6 โทรศัพท์ Oppo ราคาไม่เกิน 3,000 ถูกและดี มีจริง!

6 โทรศัพท์ Oppo ราคาไม่เกิน 3,000 ถูกและดี มีจริง!

ปัจจุบันมือถือคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต ที่ช่วยให้เรื่องยากกลายเป็นเรื่องง่าย เพียงเพราะเราได้สื่อสารกัน ผ่านตัวกลางสำคัญอย่างโทรศัพท์มือถือ แต่ด้วยสภาวะต่างๆ ในตอนนี้ จะให้ฟุ้งเฟ้อหรือใช้เงินเกินตัว ก็ดูจะเป็นเรื่องเสี่ยงอยู่ไม่น้อย ใครที่ยังลังเลไม่รู้จะเลือกตัวไหนเป็นคำตอบ วันนี้เรามีโทรศัพท์ Oppo ไม่เกิน 3,000 บาท มาฝากกัน

รับรองว่าคุ้มค่า คุ้มราคาแน่นอน ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ

ชี้เป้า 6 โทรศัพท์ Oppo ราคาไม่เกิน 3,000

เชื่อว่าหลายคนคงตั้งคำถามว่า ทำไมถึงเลือกโทรศัพท์ Oppo มาแนะนำ แบรนด์อื่น
ก็มีมากมาย อย่างที่ทราบกันดีว่าแบรนด์ออปโป้เน้นตีตลาดมือถือราคาย่อมเยา คุ้มค่าคุ้ม
ราคาอยู่แล้ว บวกกับสเปคของแต่ละรุ่นนั้น ให้แบบจัดเต็มไม่มีกั๊ก หลายๆ คนที่มีงบน้อย
และกำลังมองหาดีๆ สักเครื่อง ต้องมี Oppo อยู่ในใจอย่างแน่นอน

ในปี 2021 แบบนี้ สาวกแอนดรอยด์ค่าย Oppo ทั้งหลาย ดูไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ ว่า
เทคโนโลยีต่างๆ ที่ได้มาในราคาไม่เกิน 3,000 บาทนั้น เราจะได้อะไรมากแค่ไหน แล้วจะรู้ว่า
มือถือออปโป้ ให้ได้มากกว่าที่คุณคิด

1. โทรศัพท์ Oppo A9 2020

Oppo A9 2020

เริ่มกันที่รุ่นยอดฮิตของค่าย Oppo ในราคาไม่เกิน 3,000 บาท อย่าง Oppo A9 2020 ที่โดดเด่นด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว ทรงหยดน้ำสวยงาม ซึ่งมาพร้อมระบบ Sunlight Screen ป้องกันแสงสีฟ้าได้อย่างดีเยี่ยม ได้ทั้งสบายสายตาและง่ายต่อการพกพา รวมถึงระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 360° ดังถึงใจ อยู่ที่ไหนก็ได้ยิน (แบตเตอรี 5,000 mAh)

ที่สำคัญโทรศัพท์ Oppo รุ่นนี้ ยังจัดเต็มด้วยระบบกล้องถ่ายรูปแบบ Full HD กล้องหลังให้มาแน่นๆ ถึง 4 ตัว (ความละเอียด 48 MP) ให้คุณสนุกทุกจังหวะการเคลื่อนไหว ครบทั้ง Panoramic Ultra Wide และกล้องคู่ Portrait ส่วนกล้องหน้าก็เจ๋งไม่แพ้กัน ความละเอียด 16 MP ที่มาพร้อมกับ AI Beauty 2.0

ราคา 2,999 บาท

2. โทรศัพท์ Oppo A37

Oppo A37

หากจะเอ่ยถึงรุ่นมหาฮิตในราคาไม่เกิน 3,000 บาท ของมือถือ Oppo แล้ว
ถ้าไม่พูดถึงตัวนี้ หลายคนอาจจะสงสัยเป็นแน่ เพราะด้วยค่ายโทรศัพท์หลายเจ้า
พากันเอาโทรศัพท์ Oppo A37 เป็นตัวชูโรง ที่ขายพ่วงด้วยโปรโมชันหลากหลาย

ความโดดเด่นของโทรศัพท์ Oppo รุ่นนี้ อยู่ที่กล้องเหมือนเคย ภายใต้
สโลแกน “ใช้งานง่าย ถ่ายแสงไหนก็สวย” เอาใจสายเซลฟี่หน้าวิ้งค์เนียนใส
โดยเฉพาะ เนื่องด้วยกล้องหน้าที่ถ่ายภาพได้สวยดั่งใจ ความละเอียด 5 MP มา
พร้อมฟีเจอร์ ปรับแต่งสีผิวอัจฉริยะทั้งหมด 7 ระดับ ทั้งยังมีแฟลชและตัวรับแสง
ขนาดใหญ่ สองตัวช่วยพิเศษของคุณในยามแสงน้อย

ความอัจฉริยะของกล้องหลังนั้น โทรศัพท์ออปโป้ก็ให้มาแบบไม่น้อยหน้ากัน
ความละเอียดถึง 8 MP รองรับทุกจังหวะสำคัญในชีวิตคุณ ส่วนขนาดหน้าจออยู่ที่ 5
นิ้ว แรมขนาด 2GB พร้อมระบบประมวลผล Quad-core 64-bit (ตัวเครื่องหนัก 136
กรัม – แบตเตอรี 2,630 mAh)

ราคา 2,700 บาท

3. โทรศัพท์ Oppo A83

Oppo A83

“Smart selfie and Full screen” คือจุดเด่นของโทรศัพท์ Oppo A83
ที่ทางออปโป้เลือกใช้เทคโนโลยี A.I. Beauty recognition technology เข้ามา
ช่วยเรื่องการ selfie โดยเฉพาะ ทุกครั้งที่คุณถ่ายด้วยกล้องหน้า ระบบจะปรับแต่ง
ใบหน้าให้ทันที เพื่อให้คุณได้ภาพที่สวยถูกใจ ไม่ต้องไปแต่งต่อให้เสียเวลา (กล้อง
หน้าความละเอียด 8 MP – กล้องหลังความละเอียด 13 MP)

ขณะที่ความ Full screen ของมือถือ Oppo ตัวนี้ ก็เก๋ไก๋ไม่แพ้กัน ด้วยหน้า
จอ 5.7 นิ้ว ที่มาพร้อมความละเอียด 1440×720 พิกเซล เพลิดเพลินกับทุกความ
เคลื่อนไหวในจอโทรศัพท์ ดีไซน์สวยงามจับถนัดมือ ใช้งานคล่อง เล่นเกมไม่กระตุก
เก็บทุกจังหวะ ด้วย RAM 3 GB และ CPU Octa-Core (แบตเตอรี 3,180 mAh)

ราคา 2,300 บาท

4. โทรศัพท์ Oppo A5s

Oppo A5s

ใครที่ชอบความเรียบหรู คลาสิค ขอให้มาจบที่ “โทรศัพท์ Oppo A5s” ด้วยดีไซน์ที่สวยงาม ให้คุณ “เปิดมุมมองของให้กว้างขึ้น” กับหน้าจอขนาดใหญ่จุใจถึง 6.2 นิ้ว มาพร้อมเทคโนโลยีตัวช่วยพิเศษ อย่างกระจก Corning Gorilla Glass ทรงหยดน้ำ ช่วยให้คุณสบายใจกับทุกสัมผัส เห็นได้กว้างมากกว่าที่เคย

ขณะที่สายถ่ายรูปอย่าเพิ่งน้อยใจไป ออปโป้เองไม่ปล่อยให้คุณผิดหวังแน่นอน ด้วยกล้องหลังคู่ทรงพลัง ให้คุณบันทึกทุกช่วงเวลาที่มีค่าให้น่าจดจำ ด้วย “โบเก้” เอฟเฟกต์ละลายหลังอันยอดเยี่ยม (ความละเอียด 13 MP) ส่วนกล้องหน้ามีเจ้า AI Beauty 2.0 คอยปรับหน้าของคุณให้สวยงาม ตามธรรมชาติ เนียนใส ไม่ต้องพึ่งแอป (แบตเตอรี 4,230 mAh)

ราคา 2,999 บาท

5. โทรศัพท์ Oppo A53

Oppo A53

มือถือใหม่ราคาย่อมเยาจากแบรนด์ Oppo ที่น่าจับตามองไม่น้อย ความที่เพิ่ง unbox เปิดตัวไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อปลายปีที่แล้ว Oppo A53 จึงได้รับความสนใจจากหลายๆ คนเป็นพิเศษ ทั้งขุมพลังเทคโนโลยีที่อัปเกรดขึ้นมาจากรุ่นก่อน ภายใต้คอนเซปต์ “Faster and Smoother, Feel The Speed”

โดดเด่นด้วยหน้าจอขนาดสบายตา 6.5 นิ้ว ความละเอียด 1600 x 720 แบบ Punch Hole Display ให้คุณสบายใจทุกการใช้งาน ลื่นทุกการสัมผัส ทั้งยังเป็นรุ่นแรกของโทรศัพท์ Oppo ที่มาพร้อมชิป Qualcomm Snapdragon 460 จบปัญหาเรื่องเครื่องหน่วง หรือโหลดช้า

ส่วนเรื่องภาพของ Oppo A53 ก็ไม่มีที่ติ เพราะกล้องหน้ามาด้วยความละเอียด 16 MP และแน่นอนด้วย AI Beauty 2.0 เช่นเคย ส่วนกล้องหลัง ความละเอียด 13 MP เฉิดฉายมากับ AI Triple ให้คุณสนุกกับการเก็บภาพทั้งมาโคร พอรตเทรต ละลายหลังได้สวยงาม จัดเต็มด้วยแบตเตอรี 5,000 mAh

ราคา 2,999 บาท (เป็นราคาที่ขายพร้อมแพคเกจตามค่ายมือถือ หากเป็น
เครื่องเปล่า ราคาจะอยู่ที่ 4,500 บาท ขึ้นไป)

6. โทรศัพท์ Oppo F5

Oppo F5

ถึงออปโป้จะเปิดตัวโทรศัพท์ Oppo F5 มาได้สักพักแล้ว ถึงตอนนี้ก็ยังเป็นรุ่นที่น่าสนใจอยู่ดี ด้วยที่นวัตกรรมการถ่ายภาพจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ( A.I. Beauty Technology ) ที่โดดเด่นกว่าใครๆ ให้ความละเอียดมากถึง 20 MP มาพร้อมรูรับแสงสูงสุดที่ f 2.0 ช่วยให้คุณเซลฟี่ในแบบที่เป็นคุณมากยิ่งขึ้น (กล้องหลังความละเอียด 16 MP)

นอกจากจุดเด่นเรื่องกล้องหน้าแล้ว มือถือ Oppo รุ่น F5 ยังมาพร้อม RAM 4GB/6GB + CPU Octa-Core และหน้าจอขนาด 6 นิ้ว (กระจกนูน) ความละเอียด 2160×1080 พิกเซล ให้คุณมั่นใจทุกการใช้งาน เรียบลื่นทุกการเล่นเกมแบบไม่มีกระตุก (แบตเตอรี 3,200 mAh)

ราคา 2,800 บาท

คุ้มค่า คุ้มราคาต้องโทรศัพท์ Oppo
ราคาไม่เกิน 3,000 บาท

เลื่อนมาถึงตรงนี้ แสดงว่าคุณอ่านครบทั้ง 6 รุ่นมือถือราคาดี! ของ Oppo ที่เราคัดสรรมาแนะนำ จะเห็นได้ว่ามีทั้งรุ่นใหม่ และรุ่นเก่าที่ยังเก๋าอยู่มาสลับกันไป ใครชอบแนวไหน เน้นเล่นเกม ถ่ายภาพวิวหรือเซลฟี่ โทรศัพท์ Oppo ในราคา 3,000 บาท ก็ยังครอบคลุมและพอตอบโจทย์คุณได้ในระดับหนึ่ง

ถูกใจรุ่นไหนอยากได้มาครอบครองก็อย่าช้า ใน kaidee มีมือถือออปโป้ราคาดีอีกเพียบให้คุณเลือกซื้อ อย่ารอช้า คลิกเลย!

5 App พบหมอออนไลน์ ไม่ต้องไป รพ.ก็ใกล้ชิดหมอ

5 App พบหมอออนไลน์ ไม่ต้องไป รพ.ก็ใกล้ชิดหมอ

ในยุค 2020 แบบนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเข้ามาของเทคโนโลยี ทำให้ชีวิตเราสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ถึงจะอยู่ห่างกันคนละฝั่งโลก ต่างไทม์โซนกันมากแค่ไหน ก็เหมือนนั่งสบตาอยู่ข้างๆ กัน ด้วยสัญญาณอินเทอร์เน็ตอันทรงพลัง และแอปพลิเคชันต่างๆ ที่พัฒนาขึ้นมารองรับความห่างตัวแต่ไม่ห่างใจของผู้คน

ยิ่งช่วงนี้การเดินทางไปเจอกันอาจจะไม่สะดวกมากนัก อยู่ในช่วง Social Distancing ตัวช่วยสำคัญของเรา ณ ตอนนี้คือ แอปพลิเคชันต่างๆ ที่เป็นศูนย์รวมการสื่อสารสำคัญ รันไปทั่วทุกวงการ รวมไปถึงการพบหมอออนไลน์ ที่เราตั้งใจเอามานำเสนอคุณผู้อ่านในวันนี้ เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดี ช่วยลดความเสี่ยง ไม่ให้เราต้องพะว้าพะวงใจกับคำตอบในกูเกิล ที่ส่วนใหญ่มักให้เราเป็นโรคร้ายมากกว่าที่คิด

ปรึกษาแพทย์

5 แอปพบหมอออนไลน์ ให้ชีวิตคุณสบายมากยิ่งขึ้น!

เชื่อว่าหลายๆ คนคงไม่สะดวกใจที่จะไปโรงพยาบาลหรือคลินิกต่างๆ ในช่วงนี้ ถ้าไม่นับเรื่องโควิด ตัวเราเองเป็นคนหนึ่งที่ไปหาหมอยาก หากไม่เจ็บป่วยจนทนไม่ไหวจริงๆ ก็ไม่อยากไปหาหมอ ด้วยขั้นตอนต่างๆ ที่ทำให้เรารู้สึกเหนื่อยหน่าย แต่พอมีแอปพบหมอออนไลน์เกิดขึ้น ก็ตอบโจทย์เรามาก มีตัวไหนน่าสนใจบ้างไปดูกันค่ะ

1. Raksa

Raksa Application

แอปพลิเคชันพบหมอออนไลน์ตัวแรกๆ ที่ออกมาเปิดตลาดวงการแพทย์ ด้วยสโลแกนที่ว่า “แอปหาหมอออนไลน์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ” ได้ทั้งปรึกษาแพทย์ ไปจนถึงสั่งยาออนไลน์ (ตามข้อกำหนดของ HIPAA และ PDPA)

ด้วยจุดแข็งอย่างจำนวนแพทย์ที่มีรองรับมากถึง 800 คน จากโรงพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศ ให้คุณแชทกับหมอได้ทุกที่ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง เรียกว่าสะดวกช่วงไหน เจอคุณหมอท่านไหนออนไลน์อยู่ก็ทักไปได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลานัดล่วงหน้าให้ยุ่งยากแต่อย่างใด

ครอบคลุมทุกอาการเจ็บ จะป่วยกาย ป่วยใจ ก็เข้าไปปรึกษาคุณหมอได้ ทั้งเด็ก ผู้หญิง ผู้ชาย ได้ทุกเพศทุกวัย ในราคาเริ่มต้น 200 บาท/15 นาที ทั้งยังสั่งยาได้ครบจบในที่เดียว (เฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ) ภายใต้ร้านยาคุณภาพในเครือข่าย ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมงในการจัดส่ง ซึ่งทางแอปยังการันตีว่า ค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งหมดนั้น ประหยัดกว่าไปโรงพยาบาล

รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.doctorraksa.com/th-TH

2. Chiiwii

Chiiwii App

“ปรึกษาหมอที่ใช่ จากที่ไหนก็ได้” คือสิ่งที่แอปชีวีเลือกขึ้นมาเป็นสโลแกนหลัก ความที่แอปพลิเคชันดังกล่าว มีแพทย์เฉพาะทางหลากหลายด้าน ครอบคลุมทุกวัย ให้คุณปรึกษาได้ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ ทั้งผิวหนัง โรคในเด็กเล็ก อายุรกรรม ตรวจสุขภาพทั่วไป ฯลฯ

ทั้งยังให้ความมั่นใจกับเราว่า หมอในแอปเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจริงๆโดยจะเลือกปรึกษาผ่านแชท โทร และวิดีโอคอลในแอปก็ได้ตามสะดวก ซึ่งขั้นตอนการใช้งานจะต่างจากแอปอื่นๆ เล็กน้อย ตรงที่เราต้องเข้าไปเลือกหมอที่ถูกใจ แล้วนัดวันและเวลาเพื่อปรึกษาอีกครั้ง

แล้วพอใกล้ช่วงเวลาที่เราเลือกไว้ ระบบจะส่ง Notification แจ้งเตือน เพื่อไม่ให้คุณพลาดจังหวะสำคัญ ส่วนเรื่องราคานั้นส่วนใหญ่ชีวีจะขายเป็นแพ็คเกจ อย่าง โปรแกรมสุขภาพเด็ก ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2,999 บาท / ปรึกษาได้ 10 ครั้ง ภายใน 3 เดือน หรือโปรแกรมรักษาสุขภายใจ ราคาเริ่มต้นที่ 7,999 บาท / ปรึกษาได้ 10 ครั้ง ภายใน 3 เดือน (ดูราคาแพคเกจอื่นๆ ได้ในแอปและเว็บไซต์)

รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.chiiwii.com/th หรือ https://www.facebook.com/Chiiwiidoctor/

3. See the doctor now

See the doctor now

คอนเซปต์หลักของแอป See the doctor now คือโรงพยาบาลในรูปแบบเทคโนโลยี ให้คุณใกล้ชิดหมอเสมือนได้เจอตัวจริง ครบครันทั้งแพทย์เฉพาะทางสาขาต่างๆ นักจิตวิทยา เภสัชกร นักโภชนาการไปจนถึงพยาบาล ซึ่งข้อหลังเป็นสิ่งที่ทำให้ตัวแอปพลิเคชันนี้ ดูพรีเมียมและแตกต่างกว่าแอปพบหมอออนไลน์เจ้าอื่นๆ

ความหลากหลายและครบเครื่องของบุคลากรทางการแพทย์ ทำให้ที่นี่เปรียบเสมือนโรงพยาบาลขนาดย่อม ช่วยให้เรามั่นใจได้ถึงความปลอดภัย ทั้งตัวเองและคนที่คุณรัก มีใบสรุปผลการรักษาให้คุณทุกครั้ง ไม่ต้องกังวลว่าจะลืมขั้นตอนแต่อย่างใด

ความที่เป็นพรีเมียมแบบนี้ ทำให้ค่ารักษาค่อนข้างสูงกว่าแอปอื่นๆ ในตลาด กรณีเจ็บป่วยทางกายเริ่มต้นที่ 490 บาท / 10 นาที หรือจะซื้อแพ็คเกจปรึกษาได้ไม่จำนวนครั้ง 2,990 บาท/ ปี ไปเลยก็คุ้มไม่น้อย ส่วนความเจ็บป่วยทางใจ ปรึกษาเบื้องต้นกับกับพยาบาลได้ฟรี แต่ถ้าพบหมออัตราค่าบริการอยู่ที่ 2,500 บาท / ชั่วโมง

รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.seedoctornow.com/

4. SkinX

SkinX

เริ่มจากแอปที่ครอบคลุมทุกอาการเจ็บป่วยกันไปแล้ว ทีนี้เราขอแนะนำแอปแบบเฉพาะทางขึ้นมาหน่อย ซึ่งเจ้า SkinX ตัวนี้ เป็นแอปที่เราใช้จริงๆ รีวิวจากผู้มีประสบการณ์ตรง ว่ามันเวิร์กมากสำหรับสาวๆ หนุ่มๆ ที่มีอาการแพนิคเรื่องผิวพรรณเป็นพิเศษ

ไม่ว่าจะผดขึ้นหน้า สิวเม็ดเล็กเม็ดใหญ่ ริ้วรอยมาเยือนร่องแก้มหรือใต้ตา โรคผิวหนังทั่วไป ผม-หนังศีรษะ ฯลฯ คุณสามารถเข้ามาปรึกษาคุณหมอเฉพาะทางโรคผิวหนังได้ทันที ให้คุณสบายใจทุกปัญหาผิวได้ทุกเวลา เพียงถ่ายรูปผิวส่วนที่ต้องการปรึกษา แล้วเลือกพบแพทย์ที่ออนไลน์ได้ทันที ผ่านระบบวิดีโอคอล

ส่วนค่าบริการนั้น เริ่มต้นที่ 250 บาท/15 นาที ไม่รวมค่ายาตามที่แพทย์สั่ง ซึ่งถ้ามีการสั่งยาเพิ่มเติมในเคสนั้นๆ เภสัชกรจะจัดยาให้ตามใบสั่งแพทย์ จากนั้นระบบจะจัดส่งยาให้ถึงหน้าบ้านเลย มั่นใจได้ว่าปลอดภัยและสบายใจ

รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/skinxpertxpress/ หรือ https://twitter.com/skinx_th?lang=en

5. Ooca

ooca app

มาต่อกันที่แอปพบหมอเฉพาะทางกันอีกหนึ่งศาสตร์ เชื่อว่าอูก้าแอปน่าจะตอบโจทย์อาการเจ็บป่วยทางใจของคนสมัยนี้ได้ดีทีเดียว โดยแพลตฟอร์มนี้รวมเอานักจิตวิทยาและจิตแพทย์ชั้นนำ ไว้คอยโอบกอด เยียวยาและรับฟังปัญหาของคุณตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้จุดเด่นของแอปนี้ คือคุณไม่จำเป็นต้องเปิดตัวตนว่าคุณเป็นใคร เพราะระหว่างการพูดคุย สามารถเลือกปิดกล้องได้ตลอดการสนทนา ฉะนั้นมั่นใจได้ว่าเรื่องราวความเศร้าของคุณ จะถูกเก็บเป็นความลับอย่างดี แถมการปรึกษาผ่าน video call แบบนี้จะช่วยให้เราสบายใจได้มากขึ้น เพียงคุณได้ระบายออกมา

อ่านมาถึงตรงนี้ ดูน่าสนใจใช่ไหมคะ มาดูเรื่องราคาที่เป็นปัจจัยสำคัญกันบ้างดีกว่า โดยหลักๆ แอปนี้มีให้เลือกปรึกษา 2 กลุ่ม คือนักจิตวิทยาและจิตแพทย์ ซึ่งราคาต่างกันประมาณหนึ่ง อย่างนักจิตวิทยาเริ่มต้นที่ 1,000 บาท ส่วนจิตแพทย์เริ่มต้นที่ 1,500 บาท ในระยะเวลา 30 นาที

รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.ooca.co/how-to-use-corporate

สรุปท้ายบทความ

แอปพลิเคชันพบหมอออนไลน์ 5 ตัว ที่เราคัดสรรมาฝากคุณผู้อ่านนั้น มีทั้งแบบครอบคลุมทุกอาการเจ็บปวดทั้งกายใจของทุกเพศทุกวัย การดูแลโภชนาการ พูดคุยเบื้องต้นกับพยาบาล ไปจนถึงเน้นรักษาเฉพาะทาง เรียกว่าตอบโจทย์ครบทุกความต้องการ ให้คุณเลือกปรึกษาได้เท่าที่คุณสบายใจ

อย่าลืมว่า การพบหมอออนไลน์แบบนี้ เหมาะกับเคสที่คุณป่วยแบบไม่หนักมาก อยู่ในอาการเบื้องต้นที่ยังพอดูแลตัวเองได้ เพราะสุดท้ายแล้วการไปหาหมอแบบเจอหน้าเจอตัวกัน ยังเป็นทางออกที่ดีที่สุดอยู่ดี ให้เทคโนโลยีอยู่ในขอบเขตของตัวช่วยที่เพิ่มคุณภาพชีวิตของคุณจะดีกว่า

ไหนๆ แล้วมีแอปพลิเคชันพบหมอดีๆ ขนาดนี้แล้ว จะไม่หามือถือดีๆ มารองรับฟังก์ชันเจ๋งๆ แบบนี้ได้อย่างไร โทรศัพท์ที่ใช้แอปเริ่มเด้งหรือยังคะ ถ้าเริ่ม… ก็ได้เวลาหาของใหม่มาเติมเต็มแล้ว รอช้าทำไม คลิก! Kaidee เลย

5 มือถือถ่ายรูปสวย กล้องปัง! ประจำปี 2021

5 มือถือถ่ายรูปสวย กล้องปัง! ประจำปี 2021

เข้าสู่รัชสมัยเทคโนโลยี 5G ทั้งที จะเห็นได้ว่าเทรนด์และคอนเทนท์ต่างๆ หมุนเวียนเปลี่ยนไปไวด้วยปลายนิ้ว โทรศัพท์กลายมาเป็น 1 ในปัจจัย 5 ของเรามากขึ้น หลายๆ อย่างในชีวิตเรา ถูกขับเคลื่อนด้วยมือถือ ทั้ง Application และ Function ต่างๆ ที่เชื่อมโยงและช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้นกว่าเดิม

ยิ่งโดยเฉพาะฟังก์ชัน “กล้องถ่ายภาพ” ที่ช่วงหลัง บริษัทมือถือแต่ละค่ายแข่งกันพัฒนากันสุดชีวิต ชูเรื่องประสิทธิภาพกล้องเป็นจุดขายสำคัญ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งาน ให้สะดวกมากยิ่งขึ้น วันนี้เราเลยจะพาไปดู 5 มือถือสุดเทพ 5 ค่าย ที่ถ่ายรูปดีประจำปี 2021

5 มือถือถ่ายรูปสวย ราคาดี!

อย่างที่บอกไปว่าฟังก์ชันของโทรศัพท์สมัยนี้ไปไกลกว่าที่คุณคิด มือถือเดี๋ยวนี้ถ่ายรูปได้สวยไม่แพ้กล้องถ่ายภาพ แถมตัวเครื่องยังเบา ใส่กระเป๋าไปไหนสะดวก ง่ายต่อการพกพา ถ่ายได้ทั้งหน้าชัดหลังเบลอ ทั้งยังใช้ได้ดีในที่มืด จะมีรุ่นไหนดี รุ่นไหนดัง ไปดูกันค่ะ

1. Huawei Mate 40 Pro+

Huawei-Mate-40-Pro

หากพูดถึงมือถือที่โดดเด่นด้วยกล้องถ่ายรูปประสิทธิภาพเยี่ยมแล้ว จะไม่พูดถึง “หัวเหว่ย” คงเหมือนขาดอะไรไป อย่างที่หลายคนทราบกันดีว่าค่ายนี้ ชูจุดขายเรื่องกล้องถ่ายรูปเสมอมา ด้วยการผสานความแข็งแกร่งทั้งตัวกล้องและเลนส์ให้เป็นแบบเดียวกับ Leica ยิ่งทำให้หลายคนจับตามอง

ความเจ๋งของ Huawei Mate 40 Pro+ รุ่นนี้ คือมาพร้อมกล้องหลักอันทรงพลัง ให้ความละเอียดมากถึง 50 MP อัดแน่นด้วยขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.28 นิ้ว รูรับแสง f/1.9 รวมถึงระบบกันสั่นให้คุณได้ภาพคมชัดในทุกสถานการณ์ ทั้งยังให้คุณสนุกกับการบันทึกวิดีโอคุณภาพสูง 4K

จากสเปคขั้นเทพเหล่านั้น ทำให้ภาพถ่ายจากมือถือรุ่นนี้มีสีสันสดใส ให้สมดุลแสงได้ดี ทั้งในที่แสงมากและแสงน้อย ตลอดจนมุมกล้องกว้าง หรือจะซูมก็เข้าถึงใจ โฟกัสเฉียบคม ให้ Noise ที่ต่ำ และด้วยประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมทั้งหมด จึงไม่แปลกใจที่ Huawei รุ่นนี้จะครองตำแหน่งมือถือถ่ายรูปยอดเยี่ยมอันดับต้นๆ ของปี 2021

ราคาเริ่มต้น : 35,000 บาท

2. iPhone 12 Pro Max

Apple-iPhone-12

พูดถึงฝั่งแอนดรอยด์ไปแล้ว ตัดสลับข้ามมาที่ฝั่ง IOS กันบ้าง ถึง Apple จะเปิดตัว iPhone 12 ไปเมื่อปลายปีที่แล้วก็ตาม แต่ในปีศักราช 2021 นี้ ไอโฟนก็ยังเป็นที่จับตามองและอยู่ในมือถือที่มียอดขายอันดับต้นๆ เสมอ โดยเฉพาะ “ระบบกล้องระดับโปร” ที่ทางแอปเปิ้ลภูมิใจเสนอในรุ่น iPhone 12 Pro Max

เริ่มด้วยระบบกล้องหลักที่ให้ความละเอียด 12 MP มาพร้อมกล้องอัลตร้าไวด์, ไวด์ และเทเลโฟโต้ ซูมได้มากถึง 12 เท่า (รูรับแสงขนาดต่ำสุด 1.6) ให้คุณสนุกได้ทุกระยะแบบไร้ขีดจำกัด ทั้งยังโดดเด่นด้วยภาพถ่ายบุคคลในตอนกลางคืนในระบบ LiDAR หน้าชัดหลังเบลอ ป้องกันภาพสั่นไหวคู่แบบออปติคอล

แม้โดยรวมสเปคกล้อง iPhone 12 Pro Max จะไม่ต่างจากรุ่นเดิม แต่ด้วยความที่กล้องของแอปเปิ้ลที่เทพแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว จุดเด่นหลักๆ คงเป็นเรื่องการถ่ายหน้าชัดหลังเบลอที่ดีขึ้น ถ่ายภาพพรอดเทรตได้สนุกขึ้น ในสีสันที่ธรรมชาติ ให้คุณเอาภาพที่ได้ไปปรับแต่งได้ง่ายขึ้น

ราคาเริ่มต้น : 36,000 บาท

3. Samsung Galaxy S21 Ultra 5G

Samsung Galaxy S21

“เกินคาดในทุกๆ ด้าน” คือคอนเซปต์หลักของ Samsung Galaxy S21 Ultra มือถือตัวท็อปของค่ายซัมซุงประจำปี 2021 เรียกได้ว่าตีคู่สูสีมากับ iPhone 12 Pro Max ด้วยสเปคขั้นเทพที่ใกล้เคียงกัน ทั้งยังมาพร้อมปากกา S Pen ให้คุณใช้งานได้ทุกที่ ทุกเวลา ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้มากขึ้น

ส่วนคุณภาพกล้องไม่ต้องพูดถึง เพราะทางแบรนด์ให้มาแบบจัดเต็ม “คมชัดเหนือโรงภาพยนตร์” ให้ความละเอียดสูงสูดถึง 108 MP – Wide Angle นับเป็นความละเอียดสูงสุดที่สมาร์ตโฟนในยุคนี้มี ที่สำคัญยังถ่ายวิดีโอได้ถึง 8K และมีระบบป้องกันการสั่นไหวชั้นเลิศด้วย AI

ด้วยคุณสมบัติครอบจักรวาลและกล้องสุดปังแบบนี้ ทำให้ Reviewer หลายคน ต่างพากันยกให้ว่าเป็นมือถือที่ตอบโจทย์ “สายคอนเทนท์” ที่ดี มีทั้งปากกา S Pen ให้คุณใช้งานได้สะดวก ตัดต่อง่าย แต่งรูปได้ไว ไหนจะกล้องที่ให้คุณมาครบครันทุกระยะ ชัดทุกอณู ถ่ายคลิปก็สวย ทำให้รุ่นนี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ

ราคาเริ่มต้น : 33,000 บาท

4. Xiaomi Mi 10 Ultra

Xiaomi Mi 10 Ultra

มาที่อีกหนึ่งค่ายซึ่งน่าจับตามองไม่แพ้กัน หลังๆ จะเห็นได้ว่า Xiaomi เริ่มครองตลาดสมาร์ทโฟนในไทยมากขึ้น ด้วยราคาที่ไม่แรง จับต้องง่าย แต่อัดแน่นด้วยสเปคที่ครบครัน ที่สำคัญฟังก์ชันเรื่องกล้องก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ามือถือตัวท็อปของค่ายอื่นๆ เลยแม้แต่น้อย

ด้วยกล้อง 4 ตัวหลัก ซึ่งให้ความละเอียดสูงสูด 48 MP มาครบทั้งระยะ Ultrawide และ Portrait มีรูรับแสงขนาด ƒ/1.9 ทั้งยังมาพร้อมระบบกันสั่น Electronic Image Stabilization (EIS) และป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอล (OIS) ซูมได้มากถึง 120 เท่า อยู่ไกลแค่ไหนก็ใกล้กัน นอกจากนี้ยังบันทึกวิดีโอได้ถึงระดับ 8K, 24 เฟรมต่อวินาที

จะเห็นได้ว่า ผลลัพธ์ของภาพที่ได้จาก Xiaomi Mi 10 Ultra เทียบชั้นได้สบายๆ กับมือถือหลายค่ายดัง ทั้งความอิ่มสีที่สวยงาม ระยะ Wide ที่เก็บได้กว้างกว่า ไปจนถึงความหน้าชัดหลังเบลอที่ตัดขอบได้คมชัด สวยงามแบบไม่หลอกตา ไหนจะถ่ายได้ยอดเยี่ยมในที่แสงน้อย ให้ความสว่างที่สวยงาม แบบไม่ต้องกังวลว่า Noise จะขึ้น

ราคาเริ่มต้น : 26,000 บาท

5. Vivo X50 Pro+

Vivo X50 Pro

ปิดท้ายด้วยค่าย Vivo น้องใหม่ในตลาด ที่หลังๆ ทำกระแสได้ดีอยู่ไม่น้อย ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย ในสเปคที่เข้าถึงได้ทุกคน โดยเฉพาะตัว Vivo X50 Pro+ ที่ออกมาล่าสุด ถือเป็นหนึ่งในเรือธงของวีโว่ที่ตั้งใจมาตีตลาดมือถือระดับบนเลยทีเดียว

ฟังก์ชันที่โดดเด่นของรุ่นนี้ คือกล้องหลักที่ให้มาถึง 4 ตัว พร้อมความละเอียดสูงสุด 50 MP ทั้งยังซูมได้มากถึง 60 เท่า ให้คุณเข้าถึงทุกมิติ ตลอดจนใช้เทคโนโลยีพิเศษ Gimbal ควบคู่กับ AI ช่วยลดการสั่นไหวของภาพได้ดีเยี่ยม ให้คุณหมดกังวล และมั่นใจได้ว่าภาพนิ่งและวิดีโอจะคมชัดอย่างเหนือระดับ

ที่สำคัญตัวนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์ Focus Tracking ช่วยให้คุณถ่ายภาพได้ดี ในที่แสงน้อย มั่นใจได้กับทุกจังหวะแบบไม่ต้องกังวลการสั่นไหว มาพร้อมตัวช่วยพิเศษ Super Night Mode และ Astro Mode ให้คุณสนุกและเพลิดเพลินกับการถ่ายรูปสไตล์ไนต์ไลฟ์มากยิ่งขึ้น

ราคาเริ่มต้น : 25,000 บาท

สรุปท้ายบทความ

มือถือทั้ง 5 รุ่นที่แนะนำไปนั้น ราคาค่อนข้างสูงอยู่พอสมควร อยู่ในระดับหลักสองหมื่นขึ้นไป แต่อย่างที่เราบอกเล่าไป แต่ละเครื่องเป็นโทรศัพท์รุ่นท็อปของแต่ละค่ายในปี 2021 ฉะนั้นฟังก์ชันโดยรวมทั้งหมด ก็การันตีได้ประมาณหนึ่งว่า มือถือเหล่านั้นถูกพัฒนาและทำให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น

โดยเฉพาะฟังก์ชันเรื่อง “กล้องถ่ายภาพ” ที่แต่ละแบรนด์ทำได้ยอดเยี่ยม แตกต่างกันบ้างในรายละเอียด การหมุนเร็วของโลกและการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี ทำให้ทุกวันนี้คุณพกแค่มือถือเครื่องเดียว ก็สร้างคอนเทนท์ดีๆ ได้มากมาย ตอบโจทย์คนชอบถ่ายรูปที่รักความสะดวก

ใครมีกำลังทรัพย์แค่ไหน สนใจตัวไหนก็จับจองกันได้ตามสะดวกเลย!

7 อันดับมือถือราคาไม่เกิน 5,000 ใช้งานง่าย เอาใจพ่อแม่

7 อันดับมือถือราคาไม่เกิน 5,000 ใช้งานง่าย เอาใจพ่อแม่

เดือนธันวาคมแบบนี้ มองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยสีสันของแสงไฟ ลานเบียร์ และต้นคริสมาสต์ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง “บอกลาปีเก่า ต้อนรับปีใหม่” ใกล้เข้ามาแล้ว

นอกจากจะหาของขวัญให้ตัวเอง เพื่อตอบแทนความแข็งแกร่งตลอดปี 2020 ที่ผ่านมาได้แล้ว อย่าลืมมองหาสิ่งดีๆ ให้คนรู้ใจ อย่างพ่อแม่ที่คอยเคียงข้างเรามาตลอด ซึ่งวันนี้เราเลือกเอา 7 อันดับมือถือราคาไม่เกิน 5,000 ใช้งานง่าย มาเป็นหนึ่งในตัวเลือกของขวัญที่น่าสนใจ

เพราะเราเชื่อว่าเทคโนโลยีที่ดีจะช่วยส่งต่อ “ความรัก” ถึงกันได้เสมอ

Mobiles-phone-for-parent

เลือกมือถืออย่างไร? ให้ถูกใจวัยพ่อแม่

การเลือกโทรศัพท์ดีๆ สักเครื่อง ควรดูจากผู้ใช้งานเป็นหลัก บางครั้งสเปกดีเกินไปก็ไม่ตอบโจทย์การใช้งาน ยิ่งวัยพ่อแม่เราการใช้งานไม่ได้หลากหลายอยู่แล้ว หากเลือกที่ระบบปฏิบัติการซับซ้อน ฟังก์ชันเยอะเกินความจำเป็น ก็อาจจะทำให้พวกเขาสับสนและพาลไม่ถูกใจเอาได้

1.แบตอึด

สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้จากคนใกล้ตัว คือ วัยนี้มักไม่ค่อยปิดเสียงแจ้งเตือนจาก Notification ในแอปต่างๆ เน้นเสียงเรียกเข้าที่ชัดเจน หน้าจอสว่างขั้นสุด ทั้งยังโทรคุยแต่ละครั้งค่อนข้างนาน เผลอๆ เปิดสปีคเกอร์โฟนดังไปทั่วบ้าน ฉะนั้นคุณสมบัติข้อนี้ ควรนำมาพิจารณาเป็นลำดับแรกๆ เลยทีเดียวค่ะ

2.โทรเสียงดังฟังชัด

คนรุ่นนี้คือวัยที่ผ่านประสบการณ์และเรื่องราวต่างๆ มามาก สังเกตได้ว่าแต่ละครั้งที่พวกเขาคุยโทรศัพท์มักใช้เวลานาน ความที่พวกเขามีเรื่องเล่าที่แฝงไปด้วยความคิดถึง ดังนั้น การเลือกซื้อมือถือให้พ่อแม่ดีๆ สักเครื่อง ควรคำนึงเรื่องการสื่อสารที่ชัดเจนเอาไว้ด้วย

3.หน้าจอใหญ่

อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “ขนาดหน้าจอ” แนะนำให้เลือกโทรศัพท์ขนาดหน้าจอ 5 นิ้วขึ้นไปเพื่อความสบายตาของคนที่เรารัก รวมทั้งเช็กขนาดตัวอักษรด้วย ว่ามือถือรุ่นดังกล่าว ขยายได้มากน้อยแค่ไหน

4..หน่วยความจำเยอะ

คนวัยนี้ชอบเซฟรูป เซฟคลิปจากโซเชียลมีเดีย หรือถ่ายรูปไปเรื่อยๆ โดยไม่ลบรูป ทำให้ปัญหาที่ตามมาคือหน่วยความจำเต็ม บ่อยครั้งลูกๆ อย่างเราต้องมาไล่ลบให้ ทางที่ดีซื้อมือถือที่มีหน่วยความจำเยอะๆ ไปเลย หรือเพิ่มความจำได้ทีหลังก็เป็นวิธีที่ดี

7 อันดับมือถือราคาไม่เกิน 5,000 ใช้งานง่าย เอาใจวัยพ่อแม่

ได้แนวทางสเปกมือถือที่น่าจะถูกใจวัยนี้ไปแล้ว ทีนี้ก็ถึงเวลามาดู 7 อันดับมือถือ ใช้งานง่าย เอาใจวัยพ่อแม่กันแล้ว โดยตัวเลือกที่เรานำมาให้ในแต่ละรุ่น แต่ละค่ายนั้น รับรองว่าราคาสบายกระเป๋า มีงบเพียง 5,000 บาท ก็ได้ของดีเพื่อคนที่คุณรัก

1.Samsung Galaxy A11

Samsung-Galaxy-A11
Credit : https://www.samsung.com/th

เริ่มต้นกับ “ซัมซุง” แบรนด์ที่คนไทยหลายคนน่าจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี รุ่นนี้มาพร้อมขนาดจอที่ใหญ่สะใจถึง 6.4 นิ้ว ซึ่งจุดนี้น่าจะถูกใจวัยพ่อแม่แน่นอน เพราะไม่ต้องซูมเข้าซูมออกให้ลำบาก ทั้งยังมีสีสันของภาพที่สดใส สบายตา ด้วยเทคโนโลยี HD+TFT

ตัวแบตเตอรี่ให้ความจุกลมๆ มาที่ 4,000 mAh หากเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในราคาใกล้กัน ตรงนี้อาจจะน้อยไปนิด แต่แลกมากับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 15 วัตต์ ก็ถือว่าพอหักลบได้ ส่วนระบบประมวลผล A11 ใช้รูปแบบ Octa-core ให้ RAM สูงสุด 3 GB และมีพื้นที่เก็บข้อมูลสูงสุด 32 GB ทั้งยังรองรับความจุ Micro SD card ได้อีกถึง 512 GB

ส่วนกล้องนั้นทางซัมซุงให้มาแบบจัดเต็มไม่น้อยหน้ากัน โดยกล้องหน้ามีความละเอียด 8 MP และกล้องหลังมีความละเอียด 13 MP (F 1.8) มีทั้งเลนส์กว้างมุมมอง 115 องศา และขนาด 77 องศา ให้คุณพ่อคุณแม่ของเราสนุกกับการเก็บภาพวิวสวยๆ ได้ทุกมุมมอง ไหนจะมีโหมดพรอตเทรตหน้าชัดหลังเบลอ รองรับทุกความทรงจำ

ราคา : 3,999 บาท

2.Oppo A5s

Credit : https://www.oppo.com/

แม้ออปโป เอ 5 เอสจะเปิดตัวไปตั้งแต่กลางปี 2019 แต่ด้วยประสิทธิภาพและราคา โดยภาพรวมยังคงคุ้มค่ากับการเป็นมือถือถูกใจวัยพ่อแม่ ด้วยขนาดหน้าจอ 6.2 นิ้ว มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Color OS 5.2, based on Android 8.1 Oreo ทั้งยังให้หน่วยความจำ RAM 4 GB และรองรับการ์ดหน่วยความจำ MicroSD สูงสุด 256 GB

จะว่าไปรุ่นนี้ได้รับคำชมจากผู้ใช้งานหลายคน ว่าเป็นมือถือดีไซน์สวย ใช้งานง่าย มีให้เลือก 2 สี คือสีดำและสีแดง ส่วนตัวแบตเตอรี่ให้ความจุมาที่ 4,230 mAh ถึงตัวเลขจะดูน้อยไปหน่อย แต่ทางออปโปใช้ระบบ AI algorithm พิเศษ การันตีว่าประหยัดแบตได้มากขึ้น รองรับการเล่นวีดีโอสูงสุด 13 ชั่วโมง

ขณะที่ตัวกล้องนั้นก็ดีงามตามมาตรฐาน กล้องหน้าให้ความละเอียด 8 MP รูรับแสง F 2.0 ส่วนกล้องหลังคู่มีความละเอียด 13 MP และ 2 MP (F 2.2) อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีหลากหลาย ทั้งระบบกันสั่นแบบ Multi-frame ไหนจะมีออปชันเสริมโหมดหน้าสวย AI Beauty 2.0 ให้คนที่เรารักของเราได้รูปสวยพร้อมรอยยิ้มอันสดใส โดยไม่ต้องผ่านแอป

ราคา : 3,599 บาท

3. Huawei Y7p

Credit : https://www.huawei.com/

มาที่มือถืออีกหนึ่งรุ่นของค่ายหัวเหว่ย ซึ่งดูแล้วสเปกต่างๆ ตอบโจทย์การใช้งานของกลุ่มคนวัยพ่อแม่อยู่ไม่น้อย ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 6.39 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD ในรูปแบบ Punch Hole ให้คุณสบายใจได้ว่าพวกท่านจะใช้งานได้อย่างสบายตา แลกมากับความจุแบตเตอรี่ 4,000 mAh ที่ดูน้อยกว่าเจ้าอื่นๆ

ยิ่งถ้าพ่อแม่ใครเป็นสายรักในการถ่ายรูป ไม่ว่าจะถ่ายวิวหรือเซลฟี่ Y7p อาจเป็นคำตอบที่ดี ด้วยประสิทธิภาพกล้องหลัง 3 ตัว ที่มาพร้อมระบบอัจฉริยะ AI Camera เซ็นเซอร์หลักความละเอียด 48 MP หรือจะถ่ายหน้าเบลอหลังชัดในความคมชัด 2 MP ไหนจะมีกล้องแบบ Ultra Wide ความละเอียด 8 MP ครอบคลุมทุกการใช้งาน

ขณะที่ระบบต่างๆ ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เริ่มต้นที่ Ram 4 GB ความจุ 64 GB ทั้งยังรองรับ MicroSD Card สูงสุดถึง 512 GB ส่วนระบบปฏิบัติการยังเป็นแบบ EMUI 9.1 based on Android 9.0 อยู่ แต่โดยภาพรวมเมื่อเทียบกับสเปกอื่นๆ แล้ว ตัวนี้ยังถือเป็นรุ่นหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย

ราคา : 4,999 บาท

4.Vivo Y15 (2020)

Credit : https://www.vivo.com/th/

แค่ชื่อรุ่นก็พอการันตีได้ว่า Y15 เป็นหนึ่งในมือถือน้องใหม่ของค่ายวีโว่ที่น่าจับตามองของปีนี้ สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้โดดเด่นเป็นพิเศษ เห็นจะเป็นประสิทธิภาพเรื่องกล้องหลัง 3 ตัว ซึ่งเลนส์หลักให้ความละเอียดถึง 13 MP มาพร้อมรูรับแสง F2.2 ส่วนเลนส์ Ultra Wide-Angle ให้ความละเอียด 8 MP (F2.2) และเลนส์ Depth Sensor ความละเอียด 2 MP (F2.4)

ส่วนคุณพ่อคุณแม่ใครที่เป็นสายเซลฟี่ มือถือรุ่นนี้ก็มีโหมดรองรับเฉพาะ เพื่อให้พวกท่านสนุกกับการถ่ายภาพด้วยระบบ AI Beauty หน้าใสกิ๊งแบบไม่ต้องพึ่งมีดหมอ ทั้งยังมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุอึด 5,000 mAh ให้คุณเก็บครบทุกจังหวะสำคัญ ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว

ที่สำคัญคือขนาดหน้าจอ 6.35 นิ้ว มาในรูปแบบ Halo FullView Display ความละเอียด 720 × 1544 (HD+) ใหญ่สบายตา ตอบโจทย์การใช้งานเป็นอย่างดี ไม่ต้องเพ่งจนเกินไป ทั้งยังมาพร้อม RAM ขนาด 4 GB ความจุสูงสุด 64 GB ใช้ร่วมกับ MicroSD Card ได้สูงสุด 256 GB (ระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 9 พื้นฐาน Android 9 Pie)

ราคา : 4,999 บาท

5.Realme C3

Credit : https://www.realme.com/th

“สนุกไม่มีสะดุด” คือสโลแกนของ Realme C3 ที่มาพร้อมระบบประมวลผล Helio G70 Octa-core 12 nm Processor อันเปี่ยมล้นด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงของเรียลมี ที่มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัวเด็ด ด้วยระบบ AI เลนส์ ความละเอียด 12 MP เพียงแค่กดถ่าย 1 แชะ พวกท่านก็จะได้ภาพสวยๆ มาอวดเรา หรือทำมีมสวัสดีวันต่างๆ ให้เราแน่นอน

ทั้งยังมาพร้อมโหมด Super Macro ให้พวกท่านเก็บความทรงจำในระยะประชิด ไหนจะมีเลนส์ถ่ายภาพเฉพาะแบบพรอตเทรต รวมถึงลูกเล่นกล้องหน้าสุดอัจฉริยะ ด้วย Selfies AI ที่เลือกความ Beauty ให้แต่ละคนแบบอัตโนมัติ หรือถ้าคุณพ่อคุณแม่ใครเป็นสายถ่ายวิดีโอ รุ่นนี้ถ่ายสโลโมชั่นได้สบายๆ เก็บครบทุกจังหวะแน่นอน

นอกจากนี้ Realme C3 ยังจัดเต็มด้วยขนาดหน้าจอ 6.5 นิ้ว และแบตเตอรี่ที่ให้ความจุมาแบบไม่มีกั๊กถึง 5000mAh ไม่พอแค่นั้น ยังใจกว้างให้โทรศัพท์รุ่นนี้ทำหน้าที่เป็น Powerbank ให้กับอุปกรณ์ต่างๆ ได้ ทั้งยังมาพร้อมระบบ 2 ซิมการ์ด ให้ความจุมากสุด 64 GB (Ram สูงสุด 4 GB) รองรับการเมมโมรี่การ์ดได้อีก 256GB

ราคา : 3,999 บาท

6.Xiaomi Redmi 9

Credit : https://www.mi.com/th

ความพิเศษอันแตกต่างของ Redmi 9 คือคุณสมบัติสุดเจ๋ง ให้กล้องหลังมากกว่ารุ่นอื่นๆ ถึง 4 ตัว ด้วยระบบ AI quad camera เทคโนโลยีเฉพาะที่ทางเรดมีภูมิใจนำเสนอ ให้คุณพ่อคุณแม่สนุกกับการถ่ายรูปหลากหลายมุมมอง ด้วยเลนส์กว้างพิเศษ ความละเอียด 8 MP และเลนส์มาโครแบบใกล้ชิดทุกความเคลื่อนไหว ความละเอียด 5 MP

ส่วนหน้าจอที่ให้มานั้นใหญ่แบบสะใจถึง 6.53 นิ้ว ชัดเจนทุกรูขุมขนด้วยระบบ Full HD ความละเอียด 2340×1080 โดยตัวเครื่องมีให้เลือก 3 สี คือเขียว น้ำเงินและเทา สวยงามด้วยดีไซน์อันเรียบหรู สีสันสะดุดตา

นอกจากนี้ตัวแบตเตอรี่ยังให้ความจุสูงมาแบบไม่มีกั๊ก มากถึง 5020mAh เล่นเพลงต่อเนื่อง 185 ชั่วโมง ทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18 วัตต์ ให้พวกท่านสนุกกับทุกการใช้งานได้อย่างไม่เพลิดเพลินทุกช่องทาง คุ้มค่าคุ้มราคา

ราคา : 3,590 บาท

7. Xiaomi Redmi Note 9

Credit : https://www.mi.com/th

นอกจากจะมาพร้อมขนาดแบตเตอรี่ที่มีความจุเยอะถึง 5020mAh แล้ว ยังมาพร้อมระบบชาร์จอันรวดเร็ว 18 วัตต์ ใช้งานได้ต่อเนื่อง 16 ชั่วโมง ให้บรรดาคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องพะวงเรื่องแบตหมดไว สนุกกับการใช้งานได้ยาวนานขึ้นกว่าเดิม

ทั้งยังมาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ 6.53 นิ้ว แบบ DotDisplay ด้วยโปรเซสเซอร์ตัวใหม่ล่าสุดของทางแบรนด์ อันเต็มเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพชั้นเลิศอย่าง Mediatek Helio G85 ส่วนตัวเครื่องมีให้เลือกถึง 3 สี คือ Midnight Grey, Forest Green และ Polar White

โดดเด่นด้วยกล้องหลักด้านหลัง ที่ให้ความละเอียดมากถึง 48 MP ให้พวกท่านสนุกกับการถ่ายรูปอย่างเต็มที่ และได้ไฟล์ภาพที่คมชัดสวยงาม พร้อมด้วยโหมดเสริมต่างๆ มากมาย ทั้งมาโครแบบใกล้ชิด พาโนรามามุมมอง 118 องศา โหมด AI Beauty เผยงานผิวที่สวยงาม

ราคา : 4,999 บาท

สรุปท้ายบทความ

เป็นอย่างไรบ้างคะ มือถือ 7 รุ่นที่แนะนำไปนั้น พอจะเป็นแนวทางหรือตรงใจพอให้ซื้อไปเป็นของขวัญ
ฝากคุณพ่อคุณแม่บ้างไหม แต่ละรุ่นที่เราคัดมานั้น เน้นการใช้ที่งานง่าย หน้าจอใหญ่ เป็นโทรศัพท์ที่มี
สเปกตรงกับวัยของผู้ใช้งานเป็นอย่างดี

ถึงเราจะเลือกมือถือที่มีสเปกดีงามแค่ไหน แต่ไม่ตรงกับการใช้งานของพวกท่าน ก็เปล่าประโยชน์
สุดท้ายจะกลายเป็นว่าฟังก์ชันเหล่านั้นกลายเป็นภาระ ทำให้ใช้งานยุ่งยากมากกว่าเดิม เลือกสิ่งที่ดี
ให้เหมาะสมกับผู้ใช้งาน น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีนะคะ
10 รุ่นโทรศัพท์ราคาไม่เกิน 5,000 งบเท่านี้ใช้รุ่นไหนดีสุด?

10 รุ่นโทรศัพท์ราคาไม่เกิน 5,000 งบเท่านี้ใช้รุ่นไหนดีสุด?

ในปัจจุบันต้องยอมรับเลยว่า โทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ตโฟนกลายเป็นสิ่งของที่ต้องมีติดตัวกันทุกคน เนื่องจากโทรศัพท์มือถือในปัจจุบันสำคัญมากในเรื่องของการติดต่อสื่อสารหรือแม้กระทั่งบางคนอาจจะใช้โทรศัพท์ทำงานแทนคอมพิวเตอร์ในเวลาเร่งรีบก็มี จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีในโทรศัพท์มือถือพัฒนากันอย่างรวดเร็วมาก โดยตลาดโทรศัพท์มือถือนับว่าเป็นตลาดหนึ่งที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มราคาที่สูง ราคาปานกลางหรือจะกลุ่มราคาประหยัดก็ตาม ก็ต่างแข่งขันกันออกรุ่นใหม่ ๆ มาเพื่อให้ผู้ใช้งานได้มีตัวเลือกที่เยอะขึ้นในการตัดสินใจซื้อนั่นเอง

ปัจจัยการซื้อโทรศัพท์มือถือ

ซี่งการที่จะซื้อโทรศัพท์มือถือใหม่สักเครื่อง เราต้องคำนึงในเรื่องของปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ทั้งสเปกของตัวเครื่อง ฟีเจอร์ ราคา เพราะการกำหนดราคาซื้อของแต่ละบุคคลก็ไม่เท่ากัน บางคนกำหนดราคาซื้อไว้สูง เพราะต้องการสเปกที่ดีที่สุด บางคนกำหนดราคาไว้ระดับปานกลางถึงราคาต่ำ เพราะต้องการเครื่องที่คุ้มค่า แค่ใช้งานได้ทุกอย่างก็เพียงพอแล้ว ซึ่งแล้วแต่ความสะดวกในกำลังทรัพย์และความพึงพอใจของแต่ละคน 

ซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นไหนดี? 

วันนี้เรามี 10 โทรศัพท์มือถือราคาไม่เกิน 5,000 บาท มาแนะนำให้คนที่ไม่ต้องการใช้โทรศัพท์มือถือราคาสูง แต่ต้องการโทรศัพท์มือถือที่มีราคาคุ้มค่าหรือต้องการโทรศัพท์ไว้ใช้เป็นเครื่องสำรองจากเครื่องหลัก มาดูกันเลยมีรุ่นอะไรบ้าง

1. Redmi 9 

สมาร์ตโฟนแบตอึด 5,020 mAh รองรับระบบการชาร์จไว ที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่เต็มตาถึง 6.53 นิ้ว ตอบโจทย์การรับชมทุกคอนเทนต์ต่าง ๆ บนสมาร์ทโฟนได้เป็นอย่างดี โดยตัวเครื่องจัดเต็มเรื่องการถ่ายภาพกับกล้องหลังทั้งหมด 4 เลนส์และกล้องหน้า 1 เลนส์

ข้อมูลสเปกโดยสังเขป 

  • หน้าจอขนาด 6.53 นิ้ว (หน้าจอหยดน้ำ)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน่วยประมวลผล Mediatek Helio G80 Octa Core ความเร็ว 2.0 GHz
  • ระบบปฏิบัติการ MIUI 11 based on Android 10.0
  • หน่วยความจำ 
  • Ram 3/Rom 32 GB 
  • Ram 4/Rom 64 GB 
  • กล้องหน้า 8MP
  • กล้องหลัง 13MP + 8MP(Ultrawide) + 5MP(Macro) + 2MP(Depth) 
  • คุณสมบัติการกันน้ำ (ชั่วคราว)
  • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ 5,020 mAh
  • รองรับระบบชาร์จไฟ 18W (Fast Charging) 

ราคาเครื่องศูนย์ 4,599 บาท

2. Realme 5 

สมาร์ตโฟนสเปกดี แต่ราคาคุ้มค่าที่ราคาไม่ถึง 5,000 บาท ดีไซน์ตัวเครื่องโดดเด่น มีเอกลักษณ์ มาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6.5 นิ้ว ตอบโจทย์คนที่ชอบรับชมคอนเทนต์และเล่นเกมได้อย่างดี อีกทั้งยังมากับกล้องหลัง 4 เลนส์ที่แต่ละเลนส์ทำหน้าที่แตกต่างกัน ตอบโจทย์สำหรับคนที่ชอบการถ่ายภาพอีกด้วย ที่สำคัญยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh รองรับชาร์จไว ใช้งานได้ทั้งวันไม่ต้องกลัวแบตหมดกับราคาที่คุ้มค่าสุด ๆ 

ข้อมูลสเปกโดยสังเขป 

  • หน้าจอขนาด 6.5 นิ้ว (หน้าจอหยดน้ำ)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 665 Quad Core ความเร็ว 2.0 GHz
  • ระบบปฏิบัติการ Color OS 6.0 based on Android 9 (Pie) 
  • หน่วยความจำ 
  • Ram 3/Rom 32 GB
  • Ram 4/Rom 64/128 GB 
  • กล้องหน้า 13MP (Wide)
  • กล้องหลัง 12MP + 8MP (Ultrawide) + 2MP (dedicated macro camera) + 2MP depth sensor  
  • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ 5,000 mAh (รองรับระบบชาร์จไว)

ราคาเครื่องศูนย์ 4,599 บาท

3. Oppo A12

สมาร์ตโฟนหน้าจอ 6.22 นิ้ว ที่มาพร้อมกับกล้องหลังพลัง AI แบบกล้องคู่ เร็วแรงด้วยหน่วยประมวลผลความเร็ว 2.3 GHz กับดีไซน์ตัวเครื่องที่โดดเด่นและแบตเตอรี่ขนาด 4,230 mAh เล่นทั้งวันสบาย ๆ กับราคาสุดคุ้ม     

ข้อมูลสเปกโดยสังเขป 

  • หน้าจอขนาด 6.22 นิ้ว (หน้าจอหยดน้ำ)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน่วยประมวลผล Mediatek Helio P35 Octa Core ความเร็ว 2.3 GHz
  • ระบบปฏิบัติการ Color OS Color OS 6.1.2 based on Android 9 
  • หน่วยความจำ 
  • Ram 3/Rom 32 GB 
  • Ram 4/Rom 64 GB 
  • กล้องหน้า 5MP
  • กล้องหลัง 13MP + 2MP
  • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ 4,230 mAh

ราคาเครื่องศูนย์ 4,599 บาท

4. Oppo A5 2020 

สมาร์ตโฟนแบตอึด 5,000 mAh จัดเต็มเรื่องความบันเทิงกับเสียงจาก Dual Stereo ลำโพงคู่ผสานกับ Dolby Atmos ให้เสียงที่ดังและมีมิติในทุกคอนเทนต์ที่อยู่ในหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6.5 นิ้ว อีกทั้งยังจัดเต็มเรื่องกล้องถ่ายรูปในราคาสุดคุ้ม 

ข้อมูลสเปกโดยสังเขป 

  • หน้าจอขนาด 6.5 นิ้ว (หน้าจอหยดน้ำ)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 665 Octa Core ความเร็ว 2.0 GHz
  • ระบบปฏิบัติการ Color OS Color OS 6.0.1 based on Android 9 (Pie) 
  • หน่วยความจำ 
  • Ram 3/Rom 64 GB 
  • กล้องหน้า 8MP
  • กล้องหลัง 12MP + 8MP (Ultrawide) + 2MP 
  • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ 5,000 mAh

ราคาเครื่องศูนย์ 4,999 บาท 

5. Oppo A5s

สมาร์ตโฟนหน้าจอ 6.2 นิ้ว ใหญ่เต็มตามาพร้อมกับกล้องหลังคู่พลัง AI Beauty 2.0 จาก Oppo ที่จะทำให้ใบหน้าของเพื่อน ๆ ออกมาสวยหล่อ คมชัด นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับแบตที่อึดทน เล่นได้ทั้งวันกับแบตเตอรี่ 4,230 mAh

ข้อมูลสเปกโดยสังเขป 

  • หน้าจอขนาด 6.2 นิ้ว (หน้าจอหยดน้ำ)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน่วยประมวลผล Mediatek MT6765 Helio P35 Octa Core ความเร็ว 2.3 GHz
  • ระบบปฏิบัติการ Color OS 5.2 based on Android 8.1(Oreo) 
  • หน่วยความจำ 
  • Ram 4/Rom 64 GB 
  • กล้องหน้า 8MP
  • กล้องหลัง 13MP + 2MP 
  • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ 4,230 mAh

ราคาเครื่องศูนย์ 4,999 บาท

6. Redmi Note 7 

สมาร์ตโฟนหน้าจอใหญ่ 6.3 นิ้ว มาพร้อมกับชิปประมวลผลสุดแรงกับ Snapdragon 660 AIE Octa Core ทำให้เล่นเกมและโซเชียลมีความลื่นไหล อีกทั้งยังชูจุดเด่นเรื่องกล้องถ่ายภาพ 48+5 ล้านพิกเซล ที่มาพร้อมกับความฉลาดของ AI นอกจากนี้ยังให้แบตเตอรี่มาถึง 4,000 mAh พร้อมระบบชาร์จไว  

ข้อมูลสเปกโดยสังเขป 

  • หน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว (หน้าจอหยดน้ำ)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 660 AIE Octa Core ความเร็ว 2.2 GHz
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 (Pie) 
  • หน่วยความจำ 
  • Ram 3/Rom 32 GB 
  • กล้องหน้า 13MP
  • กล้องหลัง 48MP + 5MP 
  • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ 4,000 mAh (รองรับระบบชาร์จไว)

ราคาเครื่องศูนย์ 4,999 บาท

7. Vivo Y15 2020

สมาร์ตโฟนแบตอึด ใช้ได้ทั้งวันกับแบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh ยังมาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6.35 นิ้ว ดูคอนเทนต์ได้แบบเต็มตา อีกทั้งยังมากับกล้องหลัง 3 ตัว  13 + 8 + 2 ล้านพิกเซลทำงานร่วมกับ AI ที่ฉลาดสุด ๆ 

ข้อมูลสเปกโดยสังเขป 

  • หน้าจอขนาด 6.35 นิ้ว (หน้าจอหยดน้ำ)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน่วยประมวลผล Mediatek Helio P22 Octa Core ความเร็ว 2.0 GHz
  • ระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 9 based on Android 9 (Pie) 
  • หน่วยความจำ 
  • Ram 4/Rom 64 GB 
  • กล้องหน้า 16MP
  • กล้องหลัง 13MP + 8MP + 2MP
  • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ 5,000 mAh (รองรับระบบชาร์จไว)

ราคาเครื่องศูนย์ 4,999 บาท

8. Vivo Y12 

เป็นสมาร์ตโฟนอีกหนึ่งรุ่นของแบรนด์ Vivo ที่มากับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 5,000 mAh เล่นได้ทั้งวันไม่ต้องกลัวกับหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6.35 นิ้ว ชมคอนเทนต์เต็มตาแบบฟิน ๆ อีกทั้งยังมาพร้อมกับกล้องหลังพลัง AI ถึง 3 เลนส์ โดยมีเลนส์การถ่ายภาพมุมกว้างพิเศษให้มาด้วย 

ข้อมูลสเปกโดยสังเขป 

  • หน้าจอขนาด 6.35 นิ้ว (หน้าจอหยดน้ำ)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน่วยประมวลผล Mediatek Helio P22 Octa Core ความเร็ว 2.0 GHz
  • ระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 9 
  • หน่วยความจำ 
  • Ram 3/Rom 32 GB 
  • กล้องหน้า 8MP
  • กล้องหลัง 13MP + 8MP + 2MP + 8MP + 2MP
  • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ 5,000 mAh (รองรับระบบชาร์จไว)

ราคาเครื่องศูนย์ 4,999 บาท

9. Samsung Galaxy A10s 

สมาร์ตโฟนจากแบรนด์ Samsung รุ่น A10s ที่ถูกพัฒนาต่อจากรุ่น A10 ที่มีราคาถูกกว่ารุ่นพี่ โดยมากับหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ 6.2 นิ้ว และมีกล้องหลังเพิ่มเป็น 2 เลนส์ 13 + 2 ล้านพิกเซล ทำให้การถ่ายภาพมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย  

ข้อมูลสเปกโดยสังเขป 

  • หน้าจอขนาด 6.2 นิ้ว (หน้าจอหยดน้ำ)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 660 Octa Core ความเร็ว 2.2 GHz
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 (Pie) 
  • หน่วยความจำ 
  • Ram 2/Rom 32 GB 
  • กล้องหน้า 8MP
  • กล้องหลัง 13MP + 2MP Depth Camera
  • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ 4,000 mAh (รองรับระบบชาร์จไว)

ราคาเครื่องศูนย์ 4,999 บาท

10. Motorola One Macro 

ปิดท้ายกันด้วย Motorola One Macro เป็นสมาร์ตโฟนที่ชูจุดเด่นเรื่องกล้อง Macro สามารถโฟกัสวัตถุได้ใกล้มากถึง 2 เซนติเมตร และยังมีกล้องอีก 3 เลนส์ที่ทำหน้าที่ต่างกันอีกด้วยด้วย นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ 6.2 นิ้ว ทำให้ดูคอนเทนต์ต่าง ๆ ได้อย่างเต็มตา แถมแบตเตอรี่ให้มาถึง 4,000 mAh ที่รองรับระบบชาร์จไวอีกด้วย 

ข้อมูลสเปกโดยสังเขป 

  • หน้าจอขนาด 6.2 นิ้ว (หน้าจอหยดน้ำ)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน่วยประมวลผล Mediatek Helio P70 Octa Core ความเร็ว 2.1 GHz
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 (Pie) 
  • หน่วยความจำ 
  • Ram 4/Rom 64 GB 
  • กล้องหน้า 8MP
  • กล้องหลัง 13MP + 2MP (Dedicated Macro Camera) + 2MP Depth Sensor  
  • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ 4,000 mAh (รองรับระบบชาร์จไว)

ราคาเครื่องศูนย์ 4,990 บาท

สรุปท้ายบทความ

โทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ตโฟนราคาถูก ไม่ได้แปลว่าจะไม่ดีเสมอไป เพราะตอนนี้คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับของที่คุ้มค่าคุ้มราคามากขึ้น ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อของที่มีราคาสูงตลอด เช่นเดียวกับโทรศัพท์มือถือในปัจจุบัน ผู้ผลิตพยายามจะผลิตโทรศัพท์มือถือที่มีสเปกกลาง ๆ หรือใกล้เคียงกับตัว Top แล้วนำมาขายในราคาที่คุ้มค่า ทุกคนสามารถเอื้อมถึง แต่อาจจะลดฟีเจอร์หรือสเปกบางอย่างลง เพื่อที่จะขายในราคาที่ถูกได้ ซึ่งถือว่าได้กระแสตอบรับดี ทำให้ตลาดโทรศัพท์มือถือที่มีราคาคุ้มค่าในปัจจุบันก็แข่งขันกันอย่างดุเดือดเช่นกัน ทีนี้ก็แล้วแต่ผู้ใช้งานอย่างเราว่าจะเลือกใช้แบรนด์ไหนดี

ถ้าหากเพื่อน ๆ ต้องการหาโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ตโฟนสเปกดี ราคาคุ้มค่า ทาง Kaidee เราก็มีให้เพื่อน ๆ ได้เลือกเยอะเลย มาดูกันก่อนได้นะ