Nov 18, 2020 | บทความยานยนต์
รถยนต์เป็นยานพาหนะที่คนนิยมใช้เป็นอย่างมาก และยิ่งในปัจจุบันสังคมของเราก็เป็นสังคมที่แออัดพอสมควร ทำให้ รถเล็ก กลายเป็นที่นิยมของคนทั่วโลก เพราะมีความสะดวกสบายมากกว่ารถคันใหญ่ ประหยัดน้ำมัน มีสมรรถนะที่ไม่ได้แย่ และมีสไตล์พอ ๆ กับรถคันใหญ่เลยทีเดียว
5 รถเล็ก ยอดฮิตคนรุ่นใหม่
Nissan March 2020
ขอบคุณรูปจาก: Nissan
Nissan March 2020 รถยนต์อีโคคาร์ที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่ปี 2553 เพราะถูกออกแบบมาด้วยสไตล์ที่ทันสมัยและสวยหรู ผ่านรูปลักษณ์ที่โดดเด่นจากกระจังหน้าแบบ V-shape และช่องกระจังหน้าแบบรังผึ้ง ให้ความรู้สึกแบบสปอร์ต ตัวรถมีสีให้เลือกหลายสี เหมาะกับคนทุกสไตล์ พร้อมไฟ LED ที่เห็นชัดเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ ด้านในมีพื้นที่กว้างขวาง โปร่งสบายเพราะมีหลังคาที่สูงกว่าเดิม ใช้เครื่องยนต์ HR12DE 3 สูบแถวเรียง DOHC ขนาด 1,198 ซีซี 79 แรงม้า ทำให้ลดแรงเสียดทาน ให้อัตราเร่งที่ดี ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำให้ Nissan March กลายเป็นรถยนต์คันเล็กที่เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์
ราคาเริ่มต้น 420,000 บาท
Honda Jazz 2020
ขอบคุณรูปจาก: Honda
Honda Jazz 2020 รถยนต์คันเล็กที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย ด้วยรูปร่างที่กะทัดรัด ปราดเปรียวถูกใจวัยรุ่น ดีไซน์สปอร์ตตั้งแต่กระจังหน้าจนถึงกันชนท้าย ด้านในมาพร้อมกับความกว้างสบายสะท้อนความสปอร์ตผ่านเบาะดีไซน์ใหม่สีดำปรับเปลี่ยนที่นั่งได้ถึง 4 แบบ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC 1.5 ลิตร 117 แรงม้า มีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และ ECON Mode ลดการใช้พลังงานสิ้นเปลือง รองรับน้ำมัน E85 เรียกได้ว่าครบครันจริง ๆ
ราคาเริ่มต้น 555,000 บาท
Suzuki Swift 2020
ขอบคุณรูปจาก: Suzuki
ด้วยดีไซน์สุดล้ำที่ทำให้ Suzuki Swift 2020 เป็นอีกหนึ่งรถยนต์คันเล็กดีไซน์สปอร์ตที่คนนิยมใช้ ตัวรถมีกลิ่นอายความเป็นรถยุโรป ภายในดีไซน์สปอร์ตเข้ากับตัวรถด้านนอก มีเทคโนโลยีสุดล้ำอำนวยความสะดวก พร้อม Suxuki Smart Connect จอระบบสัมผัสที่ให้ความบันเทิงหลากหลาย สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่าน Blutooth ที่มีโปรแกรม Apple CarPlay สำหรับระบบ ios อีกด้วย มีเครื่องยนต์หัวฉีดคู่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการฉีดเชื้อเพลิง และช่วยประหยัดน้ำมันอีกด้วย
ราคาเริ่มต้น 499,000 บาท
Mazda 2 2020
ขอบคุณรูปจาก: Mazda
รถเล็กที่มีสไตล์เรียบง่ายแต่มีความสวยงามภายใต้คอนเซปต์ ‘Less is More’ สะท้อนเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร อย่าง Mazda 2 2020 ภายในห้องโดยสารมีดีไซน์แบบสปอร์ตพรีเมียม มีการจัดวางองค์ประกอบจากการใช้งานของมนุษย์อย่างเหมาะสม ทำให้ง่ายต่อการใช้งาน มาพร้อมกับ Active Driving Display สกรีนใสแสดงข้อมูลการขับขี่ ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย และระบบควบคุมความเร็วคงที่ เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ นอกจากนี้ยังมี Center Display หน้าจอสีรองรับความบันเทิงที่มี Apple CarPlay ตัวเครื่องมีให้เลือก 2 แบบคือ เครื่องยนต์ดีเซล SKYACTIV-D ขนาด 1.5 ลิตร 105 แรงม้า และเครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G ขนาด 1.3 ลิตร 93 แรงม้า ซึ่งทั้ง 2 แบบยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นรถยนต์คันเล็กจิ๋วมีความทันสมัยสูงมากเลยทีเดียว
ราคาเริ่มต้น 546,000 บาท
Toyota Yaris 2020
ขอบคุณรูปจาก: Toyota
Toyota Yaris 2020 เป็นอีกหนึ่งรถยนต์คันเล็กที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในประเทศไทย เรียกได้ว่าขับไปทางไหนก็เจอ เพราะดีไซน์ที่ทันสมัยแต่คงความสปอร์ต ภายในมีพื้นที่กว้างทำให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า มาพร้อมเบาะหนังสีดำดีไซน์สปอร์ต ตัวรถมีหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่อัจฉริยะ และให้ความบันเทิงผ่านระบบสัมผัสรองรับ Apple CarPlay ให้เครื่องยนต์เบนซินตัวใหม่ Dual VVT-iE ขนาด 1.2 ลิตร 92 แรงม้า ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น
ราคาเริ่มต้น 539,000 บา ท
และสำหรับใครที่สนใจรถมือสองสภาพดี ราคาไม่แพงก็สามารถหาซื้อรถยนต์ที่เข้ากับสไตล์ของคุณได้ที่ Kaidee Auto ได้เลยนะคะ รับรองว่าทั้งถูกและสภาพดีแน่นอน
อ่านบทความ รีวิวยานยนต์ อื่น ๆ
Nov 13, 2020 | บทความยานยนต์
ในชีวิตประจำวันเราได้เห็นรถเห็นหลากหลายประเภทตามท้องถนนกัน แต่รถที่เราเห็นบ่อยและเยอะที่สุดคงจะหนีไม่พ้นรถยนต์ประเภท Sedan (เก๋ง) และ SUV หรือรถอเนกประสงค์ครอบครัวนะครับ เพราะรถ 2 ประเภทนี้เป็นที่นิยมของคนไทยมาโดยตลอด เนื่องจากเป็นรถที่ใช้ขับขี่ได้อย่างคล่องตัว ไม่ว่าจะใช้ขับในเมืองหรือขับทางไกล รถยนต์ทั้ง 2 ประเภทนี้ก็สามารถขับได้อย่างสบายและตอบโจทย์ของผู้ขับขี่ได้อย่างดีเลย
เลือกแบบไหนจะตอบโจทย์ที่สุด?
รถยนต์ประเภท Sedan และ SUV เป็นรถที่ขับขี่ได้อย่างคล่องตัวทั้ง 2 ประเภท
แต่จะแตกต่างกันที่โครงสร้างของรถเท่านั้น ขึ้นอยู่กับการใช้งานและความชอบของผู้ขับขี่ว่าใช้งานแบบไหน สมาชิกครอบครัว ขับขี่ไปไหนบ้าง และความชอบตัวของผู้ขับขี่
ซึ่งบทความนี้ขอนำเสนอความแตกต่างระหว่าง รถ Sedan และ SUV แตกต่างกันตรงไหนบ้าง ตรงไหนคือจุดเด่น ตรงไหนคือจุดควรพิจารณา และคุณจะรู้ว่ารถยนต์ 2 ประเภทนี้ อะไรที่ตอบโจทย์คุณมากที่สุด
1. รถ Sedan หรือ รถเก๋ง
รถ Sedan หรือ รถเก๋งนั้นมีทั้งหมด 3 ขนาดหลัก ๆ คือ
ขนาดเล็ก (Compact Car) ขนาดกลาง (Mid-size Car) ขนาดใหญ่ (Full-size Car)
โดยรถยนต์ประเภท Sedan หรือ รถเก๋ง คือ กลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่มีรูปแบบรถ 2 ประตู และ 4 ประตู เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ในการผลิตรถยนต์ประเภทนี้ คือ มีเครื่องยนต์วางด้านหน้าของตัวรถ หลังรถมีที่เก็บของหรือที่เรียกว่า กระโปรงเก็บของ มีจำนวนที่นั่ง 4 ที่ บางคันอาจมี 5 ที่
ซึ่งรถ Sedan หรือ รถเก๋ง ถือว่าเป็นประเภทรถยนต์ยอดนิยมของคนไทยในปัจจุบัน เพราะ เป็นรถที่ขับขี่คล่องตัว ไม่ว่าจะขับขี่ในเมืองหรือออกต่างจังหวัดเดินทางไกลเหมาะสำหรับครอบครัวเล็ก 1- 5 คน โดยเป็นรถที่เน้นการนั่งแบบสบาย มีเทคโนโลยีที่ใส่มาให้แบบครบครัน แต่ในส่วนของการขนของนั้น ขนได้แต่พอประมาณ ไม่เยอะ เพราะด้วยโครงสร้างของตัวรถทำให้พื้นที่ของห้องโดยสารที่มีสัดส่วนเยอะและให้ความสะดวกสบายภายในมากกว่าพื้นที่เก็บของ
ตัวอย่างรถ Sedan
Nissan Almera
เป็นรถยนต์ Sedan ขนาดเล็กที่มีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองเป็นอย่างดี ด้วยดีไซน์ที่ดูทันสมัยและมีเทคโนโลยีเด่นอย่าง Nissan Intelligent Mobility การขับขี่อัจฉริยะ ที่ให้ความปลอดภัยมากกว่าเดิม อีกทั้งยังมากับเครื่องยนต์แบบใหม่ 1.0 ลิตร Turbo พร้อมความประหยัด ทำให้การขับขี่เต็มไปด้วยความสนุกและความปลอดภัยนั่นเอง
All New Toyota Camry
All New Toyota Camry คือ รถ Sedan ขนาดกลางที่มาพร้อมด้วยดีไซน์ที่สปอร์ต หรูหราทั้งภายนอกและภายใน พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ให้มาแบบครบครัน อีกทั้งยังมาพร้อมเครื่อง 2.4 ลิตร 178 แรงม้า จึงทำให้ All New Toyota Camry เป็นรถยนต์ที่โดดเด่นและขายดีที่สุดในกลุ่มรถยนต์ในระดับเดียวกัน
Mercedes Benz S-Class
Mercedes Benz S-Class เป็นรถ Sedan ขนาดใหญ่แบบหรูหรา ที่มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่ดูสง่างาม เรียบหรู เข้ากับยุคสมัย พร้อมมีเทคโนโลยีและความสะดวกสบายให้แบบครบครัน โดยมากับเครื่องยนต์ 2 แบบ คือ
รุ่น The S 350 d AMG Premium เครื่องยนต์ดีเซลแบบใหม่ 6 สูบ Turbo คู่ ขนาด 3.0 ลิตร 286 แรงม้า Mercedes-Maybach S 560 Premium เครื่องยนต์เบนซินแบบ V8 Turbo คู่ ขนาด 4.0 ลิตร 469 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-Tronic
2. รถ SUV
รถยนต์ประเภท SUV (Sport Utility Vehicle) เป็นรถที่มีความอเนกประสงค์ ใช้ประโยชน์ได้เยอะกว่ารถทั่วไป ๆ ไป เนื่องด้วยจากรถประเภทนี้มีพื้นฐานช่วงล่างเป็นแบบเดียวกับรถกระบะ จึงทำให้ช่วงล่างของรถนั้นแข็งแรงแต่นุ่มเหมือนรถ Sedan สามารถขับลุยไปในพื้นผิวที่ไม่ว่าจะเป็นพื้นผิวแบบไหน ก็สามารถวิ่งได้แบบสบาย ๆ
ซึ่งภาพรวมของรถประเภท SUV เป็นรถที่ทำโครงสร้างและดีไซน์มาอย่างลงตัว โดดเด่น มีความสปอร์ต แข็งแรง จึงทำให้รถประเภทนี้เหมาะกับการขับขี่ทั้งในเมืองและออกต่างจังหวัดได้แบบสบาย ๆ เหมาะสำหรับครอบครัวเล็ก 1- 5 คน โดยจุดเด่นมาพร้อมกับห้องโดยสารขนาดใหญ่นั่งสบาย ระดับความสูงของรถจากพื้นสามารถขึ้นและลงรถได้อย่างสะดวกสบาย สามารถจุของได้เยอะ และยังสามารถขับไปในพื้นผิวถนนที่หลากหลายได้
ตัวอย่างรถ SUV
All-New Toyota Corolla Cross
All-New Toyota Corolla Cross เป็นรถ SUV ที่มีดีไซน์ที่ทันสมัยและออกมาขนาดของรถมาแบบพอดี ไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไปทำให้ตอบสนองกับคนเมืองได้อย่างดี อีกทั้งยังมากับดีไซน์ภายในที่ทันสมัยและมีเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกแบบครบครัน โดย All-New Toyota Corolla Cross จะมากับเครื่องยนต์ 2 แบบ คือ
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.8 ลิตร 140 แรงม้า
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.8 ลิตร Hybrid 122 แรงม้า
Honda New CR-V
Honda New CR-V อีกหนึ่งรถ SUV ที่มากับดีไซน์ที่ทันสมัยขึ้น มีความโฉบเฉี่ยว สปอร์ต เพื่อให้เหมาะสมกับยุคสมัย มาพร้อมกับการออกแบบภายในแบบเรียบหรูและมีเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกแบบครบครัน ตามแบบฉบับของรถสมัยใหม่ โดย Honda New CR-V จะมากับเครื่องยนต์ 2 แบบ คือ
เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 1.6 ลิตร Turbo 160 แรงม้า เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร i-Vtec 127 แรงม้า
BMW X3 M SPORT
BMW X3 M SPORT เป็นรถ SUV ระดับพรีเมียม ที่มากับดีไซน์ที่อันเป็นเอกลักษณ์ มีความสปอร์ต ดุดัน หรูหรา พร้อมกับการออกแบบภายในห้องโดยสารที่ออกมาเรียบหรูและมีเทคโนโลยีที่มากมายตามแบบฉบับของแบรนด์ยุโรปสุดหรูของ BMW โดย BMW X3 M SPORT มาพร้อมกับเครื่องดีเซล 4 สูบ 2.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี TwinPower Turbo 190 แรงม้า
สรุปท้ายบทความ
รถยนต์ทั้ง 2 ประเภทนั้นมีความเหมือนและความแตกต่างกันบางจุด อยู่ที่ผู้ขับขี่ว่ารถยนต์ประเภทไหนตอบโจทย์กับผู้ขับขี่ที่สุด บางคนอาจจะเน้นนั่งสบายแต่ไม่เน้นขนของ ก็อาจจะเลือกรถ Sedan แต่บางคนอาจจะเน้นนั่งสบาย เน้นลุยได้ทุกที่และจุของได้เยอะกว่า ก็อาจจะเลือกรถ SUV หากเพื่อน ๆ อ่านถึงตรงนี้แล้ว หวังว่าจะมีคำตอบให้กับตัวเองแล้วนะครับ
ไม่ว่าจะเป็นรถ Sedan หรือ รถ SUV ต่างก็ให้ความสะดวกสบายที่แตกต่างกันเล็กน้อย หากเพื่อน ๆ สนใจรถยนต์แบบไหน สามารถไปดูรถหรือจะไปลองขับรถก่อนซื้อได้ที่ศูนย์ตัวแทนจำหน่ายของแต่ละแบรนด์ได้เลยนะครับ
Oct 28, 2020 | บทความยานยนต์
บางทีการใช้ชีวิตอยู่ในกรอบ ทำอะไรซ้ำๆ เดิมๆ ตื่นมาทำงาน กินแล้วนอน อาจทำให้ชีวิตเฉาและขาดแรงบันดาลใจแบบไม่รู้ตัว การออกไปท่องโลกกว้าง ลองเจออะไรใหม่ๆ อาจเป็นคำตอบที่ทำให้ชีวิตเราเบิกบาน ลองปล่อยตัวเองให้มีอิสระ ทำตามเสียงหัวใจ ขับรถไปเรื่อยๆ เหนื่อยตอนไหนก็พัก อยากเที่ยวไหนก็แวะ
การท่องเที่ยวสไตล์โรดทริป (Road Trip) เป็นตัวช่วยสร้างเรื่องราวและใช้เวลาดีๆ ไปกับคนที่คุณรัก แล้วระหว่างที่รอเวลาต่างๆ ให้ลงตัว อย่าลืมมองหาพาหนะเจ๋งๆ สักคันที่พร้อมลุย พาเราไปสร้างจังหวะชีวิตใหม่ๆ ด้วยกัน ซึ่งด้านล่างนี้คือรถคุณสมบัติสุดพร้อม ที่ควรค่ากับการไปออกทริป ตามไปดูกันค่ะ
1.Honda HRV
รถยนต์ 5 ประตู ดีไซน์สปอร์ตสุดเร้าใจที่มาพร้อมเครื่องยนต์กำลังแรง 1.8 ลิตร กำลังสูงสุด 141 แรงม้า ด้วยเทคโนโลยีสุดปลอดภัยล้ำสมัย มีจอแสดงภาพมุมอับขณะเปลี่ยนเลน ระบบช่วยเบรคความเร็วต่ำ
รวมทั้งเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT หรือเกียร์ธรรมดา 6 ระดับ เพิ่มความมั่นใจและความสะดวกสบายในการเดินทางให้กับคุณและคนที่คุณรัก ออกไปสัมผัสโลกกว้างได้อย่างใจปรารถนา
ที่สำคัญภายในกว้างขวางรองรับทุกเพศทุกวัย ตอบโจทย์การเดินทางนานๆ ได้อย่างดีเยี่ยม ประหยัดน้ำมันได้ดี ตามคอนเซปต์ของ HRV ที่ว่า “What’s calling you? ทุกเสียงเรียกจากข้างใน… ตามไปให้สุด”
ราคาเริ่มต้น 950,000 บาท
2.Ford Ranger Raptor
ใครเป็นสายเที่ยวแบบผจญภัยบุกป่าฝ่าภูเขา กระบะออฟโรดตัวนี้น่าจะเป็นพาหนะคู่ใจ ที่พาเราเปิดประสบการณ์ใหม่แบบไร้ขีดจำกัด ด้วยขุมพลัง Bi-Turbo ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด
เป็นรถกระบะสมรรถภาพสูงตัวเจ๋งของฟอร์ด ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจาก F-150 Raptor ตัวดังที่จำหน่ายในสหรัฐอเมริกา โดดเด่นด้วยความแข็งแกร่ง วิ่งได้ทุกสภาพถนน ไปได้ทุกที่แบบไม่มีลิมิต ลุยน้ำลึกได้ถึง 800 มม. ขับผ่านลำธารได้แบบสบายๆ
ทนต่อการบุบและรอยขีดข่วน ส่วนระยะยุบตัวของโช๊คก็ยืดหยุ่นและขนาดยางก็ใหญ่กว่าเดิม ทั้งยังมีบันไดด้านข้างที่ช่วยระบายทรายและหิมะได้ดี มีโหมดขับขี่ให้เลือก 6 แบบ ตลอดจนระบบช่วยจอดรถระหว่างทางลาดชัน
ราคาเริ่มต้น 1,699,000 บาท
3.Toyota Corolla Cross
“A New Journey” การเดินทางครั้งใหม่ของโตโยต้า ที่ครั้งนี้เปิดตัว Corolla Cross มาเพื่อตีตลาดรถยนต์ C-SUV ในบ้านเราโดยเฉพาะ นอกจากดีไซน์เหนือระดับที่โฉบเฉี่ยวและทันสมัยแล้ว ยังมีสีรถให้เลือกมากถึง 7 สี ไม่ว่าจะเป็น เทา ขาว ดำ เมทาลิก แดง น้ำเงิน และน้ำตาลเทา
ที่สำคัญตัวรถมาพร้อมระบบไฮบริด ประหยัดน้ำมันได้ถึง 23.3 กม/ลิตร กำลังเครื่อง 98 แรงม้า เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ฟูลด้วยระบบ Toyota Safety แบบครบครัน ตามสไตล์รุ่นท็อปของโตโยต้า ตั้งแต่ระบบมาตรฐานทั่วไป อย่างถุงลมนิรภัย ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ช่วยประคองรถให้อยู่ในเลน ระบบเตือนมุมอับสายตา ฯลฯ
ที่นั่งภายในกว้างขวาง ยืดขาได้แบบสบายๆ แถมเบาะหนังนุ่มกำลังดี มีที่วางมือข้างๆ เหมาะกับพาพ่อแม่เรานั่งรถไปเที่ยวด้วยกัน แบบไม่ต้องกังวลว่าจะมีอาการปวดเมื่อยให้ทริปเซ็ง
ราคาเริ่มต้น 959,000 บาท
4.Mazda CX 30
อย่างที่บอกไปว่า การเดินทางคือการเติมชีวิตเราให้เต็มขึ้นในรูปแบบหนึ่ง ยนตรกรรม Crossover SUV คันนี้ จะช่วยเติมเต็มให้ชีวิตคุณมีค่าและมีความหมายมากขึ้น ด้วยเครื่องยนต์แอคทีฟเบนซิน Skyactiv-G 2.0 ความเร็วสูงสุด 165 แรงม้า ควบคู่กับเทคโนโลยีประหยัดน้ำมันที่ฉีดเชื้อเพลิงสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง ทำให้มีกำลังอัดและแรงบิดสูง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
มาพร้อมดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ภายใต้คอนเซปต์ Less is more เรียบง่ายแต่งดงาม ใส่ใจทุกรายละเอียดทั้งภายนอกสู่ภายในห้องโดยสาร การันตีจากรางวัล 1 ใน 3 รถยนต์ยอดเยี่ยมของโลกในปี 2020 ขับในเมืองก็คล่องแคล่ว ขับไป Road Trip ก็คู่ควร พร้อมลุยกับเราไปทุกที่
ราคาเริ่มต้น 989,000 บาท
5.Nissan Terra
ใครที่ยังลังเล ลองเทใจมาทางฝั่งนิสสัน เทอร์ร่า กันบ้าง ซึ่งเทียร่ารุ่นนี้ก็ทำได้ดีไม่แพ้ค่ายอื่นๆ เพราะทางนิสสันเองได้รวมเอาสุดยอดเทคโลยี ด้านสมรรถนะการขับขี่แทบทุกด้าน ใส่ไว้อย่างจัดแน่นจัดเต็มในรถรุ่นนี้
ด้วยการใช้เครื่องยนต์ดีเซล YS23DDTT ทวินเทอร์โบอินเตอร์คูล ให้กำลังแรงสูงสุด 190 แรงม้า ตลอดจนระบบล็อกไฟฟ้าที่ใช้งานต่างไปตามสภาพถนน
ทั้งยังมีฟังก์ชัน shif on the fly ให้เราเลือกขับแบบสองหรือสี่ล้อ เมื่อเจอสภาพถนนที่ลื่นเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ไปจนถึงโหมดขับขี่แบบความเร็วต่ำ สำหรับการขับขี่แบบลุยๆ เหมาะกับการไป Road Trip จะทราย โคลน เส้นทางลาดชันหรือจะลุยน้ำ ก็มั่นใจได้ว่าเทียร่าพาเราไปได้ถึงฝั่งฝันแน่นอน
ไหนจะเรื่องความสะดวกสบายของห้องโดยสารที่กว้างขวาง รองรับผู้โดยสารได้มากถึง 7 คน ให้คุณเปิดประสบการณ์ Life Lives Outside ได้อย่างอิสระ
ราคาเริ่มต้น 1,316,000 บาท
เชื่อเถอะค่ะ ว่าการมีพาหนะคู่ใจที่เข้ากับเราสักคัน ลงทุนกับมันสักหน่อย สิ่งที่ได้รับกลับมาคุ้มค่าแน่นอน
ทั้งความสะดวกสบาย ความสุข ความทรงจำและเรื่องราวดีๆ ระหว่างทาง ทั้งนี้หากสนใจรถรุ่นไหน
เป็นพิเศษก็ตรงไปที่โชว์รูมหรือเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์โดยตรงของแต่ละเจ้าได้เลย
Oct 20, 2020 | บทความยานยนต์
ถ้าพูดถึงรถยนต์ SUV แล้ว ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหน ก็เป็นรถยนต์ที่ดูดีไม่น้อย ด้วยดีไซน์และรูปลักษณ์ที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ตัวรถยนต์ดูโดดเด่น ไม่ว่าจะขับไปที่ไหน ๆ ผู้คนก็ให้ความสนใจ อีกทั้งรถยนต์ SUV ยังเป็นรถอเนกประสงค์ที่ใช้เดินทางกับครอบครัวไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมืองหรือเดินทางออกทริปเที่ยวทางไกลก็ตอบโจทย์ได้ดีเลยทีเดียว เพราะเป็นรถยนต์ที่มีสมรรถนะการขับขี่ที่ดี มีโครงสร้างและช่วงล่างที่แข็งแรง โดยเฉพาะเรื่องการขนของ เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ทำให้รถยนต์ประเภทนี้ได้เปรียบรถยนต์ประเภทอื่น ๆ พอสมควร เนื่องจากสามารถจุของได้เยอะแบบสบาย ๆ เลย
โดยรถยนต์ SUV นั้น จะมีด้วยกันหลากหลายแบรนด์ หลายระดับราคา ซึ่งวันนี้ที่เราจะพูดถึง คือ รถยนต์ SUV สายหรู ที่มีราคาค่อนข้างสูง แต่ก็แลกมาด้วยสมรรถนะที่ดีเยี่ยม แถมยังใช้ขับลุยไปได้ทุกที่ มาดูกันเลยว่า SUV สำหรับสายหรูที่เราคัดมาให้เพื่อน ๆ ได้ชมกันจะสวย โดดเด่นแค่ไหน
1. New Mercedes Benz GLC 2020
แบรนด์ที่ต้องนึกถึงอันดับแรกเลย คือ Mercedes Benz นั่งเอง ซึ่ง SUV ที่น่าสนใจของแบรนด์ก็คือเจ้า New GLC 2020 ด้วยรูปทรงและรูปลักษณ์ที่สปอร์ต ทันสมัย โฉบเฉี่ยว ดุดัน แต่ก็ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของ Mercedes Benz ไว้เป็นอย่างดีกับปรัญชา Sensual Purity ของทางแบรนด์ไว้ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ภายในยังถูกดีไซน์ออกมาได้อย่างโดดเด่น หรูหรา มีเทคโนโนโลยีที่ทันสมัยอย่าง Mercedes-Benz User Experience ที่เปรียบเสมือนผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยช่วยให้การขับขี่ง่ายขึ้น สมกับเป็นแบรนด์หรูที่ทุกคนอยากจะเป็นเจ้าของ
ซึ่งในประเทศไทยได้นำเจ้า New Mercedes Benz GLC 2020 ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลความจุ 1,950 ซีซี 194 แรงม้า เข้ามาจำหน่ายด้วยกัน 3 รุ่น คือ
GLC 220d ราคา 3,239,000 บาท GLC 220d AMG Dynamic ราคา 3,699,000 บาท GLC 220 d 4MATIC Coupé AMG Dynamic ราคา 4,040,000 บาท
2. BMW X3 2020
ต่อมาเป็นแบรนด์ที่สายหรูก็ต้องนึกถึงอย่าง BMW นั่นเอง ซึ่ง SUV ตัวที่โดดเด่นของ BMW ก็คงหนีไม่พ้นเจ้า BMW X3 เป็นรถ SUV สายหรูตระกูล X ของทางค่ายที่ได้รับความนิยมมาตลอด ที่มาพร้อมกับดีไซน์ที่หรูหรา ทันสมัย ที่คงเอกลักษณ์ของแบรนด์ BMW ไว้ได้อย่างดี นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกกับผู้ที่ได้เป็นเจ้าของผสมผสานกับภายในที่ถูกออกแบบมาอย่างดีและมีเทคโนโลยีที่ครบครัน ทำให้เจ้า BMW X3 คันนี้เป็นรถยนต์ SUV สุดหรูที่สมบูรณ์แบบ
ซึ่งในประเทศไทยได้นำเจ้า BMW X3 2020 ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลความจุ 2,000 ซีซี 190 แรงม้า เข้ามาจำหน่ายด้วยกัน 2 รุ่น คือ
BMW X3 Drive 20d XLine ราคา 3,359,000 บาท BMW X3 Drive 20d M Sport ราคา 3,659,000 บาท
3. Volvo XC90 T8 AWD Inscription
ถัดมาเป็นแบรนด์ยุโรปสายเรียบหรู ซึ่ง SUV ของแบรนด์ถูกออกแบบออกมาตามเอกลักษณ์ของ Volvo เลยทำให้ Volvo XC90 T8 AWD Inscription เป็น SUV ที่มีรูปลักษณ์ที่เรียบหรู โดดเด่น มีเสน่ห์ในแบบฉบับของ Volvo มาพร้อมกับเครื่องที่แรง และโดดเด่นเรื่องความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับภายในที่หรูหรา เทคโนโลยีความบันเทิงครบครัน
ซึ่งในประเทศไทยได้นำเจ้า Volvo XC90 T8 AWD Inscription เข้ามาขายกับเครื่องยนต์ 2 แบบ ประกอบด้วย
D5 Diesel เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร 1,969 ซีซี 235 แรงม้า T8 Twin Engine Plug-in Hybrid เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 1,969 ซีซี ผนวกกับ Turbocharged และ Supercharged ให้กำลังสูงสุด 320 แรงม้า พ่วงกับการทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลังสูงสุด 407 แรงม้า
โดยมี 3 รุ่น ดังนี้
Volvo XC90 D5 AWD Momentum ราคา 4,390,000 บาท Volvo XC90 T8 Plug-in Hybrid AWD R-Design ราคา 4,590,000 บาท Volvo XC90 T8 Plug-in Hybrid AWD Inscription ราคา 4,790,000 บาท
4. Land Rover Evoque (Plug-in Hybrid)
เป็นรถ SUV ที่มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่โดดเด่น หรูหราผสมผสานกับความเป็นสปอร์ตที่มากับระบบน้ำมันและระบบ Plug-in Hybrid ที่ทำงานร่วมกับได้อย่างดี ไม่ว่าจะขับขี่ไปในถนนแบบไหน ก็พร้อมที่จะลุยไปได้ทุกสถานที่ด้วยโครงสร้างที่แข็งแกร่งทำให้เจ้า Land Rover Evoque (Plug-in Hybrid) เป็นรถที่ลงตัวสุด ๆ นอกจากนี้ภายในยังออกแบบให้ออกมาเรียบหรูและมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้ผู้ใช้งานมีประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการขับขี่บนท้องถนนนั่นเอง
ซึ่งในประเทศไทยได้นำเจ้า Land Rover Evoque เครื่องยนต์เบนซินความจุ 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุดด 300 แรงม้า เข้ามาขาย 2 รุ่น ประกอบด้วย
Land Rover Evoque Plug-in Hybrid SE ราคา 3,999,000 บาท Land Rover Evoque Plug-in Hybrid SE R-Dynamic ราคา 4,499,000 บาท
5. Audi Q5
ปิดท้ายด้วยแบรนด์ Audi ซึ่งถือได้ว่าเป็นแบรนด์หรูอีกหนึ่งแบรนด์ที่ทุกคนใฝ่ฝันจะได้มาครอบครอง โดยเจ้า Audi Q5 เป็นรถโครง SUV เอนกประสงค์ขนาดกลาง จึงทำให้เจ้า Audi Q5 มีความคล่องตัวในการขับขี่ เหมาะที่จะนำมาใช้ขับขี่ในเมือหรือจะขับขี่ทางไกลก็ได้ อีกทั้งสมรรถนะของรถยังสามารถใช้กับขี่ไปยังพื้นผิวถนนแบบไม่เรียบได้ เรียกง่าย ๆ ว่า จะเอาไปลุยที่ไหนก็ได้นั่นเอง นอกจากนี้ยังมีดีไซน์ภายในที่เรียบแต่หรู มีเทคโนโลยีที่ครบเครื่อง ทันสมัย ทำให้เจ้า Audi Q5 เป็นรถยนต์ SUV ที่น่าสนใจมากเลยละ
ซึ่งในประเทศไทยได้นำเจ้า Audi Q5 มาขาย 2 รุ่น ประกอบด้วย
Audi Q5 35 TDI quattro เครื่องยนต์ดีเซล 190 แรงม้า ราคา 3,399,000 บาท Audi Q5 45 TFSI quattro S line เครื่องยนต์เบนซิน 252 แรงม้า ราคา 3,899,000 บาท
ถ้าหากเพื่อน ๆ อยากเป็นเจ้าของรถยนต์ SUV ที่ทรงพลังและมีสมรรถนะที่สูงหรือเรียกสั้น ๆ ว่า SUV สายหรู สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซน์หรือช่องทางการจัดจำหน่ายของแบรนด์โดยตรงได้เลย
Oct 16, 2020 | บทความยานยนต์
ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่งป้ายแดงหรือจะเป็นรถที่ใช้งานมานานแล้ว ล้วนแล้วต้องหมั่นดูแลรักษา เพื่อให้รถยนต์ใช้งานได้นาน ป้องกันการเกิดปัญหาขึ้นในอนาคต เพราะถ้าหากเกิดปัญหาขึ้นแล้ว ต้องเสียเวลา เสียเงินซ่อมบำรุงอีกบานปลายแน่อน
เพื่อน ๆ รู้แบบนี้แล้ว ก็ต้องหมั่นคอยเช็กและบำรุงรักษารถยนต์ของเพื่อน ๆ ให้ใหม่และใช้งานได้อีกยาว ๆ กันเถอะ กับ 5 วิธี การดูแลรถยนต์ขั้นพื้นฐานที่ควรรู้ มีอะไรบ้าง มาดูกันเลย
1. ลมยาง
อย่างแรกเลย คือ การหมั่นเช็กลมยางเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ลมข้างใดข้างหนึ่งอ่อนเกินไปหรือบางครั้งอาจจะมีรอยรูรั่ว จะได้รีบหาวิธีการแก้ไข เพราะฉะนั้น อย่าลืม! เช็กก่อนสตาร์ทกันนะ
2. หม้อน้ำ
ต่อมาเป็นสิ่งสำคัญอีกหนึ่งสิ่งเลย นั่นคือ หม้อน้ำนั่นเอง ก่อนสตาร์ทรถควรตรวจดูหม้อน้ำก่อนอย่างน้อยที่สุดสัปดาห์ละ 1 ครั้งก็เพียงพอ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำแห้ง เพราะถ้าเกิดขับรถยนต์ทั้งที่น้ำแห้ง เกิดปัญหาใหญ่แน่นอน เพราะฉะนั้น เพื่อน ๆ อย่าลืมเช็กกันนะ
3. น้ำมันเครื่อง
น้ำมันเครื่อง เป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนของรถยนต์เช่นกัน เพราะฉะนั้นอย่างน้อย 2 ถึง 3 สัปดาห์ ควรตรวจสอบน้ำมันเครื่องให้อยู่ในปริมาณที่มาตรฐานและเหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาขึ้นกับรถยนต์ของเพื่อน ๆ ด้วยนะครับ
4. แบตเตอรี่รถยนต์
เพื่อน ๆ หลายคนอาจจะเกิดเจอปัญญาแบตเตอรี่รถยนต์หมดกลางทาง แล้วทำให้ต้องเสียเวลา หรืออาจจะต้องเงินจ้างรถยกมาลากไปเลยก็ได้นะ เพราะฉะนั้นทุกครั้งก่อนออกเดินทาง ให้เพื่อน ๆ ดูไฟที่แบตเตอรี่ว่าสถานะของแบตเตอรี่เป็นอย่างไร หรือสตาร์ทรถยนต์แล้วมีการแจ้งเตือนแบตเตอรี่ตรงหน้าปัดให้รีบดับเครื่อง แล้วเปลี่ยนแบตเตอรี่ด่วนเลย ไม่อย่างงั้นมีเครื่องดับกลางทางแน่นอน
5. เบรก
มาถึงสิ่งสำคัญข้อสุดท้าย ให้เพื่อน ๆ สังเกตว่าเบรกทำงานปกติหรือไม่ เวลาเบรกมีเสียงไหม หรือมีน้ำมันเบรกรั่วซึมหรือไม่ ถ้ามีอาการเหล่านี้ให้รีบติดต่อช่างให้มาแก้ไขด่วนเลย เพราะถ้าขับรถออกไปแล้ว เสี่ยงมากในการเกิดอุบัติเหตุ
เป็นไงบ้างเพื่อน ๆ เป็นสิ่งสำคัญขั้นพื้นฐานที่คนมีรถยนต์ทุกคนควรรู้ไว้เลยนะครับ พอเกิดปัญหาขึ้น จะได้รับมือและแก้ไขในขั้นต้นได้ หรือเพื่อน ๆ คนไหนกำลังมองหารถยนต์พร้อมที่จะดูแลและไว้ใช้งานทาง RodKaidee เรามีรถยนต์ที่หลากหลายให้เพื่อน ๆ ได้เลือกเยอะเลยนะครับ