เปลี่ยนไอเทมเชยๆ ให้ใส่ได้อีกครั้ง ไม่อายใคร
มันเริ่มมาจากคำพูดเหล่านี้…
“ใส่มาอีกแล้ว”
“มีเสื้อตัวเดียวเหรอ”
“ทำไมใส่ตัวนี้บ่อยจัง”
คำพูดเหล่านี้ ทำให้เราหมดเวลาทุกเช้าไปกับการคุ้ยตู้เสื้อผ้า เพราะไม่รู้จะใส่อะไรดี แม้ว่าเสื้อผ้าจะเต็มตู้ แต่ทำไมดันรู้สึกเหมือนไม่มีอะไรจะใส่ ถึงมีก็มีแต่เสื้อผ้าเชยๆ ที่ถ้าจะหยิบมาใส่ตอนนี้คงดูเปิ่นน่าดู ในขณะเดียวกัน ถ้าจะให้ซื้อใหม่ก็เสียดายสตางค์ ยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้อีก….ทำยังไงดี….

หนึ่งเหตุผล ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนไม่มีอะไรจะใส่ แม้ในตู้เสื้อผ้าจะแทบไม่มีที่แขวนแล้วก็ตาม นั่นก็เพราะเสื้อผ้าที่เราซื้อมาส่วนใหญ่นั้น ล้วนแต่เป็นเสื้อผ้า ‘Fast Fashion’ (ฟาสต์แฟชั่น) หรือที่แปลเป็นภาษาไทยอย่างตรงตัวว่า เสื้อผ้าตามเทรนด์ที่มาไว และไปไว นั่นเอง
ฟาสต์แฟชั่น ไม่ได้มีผลเสียโดยตรงแค่กับกระเป๋าสตางค์ของเราเท่านั้นนะคะ แต่มันกลับส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย วันนี้เรามีวิธีเปลี่ยนเสื้อผ้าเก่าๆ เอ้าท์เทรนด์ในตู้ของเพื่อนๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นไอเทมฮ็อตฮิต ให้กลับมาใส่ได้อีกครั้ง โดยไม่ต้องอายใคร
แต่ก่อนที่เราจะไปดูเทคนิค การมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้าเชยๆ กัน เรามาทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่าว่า ‘ฟาสต์แฟชั่น’ มันคืออะไรกันแน่
Fast Fashion (แฟชั่นฉาบฉวย)

‘ฟาสต์แฟชั่น’ เป็นคำที่ใช้เรียก อุตสาหกรรมเสื้อผ้า ที่มีจุดประสงค์เพื่อตอบสนองความต้องการตามเทรนด์ที่ไม่สิ้นสุดของผู้บริโภค ซึ่งเสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่นเป็นเสื้อผ้าที่ถูกผลิตขึ้นอย่างรวดเร็ว ในปริมาณที่มาก (Mass Product) ทั้งนี้ก็เพื่อตอนสนองความต้องการตามเทรนด์ หรือจะพูดง่ายๆ ก็คือการผลิตเสื้อผ้าให้ทันเวลาความรู้สึก “ของมันต้องมี” ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนผันไปแทบทุกวัน

นอกจากนี้เสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่นนั้นก็มีราคาไม่แพง จึงทำให้ผู้บริโภคอย่างเรา ไม่รู้สึกเสียดายที่จะซื้อเสื้อผ้าตัวใหม่เรื่อยๆ ดังนั้น ผลที่ตามมา นอกจากที่เราจะมีเสื้อผ้าล้นตู้แล้ว เสื้อผ้าพวกนี้จะกลายเป็นขยะ กลับทำลายสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
เพื่อนๆ พอจะคิดออกไหมคะ ว่ามีเสื้อผ้าหลุดเทรนด์ตัวไหนบ้างที่เพื่อนๆ มีอยู่ในตู้ และยังไม่มีโอกาสทิ้งมันไปสักที ….ติ๊กต๊อก…. ติ๊กต๊อก…. คิดออกไหมเอ่ย ไม่เป็นไรค่ะ วันนี้เราจะได้นึกไปพร้อมๆ กัน
1. กางเกงยีนขาม้า (Boot-Cut Jean)

แม้ว่ากางเกงยีนส์จะเป็นอีกหนึ่งเทรนด์แฟชั่นที่ไม่มีวันตาย แถมไม่ว่าเพื่อนๆ จะอายุเท่าไร ก็สามารถใส่ได้โดยไม่ดูแก่ หรือเด็กจนเกินไป แต่อย่าลืมนะคะว่ากางเกงยีนส์มีหลากหลายรูปแบบ และไม่ใช่ว่าทุกแบบจะเป็นอมตะเสมอไป หรือได้รับความนิยมตลอดกาล ยกตัวอย่างทรงกางเกงยีนส์ ที่ในปัจจุบันกลายเป็นแฟชั่นของมนุษย์ป้าไปเสียแล้ว อย่างเช่น ‘กางเกงยีนขาม้า’ ค่ะ
- กลบความป้า ด้วยผ้าพันคอเกาะอก

ใครบอกว่าผ้าพันคอจะอยู่ได้แค่บนศีรษะ …. เราสามารถเอาผ้าพันคอมาพันเป็นเกาะอกได้ง่ายๆ เพียงแค่พับผ้าพันคอ 1 ทบ ให้ได้เป็นทรงสามเหลี่ยม แล้วเอามาพันรอบหน้าอก จากนั้นก็มัดให้เป็นปมแน่นๆ ข้างหลัง เท่านี้เพื่อนๆ ก็จะได้เกาะอกแนวๆ แล้วยิ่งถ้าใส่คู่กับกางเกงขาม้า รับรองว่าไม่ดูเชยแน่นอน แต่เพื่อนๆ จะได้ลุควินเทจ เหมือนหลุดออกมาจากหนังยุค 90 เลยทีเดียว
2. เสื้อลายสก็อต (Flannel)

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณปี 2017-2018 เทรนด์เสื้อคลุมลายสก็อตนี้ บอกได้เลยว่า ป๊อปปูล่า สุดๆ เรียกได้ว่าไม่ว่าจะเป็นผู้ชาย หรือผู้หญิงก็เป็นอันต้องหยิบเสื้อคลุมลายสก็อตมาใส่กัน เพื่อกันลมหนาวกันทั้งนั้น แม้ว่าเสื้อลายสก็อตจะเป็นแฟชั่นยอดฮิต ฆ่าไม่ตายในช่วงฤดูใบไม้ร่วง แต่ต้องยอมรับว่าถ้าเอามันมาใส่ในปี 2021 อาจจะดูเฉิ่ม เชย ให้ลุคฟาร์มเมอร์(Farmer) หรือคาวบอย (Cowboy) เกินไปหน่อย
- เปลี่ยน ฟาร์มเมอร์ เป็น ลูกคุณหนู ด้วยเสื้อคอเต่า

วิธีที่จะช่วยเพิ่มความคลาสซี่ (Classy) ให้กับการใส่เสื้อคลุมลายสก็อต ทำให้ออกมาดูดี มีราคา ไม่เหมือนฟาร์มเมอร์อย่างเคย คือการหยิบมันมาใส่คู่กับ เสื้อคอเต่า ค่ะ เนื่องจากเสื้อลายสก็อตนั้น มีลายค่อนข้างเยอะแล้ว เสื้อคอเต่าที่เพื่อนๆ ใส่อยู่ข้างในควรเป็นสีเรียบๆ อย่างสีดำ สีครีม หรือสีขาว นะคะ

หรือใครที่อยากดูอินเทรนด์ เหมือนนางแบบอินสตาแกรมขึ้นมาอีกหน่อย เพิ่ม Accessory อย่างเช่น สร้อยคอเส้นเล็กหลายๆ เส้น หรือแหวน สีโรสโกลด์ กับสีเงิน ก็ช่วยได้ค่ะ

3. คาร์ดิแกน (Cardigan)

เชื่อเลยว่าอีกหนึ่งไอเทมที่ทุกคนจะต้องมีไว้ติดตู้เสื้อผ้าที่บ้านไว้ คงจะหนีไม่พ้น เสื้อคลุม คาร์ดิแกน แน่นอน ยังจำกันได้ไหมคะ ว่าสมัยเรียนเราใส่ คาร์ดิแกน กับชุดนักศึกษา หรือชุดนักเรียนกันบ่อยมาก จนพอโตมาแทบจะไม่หยิบ คาร์ดิแกน ตัวเก่งของเราออกมาจากตู้อีกเลย
- ทำลายความจำเจ โดยการพาดไหล่

จริงๆ แล้ว มีอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้คาร์ดิแกน สีพื้นๆ ของเพื่อนๆ ดูเก๋ และเด่นขึ้นมาในทันที วิธีนั้นคือการนำเอา คาร์ดิแกน มาพาดไหล่ โดยการเอาแขนเสื้อคาร์ดิแกนมาผูกเป็นป่มบริเวณหน้าอก แทนการสวมเป็นเสื้อกันหนาวแบบธรรมดานั่นเองค่ะ นอกจากจะเป็นการทำให้ชุดดูสมบูรณ์มากขึ้นโดยมีคาร์ดิแกน เป็นองค์ประกอบหลักแล้ว เพื่อนๆ ยังได้ลุคแบบสปอร์ตๆ สไตล์สาวนักกีนักกีฬาเทนนิสอีกด้วย
แนะนำให้ใส่ชุดนี้คู่กับรองเท้าผ้าใบทรงสปอร์ตสีขาว และถุงเท้าแบบยาวๆ หน่อย ซึ่ง
จะสามารถเพิ่มความสปอร์ตเข้าไปได้อีกเท่าตัว แน่นอนว่านักกีฬาลุคนี้ เป็นสาวนักกีฬาผู้ดี พกเงินแสน ฉีดน้ำหอมกลิ่น Light Blue จาก Dolce & Gabbana นะจ๊ะ
4. ชุดเอี๊ยมยีนส์ (Denim Overalls)

เชื่อว่าหลายคนมีความคิดที่ว่า ชุดเอี๊ยม นั้น เหมาะสำหรับเด็กเท่านั้น ถ้าโตแล้วกลับมาใส่อีก คงดูเป็นเด็กโข่งน่าดู แต่เชื่อไหมคะ ว่าชุดเอี๊ยมมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานตั้งแต่สมัย ต้นศตวรรษที่ 18 เลยค่ะ
ชุดเอี๊ยม หรือชุดหมีนี้ถูกใส่ครั้งแรกโดยกองทัพทหารชาวอังกฤษ และได้ถูกพัฒนาต่อมาเป็นเครื่องแบบสำหรับคนงาน นักขุดเหมืองในช่วงศตวรรษที่ 20 หลังจากนั้น ชุดเอี๊ยมนี้ก็กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในช่วง 90s โดยได้รับอิทธิพลจากศิลปินฮิปฮอป (HipHop) หรือ อาร์แอนบี (R&B) นั่นเอง
- แก้หุ่นหมี ด้วยเข็มขัด

หลายคนไม่กล้าใส่ชุดเอี๊ยมเพราะกลัวว่าจะดูไม่สมวัย แต่การเพิ่มเข็มขัดเข้าไป ก็สามารถทำให้ชุดโดยรวมดูโตมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการเน้นสัดส่วนร่างกายให้ชัดเจนขึ้น ไม่ทำให้หุ่นของเพื่อนๆ ดูโคร่งจนเกินไป กลายเป็นสาวน้อยเอวบางได้ง่ายๆ เพียงแค่ใช้เข็มขัดนั่นเองค่ะ
5. ลายม้าลาย (Zebra Print)

การใส่เสื้อผ้าลายม้าลาย ไม่ว่าจะเป็นกางเกง กระโปรง หรือเสื้อ สามารถไปได้ 2 ทางนะคะ
ถ้าไม่ “เก๋” ก็ “แก่” ค่ะ
แม้ว่าลายม้าลายจะเป็นแฟชั่นที่เหล่าแบรนด์ดังๆ จับมาเล่นกันมากมายในปีที่แล้ว ไม่ใช่แค่กับเสื้อผ้าเท่านั้น แต่เป็นลายให้กระเป๋า รองเท้า แม้กระทั่งกับเคสโทรศัพท์ และแน่นอนว่าการที่อะไรก็ตามที่ดังชั่วข้ามคืน ก็สามารถดับชั่วข้ามคืนได้เช่นกัน
- ลดความเด่นของลายม้าลาย ด้วยเสื้อสีขาว เพลนๆ

อย่างที่ได้กล่าวไปในตอนต้นว่าเทรนด์เสื้อผ้าลายม้าลายนั้น ได้รับความนิยมอย่างมาก จนกลายเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่มาแรงอย่างมากในปี 2019 – 2020 ที่ผ่านมา แต่เพื่อนๆ เชื่อไหมคะ ว่าตั้งแต่ขึ้นปี 2021 มา มีคนจำนวนน้อย ที่ยังหยิบเสื้อผ้าลายม้าลายมาใส่กันอยู่
สำหรับใครหลายๆ คน ลายม้าอาจจะดูโดดเด่นเกินไป แต่ถ้าเพื่อนๆ ใส่กางเกงลายม้าลายกับเสื้อยืดสีขาวเพลนๆ หรือเสื้อเชิ้ต ปลดกระดุมสัก 2 เม็ด รับรองว่าชุดของเพื่อนๆ จะดูเบาลง ได้ฟิลดูดี แบบไม่พยายาม แถมยังสามารถใส่ไปทำงานได้อย่างไม่โดนแซวว่า “แหม…วันนี้แต่งตัวจะไปไหน” อีกด้วยนะคะ
สรุปท้ายบทความ
การที่มีเสื้อผ้าเต็มตู้ ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะใส่มันได้ทุกตัว เสื้อบางตัวที่เคยเป็นตัวเก่งของเรา อาจจะหลุดเทรนด์แฟชั่นไปนานแล้ว ทำให้เราไม่กล้าหยิบมันมาใส่อีกก็ได้
การมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้า โดยการเพิ่มนิด เพิ่มหน่อย อย่างการเพิ่มเข็มขัดเข้าไป หรือฉีกแบบแผนไปเลย อย่างการเปลี่ยนจากการสวมใส่ มาเป็นการผูกแทน เท่านี้ก็เหมือนเราได้ซื้อเสื้อผ้าตัวใหม่แล้วค่ะ ถ้าคนไหน สนใจอยากลองเอาเสื้อผ้ามือสองมา Adapt Adjust กันเล่นๆ เริ่มซื้อกันถูกๆ จาก Kaidee ก่อนได้นะคะ

