วิธีขับรถกลางคืนอย่างไรให้ปลอดภัย

วิธีขับรถกลางคืนอย่างไรให้ปลอดภัย

ช่วงเวลากลางคืนถือว่าเป็นหนึ่งในช่วงของวันที่ชีวิตมนุษย์ต้องพบเจอ ส่งผลไปถึงวิถีชีวิตที่ต้องเปลี่ยนไปตามเวลา โดยวันนี้เราจะมาคุยกันถึงหนึ่งเรื่องที่สำคัญมาก ๆ นั่นคือเรื่องของการขับรถตอนกลางคืน ที่ขับยังไงให้ปลอดภัย บทความนี้มีคำตอบ

ทำไมการขับรถกลางคืนถึงอันตรายกว่ากลางวัน

การขับรถกลางคืนนั้นมีความอันตรายกว่ากลางวัน โดยประการแรกเป็นเรื่องของทัศนวิศัยในการขับรถที่น้อยกว่ากลางวันอย่างชัดเจน ยิ่งเป็นการขับรถแบบข้ามจังหวัดในเขตป่าเขา การขับรถจะยิ่งมีความอันตรายเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้ต้องใช้ความระมัดระวังเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว อีกทั้งการหาสถานที่ในการเติมเชื้อเพลิงจะยากขึ้นไปอีก เพราะปั๊มน้ำมันในต่างจังหวัดหากไม่ใช่ทางหลักมักจะไม่เปิด 24 ชั่วโมง

การขับในเมืองเองก็ต้องระวังตัวเช่นกัน เพราะตอนกลางคืนแม้ว่ารถจะน้อยแต่ก็เต็มไปด้วยความอันตรายจากรถคันอื่น ๆ ที่อาจจะเหนื่อยจากการทำงาน รวมไปถึงเหล่าบรรดาคนชอบเที่ยวกลางคืนที่เพิ่งออกมาจากปาร์ตี้ อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้บ่อยและง่ายกว่าช่วงกลางวันที่มีรถเยอะ

นอกจากนี้การขับกลางคืนยังเป็นการวัดความสามารถของเราและของรถเรา ที่ต้องทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะหากว่ามีส่วนไหนส่วนหนึ่งทำงานได้ไม่เต็มที่ ย่อมหนีไม่พ้นเรื่องอุบัติเหตุอย่างแน่นอน ยิ่งเป็นคนขับรถมือใหม่ยิ่งต้องระวังตัวให้มาก

7 เทคนิคที่จะทำให้การขับตอนกลางคืนมีความปลอดภัยมากขึ้น 

1.เตรียมรถให้พร้อม

สำหรับใครที่ต้องเดินทางในช่วงกลางคืนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งแรกที่คุณควรทำคือการเตรียมรถให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันรถก็ควรเติมให้เต็มถึง ดูลมยางให้ดี และที่สำคัญระบบไฟฟ้าที่เราต้องเช็คให้ดีเพราะเป็นตัวช่วยหลักของเราในการขี่รถตอนกลางคืน 

2.เตรียมตัวให้พร้อม

นอกจากรถจะต้องพร้อมแล้ว ผู้ขับเองก็สำคัญเช่นกัน โดยหากเราจำเป็นจะต้องเดินทางตอนกลางคืนนั้น เราควรที่จะนอนให้พอ พักผ่อนให้เต็มที่เพราะจะต้องใช้สติและการตอบสนองที่มากกว่าปกติ นอกจากนี้เราควรศึกษาเส้นทางให้ดี ต้องเดินทางผ่านตรงไหน มีจุดไหนที่ต้องระวัง ปั๊มน้ำมันอยู่ตรงไหน เรียกได้ว่าต้องรู้แบบเต็มที่เลยทีเดียว

แต่หากคุณเป็นสายปาร์ตี้และอยากจะขับรถตอนกลางคืนผู้เขียนก็ขอแนะนำให้คุณว่า “อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงเลย” เนื่องจากการขับรถในขณะที่เมานั้น มีความอันตรายมาก ทั้งต่อตัวเราเองและต่อเพื่อนร่วมถนน นอกจากนี้ยังผิดกฎหมายจราจรอีกต่างหาก ดังนั้นหากเป็นไปได้ เมาแล้วห้ามขับรถด้วยประการทั้งปวง 

3.เพิ่มระยะห่าง เพิ่มความปลอดภัย

เนื่องจากการขี่รถในเวลากลางคืนจะต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่ากลางวัน ดังนั้นการเว้นระยะห่างกับรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ จะช่วยทำให้เรามีเวลาในตัดสินใจมากขึ้น รวมไปถึงเป็นการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่จะเกิดอีกด้วย

โดยปกติแล้วสูตรในการเว้นระยะห่างระหว่างรถคันหน้าจะไม่เหมือนกัน แต่อย่างน้อยที่สุดควรก่ะระยะห่างให้เรามีเวลา 2 วินาที ในการตัดสินใจหรือทิ้งระยะห่างจากคันหน้าประมาณ 3-5 เมตร ก็ทำให้เราปลอดภัยขึ้นเช่นกัน

4.เพิ่มความระมัดระวังเมื่อเข้าสู่เขตพิเศษ

เขตพิเศษในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเขตพิเศษทางเศรษฐกิจเสมอไป แต่เป็นบริเวณต่าง ๆ ที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่นเขตชุมชนหรือเขตป่า ที่บางครั้งเราอาจจะเจอคนหรือสัตว์วิ่งตัดมาจากมุมมืดก็เป็นได้ อย่างที่เราจะได้เห็นในข่าวบ่อย ๆ นอกจากนี้กลางคืนหลาย ๆ คนอาจจะไม่ระวังตัวเท่ากลางวัน แล้ววิ่งออกมาที่ถนน อาจจะทำให้เราตกใจแล้วนำไปสู่อุบัติเหตุในที่สุด ดังนั้นถ้าเป็นควรจะขับรถช้า ๆ เมื่อเข้าสู่เขตเหล่านี้จะทำให้เราปลอดภัยมากยิ่งขึ้น  

5.เปิดไฟสูงให้บ่อย หรี่ไฟลงมือจราจรติดขัด

การเปิดไฟสูงถือว่ามีความจำเป็นอย่างมาก เมื่อเราจะต้องขี่รถกลางคืน เพราะไฟสูงให้ทัศนวิศัยในการมองทางของเราที่ไกลกว่าเดิม ดังนั้นให้เปิดไฟสูงไว้ตลอดเวลา แต่หากว่าจราจรติดขัดหรือมีรถมากก็อย่าไปเปิดไฟสูงใส่รถชาวบ้านล่ะ เพราะนอกจากจะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุแล้ว ยังทำให้เกิดความรำคาญอีกด้วย 

6. ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด 

แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลากลางคืนแต่วินัยจราจรของเราก็ไม่ควรหย่อนตาม เมื่อเรายังต้องใช้ถนนร่วมกันคนอื่น การเคารพกฏหมายจราจรถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นการเมาแล้วไม่ขับ การปฎิบัติตามสัญญาณจราจรต่าง ๆ จะปลอดภัยแก่ตัวเราเองและคนรอบข้าง

7. ทำตัวให้ Active ตลอดเวลา

การขับรถกลางคืนหนึ่งในปัญหาที่หลาย ๆ คนจะเจอคือเรื่องของความง่วง เพราะมองไปทางไหนก็เห็นแต่ความมืดมิดชวนหลับนอน ดังนั้นการพยายามทำตัว Active ตลอดเวลาอาจจะทำให้เราขับรถได้ดีขึ้น เช่นการเปิดเพลงเบา ๆ  ฟัง Podcast หรือพยายามคุยกับผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยจะทำให้เราตื่นตัวตลอดเวลา นอกจากนี้ให้พยายามเลี่ยงการกินยาที่มีผลต่อความง่วง ไม่งั้นอาจจะได้จอดหลับกลางทางแทนที่จะเป็นปลายทาง

สรุป

จะเห็นได้ว่าการขับรถตอนกลางคืน จะต้องใช้ความระมัดระวังรวมถึงการเตรียมตัวที่ดีกว่าตอนกลางวัน ทั้งในเรื่องของรถและตัวเราเอง แต่ถึงกระนั้นทั้งหมดก็เป็นเพราะในเรื่องของความปลอดภัยล้วน ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้อื่นหรือแม้แต่ตัวเราเองก็เป็นได้

หากเพื่อน ๆ ชอบบทความประเภทนี้ก็สามารถที่จะเข้ามาอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Kaidee Blog ที่นี่เรามีแหล่งรวมบทความคุณภาพมากมาย ทั้งในเรื่องของบ้าน รถ และเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวัน ที่จะทำให้การใช้ชีวิตของคุณดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วัน 

หรือหากใครที่สนใจสินค้ามือสองก็สามารถที่จะลองเข้ามาดูได้ที่ Kaidee.com ที่นี่เรามีแหล่งรวมสินค้าต่าง ๆ มากมาย ให้เพื่อน ๆ ได้เลือกซื้อ พร้อมกับการปรับปรุงแพลตฟอร์มใหม่ ให้มีความสะดวกสบายในการใช้งานมากขึ้น ง่ายยิ่งขึ้นทั้งซื้อและขาย จบได้ในแพลตฟอร์มเดียว

How to ขับรถอย่างปลอดภัย ไร้กังวล

How to ขับรถอย่างปลอดภัย ไร้กังวล

ในการขับขี่รถประเภทต่าง ๆ นอกจากการมีใบขับขี่ที่แสดงความสามารถในการขับขี่อย่างถูกต้องและถูกกฎหมายจราจรแล้ว การขับขี่อย่างปลอดภัยยังเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญในการขับขี่รถอีกด้วย เพราะบนถนนที่มีรถเยอะแยะมากมายอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุที่เราคาดไม่ถึงจนเกิดการบาดเจ็บและอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ วันนี้เราจึงจะมาแชร์ 7 เคล็ดลับการ ขับรถอย่างปลอดภัย มาให้ทุกคนได้อ่านกัน

เทคนิค ขับรถอย่างปลอดภัย

จัดรถและเครื่องแต่งกายให้พร้อมก่อนขับรถ

ก่อนที่จะออกรถ ควรตรวจสอบความเรียบร้อยของรถและตัวคุณเอง ถ้าหากปล่อยให้รถรกรุงรังโดยที่ไม่จัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อยก็อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้เช่นกัน เช่น ขวดน้ำกลิ้งมาโดนเบรก หรือรองเท้าลื่นจนเหยียบเบรกพลาด ก็เป็นได้

ขับรถอย่างปลอดภัย นอน
ขอบคุณรูปจาก: pikisuperstar

มีสติ สมาธิ และพักผ่อนให้เพียงพอ

สติเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการขับขี่รถยนต์อย่างปลอดภัย เพราะเสี้ยวนาทีที่เราไม่มีสติในการขับขี่ก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้อย่างไม่คาดคิด และไม่ควรที่จะทำกิจกรรมอื่น ๆ ในขณะที่กำลังขับขี่เพราะจะทำให้ไม่มีสมาธิในการขับรถมากพอ และนอกจากนี้การพักผ่อนที่เพียงพอก็ยังเป็นสิ่งที่สำคัญมาในการเพิ่มสติและสมาธิในขณะที่เรากำลังขับรถเช่นเดียวกัน หรือถ้าหากว่าเกิดอาการง่วงนอนจริง ๆ ก็ควรเลือกที่จะหยุดพักผ่อนระหว่างทางก่อนจะเดินทางต่อไป

เว้นระยะห่างระหว่างรถ

การเว้นระยะห่างระหว่างรถแต่ละคันเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการขับขี่รถอย่างปลอดภัย เพื่อเผื่อพื้นที่ในการหยุดหรือแซงรถคันอื่น ๆ อย่างน้อย 1-2 คันรถ เพราะถ้าหากว่ารถอยู่ใกล้กันมากเกินไปก็อาจเพิ่มโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุได้มากขึ้นไปอีก และที่สำคัญคือต้องสังเกตรถด้านหน้าว่ามีการเบรกหรือไม่ เพื่อให้เตรียมตัวทัน

ไม่แซงหรือเปลี่ยนเลนกะทันหัน

การแซงหรือเปลี่ยนเลนกะทันหันเป็นการกระทำที่อันตรายจนก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้บ่อยครั้ง เพราะรถด้านหน้าหรือด้านหลังของคุณอาจกำลังจะเพิ่มความเร็วเช่นกัน ดังนั้นถ้าหากต้องการเปลี่ยนเลนหรือแซงรถ ก็ควรที่จะต้องให้สัญญาณผ่านไฟเลี้ยวเพื่อให้รถคันอื่นได้รับรู้และเตรียมตัวก่อน

ไม่ขับรถเร็ว

การขับรถเร็วถือได้ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนถนนมากที่สุด เพราะทำให้ผู้ขับไม่สามารถเห็นสภาพแวดล้อมด้านนอกรถได้มากเพียงพอ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจึงหยุดหรือชะลอรถไม่ทัน และการขับรถเร็วก็ทำให้เพิ่มความรุนแรงของอุบัติเหตุนั้น ๆ อีกด้วย

ขับรถอย่างปลอดภัย
ขอบคุณรูปจาก: vectorpouch

ให้สัญญาณไฟ

การให้สัญญาณไฟเป็นการกระทำที่ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี ซึ่งการเปิดไฟรถเป็นการทำให้รถด้านหลังได้รับรู้ว่าคุณจะขับรถไปในทิศทางไหนและเตรียมตัวชะลอหรือหยุดรถได้ทัน โดยผู้ขับขี่ควรเปิดไฟให้สัญญาณก่อนอย่างน้อย 50 เมตรเมื่อต้องการ เลี้ยว หยุด หรือถอยรถเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่

อย่าขับหรือจอดรถในที่เปลี่ยว

การขับหรือจอดรถในที่เปลี่ยวหรือมืด เป็นการเพิ่มโอกาสการเกิดอันตรายได้มากยิ่งขึ้น เพราะความมืดทำให้ประสิทธิภาพในการมองเห็นสภาพแวดล้อมย่ำแย่กว่าปกติ จนทำให้ระมัดระวังตัวได้ไม่มากพอ เพราะฉะนั้นคุณควรที่จะจอขับหรือจอดรถในที่ที่มีแสงสว่าง แต่ถ้าหากมีความจำเป็นในการเข้าไปในที่เปลี่ยวและมืดก็จัดการล็อกรถและเก็บไม่เก็บทรัพย์สินมีค่าไว้ภายในรถเพื่อป้องกันการถูกโจรกรรม

ใช้รถที่สมรรถภาพดี

รถเป็นยานพาหนะที่เราใช้ในการขับขี่ ถ้าหากว่าคุณมีรถที่มีสมรรถภาพที่ดี ก็สามารถช่วยให้เกิดความปลอดภัยได้มายิ่งขึ้น โดยผู้ขับขี่จำเป็นที่จะต้องหมั่นตรวจเช็กสภาพรถเป็นประจำและรีบซ่อมแซมในส่วนที่บกพร่องให้ทำงานได้เหมือนเดิม หรือเลือกใช้รถที่มีฟังก์ชันพิเศษต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้ เช่น ระบบเตือนสิ่งกีดขวาง ระบบหยุดรถอัตโนมัติ หรือระบบเบรก เป็นต้น

แต่ถ้าหากว่ารถคันนั้นมีสภาพรถที่แย่เกินกว่าจะที่สามารถซ่อมแซมได้แล้วผู้ขับขี่ก็ควรเปลี่ยนรถเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ และที่ Kaidee Auto ก็มีรถสภาพดีราคาถูกให้เลือกซื้อได้ตามความชอบของแต่ละคน และทั้งหมดนี้คือ 7 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณขับขี่รถได้ปลอดภัยไร้กังวลในทุกสถานการณ์ค่ะ

อ่านบทความอื่น ๆ ที่ Kaidee Blog

5 วิธีขับรถหน้าฝนอย่างไร ให้มั่นใจ ไร้อุบัติเหตุ

5 วิธีขับรถหน้าฝนอย่างไร ให้มั่นใจ ไร้อุบัติเหตุ

ในขณะที่ประเทศไทยอยู่ในช่วงของหน้าฝนและได้รับอิทธิพลจากพายุหรือมรสุมต่าง ๆ ทำให้มีฝนตกในบางพื้นที่ จะเดินทางไปไหน มาไหน ก็ค่อนข้างไม่สะดวกเท่าไร บางที่ก็มีน้ำขังบนถนน บางที่น้ำที่อาจจะท่วมสูง เพราะเกิดจากการระบายไม่ทันของน้ำ 

ซึ่งการใช้รถใช้ถนนในหน้าฝน ต้องระมัดระวังในการขับขี่มากขึ้น เนื่องจากถนนมีน้ำขังบนถนน ทำให้ถนนลื่น ถ้าหากขับรถเร็วเกินไปอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุก็ได้นะ วันนี้เรามี 5 วิธีขับรถหน้าฝนอย่างไร ให้มั่นใจ ไร้อุบัติเหตุ เพื่อเป็นประโยชน์กับหลาย ๆ คน มาดูกันเลย 

1. ที่ปัดน้ำฝน 

สิ่งแรกที่สำคัญเลย คือ ที่ปัดน้ำฝน เป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้ของการขับรถในหน้าฝน เพราะ ถ้าขาดที่ปัดน้ำฝนมีโอกาสสูงมากที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ เพราะฉะนั้นควรเปิดที่ปัดน้ำฝน ถ้าชำรุดให้รีบเปลี่ยนด่วน ๆ เลย เพื่อความปลอดภัยของเพื่อน ๆ ทุกคน 

2. เว้นระยะห่าง 

การเว้นระยะห่างจากรถคันข้างหน้า คืออีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ควรทำ เพราะการขับรถตอนฝนตก ถนนลื่น มีน้ำขังถนน สามารถทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ดังนั้นจึงควรขับรถช้า ๆ และเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากที่สุด เพื่อป้องกันเวลาเบรกแล้วรถอาจจะไถลไปชนคันหน้าก็ได้ 

3. ไฟหน้ารถ 

การเปิดไฟหน้ารถขณะฝนตกหนัก เป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะเป็นการแสดงให้รถคันอื่น ๆ ได้เห็นว่ามีรถของเราวิ่งอยู่บนถนนด้วย เพราะรถบางคัน อาจจะมองไม่เห็นรถของเราก็เป็นไปได้ เพราะทัศนวิสัยในการมองเห็นอาจจะลดลงมากในการขับขี่ขณะฝนตกหนัก อีกทั้งการเปิดไฟหน้ารถยังช่วยเพิ่มการมองเห็นทางข้างหน้าได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย 

4. สัญญาณไฟขอทาง

เปิดไฟขอทางขณะฝนตกหนัก หลาย ๆ คน อาจจะเคยเห็นรถหลายคันเปิดไฟขอทางกันขณะฝนตก แต่!! นั่นเป็นวิธีการใช้ไฟที่ผิดวิธี เพราะว่าถ้าหากเราจะเลี้ยว รถคันอื่นที่ขับตามมาอาจจะไม่รู้ว่ารถของเราจะเลี้ยวไปทางไหนกันแน่อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุเลยก็ได้นะ หรือบางคันอาจจะเข้าใจผิดว่ารถของเราเสียนั้นเอง ทางที่ดี เปิดเฉพาะไฟหน้าก็เพียงพอแล้วละ 

5. ใช้ความเร็วให้เหมาะสม 

การขับรถในขณะที่ฝนตกหนัก ควรใช้ความเร็วที่เหมาะสม ไม่ควรใช้ความเร็วสูง เพราะมีความเสี่ยงสูงมากที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุอาจจะได้ใบสั่งเรียกเก็บเงินเนื่องจากความเร็วที่เกินกำหนด 

หากถามว่าควรใช้ความเร็วเท่าไร ไม่สามารถบอกได้ เพราะว่าจะพิจารณาจากสมรรถนะของรถ ยาง และอื่น ๆ แต่ไม่ว่าจะเป็นรถที่มีสมรรถนะที่ดีเยี่ยมหรือมียางที่สมบูรณ์ มีระบบป้องกันดีแค่ไหน แต่ถ้าขับรถใช้ความเร็วเกินและประมาท ก็มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ทุกเมื่อ เพราะฉะนั้นมาขับรถให้ปลอดภัยกันดีกว่านะครับ

หากเพื่อน ๆ อยากได้รถมือสองสมรรถนะดี ราคาดี มีคุณภาพ ปลอดภัย ที่ RodKaidee เรามีรถหลากหลายแบรนด์ หลากหลายรุ่นให้เพื่อน ๆ ได้เลือกซื้อได้ตามใจชอบเลยครับ มาดูกันก่อนได้นะ