Nov 30, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ในทุก ๆ ปี แบรนด์โทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนแต่ละแบรนด์จะทยอยเปิดตัวออกมากันในหลาย ๆ รุ่น โดยจะได้เห็นการพัฒนาต่าง ๆ จากแบรนด์โทรศัพท์ ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีในสมาร์ทโฟนนั้น พัฒนากันอย่างก้าวกระโดดมาก ๆ โดยเราจะเห็นได้ว่าตลาดสมาร์ทโฟนในปัจจุบันนับว่าเป็นตลาดหนึ่งที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดและน่าจับตามองเป็นอย่างมากเลยล่ะ
เนื่องจากว่าแต่ละแบรนด์สมาร์ทโฟนแต่ละแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Apple Samsung Oppo Vivo เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ทีจะอัดฟีเจอร์เด็ด ล้ำหน้าและมีรูปลักษณ์ที่สวยงามแปลกตา ทำให้เหล่าบรรดาสาวกทั้งหลายตกตะลึง ชื่นชมในแบรนด์สมาร์ทโฟนที่ตัวเองชื่นชอบและพร้อมที่จะจ่ายเงินเพื่อซื้อและสนับสนุนแบรนด์ของตัวเองและที่สำคัญ ทำให้ไม่ตกเทรนด์อีกด้วย
แล้วเลือกโทรศัพท์รุ่นไหนดี?
ในปัจจุบันโทรศัพท์หรือสมาร์ทโฟนกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ทุกคนต้องมีไปแล้ว เปรียบเสมือนเครื่องประดับที่ติดตัวทุกคนในทุกวัน หลังจากที่ได้เห็นการเปิดตัวสมาร์ทโฟนในปี 2020 กันไปแล้ว มีโทรศัพท์หลายรุ่นที่น่าสนใจ มีหลากหลายราคา มาดูกันว่าโทรศัพท์มือถือ ซื้อรุ่นไหนดี มีเกณฑ์อะไรหรือมีเหตุผลอะไรสำคัญที่สุดในเลือกซื้อบ้าง มาดูกันเลย
1. ระบบปฏิบัติการ
ในปัจจุบันระบบปฏิบัติการในมือถือหรือสมาร์ทโฟนมีระบบปฏิบัติการหลัก ๆ ด้วยกัน 2 ระบบ คือ ระบบ iOS และ Android โดยที่ทั้ง 2 ระบบจะมีความแตกต่างกัน ถ้าคนที่ชอบระบบ iOS สามารถตัดข้ออื่น ๆ ออกได้เลยและมาดูระบบ iOS ว่ามีโทรศัพท์ iPhone รุ่นไหนที่อยากได้
ส่วนใครที่ชอบระบบ Android จะเลือกยากหน่อย เพราะนอกจาก iPhone แล้ว โทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่น ๆ ก็ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ทั้งหมด แล้วแต่ว่าเราจะชอบแบรนด์ไหนที่สุด ตัวอย่างเช่น Samsung Oppo Vivo และ Mi เป็นต้น
ข้อดีระบบ iOS
จะได้รับการอัปเดตตลอด ใช้งานง่าย แอปใช้งานได้ค่อนข้างเสถียร แอปมีรองรับเยอะ มีระบบความปลอดภัยที่ดี
ข้อควรพิจารณา
iPhone รุ่นเก่าที่มากกว่า 5 ปี ถ้าอัป IOS อาจจะทำให้เครื่องช้าขึ้นได้ เนื่องจากเรื่องความปลอดภัย อาจจะมีข้อจำกัดในการใช้งานระหว่างเครื่องเยอะ
ข้อดีระบบ Android
ปรับแต่งได้หลากหลาย เข้าถึงไฟล์หรือโยนไฟล์เข้าเครื่องใดเครื่องหนึ่งได้ง่ายมาก มีแอปที่หลากหลาย มีเครื่องให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ราคาต่ำจนถึงราคาสูง
ข้อควรพิจารณา
การอัปเดตของระบบ Android ต้องขึ้นอยู่กับแบรนด์โทรศัพท์มือถือ บางแอปใน Google Play ได้รับการอัปเดตช้า เครื่องไม่ค่อยมีความเสถียรนอกจากจะเป็นเครื่องราคาแพง มีความเสี่ยงการติดไวรัสง่าย เนื่องจากเป็นระบบเปิด
2. ขนาดหน้าจอ
ขนาดหน้าจอคืออีกหนึ่งเกณฑ์การตัดสินใจที่สำคัญของโทรศัพท์มือถือในปัจจุบันเลยก็ว่าได้ เพราะในปัจจุบันผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือต้องการหน้าจอที่ใหญ่ เพื่อเสพ Content ได้เต็มตาหรือจะดูข้อมูลข่าวสารได้อย่างสะดวก
ซึ่งต่างจากโทรศัพท์มือถือหน้าจอเล็ก ที่เมื่อก่อนผู้ใช้งานจะนิยมกันเพราะพกพาง่ายและสะดวก ต่างจากปัจจุบัน เนื่องจากเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น ทำให้หน้าจอมีขนาดเต็มเท่ากับตัวเครื่อง ดูเต็มตา แต่มีขนาดที่พกง่าย สะดวกเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือจอใหญ่ขึ้น
โดยในปัจจุบันแทบทุกแบรนด์ของโทรศัพท์มือถือให้หน้าจอที่มีขนาดใหญ่เต็มเท่าตัวเครื่อง แต่ก็มีด้วยกันหลากหลายขนาด แล้วแต่ความชอบและความสะดวกของผู้ใช้งานในการพกพา เช่น
iPhone 12 มีหน้าจอขนาด 6.1 นิ้ว iPhone 12 Pro มีขนาดหน้าจอ 6.1 นิ้ว iPhone 12 Pro Max มีขนาดหน้าจอ 6.7 นิ้ว Samsung Galaxy Note 20 Ultra มีขนาดหน้าจอ 6.9 นิ้ว เป็นต้น
จะเห็นได้ว่าขนาดหน้าจอมีหลากหลาย แต่ด้วยเทคโนโลยีจอภาพ ทำให้เครื่องมีขนาดที่พกพาสะดวกเหมือนเดิม ทีนี้ก็แล้วแต่ความชอบในแบรนด์ ในดีไซน์แล้วล่ะครับ ว่าเราชอบแบบไหน ก็เลือกซื้อตัวนั้นเลย โดยในปัจจุบันหน้าจอมือถือจะมีขนาดตั้งแต่ 6 นิ้วขึ้นไปเกือบทั้งหมดแล้วนะ
3. แบตเตอรี่อึด
ต้องยอมรับเลยว่าแบตเตอรี่นั้นมีส่วนสำคัญอย่างมากในการใช้งานของโทรศัพท์มือถือ เพราะว่าถ้าแบตเตอรี่ไม่อึดพอ อาจจะทำให้เราหงุดหงิด ต้องมาคอยพกพาสายชาร์จหรือ Power Bank ไว้คอยชาร์จตลอด ทั้งหนัก ทั้งเยอะ คนส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยชอบใช่ไหมล่ะครับ
ส่วนใหญ่คนจะเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือที่มีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาว มีระบบจัดการที่ช่วยให้แบตเตอรี่อยู่ได้นาน ไม่ต้องคอยเสียบที่ชาร์จอยู่ตลอดเวลานั่นเอง
4. ดีไซน์
ถามว่ามีคนอยากใช้โทรศัพท์มือถือที่มีดีไซน์ไม่สวยหรือไม่ทันสมัยบ้างไหมครับ? คำตอบ ก็คงไม่มีใครอยากใช้ ซึ่งโทรศัพท์มือถือในยุคปัจจุบันจะทำหน้าตา ดีไซน์ออกมาคล้าย ๆ กันซะส่วนใหญ่ แต่จะมีส่วนน้อยที่ต้องการที่จะทำดีไซน์ รูปลักษณ์ให้แปลกกว่ารุ่นอื่น เพื่อที่จะได้แยกกลุ่มของการตลาดว่ารุ่นนี้ ราคานี้ หน้าตาดีไซน์แบบนี้เหมาะกับคนประเภทนี้นั่นเอง
ยกตัวอย่างเช่น iPhone 12 กับ iPhone 12 Pro
ดีไซน์คล้ายกัน แต่วัสดุต่างกัน กล้องได้ไม่เท่าตัว Pro ฟีเจอร์และสเปกแตกต่างกันนิดหน่อย
โดยราคา iPhone 12 จะราคาถูกกว่า iPhone 12 Pro แสดงว่า iPhone 12 เหมาะกับคนที่อยากใช้ iPhone แต่ไม่อยากจ่ายแพง ยอมที่จะได้สเปกที่แตกต่างนิดหน่อย แต่ซื้อราคาที่ถูกกว่า ที่สำคัญคือได้ใช้ iPhone ด้วย
แต่คนที่มีความต้องการอยากได้ตัว Top อย่าง iPhone 12 Pro ก็ยอมจ่ายแพงกว่า ที่ได้ทั้งกล้อง ฟีเจอร์ที่อัดแน่นและได้สเปกตัว Top ก็ต้องยอมที่จะจ่ายแพงกว่า ที่สำคัญดีไซน์ก็แตกต่างจากรุ่นที่ถูกกว่าด้วย ถือแล้วรู้เลยว่าใช้รุ่น Top แน่นอน
เห็นไหมครับว่ามีเส้นกั้นระหว่างคำว่า “ของที่ถูกกว่ากับของที่แพงกว่า” ซึ่งตัวผลิตภัณฑ์ก็มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญด้วยเช่นกัน
6. ราคา
ราคาของโทรศัพท์มือถือนั่นยอมมีความแตกต่างกันอย่างแน่นอน ด้วยแบรนด์ ด้วยสเปกของตัวเครื่อง ด้วยวัสดุและอะไรอีกหลาย ๆ อย่าง ซึ่งนั่นคือตัวกำหนดราคาและตัวแบ่งกลุ่มลูกค้าของแบรนด์โทรศัพท์มือถือด้วยนั่นเอง
โดยในตลาดตอนนี้ก็จะมีโทรศัพท์มือถือที่หลากหลายแบรนด์ที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็มีจุดขายที่แตกต่างกัน เช่น
Apple มีจุดขายเรื่องแบรนด์มีดีไซน์และวัสดุที่ Premium ผสานการประกอบที่แน่นหนากับระบบปฏิบัติการ iOS ที่มีความเสถียรและยังมีระบบความปลอดภัยที่ดีอีกด้วย โดยจะมีรุ่นย่อยให้เลือกไม่มากนัก
Samsung มีจุดขายเรื่องฟีเจอร์ที่เยอะและมีเทคโนโลยีที่ใหม่ตลอดทุกการเปิดตัวของโทรศัพท์รุ่นใหม่
Oneplus มีจุดขายเรื่องเป็นนักฆ่าเรือธงแบรนด์อื่น ที่อัดแน่นทุกฟีเจอร์และทุกอย่างที่ให้มาที่เป็นสเปกเรือธงแต่มีราคาที่ถูกกว่าเรือธงมาก แต่ในปัจจุบัน ฉายา นักฆ่าเรือธง ไม่ได้ใช้แล้ว
Oppo มีจุดขายเรื่องการชาร์จเร็วที่สุดในบรรดาแบรนด์โทรศัพท์มือถือทั้งหมดโดยมีโทรศัพท์รุ่นหนึ่งในแบรนด์ Oppo ชาร์จเพียง 30 นาที ก็เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว
Vivo มีจุดขายเรื่องคุณภาพและมีประสิทธิภาพในฟีเจอร์ในทุก ๆ ด้าน ในราคาที่มีคุ้มค่าในการซื้อ
โดยจุดขายของแต่ละแบรนด์นั้นมีจุดที่ขายที่แตกต่างกันตั้งแต่เริ่มต้นสร้างแบรนด์ขึ้นมาและทุกคนก็จะจดจำจุดขายของแบรนด์นั้นมาโดยตลอดนั่นเอง
กลุ่มโทรศัพท์เรือธง
ขึ้นชื่อว่าเป็นกลุ่มโทรศัพท์เรือธงก็บ่งบอกแล้วว่านั่นคือโทรศัพท์ตัวชูโรงของแบรนด์ในแต่ละปี ซึ่งโทรศัพท์มือถือตัวชูโรงของแบรนด์ทุกแบรนด์จะมีสเปกที่จัดเต็มทุกรูปแบบทั้งชิบประมวลผลที่แรงที่สุด กล้องคุณภาพดีที่สุด และอีกหลาย ๆ อย่างที่ใส่เข้ามากับโทรศัพท์ต้อง Top สุดทุกด้าน โดยกลุ่มโทรศัพท์เรือธงนั้น เหมาะกับกลุ่มคนประเภทชอบสิ่งที่ดีที่สุด ราคาเท่าไรก็ได้ ขอแค่ได้ใช้ตัว Top เพราะบางคนที่ซื้อไป ไม่ใช่เพียงแค่ต้องการใช้ตัว Top เท่านั้น แต่ต้องการที่จะทำงานได้อย่างไหลลื่น มีความเป็น Professional ในทุกอย่าง บางคนใช้หาเงินหรือจะใช้ทำอย่างอื่นที่เป็นประโยชน์กับตัวเองนั่นเอง โดยราคาก็จะอยู่ที่ 25,000 – 100,000 บาทเลยล่ะ
โทรศัพท์มือถือเรือธงในปี 2020 มีรุ่นที่น่าสนใจ คือ
IPhone 11 IPhone 11 Pro IPhone 11 Pro Max iPhone 12 iPhone 12 Pro iPhone 12 Pro Max Samsung Galaxy S20 Samsung Galaxy S20 Ultra Samsung Galaxy Z Flip 5G Samsung Galaxy Note20 Samsung Galaxy Note20 Ultra 4G&5G Samsung Galaxy Z Fold 2 Oppo Find X2 5G
กลุ่มโทรศัพท์ระดับกลาง
โทรศัพท์มือถือระดับกลางเหมาะกับกลุ่มคนที่ต้องการมือถือที่สเปกไม่สูงไปและต่ำไป ต้องการแบบพอดี ๆ ใช้งานได้สะดวก สเปกอาจจะไม่เท่าตัว Top แต่ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นน้องของตัว Top เลยก็ว่าได้ บางรุ่นใช้ชิปเซ็ตที่สูงสุดของโทรศัพท์ระดับกลาง กล้องอาจจะไม่ได้ดีเท่าตัว Top แต่ก็ถือว่าทำออกมาได้ดี ถ่ายปุ๊ป โพสต์ลงโซเชียลได้เลยล่ะ ส่วนราคาจะอยู่ที่ประมาณ 10,000 – 25,000 บาท
โทรศัพท์มือถือระดับกลางในปี 2020 มีรุ่นที่น่าสนใจ คือ
กลุ่มโทรศัพท์มือถือราคาประหยัด
โทรศัพท์มือถือราคาประหยัดเหมาะกับกลุ่มคนที่ต้องการมือถือที่คุ้มค่าคุ้มราคาที่สุด ไม่เน้นเรื่องสเปก ไม่เน้นเรื่องกล้องที่ดีมาก แต่บางรุ่นกล้องก็ใช้ได้อยู่นะ แต่โทรศัพท์ราคาประหยัดจะมีจุดเด่นในเรื่องของวัสดุที่ถึก ทน แบตเตอรี่ใช้ได้ยาวนาน โดยราคาจะอยู่ที่ประมาณ 2,500 – 10,000 บาท
โทรศัพท์มือถือราคาประหยัดในปี 2020 มีรุ่นที่น่าสนใจ คือ
Samsung Galaxy A51 Xiaomi Redmi Note 9S Xiaomi Redmi 9A Realme 6 Pro Realme C3 Huawei Y7p Samsung Galaxy A10s Vivo Y15 2020 Oppo Reno2 F Oppo A92
สรุปท้ายบทความ
ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือที่ถูกหรือแพงก็ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญในชีวิตประจำวันของพวกเราไปแล้ว แต่ก็แล้วแต่ทุนทรัพย์และความพอใจของแต่ละคนด้วยว่าจะพอใจที่จะจ่ายได้แค่ไหน ก่อนจะซื้อ อย่าลืมศึกษาข้อมูล สเปกให้เรียบร้อย ที่สำคัญควรดูการใช้งานของเราด้วยว่าเราเหมาะกับแบรนด์ไหน สเปกแบบไหน และราคาระหว่างเท่าไรถึงเท่าไรด้วยนะ
ถ้าหากเพื่อน ๆ ต้องการที่จะหาโทรศัพท์มือถือสักเครื่อง ราคาดี มาดูที่ Kaidee ก่อนได้นะครับ เรามีให้เพื่อน ๆ ได้เลือกเยอะมาก ๆ คลิกปุ่มด้านล่างเลย
Nov 27, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
อยากได้มือถือราคาไม่เกิน 7,000 บาทสักเครื่อง? บอกเลยว่าง่ายนิดเดียว! ในยุคปัจจุบัน สมาร์ตโฟนที่ราคาอยู่ในงบประมาณนี้มีให้เลือกหลายรุ่นมาก แต่ยิ่งมีให้เลือกเยอะ ก็อาจยิ่งสับสนไม่รู้จะเลือกอะไร
ถ้าคุณกำลังมองหาตัวเลือกที่น่าสนใจอยู่ วันนี้เรารวบรวม 10 รุ่นมือถือราคาไม่เกิน 7,000 บาทมาไว้ให้ในบทความนี้แล้ว รายละเอียดแน่น สเปกครบครัน เข้ามาอ่านที่นี่ที่เดียวรู้เรื่อง!
OPPO A31
สมาร์ตโฟนที่กำลังมาแรง หน้าจอ 6.5 นิ้ว ชัดเต็มตา! ตัวเครื่องดีไซน์ออกมาได้อย่างสวยงาม ผิวสัมผัสดุจเซรามิก เน้นความวาววับล้อแสง มีสองสีให้เลือกคือ Fantasic White ที่ไล่เฉดจากขาวไปฟ้า ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากกระเบื้องเคลือบของ Ru Ware และสี Mystery Black
ด้านฟีเจอร์ก็ครบเครื่อง โดดเด่นด้วยกล้องหลัง 3 เลนส์ (Triple Camera) ที่พ่วงเทคโนโลยี AI ช่วยให้ถ่ายภาพสวยและสนุกขึ้นหลายเท่า มีโหมดต่าง ๆ ให้เล่นมากมาย อาทิ AI Beauty และ Dazzle Color
แบตเตอรี่เองก็อึดไม่เป็นสองรองใคร มีขนาดความจุถึง 4,320 mAh เพียงพอต่อการใช้งาน
ส่วนระบบปฏิบัติการของ OPPO A31 จะเป็น Android 9 ที่ครอบด้วย ColorOS 6.1.2 เวอร์ชันล่าสุดที่ปรับปรุงให้ใช้งานง่ายขึ้น มีหน่วยความจำภายในเครื่อง 128 GB หน่วยความจำแรม 4GB พร้อมทั้งรองรับการใช้งาน 2 ซิม
ราคา 6,490 บาท
สเปกสำคัญ
ขนาดตัวเครื่อง 163.9 x 75.5 x 8.3 มม. น้ำหนัก 180 กรัม หน้าจอ 6.5 นิ้ว ความละเอียด 1600 x 720 พิกเซล สี Fantastic White และ Mystery Black ระบบปฏิบัติการ ColorOS 6.1.2 บน Android 9 หน่วยประมวลผล (CPU) MT6765V/CB และหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) IMG GE8320 หน่วยความจำแรม (RAM) 4GB/ 6GB หน่วยความจำภายใน (ROM) 64GB/ 128GB ความจุแบตเตอรี่ 4,230 mAh กล้องหลัง 3 เลนส์ (Triple Camera) 12(f/2.8)+ 2(Depth – f/2.4) + 2(Marco – f/2.4) ล้านพิกเซล กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล (f/2.0)
Huawei Y9 (2019)
สมาร์ตโฟนรุ่นปรับปรุงเพิ่มฟีเจอร์เสริมทัพให้น่าใช้กว่าเดิม! ตัวเครื่องเป็นอลูมิเนียม ไล่เฉดสีและมีประกายแวววาวสวยงามดึงดูดสายตา มีให้เลือก 3 สี คือ Midnight Black, Sapphire Blue และ Aurora Purple
หน้าจอ Huawei Ultra Fullview 6.5 นิ้ว จะเล่นเกมหรือดูหนังก็ตื่นตาเต็มอิ่ม กล้องหน้าคู่ (Dual Camera) ความละเอียด 16 + 2 ล้านพิกเซล และกล้องหลังคู่ (Dual Camera) 13 + 2 ล้านพิกเซล แถมมีเทคโนโลยี AI ช่วยให้ถ่ายรูปออกมาสวยยิ่งขึ้น
ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Android 8.1 พร้อมชิปประมวลผล Hisilicon Kirin 710 Octa-core ให้เครื่องเร็ว แรง และทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ราคา 6,990 บาท
สเปกสำคัญ
ขนาด 162.4 x 77.1 x 8.1 มิลลิเมตร น้ำหนัก 173 กรัม สี Midnight Black, Sapphire Blue, และ Aurora Purple จอแสดงผลไร้ขอบ (Huawei Ultra Fullview) กว้าง 6.59 นิ้ว ความละเอียด 2340 × 1080 พิกเซล กล้องคู่หน้า (Dual Camera) 13(f/1.8) + 2(f/2.4) ล้านพิกเซล กล้องคู่หลัง (Dual Camera) 16(f/2.0) + 2(f/2.4) ล้านพิกเซล หน่วยประมวลผล (CPU) Hisilicon Kirin 710 Octa-core และหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G51 MP4 หน่วยความจำแรม (RAM) 4GB หน่วยความจำภายในเครื่อง (ROM) 64GB (รองรับ MicroSD สูงสุด 400 GB) ความจุแบตเตอรี่ 4,000 mAh เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Sensor)
Vivo V30
ใครมองหาสมาร์ตโฟนจอใหญ่ แบตทนถึงใจ Vivo V30 ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มาก! สมาร์ตโฟนรุ่นนี้เน้นสไตล์โฉบเฉี่ยวทันสมัย ใช้สีแบบ Dazzling 3D Color ให้ความรู้สึกหรูหรา
มาพร้อมหน้าจอไร้ขอบแบบ Ultra O Screen กล้องหลังสี่ตัว (Quad Camera) 13 + 8 + 2 + 2 ล้านพิกเซล และกล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล เหมาะกับคนชอบถ่ายรูป รับรองว่าถ่ายเพลิน ได้คุณภาพรูปเกินราคา
จุดขายอีกอย่างของเจ้าสมาร์ตโฟนรุ่นนี้คือแบตอึดได้ใจ ความจุจัดเต็มแซงหน้าเพื่อนด้วยปริมาณถึง 5,000 mAh ใช้กันแบบมาราธอน ไม่ง้อ Powerbank เลย
สเปกสำคัญ
ขนาด 162.04 × 76.46 × 9.11 มม. น้ำหนัก 197 กรัม หน้าจอ 6.47 นิ้ว ความละเอียด 720 x 1560 พิกเซล สี White, Blue หน่วยประมวลผล (CPU) Mediatek MTK6765 Octa Core และหน่วยประมวลผลกราฟิก(GPU) PowerVR GE8320 หน่วยความจำแรม (RAM) 4 GB หน่วยความจำภายในเครื่อง (ROM) 128 GB (รองรับ microSD สูงสุด 256 GB) ความจุแบตเตอรี่ 5,000 mAh กล้องหลังสี่ (Quad Camera) 13(f/2.2) + 8 (Ultrawide – f/2.2) + 2 (Macro – f/2.4) + 2 (Depth – f/2.4) ล้านพิกเซล กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล (f/2.05) ระบบสแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Sensor)
ราคา 6,999 บาท
Xiaomi Redmi Note 9
มีตัวเดียวครบจบทุกอย่าง! สมาร์ตโฟนรุ่นฮอตตัวล่ามาแรงจาก Xiaomi สเปกจัดเต็มไม่เกรงใจคู่แข่ง ภายนอกดีไซน์ให้สมส่วน เรียบหรูดูดี เคลือบสาร Splash-Proof Nano Coating หรือสารกันละอองน้ำไว้กันน้ำเบา ๆ เช่น ฝนสาด มีสี Forest Green, Polar White และ Midnight Grey
หน้าจอเป็น Full HD ขนาด 6.53 นิ้ว และให้แบตความจุสูงถึง 5,020 mAh
กล้องก็เป็นอีกฟีเจอร์หนึ่งที่โดดเด่น กล้องหลังมีทั้งหมด 4 ตัว 48 + 8 (Ultrawide) + 2 (Macro) + 2 (Depth) ล้านพิกเซล พร้อมโหมดช่วยถ่ายภาพมากมาย
ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ MIUI 11.0.1 ที่มีพื้นฐานบน Android 10 ความเร็วถือว่าสามารถใช้งานได้สบาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะถ่ายรูป เล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง และอีกมากมาย
สเปกสำคัญ
ขนาด 162.3 × 77.2 × 8.9 มม. น้ำหนัก 199 กรัม หน้าจอ DotDisPlay ขนาด 6.53 นิ้ว Full HD สี Forest Green, Polar White, Midnight Gray ระบบปฏิบัติการ MIUI 11 บน Android 10 หน่วยประมวลผล Mediatek Helio G85 Octa Core และหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G52 หน่วยความจำ (RAM) 3/4GB หน่วยความจำภายในเครื่อง (ROM) 64/128GB (รองรับ MicroSD) ความจุแบตเตอรี่ 5,020 mAh กล้องหลัง 48 (f/1.79) + 8 (Ultrawide – f/2.2) + 2 (Macro – f/2.4) + 2 (Depth – f/2.4) ล้านพิกเซล กล้องหน้า 13 ล้านพิกเซล (f/2.25)
ราคา 6,499 บาท
Samsung Galaxy M30
อีกหนึ่งมือถือราคาไม่เกิน 7,000 บาทสุดคุ้มค่า! โดดเด่นด้วยหน้าจอไร้ขอบ Infinity-U ขนาด 6.4 นิ้ว เครื่องเบา พกง่าย ฝาหลังดีไซน์เป็นสีไล่เฉดให้ดูดีมีสไตล์
กล้องหลังจัดเต็มถึง 3 เลนส์ 13 + 5 + 5 ล้านพิกเซล ความพิเศษอยู่ตรงที่เลนส์ Ultra Wide ที่กว้างถึง 123 องศา นอกจากนี้ยังมีกล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล
ความแรงและเร็วก็ไม่เป็นสองรองใคร มาพร้อมหน่วยความจำแรมสูงสุด 6GB และหน่วยความจำภายในเครื่อง 128 GB สามารถใช้งานได้สบาย ๆ ในชีวิตประจำวัน
สเปกสำคัญ
ขนาด 159 x 75.1 x 8.5 มม. น้ำหนัก 174 กรัม หน้าจอ Super AMOLED Infinity-U ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด 2340 x 1080 พิกเซล สี Black, Blue ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบด้วย Samsung Experience 9.5 UX หน่วยประมวลผล (CPU) Octa-Core Exynos 7904 และหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G71 MP2 หน่วยความจำแรม (RAM) 4GB / 6GB หน่วยความจำภายใน (ROM) 64GB / 128GB (รองรับ microSD สูงสุดที่ 512GB) ความจุแบตเตอรี่ 5,000 mAh กล้องหลัง 3 เลนส์ (Triple Camera) 13(f/1.9) + 5(f/2.2) + 5(f/2.2) ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์ Ultra Wide 123 องศา กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล (f/2.0)
ราคา 6,990 บาท
Wiko View3 Pro
ข้ามมาดูสมาร์ตโฟนสเปกแรงราคาย่อมเยาจากค่าย Wiko กันบ้างดีกว่า สำหรับรุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอกว้าง 6.3 นิ้วรูปทรงหยดน้ำ (Water Drop Display) ความละเอียด Full HD
ตัวเครื่องใช้กระจกครอบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ดีไซน์สวยงามตามแบบฉบับกระจกสะท้อนแสง กรอบโค้งมนหยิบจับถนัดและดูพรีเมียมขึ้น
กล้องหลังก็ให้มาสามเลนส์ไม่น้อยหน้าใคร ความละเอียด 12 + 13 + 5 ล้านพิกเซล โดยมีเลนส์มุมกว้างที่ถ่ายได้กว้างถึง 120 องศา ด้วย เหมาะกับสาวกถ่าย Landscape เป็นอย่างยิ่ง
เรื่องประสิทธิภาพของเครื่องก็ถือว่าคุ้มราคา ได้หน่วยความจำแรม 4 GB เพียงพอต่อการใช้งานแน่นอน แถมยังมีฟีเจอร์ชาร์จเร็วอีกด้วย
สเปกสำคัญ
ขนาด 159.5 × 75 × 8.1 มม. น้ำหนัก 184 กรัม หน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด 2340 x 1080 พิกเซล สี Nightfall (Anthracite Blue/Gold), Ocean (Deep Bleen) ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie หน่วยประมวลผล (CPU) Mediatek MT6771 Helio P60 และหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mail G71 หน่วยความจำแรม (RAM) 4GB หน่วยความจำภายใน (ROM) 64GB ความจุแบตเตอรี่ 4,000 mAh กล้องหลัง 3 เลนส์ (Triple Camera) 12 + 13 + 5 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล (f/2.0) ระบบปลดล็อกด้วยใบหน้าและสแกนลายนิ้วมือ (Face Detection and Fingerprint Sensor)
ราคา 6,490 บาท
OPPO A53
OPPO A53 ถือเป็นมือถือราคาไม่เกิน 7,000 บาทอีกรุ่นที่น่าสนใจมาก เหมาะกับคนที่มองหาสมาร์ตโฟนราคาเบา ๆ หน้าจอใหญ่และแบตอึด! เพราะเจ้า OPPO รุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอใหญ่สะใจถึง 6.5 นิ้ว หน้าจอขอบบางเฉียบแบบมีรูสำหรับกล้องหน้า
กล้องหลังก็จัดให้ 3 เลนส์ (Triple Camera) 13 + 2 + 2 ล้านพิกเซล และกล้องหน้า 16 ล้านพิกเซลพร้อมเทคโนโลยี AI ช่วยในการถ่ายภาพ
บอกเลยว่ารุ่นนี้เกิดมาเอาใจคนที่ชอบเล่นโทรศัพท์แบบมาราธอนและไม่ชอบพก Power Bank เพราะทาง OPPO จัดเต็มความจุแบตเตอรี่ 5,000 mAh ให้ใช้ได้ทั้งวันไม่ต้องกลัวแบตหมด
สเปกสำคัญ
ขนาด 163.9 × 75.1 × 8.4 มม. น้ำหนัก 186 กรัม หน้าจอขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด 720 x 1600 พิกเซล สี Electric Black, Fancy Blue ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบด้วย Color OS 7.2 หน่วยประมวลผล(CPU) Qualcomm Snapdragon 460 Octa Core และหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 610 หน่วยความจำแรม (RAM) 4GB หน่วยความจำภายใน (ROM) 64GB ความจุแบตเตอรี่ 5,000 mAh กล้องหลัง (Triple Camera) 13(f/2.2) + 2 (Marco-f/2.4) + 2 (Bokeh-f/2.4) กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล ระบบสแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Sensor)
ราคา 5,499 บาท
Vivo Y19
เอาใจสาวก Vivo กันอีกสักรุ่นกับ Vivo Y19 สมาร์ตโฟนที่เป็นทุกอย่างให้คุณได้ในราคาคุ้ม ๆ ! เจ้ารุ่นนี้มาในดีไซน์โค้งมนแบบ 3D Micro Arc ไล่ระดับสีอย่างสวยงามและเป็นธรรมชาติ แถมหน้าจอก็กว้างสมใจ ขอบบางเฉียบ ขนาด 6.3 นิ้ว
ตัวกล้องก็อัดแน่นด้วยคุณภาพ กล้องหลัง 3 เลนส์ (Triple Camera) 16 + 8 + 2 ล้านพิกเซล และกล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล ฟีเจอร์ AI ที่ให้มาก็ถือว่าหลากหลายและมีประโยชน์สุด ๆ ไม่ว่าจะเป็นโหมด AI Face Beauty ช่วยปรับรูปให้สวยเป๊ะ Pose Master ช่วยแนะนำท่าโพส และ AI Makeup สำหรับคนที่อยู่ ๆ ก็อยากสวยแบบไม่ต้องแต่งหน้าเอง
บอกลา Powerbank ไปได้เลยเพราะรุ่นนี้มีความจุแบตเตอรี่ถึง 5,000 mAh แถมยังมีระบบ Dual- Engine Fast Charging ที่ช่วยให้ชาร์จแบตได้รวดเร็วทันใจ และ Reverse Charing ที่สามารถเปลี่ยนโทรศัพท์เราให้กลายเป็น Powerbank ได้
สเปกสำคัญ
ขนาด 62.15 × 76.47 × 8.89 มม. น้ำหนัก 193 กรัม หน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด 2340 x 1080 พิกเซล สี Black, White ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie) ครอบด้วย Funtouch OS 9.2 หน่วยประมวลผล (CPU) Helio P65 Octa Core และหน่วยประมวลผลกราฟิก หน่วยความจำแรม (RAM) 6GB หน่วยความจำภายใน (ROM) 128GB ความจุแบตเตอรี่ 5,000 mAh ระบบชาร์จเร็ว (Dual-Engine Fast Charging) ระบบแบตเตอรี่สำรอง (Reverse Charging) กล้องหลัง 3 เลนส์ (Triple Camera) 16(Wide – f/1.8)+ 8(Ultra Wide – f/2.2) + 2(Macro – f/2.4) ล้านพิกเซล กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล (f/2.0)
ราคา 6,999 บาท
Realme pro 5
มือถือสี่กล้องสเปกจัดเต็มราคาดีที่สุด! ตัวเครื่องเน้นออกแบบให้มีความสวยงามและดูทันสมัย ด้านหลังมีลวดลายเป็นแบบ Holographic Diamond และไล่เฉดสีให้ดูมีมิติ ถือว่าดีไซน์โฉบเฉี่ยวน่าใช้มาก
กล้องหลังให้มาถึง 4 เลนส์ 48 + 8 + 2 + 2 ล้านพิกเซล ครอบคลุมทุกการใช้งาน โฟกัสแม่นยำรวดเร็วทันใจ จะถ่ายมุมกว้าง หน้าชัดหลังเบลอ หรือมาโครก็ทำได้ดั่งใจ
นอกจากนี้สเปกเครื่องก็ถือว่าแรงมากเมื่อเทียบกับสมาร์ตโฟนรุ่นอื่น ๆ ในระดับเดียวกัน จัดเต็มแรมสูงสุด 8 GB พร้อม CPU Qualcomm Snapdragon 712 Octa Core ที่พัฒนาให้เร็วกว่ารุ่นก่อนถึง 35% แถมด้วยเทคโนโลยี HyperBoost 2.0 ที่ช่วยดึงประสิทธิภาพเครื่องให้เล่นเกมลื่นไหลไม่มีสะดุด
สเปกสำคัญ
ขนาด 157 × 74.2 × 8.9 มม. น้ำหนัก 184 กรัม หน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2340 พิกเซล สี Crystal Green, Sparkling Blue ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบด้วย Color OS 6.0 หน่วยประมวลผล(CPU) Qualcomm Snapdragon 712 Octa Core หน่วยความจำแรม (RAM) 4/8GB หน่วยความจำภายใน (ROM) 64/128GB (รองรับ microSD สูงสุด 256 GB) ความจุแบตเตอรี่ 4,035 mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว VOOC 3.0 กล้องหลัง 4 เลนส์ (Quad Camera) 48(f/1.8) + 8 (Ultrawide-f/2.2) + 2 (Dedicated macro camera-f/2.4) + 2 (Depth-f/2.4) กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล (f/2.0) ระบบสแกนนิ้ว (Fingerprint Sensor)
ราคา 6,999 บาท
Xiaomi a3
สมาร์ตโฟนสำหรับคนงบจำกัดแต่อย่างจัดสเปกครบ ๆ! เครื่องขนาดพอดีมือ หน้าจอ 6.01 นิ้ว ขนาดกำลังดีเหมาะกับคนที่ไม่ได้มองหาหน้าจอใหญ่เว่อร์วัง แต่เน้นที่สเปกอย่างอื่นที่จัดเต็มสุด ๆ นอกจากนี้ยังมีระบบสแกนลายนิ้วมือฝังอยู่ในหน้าจอแล้วสำหรับคนที่อาจจะไม่ชอบสแกนใบหน้า
ระบบปฏิบัติการของรุ่นนี้จะเป็นแบบ Android เพียว ๆ เอาใจคนที่ไม่ชอบใช้แบบมีระบบอื่นมาครอบทับอีกที หน่วยความจำแรม 4 GB และหน่วยความจำภายในเครื่องสูงสุด 128 GB ถือว่าเป็นสเปกมาตรฐานคุ้มราคา
มาดูที่กล้องกันดีกว่า กล้องของรุ่นนี้ก็ถือว่าทำได้ดีเช่นเคย เป็นกล้องหลัง 3 เลนส์ (Triple Camera) 48 + 8 + 2 ล้านพิกเซล และกล้องหน้า 16 ล้านพิกเซลที่ทำงานร่วมกันเทคโนโลยี AI
สเปกสำคัญ
ขนาด 153.48 × 71.85 × 8.48 มม. น้ำหนัก 173.8 กรัม หน้าจอขนาด 6.01 นิ้ว ความละเอียด 1560 x 720 พิกเซล สี White, Gray, Blue ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie); Android One หน่วยประมวลผล(CPU) Qualcomm Snapdragon 712 Octa Core หน่วยความจำแรม (RAM) 4GB หน่วยความจำภายใน (ROM) 64/128GB ความจุแบตเตอรี่ 4,030 mAh กล้องหลัง 3 เลนส์ (Triple Camera) 48(f/1.79) + 8 (Super wide-angle-f/2.2) + 2 (Depth) กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล (f/2.0) ระบบสแกนใบหน้าและลายนิ้วมือ (Face Detection and Fingerprint Sensor)
ราคา 6,999 บาท
สรุป
ต้องบอกเลยว่าสมัยนี้มือถือราคาไม่เกิน 7,000 บาทนั้นมีให้เลือกเยอะมาก และสำหรับ 10 รุ่นมือในงบประมาณดังกล่าวที่เราคัดมาให้วันนี้ก็ถือว่าสูสีกันทั้งราคาและสเปกเครื่อง เปรียบเทียบกับหมัดต่อหมัดได้ไม่ยาก แต่ในแต่ละรุ่นก็จะมีความต่างกันไปทั้งด้านดีไซน์และฟีเจอร์บางอย่าง
ใครที่กำลังมองหาฟีเจอร์ไหนเป็นพิเศษก็สามารถลองเปรียบเทียบและเลือกรุ่นที่ชอบที่สุดได้เลย ถ้าสนใจรุ่นไหนเป็นพิเศษหรืออยากหารุ่นอื่นเพิ่มเติม ก็แวะมาเลือกซื้อมือถือราคาไม่เกิน 7,000 บาทกันได้ที่ Kaidee เลยค่ะ มีให้เลือกเพียบ!
Nov 13, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีทองของมือถือแบรนด์ดังอย่าง Oppo เลยก็ว่าได้ เพราะแต่ละรุ่นที่เข็นออกมาวางจำหน่ายนั้น เรียกเสียงฮือฮาและความนิยมได้ไม่น้อยเลยทีเดียว อีกทั้งแต่ละรุ่นที่ปล่อยออกมายังสามารถครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายและประเภทการใช้งานได้อย่างดี
วันนี้ผมจึงไม่รอช้า หยิบเอามือถือแบรนด์ Oppo อีกรุ่นหนึ่งมาให้ทุกคนได้ทำความรู้จักอย่าง Oppo 5s ที่ถึงแม้ Oppo จะจัดวางให้เป็นรุ่นน้องคนเล็กของแบรนด์ แต่สเปคของเครื่องเรียกได้ว่าไม่เป็นรองรุ่นเรือธงในตลาดแต่อย่างใด ถ้างั้นก็อย่ารอช้า ตามผมไปดูกันเลยดีกว่า
ดีไซน์หน้าจอทรงหยดน้ำ สวยงาม ทันสมัย มีสไตล์
Oppo A5s มาพร้อมบอดี้แบบโค้งมนสวย สอดรับกับมือของผู้ใช้อย่างลงตัว ได้รับการออกแบบมาให้จับถนัดมือด้วยน้ำหนักเพียง 170 กรัม ด้านหลังของตัวเครื่องก็เป็นแบบกระจกเงาสะท้อนแสงวาวเก๋ มีระดับ
ดีไซน์สวยเก๋ ดูมีราคา ขอขอบคุณรูปภาพจาก Oppo Thailand
ถัดขึ้นมาบริเวณหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ถึง 6.4 นิ้ว ให้กิจกรรมของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานหรือการแสดงผลเต็มอื่มและคมชัด ด้วยความละเอียดแบบ HD+ แสดงสีสันได้ดียิ่งขึ้น พร้อมหน้าจอทรงสวยแบบหยดน้ำหรือ Waterdrop ที่ดูดีไปอีกแบบ
โดดเด่นด้วย ColorOS 5.2 บนระบบปฏิบัติการ Android 8.1
A5s ได้รับการพัฒนาจาก Oppo ให้มีระบบปฏิบัติการ ColorOS 5.2 ซึ่งพัฒนามาจาก Android เวอร์ชัน 8.1 หรือ Oreo อีกทีหนึ่ง
จะเห็นได้ว่ารูปลักษณ์ภายใน ไม่ว่าจะเป็นไอคอน เนวิเกชันบาร์ (แถบด้านบนของหน้าจอ) หรือแอปพลิเคชันพื้นฐานต่างๆ มีรูปร่างหน้าตาที่น่าใช้ สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ของ Oppo
และก็ไม่ได้สวยแต่ภายนอกเท่านั้น แต่ระบบปฏิบัติการ ColorOS นี้ยังขนฟีเจอร์เด็ดๆ มาเพียบ อาทิ Smart Bar ที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถจัดเรียงแอปพลิเคชันที่ใช้บ่อย ให้สามารถสับเปลี่ยนไปมาระหว่างแอปได้สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
ซีพียูประมวลผลอันทรงพลัง ตอบรับทุกการใช้งาน
Oppo A5s ประมวลผลด้วยซีพียู MediaTek (MT6765) Helio P35 แบบ Octa-core พร้อมกับความจุของแรมอีก 3 GB ทำให้ไม่ว่าจะทำอะไรก็ลื่นไหล ไม่มีสะดุด ทั้งใช้งานแอปพลิเคชันสลับไปมาทั้งแชท ส่งเมล์ อินเทอร์เน็ต หรือจะเป็นการเล่นเกมหนักๆ ก็หายห่วง ไร้กังวล
รุ่นเล็กแต่แบตใหญ่ จุใจใช้ได้ทั้งวัน
Oppo A5s มีความจุของแบตเตอรี่สูงถึง 4,230 mah ซึ่งสามารถปล่อยสแตนบายด์ได้ถึง 2 วันเต็มๆ ทำให้ไม่ต้องกลัวว่าแบตเตอรี่จะหมดระหว่างวัน หรือต้องคอยพก Power Bank ให้เทอะทะหนักกระเป๋า แค่ชาร์จเต็มๆ ก็อยู่ยาวไปได้ตลอดทั้งวัน และถึงแม้จะไม่มีเทคโนโลยี Fast Charging อย่าง VOOC ก็ไม่ต้องเป็นห่วงไป เพราะเครื่องนี้ชาร์จเต็มเร็วมาก ไม่เกิน 2 ชั่วโมงก็เต็มแล้ว
กล้องเซลฟี่ ฟีเจอร์เด่นของแบรนด์ Oppo
Oppo A5s มาพร้อมกับกล้องหลังคู่ 2 เลนส์ความละเอียด 13 และ 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง f/2.2 ให้ภาพคมชัดและเป็นธรรมชาติ ทั้งองค์ประกอบของรายละเอียดและสีสันที่ปรากฏ
กล้อง หนึ่งในคุณสมบัติชูธงของ Oppo ขอขอบคุณรูปภาพจาก Oppo Thailand
ส่วนกล้องหน้าที่เป็นขวัญใจนักเซลฟี่มาหลายรุ่นก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยความละเอียดถึง 8 ล้านพิกเซลและรูรับแสง f/2.0 ทำให้ถ่ายเซลฟี่ได้สวยสะดุดตา ถูกใจเจ้าของภาพแน่นอน และหากยังไม่จุใจ Oppo ก็ใส่ผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง AI Beauty 2.0 เข้ามาช่วยผู้ใช้ในการแต่งรูป ไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่แบบไหน ถ่ายกับใคร ถ่ายคนเดียวหรือถ่ายกับเพื่อน AI Beauty ก็สามารถจัดให้พร้อมสรรพ ไม่ต้องเปลืองแรงนั่งแต่งเองเลย
ระบบความปลอดภัยแบบรัดกุม เพื่อทุกความเป็นส่วนตัว
เจ้ามือถือเครื่องนี้มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม เพราะนอกจากจะมีการใส่ PIN หรือ วาด Pattern เหมือนมือถือรุ่นอื่นๆ แล้ว Oppo A5s ยังแถมมาให้อีกตั้ง 2 ระบบทั้งการใช้ลายนิ้วมือและการสแกนใบหน้า ซึ่งทั้ง 2 ระบบนี้ก็สามารถใช้ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำไม่มีพลาดอีกด้วย
สเปคอื่นๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน
Oppo A5s มีความจำในตัวเครื่องทั้งหมด 32 GB ซึ่งถือว่าเยอะพอสมควร แต่เรายังสามารถเพิ่มได้ถึง 256 GB เลยทีเดียว จุใจทุกการใช้งานของทุกคนแน่นอน มาพร้อมกับถาดใส่ซิมส์ที่อยู่ติดกัน ซึ่งสามารถใส่ได้ถึง 2 Nano-sims เลยทีเดียว
ส่วนในเรื่องของสี A5s ก็มีมาให้ผู้ที่สนใจเลือกถึง 3 สีด้วยกันไม่ว่าจะเป็นสีมหาสมุทร (Ocean Blue) สีแดงสด (Lipstick Red) และสีดำสุดคลาสสิค (Black) ซึ่งใครชอบสีไหนก็จับจองกันได้ตามสะดวกเลย
ครบครัน คุ้มราคา ขอขอบคุณรูปภาพจาก Oppo
ควรซื้อดีไหมนะ
หากใครกำลังมองหามือถือที่มีคุณสมบัติครบครันในทุกมิติการใช้งาน ทั้งทำงาน เล่นเกมหรือถ่ายภาพ และยังมีแบตเตอรี่ที่ครอบคลุมการใช้งานตลอดทั้งวันอีกด้วย Oppo A5s ก็ถือเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ดีและมองข้ามไม่ได้เลย
Oppo A5s วางจำหน่ายในราคาเปิดตัวเพียง 4,999 บาทเท่านั้น เรียกได้ว่าราคาเกินคุ้มมากๆ ขอเชียร์ให้รีบมาเป็นเจ้าของเจ้า Oppo A5s เครื่องนี้กันด่วนๆ
Nov 13, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ใครหลายคนในช่วงนี้อาจกำลังมองหามือถือคู่ใจเครื่องใหม่ให้กับตัวเองอยู่ ซึ่งนี่ก็เป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งที่แต่ละแบรนด์พากันเปิดตัวมือถือของตัวเองกันอย่างคับคั่ง จนอาจทำให้ผู้ที่กำลังลังเลถึงกับตาลายไปกับตัวเลือกมากมายเหล่านี้
วันนี้ผมจึงขอเสนอตัวเลือกดีๆ ให้กับทุกคน ด้วยมือถือสเปคโหดเถื่อนแต่ราคาจิ้มลิ้มอย่างเจ้า Oppo A3s มาให้ทุกคนได้ทำความรู้จักกัน ต้องบอกทุกคนก่อนเลย ว่าทั้งหมดที่ผมกำลังจะพูดเกี่ยวกับเจ้ามือถือตัวนี้ อยู่ในราคาที่จ่ายไปห้าพันบาทยังมีเงินทอน!
รูปลักษณ์ที่สวยงามทั้งภายนอกและภายใน
Oppo A3s มาพร้อมกับบอดี้ที่มีน้ำหนักเพียง 168 กรัม เบาแบบจับถนัดมือ ด้านหลังของตัวเครื่องเป็นกระจกเงาสะท้อนแสงสวย ตัวเครื่องบริเวณขอบหน้าจอก็โค้งมนอย่างมีเอกลักษณ์ ตัวเครื่องมีให้เลือกสองสีด้วยกันคือ สีม่วงหม่น (Dark-purple) และแดงคลาสสิค (Classic-Red)
ไต่ขึ้นมาที่หน้าจอซึ่งมีความละเอียดแบบ FHD ให้ภาพสวยด้วยสีสันและความคมชัดเต็มตาพร้อมกับ Notched Display หรือหน้าจอแสดงผลแบบขอบโค้งทันสมัย สรุปคือดีไซน์ภายนอกไม่ทำให้ผิดหวัง สมกับเป็น Oppo เช่นเคย
ภายในเครื่องก็มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ ColorOS 5.1 ทำงานบน Android เวอร์ชัน 8.1 หรือ Oreo ที่ออกแบบแอปพลิเคชันพื้นฐานได้อย่างสวยงามสะดุดตา น่าใช้มากๆ
รูปทรงสวยงาม หรูดูดี ขอขอบคุณรูปภาพจาก Oppo Thailand
ขุมพลังของเหล่าเกมเมอร์และสายทำงาน Multi-task
Oppo A3s มาพร้อมกับชิปซีพียู Snapdragon 450 ซึ่งมีการทำงานแบบ Octa-core (8 คอร์) มอบประสบการณ์การทำงานที่เร็วและลื่นไหล ไม่มีสะดุดตลอดทั้งวัน แถมไม่ทำเครื่องร้อน (Overheating) ระหว่างการใช้งานอีกด้วย ทีนี้ ไม่ว่าคุณจะต้องใช้งานแอพหลายตัวพร้อมกัน หรือต้องปะทะกับเพื่อนในสมรภูมิเดือดอย่าง PUBG Mobile ก็ไม่หวั่น
และถ้าหากว่ายังไม่พอ เจ้ามือถือเครื่องนี้ยังมี Game Mode โหมดเฉพาะทางเหล่าเกมเมอร์ เพื่อรีดประสิทธิภาพของซีพียูแบบเต็มสูบ และยังสามารถตัดทุกการรบกวนระหว่างการเล่น ไม่ว่าจะเป็นข้อความในแชทหรือสายโทรเข้า ซึ่งระบบนี้จะช่วยให้ผู้ใช้เล่นเกมได้อย่างไร้กังวล ไม่ติดขัด หัวเสียเพราะเกมกระตุกหรือถูกสายเข้าขัดจังหวะแน่นอน
อยากดูหนังและตอบแชทเพื่อนพร้อมกันได้ไหมนะ
ได้สิ เพราะ Oppo A3s มีระบบการทำงานพร้อมกันสองหน้าจอ หากต้องการดู YouTube และเม้าส์กับเพื่อนเรื่องสัพเพเหระไปพร้อมกัน ก็แค่ใช้ 3 นิ้วลากหน้าจอลง ก็จะมีหน้าต่างให้เลือกแอฟพลิเคชันที่ต้องการใช้พร้อมกันทันที
ความปลอดภัยต้องมาก่อน กับระบบสแกนใบหน้าอัจฉริยะ
ใครที่คิดว่าตัวเองเป็นคนมีความลับเยอะ แล้วอยากจะเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานมือถือก็หมดห่วง เพราะ Oppo A3s มอบความปลอดภัยแบบสองชั้นโดยการเพิ่มระบบสแกนใบหน้าให้กับตัวเครื่อง ซึ่งการทำงานถือว่ารวดเร็วและแม่นยำไม่แพ้มือถือรุ่นๆ อื่นเลย
แบตเตอรี่จุใจเพื่อการทำงานและความบันเทิง
สำหรับผู้ที่ต้องใช้มือถือในการทำงานทั้งวันทั้งคืน และไม่มีเวลาในการชาร์จระหว่างวัน ก็ถือว่าอุ่นใจได้เลย เพราะด้วยแบตเตอรี่ที่มีมาให้ถึง 4,250 mah ที่ทำให้การใช้งานตลอดวันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ไม่ว่าจะติดต่อคุยงาน เดินสายหาลูกค้า แม้กระทั่งดูซีรีส์มาราธอนหรือเล่นเกมยันสว่าง
ส่วนใครที่กลัวว่าจะต้องใช้เวลาในการชาร์จนานแน่ๆ เลยกับแบตความจุขนาดนี้ ก็คลายความกังวลไปได้เลย เพราะ Oppo A3s เครื่องนี้มีระบบชาร์จเร็วแบบ 20w หรือ VOOC Charging อยู่ หมดห่วงเรื่องใช้เวลาชาร์จหลายชั่วโมง เพราะต่อให้เสียบชาร์จแค่ครึ่งชั่วโมงก็สามารถใช้ได้ตลอดทั้งวัน
กล้องหน้าเซลฟี่ จุดแข็งของ Oppo ที่ห้ามมองข้าม
Oppo A3s มีกล้องหน้าคู่ที่มีความละเอียด 13 และ 2 ล้านพิกเซล ให้ความละเอียดคมชัดในทุกการถ่ายภาพ และกล้องหน้าคุณภาพที่ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมโหมดขวัญใจนักเซลฟี่อย่าง Portrait mode (โหมดบุคคล) และหน้าชัดหลังละลาย
กล้องสวย รวยลูกเล่นขอขอบคุณรูปภาพจาก Oppo Thailand
ไม่หมดแค่นั้น Oppo A3s ยังมี AI Beauty 2.0 ที่ช่วยปรับแต่งรูปภาพ ไม่ว่าจะถ่ายเดี่ยวหรือถ่ายกลุ่ม ถ่ายในร่มหรือกลางแจ้ง ก็ออกมาอย่างสวยงาม ดูดี โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องออกแรงปรับแต่งเองให้เหนื่อยเลย
นอกจากนี้ Oppo A3s ยังมีคุณสมบัติเหล่านี้ด้วยนะ
ความจุของแรมอยู่ที่ 2 GB และมีความจุ 16 GB ส่วนรุ่นที่มีความจุแรม 3 GB จะมีความจุ อยู่ที่ 32 GB (ราคาของรุ่น 32 GB ตอนนี้อยู่ที่ 4,999 บาท)
รองรับสัญญาณมือถือสูงสุด 4G จากทุกผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือในประเทศไทย
มีช่องใส่ซิม Nano-sim ได้ 2 ซิม และช่องใส่ Micro SD card อีก 1 ช่อง
ครบครันทุกฟังก์ชันการใช้งาน ขอขอบคุณรูปภาพจาก Oppo Thailand
ฟันธงก่อนซื้อ
สรุปเลย ในราคาเพียง 5,000 บาท ต้องบอกว่า Oppo A3s น่าจะกลายเป็นขวัญใจของใครหลายๆ คนได้อย่างไม่ยากเย็น เพราะเหมาะกับผู้ใช้งานทุกประเภท
ด้วยซีพียูที่แรงและมีประสิทธิภาพสูง ให้การทำงานลื่นไหลไม่มีสะดุด กล้องเซลฟี่ที่มีผู้ช่วยในการแต่งภาพครบครัน ตบท้ายด้วยแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะทำงาน เล่นเกม ดูหนังหรือฟังเพลง ตอบโจทย์ทุกการใช้งานแน่นอน
Oct 9, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
เรื่องความสวยความงามกับสาวๆ เป็นสิ่งที่อยู่คู่กันแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าใครก็อยากดูดีทั้งในสายตาตัวเองและสายตาคนอื่น จากข้อมูลผู้หญิงรอบตัวส่วนใหญ่พบว่า ใช้เวลาไปกับการประทินผิวและแต่งหน้า วันละประมาณ 30 นาที ไม่นับขั้นตอนการลบเครื่องสำอางหลังจบวัน
ลองคิดแบบคร่าวๆ ก็ได้ตัวเลขชวนตกใจอยู่ไม่น้อย เราใช้เวลาแต่งหน้าไปถึง 10 ชั่วโมง/เดือน ฟังดูโหดร้ายพอสมควร จึงไม่แปลกใจที่ช่วงหลัง หลายคนพยายามหาวิธีสวยทางลัด ด้วยการใช้ฟิลเตอร์และพลังของแอปพลิเคชันในมือถือแต่งรูปกันสุดฤทธิ์ เรียกว่าหน้าสดก็ยังรอด ภายใต้สโลแกน “อายุน้อยร้อยแอป”
1.Filter : Bright skin by May.primaya
แค่ชื่อฟิลเตอร์ก็รู้สึกสดชื่นทันทีเหมือนนอนเต็มอิ่มมาแล้ว 10 ชั่วโมง พลังของ Bright skin จะช่วยให้ผิวเราดูแข็งแรงขึ้นแบบธรรมชาติ ลบเลือนทุกรอยสิวและเบลอรูขุมขนได้อย่างดีเยี่ยม เน้นงานผิวเป็นหลัก ปรับทั้งความสว่างและทำให้ดูละเอียดสมูทมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีมิติของความโกลว์สไตล์สาวเกาหลี ทั้งยังแต่งแต้มสีปากแบบแดงระเรื่อ เพิ่มเติมด้วยบลัชออนชมพูนิดๆ ให้ใบหน้ามีสีสัน ฟีลหน้าใสลุคคุณหนูสุขภาพดี มั่นใจได้ว่าไม่แต่งหน้าก็รอดแน่นอน
2.Filter : Yellow by Tikadew
ฟิลเตอร์นี้เหมาะกับสาวน้อยวัยใสผู้มีใจรักจินตนาการ เพราะ Filter Yellow ตัวนี้มาในคอนเซปต์ “ผีเสื้อ ดวงจันทร์และดอกทานตะวัน” เป็นฟิลเตอร์ที่ใช้ช่วยให้เราดูเบิกบานขึ้นทันทีในวันที่เหนื่อยอ่อน ด้วยเอฟเฟคผีเสื้อ ดวงจันทร์และดอกทานตะวันที่รายล้อมเรา ตลอดจนเมคอัพเก๋ๆ ที่ช่วยให้ลุคเราดูสวยฉ่ำธรรมชาติ ด้วยงานขนตาแบบฟรุ้งฟริ้งเบาๆ เพิ่มกระนิดๆ ปากอมชมพูหน่อยๆ ดึงคางให้หน้าวีอีกเล็กน้อย ตลอดจนช่วยปรับผิวให้ดูสวยใสไร้ริ้วรอย
3.Filter : Miami Glow by febbex_
ใครที่ใช้ฟิลเตอร์ถ่ายรูปแต่ก็อยากได้ฟีลธรรมชาติด้วย ตัวนี้น่าจะตอบโจทย์ความย้อนแย้งเหล่านี้ได้ดีค่ะ เพราะ Miami Glow เน้นงานผิวเป็นหลักช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีมีความโกลว์ ดิวอี้สดใสแบบสาวเกาหลี ทั้งยังเพิ่มความฟุ้งให้สกินเราดูสมูทขึ้น เบลอรูขุมขนได้ดี แต่ไม่ค่อยช่วยเรื่องเมคอัพเท่าไหร่ ส่วนโทนสีก็เก๋ไก๋มาก ให้ความรู้สึกสีส้มสุดอบอุ่นเสมือนเราย้อนเวลากลับไปถ่ายรูปยุค 80 ตลอดจนมีความวิบวับของกลิตเตอร์ช่วยให้สนุกสนานมากขึ้น
4.Filter : SkinTanning by dramillenabreu
สาวๆ สายฝอทั้งหลายน่าจะถูกใจ SkinTanning อย่างแน่นอน ด้วยจุดเด่นของฟิลเตอร์นี้คือ “งานขนตา” เรียกว่าจัดแน่นจัดเต็ม กระพือได้อย่างสะใจแบบไม่ต้องเสียเงินไปคลินิกเพื่อต่อหรือลิฟต์ติ้งแต่อย่างใด แถมงานขอบตาก็แน่นไม่แพ้กัน ทำให้ตาเรากลมโตและโฉบเฉี่ยวขั้นสุด ทั้งยังปรับผิวของเราให้แทนขึ้นแบบธรรมชาติ มาพร้อมลิปสีนู้ดที่จะช่วยให้ปากเรามีสีสัน รวมทั้งบลัชออนสีชมพูเบาๆ ให้ฟีลเหมือนเราออกไปรับแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้า
5.Filter : Freckles makeup by dingmitt
อายไลน์เนอร์สีดำสุดโฉบเฉี่ยว เปรี้ยวได้แม้ในวันโนเมคอัพ ขอให้สาวๆ นึกถึงให้ฟิลเตอร์นี้ Freckles makeup เป็นอันดับแรก ตัวช่วยนี้จะทำให้คุณสนุกกับเมคอัพที่หลากหลาย เพราะเขามีฟิลเตอร์ย่อยๆ อีกสี่แบบ ทั้งแบบทาสีปาก เติมบลัชออน หรือใสๆ แบบธรรมชาติก็มีให้ลองเล่นเช่นเดียวกัน แน่นอนว่าฟิลเตอร์ทั้งหมดช่วยในเรื่องงานผิวให้กริบและสมูทขึ้น ทั้งยังใส่เกรนเล็กๆ ให้ฟีลรูปดูวินเทจขึ้นอีกด้วย
ถึงเราจะมีฟิลเตอร์ IG ดีสักแค่ไหน อย่าลืมว่าสมาร์ตโฟนของเราต้องเก๋ไก๋ไฮเทคไปพร้อมกับฟิลเตอร์
การมีจุดเริ่มต้นเป็นอุปกรณที่ดีถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง เข้ามาหาตัวช่วยที่จะทำให้ความสวยของคุณ
เฉิดฉายบนโลกออนไลน์ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่ Kaidee สิคะ