คิดแล้วหนักใจ รถคันไหน? ตอบโจทย์ทั้งผู้ใหญ่และเด็กเล็ก

คิดแล้วหนักใจ รถคันไหน? ตอบโจทย์ทั้งผู้ใหญ่และเด็กเล็ก

ยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองแบบนี้ รถแบบไหนกันที่จะตอบโจทย์ได้ทั้งผู้ใหญ่และเด็กเล็ก ไม่ว่าในแง่ของราคาและสมรรถนะที่พร้อมจะพาทั้งครอบครัวไปได้ทุกที่ในประเทศ แน่นอนว่า เมื่อพูดถึงรถที่จะพาทั้งครอบครัวของคุณไปได้ ก็ต้องเป็น ‘รถยนต์ 6-7 ที่นั่ง’

ทว่าราคากลับไม่เป็นมิตรนัก หลายคนจึงเลือกที่จะซื้อรถมือสองที่ฮิตติดตลาดรถมือสองแทน มาดูกันว่ารถมือสองรุ่นไหนกันที่ฮิตติดตลาดบ้าง

1.Hyundai H1

หากพูดถึงรถครอบครัว ไม่พูดถึงเจ้ารถคันนี้ก็คงไม่ได้ เพราะเป็นรถยอดฮิตตลอดกาลสำหรับคนต้องการซื้อรถครอบครัว ทั้งสมรรถนะรถที่ดี สามารถนั่งได้สูงสุดถึง 12 ที่นั่ง ซึ่งจัดว่าเยอะมากๆ ในประเภทรถยนต์ส่วนบุคคล แถมด้วยความเงียบสงบแม้อยู่ในอัตราความเร็วที่มาก

จะนั่งเบาะหน้าหรือเบาะหลังก็ไม่ต่างกัน ไม่มีการเด้งอย่างแน่นอน ประกอบกับความกว้างของเบาะที่นั่งกว้างชวนเคลิ้มหลับ 

จุดเด่นของเจ้าตัวนี้ก็คือประตูไฟฟ้าที่จะช่วยคุณขจัดความกังวลว่าเด็กเล็กจะเปิดประตูโดนรถคันข้างๆ ที่สำคัญคือตัวรถเองไม่ค่อยกินน้ำมันมากเท่าไรนัก เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราการเร่งที่ขึ้นเนินได้สบายๆ อัตราการกินน้ำมันของเจ้าคันนี้จะอยู่ที่ 10 กิโลลิตร จึงเป็นรถรุ่นที่โดนใจใครหลายคน แม้ศูนย์ของ Hyundai จะหายากไปนิด ทว่ามั่นใจได้เลยว่าหากคุณได้ใช้แล้วจะไม่เสียใจที่ได้ครอบครอง

2.Toyota Sienta 

รถครอบครัวไซซ์ 7 ที่นั่งที่เปิดตัวมาด้วยราคาแสนน่ารักเพียง 7.5-8 แสน สำหรับคันนี้ มือสองราคาอยู่ที่ประมาณ 5 แสนกว่า ต้องบอกว่ารุ่นนี้แม้จะออกมานานแค่ไหน ราคาก็ไม่ตก แถมอะไหล่ก็หาไม่ยากเพราะถือว่าเป็นของหนึ่งในผู้คุมตลาดรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของประเทศไทยอย่าง โตโยต้า ที่อยู่คู่คนไทยมาหลาย 10 ปี

แม้ไลน์รถครอบครัว 7 ที่นั่งของโตโยต้าจะมี Toyota Alphard ที่เป็นตัวฮิตติดท็อปอยู่แล้วก็ตาม ทว่าราคากลับต่างกันหลายเท่า

ถึงแม้เป็นตัวเล็กกว่า และเครื่องยนต์เพียง 1.5 CC  แต่เทคโนโลยีต่างๆก็ไม่แพ้รถหลักล้านที่เขาจัดมาให้แบบครบเซต ทั้งระบบประตูเปิดปิดด้วยไฟฟ้า กล้องมองภาพด้านหลัง แอร์ปรับอากาศแถวสองของรถ และหน้าจอ DVD ให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้ชมหนังอย่างสุนทรีย์ตลอดการเดินทาง พูดได้ว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!!!

3.Honda Freed 2012-2013

มาต่อกันกับรถยนต์เจ้าตลาดอีกแบรนด์อย่าง Honda ที่ออกรถครอบครัวอย่าง Honda Freed รุ่น MNC (minor change) เมื่อปี 2013 กับเครื่องยนต์ 1.5 Auto สามารถเรียกได้ว่าตัวนี้เป็นคู่แข่งตัวฉกาจของ Toyota Sienta อย่างสมน้ำสมเนื้อกันเลยทีเดียว ทั้งประตูไฟฟ้าทั้งสองข้าง รองรับที่ผู้โดยสารได้ 7 ที่นั่ง และแอร์แถวสองที่เพิ่มมาในรุ่นของ MNC 2013 

ทว่าน่าเสียดายที่รถรุ่นนี้ไม่มีการนำเข้ามาขายในประเทศไทยแล้ว แม้ที่ประเทศญี่ปุ่นจะเพิ่งเผยโฉมตัว 2020 ไปหมาดๆก็ตาม ซึ่งแน่นอนว่านอกจากจะเป็นรถครอบครัวสุดฮิตในตระกูลรถฮอนด้าก็แล้ว ราคารถมือสองของเจ้ารุ่นนี้

แม้จะผ่านมาหลายปี ก็ยังคงอยู่ในระดับ 4 แสนกว่าอยู่ดี เรียกได้ว่าราคาไม่ลงเท่าไหร่ สำคัญที่สุดคือรถคันนี้เป็นรถนำเข้าทั้งคัน ทั้งจากประเทศญี่ปุ่นและอินโดนีเซีย รับประกันความถึกทน ขึ้นเนินได้ไม่มีหวั่น 

4.Mitsubishi Pajero Sport รุ่น 2014 

รถยนต์รุ่นสปอร์ตขับขึ้นเหนือลงใต้ได้ไม่กังวล ที่มาพร้อมความนิ่งเงียบ นั่งสบายเหมาะกับครอบครัวทั้งเด็กเล็กและผู้ใหญ่ สามารถไปได้ทั้งสายแอดเวนเจอร์ สายชิลล์ ด้วยอัตราเร่งที่สามารถไปได้ดั่งใจคุณกับเครื่องยนต์ 2.5GT เร็วแรงไม่ต้องกลัวฝืด และยังมีที่นั่งสามแถว 7 ที่นั่งให้คุณพาครอบครัวไปร่วมทริปได้อย่างสบาย

หมดกังวลแถว 3 เพราะPajero Sport ให้คุณได้นั่งอย่างกว้างสบายไม่เบียดแต่อย่างใด นอกเหนือจากนี้ยังมีอุปกรณ์จอ DVD ให้คุณได้เพลิดเพลินระหว่างเดินทางอีกด้วย 

ราคามือสองก็จะอยู่ที่ 4-6 แสนสำหรับรุ่นนี้  สำหรับสายแอดเวนเจอร์พาครอบครัวไปเที่ยวปีละหลายๆครั้ง Pajero Sport ก็เป็นหนึ่งในรถครอบครัวที่การันตีว่าคุณจะต้องรักจนถอนตัวไม่ขึ้น!

รุ่นที่กล่าวมาข้างต้น มักเป็นรุ่นฮิตติดตลาดที่ไม่ว่าผู้ซื้อหรือผู้ขายวางใจได้ว่า 
แม้จะเป็นสินค้ามือสองราคาก็ไม่ตกเท่าไร สำหรับผู้ซื้อก็ไม่ได้แพงเกินงบไปในฐานะของรถมือสอง 
ทั้งยังได้ประสิทธิภาพของรถที่คุ้มค่าไม่ว่าจะในด้านเทคโนโลยี หรือ ด้านสมรรถนะ 
เพราะมีความอึดถึกทนให้คุณได้ลอง 
รวม 5 รถ SUV ราคาไม่เกินล้าน ปี 2020!

รวม 5 รถ SUV ราคาไม่เกินล้าน ปี 2020!

ต้องบอกว่าเทรนด์รถ SUV หรือรถอเนกประสงค์ (Sport Utility Vehicle) ยังคงกระแสดีไม่มีตกจริง ๆ เนื่องจากเป็นรถที่ขึ้นชื่อเรื่องความกว้างขวาง นั่งสบาย หลายที่นั่ง เหมาะกับทั้งคนของเยอะและคนที่มีสมาชิกในครอบครัวหลายคน วันนี้เลยขอเอาใจคนที่กำลังมองหารถเอนกประสงค์ในราคาเอื้อมถึงด้วยการมัดรวม 5 รถ SUV ราคาไม่เกินล้านปี 2020 มาให้ ไปดูกันดีกว่าค่ะว่ามีคันไหนมาวินบ้าง

MG ZS

รถ SUV MGZS
Credit: MG Thailand

SUV โฉมใหม่ในราคาสุดคุ้มของ MG สำหรับรุ่น NEW MG ZS 2020 บอกเลยว่าเขาปรับโฉมใหม่ได้ไฉไลกว่าเดิมจริง ๆ เรียกว่าครบรส เต็มฟังก์ชันยิ่งขึ้น รูปลักษณ์ภายนอกเน้นความโฉบเฉียว ทันสมัยขึ้น ส่วนภายในก็กว้างขวางเหมาะเป็นรถครอบครัว

ระบบความปลอดภัยเต็มขั้น ไม่ว่าจะเป็นระบบป้องกันการไหลของรถ (Auto Vehicle Hold) ระบบป้องกันล้อฟรีและการลื่นไถล (Traction Control System) ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control System) และอีกเพียบ! ขับขี่สบาย ปลอดภัยแน่นอน

เท่านั้นยังไม่พอ! NEW MG ZS 2020 มีระบบ I-Smart ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ เอกสิทธิ์เฉพาะของ MG ที่ทำให้ทุกการสั่งงานง่ายขึ้นด้วยเทคโนโลยี AI ทั้งระบบ Smart Command สั่งงานด้วยเสียง สั่งผ่านแอปพลิเคชัน หรือหน้าจอ Touch screen ระบบ Smart Connect ที่เชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ให้คุณสามารถค้นหาทุกอย่างได้แบบ Real time และ Smart Check ที่ช่วยให้ตรวจเช็กรถง่ายขึ้น แถมมีระบบ Find My Car ค้นหารถอีกด้วย

ราคาจำหน่าย MG ZS 2020

  • NEW MG ZS 2020 รุ่น C+ ราคา 689,000 บาท
  • NEW MG ZS 2020 รุ่น D+ ราคา 739,000 บาท
  • NEW MG ZS 2020 รุ่น X+ ราคา 799,000 บาท

Honda BR-V

็รถ Honda BR-V
Credit:Honda

กระแสดีไม่มีแผ่วเลยสำหรับรถ SUV รุ่นฮิตจาก Honda อย่าง Honda BR-V 2020 SUV สไตล์สปอร์ตครอสโอเวอร์ โฉบเฉี่ยว ทันสมัย คล่องตัวตลอดการเดินทาง มาในรูปแบบ 5 และ 7 ที่นั่ง กว้างขวาง นั่งสบาย เบาะหลังพับลงเพื่อเพิ่มพื้นที่การใช้งานได้ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

แถมฟังก์ชันก็ครบครันทั้งมาตรวัดเรืองแสงสีขาว หน้าจอแสดงผลการขับขี่ MID (Multi Information Display) ระบบเครื่องเสียงสัมผัสหน้าจอที่รองรับทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ IOS พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย สามารถเชื่อมต่อได้ทั้งทาง USB, HDMI, AUX และ Bluetooth 

มั่นใจในทุกเส้นทางการขับขี่ด้วยระบบมาตรฐานความปลอดภัย  อาทิ โครงสร้างตัวถังนิรภัยที่ช่วยปกป้องห้องโดยสารจากการชนรอบทิศทาง ระบบป้องกันล้อล็อก (Anti-lock braking system) ช่วยควบคุมการบังคับพวงมาลัยเมื่อเบรกกะทันหัน ระบบกระจายแรงเบรก (Electronic Brake force Distribution) และอื่น ๆ อีกมากมาย

ราคาจำหน่าย Honda BR-V 

  • Honda BR-V รุ่น V ราคา 765,000 บาท
  • Honda BR-V รุ่น SV  ราคา 865,000 บาท

Nissan Kicks e-POWER

SUV สำหรับครอบครัว
Credit: Nissan

SUV ที่ขับเคลื่อนด้วย E-power ขุมพลังไฟฟ้ากำลังแรงสูงสุด 129 แรงม้า มาพร้อมสีทูโทนสุดว้าว จัดเต็มทั้งระบบอินโฟเทนเมนต์ Nissan Connect พร้อมจอ AIVI เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth, AUX และ USB รองรับได้ทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto รวมทั้งพวงมาลัย D-shape ปรับได้สี่ทิศทาง และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเพื่อให้คุณขับขี่ได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น

 แถม Nissan ยังจัดเต็มระบบความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Cruise Control) ระบบเตือนเมื่อเจอภาวะเสี่ยงชนรถยนต์ข้างหน้า (Intelligent Forward Collision Warning) ระบบเตือนรถทางสวนขณะถอย (Rear Cross Traffic Alert) ระบบตรวจจับวัตถุด้านหลังขณะถอย (Rear Cross Traffic Alert) ระบบเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning) กล้องมองภาพอัจฉริยะรอบทิศทางที่สามารถตรวจจับวัตถุและบุคคลที่เคลื่อนไหวรอบรถ และกล้องมองหลังอัจฉริยะ เรียกว่าต่อให้มือใหม่หัดขับก็ขับสบายใจหายห่วงแน่นอน

ราคาจำหน่าย Nissan Kicks e-POWER

  • Nissan Kicks e-POWER รุ่น S ราคา 889,000 บาท
  • Nissan Kicks e-POWER รุ่น E ราคา 949,000 บาท
  • Nissan Kicks e-POWER รุ่น V ราคา 999,000 บาท
  • Nissan Kicks e-POWER รุ่น VL ราคา 1,049,000 บาท

Toyota C-HR

Credit: Toyota

มาต่อกันที่  Toyota C-HR 2020 SUV ดีไซน์สปอร์ตขุมพลังไฮบริดรุ่นใหม่ โดดเด่นเรื่องประหยัดพลังงาน ถ้าให้พูดถึงรูปลักษณ์ภายนอก ต้องบอกว่ามีการปรับให้ดูโฉบเฉี่ยว ทันสมัย สวยงามสะดุดตา น่าขับยิ่งขึ้น 

แถมฟังก์ชันก็เพียบพร้อม อาทิ ระบบเทคโนโลยีช่วยจอดรถ (Intelligent Clearance Sonar) ที่ช่วยหยุดรถอัตโนมัติในกรณีพบวัตถุอยู่ด้านหลัง และ ระบบแสดงภาพ (Panorama view monitor) ที่ทำให้เห็นภายนอกรถได้กว้างขึ้น ด้านในรถติดตั้งระบบอินโฟเทนเมนต์ที่สามารถรองรับได้ทั้ง Apple CarPlay Android Auto T-Conect และ TV ครบถ้วนทั้งความสวยงาม ความบันเทิงและความปลอดภัย

ราคาจำหน่าย Toyota C-HR 2020

  • Toyota C-HR 2020 รุ่น 1.8 Entry 979,000 บาท
  • Toyota C-HR 2020 รุ่น 1.8 MID 1,039,000 บาท
  • Toyota C-HR 2020 รุ่น 1.8 Hybrid MID 1,069,000 บาท
  • Toyota C-HR 2020  รุ่น 1.8 Hybrid High 1,159,000 บาท

Mazda CX-30

Credit: Mazda

อีกหนึ่งผลงานรถ SUV ชิ้นโบว์แดงจาก Mazda ในคอนเซปต์ ‘Less is more’ ความสวยงามบนความเรียบง่ายที่สะท้อนผ่านรูปทรงภายนอกและภายใน เน้นให้ความสำคัญกับแสงเงาที่ตกกระทบให้ตัวรถดูมีมิติ ภายในออกแบบโดยเน้นการใช้งานเป็นหลัก มาพร้อมหน้าจอขนาด 8.8 นิ้ว ลำโพง 12 ตำแหน่งด้วยระบบเสียง Bose มีระบบเชื่อมต่อ Mazda connect และรองรับ Apple CarPlay  

นอกจากนี้ ยังเน้นระบบรักษาความปลอดภัยหลายรูปแบบเพื่อให้คุณขับขี่รถได้อย่างสบายใจ อาทิ ระบบไฟหน้าอัจฉริยะ (Adaptive LED Headlamps) ที่สามารถปรับการทำงานของไฟให้เหมาะกับสภาพถนน ระยะห่างจากรถคันข้างหน้าหรือรถที่สวนมา ระบบแสดงภาพรอบทิศทาง (360 View Moniter) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Mazda Radar Cruise Control) ระบบเตือนรถทางสวนขณะถอย (Rear Cross Traffic Alert) และระบบช่วยเตือนเมื่อผู้ขับขี่เหนื่อยล้า (Driver Attention Alert) ที่จะติดตามพฤติกรรมและสมาธิในการขับรถของผู้ขับขี่ หากพบความผิดปกติก็จะแจ้งเตือนให้พัก 

ราคาจำหน่าย Mazda CX-30 

  • Mazda CX-30  รุ่น 2.0 C ราคา 989,000 บาท
  • Mazda CX-30  รุ่น 2.0 S ราคา 1,099,000 บาท
  • Mazda CX-30  รุ่น 2.0 SP ราคา 1,199,000 บาท

ถูกใจกันไหมคะกับ 5 รถ SUV ราคาไม่เกินล้านฉบับอัปเดตปี 2020 ต้องสารภาพจากใจเลยว่ารักพี่เสียดายน้องมาก ๆ เพราะแต่ละคันมีดีไซน์และฟังก์ชันที่น่าสนใจแตกต่างกันไป เลือกไม่ถูกจริง ๆ ค่ะ สำหรับใครที่เจอคันที่ถูกใจแล้วและอยากถอยมาเป็นเจ้าของ ลองแวะมาดูรถ SUV มือสองสภาพสวยกันได้ที่ RodKaidee ก่อนได้นะคะ มีให้เลือกเพียบแน่นอน