ขั้นตอนการจองทะเบียนรถออนไลน์ด้วยตัวเอง

ขั้นตอนการจองทะเบียนรถออนไลน์ด้วยตัวเอง

ปัจจุบันเนื่องด้วยการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid 19 ทำให้สังคมต้องปรับตัวเข้าสู่ยุค New Normal ส่งผลให้หน่วยงานราชการต่าง ๆ เริ่มที่จะให้ประชาชนทำธุรกรรมออนไลน์มากขึ้น หนึ่งในนั้นคือการจองทะเบียนรถออนไลน์ ที่เราสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

การจองทะเบียนรถคืออะไร

หลาย ๆ คนอาจจะมีความฝันในการได้เลขทะเบียนรถในรูปแบบของเรา ทั้งในเรื่องของความเท่และเป็นมงคลกับชีวิต โดยเดิมที่ป้ายทะเบียนรถของเราบรรดาเหล่าไฟแนนซ์จะเป็นคนจัดการ แต่หลายๆ คนอาจจะไม่รู้ว่าเราสามารถที่จะจองเองได้ อีกทั้งใช้เวลาไม่นานอีกด้วย

หลักเกณฑ์ในการจองทะเบียนออนไลน์

ในการจองทะเบียนรถออนไลน์จะต้องมีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
1.กรณีที่เป็นรถใหม่ ข้อมูลของรถจะต้องถูกส่งถึงกรมขนส่งและเราจะต้องได้รับรถแล้วเท่านั้นถึงจะจองได้
2.กรณีที่เป็นรถจดทะเบียนแล้ว จะต้องเป็นรถที่จดทะเบียนในกรุงเทพเท่านั้น หรือแจ้งความประสงค์ย้ายทะเบียนมาอยู่ในกรุงเทพแล้ว และสถานะรถปกติเท่านั้น
3.สามารถจองทะเบียนรถได้ครั้งล่ะหนึ่งหมายเลขเท่านั้น
4.สามารถตรวจสอบวันจองทะเบียนรถได้ที่ ตารางจองเลขฯ “ปัจจุบันจดทะเบียนถึงเลข” หากถึงกำหนดเวลาตรงกับเลขที่เราจองไว้ ก็สามารถจดทะเบียนได้ ตามวันและเวลาที่กำหนด
5.เมื่อจองเลขทะเบียนรถแล้ว จะต้องรออีก 3 เดือนถึงจะสามารถจองทะเบียนรถยนต์คันใหม่ได้ โดยนับจากวันที่จดทะเบียนรถเสร็จสิ้นแล้ว
6.เมื่อจดทะเบียนรถได้แล้ว จะต้องจดเป็นชื่อเราเท่านั้น ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นชื่อผู้อื่นได้
7.ผู้ถือสัญชาติไทย จะต้องระบุเลขบัตรประชาชนในการจองเท่านั้น
8.หากชื่อไม่ตรงกับบัตรประชาชนหรือเลขไม่ตรงกับบัตรประชาชนจะไม่สามารถจองได้
9.หากใส่ชื่อไม่ตรง เลขบัตรประชาชนไม่ครบ จะถือว่าการจองเป็นโมฆะ
10.การจองจะเป็นรูปแบบวันต่อวัน โดยจะเริ่มในเวลา 10.00 น. ถึง 16.00 น. ของวันตามตารางจองเลข
11.กรมขนส่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าได้
12.หากเกิดข้อผิดพลาดเจ้าหน้าที่จะแจ้งเป็นข้อความเป็นลายลักษณ์อักษรตามหมวดนั้น ๆ

นอกจากนี้หากว่าเรามีรถมากกว่า 1 คันจะต้องแสดงเอกสารต่อเจ้าหน้าที่เพื่อให้ปลดล็อกการจองทะเบียนรถได้ โดยมีหลักฐานดังต่อไปนี้

  • ผลการจองเลขทะเบียน และหลักฐานของรถคันที่ 1
  • สำเนาของทะเบียนรถคันที่ 2 พร้อมกับสำเนาบัตรประชาชน
  • หากให้ผู้อื่นดำเนินการแทน จะต้องส่งใบรับรองอำนาจ

ขั้นตอนในการจองทะเบียนรถออนไลน์

เข้าไปยังเว็บไซต์ reserve.dlt.go.th/reserve/ จากนั้นกดปุ่มยอมรับหลักเกณฑ์

เมื่อเข้าไปแล้วให้กรอกรายละเอียดต่าง ๆ ให้ครบ ที่สำคัญอย่ากรอกผิดเด็ดขาด มิฉะนั้นจะเป็นโฆษะ

หลักจากกรอกข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะพบกับหน้านี้ถือว่าเป็นอันเสร็จ

ข้อควรระวัง

หากการจองทะเบียนรถเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า หรือว่าให้ในทางที่ไม่ชอบนายทะเบียนสามารถที่จะยกเลิกผลการจองป้ายทะเบียนได้

หลักการเลือกป้ายทะเบียนมงคล

หมวดตัวเลข

สำหรับหลาย ๆ คนที่อยากได้เลขทะเบียนรถมงคลเสริมโชคชะตามีหลักในการเลือกดังต่อไปนี้

1.เลือกตามผลรวมของเลขท้าย 1 หลัก

โดยวิธีการคือเอาเลขในทะเบียนรถมารวมกันจนเหลือเลขหนึ่งหลักเช่น มม 6666 วิธีคิดคือ 6+6+6+6 = 24 ให้เรา 2+4 = 6 ซึ่งเลขต่าง ๆ จะแทนความมงคลดังนี้

เลข 1 เสริมในเรื่องของวาสนา
เลข 2 เสริมในเรื่องของการค้าขาย
เลข 3 เสริมในเรื่องของความแคล้วคลาด จากภัยอันตรายทั้งปวง
เลข 4 เสริมในเรื่องของการเจรจา
เลข 5 เสริมในเรื่องของความปลอดภัย
เลข 6 เสริมในเรื่องของความรัก
เลข 7 เสริมในเรื่องของการเพาะปลูก
เลข 8 เสริมในเรื่องของความเจริญรุ่งเรือง
เลข 9 เสริมในเรื่องของสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง

2.เลือกแบบเลขคู่ที่ส่งผลในเรื่องของความมงคล

การเลือกแบบเลขคู่ก็คือว่าได้รับความนิยมมาก โดยจะเลือกทะเบียนรถเป็นเลขคู่เช่น 6996 เป็นต้น ซึ่งแต่ละตำราจะให้ข้อมูลไม่เหมือนกัน อยู่ที่ว่าเราจะเลือกเชื่อโหรศาสตร์ด้านไหน

3.เลือกเลขมงคลตามวันเกิด

สำหรับตำรานี้จะอ้างอิงจากวันเกิดของเราว่าเกิดวันไหน จากนั้นค่อยไปเลือกทะเบียนรถได้แก่

วันจันทร์ เลขที่ควรมีได้แก่ 2,4,6 เลขที่ไม่ควรมีได้แก่ 1 และ 3
วันอังคาร เลขที่ควรมีได้แก่ 5,7,9 เลขที่ไม่ควรมีได้แก่ 2 และ 4
วันพุธ เลขที่ควรมีได้แก่ 2,4,5 เลขที่ไม่ควรมีได้แก่ 3 และ 7
วันพฤหัสบดี คนเกิดวันนี้สามารถมีได้ทุกเลข แต่หากจะให้ดีที่สุดต้องมีเลข 1,2,6
วันศุกร์ เลขที่ควรมีได้แก่ 3,4,5 เลขที่ไม่ควรมีได้แก่ 7 และ 8
วันเสาร์ เลขที่ควรมีได้แก่ 3,6,8 เลขที่ไม่ควรมีได้แก่ 5 และ 2
วันอาทิตย์ เลขที่ควรมีได้แก่ 4,5,7 เลขที่ไม่ควรมีได้แก่ 2 และ 3

หมวดตัวอักษร

สำหรับหมวดของตัวอักษรสำหรับป้ายทะเบียนรถจะมีหลากหลายตำรา แต่ที่นิยมจะเรียงตามวันเกิดได้แก่

วันจันทร์ ได้ทุกตัวอักษร
วันอังคาร ไม่ควรมีตัวอักษร : ก ข ค ฆ ง
วันพุธ(กลางวัน) ไม่ควรมีตัวอักษร : จ ฉ ช ซ ฌ ญ
วันพุธ(กลางคืน) ไม่ควรมีตัวอักษร : บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม
วันพฤหัสบดี ไม่ควรมีตัวอักษร : ด ต ถ ท ธ น
วันศุกร์ ไม่ควรมีตัวอักษร: ย ร ล ว
วันเสาร์ ไม่ควรมีตัวอักษร : ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ
วันอาทิตย์ ไม่ควรมีตัวอักษร :ศ ษ ส ห ฬ ฮ

สรุป


จะเห็นได้ว่าการจองป้ายทะเบียนออนไลน์นั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย เพียงทำตามขั้นตอนต่าง ๆ และกรองข้อมูลให้ครบ เพียงเท่านี้เราก็จะได้ป้ายทะเบียนเท่ห์ครอบครองแล้ว หากเพื่อน ๆ ชอบเคล็ดลับเกี่ยวกับเรื่องรถพวกเรา Kaidee ก็มีบทความอื่น ๆ อีกมากมายให้เพื่อน ๆ ได้เข้าไปอ่านกันครับผม ไม่ว่าจะเป็นรีวิวรถ เทคนิคการขับขี่เทพ ๆ ไปจนถึงรายละเอียดปลีกย่อยเราก็มีให้หมดครับผม

อ้างอิงจาก

Sanook

moneyguru

SCB

ประกันรถชั้น 3 คืออะไร? แตกต่างกันชั้นอื่นๆ ยังไงบ้าง

ประกันรถชั้น 3 คืออะไร? แตกต่างกันชั้นอื่นๆ ยังไงบ้าง

หากจะพูดถึงหนึ่งในประกันที่ได้รับความนิยมรองจากประกันชั้นที่ 1 คงหนีไม่พ้นประกันชั้นที่ 3 ซึ่งประกันที่หลาย ๆ บริษัทมักจะแนะนำให้เราทำ หากใครกำลังมีข้อสงสัยว่าประกันชั้นนี้ดีไหม เทียบกับประกันชั้นอื่น ๆ เป็นอย่างไรบ้าง วันนี้เรามาหาคำตอบกัน

ประกันรถชั้น 3 คืออะไร

ประกันชั้น 3 คือประกันแบบสมัครใจชนิดหนึ่ง ที่กรมธรรม์จะให้ความคุ้มครองเฉพาะความเสียหายแก่คู่กรณีเท่านั้น หรือหากจะให้เข้าใจง่าย ๆ คือประกันชนิดนี้จะไม่คุ้มครองตัวผู้ถือกรมธรรม์ ตัวยานพาหนะของเจ้าของประกัน แต่จะคุ้มครองคู่กรณีของเราแทนในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ ซึ่งประกันชนิดนี้จะทำได้เฉพาะรถโดยสารส่วนบุคคลเท่านั้น ซึ่งวงเงินที่คุ้มครองจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละกรมธรรม์ 

จุดเด่นของประกันรถชั้น 3

ประกันชั้นที่ 3 แม้จะคุ้มครองน้อยกว่าประกันชั้น 1 ,ประกันชั้น 2 หรือ ประกันชั้นที่ 2+ แต่ก็แลกมากับเบี้ยประกันที่มีราคาถูกกว่าหลายบาท โดยหากเราเป็นคนที่ใช้รถน้อยเบี้ยประกันต่อปีก็ยิ่งต่ำลงไปอีก เพราะว่าโอกาสที่เราจะเกิดอุบัติเหตุมีน้อยนั่นเอง ซึ่งราคาอาจจะตกเพียงปีละหนึ่งพันกว่าบาทเท่านั้นหรือหากตีเป็นวันก็จ่ายวันละไม่ถึง 10 บาทก็มี นอกจากนี้ยังรองรับรถเก่า ๆ อีกด้วย

สิ่งที่ประกันชั้นที่ 3 ไม่คุ้มครอง

ในส่วนของสิ่งที่ประกันชั้นที่ 3 ไม่คุ้มครองได้แก่ 

ภัยธรรมชาติ

ภัยธรรมชาติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมจนรถสตาร์ทไม่ติด ลูกเห็บตกใส่กระจกแตก ลมพายุพัดสิ่งของมาโดนรถเรา ไฟไหม้อันเกิดมาจากเรื่องต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งเหตุแผ่นดินไหวจนอาคารจอดรถของเราถล่มก็ เกิดความเสียหายต่อตัวรถ เราไม่สามารถที่จะเรียกความคุ้มครองได้เลย ผู้ถือกรมธรรม์จะต้องออกค่าใช้จ่ายส่วนนี้เอง 

อุบัติเหตุที่เกิดจากผู้ขับขี่เอง

บางคนอาจจะเป็นผู้ขับขี่มือใหม่ อาจจะไม่ได้ชำนาญในการขับขี่รถยนต์มากนัก การขี่รถไปเฉี่ยวกับเสาบ้าน ถอยหลังชนฝาบ้านจนฝาแท้แตก หรือขี่รถไปขูดกับถนนฟุตบาท ก็ไม่สามารถที่จะขอความคุ้มครองได้เหมือนกับประกันภัยประเภทอื่น ๆ  ดังนั้นอาจจะต้องขี่รถด้วยความระมัดระวังมาก ๆ เพราะประกันของเราไม่ได้ครอบคลุมเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์

การโจรกรรม

หากรถของเราถูกขโมยเราไม่สามารถที่จะเรียกเอาความคุ้มครองได้ เนื่องจากประกันชั้นที่ 3 ไม่ได้คุ้มครองเรื่องนี้ รวมถึงทรัพย์สินต่าง ๆ ที่อยู่ในรถ ดังนั้นหากคุณถือประกันชั้นนี้ พยายามหาที่จอดรถดี ๆ ครับผมไม่งั้นก็ต้องดาวน์รถใหม่อย่างเดียว

วงเงินที่น้อย(แล้วแต่กรมธรรม์)

แม้จะคุ้มครองอุบัติเหตุกับคู่กรณีทั้งในแง่ของการรักษาพยาบาลและความเสียหายกับตัวรถ แต่ก็มีวงเงินที่น้อยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเราดันโชคร้ายไปชนกับรถหรู เราอาจจะต้องเสียค่าส่วนต่างกันประกันเอง และไม่เหมาะกับนักขับรถมือใหม่อย่างยิ่ง

ไม่ครอบคลุมรถเช่าหรือรถรับจ้างสาธารณะ

สำหรับบริษัทไหนที่มีรถเช่าหรือว่ารถรับจ้างสาธารณะ ไม่สามารถที่จะซื้อกรมธรรม์ของประกันชั้น 3 ได้โดยจะต้องซื้อประกันประเภทอื่น ๆ แทน

ประกันชั้น 3 เหมาะกับใคร

สำหรับประกันชั้นนี้เหมาะสำหรับใครที่ใช้รถน้อย หรือมีรถหลาย ๆ คันแต่อยากที่จะประหยัดเบี้ยงประกันก็สามารถที่จะเลือกประกันชนิดนี้ได้ เนื่องจากการที่เราใช้รถน้อย ทำให้โอกาสในการเกิดอุบัติเหตุมีน้อยด้วยเช่นกัน การใช้ประกันชั้นที่ 1-2 และ 2+ อาจจะไม่คุ้มกับเบี้ยที่ต้องจ่ายเท่าไหร่ เพราะจุดเด่นสำคัญของประกันชั้นนี้คือเบี้ยประกันมีราคาที่ถูก 

ประกันชั้นที่ 3 ยังเหมาะสำหรับใครที่หมดสัญญากับกรมธรรม์ประกันรถยนต์ขั้นที่ 1 หรือ 2 และมีความคิดที่จะเปลี่ยนรถ ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน

นอกจากนี้ประกันชั้น 3 ยังรองรับรถรุ่นเก่า ๆ อีกด้วย ทำให้ใครที่เป็นสายรถ Classic หรือชอบรถสมัยรุ่นพ่อก็สามารถที่จะสมัครประกันประเภทนี้ได้เช่นกัน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับใครที่อยากได้ประกันแม้ว่าจะขับรถเก่าขนาดไหน

ประกันชั้น 3+ คืออะไร

ประกันชั้น 3+ เป็นประกันประเภทที่ 5 ที่จะให้ความคุ้มครองมากกว่าประกันชั้นที่ 3 แบบปกติไปอีกหนึ่งข้อคือ การคุ้มครองความเสียหายของรถผู้ถือกรมธรรม์ด้วย แต่จะไม่ได้วงเงินที่สูงเหมือนกับประกันชั้นอื่น ๆ และผู้ถือกรมธรรม์จะต้องจ่ายเงินค่าธรรมเนียมทุกครั้งที่เกิดอุบัติเหตุ อาจจะทำให้ในแต่ละปีเบี้ยประกันอาจจะไม่เท่ากัน 

ประกันรถชั้น 3 ซื้อที่ไหนดี

ประกันชั้น 3 สามารถที่จะหาซื้อได้ทั่วไปกับบริษัทประกันภัยต่าง ๆ ซึ่งจะมีราคาและการคุ้มครองที่ต่างกันแล้วแต่กรมธรรม์ของเรา ซึ่งประกันชนิดนี้เราสามารถที่จะนำไปเพื่อต่อทะเบียนรถได้อีกด้วย 

เอกสารที่นิยมใช้ในการสมัครประกันประเภทที่ 3

  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาทะเบียนรถยนต์

นอกจากนี้บริษัทประกันบางแห่งอาจจะต้องขอใบตรวจสถาพรถและจำกัดรุ่นรถที่จะซื้อกรมธรรม์นี้อีกด้วย อาจจะรวมไปถึงรถจะต้องมีสภาพและอะไหล่เดิมจากโรงงานด้วยในบางกรณี ดังนั้นอาจจะต้องศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมให้ดี

สรุป 

ประกันชั้นที่ 3 ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์หลายท่าน ที่ไม่ค่อยจะได้ใช้รถยนต์หรือว่ามีรถที่เก่าแล้ว แต่ก็อยากจะได้ประกันรถถือว่าตอบโจทย์อย่างมาก แต่ก็แลกมากับการคุ้มครองที่น้อยกว่าประกันชั้นอื่น 

เป็นอย่างไรกันบ้างกับเรื่องประกันภัยชั้น 3 ที่เรานำเสนอในวันนี้ หากเพื่อน ๆ ต้องการความรู้เรื่องรถยนต์ด้านอื่น ๆ ก็สามารถที่จะเข้ามาดูได้ที่ Kaidee Blog ที่เราได้รวบรวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับรถยนต์ไว้อย่างครบครัน หรือหากใครอยากซื้อรถก็สามารถที่จะเข้าไปหาซื้อได้ที่ Kaidee Auto ได้เลย เรามีรถให้เลือกหลายรุ่นพร้อมราคาที่สุดประทับใจ

ประกันรถยนต์ชั้น 1 VS ชั้น 2 ซื้อประกันแบบไหนดี?

ประกันรถยนต์ชั้น 1 VS ชั้น 2 ซื้อประกันแบบไหนดี?

สำหรับผู้ขับรถมือใหม่หลาย ๆ คนอาจจะมีข้อสงสัยในเรื่องของประกันรถ ที่มีให้เลือกหลากหลายเหลือเกิน โดยเฉพาะประกันชั้น 1 และชั้น 2 ที่หลาย ๆ คนมักจะสงสัย วันนี้พวกเรา Kaidee Auto จะพาไปทำความรู้จักกับประกันสองชนิดนี้ให้มากกว่าเดิม

ประกันรถยนต์คืออะไร

ประกันรถยนต์แบบบังคับทำ

ประกันรถยนต์ถือว่าเป็นข้อบังคับสำหรับภาครัฐที่รถทุกคันจะต้องมี อ้างอิงจากพระราชบัญญัติ

คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ (พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ) เพื่อให้ความคุ้มครองแก่ผู้ใช้รถบนถนน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผิดหรือไม่ก็ตาม

นอกจากนี้หากว่าเราไม่ทำการต่อ พ.ร.บ. รถเราจะต้องเสียค่าปรับอีกทั้งสิ่งนี้ยังใช้ในการต่อทะเบียนรถยนต์อีกด้วย (ภาษีรถยนต์นั่นแหละ) ดังนั้นหน้าที่ของคนมีรถยนต์ ควรที่จะไปต่อ พ.ร.บ. อย่าให้ขาดไม่ฉะนั้นทะเบียนรถของเราอาจจะกลายเป็นของใครก็ไม่รู้

ประกันรถภาคสมัครใจ

ประกันรถภาคสมัครใจหรือประกันรถยนต์แบบที่เราไปติดต่อกับบริษัทประกันเอง โดยเราสามารถที่จะเลือกความคุ้มครองเองได้ รวมไปถึงเบี้ยประกันที่เราอยากจะจ่าย ซึ่งโดยปกติแล้วเราจะต้องทำเสมอเมื่อซื้อรถยนต์มา ยิ่งเป็นรถใหม่บางค่ายอาจจะแถมประกันมาให้เลยก็เป็นได้

ประกันรถจำเป็นไหม

ประกันรถถือว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ สำหรับรถทุกคน นอกจากผลทางด้านกฎหมายแล้ว ยังมีผลต่อด้านของการปกป้องทรัพย์สินอีกด้วย ที่จะมีประโยชน์มาก ๆ ยามที่เราเกิดอุบัติเหตุ เพราะจะทำให้เราไม่ต้องเสียเงินมากมาย ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล รวมถึงค่าความเสียหายกับตัวรถ เรียกได้ว่าเสียน้อยเสียยาก เสียมาก เสียง่าย

ประกันรถยนต์ชั้น 1 คืออะไร

ประกันชั้นหนึ่งคือประกันรถยนต์ที่มีความครอบคลุมมากที่สุด โดยจะครอบคลุมเกือบทุกกรณีทั้งตัวรถ เจ้าของรถ รวมถึงคู่กรณี นอกจากนี้ยังครอบคลุมไปถึงภัยธรรมชาติต่าง ๆ อีกด้วย เรียกได้ว่าเหมาะกรรม แต่ก็แลกมากับเบี้ยประกันที่สูงมากกว่าประกันชั้นอื่น ๆ ซึ่งการคุ้มครองส่วนใหญ่จะครอบคลุม 4 หัวข้อนี้

  • คุ้มครองต่อชีวิต ร่างกายหรืออนามัยของบุคคลภายนอก และผู้โดยที่เอาประกันภัย
  • คุ้มครองต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
  • คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์
  • คุ้มครองในกรณีที่ถูกโจรกรรมและถูกไฟไหม้

นอกจากนี้ในรถบางรุ่นอาจจะแถมประกันชั้นหนึ่งมาให้เราฟรี ๆ เลยก็มี ดังนั้นก่อนจะซื้อรถลองถามตัวแทนจำหน่ายรถก่อนซื้อทุกครั้ง

ประกันชั้นที่ 1 เหมาะกับใคร

ประกันชั้นหนึ่งเหมาะสำหรับผู้ขับขี่ทั้งมือใหม่และผู้ที่ชำนาญในการขับรถแล้ว เนื่องจากประกันประเภทนี้ครอบคลุมเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนเกิดอุบัติเหตุที่ประกันชั้นที่หนึ่งจะช่วยคุณได้อย่างมาก ทำให้คุณไม่เสียเงินในการซ่อมและการรักษาพยาบาล รวมไปถึงในกรณีที่รถหายจากถูกขโมยอีกด้วย แต่ก็แลกมากับเบี้ยประกันอาจจะมีราคาแพงกว่าที่อื่น

ตัวอย่างของประกันชั้นหนึ่ง

Toyota Care  

Toyota Care  เป็นประกันชั้นหนึ่งจากทาง Toyota ที่ให้เอกสิทธิ์เฉพาะเจ้าของรถ Toyota เท่านั้น โดยเป็นการร่วมมือของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทยกับบริษัทประกันชั้นนำต่าง ๆ มากถึง 19 บริษัท ซึ่งชูจุดเด่นในเรื่องของการช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมบริการซ่อมด้วยอะไหล่แท้จ ากศูนย์บริการทั่วประเทศ

Mazda Premium Insurance

Mazda Premium Insurance เป็นประกันชั้นหนึ่งจากทาง Mazda โดยเฉพาะที่ชูจุดเด่นในเรื่องของการรับประกันงานซ่อมด้วยอะไหล่แท้จากศูนย์บริการต่าง ๆ  เป็นระยะเวลา 12 เดือนเต็ม พร้อมกับคุ้มครองทุกความเสียหายจากอุทกภัย และภัยการก่อการร้าย

Nissan Premium Protection

ในส่วนของประกันจากค่าย Nissan จะมาในชื่อ Nissan Premium Protection ที่ให้ความคุ้มครองหลายด้านทั้งงานซ่อมที่ประกันทั้งคุณภาพและอะไหร่แท้ ความรวดเร็วที่สามารถซ่อมภายใน 1 วัน นอกจากนี้ยังมี Option ในการต่ออายุกรมธรรม์ยาวนานถึง 8 ปีเลยทีเดียว

Ford Ensure 

ค่าย Ford จะมาในชื่อ Ford Ensure ที่เป็นการร่วมมือกันระหว่างค่าย Ford กับบริษัทประกันต่าง ๆ ที่ชูจุดเด่นในเรื่องของดอกเบี้ยพิเศษ พร้อมกับการการันตีงานซ่อมและอะไหล่แท้ พร้อมกับคุ้มครองการโจรกรรมที่รวมไปถึงทรัพย์สินภายในรถอีกด้วย

ประกันรถยนต์ชั้น 2 คืออะไร

ประกันรถยนต์ประเภทที่ 2 จะคล้าย ๆ กับประกันประเภทที่หนึ่งแต่จะครอบคลุมน้อยกว่าในเรื่องของ ความเสียหายต่อรถยนต์ที่เราจะไม่ได้รับความคุ้มครองในด้านนี้ นอกนั้นก็จะได้รับความคุ้มครองเหมือนกันทั้งที่เกิดขึ้นกับตัวเรา บุคคลภายนอกและคุ้มครองในกรณีที่ถูกโจรกรรมและไฟไหม้

ประกันชั้นที่ 2 เหมาะกับใคร

ประกันชั้นที่ 2 เป็นทางเลือกสำหรับใครที่ไม่อยากจ่ายเบี้ยประกันแพงหรือว่าประกันไม่รับรถของเรา เนื่องจากเป็นรถที่เก่าหรือตกรุ่นไปแล้ว สามารถทำประกันประเภทนี้ได้ โดยให้ความคุ้มครองที่คุ้มค่าคุ้มราคา 

อีกทั้งประกันชนิดนี้ยังเป็นเหมาะสำหรับใครที่มีรถหลาย ๆ คน หรือมีรถครอบครัวที่ไม่ค่อยได้ขี่ไปไหนเท่าไหร่ ประกันประเภทนี้จะทำให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายกับเบี้ยประกันไปอีกหลายบาทเลยทีเดียว

ประกันชั้น 2+ คืออะไร

ประกันชั้น 2+ เป็นประกันที่พัฒนามากขึ้นจากประกันชั้นที่ 2 โดยได้มีการเพิ่มความเสียหายกับตัวรถเข้ามา ทำให้กรมธรรม์คุ้มครองมากขึ้นกว่าประกันชั้นที่ 2 ปกตินั่นเอง ซึ่งเราสามารถที่จะหาซื้อประกันชนิดนี้ได้จากบริษัทประกันต่าง ๆ ทั่วไป

เบี้ยประกันคิดจากอะไร

เบี้ยประกันจะคิดจากกรมธรรม์ที่เราถือและมูลค่าของรถยนต์ ยิ่งเป็นรถที่มีราคาแพงหรือว่ารถหรู เบี้ยประกันของเราในแต่ละปีก็จะยิ่งสูงตาม ซึ่งผู้เขียนก็ขอแนะนำว่าให้เราเลือกประกันที่มีความเหมาะสมกับวิถีชีวิตเราและฐานะทางการเงิน จะดีที่สุด

สรุป

ประกันรถถือว่าเป็นหนึ่งสิ่งที่คนรักรถทุกคนควรจะศึกษาไว้ เพื่อว่าหากเกิดเหตุบางอย่างเราสามารถที่จะได้รับผลประโยชน์แบบเต็ม ๆ สำหรับใครที่อยากจะหาข้อมูลเรื่องรถพวกเรา Kaidee Auto ก็มีความรู้และเทคนิคดี ๆ ที่จะทำให้คุณขับขี่รถได้อย่างมีความสุขมากขึ้น

เบาะรถยนต์แบบหนัง VS แบบผ้า ทำความสะอาดยังไงบ้าง?

เบาะรถยนต์แบบหนัง VS แบบผ้า ทำความสะอาดยังไงบ้าง?

เบาะรถยนต์ถือว่าเป็นหนึ่งอุปกรณ์ประจำรถที่มีความสำคัญมาก เพราะว่าหากเราต้องขึ้นรถไม่ว่าจะเป็นในฐานะของผู้ขับหรือฐานะของผู้โดยสาร ต่างก็ต้องนั่งเบาะรถอยู่แล้ว(ฮา) ดังนั้นการรักษาความสะอาดของเบาะจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และวันนี้เรามีเคล็ดลับมาบอก

เบาะแบบผ้าหรือแบบหนังจะสั่งอย่างไร

ปกติแล้วการสั่งเบาะแบบผ้าหรือเบาะแบบหนัง จะเป็นหนึ่งใน Option ของรุ่นรถต่าง ๆ ที่จะบอกไว้ใน Spec Sheet หรือสเปกของรถ หรือในรถบางรุ่นจะมาเป็นลักษณะของ Option พิเศษที่เราจะต้องเสียเงินเพิ่มในการซื้อ

ยกตัวอย่างเช่น Toyota Vios ปี 2020 ที่หากเราอยากได้เบาะหนังก็ต้องสั่งในรุ่นระดับ Mid ขึ้นไปถึงจะได้เบาะแบบหนัง จากที่ในรุ่น Entry จะได้เบาะแบบผ้าหรือ Honda City 2020 ที่รุ่นของเบาะหนังจะเป็นรุ่น SV ขึ้นไปเท่านั้นถึงจะมีตัวเลือกนี้ 

ในรถแบรนด์อย่าง Mercedes – Benz รถบางรุ่นจะมีของตกแต่งอย่าง Mercedes-Maybach’s Rear Seat ที่จะให้เบาะแบบพิเศษ พร้อมกับการตกแต่งแผงหลังอย่างฟรีเมียม แต่ก็มาพร้อมกับราคาฟรีเมียมที่ตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสน

หรือในบางครั้งเราก็สามารถที่จะสั่งทำเบาะผ้าหรือเบาะหนังได้แบบ Custom หรือออกแบบเองได้ ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัสดุที่ยิ่งดีราคาก็ยิ่งสูงตาม โดยจะกล่าวถึงในหัวข้อถัดไป

เราสามารถเปลี่ยนเบาะรถยนต์ได้หรือไม่

สำหรับใครที่ซื้อรถแบบเบาะผ้าแล้วต้องการที่จะเปลี่ยนเป็นเบาะหนัง ก็สามารถที่จะเปลี่ยนได้ผ่านอู่รถต่าง ๆ โดยสำหรับการเปลี่ยนเบาะนั้นจะนิยมทำอยู่สองแบบคือ การเปลี่ยนเบาะแบบสวมทับกับการเปลี่ยนเบาะแบบตัดหุ้มซึ่งจะมีข้อดีและข้อเสียต่างกันดังนี้

เบาะแบบสวมทับ

เบาะแบบสวมทับจะมีข้อดีในเรื่องของระยะเวลาในการเปลี่ยนที่จะใช้เวลาไม่นาน ทำให้เบาะของเรามีความหนานุ่มขึ้น แต่ก็จะแลกมากับการทำให้เบาะของเราสูงขึ้น ข้อเสียคือลายส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยสวย อีกทั้งไม่ค่อยมีความทนทานเท่าไหร่

เบาะแบบตัดหุ้ม

แบบตัดหุ้มจะมีข้อดีในเรื่องของความสวยงามและกระชับ เนื่องจากเป็นการถอดเบาะออกมาและตัดหุ้มโดยตรง นอกจากนี้ยังสามารถเลือกเกรดของหนังได้ตามกำลังทรัพย์ของเรา ข้อเสียคือใช้เวลาในการทำเบาะที่นาน และรถบางรุ่นอาจจะไม่มีตัวเลือกที่หลากหลายมากนัก

เบาะรถยนต์แบบผ้าคืออะไร

เบาะรถยนต์แบบผ้าคือ เบาะรถที่ทำมาโดยมีผ้าเป็นวัสดุหลักเป็นส่วนประกอบ โดยข้อดีของเบาะแบบผ้าคือมีลวดลายที่หลากหลาย อีกทั้งมีความนุ่มสบายและไม่ข้อเก็บความร้อน ซึ่งความทนทานในการใช้งานนั้นจะอยู่ที่คุณภาพของผ้าเป็นหลัก อีกทั้งยังมีราคาถูกกว่าแบบเบาะหนังอีกต่างหาก

สำหรับข้อเสียของเบาะผ้าคือ เปื้อนฝุ่นและคราบได้ง่าย ทำให้เราต้องระวังเป็นพิเศษในการใช้ชีวิตบนรถยนต์ นอกจากนี้อาจจะต้องทำความสะอาดบ่อยกว่าเบาะแบบหนัง

วิธีทำความสะอาดเบาะแบบผ้า

สำหรับวิธีการทำความสะอาดเบาะผ้านั้น ให้ใช้เครื่องดูดฝุ่น ดูดคราบหรือสิ่งสกปรกสิ่งต่าง ๆ ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ แล้วค่อย ๆ เช็ดโดยเริ่มจากบริเวณที่นั่งไปจนถึงเบาะรองคอ จากนั้นให้ใช้ผ้าไฟเบอร์เช็ดให้สะอาดเพียงเท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว

ในส่วนของเบาะผ้าพิเศษอย่างผ้ากำมะหยี่ จะต้องใช้ความประณีตมากกว่าปกติ โดยให้เริ่มต้นจากการที่เราใช้ผ้าทำการปัดฝุ่นออกก่อน จากนั้นให้ใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดโดยรอบเบาะ ซึ่งหากมีคราบให้ใช้น้ำยาเช็ดพรม ค่อย ๆ ถูอย่างเบา ๆ หรืออาจจะใช้แปรงขนมาช่วยในการขัดคราบ เพียงเท่านี้เบาะผ้ากำมะหยี่ของเราก็จะสวยงามเหมือนใหม่

เบาะรถยนต์แบบหนังคืออะไร

เบาะแบบหนังคือเบาะที่เน้นการใช้วัสดุจากหนังมาเป็นส่วนประกอบ ที่จะมีข้อดีในเรื่องของการทำความสะอาดที่ง่าย และทำให้ภายในรถของเราดูหรูหราขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ นอกจากนี้ยังไม่เก็บความร้อนอีกด้วย ทำให้เวลาเราจอดรถทิ้งไว้กลางแดดนาน ๆ เบาะจะไม่ค่อยร้อนเมื่อเทียบกับเบาะแบบผ้า

ข้อเสียของเบาะหนังคือราคาที่สูงกว่าเบาะผ้าหลายบาท อีกทั้งยังต้องใช้วิธีในการทำความสะอาดที่พิเศษกว่าปกติ เช่นการลงน้ำยาพิเศษหรือการทำความสะอาดจาก Car Care เป็นต้น

ประเภทของเบาะหนัง

เบาะหนังแท้

เบาะหนังแท้คือเบาะที่ทำมาจากหนังสัตว์ โดยนิยมใช้หนังวัวมาทำเบาะ ผ่านขั้นตอนการทำความสะอาดและการฟอกสี จะให้ผิวสัมผัสที่นุ่มจากไขมันสัตว์ ดูหรูหรา มีความทนทานในการใช้งานสูง ในขณะเดียวกันก็ทำความสะอาดยากเช่นกัน

เบาะหนัง PVC 

เบาะหนัง PVC (POLYVINYL CHLORIDE) เป็นหนังเทียมประเภทหนึ่ง ทำมาจากพลาสติกที่มีชื่อว่า POLYVINYL CHLORIDE นำมาย้อมและถักทอเป็นเบาะรถ โดยเบาะประเภทนี้จะมีความทนทานน้อยกว่าหนังแท้ และมีผิวสัมผัสที่ไม่นุ่ม

เบาะหนัง PU

เบาะหนัง PU เป็นเบาะหนังเทียมที่ทำมาจากยาง POLYURETHANE  ที่จะให้ความรู้สึกเหมือนหนังแท้ ไม่ว่าจะเป็นสีหรือสัมผัส แต่มีความทนทานน้อยกว่าหนังแท้

วิธีทำความสะอาดเบาะแบบหนัง

วิธีการทำความสะอาดเบาะหนังให้เริ่มต้นจาก การดูดฝุ่นออกจากเบาะให้หมดก่อน จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำยาทำความสะอาดเครื่องหนัง ถูให้ทั่วหลังจากนั้นให้ใช้ผ้าไฟเบอร์เช็ดให้สะอาดอีกรอบ เพียงเท่านี้เบาะของเราก็จะเงางามเหมือนเดิม

สรุป

เบาะผ้าและเบาะหนังถือว่าเป็นวัสดุสำคัญประจำรถยนต์ของเรา โดยทั้งสองจะมีข้อดีและข้อเสียต่างกันไป รวมถึงวิธีการทำความสะอาด ขึ้นอยู่กับความต้องการของเพื่อน ๆ และกำลังทรัพย์ที่มี แต่หากใครอยากจะตามหาเบาะรถเท่ ๆ พร้อมกับรุ่นรถที่ถูกใจ ลองมาดูที่ Kaidee Auto เรามีสินค้ามากมายให้คุณได้เลือกกันอย่างเต็มที่ พร้อมเคล็ดลับในการดูแลรถสุดรักของคุณ ให้อยู่ด้วยกันไปนาน ๆ 

จะขอสินเชื่อรถยนต์ต้องรู้อะไรบ้าง

จะขอสินเชื่อรถยนต์ต้องรู้อะไรบ้าง

รถยนต์ถือว่าเป็นหนึ่งในทรัพย์สินที่ใครหลาย ๆ คนหมายปอง ทั้งความสะดวกสบายในการเดินทาง รวมไปถึงการใช้งานเพื่อการพาณิชย์อันเป็นรายได้เสริม แน่นอนว่าหลาย ๆ คนอาจจะไม่ได้มีเงินเก็บมาก พอทำให้ต้องใช้การกู้ซื้อหรือการขอสินเชื่อเสียเป็นส่วนใหญ่ สำหรับใครที่กำลังมองหาสิ่งนี้อยู่ วันนี้พวกเรามีคำตอบ

สินเชื่อรถยนต์กับไฟแนนซ์รถยนต์ต่างกันอย่างไร

หนึ่งในคำถามที่หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยคือสินเชื่อรถยนต์กับไฟแนนซ์รถยนต์ต่างกันอย่างไร ความจริง แล้วทั้งสองอย่างนี้แทบจะไม่มีความต่างกันเลย โดยสินเชื่อรถยนต์หากจะพูดให้เข้าใจในภาษาบ้าน ๆ ก็คือการให้เงินกู้ไปซื้อรถอันมีตัวเราเป็นคนค้ำประกัน ส่วนไฟแนนซ์หรือว่า “การเช่าซื้อ” คือการที่เอารถ ค้ำประกันเงินกู้ของเรา เมื่อผ่อนเสร็จหมดแล้วเรา ก็จะได้รถกลับมาเป็นกรรมสิทธิ์ของเรา

สินเชื่อแบบบอลลูน

นอกจากนี้ยังมีสินเชื่อที่ชื่อว่า “บอลลูน” ที่ค่ายรถยนต์ทางฝั่งยุโรปนิยมใช้ โดยการผ่อนประเภทนี้จะตัดเงินค่ารถหนึ่งก้อนออกไป ทำให้งวดที่เราชำระในแต่ละเดือนถูกขึ้น แต่ว่าก้อนสุดท้ายจะเป็นบอลลูนที่จะเป็นเงินก้อนใหญ่เป็นพิเศษประมาณ 40% ของราคารถเลยทีเดียว (แล้วแต่รถแต่ละค่าย) 

โดยเงินบอลลูนก้อนสุดท้ายเราสามารถที่จะเลือกได้ว่าจะเอาเงินก้อนมาปิดผ่อนบอลลูนต่อรวมไปถึงการนำเอารถเก่ามาเทิร์น ตามมูลค่าของบอลลูน เพื่อที่จะนำเอาไปซื้อรถรุ่นใหม่ได้อีกด้วยในกรณีที่เราอยากจะเปลี่ยนรถรุ่นใหม่

สำหรับข้อเสียของบอลลูนคือเราจะไม่ได้เป็นเจ้าของรถจนกว่าจะผ่อนหมด ทำให้หากเราวางแผนการเงินไม่ดีหรือว่าไม่ได้เก็บเงินไว้ นอกจากนี้การผ่อนแบบบอลลูนส่วนใหญ่มักจะตามมากพร้อมกับอัตราดอกเบี้ยที่แพงกว่าวิธีการแบบปกติอีกต่างหาก ดังนั้นใครจะซื้อแบบบอลลูนต้องศึกษาให้ดี

เราควรรู้อะไรบ้างก่อนที่จะขอสินเชื่อรถ

ในการของสินเชื่อรถในแต่ละที่จะมีความต้องการและเงื่อนไขที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับราคาของ รถยนต์ที่เราจะซื้อและเครดิตที่เราจะมี โดยส่วนมากแล้วสิ่งที่เราควรรู้ทุกครั้งก่อนที่จะขอสินเชื่อรถ จะประกอบไปด้วยสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้

เลือกรถที่อยากจะได้

นับว่าเป็นการบ้านข้อแรก ๆ สำหรับใครที่อยากจะซื้อรถ ที่เราต้องเลือกรุ่นรถตามกำลังทรัพย์ และแนวทางในการใช้งานเป็นหลักได้ รวมถึงการมองไปถึงว่ารถรุ่นนี้ซื้อที่ไหน เป็นรถมือหนึ่งหรือว่าเป็นรถมือสองเป็นต้น โดยรถทั้งสองประเภทจะมีข้อดีและข้อเสียต่างกัน

การซื้อ “รถมือหนึ่ง” มีข้อดีในเรื่องของการรับประกันและคุณภาพของตัวรถดีกว่า อีกทั้งเรายังสามารถที่จะเลือกสีหรือออฟชั่นต่าง ๆ ได้ตามความต้องการของเราของ เหมาะสำหรับคนที่มีเงินก้อนใหญ่และพร้อมในการเป็นหนี้ระยะยาว 

รถมือสอง มีข้อดีในเรื่องของราคาที่ถูกกว่ารถมือหนึ่งเกือบ ๆ ครึ่งหนึ่ง ทำให้เราสามารถซื้อรถได้ในราคาถูกมาก แต่ก็แลกมากับการรับประกันที่ไม่เหมือนกันในแต่ละเจ้า รวมไปถึงคุณภาพของรถที่เราได้ ซึ่งตาดีหรือตาร้ายก็อยู่ที่ประสบการณ์กับความซื่อสัตย์ของเต้นท์รถ

คำนวนรายจ่ายให้เหมาะสม

การขอสินเชื่อรถแต่ละครั้ง เราจะต้องทำสัญญาในการจ่ายเงินในแต่ละงวด ตามระยะเวลาที่ เราได้เซ็นสัญญาไว้ โดยยิ่งผ่อนนานเราจะยิ่งจ่ายน้อย แต่ก็แลกมากับการจ่ายดอกเบี้ยที่แพงมากขึ้น ในขณะเดียวกันการผ่อนระยะเวลาที่สั้น

ก็ทำให้จำนวนเงินต่องวดสูงขึ้นมากเช่นกัน ทั้งนี้ควรที่จะคำนวนในเรื่องของเงินดาวน์ด้วย ที่จะกล่าวถึงในหัวข้อถัดไป

โดยรายจ่ายในแต่ละเดือนนั้นให้เราคำนวนง่าย ๆ ว่าหนี้ไม่ควรจะมากกว่า 30% ของรายได้เพราะรถยนต์จะมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เสริมเข้ามาเช่น ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุง ค่าประกันเป็นต้น ทำให้เราต้องวางแผนเรื่องเหล่านี้ให้ดี มิฉะนั้นหากวันไหนเราไม่มีเงินไปจ่ายค่างวด รถคันโปรดของคุณอาจจะต้องจากคุณไปพร้อมกับหนี้ก้อนใหญ่ และอาจจะทำให้คุณติดเครดิตบุโรได้

เงินดาวน์

เงินดาวน์ถือว่าเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญสำหรับการขอสินเชื่อรถ เพราะโดยส่วนมากธนาคารต่าง ๆ มักจะไม่อนุมัติค่ารถของเราเต็มวงเงิน ส่วนใหญ่มักจะให้ประมาณ 60-85% ของราคารถยนต์ ทำให้เราต้องเอาเงินมากดาวน์ราคาของรถให้เพียงพอกับเงื่อนไขของสินเชื่อ 

โดยเงินดาวน์นั้นยิ่งเราจ่ายมากจำนวนเงินต่องวดของเราน้อยลง ทำให้เรามีเงินใช้ต่อเดือนมากขึ้น อีกทั้งเราจะได้นำเงินไปใช้ในด้านอื่น ๆ ในชีวิตประจำวันได้อีกต่างหาก ซึ่งคำแนะนำของผู้เขียนคือให้ดาวน์ก้อนใหญ่ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้เรามีกระแสเงินสดมากพอ ในการใช้ชีวิตประจำวันนั่นเอง

เอกสารต่าง ๆ

ในการยื่นขอสินเชื่อในทุก ๆ สถาบันการเงินจะต้องมีเอกสารเสมอ แล้วแต่ว่าสถาบันการเงินนั้น จะให้นำเอาเอกสารอะไรไปบ้าง โดยหลัก ๆ แล้วจะเป็นเอกสารเหล่านี้ (สำหรับบุคคลธรรมดา)

  • สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ขอสินเชื่อ
  • สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ค้ำประกัน
  • หนังสือรับรองเงินเดือน
  • Statement ย้อนหลัง 6 เดือน
  • ใบขับขี่
  • ฯลฯ

ระยะเวลาในการได้รับสินเชื่อ

สำหรับระยะเวลาในการรับสินเชื่อนั้นจะขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินต่าง ๆ โดยหากเราส่งเอกสารครบและเงื่อนไขตรงกับสินเชื่อ ก็จะใช้เวลาในการอนุมัติไม่นานประมาณ 15-30 วัน หลักจากอนุมัติแล้วก็จะมีการนัดกันเซ็นต์สัญญา แนะนำว่าให้อ่านเงื่อนไขให้ละเอียด ก่อนที่จะเซ็นต์ เพราะข้อกำหนดบางข้อคุณอาจจะไม่รู้ก็เป็นได้ เมื่อเสร็จขั้นตอนนี้แล้วนัดรอเวลารับรถไปได้เลย 

สรุป

จะเห็นได้ว่าการขอสินเชื่อรถยนต์นั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย เพียงแต่เราหาข้อมูลต่าง ๆ พร้อมกับทำเอกสารให้พร้อม เพียงเท่านี้การขอสินเชื่อรถยนต์ของเราก็จะเป็นเรื่องที่ง่ายดายมากขึ้นเลย ที่เดียว ขอให้มีความสุขกับการขับขี่รถใหม่ครับผม