Balenciaga แบรนด์หลุดโลก ไม่ได้เจ๋งแค่ดีไซน์

Balenciaga แบรนด์หลุดโลก ไม่ได้เจ๋งแค่ดีไซน์

ทำความรู้จักแบรนด์กันคร่าวๆ

ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Balenciaga คือ คริสโตบาล บาเลนเซียก้า (Cristóbal Balenciaga) เส้นทางการออกแบบของเขา คือการเรียนรู้งานตัดเย็บและแฟชั่นกับ มาร์เกซ่า เด กาซ่า ตอเรซ โดยที่เขายังเป็นผู้ช่วยฝึกหัดร้านตัดเสื้อในย่านที่มีชื่อเสียงอีกด้วย ต่อมาในปี 1917 เขาได้ร้านบูติคเป็นของตัวเองโดยใช้ชื่อว่าร้าน Balenciaga ย่าน ซาน เซบาสเตียน (San Sebastián) และขยายเพิ่มไปอีก 2 สาขา ในกรุงมาดริด และบาร์เซโลนา ปี 1931 แต่เนื่องจากสภาพสังคมของประเทศสเปนในขณะนั้นไม่ค่อยดีนัก เขาจึงต้องปิดทั้ง 3 สาขาลง และย้ายถิ่นฐานมายังประเทศฝรั่งเศส

จากนั้นเปิดร้านบูติดใหม่อีกครั้งในปี 1937 ในปารีส ซึ่งสไตล์การออกแบบของเขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปะแบบ Abstract ทำให้เสื้อผ้ามีลักษณะเหมือนงานประติมากรรม และมีรูปทรงแปลกตา ส่วนอีกแรงบันดาลใจนั่นก็คือ นักบุญของศาสนาคริสต์ ทวยเทพ เนื่องจากตัวเขาเองนับถือคริสต์คาทอลิก

นอกจากชื่อเสียงด้านการออกแบบเสื้อผ้าแล้ว Balenciaga เอง ก็มีชื่อเสียงเรื่องการไม่ชอบเข้าสังคมเช่นกัน Balenciaga เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อเพียงครั้งเดียว และเขายังเคยแบนไม่ให้สื่อได้เห็น หรือถ่ายรูปสินค้าจนกว่าลูกค้าจะเห็นก่อนเป็นเวลาถึงหนึ่งเดือน จนถึงขั้นมีข่าวลือว่าเขาไม่มีตัวตนอยู่จริงอีกด้วย

ซึ่งแบรนด์ Balenciaga ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เพราะเป็นห้องเสื้อโอตกูตูร์ที่มีทั้งราชวงศ์เหล่าขุนนางชนชั้นสูงมาตัดเสื้อผ้าด้วยมากมาย แต่ด้วยความนิยมของแฟชั่นที่เปลี่ยนไป ในช่วงกลางปี 1960 ทำให้เสื้อผ้าแบบ ready-to-wear เป็นที่นิยมมากกว่าเสื้อผ้าสไตล์โอตกูตูร์ชั้นสูง ทำให้ Balenciaga ตัดสินใจปิดห้องเสื้อลงในปี 1968 และออกจากวงการแฟชั่นอย่างถาวรด้วยวัย 74 ปี ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในวันที่ 23 มีนาคม 1972 ที่ประเทศสเปน บ้านเกิดของเขา

ความหลุดนี้ได้แต่ใดมา ?

หลังๆ มาจะเห็นได้ว่าสินค้าต่างๆ ของแบรนด์ไปสุดขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อฮู๊ดขาดหลุดลุ่ย เดรสแขนสั้นข้างยาวข้าง กระเป๋าถือที่แลดูคล้ายถุงสำเพ็ง รวมไปถึงรองเท้า Sneakers รุ่นฮิตอย่าง Triple S ที่พื้นมีความหนา อวบอ้วน และมีน้ำหนักราวๆ ข้างละ 2 กิโลกรัม ซึ่งผลงานทั้งหมดมาจาก Demna Gvasalia ผู้อำนวยการสร้าง Balenciaga (Creative Director) คนปัจจุบัน นักออกแบบชาวจอร์เจียผู้นี้ได้บุกเข้าสู่วงการแฟชั่นในฐานะผู้นำของกลุ่มงานออกแบบแบรนด์ Vetements นับว่าผู้ชายคนนี้สร้างอิทธิพลให้กับแวดวงแฟชั่นอย่างมากเลยทีเดียว

โดยผลงานที่ออกมาส่วนมากจะเป็นแนวสปอร์ตผสมผสานความเรียบง่ายสมัยใหม่ ทำให้ Balenciaga เป็นหนึ่งในสตรีทแวร์ Hi-end ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดแบรนด์หนึ่ง ปฏิเสธไม่ได้ว่า Balenciaga นำความเติบโตทางการเงินให้กับ Kering ซึ่งเป็น บริษัท ยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศสที่มีแบรนด์ในเครือมากมายไม่ว่าจะ Yves Saint Laurent, Gucci และ Alexander McQueen

ผลงานสุดแปลก แหวกทุกวงการดีไซน์

  • Balenciaga’s Triple S รองเท้าสนีกเกอร์รูปทรงอวบอ้วน พื้นหนาเตอะ ที่ได้รับกระแสนิยมกันทั่วบ้านทั่วเมือง แม้หลายๆ คนจะบอกว่ามันคือรองเท้าหน้าตาน่าเกลียด แต่รองเท้าอ้วนๆ คู่นี้ ปลุกกระแสรองเท้าสไตล์ Ugly Sneakers ได้อย่างดี ชนิดที่ว่าหลายๆ แบรนด์หันมาผลิตรองเท้าทรงนี้กันไม่หยุด
  • Balenciaga’s “t-shirt shirt” เพราะคนเราจะใส่เสื้อกี่ Layer ก็ได้ เสื้อตัวนี้เลยจัดการเย็บเสื้อยืดกับเสื้อเชิ้ตติดกันซะเลย ถามว่าใส่ได้จริงหรือไม่ ใส่ได้! (ถ้าใจเรากล้า) หมดปัญหาเลือกเสื้อไม่ได้ไปเลย จะใส่แบบไหนก็แล้วแต่สะดวก เป็นเสื้อ 2 in 1 จริงๆ ไม่จกตา
  • Balenciaga’s “glazed leather” กระเป๋าหนังสีฟ้าที่หน้าตาคล้ายถุงอีเกีย (Frakta Bag) สุดๆ ซึ่งถุงอีเกียสามารถซื้อได้ในราคาเพียงแค่ 99 Cent เท่านั้น แต่กระเป๋าใบนี้ราคาทะยานฟ้าราวๆ 2,145 เหรียญสหรัฐ ! เรียกได้ว่ากรีดเลือดขายไตซื้อกันเลยทีเดียว ต้องยอมความ Gvasalia จริงๆ

จะว่าไปแล้ว วงการแฟชั่นมีอะไรเซอร์ไพรส์เราได้ตลอดจริงๆ ส่วนใครจะอินหรือไม่นั้น อยู่ที่ความชอบแล้วล่ะ

ถ้าใจบอกว่ามันใช่
จงใช้เงินแก้ปัญหาความอยากได้นั้นเสีย

แต่ถ้าใครรู้สึกว่าเสื้อผ้าพวกนี้ราคาสูงไปนิด อยากได้ราคาน่ารักๆ เห็นแล้วพร้อมโอน ลองแวะมาที่ Kaidee สิ เรามีทุกแบบ ทุกสไตล์ให้เลือกเลยนะ

6 สตรีทแบรนด์ ที่ใครใส่เป็นต้องมีมองตาม

6 สตรีทแบรนด์ ที่ใครใส่เป็นต้องมีมองตาม

ได้รับนิยมอีกครั้งกับสตรีทแฟชั่น ด้วยกระแสเพลงแนวแร็ปที่ออกมาเป็นจำนวนมาก ทำให้วัฒนธรรมหนึ่งที่ติดมาพร้อมๆกับแนวเพลงเลยคือการแต่งตัวของแร็ปเปอร์ ทำให้สตรีทแฟชั่นมีความโดดเด่นที่ไม่เหมือนใคร เป็นสไตล์ที่เหมือนเล่นกับเลเยอร์ของเสื้อผ้าจำนวนมากมา mix & match ใส่ซ้อนๆกันหลายๆชั้น กลายมาเป็นการแต่งตัวสุดแนวและไม่เหมือนใคร จึงได้เกิดแบรนด์สตรีทแฟชั่นที่เป็นที่นิยม ใครใส่ต้องเป็นเท่ เก๋ คลู แบบสุดๆ จะมีแบรนด์อะไรบ้าง มาดูกันเลย!!

1. Supreme

แบรนด์สุด Hype จากทางอเมริกา ที่ไม่ว่าจะทำอะไรออกมาขาย ทั้งในร้านเองหรือทางออนไลน์ก็ตาม จะขายหมดได้ในเวลาไม่ถึงนาที โดยแบรนด์นี้ก่อตั้งโดยหนุ่มชาวอังกฤษ ชื่อ James Jabbia ซึ่งเริ่มมาจากการที่เขานั้นอยากทำเสื้อสำหรับ Skater (คนเล่นสเก็ตบอร์ด)

สำหรับชื่ออย่าง Supreme นั้นถูกตั้งและคิดมาอย่างง่ายๆเพียงแค่ James Jabbia ชอบคำๆนี้เท่านั้น โดยสินค้าล็อตแรกที่ถูกผลิดออกมาเป็นเสื้อยืด 3 ลาย หนึ่งในนั้นเป็นเสื้อในตำนานอย่าง Supreme Box Logo ที่ปัจจุบันราคา Resell (ราคาขายต่อ) สูงไปถึง 45,000 บาท เลยทีเดียว!!

2. Champion

Credit : Champion Thailand

ที่มาของแบรนด์นี้เกิดขึ้นจากพี่น้องตระกูล Feinbloom ซึ่งตอนแรกทางแบรนด์นั้นผลิตออกมาเพียงเพื่อการกีฬาโดยเฉพาะ แต่ปัจจุบัน นอกจากเสื้อผ้ากีฬา Champion นั้นทำเสื้อหลากหลายแนว หลายหลายสไตล์มากขึ้น

แบรนด์ระดับตำนาน ที่กลับมาฮิตอีกครั้ง หากพูดถึง Champion แน่นอนว่าไม่มีใครไม่รู้จักแน่นอน เพราะเป็นแบรนด์เสื้อผ้าสไตล์กีฬา ที่มีความเป็นสตรีทสูง ทำให้ดารามากหน้าหลายตาสวมใส่อยู่ตลอดเวลา และเป็นแบรนด์ที่มีการ Collab (ร่วมงาน) กับสตรีทแบรนด์หลากหลาย เช่น Supreme ที่ทำร่วมกันอยู่หลายครั้ง รวมไปถึงแบรนด์ Hi-End อย่าง Off-White, Gucci และ Vetements

3. A BATHING APE (BAPE)

Credit : A Bathing Ape Thailand

A Bathing Ape หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า Bape แบรนด์ดังสัญชาติญี่ปุ่นที่มีความโดดเด่นในโลโก้ที่เป็นรูปลิงและโด่งดังไปทั่วโลก ที่ Tomoaki Nagao หรือที่รู้จักกันในนาม NIGO เค้าที่แรงบันดาลใจมาจากหนังลิงสุดโด่งดังอย่าง Planet of the Apes จึงทำให้เกิดแบรนด์นี้ขึ้นมา

ล่าสุด Bape ได้ทำผลงานเสื้อผ้าสตรีทกับแบรนด์ Hi-End อย่าง MCM เป็น Collection ที่ยกระดับแบรนด์ไปอีกขั้น ซึ่งทำให้การทำงานร่วมกันครั้งนี้ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เพราะสินค้าหมดไปอย่างรวดเร็ว

4. Comme Des Garcons

Credit : Comme Des Garcons

แบรนด์แฟชั่นของญี่ปุ่น สุดนอกกรอบ แหวกแนวไม่เหมือนใคร ที่ออกไปโลดแล่นในงาน Fashion ต่างๆ Comme Des Garcons ที่ Rei Kawakubo สรรสร้างขึ้น ได้แรงบันดาลใจจากการที่สมัยตัวเขายังเด็ก ได้ถูกตีกรอบด้านการแต่งตัวให้ถูกต้องตามวัฒนธรรมอันดีของชาวญี่ปุ่น จึงทำให้ Comme Des Garcons มีรูปแบบของเสื้อผ้าที่ไม่เหมือนใครมาก่อน

หากพูดถึงแบรนด์นี้ หลายๆคนอาจจะ เอ๊ะ!! มันคือแบรนด์อะไรกันแน่ แต่ถ้าหากพูดถึง สัญลักษณ์รูป “หัวใจที่มีตา” หรือที่รูปจักกันว่า Comme Play Heart แล้วล่ะก็ ทุกคนน่าจะร้อง อ๋อ กันอย่างแน่นอน ด้วยความความเรียบง่ายของเสื้อ และสัญลักษณ์ที่จำได้ง่าย ทำให้ Collection นี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

5. Ambush

Credit : Ambush Workshop

จากแบรนด์เครื่องประดับชั้นนำ ผันตัวเองมาเป็นแบรนด์สตรีท Ambush แบรนด์สัญชาติเกาหลีใต้ ที่ก่อตั้งโดย Yoon Ahn โดยที่เค้าก่อตั้งร่วมกันกับแฟนหนุ่มของเขา คือ Verbal แร็ปเปอร์ ของวง Teriyaki Boyz ซึ่งในตอนแรกนั้นเค้าทั้งคู่เฉิดฉายความดังจากการทำเครื่องประดับ แต่ด้วยความชอบการแต่งตัวของทั้งคู่นั้น ทำให้เค้าผันตัวเองมาเป็นสตรีทแฟชั่นและเข้าตีตลาดในประเทศญี่ปุ่น

ผลงานที่โดดเด่นที่ทำให้ Ambush นั้นเป็นที่รู้จักจากการทำผลงานร่วมกับทาง Nike ก่อเกิดเป็น Nike Air Max 180 X Ambush ที่ Yoon Ahn ได้ออกแบบรองเท้าซีรี่ย์ Air Max 180 ให้ออกมาเป็นรูปใหม่ที่แปลกตาจนทำให้แบรนด์กลายเป็นที่ยอมรับจนได้

6. Stüssy

บรนด์สตรีทที่มีมายาวนาน เป็นรุ่นพี่ของวงการอย่าง Stüssy ผู้นำทางสตรีทและวินเทจ ที่มีมานานกว่า 30 ปี ซึ่งมีมานานกว่า Supreme และ Bape จะเรียกว่าเป็นผู้นำเทรนด์ของสตรีทแฟชั่นก็ไม่ผิดเลย โดยแบรนด์นี้ถูกก่อตั้งโดย Shawn Stussy โดยในตอนแรกเค้าสร้างแบรนด์นี้เพื่อนักโต้คลื่น แต่ด้วยความชื่นชอบความเป็นฮิปฮอปของ Stussy ทำให้เค้าเริ่มทำเสื้อแนวสตรีทมากขึ้น

ปัจจุบัน Stüssy นั้นทำร่วมกับแบรนด์มากมาย อาทิ Dior ที่นำความเป็นกราฟฟิตี้มาใส่ใน Collection ทำให้แบรนด์ Hi-End อย่าง Dior นั้นมีความสตรีทมากยิ่งขึ้น จึงเป็นน่าจับตามองของ Streetwear ทั่วโลก

ได้รู้จักกันไปแล้วกับแบรนด์ต่างๆที่สายสตรีทนั้นห้ามพลาด แค่ใส่ก็เท่ แถมยังคูลอีกต่างหาก ใครที่อยากได้เสื้อผ้าหรือรองเท้าแนวๆสตรีท หรือใครที่มีเสื้อผ้าสตรีทที่ไม่ใส่แล้ว เข้ามาลงขายเลยที่ Kaidee

How 2 Mix&Match เสื้อผ้ามือสองสไตล์คาวาอิเกิร์ล

How 2 Mix&Match เสื้อผ้ามือสองสไตล์คาวาอิเกิร์ล

ขอบอกก่อนนะคะว่า การแต่งตัวเป็นสไตล์ความชอบของแต่ละคน ทุกคนมีสิทธิใส่เสื้อผ้าในโทนที่ตัวเองชอบ ในระยะหลังเรามักจะได้ยินคำฮิตติดหูบ่อยๆคือ “เธอแต่งตัวดูเกาหลี๊เกาหลีเนอะ” หรือ “เธอแต่งตัวดูญี่ปุ๊นญี่ปุ่น”

mori-style-clothes-mixed-with-hira-hira-style

นับเป็นกระแสการแต่งตัวที่สาวๆหลายคนอยากแต่งตาม ทำเอาบางคนต้องไปบินลัดฟ้าไกลไปถึงแดนอาทิตย์อุทัยและแดนกิมจิ แล้วหอบเสื้อผ้ากลับมาเต็มกระเป๋า! แน่นอนว่า ฮาวทูใส่เสื้อผ้าแบบสาวเกาหลีคงมีคนรีวิวเยอะแล้ว วันนี้ลองมาดูรีวิวในด้านของสาวแดนปลาดิบสุดน่ารักน่าเอ็นดูกันดูบ้าง!

ก่อนอื่นต้องแบ่งสายการแต่งตัวของสาวๆประเทศนี้ออกเป็นสองแบบก่อน แบบแรกคือ สายคาวาอิ แบบที่สองคือเน้นความมินิมอล หัวข้อในวันนี้เราจะพูดถึงสายคาวาอิกัน!

ได้เวลา มาเริ่มบทเรียน “คลาสแต่งตัวแบบคาวาอิเกิร์ล 101” กันดีกว่า!

บทเรียนแรก “ใส่เสื้อผ้าจะต้องดูนุ่มนิ่ม มีระบายแบบฮิระฮิระ”

https://www.instagram.com/p/CFn89I3juUc/

เอ๊ะ อ่านมาถึงตรงนี้ฮิระฮิระ คืออะไรกันนะ?

ฮิระฮิระ ก็คือคำเรียกเสื้อผ้าที่มีความฟูฟ่องหรือมีระบายเป็นริ้วเรียงรายอยู่ตามเสื้อผ้า ไม่ว่าจะเป็นส่วนบนหรือส่วนล่าง สาวญี่ปุ่นสายนี้มักจะนิยมใส่เสื้อผ้าที่มีระบายริ้ว ๆ ทำให้ดูไม่เรียบเกินไป ทั้งยังจะเน้นใส่เสื้อผ้าที่มีความพอง เนื้อผ้าดูนุ่มนิ่ม เสริมความน่ารักเวลาใส่ไปอีกหลายเท่า

บทเรียนที่สอง “ซ้อนได้ซ้อนเลยค่ะพี่สาว”

https://www.instagram.com/p/CFWqWcOM0cE/?utm_source=ig_web_copy_link

สำหรับเมืองหนาวอย่างญี่ปุ่น สาว ๆ จะไม่ค่อยชอบการใส่โค้ทหนาตัวเดียวจบเหมือนเกาหลีเท่าไหร่นัก ส่วนใหญ่มักจะเน้นใส่ทับแล้วซ้อนอีกหลาย ๆ ชั้น ชนิดว่าไม่ว่าจะมองตอนใส่โค้ท ไม่ใส่โค้ทก็พร้อมจะสวยเป๊ะปังชวนมองเลยล่ะค่ะ 

เช่น การใส่เสื้อลูกไม้สีขาวด้านใน ทับด้วยเสื้อยืดสีน้ำตาลแขนยาวผ้าลินินทับ เสริมด้วยโค้ทสีเนื้ออีกตัว ส่วนท่อนล่างก็ถุงน่องสีดำสักสองชั้นทับด้วยกระโปรงสีเนื้อหรือสียีนส์ เท่านี้ก็จบขั้นตอน! 

หรือ

แมตช์เสื้อตัวในด้วยเชิ้ตสีขาวคอปกทับด้วยเสื้อแขนยาวคอกลมโทนสีเข้มสักชิ้น จับคู่กับกางเกงสีขาวหรือกระโปรงเป็นลายให้ดูเข้ากัน น่ารักสุดๆแบบหยุดไม่อยู่เลยค่ะ

แต่พอมานึกถึงประเทศไทยดินแดนที่ดวงอาทิตย์รักดั่งลูกคนเล็กดูแลใกล้ชิดกันเหลือเกินแบบนี้ สาวๆลดเหลือแค่คาร์ดิแกนสีอ่อนหรือเสื้อคลุมทับ กับเสื้อทับทรงสเวตเตอร์ หรือแค่แขนสั้นก็พอค่ะ 

บทเรียนที่สาม “สีอ่อน สีพาสเทล สีนี้เท่านั้นสไตล์เรา”

https://www.instagram.com/p/BQeiWhJBPpn/?utm_source=ig_web_copy_link

สาวๆประเทศนี้เขาจะรักการแมตช์สีเสื้อผ้าเป็นอย่างมาก พวกสีแจ๊ด สีฉูดฉาดแทบจะหาได้คนใส่ได้น้อยเลยทีเดียว ส่วนใหญ่มักจะใส่สีโทนอ่อนกับโทนเข้มอย่างสีน้ำตาล สีเขียวขี้ม้า สีน้ำเงิน ไปเลย พวกโทนอ่อนก็จะเป็นสีประมาณ ขาวเหลือง สีเนื้อ สีชมพูอ่อน ฟ้าพาสเทล และ สียอดฮิตอย่างสีขาว!

บทเรียนที่สี่ “ไม่มีลายมันไม่ได้ มันไม่ใช่”

https://www.instagram.com/p/CBU0E93juCR/

ถ้าเสื้อผ้าไม่มีลายก็ออกจากบ้านไม่ได้นะคะ แหม สาวญี่ปุ่นจะลายถักลายตัวอักษรลายการ์ตูน มันต้องมีสักอย่างบนพื้นเสื้อสิหน่า เพื่อให้เสื้อมีลูกเล่นและดูมีอะไรมากขึ้น จึงมักจะนิยมใส่เสื้อที่มีลายมากกว่าเสื้อเรียบๆ 

ดังนั้นการเลือกเสื้อของสาวญี่ปุ่นนอกจากสี แล้วก็ลายนี่แหละที่เป็นจุดสำคัญ ซึ่งจะค่อนข้างตรงข้ามกับคนไทยที่ชอบเสื้อผ้าพื้นเรียบมากกว่าลาย และที่สำคัญที่ญี่ปุ่นจะมีเสื้อผ้าหรือลายตามฤดูกาลด้วย แนะนำว่าถ้าใครได้ไปญี่ปุ่นในแต่ละซีซัน ห้ามพลาดที่จะคว้าติดมือกลับมาสักตัวนะคะ

ถ้าถามหาเสื้อผ้าญี่ปุ่นในไทยก็คงไม่ง่ายนัก คนไทยจึงนิยมซื้อเสื้อผ้าญี่ปุ่นมือสองตามที่เขาขายกันเสียส่วนใหญ่ คำว่ามือสองของเสื้อผ้าญี่ปุ่นรับประกันได้ว่าไม่เก่า ไม่ขาด สภาพใกล้เคียงมือหนึ่งอย่างกับเพิ่งแกะออกจากถุงเลย

สาว ๆ ที่กำลังหาเสื้อผ้ามือสองอย่าลังเลค่ะ จุดนี้ต้องแต่งให้เริ่ดให้ปังแล้ว จะสายไหนเราก็ต้องปัง อย่าได้แคร์ ซึ่งตอนนี้ทาง Kaidee ก็มีเสื้อผ้ามือสองที่ดีมากมายให้ได้จับจองเลือกสรรใส่แล้วสวยทุกคนแน่นอน

Personal Color Test มาดูกันว่าสีไหนใช่คุณที่สุด

Personal Color Test มาดูกันว่าสีไหนใช่คุณที่สุด

เคยเป็นกันไหมคะ ชอบสีนี้สุดใจ แต่ดันใส่แล้วหมอง ไม่เป๊ะปังอย่างใจหวัง บางทีอาจจะเป็นเพราะเรายังไม่เจอสีที่ใช่และเหมาะกับโทนผิวเราที่สุดก็ได้ บอกเลยว่าหาสีที่ใช่ไม่ยากอย่างที่คิด แวะมาทำ Personal Color Test แป๊บเดียวก็เจอ

สำหรับใครที่สงสัยว่า Personal Color Test คืออะไร ต้องทำยังไง ไปลองทำและค้นหาสีที่ใช่คุณที่สุดพร้อมกับเราเลยค่ะ

Personal Color Test คืออะไร?

Personal Color Test คือแบบทดสอบค้นหาสีที่เหมาะกับโทนสีผิวเราที่สุด เวลาใส่เสื้อผ้า สะพายกระเป๋า สวมเครื่องประดับหรือแม้แต่แต่งหน้าสีที่เหมาะกับโทนผิวเรา จะช่วยขับผิวให้ดูสวยใสมีออร่ายิ่งขึ้น! Personal Color จะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มตามฤดูกาล คือ Spring Summer Autumn และ Winter 

Personal Color Test ทำยังไงบ้าง?

 จริง ๆ แล้ว Personal Color Test มีหลากหลายรูปแบบมาก ทั้งแบบขายกันเป็นคอร์สละเอียดยิบ ไปจนถึงแบบทดสอบง่าย ๆ ที่เราเอามาฝากวันนี้ ขอบอกว่าทำง่ายมาก ใช้เวลาแป๊บเดียวเท่านั้น แค่ทำตามสเตปด้านล่างนี้เลยค่ะ

ผิวโทนร้อน (Warm/Yellow Tone)

หา Undertone ผิวตัวเองด้วย 5 วิธีสังเกตง่าย ๆ 

เราสามารถหา Undertone ผิวตัวเองว่าเป็นโทนร้อน (Warm/Yellow Tone) หรือโทนเย็น (Cool / Blue Tone) ได้ด้วย 5 วิธีสังเกตง่าย ๆ ตามนี้เลยค่ะ 

เส้นเลือดที่ข้อมือ

  • เส้นเลือดสีเขียว = ผิวโทนร้อน (Warm/Yellow Tone)
  • เส้นเลือดสีน้ำเงิน = ผิวโทนเย็น (Cool/Blue Tone)

สีตาธรรมชาติ 

  • สีตาธรรมชาติเป็นสีน้ำตาล = ผิวโทนร้อน  (Warm/Yellow Tone)
  • สีตาธรรมชาติเป็นสีดำ = ผิวโทนเย็น (Cool/Blue Tone)
Cool skin undertone
ผิวโทนเย็น (Cool/Blue Tone)

โทนสีรองพื้น

  • ทารองพื้นสีโทนเหลืองแล้วเข้ากับผิวกว่า = ผิวโทนร้อน  (Warm/Yellow Tone)
  • ทารองพื้นสีโทนชมพูแล้วเข้ากับผิวกว่า = ผิวโทนเย็น (Cool/Blue Tone)

ผิวหลังโดนแดด 

  • หลังออกแดดแล้วผิวคล้ำ = ผิวโทนร้อน (Warm/Yellow Tone)
  • หลังออกแดดแล้วผิวแดง = ผิวโทนเย็น (Cool/Blue Tone)

ใส่สีทองหรือสีเงินขึ้นกว่า

  • ใส่สีทองแล้วผิวผ่องกว่า = ผิวโทนร้อน (Warm/Yellow Tone)
  • ใส่สีเงินแล้วผิวผ่องกว่า = ผิวโทนเย็น (Cool/Blue Tone)

ลองเช็กว่า Personal Color ของคุณเป็นฤดูไหน

อย่างที่เกริ่นไปว่า Personal Color ตามตำราชาวญี่ปุ่น จะแบ่งตามฤดู คือ Spring Summer Autumn และ Winter ผิวโทนไหนเป็นฤดูอะไร แบ่งได้ตามนี้เลยค่ะ

Personal Color สำหรับผิวโทนร้อน (Warm/Yellow Tone) 

สำหรับผิวโทนร้อน (Warm/Yellow Tone) จะมี Personal Color แบบ Spring และ Autumn ซึ่งจะแบ่งย่อยไปอีกว่า

คนผิวโทนร้อนที่มีดวงตาสีอ่อน เช่น ฟ้า น้ำตาลอ่อน และสีผมตามธรรมชาติเป็นสีอ่อนหรือสีสว่าง เช่น บลอนด์ น้ำตาลอ่อน Personal Color จะเป็น Spring

ถ้าเป็นคนผิวโทนร้อนที่มีดวงตาสีเข้ม เช่น ดำ น้ำตาลเข้ม และสีผมตามธรรมชาติเป็นสีเข้ม เช่น สีดำ น้ำตาลเข้ม Personal Color จะเป็น Autumn 

Personal Color สำหรับผิวโทนเย็น (Cool/Blue Tone)

คนผิวโทนเย็น (Cool/Blue Tone) จะมี Personal Color แบบ Summer และ Winter โดยจะแบ่งย่อยอีกเหมือนเดิม

สำหรับคนผิวโทนเย็นที่มีดวงตาสีอ่อน เช่น น้ำตาลอ่อน เขียวสว่าง และสีผมตามธรรมชาติเป็นสีอ่อน เช่น บลอนด์เทา น้ำตาลอ่อน Personal Color จะเป็น Summer 

ถ้าเป็นคนผิวโทนเย็นที่มีดวงตาสีเข้ม เช่น น้ำตาลเข้ม ฟ้าอมเทา และสีผมตามธรรมชาติเป็นสีเข้ม เช่น  ดำ น้ำตาลอมเทา Personal Color จะเป็น Winter

มาดูกันว่าชาวฤดูไหนต้องใส่สีอะไรถึงปัง

Spring Color Type for Personal Color Test
Make up tone ของ Summer Type

Spring

ชาวผิวโทนร้อนหรืออมเหลืองที่จัดอยู่ใน Spring เหมาะกับโทนสีสว่าง สดใส ฟีลฤดูใบไม้ผลิ เช่น สีชมพูอมส้ม สีพีช สีเหลือง

Autumn Type Color
Autumn type make up

Autumn

ชาว Autumn เหมาะกับสีอบอุ่นโทนน้ำตาล เช่น สีส้มอิฐ สีเขียวมะกอก สีเบจ

Summer Type แบบทดสอบ Personal Color

Summer 

สำหรับบรรดาคนผิวโทนเย็นที่จัดอยู่ใน Summer จะเหมาะกับสีสว่างโทนเย็น สีพาสเทล อาทิ สีชมพู สีฟ้าอ่อน สีม่วงอ่อน

Winter type color
Winter type Makeup

Winter 

คนที่โทนผิวจัดว่าอยู่ในฤดู Winter จะเหมาะกับสีสด เรียกว่าขนแม่สีมาหมด รวมทั้งสีโทนเย็นด้วย เช่น สีแดง สีเหลือง สีชมพู 

รู้ Personal Color ของตัวเองไว้ถือเป็นอีกตัวช่วยให้เราเลือกแต่งตัวและแต่งหน้าด้วยโทนสีที่เข้ากับโทนผิวเรามากขึ้น ไม่ว่าจะแต่งลุคไหนก็เป๊ะปัง สดใส ไม่มีหมอง

ใครอ่านถึงบรรทัดนี้ก็น่าจะรู้ Personal Color ที่เหมาะกับโทนผิวตัวเองกันแล้ว แวะมาช้อปเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าและเครื่องประดับมือสองในโทนสีที่ต้องการได้ที่ Kaidee เลยค่ะ อยากได้กระเป๋าสีไหน เสื้อผ้าสีอะไร เรามีทุกอย่างที่คุณมองหามาให้เลือกไม่อั้น! ได้ลุคปัง ๆ แล้ว อย่าลืมเอามาอวดกันบ้างน้า!

การจัดบ้าน รกให้เรียบร้อยสไตล์ ‘มาริเอะ คอนโดะ’

การจัดบ้าน รกให้เรียบร้อยสไตล์ ‘มาริเอะ คอนโดะ’

บ้านที่เราอยู่ 5 ปี 10 ปี หรือมากกว่านั้น มักจะมีปัญหาหลัก ๆ คือ ‘ของ’ ในบ้านที่เยอะจนเกลื่อนกลาดไปทั่วพื้นที่จนไม่รู้จะเก็บอย่างไร ซึ่งการจัดระเบียบบ้านที่อยู่อาศัยให้สะอาดเรียบร้อย คงเป็นเรื่องที่ยากสำหรับใครหลายคน และวันนี้เรามีเคล็ดลับ การจัดบ้าน จากผู้เชี่ยวชาญด้านการทำความสะอาดและการจัดระเบียบบ้านในประเทศญี่ปุ่น อย่าง คุณ มาริเอะ คอนโดะ มาฝากกัน

รู้จักกับ ‘มาริเอะ คอนโดะ’ ผู้เชี่ยวชาญ การจัดบ้าน

คุณมาริเอะ คอนโดะ เป็นหญิงสาวชาวญี่ปุ่น อายุ 35 ปี ที่รักการจัดบ้านเป็นชีวิตจิตใจมาตั้งแต่อายุน้อย ๆ ทำให้เธอรู้ถึงปัญหาในการเก็บบ้านที่ไม่ว่าจะเก็บกี่รอบก็รกเหมือนเดิม จนเธอสามารถหาวิธีการแก้ไขปัญหาที่ว่านั้นได้อย่างสบาย ๆ และจุดที่ทำให้เธอกลายมาเป็นที่รู้จักมากขึ้นนั้นคงหนีไม่พ้น รายการ ‘Tidying Up with Marie Kondo’ ที่ออกอากาศทาง Netflix จนมีผู้คนมากมายสนใจในการจัดบ้านแบบเธอ และในปัจจุบัน เธอได้เปิดบริษัทให้บริการให้คำปรึกษาพร้อมกับบริการจัดบ้านไปพร้อม ๆ กัน

ขอบคุณรูปจาก: shop.konmari.com

เทคนิค การจัดบ้าน สไตล์ ‘มาริเอะ คอนโดะ’

ค้นและทิ้งตามความรู้สึก

คุณมาริเอะ คอนโดะ ได้กล่าวว่า กุญแจสำคัญของการจัดบ้านที่ดีคือ เราต้อง ‘ค้น’ (รื้อ) และ ‘รวบรวม’ ของทั้งหมดมาไว้รวมกันตามหมวดหมู่ และทำการ ‘ทิ้ง’ ตามความรู้สึกของเราที่มีต่อของชิ้นนั้น ๆ ทีละชิ้น โดยการหยิบขึ้นมาแล้วพิจารณาว่าสำหรับเรา ของชิ้นนั้นทำให้มีความสุขหรือไม่ ถ้าหากไม่ก็ทำการขอบคุณก่อนที่จะคัดของชิ้นนั้นออกไป และที่สำคัญต้องตัดให้ขาด อย่าอาลัยอาวรณ์ ไม่เช่นนั้นบ้านรกเหมือนเดิมแน่นอน !

ห้องรกก่อนจัดบ้าน

แยกและจัดให้เป็นหมวด

ก่อนอื่นที่เราจะจัดบ้านได้เราต้อง ‘แยก’ และ ‘จัด’ ของต่าง ๆ ให้เป็นหมวดหมู่ เพื่อให้เป็นระเบียบต่อการทิ้งและจัดเก็บสิ่งของไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า หนังสือ ของสะสม รองเท้า เครื่องประดับ หรือสิ่งของทั่วไป และหลังจากจัดหมวดหมู่แล้ว สิ่งที่เราจะทำต่อไป คือ การจัดระเบียบบ้านให้เสร็จทีละหมวดหมู่ เพราะจะทำให้ไม่สับสนต่อวิธีการจัด เห็นภาพรวม และไม่ตกหล่น โดย คุณมาริเอะ คอนโดะ แนะนำว่า ให้เริ่มจาก เสื้อผ้า หนังสือ เอกสาร ของจิปาถะ และของที่มีคุณค่าทางจิตใจ เพราะถ้าหากว่าเราเริ่มต้นจากการจัดของที่ต้องใช้ใจมาก ๆ นั้น จะทำให้เราเสียเวลาในการตัดสินใจมาก การจัดลำดับเช่นนี้เป็นการฝึกฝนจิตใจเราไปในตัวด้วยนั่นเอง

ผู้หญิงจัดบ้านให้เป็นหมวดหมู่ใส่กล่อง

พับ เก็บ ใส่กล่อง

หลังจากเลือกสิ่งของที่เราจะเก็บไว้แล้วนั้น ของที่เหลืออยู่อาจจะมากเกินไปสำหรับการแขวนหรือวางไว้บนโต๊ะด้านนอก จนทำให้ดูรกรุงรังไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย คุณมาริเอะ คอนโดะ มีวิธีจัดบ้านแบบง่าย ๆ คือ หากล่องมาใส่สิ่งของเหล่านั้น และ ‘พับ’ หรือ ‘จัดเก็บ’ ไว้ให้เป็นระเบียบตามหมวดหมู่ จะทำให้การค้นหาสิ่งของเป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น

การจัดบ้าน พับผ้า

จัดบ้านให้เสร็จ อย่าค้างคา

อีกหนึ่งเคล็ดลับง่าย ๆ ของคุณมาริเอะ คอนโดะ ที่ต้องใช้ความขยันในการทำมาก ๆ นั่นก็คือ การจัดบ้านให้เสร็จใน ‘ครั้งเดียว’ ไม่ใช่ทำทีละเล็กละน้อย เพราะการหยุดทำให้เราทั้งเกิดความขี้เกียจ เสียเวลา และไม่อยากทำต่อจนเกิดนิสัยที่เรียกว่าผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อย ๆ จนการเก็บบ้านไม่เสร็จสักที เพราะฉะนั้นเก็บให้เสร็จ อย่าค้างคาเชียวล่ะ

การจัดบ้าน เสร็จ

การจัดบ้าน ให้สุขภาพดี

นี่คือวิธีการจัดบ้าน 4 ขั้นตอนแบบคุณมาริเอะ คอนโดะที่เราทำได้ง่าย ๆ ที่บ้าน ที่ใช้แค่เวลาและความตั้งใจ เพียงแค่นี้บ้านของคุณก็จะกลับมาเรียบร้อยเหมือนซื้อใหม่แล้ว และนอกจากการจัดบ้านแบบนี้แล้วที่นี่ยังมีบทความ จัดห้องนอนแบบนี้สิ ! สุขภาพจิตดี ไม่ป่วยใจ ให้ผู้อ่านได้ความรู้อีกด้วย

ถ้าใครที่โละของทิ้งแล้วอยากส่งต่อ ก็สามารถมาลงขายได้ที่ Kaidee แล้วอย่าลืมจัดบ้านของคุณให้เรียบร้อยตลอดเวลาด้วยล่ะ แล้วชีวิตคุณจะแฮปปี้ขึ้นอย่างแน่นอน