5 เช็คลิสต์ ห้องน้ำที่ดีควรเป็นแบบไหนกัน ?

5 เช็คลิสต์ ห้องน้ำที่ดีควรเป็นแบบไหนกัน ?

การออกแบบบ้านที่ดีให้สะดวกสบายต่อการใช้งาน ถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในการออกแบบบ้านโดยเฉพาะห้องน้ำซึ่งเป็นห้องที่สำคัญมากในชีวิตประจำวันของเรา แต่ก็ยังเป็นสถานที่ที่สะสมสิ่งสกปรกไว้มากมายจนอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตได้อีกด้วย ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องใส่ใจในการออกแบบห้องน้ำให้ถูกสุขลักษณะนั่นเอง และวันนี้เราจะมาแนะนำหลักการออกแบบห้องน้ำให้สะอาดสวยงาม จะมีอะไรบ้างไปดูกัน

ขอบคุณรูปจากซ Corey Damen Jenkins

เทคนิคการออกแบบห้องน้ำที่ดี

แยกพื้นที่โซนแห้ง-เปียก

การแยกพื้นที่ห้องน้ำให้มีความชัดเจนในการใช้งานก็เป็นสิ่งสำคัญเพราะจะทำให้แต่ละพื้นที่การใช้งานไม่เกิดความอันตราย โดยโซนพื้นที่แห้งคือโซนพื้นที่อ่างล้างมือและชักโครก ส่วนโซนเปียกคือโซนอ่างอาบน้ำและฝักบัวนั่นเอง ซึ่งห้องน้ำที่ดีควรมีโซนแห้งเป็นพื้นที่ด้านหน้าเพราะเป็นพื้นที่ที่ถูกใช้งานมากกว่าและการนำพื้นที่โซนเปียกไว้ภายใน ยังจะช่วยให้น้ำบนพื้นที่โซนเปียกไม่กระเด็นออกมาเลอะพื้นที่อื่น ๆ อีกด้วย

วิธีการแบ่งพื้นที่โซนแห้งและเปียกอาจทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น การก่อผนังหรือแขนผ้าม่านกั้นโซน ซึ่งสองวิธีนี้อาจทำให้น้ำเล็ดลอดออกมาได้ง่ายมาก รวมถึงการสร้างตู้กระจกหรือฉากกั้นก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยแบ่งกั้นโซนพื้นที่ได้ดี แต่มีข้อเสียก็คือราคาที่สูงกว่า และควรทำพื้นที่เปียกให้อยู่ระดับต่ำกว่าพื้นที่แห้ง ทำที่กั้นระหว่างโซน หรือ ติดตั้งท่อระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำที่จะท่วมเข้าไปในพื้นที่แห้ง

ตำแหน่งของห้องน้ำ

การเข้าห้องน้ำเป็นการทำธุระส่วนตัวที่หลาย ๆ คนต้องการพื้นที่ที่เงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน เพราะอาจทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยเท่าไรนัก ดังนั้นการวางตำแหน่งของห้องน้ำที่ดีควรอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ติดกับทางขึ้นบันไดเพราะมีคนเดินผ่านมากควรอยู่ในพื้นที่หลบมุมหรือในห้องส่วนตัว

ส่วนทิศทางของห้องน้ำควรหันไปทางทิศตะวันออกหรือทิศตะวันตกเพราะมีแดดส่องแสงถึงภายในห้องน้ำและช่วยให้ห้องน้ำแห้งไม่เหม็นอับหรือมืดโดยเฉพาะโซนเปียกที่มีน้ำอยู่มาก

ขอบคุณรูปจาก: Romanek Design Studio

การจัดวางสุขภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน

ในการจัดวางสุขภัณฑ์ในห้องน้ำที่ดีนั้นคล้าย ๆ กับการจัดวางพี่ที่โซนแห้งและเปียกด้านบน โดยการไล่จากสิ่งที่ใช้บ่อยที่สุดไปน้อยที่สุดจากหน้าประตู เพื่อความสะดวกในการใช้งาน ไม่ควรวางสุขภัณฑ์ต่าง ๆ ติดกันมากเกินไปเพราะทำให้รู้สึกอึดอัดและอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย หรืออาจติดตั้งราวจับบริเวณส่วนต่าง ๆ ที่ต้องมีการลุกหรือนั่งเพื่อความปลอดภัย

สำหรับตัวสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำจำเป็นจะต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานสากลที่กำหนดไว้ มีความคงทน ส่วนความสูงของสุขภัณฑ์ต่าง ๆ ต้องมีความพอดีกับความสูงของผู้ใช้งาน โถสุขภัณฑ์ควรเป็นวงรีเพราะจะช่วยให้นั่งสบายกว่าโถแบบกลม หรืออ่างล้างหน้าแบบติดบนเคาน์เตอร์จะติดตั้งง่ายและทนทานกว่าแบบฝังและวัสดุที่ใช้ควรเป็นวัสดุที่ป้องกันการซึมหรือบวมน้ำได้ดีมิเช่นนั้นอาจต้องเปลี่ยนสุขภัณฑ์ต่าง ๆ ได้

พื้นห้องน้ำต้องไม่ลื่น

การลื่นล้มในห้องน้ำถือเป็นอุบัติเหตุที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้สูงมาก ทำให้พื้นห้องน้ำถือเป็นหนึ่งเรื่องในการออกแบบห้องน้ำที่ดีที่เราควรคำนึงมากที่สุดเพราะห้องน้ำที่ลื่นอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายกว่าปกติ ดังนั้นเราจึงต้องใส่ใจในการเลือกพื้นห้องน้ำให้ดีที่สุด

ซึ่งการเลือกพื้นห้องน้ำที่ดีควรเลือกปูพื้นที่ไม่ลื่น มีความฝืด เช่น พื้นกระเบื้องหรือพื้นไม้ที่ไม่ได้ขัดมัน มีความนูน อาจหากระเบื้องที่มีค่ากันลื่นที่ R10 ขึ้นไป หรือในกรณีที่ไม่สามารถหาได้จริง ๆ ก็ลองใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยแก้ไขปัญหา เช่น น้ำยากันพื้นลื่น แผ่นรองกันลื่น เทปกันลื่น หรือสีกันพื้นลื่น เป็นต้น

ขอบคุณรูปจาก: offbeatbros.com

มีอุปกรณ์กำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์

กลิ่นในห้องน้ำเป็นสิ่งที่เราควรหลีกเลี่ยงมากที่สุดเพราะจะทำให้ทั้งสุขภาพจิตและสุขภาพกายเสียได้ ดังนั้นเราจึงต้องมีการกำจัดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ให้หมดสิ้น ซึ่งอาจจะใช้เครื่องพ่นอะโรม่า สมุนไพร หรือสเปรย์กำจัดกลิ่นก็สามารถช่วยได้เช่นกัน

เห็นไหมคะว่าการออกแบบห้องน้ำให้ถูกสุขลักษณะเป็นเรื่อที่สำคัญมาก และยิ่งถ้ามีผู้สูงอายุล่ะก็ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ ฮาวทูสร้างบ้านผู้สูงอายุให้อยู่เย็นเป็นสุข เพื่อให้บ้านของคุณปลอดภัยต่อคนในครอบครัวมากยิ่งขึ้น

สำหรับใครอยากได้บ้านสวย ๆ ห้องน้ำดี ๆ ที่ Kaidee Property ก็มีให้เลือกซื้อมากมายค่ะ

หน้าต่างบานเลื่อน มีกี่แบบกันนะ ?

หน้าต่างบานเลื่อน มีกี่แบบกันนะ ?

ประตูและหน้าต่าง เป็นหนึ่งในส่วนประกอบของบ้านที่มีความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยของบ้าน ทำให้เราจำเป็นที่จะต้องเลือกชิ้นส่วนสองสิ่งนี้ด้วยความระมัดระวัง ซึ่งในปัจจุบันก็มีประตูและหน้าต่างมากมายหลายแบบให้เราได้เลือก ซึ่งหนึ่งในประเภทที่ได้รับความนิยมก็คงหนีไม่พ้น ประตูบานเลื่อน และ หน้าต่างบานเลื่อน นั่นเอง 

โดยในวันนี้เราจะมาพูดถึงหน้าต่างบานเลื่อน หน้าต่างที่ถูกใช้ในบ้านและคอนโดสมัยใหม่ว่ามันมีข้อดีอะไร ? มีวัสดุทั้งหมดกี่อย่างให้เราได้เลือก​ ? มีประเภทไหนบ้าง ? พร้อมกับการเลือกหน้าต่างบานเลื่อนที่เหมาะสม !

วัสดุที่ใช้ทำ หน้าต่างบานเลื่อน

กระจก

หน้าต่างบานเลื่อนกระจก เป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันเพราะนอกจากจะช่วยให้บ้านดูสวยงามแล้ว ยังเป็นวัสดุที่ทำให้บ้านได้รับแสงสว่างและวิวทิวทัศน์จากภายนอก โดยที่ไม่จำเป็นต้องเปิดหน้าต่างอีกด้วย

ไวนิลหรือยูพีวีซี

เป็นวัสดุที่มีความคล้ายคลึงกับพลาสติก แต่มีข้อดีคือ มีความแข็งแรง ทนต่อความร้อน และน้ำหนักเบา อีกทั้งยังป้องกันน้ำรั่วซึมและเสียงรบกวนได้ โดยหน้าต่างบานเลื่อนไวนิลหรือยูพีวีซีนี้ มีจุดเด่นคือเป็นวัสดุที่ไม่ติดไฟ ซึ่งด้วยข้อดีเหล่านี้นี่เองที่ทำให้เป็นหน้าต่างบานเลื่อนนั้น ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

อะลูมิเนียม

หน้าต่างบานเลื่อนอะลูมิเนียม อีกหนึ่งวัสดุที่ทนทานต่อความร้อน ป้องกันสนิม และมีความแข็งแรงในเวลาเดียวกัน หน้าต่างบานเลื่อนนี้จะมีให้เลือกหลายราคา ตามคุณสมบัติของอะลูมิเนียม โดยถ้าหากเป็นหน้าต่างบานเลื่อนอะลูมิเนียมทั่วไปก็จะมีราคาเบากว่าหน้าต่างบานเลื่อนยูพีซี แต่ถ้าเป็นหน้าต่างบานเลื่อนอบขาวล่ะก็ จะมีราคาเทียบเท่าหน้าต่างบานเลื่อนยูพีซี หรือมากกว่าเสียด้วยซ้ำ

ไม้

หน้าต่างบานเลื่อนไม้ เป็นวัสดุที่ไม่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะไม้เป็นวัสดุที่อาจทำให้เกิดปัญหาการรั่วซึมได้มาก และยังสามารถเกิดการผุพัง บวมน้ำ มีอายุการใช้งานที่ไม่ยาวนานมากนัก และที่สำคัญคือ เป็นวัสดุที่ติดไฟได้ง่ายมากอีกด้วย

ประเภท หน้าต่างบานเลื่อน

หน้าต่างบานเลื่อนข้างเดียว (Fixed-slide window)

หน้าต่างบ้านเลื่อนที่สามารถเลื่อนได้เพียงด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยหน้าต่าง 2 บาน แต่เลื่อนได้เพียง 1 บาน หรือถ้าหากมี 4 บาน ก็จะมีเพียง 2 บานตรงกลางที่เลื่อนได้

หน้าต่างบานเลื่อนสลับ (Slide-slide window)

หน้าต่างบานเลื่อนที่สามารถเลื่อนได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะมี 2 บาน ก็จะเลื่อนได้ทั้ง 2 บาน หรือมี 4 บาน ก็จะเลื่อนได้ทั้ง 4 บาน โดยบานที่อยู่ฝั่งเดียวกัน (ฝั่งซ้ายและขวา) ก็จะสามารถเลื่อนเข้าหากันได้

หน้าต่างบานเลื่อนข้างช่องแสงกลาง (Slide-fixed-slide window)

คือหน้าต่างบานเลื่อน 3 บาน ที่สามารถเลื่อนได้ 2 บาน ที่อยู่ริม โดยเลื่อนมายังบานตรงกลาง หรือถ้าหากมีหน้าต่างมากกว่านั้น ก็จะเลื่อนบางตรงกลางไม่ได้ มีเพียงบานริมที่จะเลื่อนมารวมตรงกลางเท่านั้น

หน้าต่างบานเลื่อนออกข้างคู่ (Fixed-slide-slide-fixed window)

หรือหน้าต่างบานเลื่อน 4 บาน เป็นหน้าต่างบานเลื่อนที่สามารถเลื่อนได้เพียง 2 บานตรงกลางออกไปยังหน้าต่างบานริมที่ไม่สามารถเลื่อนได้

ทำไมเราควรใช้ หน้าต่างบานเลื่อน ?

แต่นอกจากหน้าต่างบานเลื่อนแล้ว ยังมีหน้าต่างอีกหลากหลายชนิดในเราเลือกใช้กัน แต่เหตุผลที่เราควรใช้หน้าต่างบานเลื่อนเพราะมันมีข้อดีหลายข้อ ดังนี้

มีความสวยงาม ในขณะเปิดและปิดหน้าต่างบานเลื่อนเพราะด้วยลักษณะของหน้าต่างบานเลื่อนที่เรียบกลืนไปกับหน้าต่าง ทำให้ไม่โดดเด่นจากตัวบ้านมากจนเกินไป

ใช้งานง่าย เพราะลักษณะของตัวหน้าต่างที่ใช้การเลื่อน ทำให้เราไม่จำเป็นจะต้องเอื้อมมือหรือใช้แรงในการเปิด-ปิดนั่นเอง

ประหยัดพื้นที่ สามารถในห้องที่มีขนาดเล็กได้ และยังทำให้ห้องดูกว้างมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

สามารถป้องกันเสียงเขา-ออก เพราะหน้าต่างบานเลื่อนมักจะมียางขอบบานหน้าต่างและลูกล้อ เพื่อให้สามารถเลื่อนได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงถ้าติดตั้งหน้าต่าง 2 ชั้นก็จะยิ่งป้องกันเสียงรบกวนได้มากขึ้นไปอีก

มองเห็นวิวทิวทัศน์ ได้กว้างโดยที่ไม่ถูกบดบังสายตาเหมือนกับหน้าต่างบานพับหรือบานเฟี้ยมโดยที่ไม่ต้องเปิดหน้าต่าง

ห้องแบบไหนที่เหมาะกับ หน้าต่างบานเลื่อน ?

หน้าต่างบานเลื่อนมีลักษณะของการประหยัดพื้นที่ ทำให้เหมาะกับห้องที่มีขนาดเล็กโดยเฉพาะใน คอนโดมิเนียม ต่าง ๆ รวมถึงห้องที่ต้องเปิดรับแสงธรรมชาติและวิวภายนอกอย่างห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน หรือห้องนอน โดยเราก็ต้องมีการเปรียบเทียบขนาดของหน้าต่างบานเลื่อนว่าเหมาะกับขนาดเท่าไร ดังนี้ (หน่วยเซนติเมตร)

หน้าต่างบานเลื่อนเดี่ยว

ความกว้าง 100 x ความยาว 110 เซนติเมตร

ความกว้าง 120 x ความยาว 110 เซนติเมตร

ความกว้าง 120 x ความยาว 150 เซนติเมตร

หน้าต่างบานเลื่อนคู่

ความกว้าง 180 x ความยาว 110 เซนติเมตร

ความกว้าง 240 x ความยาว 110 เซนติเมตร

ความกว้าง 240 x ความยาว 150 เซนติเมตร

หน้าต่างบานเลื่อนสาม

ความกว้าง 180 x ความยาว 110 เซนติเมตร

ใช้ หน้าต่างบานเลื่อน ดีไหม ?

นี่คือข้อมูลของหน้าต่างบานเลื่อนที่เรานำมาให้เป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจ ซึ่งก่อนที่เราจะเลือกหน้าต่างประเภทไหนก็อย่าลืมพิจารณารูปแบบบ้าน ลักษณะของหน้าต่าง คุณสมบัติ ราคา และปัจจัยอื่น ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งาน แล้วคุณจะได้หน้าต่างที่ถูกใจ 

แต่การเลือกแบบนี้ก็น่าหนักใจอยู่พอสมควร เพราะการสร้างบ้านเองมักจะมีปัญหาจุกจิกมากมายเข้ามาให้แก้ ดังนั้นถ้าคุณไม่อยากปวดหัวเพราะสาเหตุเหล่านี้ ก็ลองเข้ามาหาบ้านมือสองที่ถูกใจใน Kaidee Property ดู

อ่านบทความ อสังหาฯ อื่นๆ

ประตู หน้าต่าง ใช้แบบไหนเหมาะสมกับคุณ

ประตู หน้าต่าง ใช้แบบไหนเหมาะสมกับคุณ

บ้านทุกหลัง ไม่ว่าจะหลังใหญ่หรือหลังเล็ก จะเป็นบ้านที่สมบูรณ์ไม่ได้ ถ้าหากขาดองค์ประกอบสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้องปูพื้น เสาบ้าน รวมไปถึงสิ่งสำคัญอย่าง ประตูและหน้าต่างด้วยนั่นเอง ซึ่งมีประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไป ที่ประกอบรวมเข้าด้วยกันแล้ว จะทำให้บ้านออกมาสมบูรณ์แบบ พร้อมที่จะให้เราได้อยู่อาศัย 

ซึ่งบ้านที่สมบูรณ์แบบนั้นไม่ใช่คิดว่าจะใส่อะไรไปก็ได้ ถ้าเลือกของที่ไม่มีคุณภาพหรือไม่มีประโยชน์ ก็อาจจะทำให้บ้านไม่น่าอยู่และมีปัญหาตามมาทีหลังก็ได้นะ เพราะฉะนั้นการเลือกส่วนประกอบของบ้านต้องเลือกให้เข้ากับบ้าน แข็งแรง ทนทาน ที่ประกอบเข้ากับบ้านแล้วสวยงามและบ่งบอกความเป็นตัวตนของเราได้ 

ประโยชน์ของประตูและหน้าต่าง 

ประตูและหน้าต่างเป็นสิ่งที่มีประโยชน์และมีความสำคัญมาก โดยประตูจะต้องใช้เป็นทางเข้าและออกจากบ้าน ส่วนหน้าต่างเป็นสิ่งที่ช่วยให้มีอากาศไหลผ่าน ถ่ายเทสะดวก ไม่อึดอัด อีกทั้งยังช่วยให้มีแสงสว่าง ปลอดโปร่ง ทำให้ภายในบ้านไม่มืดทึบ ถ้าขาด 2 สิ่งนี้ บ้านจะขาดคุณสมบัติของการเป็นที่พักอาศัยเลยล่ะครับ 

วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ มาดูกันว่า ประตูและหน้าต่างแบบไหน วัสดุแบบไหน ที่เหมาะสมกับบ้านของเพื่อน ๆ เพื่อเป็นประโยชน์ในการประกอบการตัดสินใจสำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังจะติดตั้งประตูหน้าต่างกัน มาดูกันเลย   

ประเภทของประตูและหน้าต่าง

ประตู

  1. ประตูบานเปิด

เป็นประตูที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย จะมีทั้งบานเดี่ยวและบานคู่ มีลักษณะการเปิดประตูแบบไปในทิศทางเดียว คือ การเปิดแบบผลักออกจากตัวผู้เปิดหรือการเปิดแบบดึงเข้าหาตัวผู้เปิด โดยประตูบานเปิดจะนิยมนำมาใช้เป็นประตูสำหรับเข้าบ้าน ประตูเข้าห้องต่าง ๆ ภายในบ้าน และห้องน้ำ 

  1. ประตูบานสวิง

เป็นประตูที่ทำได้ทั้งบานเดี่ยวและบานคู่ ถูกออกแบบมาให้เปิดได้ทั้งแบบผลักออกจากตัวและเปิดดึงเข้าหาตัว มีลักษณะบานพับเป็นแบบหมุน 180 องศา โดยประตูประเภทนี้จะนิยมใช้ในสถานที่ที่คนใช้เยอะ เข้า-ออกบ่อย เช่น โรงภาพยนตร์ อาคารสำนักงานต่าง ๆ เป็นต้น แต่ไม่นิยมใช้ในบ้าน 

  1. ประตูบานเลื่อน

เป็นอีกหนึ่งประเภทประตูยอดฮิตที่ทุกบ้านนิยมใช้ ประตูบานเลื่อนจะมีลักษณะการเปิดด้วยการเลื่อนประตูไปในทิศทางของรางเลื่อนที่ทำยึดไว้ด้านบนและด้านล่างของประตู ซึ่งประตูบานเลื่อนมีหลากหลายรูปแบบทั้งบานเดี่ยว บานคู่ หรือมากกว่านั้น โดยจะนิยมและเหมาะใช้ภายในบ้านกับห้องต่าง ๆ 

  1. ประตูบานเฟี้ยม

ประตูบานเฟี้ยมจะมีลักษณะบานประตูหลายบานติดกันเป็นแผงประตูขนาดใหญ่ที่สามารถพับได้ ซึ่งถ้าเปิดประตูแล้วประตูจะไปอยู่ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ทำให้ได้พื้นที่ห้องเพิ่มขึ้น โดยจะนิยมใช้ในการตกแต่งห้องให้ดูสวยงามและกั้นระหว่างห้อง ซึ่งในปัจจุบันก็จะเห็นบ้านที่นำประตูนี้มาใช้และจะเห็นบ่อยในสำนักงานใหญ่ ๆ ที่ใช้กับห้องโถงขนาดใหญ่  

หน้าต่าง

  1. หน้าต่างบานเปิด

เป็นประเภทหน้าต่างที่นิยมและพบเห็นบ่อยที่สุด มีทั้งบานเดี่ยวและบานคู่ เปิดได้โดยการผลักออก ซึ่งในปัจจุบัน หน้าต่างบานเปิดแบบบานเดี่ยวเป็นที่นิยม เพราะเวลาที่หน้าต่างถูกเปิดออก ทำให้เรียงกันอย่างสวยงาม ที่สำคัญสามารถรับลมได้มากทำให้อากาศถ่ายเท ไม่อึดอัด ซึ่งหน้าต่างประเภทนี้เหมาะกับบ้านทั่วไป 

  1. หน้าต่างบานกระทุ้ง 

หน้าต่างประเภทนี้ เป็นหน้าต่างประเภทที่เปิดขึ้นด้านบน ซึ่งบานพับจะอยู่ด้านบนของหน้าต่าง โดยหน้าต่างที่เวลาเปิด สามารถเปิดได้กว้าง ลมสามารถผ่านเข้ามาได้มาก อากาศหมุนเวียนถ่ายเทได้สะดวก ที่สำคัญหน้าต่างที่เปิดออกสามารถกันฝนได้ โดยหน้าต่างประเภทนี้จะนิยมสร้างในคอนโด 

  1. หน้าต่างบานเลื่อน   

หน้าต่างประเภทนี้เป็นหนึ่งในหน้าต่างยอดนิยมเลยก็ว่าได้ มีลักษณะการเปิด – ปิดที่สวนทางกัน โดยจะมีชุดล้อซ่อนไว้กรอบด้านล่างของบานหน้าต่าง โดยหน้าต่างประเภทนี้จะเป็นที่นิยมของบ้านทั่วไปและคอนโด

  1.  หน้าต่างบานเกล็ด

หน้าต่างประเภทนี้จะมีลักษณะการเปิด – ปิดด้วยมือหมุน และมีกระจกมาซ้อนกันจนเต็มพื้นที่หน้าต่าง เป็นหน้าต่างที่สามารถรับลมได้อย่างเต็มพื้นที่ แต่ต้องใช้คู่กับมุ้งลวดด้วย เพื่อที่จะได้กันแมลงและยุงได้ โดยหน้าต่างประเภทนี้นิยมใช้กับบ้านทั่วไป

วัสดุของประตูและหน้าต่าง

  1. ไม้

เป็นวัสดุที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะมีความแข็งแรง มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน เข้ากับบ้านได้ทุกสไตล์ โดยไม้ที่นิยมใช้ทำประตูหน้าต่าง คือ ไม้สัก ไม้โอ๊ค ไม้เต็ง ไม้แดง เป็นต้น แต่ถ้าใช้วัสดุไม้ที่ไม่ได้ผ่านกรรมวิธีหรือวัสดุที่ไม่ได้คุณภาพใช้ทำประตูหน้าต่างนอกบ้าน ถ้าหากโดนน้ำหรือน้ำฝน โดนแดด จะทำให้ไม้บวม โก่ง งอ เกิดเชื้อราขึ้นได้ 

แต่ถ้าอยากจะทำประตูหน้าต่างด้วยไม้จริง ๆ แนะนำให้ใช้ไม้เนื้อแข็ง แต่ต้องผ่านกรรมวิธีการผลิตอย่างดีและใช้วัสดุที่มีคุณภาพ 


ทั้งนี้ ยังมีวัสดุไม้หลากหลายรูปแบบให้เลือกอีกเยอะ คุณสมบัติหรือคุณภาพก็จะแตกต่างกันออกไป ควรเลือกและศึกษาให้ดีกันด้วยนะครับ เช่น 

  • ไม้ HDF (High Density Fiber) 
  • ไม้ Engineer 
  • ไม้อัด 
  • วัสดุ WPC (Wood-Plastic Composite) เป็นต้น

โดยประตูหน้าต่างที่ใช้วัสดุไม่จริงเหมาะกับคนที่ชอบความสวยงามของไม้ มีความเป็นธรรมชาติ แข็งแรงทนทาน ใช้งานได้นาน  

  1. เหล็ก

เหล็กเป็นวัสดุที่ใช้ทั้งประตูหน้าต่างได้ สามารถตกแต่งลวดลายให้เป็นรูปแบบที่สวยงามต่าง ๆ ได้หลากหลาย โดยวัสดุชนิดนี้จะเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักมากกว่าวัสดุอื่น ๆ และสามารถเป็นสนิมได้หากถูกน้ำ ความชื้นเป็นระยะเวลานาน จึงต้องตัดสินใจดูจุดที่ติดตั้ง ดูรูปแบบของผนัง ว่าสามารถที่จะติดตั้งวัสดุนี้ได้หรือไม่

โดยประตูหน้าต่างที่ใช้วัสดุเหล็กเหมาะกับคนที่ประหยัดงบ ชอบความสวยงามที่สามารถตกแต่งลวดลายได้ตามรูปแบบที่เราต้องการ แต่จะมีข้อจำกัดในเรื่องความทนทาน เพราะวัสดุสามารถขึ้นสนิมได้ง่าย 

  1. อะลูมิเนียม 

วัสดุชนิดนี้เป็นวัสดุที่ทนแดด ทนฝนได้ดี หาได้ง่ายตามท้องตลาดและเป็นหนึ่งในวัสดุยอดนิยมที่ใช้ทำประตูหน้าต่าง เพราะราคาที่หลากหลาย ตั้งแต่ราคาถูกถึงราคาสูง โดยวัสดุอะลูมิเนียมจะแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ 

  • อะลูมิเนียมชุบสีด้วยไฟฟ้า (Anodizing) 
  • อะลูมิเนียมพ่นอบสี (Powder Coating) 

โดยอะลูมิเนียมพ่นอบสี จะมีความพิเศษตรงที่เป็นการพ่นและอบผงสีเคลือบที่ชั้นผิว สามารถทำได้หลายเฉดสี ที่สำคัญสามารถป้องกันรอยขีดข่วนได้ดีกว่าอะลูมิเนียมที่ชุบสีด้วยไฟฟ้า จึงทำให้มีราคาที่สูงกว่า แต่ข้อจำกัดของวัสดุอะลูมิเนียมคือ เป็นโลหะที่ไม่ค่อยแข็งแรง ถ้าเกิดการกระแทกอาจจะทำให้บุบและมีรอยขีดข่วนได้

โดยประตูหน้าต่างที่ใช้วัสดุอะลูมิเนียมจะมีหลากหลายราคาตั้งแต่ราคาถูกถึงราคาสูง แล้วแต่กรรมวิธีในการผลิตเป็นอย่างไรด้วยนะครับ

  1. พีวีซี (PVC)

เป็นวัสดุทางเลือกหนึ่งที่ราคาไม่แพง โดยวัสดุจะเป็นประเภทพลาสติก โดยคุณสมบัติของ PVC เป็นวัสดุที่ทนความชื้นได้ดี น้ำหนักเบา หมดปัญหาเรื่องปลวก แต่มีข้อเสียที่เป็นวัสดุที่น้ำหนักเบา จึงทำให้ไม่ค่อยแข็งแรง แตกหักง่าย ไม่ทนแรงกระแทก ควรหลีกเลี่ยงการใช้วัสดุนี้ในที่ภายนอก 

โดยประตูหน้าต่างที่ใช้วัสดุ PVC นั้น เป็นอีกทางเลือกของคนที่ต้องการประหยัดงบภายในบ้านบางส่วน เพราะมีราคาค่อนข้างถูก แต่ต้องดูพื้นที่ในการใส่ด้วย เนื่องจากวัสดุค่อนข้างไม่แข็งแรง 

  1. ยูพีวีซี (UPVC)

วัสดุ UPVC หรือที่เรียกกันว่า ประตูหน้าต่างไวนิล ขึ้นชื่อว่าเป็นวัสดุสังเคราะห์นวัตกรรมใหม่ที่รักษ์โลก โดยวัสดุสามารถนำกลับมารีไซเคิลใหม่ได้ ซึ่งวัสดุ UPVC เป็นโพลิเมอร์ที่มีคุณสมบัติที่พิเศษกว่าโพลิเมอร์หรือพลาสติกทั่วไป โดยมีคุณสมบัติที่คงทนและแข็งแรงกว่า คือ สามารถป้องกันการรั่วซึมของน้ำฝนได้ดี ป้องกันรังสี UV (ไม่ดูดซับความร้อน) ดูแลรักษาง่ายไม่เป็นคราบเหลือง แข็งแรงทนทานเพราะมีการเสริมเหล็กกล้า และที่สำคัญช่วยลดเสียงได้ ปกป้องเสียงจากภายนอกได้เป็นอย่างดีเลยล่ะครับ

โดยประตูหน้าต่างที่ใช้วัสดุ UPVC นั้น เหมาะกับคนที่พร้อมจะจ่ายด้วยราคาที่แพงกว่าแลกมากับวัสดุที่มีคุณภาพ เพราะวัสดุชนิดนี้เป็นวัสดุที่มีกรรมวิธีการผลิตค่อนข้างยาก ทำให้ราคาค่อนข้างสูง แต่คุณสมบัตินั้นเหมาะสมกับราคาที่สูงด้วยเช่นกัน  

สรุปท้ายบทความ

ประตูและหน้าต่างล้วนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของบ้านทุกหลัง การเลือกใช้ประตูหน้าต่างรูปแบบต่าง ๆ ควรเลือกรูปแบบและวัสดุให้เหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละห้องในบ้านด้วย เพื่อที่จะได้ออกมาเป็นบ้านที่สมบูรณ์แบบ สวยงามน่าอยู่ แข็งแรง และคงทนนะครับเพื่อน ๆ

เป็นอย่างไรบ้างครับเพื่อน ๆ กับบทความนี้ ช่วยให้เพื่อน ๆ มีความรู้และตัดสินใจที่จะซื้อประตูหน้าต่างไว้แล้วใช่ไหมครับ แต่ก่อนที่จะซื้อประตูหน้าตกแต่งบ้าน เพื่อน ๆ ลองเข้ามาดูบ้านที่ Kaidee Property ก่อนได้นะครับ เรามีบ้านหลากหลายรูปแบบให้เพื่อน ๆ ได้เลือกเยอะมากมาย ซื้อบ้านเสร็จแล้วตกแต่งด้วยประตูหน้าต่างตามที่ชอบต่อก็เป็นความคิดที่ดีเลยล่ะครับ