Nov 30, 2020 | บทความยานยนต์
สำหรับคนรักรถแล้วการแต่งรถถือว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่หลาย ๆ คนใฝ่ฝัน ทั้งในเรื่องของประสิทธิภาพของรถที่สูงขึ้น รวมถึงในด้านของความสวยงามและการเปลี่ยนสไตล์รถ ที่อาจจะทำความรู้สึกในการขับขี่เปลี่ยนไปเลยทีเดียว
เชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจจะยังไม่มีข้อมูลหรือไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นในการแต่งรถยังไงดี วันนี้พวกเรา Kaidee Auto มีเคล็ดลับเด็ด ๆ มานำเสนอ ที่จะทำให้การแต่งรถของคุณเป็นเรื่องที่ง่าย สนุก และประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้หลายบาทเลยทีเดียว
เคล็ดลับแต่งรถสวย
ในการแต่งรถให้สวยแบบมีสไตล์ สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วย 10 เคล็ดลับดังต่อไปนี้
1.หา Reference
หากคุณเป็นคนที่ไม่มีความสามารถทางด้านการจินตนาการและศิลปะ ผู้เขียนขอแนะนำให้คุณลองหาข้อมูลเกี่ยวกับรถของคุณว่าแต่งออกมาได้สไตล์ไหนบ้าง แบบไหนเท่ แบบไหนที่ดูคูล หลังจากที่เราเลือกแบบได้แล้ว โดยเว็บหลาย ๆ เว็บจะบอกอุปกรณ์แต่งให้อย่างครบครัน ดังนั้นหาข้อมูลเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ว่าจะทำอะไร
2.กำหนดงบประมาณในการแต่งรถ
การที่เราจะแต่งรถให้ดูดีปัจจัยแรกที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของเงิน เนื่องจากอุปกรณ์และตำแหน่งในการแต่งของรถแต่ละคันไม่เหมือนกัน บางจุดอาจจะมีราคาสูง บางจุดอาจจะมีราคาแพง ยิ่งของแต่งที่มีคุณภาพสูงยิ่งมีราคาแพงขึ้นไปอีก ดังนั้นลองกำหนดงบประมาณดูก่อนจะช่วยให้เราสามารถมองเห็นภาพของรถทั้งคันได้ง่ายขึ้น
3.เปลี่ยนแม็กซ์ใหม่ ง่ายที่สุด
สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไงดี ผู้เขียนก็ขอแนะนำให้แต่งล้อก่อนเป็นอย่างแรก เนื่องจากล้อรถเป็นจุดที่หลาย ๆ คนให้ความสนใจ การที่เราเลือกล้อแม็กซ์ดี ๆ ลายแจ่ม ๆ สีสวย ๆ จะทำให้ภาพลักษณ์ของรถเราดูดีขึ้นอย่างมาก ที่สำคัญยังเป็นส่วนที่ทำได้ง่ายที่สุดอีกด้วย
4.สีเบรกก็สำคัญ
หากการเปลี่ยนล้อยังไม่สะใจพอ การเปลี่ยนสีเบรกก็ทำให้รถของเราดูดีเช่นกัน โดยส่วนใหญ่มักจะเลือกสีที่มีความโดดเด่นสามารถที่จะมองเห็นได้จากระยะไกลหรือสีที่เหมือนกับตัวรถ จะทำให้เรารถของเราโดดเด่นขึ้นอย่างมาก
5.ติดสติกเกอร์สะท้อนตัวตน
แม้ว่าการเลือกสีรถจะเป็นการสะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ แต่การติดสติกเกอร์จะทำให้ตัวตนของเราชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันเราสามารถที่จะเลือกสติกเกอร์ได้อย่างหลากหลาย บางร้านเราสามารถที่จะสั่งทำสติกเกอร์แบบพิเศษได้อีกด้วย ซึ่งราคานั้นจะขึ้นอยู่กับเกรดและลายของสติกเกอร์ที่ยิ่งดียิ่งมีราคาสูง
6.เปลี่ยนเบาะเหมือนได้รถใหม่
เบาะของรถถือว่าเป็นหนึ่งในจุดเด่นของการตกแต่งภายใน ที่นอกจากจะทำให้รถของดูโดดเด่นแล้ว ยังมีประโยชน์ในเรื่องของความสะดวกสบายอีกด้วย โดยการตกแต่งเบาะเราสามารถที่จะทำได้หลายวิธีตั้งแต่การเปลี่ยนชุดหุ้มเบาะรถยนต์ไปจนถึงการเปลี่ยนเบาะไปเป็นแบบรถแข่งเลยก็มี เรียกได้ว่าเปลี่ยนได้ตามความชอบเลยทีเดียว
7.เกจวัด ของดีสำหรับสายซิ่ง
สำหรับสายแต่งซิ่งหรือสายปอร์ตแล้วการเพิ่มเกจวัด จะทำให้เรารถของเราดูกลายเป็นรถแข่งเลยทันที อีกทั้งยังมีประโยชน์ในการดูรอบของเครื่องยนต์ แต่ในขณะเดียวกันเราไม่ควรที่จะใส่เกจวัดมากจนเกินไป เพราะว่าอาจจะทำให้สมาธิหลุดในระหว่างการขับขี่ได้ นำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุได้ในที่สุด ดังนั้นติดแต่พอดีครับผม
8.พวงมาลัยเท่ ๆ สักอัน
หากว่าพวงมาลัยที่แถมมากับรถไม่เร้าใจพอ การหาพวงมาลัยเท่ ๆ สักอันจะทำให้รถของเรามีมิติในการตกแต่งด้านในมากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้เราสามารถขับรถได้สะดวกมากขึ้นอีกด้วย อันเนื่องมาจากขนาดที่ถนัดมือและน้ำหนักที่เบากว่าพวงมาลัยปกติ
9.คาร์บอนไฟเบอร์สำหรับใครอยากแหวกแนว
คาร์บอนไฟเบอร์ถือว่าเป็นหนึ่งวัสดุยอดนิยมของสายซิ่ง ด้วยน้ำหนักที่เบาแต่แข็ง ทำให้รถของเราสามารถทำความเร็วได้สูงขึ้น นอกจากนี้การตกแต่งด้วยของสิ่งนี้ ยังทำให้รถของเราดูแปลกแหวกแนวจากรถคันอื่น ๆ ในท้องถนนอีกด้วย
10.ซื้อชุดแต่งไปเลย สำหรับสายขี้เกียจ
ปิดท้ายกันด้วยวิธีการตกแต่งรถที่ง่ายแต่ดูดีมีสไตล์คือการซื้อชุดแต่งรถมาเลย โดยวิธีการนี้มีจุดเด่นในเรื่องของความง่าย ที่ซื้อทีเดียวได้ของมาครบไม่ต้องมาเสียเวลาหาทีละชิ้น อีกทั้งยังได้ของตรงรุ่นอีกต่างหาก แต่ในขณะเดียวกันการซื้อชุดแต่งจะต้องใช้เม็ดเงินที่สูง เหมาะสำหรับคนที่มีเงินก้อน นอกจากนี้หากเราไม่ใช้แล้ว ยังสามารถที่จะขายมือสองได้อีกด้วย
สรุป
สรุปแล้วเคล็ดลับในการแต่งรถให้ดูดีมีสไตล์นั้น ต้องดูปัจจัยหลาย ๆ อย่างทั้งในเรื่องของสไตล์ เงินที่ต้องใช้ รวมถึงแนวทางในการตกแต่งที่ต้องหาอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับรถของเรา จะทำให้การแต่งรถครั้งนี้คุ้มค่าคุ้มราคาครับผม
สำหรับใครที่กำลังมองหาอุปกรณ์แต่งรถเท่ แต่ราคาไม่แรงมาก็ลองมาหาใน RodKiadee ที่นี่เรามีอุปกรณ์แต่งรถมากมายทั้งมือหนึ่งและมือสอง มีหลากหลายราคาตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพัน หรือหากอยากจะลองขายก็สามารถนำมาลงกับแพลตฟอร์มของพวกเราได้เช่นกัน
Nov 30, 2020 | บทความยานยนต์
ช่วงเวลากลางคืนถือว่าเป็นหนึ่งในช่วงของวันที่ชีวิตมนุษย์ต้องพบเจอ ส่งผลไปถึงวิถีชีวิตที่ต้องเปลี่ยนไปตามเวลา โดยวันนี้เราจะมาคุยกันถึงหนึ่งเรื่องที่สำคัญมาก ๆ นั่นคือเรื่องของการขับรถตอนกลางคืน ที่ขับยังไงให้ปลอดภัย บทความนี้มีคำตอบ
ทำไมการขับรถกลางคืนถึงอันตรายกว่ากลางวัน
การขับรถกลางคืนนั้นมีความอันตรายกว่ากลางวัน โดยประการแรกเป็นเรื่องของทัศนวิศัยในการขับรถที่น้อยกว่ากลางวันอย่างชัดเจน ยิ่งเป็นการขับรถแบบข้ามจังหวัดในเขตป่าเขา การขับรถจะยิ่งมีความอันตรายเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้ต้องใช้ความระมัดระวังเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว อีกทั้งการหาสถานที่ในการเติมเชื้อเพลิงจะยากขึ้นไปอีก เพราะปั๊มน้ำมันในต่างจังหวัดหากไม่ใช่ทางหลักมักจะไม่เปิด 24 ชั่วโมง
การขับในเมืองเองก็ต้องระวังตัวเช่นกัน เพราะตอนกลางคืนแม้ว่ารถจะน้อยแต่ก็เต็มไปด้วยความอันตรายจากรถคันอื่น ๆ ที่อาจจะเหนื่อยจากการทำงาน รวมไปถึงเหล่าบรรดาคนชอบเที่ยวกลางคืนที่เพิ่งออกมาจากปาร์ตี้ อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้บ่อยและง่ายกว่าช่วงกลางวันที่มีรถเยอะ
นอกจากนี้การขับกลางคืนยังเป็นการวัดความสามารถของเราและของรถเรา ที่ต้องทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะหากว่ามีส่วนไหนส่วนหนึ่งทำงานได้ไม่เต็มที่ ย่อมหนีไม่พ้นเรื่องอุบัติเหตุอย่างแน่นอน ยิ่งเป็นคนขับรถมือใหม่ยิ่งต้องระวังตัวให้มาก
7 เทคนิคที่จะทำให้การขับตอนกลางคืนมีความปลอดภัยมากขึ้น
1.เตรียมรถให้พร้อม
สำหรับใครที่ต้องเดินทางในช่วงกลางคืนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งแรกที่คุณควรทำคือการเตรียมรถให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันรถก็ควรเติมให้เต็มถึง ดูลมยางให้ดี และที่สำคัญระบบไฟฟ้าที่เราต้องเช็คให้ดีเพราะเป็นตัวช่วยหลักของเราในการขี่รถตอนกลางคืน
2.เตรียมตัวให้พร้อม
นอกจากรถจะต้องพร้อมแล้ว ผู้ขับเองก็สำคัญเช่นกัน โดยหากเราจำเป็นจะต้องเดินทางตอนกลางคืนนั้น เราควรที่จะนอนให้พอ พักผ่อนให้เต็มที่เพราะจะต้องใช้สติและการตอบสนองที่มากกว่าปกติ นอกจากนี้เราควรศึกษาเส้นทางให้ดี ต้องเดินทางผ่านตรงไหน มีจุดไหนที่ต้องระวัง ปั๊มน้ำมันอยู่ตรงไหน เรียกได้ว่าต้องรู้แบบเต็มที่เลยทีเดียว
แต่หากคุณเป็นสายปาร์ตี้และอยากจะขับรถตอนกลางคืนผู้เขียนก็ขอแนะนำให้คุณว่า “อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงเลย” เนื่องจากการขับรถในขณะที่เมานั้น มีความอันตรายมาก ทั้งต่อตัวเราเองและต่อเพื่อนร่วมถนน นอกจากนี้ยังผิดกฎหมายจราจรอีกต่างหาก ดังนั้นหากเป็นไปได้ เมาแล้วห้ามขับรถด้วยประการทั้งปวง
3.เพิ่มระยะห่าง เพิ่มความปลอดภัย
เนื่องจากการขี่รถในเวลากลางคืนจะต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่ากลางวัน ดังนั้นการเว้นระยะห่างกับรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ จะช่วยทำให้เรามีเวลาในตัดสินใจมากขึ้น รวมไปถึงเป็นการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่จะเกิดอีกด้วย
โดยปกติแล้วสูตรในการเว้นระยะห่างระหว่างรถคันหน้าจะไม่เหมือนกัน แต่อย่างน้อยที่สุดควรก่ะระยะห่างให้เรามีเวลา 2 วินาที ในการตัดสินใจหรือทิ้งระยะห่างจากคันหน้าประมาณ 3-5 เมตร ก็ทำให้เราปลอดภัยขึ้นเช่นกัน
4.เพิ่มความระมัดระวังเมื่อเข้าสู่เขตพิเศษ
เขตพิเศษในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเขตพิเศษทางเศรษฐกิจเสมอไป แต่เป็นบริเวณต่าง ๆ ที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่นเขตชุมชนหรือเขตป่า ที่บางครั้งเราอาจจะเจอคนหรือสัตว์วิ่งตัดมาจากมุมมืดก็เป็นได้ อย่างที่เราจะได้เห็นในข่าวบ่อย ๆ นอกจากนี้กลางคืนหลาย ๆ คนอาจจะไม่ระวังตัวเท่ากลางวัน แล้ววิ่งออกมาที่ถนน อาจจะทำให้เราตกใจแล้วนำไปสู่อุบัติเหตุในที่สุด ดังนั้นถ้าเป็นควรจะขับรถช้า ๆ เมื่อเข้าสู่เขตเหล่านี้จะทำให้เราปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
5.เปิดไฟสูงให้บ่อย หรี่ไฟลงมือจราจรติดขัด
การเปิดไฟสูงถือว่ามีความจำเป็นอย่างมาก เมื่อเราจะต้องขี่รถกลางคืน เพราะไฟสูงให้ทัศนวิศัยในการมองทางของเราที่ไกลกว่าเดิม ดังนั้นให้เปิดไฟสูงไว้ตลอดเวลา แต่หากว่าจราจรติดขัดหรือมีรถมากก็อย่าไปเปิดไฟสูงใส่รถชาวบ้านล่ะ เพราะนอกจากจะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุแล้ว ยังทำให้เกิดความรำคาญอีกด้วย
6. ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด
แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลากลางคืนแต่วินัยจราจรของเราก็ไม่ควรหย่อนตาม เมื่อเรายังต้องใช้ถนนร่วมกันคนอื่น การเคารพกฏหมายจราจรถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นการเมาแล้วไม่ขับ การปฎิบัติตามสัญญาณจราจรต่าง ๆ จะปลอดภัยแก่ตัวเราเองและคนรอบข้าง
7. ทำตัวให้ Active ตลอดเวลา
การขับรถกลางคืนหนึ่งในปัญหาที่หลาย ๆ คนจะเจอคือเรื่องของความง่วง เพราะมองไปทางไหนก็เห็นแต่ความมืดมิดชวนหลับนอน ดังนั้นการพยายามทำตัว Active ตลอดเวลาอาจจะทำให้เราขับรถได้ดีขึ้น เช่นการเปิดเพลงเบา ๆ ฟัง Podcast หรือพยายามคุยกับผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยจะทำให้เราตื่นตัวตลอดเวลา นอกจากนี้ให้พยายามเลี่ยงการกินยาที่มีผลต่อความง่วง ไม่งั้นอาจจะได้จอดหลับกลางทางแทนที่จะเป็นปลายทาง
สรุป
จะเห็นได้ว่าการขับรถตอนกลางคืน จะต้องใช้ความระมัดระวังรวมถึงการเตรียมตัวที่ดีกว่าตอนกลางวัน ทั้งในเรื่องของรถและตัวเราเอง แต่ถึงกระนั้นทั้งหมดก็เป็นเพราะในเรื่องของความปลอดภัยล้วน ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้อื่นหรือแม้แต่ตัวเราเองก็เป็นได้
หากเพื่อน ๆ ชอบบทความประเภทนี้ก็สามารถที่จะเข้ามาอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Kaidee Blog ที่นี่เรามีแหล่งรวมบทความคุณภาพมากมาย ทั้งในเรื่องของบ้าน รถ และเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวัน ที่จะทำให้การใช้ชีวิตของคุณดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วัน
หรือหากใครที่สนใจสินค้ามือสองก็สามารถที่จะลองเข้ามาดูได้ที่ Kaidee.com ที่นี่เรามีแหล่งรวมสินค้าต่าง ๆ มากมาย ให้เพื่อน ๆ ได้เลือกซื้อ พร้อมกับการปรับปรุงแพลตฟอร์มใหม่ ให้มีความสะดวกสบายในการใช้งานมากขึ้น ง่ายยิ่งขึ้นทั้งซื้อและขาย จบได้ในแพลตฟอร์มเดียว
Nov 30, 2020 | บทความยานยนต์
การเคลือบแก้วถือว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่คนรักรถจะต้องทำ เพราะมีประโยชน์มากมายหลาย ๆ อย่าง อีกทั้งยังทำให้รถของเราดูใหม่อีกด้วย แต่หากใครที่กำลังสงสัยว่าการเคลือบแก้วคืออะไร ต้องทำอะไรบ้าง มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ วันนี้เรามีคำตอบให้ในหนึ่งบทความ
เคลือบแก้วคืออะไร
การเคลือบแก้วหรือ Glass Coating คือการเคลือบผิวของรถยนต์ด้วยน้ำยาสูตรพิเศษที่มีส่วนผสมระหว่างสาร Silica หรือ Polysilazane เพื่อทำให้รถของเราเกิดความเงางาม โดยมีหลากหลายราคาและคุณภาพให้เราได้เลือกตามท้องตลาด ซึ่งจะมีเกรดของความทนทานตั้งแต่ 1-9 H ยิ่งสูงยิ่งทนทานต่อรอยขีดข่วนมาก
เคลือบแก้วกับเคลือบสีต่างกันอย่างไร
สำหรับความแตกต่างกันระหว่างการเคลือบแก้วกับการเคลือบสีนั้น การเคลือบสีจะเหมือนกับการลงแว็กซ์ให้กับผิวรถของเรา ให้ทนทานต่อแดดและรอยขีดข่วนมากขึ้น แต่ว่าการเคลือบสีนั้นจะมีอายุที่สั้นกว่าการเคลือบแก้ว ดังนั้นเราอาจจะต้องเคลือบบ่อยหน่อยเท่านั้นเอง
นอกจากนี้ยังมีการเคลือบเซรามิก ที่เป็นการพัฒนาต่อยอดมาจากการเคลือบแก้ว โดยจะมีจุดเด่นในเรื่องของค่าความที่มากกว่า แต่ปัจจุบันนิยมการเคลือบเซรามิกถูกรวมไปกับความหมายเดียวกับการเคลือบแก้วแล้ว ดังนั้นอย่าแปลกใจถ้าไปที่ร้านแล้วเจอคำว่าเคลือบแก้ว แต่ออกมาเป็นเคลือบเซรามิกแทน(ฮา)
ประโยชน์ของการเคลือบแก้ว
กันแดดได้ดี กัน UV ได้เยี่ยม
สำหรับใครที่ต้องจอดรถไว้กลางแดดบ่อย ๆ เคลือบแก้วนับว่าตอบโจทย์ เพราะจะเป็นการป้องกันสีของรถเรา ไม่ให้หมองเพราะแดด อีกทั้งยังป้องกัน UV ให้กับรถเราอีกด้วย
ป้องกันรถจากการขีดข่วน
หากคุณเป็นคนรักรถรอยขีดข่วนเพียงเล็กน้อย อาจจะทำให้คุณนอนไม่หลับไปหลายวัน ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันปัญหาต่าง ๆ ที่จะตามมา การเคลือบแก้วถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี เพราะเป็นเหมือนกับการสร้างเกราะป้องกันให้กับรถของเราอีกหนึ่งขั้น ป้องกันร่องรอยต่าง ๆ ได้ดีกว่าเดิม
ป้องกันคราบต่าง ๆ ได้ดีเยี่ยม
นอกจากการป้องกันรอยต่าง ๆ แล้วการเคลือบแก้วยังสามารถป้องกันคราบต่าง ๆ ได้ดีอีกด้วย หากคุณเป็นมนุษย์ดวงซวย ผู้ที่ขี่รถไปที่ไหนก็ต้องเจอคราบน้ำ คราบนก คราบสีต่าง ๆ รวมไปถึงสะเก็ดหิน การเคลือบแก้วจะทำให้คราบเหล่านี้ติดได้ยากขึ้น อีกทั้งยังความสะอาดได้ง่ายอีกต่างหาก
อยู่ได้นาน
การเคลือบแก้วนั้นถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ เพราะทำหนึ่งครั้งสามารถที่จะอยู่ได้นานตั้งแต่ 2-3 ปีเลยทีเดียว(ขึ้นอยู่กับร้านและน้ำยาที่ใช้เคลือบ) ทำให้เราประหยัดเงินในการทำความสะอาดบ่อย ๆ
ทำให้สีของรถสวยสดงดงาม
สำหรับข้อนี้คือว่าเป็นเหตุผลหลัก ๆ ที่คุณควรเอารถของคุณไปเคลือบแก้วเลย คือรถของเราจะมีสีที่สวยสดงดงาม จนแทบจะเหมือนรถใหม่เลยทีเดียว โดยเฉพาะใครที่ขับรถสีดำหรือสีขาวแนะนำว่าควรเคลือบแก้วเป็นอย่างยิ่ง
รถเก่าเคลือบแก้วได้ไหม
ข้อนี้น่าจะเป็นคำถามที่ใครหลาย ๆ คนกังวลว่ารถเก่าจะสามารถที่จะเคลือบแก้วได้ไหม คำตอบก็คือได้ โดยในรถบางรุ่นอาจจะต้องทำการปรับผิวก่อน เพื่อที่จะสามารถเคลือบแก้วได้อย่างเต็มที่ ซึ่งในส่วนของราคาและขั้นตอนสามารถสอบถามได้ที่ศูนย์บริการเคลือบแก้วต่าง ๆ ได้เลย
สิ่งที่ควรเตรียมตัวก่อนเคลือบแก้ว
สำหรับการเคลือบแก้วนอกจากเตรียมเงินแล้ว เรายังจะต้องที่จะเตรียมรถของเราให้พร้อมด้วย โดยหากผิวของรถเรามีความเสียหายเราควรที่จะไปทำผิวให้เรียบร้อยก่อน รวมถึงทำสีให้พร้อมก่อนที่เราจะเคลือบแก้ว เพราะหากทำไปแล้วแต่สีของเราไม่สด การจะแก้สีอาจจะต้องเคลือบแก้วใหม่ทั้งคัน
การเคลือบแก้วด้วยตัวเอง
หลาย ๆ คนอาจจะมองหาวิธีในการประหยัดกว่าการไปเคลือบแก้วที่ร้าน วิธีการเคลือบแก้วด้วยตัวเอง ก็สามารถที่จะทำได้ โดยการใช้ซื้อน้ำยาเคลือบแก้วมาทำด้วยตัวเอง ซึ่งวิธีการจะเหมือนกับการทำที่ร้านคือการ ทำความสะอาดรถให้เรียบร้อย หลังจากน้ำก็เอานำ้ยาทายังผิวรถทีละส่วนจนครบทั้งคัน โดยให้ระวังในเรื่องของฝุ่นและน้ำยา ที่หากแห้งแล้วจะแก้ได้ยากมาก ซึ่งวิธีการนี้เหมาะกับคนที่มีเวลาและที่จอดรถมิดชิด แต่หากว่าใครไม่ค่อยมีเวลาและกลัวทำออกมาไม่เนียบ แนะนำว่าทำที่ร้านจะดีกว่า
ข้อควรคำนึงในการเคลือบแก้ว
ในส่วนของข้อควรคำนึงในการเคลือบแก้วนั้นหลัก ๆ ในเรื่องของราคาที่การเคลือบแก้วนั้นมีหลายเกรดอย่างที่ได้กล่าวข้างต้น เราอาจจะต้องหาข้อมูลเสริมประกอบการตัดสินใจว่า การเคลือบแก้วแบบไหนเหมาะกับรถของเรา รวมไปถึงความทนทานที่ต้องการ ที่ยิ่งนำ้ยาเกรดดีราคายิ่งสูง มีราคาตั้งแต่หลักพันยันหลักหมื่น
อีกทั้งควรถามถึงเรื่องการรับประกันจากทางของร้านค้า ที่ในบางครั้งการเคลือบแก้วของเราอาจจะไม่ครอบคลุมเพียงพอ หรือว่ามีจุดไหนที่เสียหายจะได้นำกลับมาเคลือบได้อีกครั้งเป็นต้น
นอกจากนี้การเคลือบแก้วไม่ได้ทำให้รถของเราทนทานต่อการกระแทกจากของแข็งได้ขนาดนั้น โดยหากรถของเราได้รับการกระแทกอย่างจริงจัง หรือโดดขีดจากของที่แข็งมาก ๆ ยังไงการเคลือบแก้วก็เอาไม่อยู่ ดังนั้น เราควรขับรถด้วยความระมัดระวังเหมือนเดิม
สรุป
จะเห็นได้ว่าการเคลือบแก้วนั้นเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่รักรถ ที่ต้องการให้ผิวรถมีความทนทานและงดงาม เสมือนกับการซื้อเสื้อให้รถเราใส่ อย่างไรก็ตามการเคลือบแก้วในแต่ละครั้งเราควรจะศึกษาให้ดี เพราะว่าน้ำยาแต่ละชนิดก็ให้ความทนทานที่แตกต่างกัน ดังนั้นศึกษาข้อมูลสักนิดแล้วการเคลือบแก้วครั้งนี้จะคุ้มค่ามากกว่าเดิม
นอกจากเรื่องของการเคลือบแก้วแล้ว พวกเรา Kaidee Auto ยังมีเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับรถมากมาย ไม่ว่าจะเป็นไกด์ในการใช้รถ เทคนิคดี ๆ ต่าง ๆ รวมไปถึงรีวิวของรถ ให้คุณอ่านได้ไม่เบื่อเลย อีกทั้งพวกเรา Kaidee ยังมีรถมือสองให้เลือกซื้อกันอย่างมากมาย หรือจะเปลี่ยนไปขายก็มีคนมากมายรอซื้อรถคุณอยู่ ลองเลยที่ Kaidee.com
Nov 30, 2020 | บทความยานยนต์
ในปัจจุบันรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ได้เปิดตัวรถยนต์ภายใต้แบรนด์ของตัวเองมาเยอะมาก บางคนซื้อเพื่อใช้งานยาวหลายปี แต่บางคนซื้อมาใช้เพื่อขายต่อแล้วเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ไปเรื่อย ๆ ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องการรุ่นปีที่ใหม่ล่าสุดและทันสมัยอยู่ตลอด จึงทำให้ตลาดรถยนต์มือสองนั้นมีรถยนต์ที่นำมาขายเต็นท์รถเยอะมาก มีหลากหลายรุ่น หลากหลายแบรนด์ หลากหลายราคา
ทำให้ตลาดรถยนต์มือสองคึกคัก เนื่องจากรถยนต์บางรุ่นห่างจากรุ่นใหม่เพียงแค่ 1 รุ่นก็มี บางรุ่นสภาพใหม่มาก ตัวเลขไมล์น้อย ซึ่งทำให้คนที่กำลังหารถยนต์มือสองอยู่มีตัวเลือกมากมาย แต่เพื่อน ๆ ทุกคนรู้หรือไม่ว่ารถยนต์มือสองบางคันอาจจะทำให้ดูใหม่ขึ้นมา เปลี่ยนชิ้นส่วนมาก็ได้ วันนี้เรามีวิธีการดูรถยนต์มือสอง ว่าก่อนซื้อควรดู ควรเช็กอะไรบ้าง จะได้ไม่ต้องเสียเวลา ไม่ต้องโดนหลอก มาดูกันเลย
1. ตัวถังรถ
สิ่งแรกที่จะต้องเห็นก่อนเป็นอันดับแรก คือ ตัวรถยนต์ ให้สังเกตและเดินดูด้วยตาว่ารถอยู่ในสภาพที่ไม่มีรอยบุบ รอยยุบจากการกระแทกใด ๆ สีมีถลอกหรือไม่ มีอะไรที่ผิดสังเกต ถ้ามีตั้งแต่ข้อแรกนี้ ให้เปลี่ยนคันหรือเปลี่ยนเต็นท์รถได้เลย เพราะถ้ามีรถลักษณะแบบนี้แล้ว ให้คิดว่ารถยนต์คันอื่น ๆ ในเต็นท์นี้คงจะมีอีกแน่ ไม่น่าไว้วางใจที่จะซื้อและดูต่อในข้อที่ต่อไปแล้วนะครับ
2. ชิ้นส่วนน็อต
น็อตคือสิ่งที่จะบ่งบอกได้เหมือนกันว่ารถได้ผ่านการปรับแต่ง ถอดชิ้นส่วนออกไปแล้วใส่กลับคืนมาบ้างหรือไม่ โดยจะสังเกตได้จากหลายจุด เช่น น็อตในฝากระโปรงรถ ข้างรถยนต์ เป็นต้น ถ้ามีการขันน็อต ตัวน็อตจะมีรอยของการถูกขันไว้ ให้ตีความได้เลยว่า รถยนต์คันนี้ผ่านการปรับเปลี่ยนมานั่นเองครับ
3. เลขไมล์
สิ่งที่สำคัญอีกหนึ่งอย่างเลย คือ ตัวเลขการวิ่งของรถยนต์คันนี้ว่าวิ่งไปกี่กิโลเมตรแล้ว ซึ่งถ้าเลขไมล์เยอะ แสดงว่ารถคันนี้อาจจะใช้งานมาหนัก เครื่องอาจจะเสื่อมสภาพได้ อีกข้อสังเกต คือ ถ้ารถสภาพสมบูรณ์มาก ๆ แล้วเลขไมล์น้อย เป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าหากรถหลายปีแล้ว เลขไมล์น้อยแบบผิดสังเกต ให้ตีความได้เลยว่า รถอาจจะผ่านการกรอเลขไมล์มาได้
4. เครื่องยนต์
เป็นอีกหนึ่งสิ่งและเป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อที่ต้องมีในการขับเคลื่อน แนะนำให้ตรวจและเช็กเครื่องยนต์อย่างละเอียดโดยการสตาร์ทรถยนต์ ดูการทำงานของเครื่องยนต์ว่ามีจุดไหนผิดปกติหรือไม่ และดูส่วนประกอบอื่น ๆ เช่น แบตเตอรี่ น้ำมันเครื่อง หม้อพักน้ำว่าถูกเปลี่ยนหรืออยู่ในสภาพสมบูรณ์หรือไม่
5. ระบบช่วงล่าง
จุดนี้อาจจะต้องใช้เครื่องยกรถยนต์ขึ้นเพื่อดูใต้ท้องรถว่ามีจุดไหนที่ผิดปกติหรือไม่ เช่น มีจุดรั่วซึมของเหลวตรงจุดไหนบ้างหรือเปล่า มีจุดฉีกขาดหรือโดนขูดไหม ระบบโช๊คอัพ ยางรถมีรอยแตกหรือไม่ เป็นต้น
6. ทดลองขับ
ขั้นตอนที่สำคัญคงหนีไม่พ้นการได้ทดลองขับรถจริง ซึ่งจะทำให้ได้รู้ว่ามีสิ่งผิดปกติตรงจุดไหนบ้างจากการขับจริง มีเสียงตรงไหน ระบบช่วงล่างเป็นอย่างไร ระบบไฟฟ้าของรถยนต์เป็นอย่างไร อัตราเร่งเป็นอย่างไร หรือเครื่องยนต์กระตุกหรือไม่ ซึ่งขั้นตอนนี้เราจะสามารถตัดสินใจได้ทันทีที่เราได้ทดลองขับเสร็จ แนะนำให้ขับให้นานหน่อยนะครับ เพื่อที่จะได้ทดสอบรถยนต์จริง ๆ อาจจะมีอาการที่ผิดปกติแสดงออกมาตอนที่ได้ขับขี่อยู่นั่นเอง
เป็นอย่างไรกันบ้างครับเพื่อน ๆ กับวิธีเช็กรถยนต์มือสอง ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนกำลังจะซื้อรถยนต์มือสอง แล้วอยากได้รถที่ดี มีคุณภาพ แถมราคาที่ถูกกว่า ลองมาดูที่ Kaidee Auto ก่อนได้นะครับ เรามีรถยนต์มือสองสภาพดี มีคุณภาพ และราคาที่ดีมาก ๆ นัดดูรถและนำวิธีดูรถยนต์มือสองไปใช้ดูได้เลยนะครับ
Nov 30, 2020 | บทความยานยนต์
ปัจจุบันคงมีไม่น้อยเลยที่อยากขายรถยนต์ที่มีอยู่ในครอบครองคันนี้ทิ้งไป ไม่ว่าจะด้วยสภาวะเศรษฐกิจ หรือเหตุผลอื่น ๆ ก็ตามแต่ ซึ่งเวลาขายในแต่ละทีก็ยากแสนยาก ด้วยปัจจัยที่หลากหลาย ไม่ว่าเป็นเรื่องของสภาพรถยนต์ รุ่นของรถยนต์ รวมไปถึงสี
แต่ทั้งนี้ภาพถ่ายที่ใช้ในการประกาศขายก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยเช่นเดียวกันที่จะดึงความสนใจได้ ดังนั้นเราจะมาดูเทคนิคที่จะถ่ายภายในให้ดี และช่วยดึงดูดเมื่อนำรถยนต์ที่มีมาประกาศให้คนที่พบเห็นนั้นมีความสนใจมากขึ้นได้ ว่าจะมีเทคนิคอย่างไรบ้าง
องค์ประกอบของรถยนต์ที่จำเป็น
การที่จะประกาศขายรถยนต์ลงในเว็ปไซต์ต่าง ๆ ผู้ที่เข้ามาเลือกซื้อนั้นย่อมมีความต้องการเห็นในทุก ๆ ส่วนของรถยนต์ให้ได้มากที่สุด เพื่อเพิ่มโอกาสในการตัดสินใจว่ารถยนต์คันนี้สามารถมอบความต้องการให้ได้อย่างครบถ้วน ดังนั้นจะต้องมีองค์ประกอบจำเป็นต่าง ๆ
1. ภายนอกของรถยนต์
องค์ประกอบสำคัญมากกว่าสิ่งอื่นใดเลยก็คือ ภายนอกของรถยนต์ ที่สามารถบ่งบอกสภาพของรถยนต์คันนั้น ๆ ได้ในเบื้องต้น ก่อนที่จะไปเริ่มดูในส่วนต่าง ๆ ของรถยนต์คันนั้น หากสามารถถ่ายให้ภายนอกของรถนั้นดูใหม่แล้วล่ะก็ จะช่วยให้ผู้คนสนใจได้มากขึ้นอย่างแน่นอน
- ภายนอกโดยรวม
- กระจังหน้า-หลัง
- กันชน
- ชุดแต่งต่าง ๆ ที่ตกแต่งเพิ่ม (หากมี)
2. ภายในของรถยนต์
การถ่ายภายในของรถยนต์เป็นอีกตัวเลือกที่ช่วยในการตัดสินใจเพิ่มเติมให้แก่ผู้ซื้อได้เช่นกัน ถ้าทำให้ภายในของรถยนต์ยังมีสภาพที่ใหม่เอี่ยมเหมือนกับรถใหม่ ดังนั้นควรที่จะทำความสะอาดก่อนที่เริ่มถ่ายภายในของรถ ซึ่งจะต้องประกอบไปด้วย
- เบาะรถยนต์
- คอนโซลและหน้าปัด
- พื้นที่เก็บของภายใน
3. ฟังก์ชันที่มาพร้อมกับรถยนต์
การถ่ายอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่จะเสริมให้ผู้ขับขี่ได้รับความสะดวกสบายในระหว่างการเดินทาง ซึ่งอาจทำให้ตรงกับความต้องการที่ผู้ซื้อนั้นสนใจอยู่พอดี ควรถ่ายมาให้ที่สุดเท่าที่จะพอทำได้และเป็นฟังก์ชันสำคัญอย่าง
- เครื่องเสียง
- ฟังก์ชันบนพวงมาลัย
- ระบบรักษาความปลอดภัยที่มี
4. เครื่องยนต์
หากเครื่องยนต์มีสภาพที่ดีพร้อมใช้งานสวย สะอาด และยังไม่เสื่อมสภาพ จะทำให้มีความน่ามองมากขึ้น รวมไปถึงยังทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกว่า รถยนต์ของคุณนั้นพร้อมที่จะใช้งานได้อยู่ตลอดเวลา
5. ตำหนิที่มี
แน่นอนว่าหากเราเป็นผู้ซื้อย่อมอยากจะรู้อยู่แล้วว่ารถยนต์ที่เราเล็งเอาไว้นั้นมีตำหนิอะไรบ้าง ดังนั้นคนที่รู้ถึงสิ่งเหล่านี้ได้ดีที่สุดก็คือตัวของเจ้าของรถ ที่จะช่วยให้ผู้ซื้อนั้นตัดสินใจได้ง่ายยิ่งขึ้น
ช่วงเวลาที่ดีในการเลือกถ่ายภาพ
การเลือกช่วงเวลาให้เหมาะสมในการถ่ายก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้รถยนต์ของคุณดูโดดเด่นมากขึ้น มีความน่าสนใจมากขึ้น รวมไปถึงทำให้เห็นถึงรายละเอียดของรถได้มากยิ่งขึ้น โดยที่ไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์อย่างไฟมากเพิ่ม ทำให้ลดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย
1. ช่วงเช้า
เป็นช่วงหนึ่งที่เหมาะสมและดีในการถ่ายรูป (6 โมงเช้า – 8 โมงเช้า) ด้วยแสงที่กำลังดีไม่ถึงขั้นแรงมาก ซึ่งจะไม่ให้รถของเรานั้นดูแข็งและจืดจนเกินไป ซึ่งจะทำให้รูปรถที่เราถ่ายมีเสน่ห์น่าดึงดูดได้อีกด้วย
2. ช่วงบ่าย ๆ เย็น ๆ
เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เรียกได้ว่าแสงสวยที่สุดของวัน ที่เรียกกันว่า Twilight (บ่าย 4 – 5 โมงเย็น) เป็นเวลาที่แสงอ่อน ๆ ไม่เกิดเงา ทำให้เห็นรายละเอียดของรถยนต์ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น แถมยังให้ความสาวงามแบบที่ช่วงเวลาอื่นของวันไม่สามารถให้ได้
Tips : ไม่ควรถ่ายในช่วงเวลาเที่ยง เนื่องจากพระอาทิตย์นั้นจะลอยอยู่เหนือศีรษะของเราพอดี ทำให้เงานั้นตกลงมา ภาพที่ได้จะดูแข็ง ๆ และรายละเอียดไม่ชัด
4 เทคนิคในการถ่ายภาพ
การใช้เทคนิคเพียงเล็กน้อย หรือใช้ลูกเล่นต่าง ๆ รวมไปถึงจินตนาการในการสร้างสรรค์เรื่องของการถ่ายภาพ ช่วยให้ภาพรถยนต์ของคุณมีอะไรที่น่าสนใจและสะดุดตาและล่อให้เข้ามาดูมากกว่ารถยนต์คันอื่น ๆ ในเว็บขายรถยนต์มือ 2 คันอื่นอย่างแน่นอน จะมีเทคนิคอะไรบ้างไปดูกันเลย
1. ถ่ายมุม 45 องศา
หลักการถ่ายรูปรถก็คล้าย ๆ กับการถ่ายรูปคนนั่นแหละ นั่นคือการถ่ายด้วย 45 องศาจากด้านข้างเข้าไปสู่ตัวรถ ที่นอกจากจะเป็นมุมที่ทำให้รถนั้นสวยขึ้นแล้ว ยังเป็นมุมเดียวที่สามารถทำให้ถ่ายรูปออกมาแล้วเห็นรถยนต์ได้เต็มคันมากที่สุดนั่นเอง
2. ถ่าย Close-Up
การถ่ายแบบ Close-up นั้นคือการถ่ายบางอย่างเข้าไปใกล้ ๆ และเจาะจงเฉพาะสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงเท่านั้น เป็นการเพิ่มความโดดเด่นให้กับจุดที่เราเน้นได้มากยิ่งขึ้นและยังเป็นการชูโรงในเรื่องที่น่าสนใจของรถยนต์แต่ละรุ่นได้อีกด้วย
3. กฎ 3 ส่วนและจุดตัดตาราง 9 ช่อง
เป็นกฎพื้นฐานที่ไม่ว่าจะเป็นช่างภาพมือใหม่หรือมือเก๋าก็ควรรู้เอาไว้ เพราะเป็นเทคนิคที่ง่าย เพียงเราต้องจินตนาการเส้น 3 เส้น ทั้งแนวตั้งและแนวนอน นำมาตัดกันจึงเกิดขึ้นมาเป็นช่องสี่เหลี่ยมทั้ง 9 ช่อง เมื่อถ่ายภาพให้เราวางสิ่งของที่อยากจะถ่ายไว้ตามจุดตัดต่าง ๆ ซึ่งกรณีของเราคือรถยนต์ อาจจะวางจุดที่อยากจะนำเสนอไว้ เช่น อยากถ่ายไฟหน้า อาจจะถ่ายไฟหน้า ให้อยู่ในบริเวณของจุดตัดเหล่านั้นนั่นเอง
4. เลือกฉากหลังให้ตัดกับสีของรถ
การเลือกสถานที่ให้เข้ากับสีรถยนต์ของเรานั้น หากเลือกให้ตัดกับสีรถได้แล้วล่ะก็ จะทำให้รถนั้นโดดเด่นขึ้นมาได้ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าสีไหนเหมาะสม ให้ดูตารางสีตรงข้ามได้เลย โดยสีคู่ตรงข้ามมี ดังนี้
- แดง – เขียว
- ม่วง – เหลือง
- น้ำเงิน – ส้ม
- ขาว – ดำ
Tips : นอกจากหาพื้นหลังที่เป็นสีแล้ว อาจจะหาเป็นโลเคชั่นอื่น ๆ ที่ดูสวยแทนก็ได้
สรุปท้ายบทความ
การขายรถยนต์นั้นก็มีหลากหลายช่องทางที่จะทำให้รถของคุณที่ไม่ได้ขับแล้ว หรือว่าเก่าเกินไปนั้นขายออก ไม่ว่าจะเป็นการนำไปตีราคาที่เต๊นท์รถยนต์เจ้าดังต่าง ๆ หรือขายต่อให้กับคนข้างตัว ซึ่งทางเลือกสุดท้ายเลย คือการไปปล่อยตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่จะพอเพิ่มโอกาสในการขายไม่มากยิ่งขึ้น
นอกจากการเขียนสเปคของรถยนต์อย่างระเอียดแล้วนั้น สิ่งที่จะหลอกล่อให้ผู้ที่สนใจรถยนต์เข้ามาดูและติดต่อได้มากขึ้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารูปก็เป็นอีกปัจจัยที่เป็นจุดสนใจอันดับแรก ๆ ของใครหลาย ๆ คน รูปสวยย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง ใครที่กำลังแพลนว่าจะขายรถแล้วล่ะก็ บทความนี้เรารวมวิธีมาให้ครบที่สุด อ่านจบแล้วพร้อมกลับบ้านไปและสามารถถ่ายได้เลยทันที
หากใครที่กำลังมองว่าจะขายรถยนต์ที่มีอยู่ ลองเข้ามาอ่านบทความนี้ถึงวิธีถ่ายรูปให้ดูดี และจะทำอย่างไรเพื่อเพิ่มโอกาสในการขาย และเมื่อรู้วิธีแล้วแต่ยังไม่รู้ว่าจะเอารูปเหล่านี้ไปใช้ขายในเว็บไซต์ไหนแล้ ลองเข้ามาดูที่ Kaidee Auto สิ ลงขายง่าย