พึงใจไม่ต้องต่อรองราคาก็เป็นได้

5. รถดี ฟรีดาวน์ ซื้อสดไม่เสีย VAT

ศัพท์นี้ก็อีกหนึ่งศัพท์ที่ควรใส่ไม่ว่าจะเป็นตรงหัวข้อประกาศขายรถ หรือ แคปชัน เพื่อบอกว่ารถคันนี้สามารถดาวน์ได้ฟรี ยิ่งซื้อสดจะไม่มีการคิดภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นหนึ่งในวิธีดึงดูดให้ผู้ซื้อสนใจมากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในวิธีโปรโมตที่ได้ผลดีทีเดียว

6. สวย สภาพดี เดิมๆ

คำว่าสวย สภาพดี เดิมๆ มักจะเห็นในเยอะมากในประกาศขายรถยนต์มือสอง กล่าวคือ การมีศัพท์เหล่านี้อยู่ จะหมายถึงว่า รถยนต์มือสองคันนี้ยังดี สภาพสวย เหมือนเดิมตอนออกรถยนต์ใหม่ ควรค่าแก่การซื้อไปเพื่อใช้ต่อมาก ๆ เป็นหนึ่งในศัพทืที่อธิบายคุณสมบัติรถยนต์คันนี้ได้อย่างครบถ้วนเลย

7. วิ่งน้อย / ไมล์น้อย

ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อรถยนต์มือสอง โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะบอกว่าให้ดูรถยนต์ที่มีไมล์น้อย หรือ เคยวิ่งน้อย เพราะจะได้รถที่ยังคงมีประสิทธิภาพที่ดี ไม่พังง่าย ทั้งยังได้ใกล้เคียงรถมือหนึ่งที่สุด หากต้องการใช้ในระยะยาวก็เหมาะเลยทีเดียว 

ดังนั้นอย่าลืมเพิ่มคำว่า วิ่งน้อย / ไมล์น้อยไปด้วย ถ้ารถคุณมีการใช้ที่น้อยจริง ๆ นี่จะช่วยเพิ่มราคาและความน่าสนใจกับประกาศขายของรถคันนี้มากขึ้น

สภาพรถแบบไหนที่จะขายรถมือสองได้ดี

เรื่องสภาพรถเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ผู้ซื้อจะดูว่า รถยนต์คันนี้สมบูรณ์และน่าใช้แค่ไหน โดยส่วนใหญ่แล้วก่อนซื้อขายรถ จะต้องมีการนัดดูสภาพรถจริงและให้ว่าที่เจ้าของคนใหม่ได้ทดลองขับ เพื่อทดสอบความพึงพอใจต่อรถคันนั้น ๆ เสียก่อน ปัจจัยส่วนใหญ่สภาพรถยนต์ที่คนมักจะนิยมตัดสินใจก่อซื้อมีดังต่อไปนี้

1. โครงสร้างรถยนต์สมบูรณ์ ไม่มีจุดบุบ

หนึ่งในความปลอดภัยของรถยนต์ ที่ลูกค้าทุกคนจะเช็คคือตัวโครงสร้างรถยนต์ว่ายังสมบูรณ์ดีหรือไม่ มีการดัดแปลงอะไรหรือเปล่า เพราะว่าถือเป็นจุดรับน้ำหนักและสำคัญที่สุดเลยทีเดียว จุดถัดมาจึงจะดูต่อไปยังรอบุบต่าง ๆ รอบรถยนต์ค่ะ

2. สีรอบตัวรถยังดี ไม่มีร่องรอยการชน

รูปลักษณ์ภายนอกคือสิ่งแรกที่จะสร้างความสนใจให้แก่ผู้ซื้อ แน่นอนว่าการใช้งานรถยนต์มือสองจะต้องมีร่องรอยและบาดแผลของการเดินทางมาบ้าง ทว่าหากรถของคุณยังมีร่องรอยหรือรอยบุบอยู่ ควรจะต้องทำใจไว้ว่า อาจโดนกดราคาและไม่ค่อยมีผู้สนใจเท่าไหร่นัก เพราะนั้นหมายถึงว่าลูกค้าต้องนำรถยนต์คันนี้ไปซ่อมเองในภายหลัง

3. แอร์และเครื่องยนต์ทำงานได้ปกติ

ปัจจัยถัดมา เป็นหนึ่งในปัญหาที่รถยนต์คันเก่ามักเจอ คือปัญหาแอร์ไม่เย็น และเครื่องยนต์มีปัญหา แม้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร แต่ก็เป็นปัญหาจุกจิกที่ต้องคอยเสียเงินซ่อมอยู่บ่อยครั้ง เมื่อลูกค้ามาทดลองขับ แน่นอนว่าเขาจะต้องลองเปิดแอร์และทดสอบเครื่องยนต์ดูก่อน หากรู้ว่ามีปัญหาเช่นนี้ ควรต้องอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจก่อนด้วยจะดีที่สุด

4. สภาพเบาะรถยนต์ยังดี

อีกหนึ่งสภาพรถยนต์ที่คนมักจะมองคือ เบาะรถยนต์ยังมีความนุ่มและไม่เป็นรอยขาด คล้ายรถยนต์ที่ไม่ค่อยผ่านการใช้งาน มักจะเป็นที่ถูกใจของผู้ที่ต้องซื้อรถยนต์มือสองเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ดังนั้นก่อนจะลงประกาศขายควรจัดการเก็บงานตรงนี้ให้เรียบร้อยก่อนจะดีที่สุด

5. ปีและไมล์ของรถยนต์

ปีและไมล์ของรถยนต์คือสิ่งที่คนมักตัดสินกันตั้งแต่เห็นประกาศ เพราะหากปีของรถยนต์เก่าจนเกินไป บางครั้งปัญหาจุกจิกของรถยนต์ก็จะมีมากยิ่งขึ้น แม้จะดูแลดีแค่ไหน แต่หากไม่ได้ยกเครื่องหรือเปลี่ยนระบบภายในรถยนต์ใหม่ ก็ย่อมต้องเจอปัญหาที่ตามมาอยู่แล้ว ดังนั้นหากไม่ใช่กลุ่มเตนท์รถ หรือ กลุ่มที่นำรถไปขายเพื่อทำกำไร เรื่องปีของรถจะเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อคำนึงเป็นอันดับต้น ๆ เลยทีเดียว

ยิ่งไปกว่านั้นตัวเลขของไมล์ก็ยังบอกว่ารถยนต์คันนี้ถูกใช้งานหนักแค่ไหน ยิ่งไมล์น้อยยิ่งดี เพราะนั้นหมายความว่ารถคันนี้ไม่ค่อยได้ใช้และจะยังมีสภาพที่ดีสามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

6. รถมือเดียว

กล่าวคือรถยนต์คันนี้มีเจ้าของก่อนหน้าเพียงคนเดียว ก่อนถูกนำมาขายต่อ เพราะแน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากได้รถยนต์ที่เป็นมือสาม หรือ มือสี่ใช่ไหมละคะ ดังนั้นการเลือกรถยนต์มักจะเป็นรถยนต์มือสองที่มีประวัติเจ้าของก่อนหน้าเพียงคนเดียวมากกว่า

7. มีประวัติเช็คศูนย์

ประวัติเช็คศูนย์ คือ การมีบันทึกว่าเคยนำรถเข้าไปเช็คระยะและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องในศูนย์ตามระยะรถที่กำหนดไว้ รถยนต์ที่ได้รับการเช็คตามระยะและมีการซ่อมบำรุงอยู่บ่อย ๆ นั้นฟังยังไงก็ดูแล้วน่าไว้วางใจเป็นอย่างมาก

8. รถที่ไม่มีจำหน่ายแล้ว

ลูกค้าที่จะสนใจรถที่ไม่มีจำหน่ายแล้วมักเป็นกลุ่มที่สนใจจะเก็บรถยนต์ไว้ดูในอนาคต ส่วนใหญ่จะเป็นรถเรโทรที่ได้รับความนิยม เพราะความคลาสสิกและความมีสไตล์ทำให้หลายคนรักที่จะเก็บรถเหล่านี้ไว้แต่งเป็นของตนเอง

รุ่นรถมือสองขายดีและราคาไม่ตก

ลองมาดูกันดีกว่าว่า มีรถยนต์รุ่นใดบางที่เป็นรุ่นยอดนิยมในการขายรถต่อมือสอง ที่มีกลุ่มลูกค้าให้ความสนใจและนิยมซื้ออย่างมาก นอกจากนี้มั่นใจได้ว่ารถเหล่านี้ราคามือสองมักจะได้ขายได้ดี ราคาไม่ตกอีกด้วย 

โดยส่วนใหญ่หากเป็นในประเภทรถเก๋ง มักจะเป็นประกาศขายรถยนต์ที่ผลิตจากค่ายยักษ์ใหญ่ในไทยที่หาอะไหล่ซ่อมได้ง่าย ส่วนกระบะจะเป็นรถยนต์ที่สามารถใช้งานได้นานมีประวัติความทึกทนอันเลื่องลื่อ

ประเภทรถเก๋ง

  1. Toyota Vios ปี 2012 – 2018

ราคาขายเปิดตัว : 599,000 – 729,000 บาท

ราคามือสอง : เฉลี่ยที่ 263,000 – 475,000 บาท

  1. Toyota Altis ปี 2014 – 2018

ราคาขายเปิดตัว : 829,000 – 1,093,000 บาท

ราคามือสอง : เฉลี่ยที่ 329,000 – 529,000 บาท

  1. Toyota Yaris ปี 2014 – 2019

ราคาขายเปิดตัว : 469,000 – 539,000 บาท

ราคามือสอง : เฉลี่ยที่ 319,000 – 459,000 บาท

  1. Honda Civic ปี 2012 – 2018

ราคาขายเปิดตัว : 828,000 – 1,169,000 บาท

ราคามือสอง : เฉลี่ยที่ 389,000 – 759,000 บาท

  1. Honda Jazz  ปี 2012 – 2018

ราคาขายเปิดตัว :  590,000 – 654,000 บาท

ราคามือสอง : เฉลี่ยที่ 339,000 – 499,000 บาท

  1. Honda City ปี 2012 – 2019

ราคาขายเปิดตัว : 599,000 – 739,000 บาท

ราคามือสอง : เฉลี่ยที่ 325,000 – 489,000 บาท

  1. Nissan Almera ปี 2012 -2019

ราคาขายเปิดตัว : 429,000 – 639,000 บาท

ราคามือสอง : เฉลี่ยที่ 239,000 – 359,000 บาท

  1. Mazda 2 ปี 2015 – 2019

ราคาขายเปิดตัว : 550,000 – 750,000 บาท

ราคามือสอง : เฉลี่ยที่ 379,000 – 439,000 บาท

  1. Suzuki Swift ปี 2013 – 2018

ราคาขายเปิดตัว : 507,000 – 629,000 บาท

ราคามือสอง : เฉลี่ยที่ 258,000 – 409,000 บาท

ประเภทรถกระบะ

  1. Toyota Hilux Vigo ปี 2009 – 2016

ราคาขายเปิดตัว : 637,000 – 1,139,000 บาท

ราคามือสอง : เฉลี่ยที่ 215,000 – 465,000 บาท

  1. Isuzu D-MAX ปี 2010 – 2019

ราคาขายเปิดตัว : 554,500 – 675,000 บาท

ราคามือสอง : เฉลี่ยที่ 389,000 – 695,000 บาท

  1. Ford Ranger  ปี 2012 – 2019

ราคาขายเปิดตัว :  769,000 – 1,265,000 บาท

ราคามือสอง : เฉลี่ยที่ 338,000 – 678,000 บาท

  1. Nissan Navara ปี 2013 – 2019

ราคาขายเปิดตัว : 683,000 – 950,000 บาท

ราคามือสอง : เฉลี่ยที่ 399,000 – 489,000 บาท

  1. Chevrolet Colorado ปี 2012 – 2019

ราคาขายเปิดตัว : 537,000 – 1,079,000 บาท

ราคามือสอง : เฉลี่ยที่ 315,000 – 439,000 บาท

เปลี่ยนรถใหม่หรือใช้คันเดียวยาว ๆ อะไรดีกว่ากัน

เมื่อตัดสินใจซื้อรถยนต์สักคันแล้ว บ้างก็มองว่าการใช้รถยนต์ยาว ๆ ไปเลยเป็นสิ่งที่ดีกว่าการเปลี่ยนรถใหม่บ่อย ๆ ทว่าแท้จริงแล้วคำตอบของการซื้อและใช้รถยนต์นั้น ไม่มีถูกและผิด ล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ใช้เสียส่วนมาก

เปลี่ยนรถใหม่บ่อย 

ข้อดี : การที่ได้เปลี่ยนรถยนต์ใหม่บ่อย ๆ ประมาณ 3-5 ปี เปลี่ยนสักครั้ง ก็จะทำให้คุณได้รถยนต์รุ่นใหม่ สวยงาม ทันสมัย ทั้งยังมีสมรรถนะที่ใหม่กว่า เมื่อขับไปที่ไหนก็ไม่ตกเทรนด์ แถมได้ลองใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ออกมาได้อย่างทันใจอีกด้วย

ข้อเสีย : การซื้อรถยนต์สักครั้งหนึ่ง ถ้าคุณไม่ได้มีเงินก้อนสำรองเผื่อจ่ายรอบเดียวจบ การผ่อนจ่ายในแต่ละครั้งย่อมหนักหนา สมมติว่า คุณลงสัญญาจ่ายสัก 5 ปี ได้กรรมสิทธิ์รถไม่ทันไรก็ขายรถต่อเสียแล้ว แต่คุณควรต้องรู้ไว้ว่า ราคาต้นที่คุณซื้อมา กับการขายรถต่อมือสองราคาย่อมต่ำกว่าอยู่แล้ว นั่นอาจหมายถึงการขาดทุนที่จะตามมาด้วย

ใช้รถในระยะยาว

ข้อดี : ไม่ค่อยเปลืองงบในการซื้อรถยนต์ใหม่ เพราะหากคุณยิ่งเปลี่ยนรถยนต์หรือขายรถบ่อย อัตราการขาดทุนจะยิ่งสูงขึ้น เว้นเสียแต่ว่าคุณเปลี่ยนจากรถยนต์มือสองสู่รถยนต์มือสอง จะทำใหขาดทุนน้อยลง ยิ่งกว่านี้การใช้รถคันเดียวยาว ๆ จะทำให้คุณมีระยะเวลาในการผ่อนนนานขึ้นกว่าเดิม (ควรตัดสินใจตั้งแต่ก่อนซื้อ)

ข้อเสีย : เมื่อคุณใช้รถยนต์ในระยะยาว มักจะมีเรื่องให้ต้องนำรถเข้าซ่อม เสียค่าบำรุงรักษาตามแบบฉบับอายุของรถยนต์ ซึ่งอาจจะน่าหงุดหงิดใจที่ว่า ต้องคอยเสียค่าซ่อมและนำรถเข้าศูนย์บ่อย เมื่อมองไปยังรถคันอื่นที่มีความใหม่กว่า อาจรู้สึกว่ารถของตนไม่มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ตามกระแสสังคม ทำให้สุดท้ายตัดสินใจขายรถก็เป็นได้

สรุปท้ายบทความ

สำหรับใครที่กำลังคิดว่าจะซื้อรถยนต์คันใหม่และลังเลว่าจะทำอย่างไรกับรถยนต์คันเก่าดี ไม่ต้องลังเลค่ะ นำรถยนต์คันนั้นไปปล่อยขายทอดตลาด เป็นรถยนต์มือสองจะดีที่สุดค่ะ นอกจากจะไม่เป็นรถยนต์ที่จอดทิ้งที่บ้านเฉย ๆ แล้ว ยังได้เงินมาชำระค่ารถยนต์คันใหม่อีกด้วย 

หากไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นขายรถยนต์ที่ไหนและยังไงดี วันนี้ขอเสนอแหล่งขายรถยนต์มือสองออนไลน์ที่เป็นที่นิยมในตลาดของมือสองอย่าง RodKaidee เลยค่ะ 

รวมดอกเบี้ยไฟแนนซ์รถมือสอง ประจำปี 2563

รวมดอกเบี้ยไฟแนนซ์รถมือสอง ประจำปี 2563

การทุ่มเงินก้อนในการซื้อรถยนต์สักครั้ง คือหนึ่งในเหตุผลที่คนส่วนใหญ่ เลือกจะที่จะกู้ยืมเงินมาเพื่อซื้อและผ่อนจ่ายกับทางเจ้าหนี้มากกว่าการตั้งใจเก็บเงินให้ได้เต็มจำนวนก้อนแล้วจ่ายทีเดียว เพราะการเก็บเงินแต่ละก้อนนั้นใช้เวลานาน บางท่านอาจใช้เวลาถึง 10 ปี จึงจะได้รถสักคัน

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่มีไฟแนนซ์และสินเชื่อธนาคารเกิดขึ้น เพื่อดำเนินการให้ผู้ที่ต้องการซื้อบ้านและรถ มากู้ยืมเงินโดยใช้หลักประกันที่ต่างกันออกไปแล้วแต่เงื่อนไขที่จะกำหนดมา 

แต่สำหรับมือใหม่ที่ต้องการจะซื้อรถยนต์ อาจมองเป็นรถยนต์มือสองมากกว่ามือหนึ่ง ด้วยเพราะราคาที่ถูกกว่า ทั้งยังสภาพใหม่เหมือนมือหนึ่ง 

ก่อนอื่นเรามาลองทำความเข้าใจเบื้องต้นระหว่าง สินเชื่อไฟแนนซ์แบบเช่าซื้อ สินเชื่อแบบลิสซิ่ง และการกู้ยืมเงิน ว่าแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

การกู้สินเชื่อไฟแนนซ์แบบเช่าซื้อ/สินเชื่อลิสซิ่ง/ กู้ยืมเงิน

การกู้ไฟแนนซ์เช่าซื้อ 

การเช่าซื้อรถยนต์ อธิบายให้เข้าใจโดยง่ายก็คือ การที่คุณให้บริษัทไฟแนนซ์ หรือ ไฟแนนซ์ของทางธนาคารเป็นผู้ออกเงินซื้อรถยนต์ให้คุณก่อน แต่การออกเงินให้ก่อนแบบนี้ จะแลกมากับการที่ชื่อเจ้าของรถยนต์คันนั้น จะเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทผู้ให้เช่าซื้อ 

เมื่อชำระเงินครบทุกงวด กรรมสิทธิ์ของรถยนต์จะโอนเป็นชื่อของคุณในทันทีที่จ่ายครบตามระบุสัญญา

หากเกิดกรณีที่คุณชำระเงินไม่ครบงวด ไม่จ่ายดอก หรือ ไม่มีเงินจ่ายแล้ว ทางบริษัทไฟแนนซ์จะทำการยึดคืนรถยนต์ที่ได้ออกเงินให้คุณก่อนไปในทันที 

การกู้สินเชื่อลิสซิ่ง 

ลิสซิ่งเป็นการเช่าซื้อแบบให้ทางบริษัทไฟแนนซ์เป็นคนจ่ายก่อนเช่นเดียวกันกับ การกู้สินเชื่อแบบเช่าซื้อ กรรมสิทธิ์จะตกเป็นของบริษัทที่ออกเงินให้ก่อนผู้ที่จะเช่า 

แต่การเช่าแบบนี้จะสามารถบอกยกเลิกได้ก็ต่อเมื่อทางบริษัทตกลงและยังไม่มีการคำนวณค่าเสื่อมสภาพของทรัพย์สิน ที่จะทำให้ดอกเบี้ยลดลงอีกด้วย ไม่เหมือนกับการเช่าซื้อที่เมื่อบอกยกเลิก ทางบริษัทไฟแนนซ์จะยึดรถกลับไปในทันที

การกู้สินเชื่อแบบลิสซิ่งมีข้อดีอยู่ที่ เมื่อคุณจ่ายค่างวดทั้งหมดครบแล้ว คุณสามารถที่จะเลือกซื้อ เช่าต่อ หรือโอนกรรมสิทธิ์สัญญานี้ให้แก่ผู้อื่นได้ 

การกู้ยืมเงินเพื่อซื้อรถ

การกู้ยืมเงินกับเช่าซื้อรถยนต์ แตกต่างกันที่หากเป็นการกู้ยืมเงิน เพื่อนำไปซื้อรถ หลักประกันทรัพย์สินในการกู้ยืมจะแตกต่างกับการเช่าซื้อ เพราะการเช่าซื้อชื่อของผู้ครองกรรมสิทธิ์จะเป็นบริษัทไฟแนนซ์หรือธนาคารผู้ให้เช่าซื้อ

การกู้แบบนี้ คือการนำหลักประกันอย่างอื่นไปกู้ยืม เช่น การนำทรัพย์สินบางอย่างไปเป็นหลักประกันเพื่อยื่นขอการกู้ ซึ่งแน่นอนว่า การกู้แบบนี้จะได้เงินมาเต็มก้อนและจ่ายเพื่อซื้อรถทันที กรรมสิทธิ์ของรถจะเป็นชื่อผู้ซื้อ ทว่าเมื่อคุณไม่สามารถดำเนินการจ่ายค่างวดได้ครบได้ ทางบริษัทจะยึดหลักประกันและทรัพย์สินต่าง ๆ จนกว่าจะได้ครบจำนวนเงินทั้งต้นและดอกที่คุณได้ทำการกู้ไป

ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นการกู้สินเชื่อแบบเช่าซื้อหรือแบบลิสซิ่ง คุณจะต้องเป็นผู้ออกเงินดาวน์ไปก่อน จึงจะสามารถกู้เพื่อเช่าซื้อได้ส่วนที่เหลือได้ แตกต่างกันกับการกู้ยืมเงินที่จะได้รับมาทั้งก้อนรวมเงินดาวน์ 

อัตราดอกเบี้ยแบ่งเป็นกี่ประเภท

ในการดูสินเชื่อเพื่อซื้อรถยนต์มือสองนั้น นอกจากการดูสถาบันทางการเงินหรือบริษัทไฟแนนซ์ที่เชื่อถือได้แล้ว ยังต้องดูเรื่องของดอกเบี้ยอีก โดยอัตราของดอกเบี้ย โดยเฉพาะรถยนต์มือสองจะแบ่งออกเป็นตามปีที่รถยนต์คันนั้น ๆ จดทะเบียน จะไม่เหมือนกับการขอสินเชื่อรถยนต์มือหนึ่ง

โดยเรื่องของดอกเบี้ยที่น่าสนใจและควรรู้ก่อนยื่นขอสินเชื่อ ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยคงที่ และ ดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี

อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate)

อัตราดอกเบี้ยคงที่คืออัตราดอกเบี้ยที่คำนวนจากเงินต้นที่กู้ยืมไป ไม่ว่ายอดจะลดลงเหลือเท่าไร การจ่ายดอกเบี้ยก็ยังคงคำนวณมาจากยอดของเงินต้น 

ยกตัวอย่างเช่น คุณกู้ยืมเงินมา 400,000 บาท  ที่อัตราดอกเบี้ย 4.35% ผ่อนชำระทั้งหมด 36 งวด

คุณจะต้องจ่ายงวดละ 13,044 บาท ที่รวมดอกเบี้ย 4.35% ที่เป็นดอกเบี้ยของเงินต้น

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี / อัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอก (Effective Interest Rate)

ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี หรือ อัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอกนั้น จะมีความหมายที่ตรงตามชื่อคือ การลดดอกเมื่อเงินต้นที่ยืมถูกโปะคืนมา ทำให้เมื่อยิ่งจ่ายเงินที่กู้มา จะยิ่งทำให้อัตราดอกเบี้ยนั้นลดลงเรื่อย ๆ โดยสามารถคำนวณด้วยโปรแกรม excel หรือ มาตราฐานการบัญชี 

การจ่ายดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี ถึงแม้ฟังดูแล้วจะเหมือนถูกกว่าอัตราดอกเบี้ยคงที่ ทว่าแท้จริงแล้วดอกเบี้ยประเภทนี้มักแพงกว่า ซึ่งสามารถดูได้ที่เอกสารการกู้ยืม ตั้งแต่ก่อนตกลงทำสัญญา จึงจำเป็นอย่างมากในการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยให้ดีก่อนจะตกลงกู้ยืม

ดอกเบี้ยไฟแนนซ์และสินเชื่อแต่ละเจ้า

สำหรับใครที่กำลังลังเลอยู่ว่า สินเชื่อเจ้าไหนดีบ้าง อย่าแรกที่ควรทำคือการทำไฟแนนซ์และสินเชื่อของธนาคารแต่เจ้ามาเปรียบเทียบกันให้เห็นความต่าง โดยปัจจัยที่สำคัญที่ควรคำนึงเป็นหลักที่ เรื่องของอัตราดอกเบี้ย แนะนำให้ลองเทียบเรื่องค่าใช้จ่ายและระยการให้ผ่อนแต่ละงวดว่าเจ้าไหนถึงจะคุ้มที่สุด

Credit : Kasikorn

ธนาคารกสิกรไทย

จุดเด่นน่าสนใจ 

  • สามารถเลือกผ่อนดาวน์ได้ตามใจ และคิดยอดดอกเบี้ยคงที่ตลอดปี จากยอดหลังหักลบ  ค่าดาวน์รถไปแล้ว 
  • สามารถผ่อนยาวสูงสุดถึง 6 ปี หรือ 72 เดือน โดยระยะที่ธนาคารกำหนดให้คือตั้งแต่ 12-72 เดือน
  • หากชำระดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ยังไม่ถึงกำหนด หลังจากนั้นหากคุณจะปิดบัญชี จะได้รับส่วนลดดอกเบี้ยถึง 50% และไม่มีการจ่ายค่าปรับด้วย

โดยทางธนาคารกสิกรไทยได้แบ่งวิธีการคำนวณดอกเบี้ยไว้ ตามการจดทะเบียนของแต่ละปีของรถ รายละเอียดมีดังต่อไปนี้

ประเภทรถเก๋ง

  • จดทะเบียนปี 2554 – 2555 

อัตราดอกเบี้ยคงที่ : 3.95% – 6.85%

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของปี : 7.78% – 13.49%

  • จดทะเบียนปี 2558 – 2559 

อัตราดอกเบี้ยคงที่ : 3.50% – 6.70%

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของปี : 6.90% – 13.20%

  • จดทะเบียนปี 2560 – 2561 

อัตราดอกเบี้ยคงที่ : 3.25% – 6.745%

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของปี : 6.40% – 12.71%

ประเภทรถกระบะ

  • จดทะเบียนปี 2554 – 2555 

อัตราดอกเบี้ยคงที่ : 4.20% – 7.60%

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของปี : 8.27% – 14.97%

  • จดทะเบียนปี 2558 – 2559 

อัตราดอกเบี้ยคงที่ : 3.95% – 7.45%

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของปี : 7.78% – 14.68%

  • จดทะเบียนปี 2560 – 2561 

อัตราดอกเบี้ยคงที่ : 3.70% – 7.20%

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของปี : 7.29% – 14.18%

Credit : Krungthai

ธนาคารกรุงไทย

จุดเด่นน่าสนใจ

  • ลูกค้ากลุ่มข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจที่มีระบบเงินเดือนเข้าผ่านธนาคารกรุงไทย  สามารถเลือกหักค่างวดจากบัญชีโดยตรงได้
  • อัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บเป็น อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate)
  • เลือกผ่อนชำระค่าเช่าซื้อรถยนต์ ได้สูงสุดถึง 60 งวด

ประเภทรถเก๋ง

  • จดทะเบียนปี 2009 – 2014

อัตราดอกเบี้ย : 3.75% – 4.15%

  • จดทะเบียนปี 2007 – 2008

อัตราดอกเบี้ย : 3.80% – 4.50%

  • จดทะเบียนปี 2006

อัตราดอกเบี้ย: 4.75% – 5.25%

  • จดทะเบียนปี 2004 – 2005

อัตราดอกเบี้ย : 5.00% – 5.50%

  • จดทะเบียนปี 2002 – 2003

อัตราดอกเบี้ย : 5.50% – 6.00%

  • จดทะเบียนปี 2001

อัตราดอกเบี้ย : 5.75% – 6.25%

  • จดทะเบียนปี 2000

อัตราดอกเบี้ย: 6.25%

ประเภทรถกระบะ

  • จดทะเบียนปี 2009 – 2014

อัตราดอกเบี้ยคงที่ : 4.25% – 4.80%

  • จดทะเบียนปี 2007 – 2008

อัตราดอกเบี้ยคงที่ : 4.50% – 5.00%

  • จดทะเบียนปี 2005 – 2006

อัตราดอกเบี้ยคงที่ : 5.50% – 6.00%

  • จดทะเบียนปี 2004

อัตราดอกเบี้ยคงที่ : 5.75% – 6.25%

  • จดทะเบียนปี 2003

อัตราดอกเบี้ยคงที่ : 6.00% – 6.50%

  • จดทะเบียนปี 2002

อัตราดอกเบี้ยคงที่ : 6.25% – 6.75%

  • จดทะเบียนปี 2001

อัตราดอกเบี้ยคงที่ : 6.75% – 7.25%

  • จดทะเบียนปี 2000

อัตราดอกเบี้ยคงที่ : 7.25%

Credit : Kiatnakin Phatra

ธนาคารเกียรตินาคิน

จุดเด่นน่าสนใจ 

  • ให้วงเงินอนุมัติสูงสุดถึง 110% จากราคาประเมิน
  • สามารถผ่อนชำระค่างวดสูงสุดได้ถึง 84 งวด
  • เลือกวิธีการผ่อนชำระได้เป็น แบบค่างวดเท่ากันทุกเดือน, ผ่อนชำระแบบขั้นบันได (Step), ผ่อนชำรถค่างวดงวดสุดท้าย รวมกับเงินก้อนส่วนที่เหลือ (Balloon)
  • สัญญาแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ สัญญาเช่าซื้อ สำหรับนิติบุคคลที่เช่าซื้อรถยนต์ส่วนบุคคล และสัญญาเช่าซื้อเชิงพาณิชย์ สำหรับนิติบุคคลที่เช่าซื้อเพื่อการค้า
  • อัตราดอกเบี้ยของธนาคารเกียรตินาคิน

อัตราดอกเบี้ยคงที่ : 2.65%-9.50%

อัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอก : 4.77 – 17.10%

Credit : Tisco

ธนาคารทิสโก้

จุดเด่นน่าสนใจ

  • ให้วงเงินสินเชื่อถึง 95% สำหรับรถยนต์และรถกระบะ
  • สามารถชำระค่างวดได้สูงสุดถึง 72 เดือน
  • มีวิธีเลือกชำระถึง 9 วิธี ตั้งแต่หักผ่านธนาคารที่เข้าร่วม, จ่ายเป็นเช็ค, Moblie Banking, เคาน์เตอร์เซอร์วิส และที่ทำการไปรษณีย์ ฯลฯ

ประเภทรถเก๋ง

  • จดทะเบียนปี 2558 ขึ้นไป

อัตราดอกเบี้ยคงที่ : 6.00% 

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของปี : 10.97%

  • จดทะเบียนปี 2556 – 2557 

อัตราดอกเบี้ยคงที่ : 6.50% 

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของปี : 11.83%

  • จดทะเบียนปี 2554 – 2555

อัตราดอกเบี้ยคงที่ : 7.00% 

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของปี : 12.68%

ประเภทรถกระบะ

  • จดทะเบียนปี 2558 ขึ้นไป

อัตราดอกเบี้ยคงที่ : 6.50% 

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของปี : 11.83%

  • จดทะเบียนปี 2556 – 2557 

อัตราดอกเบี้ยคงที่ : 7.00% 

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของปี : 12.68%

  • จดทะเบียนปี 2554 – 2555

อัตราดอกเบี้ยคงที่ : 7.50% 

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของปี : 13.51%

Thanachart Logo
Credit : Thanachart

ธนาคารธนชาต

จุดเด่นน่าสนใจ

  • อนุมัติผลการขอสินเชื่อเช่าซื้อรวดเร็ว ภายใน 1 วันทำการ
  • สามารถเลือกผ่อนชำระสูงสุดได้ถึง 84 งวด หรือ 7 ปี
  • วงเงินอนุมัติสูงสุดถึง 100% จากราคาประเมิน

 ประเภทรถเก๋ง 

  • จดทะเบียนปี 2015 ขึ้นไป

อัตราดอกเบี้ยคงที่ : 3.90% – 9.45%

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของปี : 7.29% – 15.86%

  • จดทะเบียนปี 2013-2014 ขึ้นไป

อัตราดอกเบี้ยคงที่ : 4.35% – 9.85%

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของปี : 8.10% – 16.44%

  • จดทะเบียนปี 2011-2012 ขึ้นไป

อัตราดอกเบี้ยคงที่ : 4.65% – 10.20%

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของปี : 8.63% – 17.02%

  • จดทะเบียนปี 2006-2010 ขึ้นไป

อัตราดอกเบี้ยคงที่ : 4.95% – 11.00%

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของปี : 9.15% – 18.09%

ประเภทรถกระบะและรถตู้

  • จดทะเบียนปี 2015ขึ้นไป

อัตราดอกเบี้ยคงที่ : 4.40% – 10.15%

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของปี : 8.19% – 16.87%

  • จดทะเบียนปี 2013-2014 ขึ้นไป

อัตราดอกเบี้ยคงที่ : 4.75% – 10.45%

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของปี : 8.80% – 17.31%

  • จดทะเบียนปี 2011-2012 ขึ้นไป

อัตราดอกเบี้ยคงที่ : 5.25% – 10.75%

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของปี : 9.68% – 17.74%

  • จดทะเบียนปี 2006-2010 ขึ้นไป

อัตราดอกเบี้ยคงที่ : 5.65% – 11.50%

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของปี : 10.37% – 18.80%

Credit : SCB

ธนาคารไทยพาณิชย์

จุดเด่นน่าสนใจ

  • วงเงินอนุมัติสูงสุด 90% จากราคาประเมิน
  • ไม่จำเป็นต้องใช้ทรัพย์สินมาเป็นหลักประกันในการกู้เพื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสอง
  • ผ่อนชำระค่างวดได้สูงสุดถึง 72 เดือน
  • สามารถโอนสิทธิ์เช่าซื้อให้บุคคลอื่นได้ในภายหลัง

อัตราดอกเบี้ยรถยนต์มือสอง จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ตามระยะเวลาการจดทะเบียน

  • รถยนต์มืองสองที่จดทะเบียนน้อยกว่า 9 ปี

อัตราดอกเบี้ยคงที่ : 13%

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของปี : 26%

  • รถยนต์มือสองที่จดทะเบียนมากกว่า 10 ปีขึ้นไป

อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อปี : 17%

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง : 34%

Credit : Krungsri

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

จุดเด่นน่าสนใจ

  • อนุมัติวงเงินสูงสุดถึง 100% จากราคาประเมิน
  • ให้ระยะเวลาการผ่อนสูงสุดถึง 84 เดือน หรือ 7 ปี
  • ไม่จำเป็นต้องมีผู้ค้ำประกันในการกู้เพื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสอง เฉพาะผู้สมัครสัญชาติไทย
  • มีบริการทำสัญญาถึงบ้าน และให้คำปรึกษาทุกขั้นตอน

อัตราดอกเบี้ยรถยนต์มืองสอง ของทางธนาคารกรุงศรีอยุธยาสามารถแบ่งเป็น 2 แบบ ได้แก่ รถยนต์ที่จดทะเบียนน้อยกว่า 15 ปี และมากกว่า 15 ปีขึ้นไป

  • รถยนต์มืองสองที่จดทะเบียนน้อยกว่า 15 ปี

อัตราดอกเบี้ยคงที่ : 4.00% – 15.00%

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง : 7.00% – 27.69%

  • รถยนต์มือสองที่จดทะเบียนมากกว่า 15 ปี

อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อปี 10.00% – 19.00%

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 18.00% – 33.00%

การรีไฟแนนซ์คืออะไร

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจสำหรับการกู้ยืมคือ การรีไฟแนนซ์ หลายคนคงสงสัยว่าการรีไฟแนนซ์คืออะไร หากอธิบายให้เข้าใจโดยง่าย คือการกู้ยืมจากบริษัทไฟแนนซ์อีกทีที่อาจจะมีดอกเบี้ยถูกกว่า เพื่อมาโปะเงินกู้ที่ค้างอยู่กับบริษัทแรกที่ได้ทำการกู้ยืมไป 

ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบระหว่างอัตราดอกเบี้ยที่ต้องเสียให้แก่บริษัทแรกสูงกว่า จึงทำการกู้เพื่อไปชดใช้เงินกู้ทั้งหมด และย้ายไปยังบริษัทที่คิดอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่านั่นเอง จึงเป็นที่มาของชื่อ การรีไฟแนนซ์

สรุปท้ายบทความ

การกู้เพื่อซื้อรถยนต์แต่ละคันไม่ใช่เรื่องที่ตัดสินใจได้ง่ายนัก หากเป็นรถยนต์มือหนึ่ง ทางศูนย์บริการจะมีเครือข่ายกับสถาบันทางการเงินและบริษัทไฟแนนซ์ต่าง ๆ อยู่แล้ว ทางเซลส์จะช่วยแนะนำการขอสินเชื่อในแต่ละที่ให้คุณ

เช่นเดียวกันกับเต็นท์รถมือสอง โดยเฉพาะเต็นท์ใหญ่ ๆ ก็จะผูกกับไฟแนนซ์และสถาบันการเงินบางเจ้าไว้แล้ว ให้ผู้เช่าซื้อสามารถทำธุรกรรมได้รวดเร็วและสะดวกมากยิ่งขึ้น 

ขณะเดียวกันหากเป็นในกรณีที่ซื้อรถต่อจากนิติบุคคล มักจะนิยมทำสัญญาเป็นการกู้ยืมเงินมากกว่า การขอสินเชื่อไฟแนนซ์เพื่อซื้อรถ ทั้งนี้ควรสอบถามกับทางสถาบันทางการและบริษัทไฟแนนซ์ที่ให้บริการ เพื่อให้ทราบข้อมูลและเงื่อนไขที่เที่ยงตรงที่สุดจึงจะดีที่สุดค่ะ 

พอจะทราบเรื่องอัตราดอกเบี้ยรถยนต์มือสอง 2563 กันไปแล้ว ใครที่กำลังตัดสินใจว่าจะซื้อรถยนต์มือสองดีหรือไม่ สามารถเข้าไปดูได้ใน Kaidee Auto ประกอบการตัดสินใจไปพลาง ๆ ก่อนได้