Mar 31, 2021 | บทความอสังหาฯ
บ้านแฝด คือทางเลือกใหม่ของที่อยู่อาศัยในยุคปัจจุบัน ที่ตอบโจทย์ด้านฟังก์ชันใช้สอยและความเป็นส่วนตัวได้แทบไม่แตกต่างจากบ้านเดี่ยว ในขณะที่ราคาซื้อขายอยู่ในระดับใกล้เคียงกับทาวน์เฮ้าส์หรือทาวน์โฮม ซึ่งเป็นราคาที่เอื้อมถึงได้ง่ายเช่นเดียวกัน นอกจากนี้บ้านแฝดยังได้เปรียบคอนโดมิเนียมขนาดครอบครัว (ห้องชุดขนาด 2-3 ห้องนอน) ทั้งในแง่ของราคาและพื้นที่ใช้สอยโดยรวมอีกด้วย
บ้านแฝดในมุมมองของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยังเป็นการขยาย Segment เพื่อเติมเต็มช่องว่างในกลุ่มลูกค้าโครงการแนวราบที่ต้องการบ้านเดี่ยวในราคาที่ไม่สูงเกินไป โดยเฉพาะในกลุ่มคนโสดที่ไม่ได้อยู่คนเดียว คู่แต่งงานที่ไม่มีลูก หรือครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว ล้วนต้องการเลือกซื้อบ้านที่มีสเปซส่วนตัวมากกว่าคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง รวมถึงสาเหตุหลักๆ ด้านการจัดสรรที่ดินและการก่อสร้างซึ่งบ้านแฝดสามารถทำราคาต้นทุนได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับการสร้างบ้านเดี่ยว
ลักษณะบ้านแฝดโดยทั่วไปจะใช้ผนังด้านหนึ่งร่วมกัน และมีระยะห่างจากรั้ว 3 ด้าน
ขอบคุณภาพจากโครงการ ชวนชื่น โมดัส วิภาวดี
บ้านแฝด บ้านเดี่ยว ใครเป็นใครต้องแยกให้ออก
ทุกวันนี้บ้านแฝดถูกออกแบบให้มีรูปร่างหน้าตาสวยงาม มีการพัฒนาตัวบ้านด้วยสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ จัดสเปซที่ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว จนบางครั้งเราแทบแยกไม่ออกว่าโครงการที่เข้าไปเยี่ยมชมนั้นเป็นบ้านแฝดหรือบ้านเดี่ยวกันแน่
ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจของเจ้าของโครงการก็ตาม เพื่อป้องกันการถูกย้อมแมวซื้อบ้านแฝดในราคาบ้านเดี่ยว ผู้บริโภคอย่างเราๆ จึงควรรู้สาระสำคัญของอาคารที่อยู่อาศัยทั้งสองประเภทนี้ เนื่องจากกฏหมายระบุชัดเจนว่า ผู้บริโภคควรเลือกบ้านที่มีการก่อสร้างและใช้อาคารตามที่กฎหมายกำหนด หากซื้อบ้านเพียงเพราะราคาถูกแต่ผิดกฏหมาย เราในฐานะผู้ซื้ออาจถูกดำเนินคดีและรื้อถอนภายหลังได้ แม้ว่าจะไม่ใช่ผู้ขออนุญาตปลูกสร้างก็ตาม
สำหรับความหมายของบ้านแฝดตามที่ปรากฏใน “กฎกระทรวง ฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522” คือ
บ้านแฝด หมายความว่า อาคารที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยก่อสร้างติดต่อกันสองบ้าน มีผนังแบ่งอาคารเป็นบ้าน มีที่ว่างระหว่างรั้วหรือแนวเขตที่ดินกับอาคารด้านหน้า (กว้างไม่น้อยกว่า 3 เมตร) ด้านหลัง (กว้างไม่น้อยกว่า 2 เมตร) และด้านข้าง (กว้างไม่น้อยกว่า 2 เมตร) ของแต่ละบ้าน และมีทางเข้าออกของแต่ละบ้านแยกจากกันเป็นสัดส่วน ต้องมีบันได ผนังและโครงสร้างหลัก ประกอบด้วยวัสดุถาวรหรือวัสดุทนไฟเป็นส่วนใหญ่
นอกจากนี้ยังมีพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดินกำกับความแตกต่างระหว่างบ้านแฝดและบ้านเดี่ยว กล่าวคือ
ที่ดินของบ้านแฝดแต่ละแปลงต้องมีความกว้างไม่ต่ำกว่า 8 เมตร และมีเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 35 ตารางวา ส่วนแปลงที่ดินบ้านเดี่ยวต้องมีความกว้างและความยาวไม่ต่ำกว่า 10 เมตร มีเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 50 เมตร หากความกว้างหรือยาวไม่ได้ขนาดดังกล่าว ต้องมีเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 60 ตารางวา ตัวอาคารต้องห่างจากเขตที่ดินทุกด้านไม่ต่ำกว่า 2 เมตร
แบบบ้านแฝดสมัยใหม่ ไม่จำเป็นต้องมีดีไซน์หน้าตาบ้านเหมือนกัน แต่ยังมีฟังก์ชันบางส่วนของบ้านที่แชร์กันอยู่
ขอบคุณภาพจากโครงการ อณาสิริ รังสิต-คลอง 2
บ้านแฝดเทียม นิยามบ้านแฝดดีไซน์ใหม่
นอกจากการสร้างบ้านแฝดที่ใช้ผนังด้านใดด้านหนึ่งร่วมกันตามที่พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ระบุไว้แล้ว ปัจจุบันยังพบว่ามีการก่อสร้างบ้านแฝดโดยใช้ส่วนเชื่อมต่อระหว่างบ้านแต่ละหลังด้วยวิธีการที่ต่างออกไป และนั่นจึงเป็นที่มาของคำว่า “บ้านแฝดเทียม” หรือบ้านแฝดสมัยใหม่ที่มีลูกเล่นด้านดีไซน์ที่ทำให้บ้านแต่ละหลังดูคล้ายเป็นอิสระจากกัน และให้ความเป็นส่วนตัวราวกับบ้านเดี่ยวมากยิ่งขึ้น
ลักษณะของบ้านแฝดเทียมหรือบ้านแฝดดีไซน์ใหม่มี 2 รูปแบบเด่นๆ ดังนี้
บ้านแฝดที่ฟังก์ชันบางส่วนของบ้านใช้ร่วมกัน
เป็นการออกแบบให้ส่วนหนึ่งส่วนใดของบ้านติดกัน ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นฟังก์ชันในส่วนที่เป็นเซอร์วิส เช่น ใช้ผนังห้องครัวหรือห้องน้ำชั้นร่วมกัน ใช้คานหลังคาโรงจอดรถเป็นส่วนที่เชื่อมต่อกันระหว่างบ้านสองหลัง ซึ่งส่วนใหญ่ฟังก์ชั่นที่เชื่อมต่อมักอยู่ชั้นล่าง จึงทำให้พื้นที่บนชั้นสองได้ความรู้สึกเหมือนบ้านเดี่ยวจริงๆ
บ้านแฝดที่มีคานใต้ดินเชื่อมต่อกัน
โครงสร้างของบ้านแฝดแบบนี้ทำให้เราแยกไม่ออกเลยว่าบ้านนั้นเป็นบ้านแฝดหรือบ้านเดี่ยว เพราะใช้วิธีเชื่อมต่อโครงสร้างด้วยคานใต้ดินในส่วนที่เป็นพื้นที่จอดรถ พื้นที่ซักล้าง หรือรั้วบ้าน ส่งผลให้ผนังบ้านที่อยู่เหนือพื้นดินทั้งสี่ด้านมีระยะห่างจากรั้วและไม่ติดกับบ้านข้างๆ เหมือนอย่างบ้านแฝดชนิดอื่นๆ
แม้เทคนิคการก่อสร้างบ้านแฝดเทียมนี้จะสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับบ้านแฝดที่ดูทันสมัย และไม่จำเจเหมือนที่ผ่านมา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ารูปแบบบ้านที่ละม้ายคล้ายคลึงกับบ้านเดี่ยวมากๆ นี้ อาจสร้างความเข้าใจผิดให้กับผู้บริโภคที่ไม่ได้ศึกษาหาข้อมูลก่อนได้ ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว ในฐานะผู้บริโภคจึงต้องตรวจสอบรายละเอียดของบ้านจากผู้ขายอย่างถี่ถ้วน โดยเฉพาะเรื่องของขนาดและหน้ากว้างของผืนที่ดิน หากพบว่ากรรมสิทธิ์ที่ดินที่จะได้รับมีเพียง 35-49.9 ตารางวา ก็ถือว่าเราได้ซื้อบ้านแฝดมิใช่บ้านเดี่ยวอย่างภาพบ้านที่เห็นอยู่ตรงหน้า
ฟังก์ชันของบ้านแฝดมีความครบครันเทียบเท่าบ้านเดี่ยว
ขอบคุณภาพจากโครงการ The Sonne ศรีนครินทร์-บางนา
ข้อดีบ้านแฝดที่ใครๆ ก็ยกนิ้วให้
เมื่อเปรียบเทียบบ้านแฝดกับที่อยู่อาศัยประเภทอื่นๆ เราจะพบข้อดีที่เป็นเหตุผลให้ใครหลายๆ คนยกให้บ้านแฝดเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในใจ อาทิ
- เปรียบเทียบกับบ้านเดี่ยว : บ้านแฝดได้ฟังก์ชันการใช้งานหลักครบเหมือนบ้านเดี่ยว (ขนาดของแต่ละโซนอาจเล็กกว่าบ้านเดี่ยว) เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องน้ำ และที่จอดรถ แต่จ่ายในราคาที่ถูกกว่า
- เปรียบเทียบกับทาวน์เฮ้าส์ : บ้านแฝดมีผนังด้านข้างที่ไม่ติดกับใคร จึงเปิดเป็นช่องแสงได้ทำให้พื้นที่ภายในบ้านโปร่งสบายกว่าทาวน์เฮ้าส์
- เปรียบเทียบกับคอนโดมิเนียม : หากพิจารณาขนาดพื้นที่ใช้สอยที่เท่ากัน ราคาขายบ้านแฝดจะถูกกว่าคอนโดมิเนียมเกือบ 3 เท่าตัว จึงใช้เงินดาวน์น้อยกว่า และนั่นหมายถึงระยะเวลาที่เก็บออมเงินดาวน์และระยะเวลาการผ่อนเพื่อซื้อบ้านแฝดก็จะสั้นกว่าการซื้อคอนโดด้วย
นอกจากนี้ยังมีการศึกษาของสำนักวิจัย Krungthai Compass ธนาคารกรุงไทยเพื่อชี้ให้เห็นว่าการซื้อบ้านแฝดที่อยู่ห่างจากแนวรถไฟฟ้าราว 10 กิโลเมตร นั้นคุ้มค่าและประหยัดกว่าการซื้อคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าในระยะยาว
โดยทำการสำรวจโครงการบ้านแฝดในทำเลไม่ห่างกับรถไฟฟ้าจำนวน 14 โครงการ ใน 4 ทำเล ประกอบด้วยบางบัวทอง, พระราม 2-เพชรเกษม, รามอินทรา มีนบุรี-หนองจอก และรังสิต-ปทุมธานี พบว่าโดยเฉลี่ยระยะเวลาเดินทางไป-กลับจากโครงการไปยังรถไฟฟ้าในช่วงเวลาเร่งด่วน (07.00 และ 17.00 น.) จะใช้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อวัน หากเดินทางด้วยรถแท็กซี่จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 230 บาทต่อวัน หรือประมาณ 50,400 บาทต่อปี ในขณะที่การเดินทางจากคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าในระยะ 200-750 เมตร จะใช้เวลาเดินเท้าไม่เกิน 10 นาทีต่อวันและอาจไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาร่วมกับราคาขายเฉลี่ยในทำเลข้างต้นของบ้านแฝดขนาด 100 ตารางเมตร จะอยู่ที่ 2.5 ล้านบาท ส่วนคอนโดมิเนียมขนาด 50 ตารางเมตร มีราคาขายเฉลี่ยเท่ากับ 4 ล้านบาท หรือสูงกว่าบ้านแฝดถึง 40 เปอร์เซ็นต์ หรือราว 1.5 ล้านบาท ซึ่งหากเรานำส่วนต่างราคาบ้านแฝดที่ถูกกว่าคอนโดตรงนี้มาชดเชยเป็นค่าเดินทางไปกลับยังรถไฟฟ้าจะสามารถใช้ได้ถึง 27 ปี
ดังนั้น การเลือกซื้อบ้านแฝดจึงเป็นการลงทุนที่น่าสนใจ เพราะนอกจากพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้นกว่าคอนโดมิเนียมเท่าตัวแล้ว ในอนาคตยังมีโอกาสเพิ่มมูลค่าจากที่ดินตามการขยายตัวของเมืองได้อีกด้วย
ภาพบางมุมของบ้านแฝดที่มองผิวเผินดูคล้ายบ้านเดี่ยว
ขอบคุณภาพจาก ศุภาลัย วิลล์ บางนา-ศรีนครินทร์
สรุปแล้วบ้านแฝดคือทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจ
แวดวงธุรกิจอสังริมทรัพย์ส่วนใหญ่คาดการณ์กันว่า ในปี 2564 โครงการแนวราบจะเป็นไฮไลท์สำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทย โดยเฉพาะการพัฒนาที่ดินรอบนอกของกรุงเทพฯ ซึ่งโครงการบ้านแฝดก็เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญที่จะสร้างส่วนแบ่งการตลาดและทำกำไรให้กับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งรายเล็กและรายใหญ่
ในขณะที่ผู้บริโภคก็จะมีทางเลือกในกลุ่มบ้านแฝดเพิ่มขึ้น ภายใต้รูปลักษณ์ที่ทันสมัย ฟังก์ชันใช้สอยระดับเดียวกับบ้านเดี่ยว และเรทราคาที่เอื้อมถึง จนสามารถสานฝันใครหลายๆ คนที่อยากมีบ้านเป็นของตัวเองได้สมใจ
Mar 5, 2021 | บทความอสังหาฯ
ต้องยอมรับเลยว่า หนึ่งในความมั่นคงของชีวิตคือการซื้อที่อยู่อาศัยให้กับตัวเราเอง และบ้านหลังที่เราตัดสินใจเลือกแล้วก็อาจจะเป็นบ้านที่เราอยู่ต่อไปทั้งชีวิตของเรา แต่เชื่อได้เลยว่า ผู้อ่านหลายคนที่ซื้อบ้านเป็นหลังแรกก็คงจะเริ่มต้นไม่ถูกและไม่รู้ถึงขั้นตอนหรือเคล็ดลับการ กู้ซื้อบ้าน ให้ผ่านแบบง่าย ๆ ซึ่งบทความนี้ก็จะเป็นตัวช่วยให้คุณเอง
กู้ซื้อบ้าน หลังแรกต้องทำอย่างไร ?
หาบ้านที่ถูกใจ
ก่อนการตัดสินใจ ซื้อบ้าน สักหลัง การหาข้อมูลโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ให้ตรงใจเรามากที่สุดก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งผู้ศึกษาก็สามารถดูความพึงพอใจจาก ราคา รูปแบบบ้าน ที่ตั้ง และรายละเอียดของบ้านแต่ละประเภทเพื่อนำมาเปรียบเทียบกันจากแหล่งต่าง ๆ ดังนี้
โครงการอสังหาริมทรัพย์ โดยส่วนใหญ่แล้ว โครงการอสังหาริมทรัพย์แทบทุกโครงการจะมีเว็บไซต์หลักของโครงการ เพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้นกับผู้ที่สนใจจากฟังก์ชันต่าง ๆ อย่างการนำชมเสมือนจริง หรือการติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ที่ดูแลโครงการนั้น ๆ เพื่อสอบถามเพิ่มเติม รวมถึงเดินทางไปยังตัวโครงการเพื่อดูบ้านหรือคอนโดมิเนียมแต่ละหลังจริงๆ ซึ่งการติดต่อโครงการโดยตรงแบบนี้อาจจะทำให้มีโปรโมชั่นลดราคาหรือบริการเสริมอื่น ๆ ที่มาจากโครงการโดยตรง
นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ตัวกลางการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่มีตัวตนอยู่จริง ๆ ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับทั้งผู้ซื้อและผู้ขายตั้งแต่การพูดคุย การเสนอราคา การดูสถานที่จริง และเจรจา โดยนายหน้าส่วนมากนั้นจะได้ค่าคอมมิชชั่นประมาณ 3% จากตัวอสังหานั้น หรืออาจมากกว่าและน้อยกว่าตามแต่ตกลง
เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ สำหรับบ้านมือสอง การ ซื้อบ้าน จากเจ้าของบ้านถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจเพราะมีข้อดีคือมีราคาที่อาจไม่แพงมากนักและเรายังสามารถตกลงราคาได้อย่างง่ายดายอีกด้วย ซึ่งอสังหาริมทรัพย์แบบนี้อาจมีการลงขายในเว็บไซต์สื่อกลางต่าง ๆ นั่นเอง
เว็บไซต์สื่อกลาง เว็บไซต์ที่มีอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ให้เลือกมากมายทั้งโครงการเก่า ใหม่ หรืออสังหาริมทรัพย์มือสอง ซึ่งมีราคาที่ไม่แพงเท่ากับการซื้อบ้านมือหนึ่ง ซึ่งเว็บไซต์เหล่านี้อาจมีเครื่องมือการคำนวณค่าใช้จ่ายเบื้องต้น มีคำแนะนำต่าง ๆ ในการกู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ หรือการรีวิวโครงการอสังหาริมทรัพย์ และ Kaidee ก็เป็นหนึ่งในเว็บไซต์ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน
เว็บไซต์ Kaidee.com
เตรียมความพร้อมด้านการเงิน
เมื่อตัดสินใจเลือกบ้านที่ชอบแล้วขั้นตอนต่อไปในการ ซื้อบ้าน คือ การคำนวณค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการซื้อบ้านหลังนี้ตั้งแต่ ราคาบ้าน ดอกเบี้ย และค่าตกแต่งบ้าน ซึ่งเราสามารถติดต่อกับธนาคารต่าง ๆ เพื่อวัดความสามารถทางการเงินและเปรียบเทียบความคุ้มค่าของสินเชื่อระหว่างธนาคาร โดยทางธนาคารจะมีการตรวจสอบความสามารถทางการเงินของเราผ่านหน่วยงาน 2 หน่วยงาน ได้แก่
สถาบันการเงิน มีหน้าที่ในการตรวจสอบสถานะทางการเงินของผู้ที่ต้องการกู้ซื้อบ้านประกอบไปด้วย รายได้ ความเสี่ยงภาระหนี้สิน และการเดินบัญชีธนาคาร ซึ่งถ้าหากธนาคารไม่มั่นใจในคุณสมบัติทางการเงินของเราก็สามารถปฏิเสธการยื่นกู้หรือลดวงเงินที่เรายื่นกู้ได้เช่นกัน
เครดิตบูโร ทำหน้าที่จัดเก็บข้อมูลบัตรเครดิตของผู้กู้ซื้อบ้านว่ามีประวัติธุรกรรมทางการเงินทุกประเภทว่ามีแนวโน้มที่ดีหรือไม่ดีอย่างไร และรายงานเพื่อพิจารณาการยื่นกู้สินเชื่อ
การดำเนินการเพื่อเป็นเจ้าของบ้าน
ขั้นตอนสุดท้ายหลังจากที่ธนาคารอนุมัติการยื่นกู้ซื้อบ้าน คือการดำเนินการเพื่อให้ผู้ซื้อกลายเป็นเจ้าของบ้านตัวจริงซึ่งผู้ซื้อต้องทำการติดต่อหน่วยงานอีก 2 หน่วยงานดังนี้
วิศวกรตรวจสอบบ้าน ก่อนการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการ เราจำเป็นต้องมีการตรวจสอบความเรียบร้อยของอสังหาริมทรัพย์หลังนั้น ซึ่งผู้ซื้อบ้านส่วนมากก็นิยมใช้บริการวิศวกรในการตรวจสอบความเรียบร้อยของอสังหาฯ โดยมีการตรวจสอบตั้งแต่พื้นที่ด้านนอกบ้าน โครงสร้าง หลังคา พื้น ผนัง ฝ้าเพดาน ประตู หน้าต่าง ระบบไฟฟ้า และระบบน้ำ ว่ามีความไม่แข็งแรง ความไม่เรียบร้อย รอยร้าว รอยเปื้อน หรือรอยรั่วหรือไม่
เจ้าหน้าที่กรมที่ดิน เพื่อเป็นพยานในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ การประเมินทุนทรัพย์ และเก็บค่าธรรมเนียมซึ่งในปัจจุบันโครงการอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งก็มีการอำนวยความสะดวกให้ผู้ซื้อโดยการมอบอำนาจเพื่อดำเนินการในส่วนนี้แทน
เงินเดือนเท่านี้ กู้ซื้อบ้าน ได้แค่ไหน ?
เคยสงสัยไหมว่าถ้าหากเรามีเงินเดือนเท่านี้ จะสามารถกู้เงินซื้อบ้านได้สูงสุดแค่ไหนกัน แล้วมันมีวิธีคำนวณหรือไม่วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟัง
ถ้าหากว่าเรามีเงินเดือน 25,000 บาท
ราคาบ้านที่เราสามารถกู้ซื้อได้คือเท่าไร ?
เราต้องคำนวณความสามารถของราคาบ้านที่ต้องการกู้ซื้อโดยใช้สูตร
รายได้ต่อเดือน *60 = ราคาบ้านที่กู้ซื้อได้
25,000 * 60 = 1,500,000 บาท
แล้วสามารถผ่อนได้เดือนละเท่าไรกัน ?
จากคำกล่าวที่ว่า การผ่อนชำระเงินต่อเดือนสูงสุดจะทำได้ไม่เกิด 40% ของรายได้ ทำให้เราสามารถคำนวณสูตรในการคิดรายการผ่อนต่อเดือนคือ
25,000 * 40% = 10,000 บาท
ซึ่งในกรณีนี้คือการคำนวณแบบที่ผู้ยื่นกู้ไม่ได้มีภาระหนี้อื่น ๆ ด้วย
และถ้าผู้ยื่นกู้มีภาระหนี้อยู่ก่อนแล้วเดือนเท่าไร ก็จะต้องทำการหักออกจากส่วนที่สามารถกู้ได้สูงสุด เช่น ถ้าหากมีการผ่อนชำระรถอยู่แล้วเดือนละ 5,000 ผู้ยื่นกู้ก็จะมีความสามารถผ่อนชำระบ้านได้สูงสุดเพียง 5,000 บาท
แล้วมีวงเงินกู้สูงสุดเท่าไรล่ะ ?
การคำนวณวงเงินกู้สามารถคิดจากสูตร
(1,000,000 * ความสามารถผ่อนชำระ) ÷7,000 = (วงเงินที่สามารถกู้ได้)
(1,000,000 * 10,000) ÷7,000 = 1,428,571 นั่นเอง
เคล็ดลับการยื่น กู้ซื้อบ้าน ให้ผ่านฉลุย
ขอบคุณรูปจาก: jcomp
‘กู้ซื้อบ้าน’ คำที่หลายคนฟังแล้วกลัวจะไม่ผ่านง่าย ๆ จากเหตุผลต่าง ๆ นานาทั้งเป็นเด็กจบใหม่ ทั้งมีหนี้ผ่อนชำระค้างแต่วันนี้เรามีเคล็ดลับดี ๆ ที่นำไปใช้แล้วการกู้บ้านของคุณอาจจะผ่านฉลุยไปง่าย ๆ !
อันดับแรกคือ การรู้ถึงความสามารถทางการเงิน ของเราจากสูตรข้างต้น ว่าเรามีสิทธิ์ที่จะกู้ได้มากที่สุดแค่ไหนเพราะถ้าหากเรายื่นกู้เกินความสามารถของเราก็มีสิทธิ์ทำให้ถูกปฏิเสธการกู้ซื้อบ้านก็เป็นได้
อย่างที่บอกไปว่าการตรวจสอบบัญชีธนาคารเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญ ดังนั้นการทำบัญชีธนาคารของเราให้สวยงาม ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน โดยการมีจำนวนเงินในบัญชีที่สม่ำเสมอและมีการดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีนั้นอย่างน้อย 6 เดือนก่อนเริ่มทำการซื้อบ้าน
อีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้คุณสามารถยื่นกู้ซื้อบ้านได้ง่ายขึ้นคือ การ เตรียมเอกสารของคุณให้ครบถ้วน ทั้งสลิปเงินเดือน ใบรับรองการทำงาน หรือหลักฐานรายได้พิเศษที่จะทำให้ธนาคารรู้ถึงรายได้ของคุณว่ามีมากแค่ไหนและช่วยให้คุณกู้ผ่านได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ การยกเลิกบัตรเครดิตที่ไม่จำเป็น หรือ การชำระหนี้อย่างตรงต่อเวลา ในช่วงเวลาที่ผ่านมาก็ช่วยให้สถานะทางการเงินของคุณมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น และยิ่งถ้าคุณสามารถปิดหนี้ต่าง ๆ ก่อนการกู้ซื้อบ้านได้ยิ่งดี เพราะมันจะเป็นหลักประกันว่าคุณสามารถผ่อนบ้านได้ตรงต่อเวลายังไงล่ะ !
สรุปการ กู้ซื้อบ้าน ด้วยตัวเอง
นอกจากเงินที่เราเสียไปแล้ว สิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญมากที่สุดในการ ซื้อบ้าน หลังนี้คือ ตัวของคุณเองที่ต้องตัดสินใจอย่างถี่ถ้วนเพื่อให้ได้บ้านที่ถูกใจซึ่งสามารถหาได้ในเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่ได้กล่าวไปด้านต้น
เพราะบ้านที่ถูกใจจะทำให้บ้านกลายเป็นบ้านของเราจริง ๆ <3
Jan 11, 2021 | บทความอสังหาฯ
ถ้าหากเพื่อน ๆ นึกถึงจังหวัดท่องเที่ยวใกล้ ๆ กับกรุงเทพมหานครและเป็นหนึ่งจังหวัดสำคัญ มีการเติบโตของเศรษฐกิจที่ดี อีกทั้งยังเป็นเมืองท่องเที่ยวพักผ่อน ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศในแต่ละปีได้มากเลยทีเดียว โดยจังหวัดที่จะพูดถึง คือ จังหวัด ชลบุรี นั่นเองครับ
ซึ่งจังหวัดชลบุรีนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอยู่หลายแห่ง โดยที่มีเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่าง เมืองพัทยา ที่เป็นเขตปกครองพิเศษ โดยจังหวัดชลบุรี มีความสำคัญทางเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออกเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่กำลังสร้างขึ้นหลากหลายพื้นที่ อาทิ ห้างสรรพสินค้า โรงแรม คอนโดต่าง ๆ จึงทำให้จังหวัด ชลบุรี เป็นพื้นที่สำคัญ ที่กำลังขยับขยายเติบโตขึ้นในอนาคต
ทำไมจังหวัดชลบุรี ถึงเป็นพื้นที่ที่น่าลงทุน
มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้จังหวัดชลบุรีกลายเป็นจังหวัดที่กำลังเติบโตในปัจจุบันและในอนาคตก็กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด เนื่องด้วยจังหวัดชลบุรีเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออกอย่างมาก ทั้งในด้านพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมต่าง ๆ หนึ่งในนั้น คือ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่โดดเด่น โดยมีเมืองพัทยา ที่เป็นพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวพักผ่อนในวันหยุดพักผ่อนกันเป็นจำนวนมาก จึงทำให้มีการเติบโตของโรงแรม มีคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จแล้วและกำลังจะสร้างขึ้นในอนาคตอยู่หลายโครงการ อีกทั้งยังมีหมู่บ้านต่าง ๆ ที่กำลังก่อสร้างในอย่างเยอะ และในอนาคตคาดว่าจะมีอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่พักอาศัยผุดขึ้นอย่างต่อเนื่องแน่นอน มาดูกันว่าปัจจัยที่ทำให้จังหวัดชลบุรีเป็นจังหวัดที่น่าลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ มีปัจจัยอะไรบ้าง
1. หนึ่งจังหวัดสำคัญในการท่องเที่ยว
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรีนั้นเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะและหลากหลายมากจังหวัดหนึ่ง ทำให้รายได้ส่วนหนึ่งของจังหวัดชลบุรีมาจากการท่องเที่ยวนั่นเอง โดยสถานที่สำคัญในการมาท่องเที่ยว คือ พัทยา บางแสน เกาะสีชัง เกาะล้าน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อีก เช่น ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ สถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ จึงทำให้อนาคต ชลบุรี จะมีที่พักอาศัยเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของผู้คนที่จะซื้อบ้านอีกหนึ่งหลังเพื่อเอาไว้พักผ่อนกับครอบครัวในวันหยุดพักผ่อนหรือซื้อไว้เพื่อลงทุนก็เป็นความคิดที่ดีไม่น้อย เพราะราคาดีขึ้นแน่นอน
2. ธุรกิจต่าง ๆ กำลังเติบโต
ในปัจจุบัน จังหวัดชลบุรี กำลังพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินนานาชาติแห่งที่ 3 ของประเทศไทย อีกทั้งยังลงทุนสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงเพื่อเชื่อ 3 สนามบิน ประกอบด้วย สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินอู่ตะเภา นอกจากนี้ยังสร้างรถไฟทางคู่เพื่อเชื่อมแหล่งอุตสาหกรรมกับท่าเรือ พัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง พัฒนาท่าเรือมาบตาพุด สร้างถนนมอเตอร์เวย์ 3 เส้นทาง และพัฒนาด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น จึงทำให้จังหวัดชลบุรีเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในด้านต่าง ๆ เพิ่มขึ้นในปัจจุบันและในอนาคต ส่งผลให้ธุรกิจต่าง ๆ ที่เล็งเห็นโอกาสในการเพิ่มช่องทางการค้าและกำไรเพื่อเติบโต รวมไปถึงธุรกิจขนาดเล็กที่เล็งเห็นโอกาสในการขยับขยายกิจการของตัวเองก็เปิดตัวกันอย่างมากมาย
3. สถานที่สำคัญต่าง ๆ
สถานที่สำคัญต่าง ๆ ของจังหวัดชลบุรีมีเยอะมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ราชการ สถานที่อุตสาหกรรม สถานที่ท่องเที่ยว อย่าง ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ เช่น ห้างเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช ห้างโรบินสัน
อีกทั้ง จังหวัดชลบุรี ยังมีสถานที่สำคัญอย่างมหาวิทยาลัยชื่อดัง คือ มหาวิทยาลัยบูรพา และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา อีกด้วย
ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชื่อดังที่นักศึกษาเข้ามาเรียนต่อกันเยอะมากเช่นกัน จึงทำให้ธุรกิจหอพักต่าง ๆ มีรายได้ที่ดีตลอด และในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า มีการสร้าง Condo โครงการหมู่บ้าน ใหม่ ๆ ขึ้นมาเยอะพอสมควรเพื่อตอบสนองการเช่าและการซื้อของคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาเรียนในพื้นที่นั่นเอง
4. ราคาที่พักอาศัยถูกกว่า
จะเห็นได้ว่าโครงการหมู่บ้านในเขตปริมณฑล รวมไปถึงจังหวัดที่มีการเจริญเติบโตในด้านอุตสาหกรรมต่าง ๆ หรือจะเป็นจังหวัดที่เป็นเมืองท่องเที่ยว ราคาบ้านในโครงการ ราคาคอนโด รวมไปถึงราคาที่ดิน จะมีราคาที่ถูกกว่าในกรุงเทพฯ เนื่องจากยังเป็นแค่พื้นที่ที่กำลังจะขยายความเจริญออกมาไม่ได้ไกลจากกรุงเทพฯ แถมยังเดินทางสะดวกสบายด้วยถนนมอเตอร์เวย์
โดยราคาบ้านของโครงการและคอนโด ตอนนี้ยังมีราคาที่ถูกกว่าโครงการบ้านและคอนโดในกรุงเทพฯ มาก เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ อย่างเช่น ความสะดวกสบายในการเดินทางและปัจจัยต่าง ๆ ที่ยังไม่ครอบคลุมเหมือนเมืองหลวง
แต่ถึงอย่างไร จังหวัดชลบุรีก็เป็นจังหวัดที่กำลังเติบโตในหลาย ๆ ด้าน เพราะฉะนั้นใครกำลังจะซื้อบ้านและคอนโดเพื่ออยู่อาศัยหรือเพิ่งลงทุน ปล่อยเช่าในอนาคตในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ก็รีบซื้อเลยตั้งแต่ตอนนี้นะ ก่อนที่ราคาจะปรับขึ้นเนื่องจากปัจจัยหลาย ๆ อย่าง
5. จังหวัดศักยภาพ
อย่างที่ได้เขียนไปว่า จังหวัดชลบุรีนั้นเป็นจังหวัดที่เป็นเหมือนจังหวัดที่กำลังเติบโตในทุก ๆ ด้าน จากหลาย ๆ ปัจจัย จึงทำให้ในอนาคตจังหวัดชลบุรี จะมีการลงทุน มีความเจริญเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคตแน่นอน เนื่องจากมีทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ และสถานที่สำคัญอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น สนามบิน รถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ห้างสรรพสินค้า มหาวิทยาลัย โรงเรียนต่าง ๆ จึงทำให้อสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ เช่น บ้าน คอนโด มีราคาที่สูงขึ้น เพราะฉะนั้นการที่คิดจะลงทุนซื้อบ้านและคอนโดในจังหวัดชลบุรี คุ้มค่าแน่นอนครับ
สรุปท้ายบทความ
เชื่อเลยว่าในอนาคตจังหวัดชลบุรี จะเป็นพื้นที่ที่มีการเกิดของโครงการหมู่บ้านใหม่ คอนโดใหม่ และสิ่งปลูกสร้างเพื่ออยู่อาศัยต่าง ๆ เยอะขึ้น เนื่องจากปัจจัยในหลาย ๆ อย่าง ที่ทำให้นักทุนเล็งเห็นโอกาสต่าง ๆ ในการมาลงทุนในจังหวัดชลบุรี และที่สำคัญ ราคาในการซื้อ – ขายบ้านและคอนโดในจังหวัดชลบุรี ปัจจุบันยังเป็นราคาที่สามารถจับต้องได้ ถ้าหากใครอยากลงทุนซื้อไว้เพื่ออยู่อาศัยหรือเพื่อขายและปล่อยเช่าในอนาคต ก็เป็นทำเลที่คุ้มค่ากับการลงทุนมากเลยทีเดียว
หากเพื่อน ๆ กำลังมองหาบ้านและคอนโดในจังหวัดชลบุรี ลองเข้ามาดูกันก่อนได้ที่ Kaidee Property กันก่อนได้เลย เรามีให้เพื่อน ๆ ได้เลือกซื้อในแบบที่หลากหลาย ราคาดี คลิกเลย
Nov 24, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ไม่ว่าในอดีตหรือในปัจจุบันพื้นที่ภายในห้องคอนโดหรือพื้นที่ห้องต่าง ๆ ภายในบ้าน ล้วนต้องถูกแบ่งตามขนาด ตามสัดส่วนห้องต่าง ๆ อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก ห้องรับประทานอาหาร ห้องนอน และห้องอื่น ๆ ที่เจ้าของบ้านเป็นผู้กำหนด ซึ่งพื้นที่ของแต่ละห้องก็จะถูกกำหนดตามการใช้งานว่าใช้งานมากน้อยเพียงใด บางบ้านกำหนดให้ห้องนั่งเล่นพื้นที่ใหญ่ที่สุด เพราะเป็นพื้นที่ที่ได้ใช้เวลาร่วมกับครอบครัวมากที่สุด หรือบางบ้าน พื้นที่ห้องนอนเยอะที่สุด เพราะใช้เวลาในห้องนอนมากที่สุด ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับขนาดของห้องของคอนโดหรือขนาดของบ้านและที่สำคัญอยู่ที่การตัดสินใจร่วมกันกับคนในครอบครัวด้วยนะ
ห้องนอนกับชีวิตประจำวัน
ห้องนอนนับว่าเป็นอีกห้องหนึ่งที่ถูกใช้งานและเป็นห้องที่ใช้เวลาอยู่ในห้องนานพอ ๆ กับห้องนั่งเล่นเลยก็ว่าได้หรือบางคนอาจจะอยู่กับห้องนอนเกือบตลอดเวลา เพราะเวลากลับมาจากที่ทำงาน ก็เข้าห้องอาบน้ำ ซึ่งส่วนใหญ่ห้องน้ำก็จะอยู่รวมกับห้องนอน อาบน้ำเสร็จ ออกมาดูทีวีสักพักและถึงเวลาเข้านอน ชีวิตส่วนใหญ่ก็จะวนอยู่แบบนี้ ถ้าไม่มีกิจกรรมอะไรพิเศษ
ดังนั้นห้องนอนจึงเป็นห้องที่คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญ เพราะเป็นพื้นที่ที่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่นานที่สุดเลยก็ว่าได้ การเลือกขนาดของห้องนอนก็ต้องทำให้ขนาดห้องออกมาให้เข้ากับการใช้ชีวิตหรือไลฟ์สไตล์ของเจ้าของ เพื่อความสะดวกสบายมากที่สุดนั่นเอง มาดูกันเลยว่าห้องนอนขนาดอะไร จัดแบบไหน เหมาะกับคุณ
บ้านหรือคอนโด?
มาเริ่มกันที่ข้อแรกดีกว่า…เอาเป็นว่าก่อนที่จะมีห้องนอนกัน ก็ควรจะต้องมีที่สำหรับใส่ห้องนอนก่อนนะ อันนี้ก็แล้วแต่ใครจะชอบแบบไหน แล้วก็ต้องขึ้นอยู่กับกำลังทรัพย์ ทำเล ที่สำคัญขึ้นอยู่กับการตัดสินใจร่วมกันกับครอบครัวด้วยนะ แต่ถ้ายังโสดอยู่ก็ปรึกษาตัวเอง พ่อแม่เลย โดยบ้านกับคอนโดจะมีข้อแตกต่างกัน คือ
คอนโด
คอนโดนั้นก็จะเป็นห้องชุดที่อยู่บนตึกซึ่งทุกโครงการจะกำหนดแปลน รายละเอียดห้องและราคาห้องไว้อย่างชัดเจนก่อนที่จะซื้อ โดยขนาดของห้องนอนในแต่ละโครงการก็จะขึ้นอยู่กับพื้นที่ของขนาดห้องด้วยว่าขนาดพื้นที่เท่าไร ซึ่งส่วนใหญ่จะกำหนดขนาดห้องมาและแยกว่าเป็นห้อง Studio, 1 Bedroom,1 Bedroom Plus และ 2 Bedroom เป็นต้น
บ้าน
ขึ้นชื่อว่าบ้านก็ต้องใหญ่กว่าและมีพื้นที่ที่มากกว่าคอนโดที่เป็นห้องชุดอยู่แล้ว โดยบ้านส่วนใหญ่ตอนนี้ก็จะมีบ้านที่เกิดจากโครงการ ซึ่งในโครงการก็จะมีบ้านให้เลือกหลากหลายแบบ และแน่นอนว่าห้องต่าง ๆ ต้องถูกแบ่งออกเป็นสัดส่วน ให้เราได้เลือกตกแต่งได้แบบสบาย ๆ ส่วนใหญ่ทางโครงการจะแบ่งห้องไว้ให้เรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าห้องนอนก็ต้องมี 2 ห้องขึ้นไป โดยจะแบ่งเป็น ห้องนอนใหญ่พร้อมห้องน้ำในตัวและมีห้องนอนย่อยแยกออกไปตามแปลนของบ้านนั่นเอง
ขนาดห้องนอนแบบไหนเหมาะกับเรา?
แน่นอนว่าขนาดห้องนอนก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะเป็นปัจจัยในการตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโด เพราะแต่ละโครงการขนาดของห้องก็จะมีแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย
บ้านเดี่ยว
โดยบ้านเดี่ยวไม่ว่าจะเป็น 1 ชั้นหรือ 2 ชั้น พื้นที่ที่ให้มานั้นเยอะแน่นอน โดยห้องต่าง ๆ ก็จะถูกแบ่งตามสัดส่วน โดยห้องนอนใหญ่จะมีพื้นที่ประมาณ 27 – 65 ตารางเมตร เลยเรียกได้ว่าใหญ่เท่ากับคอนโดห้องหนึ่งเลยก็ว่าได้ ส่วนห้องนอนเล็กพื้นที่ก็จะลดหลั่นลงมา โดยพื้นที่ของห้องนอนใหญ่ที่ทางโครงการบ้านให้มานั้นขนาดเล็กสุด 27 ตารางเมตร ก็ถือว่ามีขนาดที่ใหญ่มากเลย ถ้าเทียบกับคอนโด
ซึ่งการมีห้องนอนที่ใหญ่ เราก็สามารถที่จะใช้สอยประโยชน์จากพื้นที่เหลือได้ เช่น สามารถนำโซฟามาวางไว้ได้ นำโต๊ะทำงาน หรือจะ Built-in เพิ่มขนาดของตู้เสื้อผ้าได้ หรือจะตกแต่งห้องนอนได้ตามไลฟ์สไตล์ของเจ้าของบ้านได้เลย
ประเภทห้องของคอนโด
ในส่วนของคอนโดนั้นจะมีห้องหลายประเภท ได้แก่
ห้อง Studio
เป็นห้องเริ่มต้นของคอนโดทุกโครงการ โดยพื้นที่จะไม่เกิน 30 ตารางเมตร ซึ่งห้องประเภทนี้จะร่วมทุกฟังก์ชันการใช้งานทุกงานไว้ด้วยกัน คือ มีโซนนั่งเล่น ห้องครัว และห้องนอนนั่นเอง โดยห้องนอนที่มากับห้อง Studio จะกินพื้นที่ประมาณ 8 – 10 ตารางเมตร
เหมาะสำหรับคนที่อยู่คนเดียว มีงบประมาณจำกัด เพราะพื้นที่ค่อนข้างน้อย ถ้าหากอยู่มากกว่า 1 คน อาจจะรู้สึกอึดอัด ในอนาคตสามารถปล่อยเช่าได้ เพราะเป็นหนึ่งในห้องที่ได้รับความนิยมในการอยู่อาศัยและเช่าของคนเมืองวัยเริ่มทำงาน
ห้อง 1 Bedroom
เป็นห้องที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยพื้นที่จะไม่เกิน 50 ตารางเมตร ขนาดไม่เล็กและไม่ใหญ่เกินไป ขนาดกำลังพอดีในการอยู่อาศัย ซึ่งห้องจะชนิดนี้จะแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน ประกอบด้วย ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องน้ำ และห้องนอนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาเป็น 10 – 20 ตารางเมตร โดยจะเป็นห้องปิดทึบ แต่บางที่อาจจะแค่กั้นเป็นประตูบานเลื่อนให้ พูดง่ายก็คือ มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นนั่นเอง
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการห้องที่ใหญ่ขึ้นจากห้อง Studio มีความเป็นส่วนตัวและแบ่งเป็นสัดส่วน สามารถอยู่คนเดียวหรือ 2 คนได้ นอกจากนี้อนาคตยังสามารถปล่อยเช่าได้อีกด้วย เพราะเป็นห้องที่ได้รับความนิยม
ห้อง 1 Bedroom Plus
เป็นห้องที่เพิ่มพื้นที่ใช้สอยของห้อง 1 Bedroom เพิ่มขึ้น แต่ขนาดเท่าเดิม คือไม่เกิน 50 ตารางเมตรนั่นเอง แต่ที่แตกต่างก็คือจะเพิ่มห้องอเนกประสงค์ให้อีกหนึ่งห้อง เราจะสามารถออกแบบได้ว่าห้องนั้นจะทำเป็นห้องอะไร เช่น ทำเป็นห้องทำงาน ห้องดูหนังเพิ่ม หรือจะทำเป็นห้องนอนเล็กก็ได้นะ
เหมาะสำหรับคนที่ต้องกการห้องที่มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มจาก 1 Bedroom โดยห้องจะมีความเป็นส่วนตัวและแบ่งเป็นสัดส่วน สามารถอยู่คนเดียวหรือ 2 คนได้ นอกจากนี้อนาคตยังสามารถปล่อยเช่าได้อีกด้วย
ห้อง 2 Bedroom
เป็นห้องที่มีขนาดตั้งแต่ 50 ตารางเมตรขึ้นไป ถือว่ามีพื้นที่ใช้สอยเยอะมาก ๆ ซึ่งจะมีห้องที่ถูกแบ่งเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน ประกอบด้วย ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องอเนกประสงค์ และห้องนอน โดยแต่ละโครงการจะกำหนดห้องที่ต่างแตกกัน เช่น 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ หรือจะเป็น 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำในตัว โดยห้องนอนใหญ่จะมีขนาดไม่เกิน 64 ตารางเมตร ส่วนห้องนอนเล็กจะมีขนาดไม่เกิน 40 ตารางเมตร ขึ้นอยู่กับขนาดของห้องของโครงการคอนโดด้วย
ซึ่งขนาดห้องนอนนั้นค่อนข้างใหญ่ทั้ง 2 ห้อง สามารถตกแต่งห้องได้ไม่ว่าจะเพิ่มโซฟา มีโต๊ะทำงานขนาดเล็กเพิ่ม หรือจะเลือกใส่ตามที่เจ้าของต้องการด้วยนั่นเอง
เหมาะสำหรับคนที่มีกำลังทรัพย์ค่อนข้างเยอะที่พร้อมจะซื้อ มีครอบครัวที่มีลูกหรือญาติผู้ใหญ่ โดยสามารถอยู่ด้วยกันได้ 3- 4 คนไม่แออัด ที่สำคัญยังมีความเป็นส่วนตัวมาก ๆ อีกด้วย
สรุปท้ายบทความ
ห้องนอนนั้นเป็นห้องสำคัญที่ทุกบ้านหรือทุกคอนโดต้องมีแน่นอน แต่การที่จะมีขนาดห้องนอนตามที่ต้องการ ด่านแรกที่จะต้องดูก่อน คือ โครงการบ้านหรือคอนโดที่จะเลือกซื้อด้วยนั่นเอง ซึ่งขนาดของห้องแต่ละโครงการก็จะมีพื้นที่ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งขนาดห้องนอนก็จะขึ้นอยู่กับพื้นที่ของห้องด้วยนะครับ แนะนำว่าให้ไปดูตัวอย่างห้องของโครงการกับตาตัวเองเลยดีกว่าก่อนซื้อ เราจะสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนั่นเอง แต่ถ้าหากยังไม่พอใจกับโครงการต่าง ๆ ออกแบบขนาดห้องนอนเองและกำหนดขนาดห้องต่าง ๆ เอง การสร้างบ้านด้วยตัวเองก็เป็นความคิดที่ดีไม่น้อย
เป็นอย่างไรบ้างเพื่อน ๆ กับขนาดห้องนอน มีหลากหลายขนาดมากเลยใช่ไหมล่ะครับ ซึ่งขนาดห้องนอนของแต่ละที่ ก็มีขนาดที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งถ้าได้ไปดูด้วยตาตัวเองจะสามารถเลือกห้องที่ตอบโจทย์และตรงกับไลฟ์สไตล์ของเราด้วย แน่นอนว่า Kaidee Property มีทั้งบ้าน มีทั้งคอนโด และอสังหาฯ อื่น ๆ ให้เพื่อน ๆ ได้เลือกเยอะมากมาย ลองแวะเข้ามาดูก่อนได้นะ ราคาดี คุ้มค่า หากใครสนใจซื้อก็ดีไม่น้อยเลย