5 วิธีดูแลรถยนต์ขั้นพื้นฐานต้องรู้ ทั้งมือเก่าและมือใหม่

5 วิธีดูแลรถยนต์ขั้นพื้นฐานต้องรู้ ทั้งมือเก่าและมือใหม่

ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่งป้ายแดงหรือจะเป็นรถที่ใช้งานมานานแล้ว ล้วนแล้วต้องหมั่นดูแลรักษา เพื่อให้รถยนต์ใช้งานได้นาน ป้องกันการเกิดปัญหาขึ้นในอนาคต เพราะถ้าหากเกิดปัญหาขึ้นแล้ว ต้องเสียเวลา เสียเงินซ่อมบำรุงอีกบานปลายแน่อน  

เพื่อน ๆ รู้แบบนี้แล้ว ก็ต้องหมั่นคอยเช็กและบำรุงรักษารถยนต์ของเพื่อน ๆ ให้ใหม่และใช้งานได้อีกยาว ๆ กันเถอะ กับ 5 วิธี การดูแลรถยนต์ขั้นพื้นฐานที่ควรรู้ มีอะไรบ้าง มาดูกันเลย

1. ลมยาง

อย่างแรกเลย คือ การหมั่นเช็กลมยางเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
เพื่อป้องกันไม่ให้ลมข้างใดข้างหนึ่งอ่อนเกินไปหรือบางครั้งอาจจะมีรอยรูรั่ว จะได้รีบหาวิธีการแก้ไข เพราะฉะนั้น อย่าลืม! เช็กก่อนสตาร์ทกันนะ

2. หม้อน้ำ 

ต่อมาเป็นสิ่งสำคัญอีกหนึ่งสิ่งเลย นั่นคือ หม้อน้ำนั่นเอง ก่อนสตาร์ทรถควรตรวจดูหม้อน้ำก่อนอย่างน้อยที่สุดสัปดาห์ละ 1 ครั้งก็เพียงพอ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำแห้ง เพราะถ้าเกิดขับรถยนต์ทั้งที่น้ำแห้ง เกิดปัญหาใหญ่แน่นอน เพราะฉะนั้น เพื่อน ๆ อย่าลืมเช็กกันนะ

3. น้ำมันเครื่อง 

น้ำมันเครื่อง เป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนของรถยนต์เช่นกัน เพราะฉะนั้นอย่างน้อย 2 ถึง 3 สัปดาห์ ควรตรวจสอบน้ำมันเครื่องให้อยู่ในปริมาณที่มาตรฐานและเหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาขึ้นกับรถยนต์ของเพื่อน ๆ ด้วยนะครับ

4. แบตเตอรี่รถยนต์ 

เพื่อน ๆ หลายคนอาจจะเกิดเจอปัญญาแบตเตอรี่รถยนต์หมดกลางทาง แล้วทำให้ต้องเสียเวลา หรืออาจจะต้องเงินจ้างรถยกมาลากไปเลยก็ได้นะ เพราะฉะนั้นทุกครั้งก่อนออกเดินทาง ให้เพื่อน ๆ ดูไฟที่แบตเตอรี่ว่าสถานะของแบตเตอรี่เป็นอย่างไร หรือสตาร์ทรถยนต์แล้วมีการแจ้งเตือนแบตเตอรี่ตรงหน้าปัดให้รีบดับเครื่อง แล้วเปลี่ยนแบตเตอรี่ด่วนเลย ไม่อย่างงั้นมีเครื่องดับกลางทางแน่นอน

5. เบรก 

มาถึงสิ่งสำคัญข้อสุดท้าย ให้เพื่อน ๆ สังเกตว่าเบรกทำงานปกติหรือไม่ เวลาเบรกมีเสียงไหม หรือมีน้ำมันเบรกรั่วซึมหรือไม่ ถ้ามีอาการเหล่านี้ให้รีบติดต่อช่างให้มาแก้ไขด่วนเลย เพราะถ้าขับรถออกไปแล้ว เสี่ยงมากในการเกิดอุบัติเหตุ 

เป็นไงบ้างเพื่อน ๆ เป็นสิ่งสำคัญขั้นพื้นฐานที่คนมีรถยนต์ทุกคนควรรู้ไว้เลยนะครับ พอเกิดปัญหาขึ้น จะได้รับมือและแก้ไขในขั้นต้นได้ หรือเพื่อน ๆ คนไหนกำลังมองหารถยนต์พร้อมที่จะดูแลและไว้ใช้งานทาง RodKaidee เรามีรถยนต์ที่หลากหลายให้เพื่อน ๆ ได้เลือกเยอะเลยนะครับ    

5 วิธีขับรถหน้าฝนอย่างไร ให้มั่นใจ ไร้อุบัติเหตุ

5 วิธีขับรถหน้าฝนอย่างไร ให้มั่นใจ ไร้อุบัติเหตุ

ในขณะที่ประเทศไทยอยู่ในช่วงของหน้าฝนและได้รับอิทธิพลจากพายุหรือมรสุมต่าง ๆ ทำให้มีฝนตกในบางพื้นที่ จะเดินทางไปไหน มาไหน ก็ค่อนข้างไม่สะดวกเท่าไร บางที่ก็มีน้ำขังบนถนน บางที่น้ำที่อาจจะท่วมสูง เพราะเกิดจากการระบายไม่ทันของน้ำ 

ซึ่งการใช้รถใช้ถนนในหน้าฝน ต้องระมัดระวังในการขับขี่มากขึ้น เนื่องจากถนนมีน้ำขังบนถนน ทำให้ถนนลื่น ถ้าหากขับรถเร็วเกินไปอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุก็ได้นะ วันนี้เรามี 5 วิธีขับรถหน้าฝนอย่างไร ให้มั่นใจ ไร้อุบัติเหตุ เพื่อเป็นประโยชน์กับหลาย ๆ คน มาดูกันเลย 

1. ที่ปัดน้ำฝน 

สิ่งแรกที่สำคัญเลย คือ ที่ปัดน้ำฝน เป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้ของการขับรถในหน้าฝน เพราะ ถ้าขาดที่ปัดน้ำฝนมีโอกาสสูงมากที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ เพราะฉะนั้นควรเปิดที่ปัดน้ำฝน ถ้าชำรุดให้รีบเปลี่ยนด่วน ๆ เลย เพื่อความปลอดภัยของเพื่อน ๆ ทุกคน 

2. เว้นระยะห่าง 

การเว้นระยะห่างจากรถคันข้างหน้า คืออีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ควรทำ เพราะการขับรถตอนฝนตก ถนนลื่น มีน้ำขังถนน สามารถทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ดังนั้นจึงควรขับรถช้า ๆ และเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากที่สุด เพื่อป้องกันเวลาเบรกแล้วรถอาจจะไถลไปชนคันหน้าก็ได้ 

3. ไฟหน้ารถ 

การเปิดไฟหน้ารถขณะฝนตกหนัก เป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะเป็นการแสดงให้รถคันอื่น ๆ ได้เห็นว่ามีรถของเราวิ่งอยู่บนถนนด้วย เพราะรถบางคัน อาจจะมองไม่เห็นรถของเราก็เป็นไปได้ เพราะทัศนวิสัยในการมองเห็นอาจจะลดลงมากในการขับขี่ขณะฝนตกหนัก อีกทั้งการเปิดไฟหน้ารถยังช่วยเพิ่มการมองเห็นทางข้างหน้าได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย 

4. สัญญาณไฟขอทาง

เปิดไฟขอทางขณะฝนตกหนัก หลาย ๆ คน อาจจะเคยเห็นรถหลายคันเปิดไฟขอทางกันขณะฝนตก แต่!! นั่นเป็นวิธีการใช้ไฟที่ผิดวิธี เพราะว่าถ้าหากเราจะเลี้ยว รถคันอื่นที่ขับตามมาอาจจะไม่รู้ว่ารถของเราจะเลี้ยวไปทางไหนกันแน่อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุเลยก็ได้นะ หรือบางคันอาจจะเข้าใจผิดว่ารถของเราเสียนั้นเอง ทางที่ดี เปิดเฉพาะไฟหน้าก็เพียงพอแล้วละ 

5. ใช้ความเร็วให้เหมาะสม 

การขับรถในขณะที่ฝนตกหนัก ควรใช้ความเร็วที่เหมาะสม ไม่ควรใช้ความเร็วสูง เพราะมีความเสี่ยงสูงมากที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุอาจจะได้ใบสั่งเรียกเก็บเงินเนื่องจากความเร็วที่เกินกำหนด 

หากถามว่าควรใช้ความเร็วเท่าไร ไม่สามารถบอกได้ เพราะว่าจะพิจารณาจากสมรรถนะของรถ ยาง และอื่น ๆ แต่ไม่ว่าจะเป็นรถที่มีสมรรถนะที่ดีเยี่ยมหรือมียางที่สมบูรณ์ มีระบบป้องกันดีแค่ไหน แต่ถ้าขับรถใช้ความเร็วเกินและประมาท ก็มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ทุกเมื่อ เพราะฉะนั้นมาขับรถให้ปลอดภัยกันดีกว่านะครับ

หากเพื่อน ๆ อยากได้รถมือสองสมรรถนะดี ราคาดี มีคุณภาพ ปลอดภัย ที่ RodKaidee เรามีรถหลากหลายแบรนด์ หลากหลายรุ่นให้เพื่อน ๆ ได้เลือกซื้อได้ตามใจชอบเลยครับ มาดูกันก่อนได้นะ

5 รุ่นรถมือสองที่ขายแล้วราคาไม่ตก

5 รุ่นรถมือสองที่ขายแล้วราคาไม่ตก

รถยนต์เมื่อถูกขายต่อก็จะถูกเปลี่ยนสถานะเป็นรถมือสองในทันที หากใครได้ลองเดินดูรถที่เต็นท์รถมือสอง จะเห็นได้ว่ามีรถอยู่มากมาย หลายรุ่น หลายค่ายจอดเรียงกันเต็มไปหมด หากสังเกตดีๆ จะมีรถบางรุ่นที่มีจำนวนเยอะกว่ารุ่นอื่นๆ ซึ่งรถเหล่านั้นจะถูกเรียกว่า “รถตลาด” มีความหมายว่าเป็นรถที่คนทั่วไปนิยมใช้งานกันเป็นส่วนมาก เมื่อได้นำมาขายเป็นรถมือสองก็จะไม่ค่อยตกรุ่นเท่าไหร่ แถมยังขายแล้วได้ราคาที่ดีอีกด้วย วันนี้ RodKaidee จะพาทุกคนมาดูว่า 5 รถมือสองยอดนิยมที่นำมาขายจะเป็นรุ่นไหนบ้าง ตามมาดูกันเลย

รถมือสอง

1. Toyota Fortuner 

รถ PPV อันดับหนึ่งยอดนิยมตลอดกาลของบ้านเราที่ครองใจหลายคน ด้วยพื้นฐานรถกระบะอย่าง Hilux Vigo ทำให้ขึ้นชื่อในเรื่องของความแกร่งพอสมควร รูปลักษณ์การออกแบบที่สวยงาม หรูหราและแฝงไปด้วยความดุดันที่สง่างาม ฟังก์ชันเสริมต่างๆ ที่ใส่ใจกับลักษณะการใช้งาน จึงเป็นรถอเนกประสงค์ที่คงเอกลักษณ์ในแบบที่กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ติดตา ทำให้รถรุ่นนี้ซื้อง่ายขายคล่อง ราคาไม่ตก และใช้งานกันต่อได้อีกยาว

รถมือสอง

2. Honda Civic

ฮอนด้า ซีวิค มาพร้อมการดีไซน์ภายนอกที่ดูสปอร์ต ทันสมัย ผสมผสานความพรีเมียมจากดีไซน์ภายในที่ให้สัมผัสและความรู้สึกที่ดีตลอดการขับขี่ เพิ่มความมั่นใจด้วยระบบ Honda SENSING เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะและเทคโนโลยีการออกแบบภายในเก็บเสียงห้องโดยสาร ภายในเงียบสงบ รวมถึงออฟชั่นต่างๆ ที่ล้ำสมัยให้คุณข้ามขีดจำกัดทุกการเดินทาง รุ่นนี้จึงเหมาะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่รักความสะดวกสบายที่พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการ

รถมือสอง

3. Honda CR-V

รถ SUV ขวัญใจมหาชนตอบโจทย์การใช้งานแบบครอบครัวกับดีไซน์การออกแบบที่หรูหราโฉบเฉี่ยว มอบความสะดวกสบายด้วยห้องโดยสารดีไซน์หรู กว้างขวาง ครบครันด้วยฟังก์ชันล้ำสมัยระดับพรีเมียม รวมถึงยังมีระบบ Eco Assist ที่เด่นในเรื่องของการประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังรองรับการใช้น้ำมันประเภท E85 ได้อีกด้วย พร้อมให้คุณมั่นใจในทุกการเดินทางที่สมบูรณ์แบบด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ที่จะขับเคลื่อนคุณไปพบกับมุมมองที่แปลกใหม่

รถมือสอง

4.Toyota Vios

รถยนต์นั่งขนาดเล็กที่ได้พัฒนาในเรื่องของความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการขับขี่ รวมถึงยังเหมาะสำหรับการขับขี่ระยะใกล้ก็ได้ ระยะไกลก็ดี รูปลักษณ์ดีไซน์ภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมดีไซน์ภายในที่สวยสะดุดตา ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม พร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐานแบบครบครัน ทำให้ Toyota Vios เป็นอีกหนึ่งรุ่นในรูปแบบรถมือสองที่ครองใจของหลายๆ คน

รถมือสอง

5. Honda Jazz

รถที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์พร้อมพาคุณไปทุกเส้นทาง ด้วยดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยวทันสมัยมีมิติทำให้ตัวรถดูใหญ่ขึ้น ผ่อนคลายตลอดการเดินทางด้วยเบาะนั่งอัลตรา ซีท พื้นที่ห้องโดยสารภายในออกแบบให้เรียบง่ายเน้นความสะดวกสบาย เร้าใจเต็มสมรรถนะกับเครื่องยนต์ i-VTEC 1.5 ลิตร พร้อมระบบความปลอดภัยครบครัน ที่สำคัญเป็นรุ่นประหยัดน้ำมันทำให้คุณสามารถขับสนุกไปได้ทุกที่

สำหรับใครที่กำลังมองหารถมือสองไว้ขับใช้งาน หรือกำลังหารถยนต์คันแรกไว้เป็นของตัวเอง

สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ RodKaidee แหล่งรวบรวมรถยนต์มือสองกว่า 3 หมื่นคัน