NEW Iconic แห่งใหม่! ในย่านรามอินทรา Landmark @Grand Station

NEW Iconic แห่งใหม่! ในย่านรามอินทรา Landmark @Grand Station

คอนโดแลนมาร์ค
ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น

HILIGHT : Landmark @Grand Station by Siamese Asset

  • Landmark @Grand Station ตั้งอยู่กลางทำเลศักยภาพ บริเวณซอยรามอินทรา 64
  • สะดวกครบทุกการเดินทาง เพียง 450 เมตรจากรถไฟฟ้าสายสีชมพู และ 500 เมตรจากแฟชั่นไอส์แลนด์
  • ครบทุกความต้องการกับความหลากหลายสไตล์ “โครงการ Mixed Use” ที่พักอาศัย โรงแรม ร้านค้า ออฟฟิศ ร้านอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวก
  • โดดเด่นด้วยห้องเพดานสูง “สไตล์ MOFFS” ให้ความสูงจากพื้นถึงฝ้ามากถึง 4.2 เมตร พร้อม “ห้องน้ำทั้ง 2 ชั้น” (แบบ Fully-Fitted)
  • ตอบโจทย์คนโสด คนมีคู่ คนมีครอบครัว และ “คนรักสัตว์ Pet Lover”
  • ราคาเริ่มต้นที่ 2.39 ล้านบาท* ราคาประมาณ 75,000 บาท/ตร.ม.
คอนโด เลี้ยงสัตว์
แลนมาร์กแกรนสเตชัน
ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น

เพราะ Iconic Place ดีๆ ไม่จำเป็นต้อง “มีแค่ในเมือง”

จากการตั้งคำถามเพียงหนึ่งประโยคที่เรียบง่ายของทาง Siamese Asset นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวงการอสังหาริมทรัพย์บ้านเรา

ทำไมศูนย์รวมความเจริญหลายแห่ง แหล่ง Iconic Place ชื่อดังของกรุงเทพฯ ถึงกระจุกตัวอยู่แค่ในเมือง ไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสินค้า คอนเสิร์ตฮอลล์ โรงละคร ร้านอาหารดังๆ ฯลฯ กลายเป็นว่าคนชานเมือง ต้องเป็นฝ่ายฝ่าการจราจรอันแสนยากลำบาก เข้าไปหาความสะดวกเหล่านั้น

ทั้งหมดนั้นคือหัวใจของ Landmark @Grand Station โครงการ Mixed Use เมกะโปรเจคต์ ซึ่งจะเป็นกลายเป็นอีกหนึ่ง “แลนมาร์ก” สำคัญของย่านรามอินทรา อันน่าจับตามอง!

Landmark @Grand Station
ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น

Review : Landmark @Grand Station

แค่ชื่อก็บ่งบอกแล้วว่าโครงการ Landmark @Grand Station จะกลายเป็นแลนมาร์กสำคัญแห่งใหม่ในย่านรามอินทรา ด้วยศักยภาพของทำเลที่ค่อนข้างสูง อยู่ในเขต NEW CBD ที่มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต จะเข้าหรือออกเมืองก็เดินทางสะดวกอยู่ใกล้ทางด่วนหลายสาย

ภาพรวมโครงการ Landmark @Grand Station

  • คอนโดสไตล์ High Rise สูง 22 ชั้น พื้นที่ 4-1-14 ไร่ / 456 ห้อง (เฉพาะโซน Siamese Residence)
  • โครงการสไตล์ Mixed Use แบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก ได้แก่ Branded Residences, Siamese Residence และ Hotel

อย่างที่บอกไปว่า Landmark @Grand Station เป็นคอนโดสไตล์ Mixed Use ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ โดยตัวโครงการทั้งหมด มีด้วยกัน 3 อาคาร เริ่มจากโซนพื้นที่พักอาศัยโซนแรก Branded Residences (532 ห้อง) ที่เน้นการดูแลระดับโรงแรม Service แบบจัดเต็มภายในที่พักอาศัย

ถัดมาที่โซนที่พักอีกแห่ง “Siamese Residence” (456 ห้อง) คอนโดมิเนียมทั่วไป หัวใจสำคัญของการรีวิวในครั้งนี้ เราจะเอ่ยถึงโซนนี้เป็นหลัก ส่วนโซนสุดท้ายคือ Hotel มาช้าสุด เป็นแพลนในอนาคตที่ทาง Siamese Asset วางเอาไว้

Landmark Grand Station
ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น

รูปแบบขนาดห้องและพื้นที่ใช้สอย

“ตอบโจทย์ครบทุกไลฟ์สไตล์”
คือสิ่งที่ Landmark @Grand Station ให้คุณได้ตรงใจ

  • สายทำครัวต้องถูกใจ จะครัวไทยหรือครัวฝรั่ง มีให้ครบทุกความต้องการ
  • เอาใจชาว Pet Lover เลี้ยงสัตว์ได้
  • คอนโดเพดานสูงทุกห้อง พร้อมห้องน้ำทั้งสองชั้น!

คอนโดLandmark @Grand Station

ด้วย 3 รูปแบบห้องให้เลือกในสไตล์ที่ใช่คุณ ไล่ไปตั้งแต่ Flexi, Eco และ Grand โดยห้องทั้ง 3 รูปแบบนั้น มีประเภทย่อยๆ แบ่งออกอีก 4 กลุ่ม คือ Residential, Co-Living, Pet Lover และ Elder (เฉพาะห้อง Grand) หมายความว่าแต่ละห้องมีรูปแบบไม่เหมือนกันนั่นเอง

อีกหนึ่งเรื่องที่ไม่เอ่ยถึงไม่ได้ คือรูปแบบห้องพักสไตล์ MOFFS เพดานสูงถึง 4.2 เมตร ให้คุณมีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นหลายเท่าในราคาเท่าเดิม ที่สำคัญทางโครงการยังให้ห้องน้ำมาถึง 2 ห้อง มีทั้งด้านบนและด้านล่าง เรียกว่าจบปัญหาความกังวลใจเรื่องที่ต้องเดินขึ้นเดินลงแล้ว

นอกจากนี้ทุกห้องในโครงการ Siamese Residence ยังมาในรูปแบบ Fully Fitted ได้เครื่องปรับอากาศ 2 ตัว Digital Door Lock ตู้เสื้อผ้าผนังติด Wallpaper มาให้ โถสุขภัณฑ์และอุปกรณ์อาบน้ำจาก Hafele อ่างล้างหน้าของ American Standard ฯลฯ

ขนาดห้องพัก

  • Flexi 1 Bedroom 24 SQ.M., USABLE AREA 38.50 SQ.M. เริ่มต้นที่ 2.39 ล้านบาท
  • Eco 1 Bedroom, 24.5 SQ.M., USABLE AREA 39.50 SQ.M. เริ่มต้นที่ 2.79 ล้านบาท
  • Grand 2 Bedroom, 30.50 SQ.M., USABLE AREA 49.50 SQ.M. เริ่มต้นที่ 3.59 ล้านบาท

ราคาประมาณ 75,000 บาท/ตร.ม. ทั้งโครงการ รวมพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด
ค่าส่วนกลาง : 55 บาท/ตร.ม./เดือน (ทั้งหมดเก็บล่วงหน้า 1 ปี)
ค่ากองทุน : 600 บาท/ตร.ม. (เก็บครั้งเดียว)
***ข้อมูลดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
คุณธิติพัทธ์ 065-5203436 / Tithiphat Tel : 065-5203436

ทำเลและการเดินทาง

การที่บอกว่า Landmark @Grand Station ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ไม่ใช่เรื่องเกินจริงแต่อย่างใด

ข้อดีของการตั้งอยู่บริเวณซอยรามอินทรา 64 อย่างแรกคือ เข้าออกได้ทั้ง ฝั่งถนนรามอินทราและถนนรัชดา-รามอินทรา เข้าออกถนนเส้นหลักง่ายและสะดวก ทั้งถนนนวมินทร์ ถนนประเสริฐมนูกิจ รวมถึงถนนกาญจนาภิเษก เข้าเมืองง่าย ออกต่างจังหวัดก็สะดวก

ที่สำคัญอยู่ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีชมพู (Pink Line) สถานีวงแหวนตะวันออก เพียง 450 เมตร รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตามสไตล์โครงการ Mixed Use รวมถึงอยู่ใกล้ “ห้างแฟชั่นไอส์แลนด์” แหล่งรวมความบันเทิงชั้นนำของชุมชนคนรามอินทรา

ทำเล Landmark @Grand Station

สถานที่ใกล้เคียง

  1. รถไฟฟ้าและถนนเส้นหลัก
    1.1 รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีวงแหวนตะวันออก 450 เมตร
    1.2 ทางพิเศษวงแหวนกาญจนาภิเษก 400 เมตร
    1.3 สนามบินสุวรรณภูมิ 19 กิโลเมตร
  2. โรงเรียนและมหาวิทยาลัย
    2.1 โรงเรียนบดินทรเดชา 4  กิโลเมตร
    2.2 วิทยาลัยพยาบาล 2  กิโลเมตร
  3. โรงพยาบาล
    3.1 โรงพยาบาลอินทรารัตน์ 1.3 กิโลเมตร
    3.2 โรงพยาบาลนพรัตน์ 1.8 กิโลเมตร
    3.3 โรงพยาบาลสินแพทย์ 2 กิโลเมตร
    3.4 โรงพยาบาลนวเวช 4.3 กิโลเมตร
  4. ห้างสรรพสินค้า
    4.1 แฟชั่นไอส์แลนด์ 450 เมตร
    4.2 เดอะ พรอมานาด 500 เมตร
    4.3 คริสตัล ปาร์ค 8 กิโลเมตร
    4.4 คริสตัลดีไซน์เซ็นเตอร์ 8.8 กิโลเมตร
    4.5 เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ 9 กิโลเมตร

สิ่งอำนวยความสะดวก Landmark @Grand Station

การตอบโจทย์ที่ตรงกับทุกไลฟ์สไตล์ของ Landmark @Grand Station ยังสะท้อนผ่านสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ของทางโครงการได้อย่างยอดเยี่ยม ตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่ผ่านการคัดสรรจากทีมวิศวกรโดยตรง ให้คุณมั่นใจได้ว่าทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ดี และตรงฟังก์ชันการใช้งานของผู้อยู่อาศัยมากที่สุด

ข้อดีอันเด่นชัดของการเป็นโครงการแบบ Mixed Use นั้น คือคุณไม่ต้องเสียเวลาเดินทางออกไปไหน ที่นี่ทีเดียวก็ให้คุณได้ทุกความต้องการ ด้วยร้านค้าทั้งหมด 12 ร้าน (เบื้องต้น) แบ่งเป็นร้านอาหาร ร้านค้าต่างๆ รวมถึงร้าน Pet shop เอาใจคนรักสัตว์เลี้ยง

ซื้อคอนโด Landmark @Grand Station
ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น

คอนโด รามอินทรา
ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น

สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ (B1-9 Floor)

  • Lobby
  • Mail Box
  • สวนหย่อมที่ชั้น 1, 3 และ Rooftop
  • สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 26 x 5 เมตร ลึก 1.2 เมตร
  • ห้องออกกำลังกาย
  • ลิฟต์โดยสารของส่วน Siamese Residence 3 ตัว
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 141 : 1
  • Service Lift 1 ตัว / Tower
  • Retails 12 ร้าน
  • Office 3 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 377 คันคิดเป็น 37%
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ CCTV / Key Card / Digital Door Lock

มุมมองในแง่การลงทุน Landmark @Grand Station

สำหรับพักอาศัย

Landmark @Grand Station เป็นโครงการที่มีความยืดหยุ่นสูงในเรื่องไลฟ์สไตล์ เลี้ยงสัตว์ก็ได้ ทำอาหารก็สะดวก แถมแต่ละห้องก็ดีไซน์แตกต่างกันไปตามแต่กิจกรรมของคุณ เดินทางไปไหนก็สะดวก ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ร้านค้า ร้านอาหาร เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป

สำหรับปล่อยเช่า/ขายต่อ

แม้ตัวโครงการจะไม่ได้อยู่ในใจกลางเมือง แต่ความเป็น “ชานเมือง” ในย่านรามอินทรา ก็เป็นจุดแข็งที่น่าสนใจ เพราะแถวนี้ส่วนใหญ่มีแต่บ้านจัดสรร ความแตกต่างของ Landmark @Grand Station จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ไหนจะการเข้ามาของรถไฟฟ้าสายสีชมพู ที่จะพลิกฟื้นให้ย่านนี้เป็นอีกหนึ่ง HUB ของการเดินทางสำคัญ

ฟลอร์แพลน Floor Plan

  • Flexi 1 Bedroom 24 SQ.M., USABLE AREA 38.50 SQ.M. ราคาเริ่มต้นที่ 2.39 ล้านบาท

  • Eco 1 Bedroom, 24.5 SQ.M., USABLE AREA 39.50 SQ.M. เริ่มต้นที่ 2.79 ล้านบาท

  • Grand 2 Bedroom, 30.50 SQ.M., USABLE AREA 49.50 SQ.M. เริ่มต้นที่ 3.59 ล้านบาท

  • ฟลอร์ชั้นสิ่งอำนวยความสะดวก

ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น

ด้วยทำเลศักยภาพย่านรามอินทรา (ติดรถไฟฟ้า) บวกกับจุดแข็งที่เน้น “ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของทุกคน” ทำให้ Landmark @Grand Station เป็นอีกหนึ่งคอนโดมาแรงที่น่าจับตามอง

ไม่ว่าคุณจะมีใจรักการใช้ชีวิตแบบไหน ที่นี่ก็มีสิ่งดีๆ ที่คัดสรรแล้วมาไว้ให้คุณอย่างครบครัน
พิเศษ! พบโปรโมชันสุด Exclusive ที่คลิปด้านล่าง! ลงทะเบียนวันนี้ รับราคาเริ่มต้นไปเลยเพียง 2.39 ล้านบาท*

สมกับการเป็น “แลนมาร์ก” แห่งใหม่ ICONIC Place แห่งย่านรามอินทราในอนาคต

รวม “ทาวน์โฮมนอกเมือง” ราคาไม่เกิน 3 ล้าน

รวม “ทาวน์โฮมนอกเมือง” ราคาไม่เกิน 3 ล้าน

จากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทำให้หลาย ๆ ประเทศในโลกเรามีสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยสู้ดีนักรวมถึงประเทศไทยด้วย ประชาชนก็ไม่มีงมากนัก แต่ถ้าเราอยากได้อสังหาริมทรัพย์สักหนึ่งอย่างเพื่ออยู่อาศัย ทาวน์โฮมในตัวเมืองก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ แต่สำหรับหลายคนแล้ว การซื้อทาวน์โฮมในตัวเมืองก็อาจจะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากเพราะด้วยราคาที่ดินที่ค่อนข้างสูง ทำให้การซื้ออสังหาริมทรัพย์นอกเมืองก็ถือว่ามีข้อดีไม่แพ้กันเพราะทั้งถูก เป็นส่วนตัว ไม่แออัด และบางที่ก็ยังมีความสะดวกสบายในการเดินทางแบบสุด ๆ อีกด้วย ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับโครงการ ทาวน์โฮมนอกเมือง ที่มีราคาไม่ถึง 3 ล้านบาท จะมีที่ไหนบ้างมาดูกัน

ีทาวน์โฮมนอกเมือง ดีอย่างไร ?

บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม ก็คงเป็นประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่ทุก ๆ จะต้องเคยได้ยินอย่างแน่นอนแต่ก็คงมีไม่กี่คนที่สามารถแยกแยะได้ว่าประเภทไหนคืออะไร โดยเฉพาะทาวน์เฮ้าส์และทาวน์โฮมที่มีความคล้ายคลึงกันมากทำให้หลายคนสับสนได้ โดยเราจะมาอธิบายให้ฟังว่าทาวน์โฮมที่เราพูดถึงกันวันนี้คืออะไร

ทาวน์โฮม เปรียบเสมือนทาวน์เฮ้าส์ที่มีการอัปเกรตให้ทันสมัย คล้ายบ้านเดี่ยว และมีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น โดยมักจะมีความสูงประมาณ 2-3 ชั้น ลักษณะของทาวน์โฮมจะเป็นบ้านตั้งแต่ 2 หลังเรียงติดกัน มีการใช้ผนังและรั้วร่วมกัน นิยมดัดแปลงเป็นสำนักงานขนาดย่อมที่เรียกว่า โฮมออฟฟิศ (Home Office) และด้วยลักษณะของทาวน์โฮมนี้เองที่ ทำให้เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดเริ่มต้นเพราะมีพื้นที่ใช้สอยไม่ได้เยอะมากเท่าไรนัก

รวมโครงการ ทาวน์โฮมนอกเมือง น่าสนใจ

โครงการ Foret ปิ่นเกล้า-พุทธมณฑลสาย 5

ขอบคุณรูปจาก: Prinsiri

โครงการ Foret ปิ่นเกล้า-พุทธมณฑลสาย 5 เป็นโครงการทาวน์โฮม 2 ชั้นสไตล์โมเดิร์น จาก ปริญสิริ ตัวโครงการมีทำเลที่ตั้งอยู่บนแถบพุทธมณฑล ซึ่งสามารถเดินทางเข้าออกตัวเมืองได้หลากหลายทาง อีกทั้งยังอยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มีให้เลือก 3 แบบ ได้แก่ 

  • แบบ SA-LA 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 114 ตร.ม.
  • แบบ DA-LHA 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 126 ตร.ม.
  • แบบ PHLAB-PHLUNG 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 170 ตร.ม.

โดยทั้งหมดถูกออกแบบเพื่อรองรับสมาชิกในครอบครัวทุกคนด้วยห้องนอนด้านล่าง โดยมีราคาเริ่มต้น 2.29 ล้านบาท (เมื่อ พ.ย.63) โดยปัจจุบันมีบ้านที่พร้อมเข้าอยู่แล้วบางส่วน

โครงการ Siri Place ราชพฤกษ์-รัตนาธิเบศร์

ขอบคุณรูปจาก: Sansiri

โครงการ Siri Place ราชพฤกษ์-รัตนาธิเบศร์ เป็นโครงการทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ ห้องรับแขก ห้องครัว ห้องทานอาหาร 2 ที่จอดรถ พื้นที่ทั้งหมด 133 ตร.ม. สไตล์โมเดิร์นลอฟท์ที่ก่อสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2562 มีทำเลที่ตั้งอยู่ในโซนนนทบุรีซึ่งเป็นจังหวัดที่ติดกับเมืองหลวงกรุงเทพมหานคร ตัวโครงการสามารถเดินทางได้ด้วยรถส่วนตัวเพื่อเชื่อมไปยังถนน 3 เส้น ได้แก่ ถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนราชพฤกษ์ และถนนบางกรวย-ไทรน้อย และเข้าสู่ใจกลางเมืองได้ ส่วนการเดินทางด้วยรถสาธารณะนั้นก็ยังมีรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง สถานีบางพลู ที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการให้ใช้บริการกัน มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2.99 ล้านบาท ณ วันเปิดตัวโครงการ

โครงการ The Colors Premium รังสิต-ลำลูกกา

ขอบคุณรูปจาก: Areeya

โครงการ The Colors Premium รังสิต-ลำลูกกา เป็นอีกหนึ่งโครงการ ทาวน์โฮมนอกเมือง ที่น่าสนใจ ด้วยลักษณะของทาวน์โฮม 2 ชั้น 3-4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ที่มีสไตล์โมเดิร์นโดดเด่นไปด้วยสีสัน ภายใต้คอนเซปต์ “Life In Pastel Life In The Colors” ตัวโครงการอยู่ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มากมายทั้งห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และสถานศึกษา และในอนาคตก็จะมีรถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีบางซื่อ-รังสิต และ รถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต วิ่งผ่านอีกด้วย สำหรับราคาของโครงการจะเริ่มที่ประมาณ 1.49 ล้านบาท ณ วันเปิดตัวโครงการ และพร้อมเข้าอยู่แล้ววันนี้

โครงการ Pleno รามอินทรา-จตุโชติ

ขอบคุณรูปจาก: AP Thailand

โครงการ Pleno รามอินทรา-จตุโชติ เป็นโครงการพรีเมียมทาวน์โฮมจาก AP Thailand ความสูง 2 ชั้น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ตั้งอยู่ในทำเลที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั้งห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และสถานศึกษา รวมถึงยังสามารถเดินทางได้ด้วยความสะดวกทั้งโดยรถยนต์ส่วนตัวและรถสาธารณะ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ธันวาคมปีพ.ศ. 2564 ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2.59 ล้านบาท (ณ เดือนพฤศจิกายน 63)

โครงการ Terra Ville ลาดหลุมแก้ว

ขอบคุณรูปจาก: TERRA

โครงการ Terra Ville ลาดหลุมแก้ว โครงการทาวน์โฮมใหม่ล่าสุด จาก บริษัท เทอร์ร่า ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ตัวทาวน์โฮมมีความสูง 2 ชั้น ให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ 

  • แบบ TERRANO 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 86 ตร.ม.
  • แบบ PERLA 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 98 ตร.ม.

บนทำเลศักยภาพที่มีการเติบโตสูง ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทั้งห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถานศึกษา และตลาด ในราคาเริ่มต้นเพียง 990,000 บาทเท่านั้น

โครงการ Golden Town เพชรเกษม 81

ขอบคุณรูปจาก: Golden Land

โครงการ Golden Town เพชรเกษม 81 เป็นโครงการ ทาวน์โฮมนอกเมือง ที่ตั้งอยู่ในย่านเพชรเกษม ที่มีทั้งความสูง 2 ชั้น และมีบ้านให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่

  • แบบ Saint James 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ นวัตกรรมครัวไทย 1 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 96 ตร.ม.
  • แบบ Chester 4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ นวัตกรรมครัวไทย 1 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 103 ตร.ม.
  • แบบ Preston 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ห้องพระ นวัตกรรมครัวไทย พื้นที่ใช้สอย 117 ตร.ม.

โดยตัวโครงการก็มีความสะดวกในการเดินทางด้วยรถสาธารณะ เพราะอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า MRT หลักสอง และ บางหว้าเพื่อเข้าสู่ตัวเมืองกรุงเทพมหานครได้อย่างสบาย ๆ รวมถึงสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจากการเชื่อมต่อของถนนทั้ง 6 เส้น ได้แก่ ถนนเพชรเกษม ถนนพุทธสาคร ถนนบางบอน 5 ถนนเอกชัย ถนนพระราม 2 และ ถนนกาญจนาภิเษก โดยมีทาวน์โฮมโครงการนี้มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2.27 ล้านบาท ณ วันเปิดตัวโครงการ (ราคา Pre-sale) 

สรุป ทาวน์โฮมนอกเมือง น่าสนใจ

จบกันไปแล้วกับโครงการ ทาวน์โฮมนอกเมือง ที่น่าสนใจซึ่งมีทั้งโครงการที่แล้วเสร็จพร้อมเข้าอยู่และโครงการที่ต้องรีบไปจับจองกันก่อนที่จะหมด หรือถ้าใครที่อยากได้บ้านมือสองโครงการอื่นที่มีราคาถูกหรืออสังหาฯ ประเภทไหนก็ลองเข้ามาหาที่ Kaidee Property ได้เช่นเดียวกัน เพราะที่นี่มีอสังหาริมทรัพย์ให้คุณเลือกมากมายแน่นอน

อ่านบทความ รวมโครงการบ้านเดี่ยวสุดหรูย่านเอกมัย-ทองหล่อ

ส่องทำเลขายของในกรุงเทพ เปิดร้านที่ไหนดี

ส่องทำเลขายของในกรุงเทพ เปิดร้านที่ไหนดี

อาชีพที่สอง เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยตอบโจทย์เรื่องของรายได้ในสภาวะเศรษฐกิจยุคโควิด 19 ใครหลายคนจึงเลือกหนทางที่จะช่วยเพิ่มรายได้ในยามวิกฤต การขายของจึงเป็นอีกอาชีพที่คนไทยในยุคนี้ เลือกให้เป็นรายได้ลำดับสอง ทั้งการขายออนไลน์ และการเปิดขายหน้าร้าน แต่การเปิดขายหน้าร้านนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก ไหนจะการลงทุนที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถ เงินลงทุนจำนวนมาก และทำเลเปิดร้านที่เหมาะสม เพื่อให้ร้านของเราขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แล้วทำเลเปิดร้านขายของย่านไหนของกรุงเทพที่น่าสนใจบ้าง มาดูความน่าสนใจของแต่ละย่านกัน 

ย่านทำเลทอง เปิดร้านขายของดีเป็นเทน้ำเทท่า

หากคุณตั้งใจที่จะมีร้านเป็นของตัวเอง เตรียมตัววางแผนไว้อย่างดีแล้ว แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกพื้นที่เปิดร้านในดวงใจ เพราะยังไม่รู้ว่าจะเลือกที่ไหน ลองมาดูย่านเด่น พื้นที่ที่น่าสนใจในกรุงเทพ ที่ลงทุนไป ไม่เงียบเหงานั่งตบยุงแน่นอน

ย่านจตุจักร

ย่าน “ตุจักร” มีความคึกคักอย่างมาก เนื่องจากอยู่ใกล้แหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมอย่างตลาดนัดจตุจักร ย่านการค้าขนาดใหญ่ที่มีเอกลักษณ์ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วนมากมาย ทั้งโรงพยาบาล สถานที่ราชการ เช่น กรมขนส่งทางบก ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่หลายแห่ง การขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟฟ้า และศูนย์กลางการเดินทางออกต่างจังหวัดอย่าง ขนส่งหมอชิต รวมไปถึงพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่อย่าง สวนวชิรเบญจทัศ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ 

ถ้าสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ก็ไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่จึงเลือกมาที่จตุจักร ร้านค้า ร้านอาหาร จึงเลือกมาเปิดกิจการที่ย่านจตุจักร เนื่องจากกำลังการซื้อมีอย่างต่อเนื่องจากคนทั่วทุกสารทิศ หากคุณอยากเปิดร้าน หาทำเลขายของที่ตอบโจทย์การซื้อขายอย่างต่อเนื่อง จตุจักรจึงเป็นย่านที่น่าสนใจ

ย่านห้วยขวาง

ห้วยขวาง ย่านที่มีการเจริญเติบโตแบบอย่างต่อเนื่อง และเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างมากในปี พ.ศ. 2547 แนวโน้มการใช้ชีวิตของย่านห้วยขวางเปลี่ยนไปจากการเข้ามาของรถไฟฟ้า MRT ที่สามารถเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า BTS ได้  ทำให้ห้วยขวางกลายเป็นย่านที่คึกคัก คนจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามา จากชาวออฟฟิศและนักท่องเที่ยวโซนเอเชียอย่างคนจีน เกาหลี ที่มาไหว้บูชา ‘ศาลพระพิฆเนศวรสีแยกห้วยขวาง’ย่านห้วยขวาง จึงกลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยยอดฮิตของคนจีนรุ่นใหม่ที่มาปักหลักในไทย เรียกว่าเป็น ‘นิว ไชน่าทาวน์’

ทำเลนี้จึงเป็นทำเลที่เหมาะสมสำหรับการเปิดร้านค้า โดยเฉพาะร้านอาหาร ที่เปิดได้ทั้งไทยและนานาชาติ  เปิดตามพื้นที่พักอาศัย หรือจะเปิดร้านในตลาดนัดห้วยขวาง แหล่งช้อปปิ้งต่างๆ ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และยังเป็นย่านแห่งไนท์ไลฟ์สไตล์ที่รวบรวมหนุ่มสาวชาวออฟฟิศให้มาซื้อของที่ร้านของคุณได้อีกด้วย

ย่านรามอินทรา

ย่านที่พักอาศัยโซนนอกเมือง ด้านฝั่งพระนคร รามอินทราเป็นย่านที่คนทำงานในกรุงเทพมหานคร เลือกซื้อบ้านเพื่อพักอาศัยในบริเวณนี้ ด้วยความที่รามอินทราเป็นย่านชุมชนที่มีคนพักอาศัยอยู่มาก จึงทำให้พื้นที่ย่านรามอินทรานี้เป็นอีกหนึ่งย่านที่เหล่าพ่อค้า แม่ค้า นักลงทุนควรเลือกรามอินทราเป็นพื้นที่เปิดร้านค้า ร้านอาหาร ด้วยปัจจัยที่น่าเลือกลงทุน

จากข้อมูลราคาบ้าน ที่เป็นราคากลางสำหรับการขายบ้านย่านรามอินทรา พบว่า ในละแวกย่านรามอินทรา ราคาบ้านจะถูกตั้งราคาขายอยู่ที่ 7-10 ล้านบาท คนที่สามารถซื้อบ้านพักอาศัยในพื้นที่นี้ได้ จึงเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง การที่มีกำลังซื้อสูง หมายความว่า ความสามารถในการจับจ่ายในชีวิตประจำวันก็สูงตามไปด้วย 

ย่านพระรามเก้า

พระราม 9 เป็นย่านใจกลาง CBD ที่มีความครบครันในทุกความต้องการของคนเมืองในปัจจุบัน ไม่ว่าคุณต้องการที่จะช้อปปิ้ง ไปทำงาน อยากพักผ่อนหย่อนใจ หรือต้องการความสงบ ย่านพระราม 9 นี้สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณ ทำให้ที่พักอาศัยในย่านนี้ กลายเป็นที่ต้องการของชีวิตชาวเมืองที่ต้องการความรวดเร็วและครบทุกมิติของการใช้ชีวิต และด้วยความหลากหลายในพื้นที่นี้ทำให้พระราม 9 คือพื้นที่ของความแตกต่างที่ลงตัว

จากการประเมินราคาที่ดินจากกรมธนารักษ์ในปี 2559 – 2562 ในย่านพระรามเก้ามีราคาสูงถึงตารางวาละ 200,000 – 300,000 บาท นั่นเป็นตัวเลขที่บ่งบอกได้ว่า หากคุณเลือกเปิดร้านในพื้นที่ย่านพระรามเก้า นอกจากย่านนี้จะต้องเป็นนักลงทุนที่มีกำลังในการจับจ่ายแล้ว ยังเป็นแหล่งรวมผู้คนอีกมากมายในย่าน CBD ชาวบ้านพื้นฐานดั้งเดิม การหลั่งไหลของผู้คนที่ต้องทำงานในพื้นที่พระรามเก้า ทำให้การเปิดร้านของคุณไม่สูญเปล่าอย่างแน่นอน

ย่านพหลโยธิน

ความแออัดในย่านอารีย์ ส่งผลให้ย่านใกล้เคียง อย่างพหลโยธินได้รับอิทธิพลจากการขยายเมืองไปด้วย ทำให้พหลโยธินกลายเป็นย่านที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ทั้งที่พักอาศัย องค์กรออฟฟิศ ร้านค้า แหล่งแฮงค์เอ้าท์ และผู้คนมากหน้าหลายตา พหลโยธินจึงกลายเป็นตัวเลือกหลัก ที่กลุ่มนักลงทุนให้ความสนใจ จับจองพื้นที่ในพหลโยธินเพื่อเปิดร้านค้า ร้านอาหาร จะพบเห็นได้บ่อยครั้งอย่างร้านกาแฟ ร้านลับ ธุรกิจเชิงพาณิชย์ที่น่าสนใจ 

จากการสำรวจราคาที่ดินในย่านอารีย์-พหลโยธิน ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พื้นที่นี้มีราคาดีดตัวสูงจาก 70,000 – 80,000 บาท/ตารางเมตร เป็น 130,000 – 140,000 บาท ในปัจจุบันโดยเฉพาะที่ดินติดริมถนนพพลโยธินยิ่งมีราคาที่สูงกว่าที่ดินด้านใน เป็นผลให้ผู้อาศัยอยู่ละแวกนี้จึงเป็นกลุ่มฐานะดีเป็นส่วนใหญ่ การใช้ชีวิต อาหารการกิน จึงเป็นเรื่องที่คนละแวกนี้ และผู้คนที่หลั่งไหลมาย่านนี้ใช้เงินได้อย่างคล่องมือ เห็นแบบนี้แล้ว ร้านค้าของเราต้องคึกคักอย่างแน่นอน

ย่านราชพฤกษ์

บนถนนย่านราชพฤกษ์ ย่านที่ผู้คนอาศัยอยู่จำนวนมาก และยังเป็นย่านที่น่าสนใจ หากดูจากการประเมินราคาพื้นที่ที่ดิน และราคาบ้านย่านราชพฤกษ์ พบว่า บ้านหรือที่อยู่อาศัย ในย่านนี้มีราคาสูงขึ้นจากเมื่อ 5 ปีก่อน จาก 7 ล้านบาท เป็น 10 ล้านบาท เป็นผลพวงมาจากการพัฒนาพื้นที่ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ราคาที่ดินในทำเลเหล่านี้สูงขึ้น 3-7% ต่อปี ซึ่งนั้นหมายความว่า คนที่อยู่ในพื้นที่นี้ มีกำลังซื้อเยอะ และสามารถจับจ่ายใช้สอยได้มากกว่า เพราะมักจะเป็นคนระดับกลาง ถึงระดับเงินเหลือใช้

สิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันในย่านราชพฤกษ์ ทั้งที่อยู่อาศัย ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา การเดินทางสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ หรือรถสาธารณะ เป็นวิธีการที่ทำให้คนส่วนใหญ่เลือกเดินทางไปย่านราชพฤกษ์ ร้านค้า ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว คนส่วนใหญ่จึงหลั่งไหลมาในพื้นที่นี้ กำลังการจับจ่ายใช้สอยที่มาก จากจำนวนคนที่เยอะ เป็นที่รวมของคนที่มีกำลังซื้อ จึงเป็นตัวแปรที่ดี ถ้าหากคุณเลือกราชพฤกษ์ เปิดร้านในฝันของคุณ 

ทำเลดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

ย่านเด่นในพื้นที่กรุงเทพที่เราได้รวบรวม คัดสรรความเป็นไปได้ในการทำธุรกิจร้านค้า เป็นเครื่องมือที่จะทำให้การเปิดร้านค้าของเราสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น หากเมื่อเราได้ทำการเตรียมความพร้อมด้านธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ การลงทุนไว้อย่างครบถ้วนแล้ว การที่เราได้ทำเลที่ดีนั้นจะยิ่งส่งผลให้เราได้รับรายได้การค้าขาย และกำไรที่มากกว่าในพื้นที่ที่ไม่อำนวยต่อการทำธุรกิจของเราอีกด้วย