Dec 24, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
และแล้วก็ถึงช่วงนับถอยหลังเข้าสู่เวลาแห่งการเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ส่งท้ายปีอย่างเทศกาลปีใหม่แบบนี้มาบ้าง และแน่นอนว่าคำตอบย่อมหลากหลาย
บางคนอาจกลับไปเยี่ยมครอบครัวญาติสนิทมิตรสหายที่บ้านเกิด บ้างก็นอนอยู่บ้านชาร์จแบตชิล ๆ หรือจัดทริปเที่ยวยาว ๆ หาช่วงสถานการณ์ COVID-19 ระบาด
ถึงปีนี้อาจจะพลาดโอกาสแต่ในเมื่อช่วงนี้จังหวะยังไม่อำนวยให้ออกไปท่องโลกกว้าง ก็ไม่ต้องเศร้า เพราะเราจัดคัมภีร์เที่ยวไทยอย่างไรให้เหมือนไปรอบโลกแบบครบสี่ฤดูมาฝาก เก็บข้อมูลไว้แล้วเตรียมแพลนล่วงหน้าไปด้วยกันนะ!
ฤดูร้อน
เกาะพยาม
มัลดีฟเมืองไทย หาดทรายขาว ทะเลใส ที่ไม่ควรพลาด!
หนึ่งในมัลดีฟเมืองไทยระดับตำนานต้องยกให้ ‘เกาะพยาม’ จ.ระนองเลย ความสวยงามของที่นี่อยู่ตรงหาดทรายเนียนและน้ำทะเลใส ถ้าอยากได้ฟีลมัลดีฟเข้าไปอีก ก็แนะนำให้พักที่ ‘The Blue Sky Resort’
รีสอร์ตบนเกาะพยามที่ชวนให้รู้สึกเหมือนอยู่มัลดีฟด้วยบรรยากาศบ้านพักกระท่อมกลางน้ำ ให้คุณได้ดื่มด่ำกับน้ำทะเลสีเขียวคราม ความร่มรื่นของป่าโกงกาง และหาดทรายขาว
ใครที่อยากฉลองปีใหม่แบบส่วนตัวพลางซึมซับบรรยากาศความสดใสประหนึ่งอยู่มัลดีฟช่วงฤดูร้อน ขอแนะนำที่นี่เลยค่ะ รับรองว่าถูกใจไม่มีผิดหวังแน่นอน
พิกัด: 22 หมู่ 1 เกาะพยาม อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง
เบอร์โทรศัพท์: 080 611 4614
I LOVE FLOWER FARM
เยือนทุ่งดอกไม้หลากสีรับปีใหม่ให้เหมือนไปฮอกไกโดหน้าร้อน
ปีนี้อาจจะมีหลายคนพลาดทริปชมทุ่งดอกไม้เมืองฮอกไกโดช่วงหน้าร้อน แต่ไม่เป็นไร ปีใหม่นี้ไปสัมผัสบรรยากาศทุ่งดอกไม้หลากสีที่สดใสกันได้ที่ ‘I LOVE FLOWER FARM’ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่มีทุ่งดอกซีโลเลียหลากสี ปลูกไล่โทนตั้งแต่ ส้ม แดง ชมพู นอกจากดอกซีโลเลียแล้ว ยังมีทุ่งดอกมาร์กาเร็ตทุ่งดังทุ่งเดิม ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยไม่แพ้ทุ่งดอกไม้หน้าร้อนเมืองฮอกไกโดเลย
สำหรับการเข้าชมนั้น ต้องจองล่วงหน้าเนื่องจากมีผู้เข้าชมจำนวนมาก แอบกระซิบว่าควรจองแต่เนิ่น ๆ เพราะที่นี่ฮอตมาก ส่วนค่าเข้าชมจะคิดคนละ 90 บาท ซึ่งรวมค่าน้ำและของว่าง ค่าที่จอดรถ และค่ารถรับส่งจากที่จอดรถ
พิกัด: 33 ต.เหมืองแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
เบอร์โทรศัพท์: 093 741 8884
ฤดูใบไม้ผลิ
ภูลมโล
หลงลมในหุบเขาซากุระเมืองไทย
ฉลองปีใหม่ด้วยทริปสีหวานรับลมหนาวที่ ‘ภูลมโล’ พื้นที่ยอดเขาภายในบริเวณอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย
ไฮไลต์เด็ดคือดอกพญาเสือโคร่งหรือที่คนชอบเรียกกันว่า ซากุระเมืองไทยที่จะบานสะพรั่งให้ยลโฉมความงดงามแบบเต็มตาเต็มใจในช่วงเดือนมกราคมจนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์
ขอบอกว่าความสวยไม่แพ้กับซากุระเมืองญี่ปุ่นเลยทีเดียว เหมาะแก่การไปเก็บบรรยากาศดอกไม้สีชมพูหวานต้อนรับปีใหม่ ชวนให้นึกถึงฤดูใบไม้ผลิที่หลายคนอาจจะพลาดโอกาสได้ไปเยือนแดนซากุระในปีนี้
พิกัด: อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย
เบอร์โทรศัพท์: 081 596 5977
โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่
ชมดอกซากุระเมืองไทยในสายหมอก
อีกหนึ่งที่เที่ยวน่าสนใจที่ชวนให้นึกถึงบรรยากาศฤดูใบไม้ผลิ ขอยกให้ ‘โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ’ ดอยผ้าห่มปก โครงการในพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ มีพื้นที่สำหรับให้มากางเต็นท์ดื่มด่ำธรรมชาติกันแบบเต็มอิ่ม
ไฮไลต์ของโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ช่วงปีใหม่ก็คือเหล่าต้นพญาเสือโคร่งที่จะพร้อมใจออกดอกมาให้ชื่นชมความสวยงามประหนึ่งเดินอยู่ในสวนซากุระฤดูใบไม้ผลิ และช่วงเช้ายังสามารถเดินทางขึ้นไปชมทะเลหมอกที่ยอดดอยผ้าห่มปกเป็นของแถมได้อีกด้วย
เหมาะกับคนที่อยากได้ทริปฉลองปีใหม่หน้าหนาวในช่วงปลายเดือนธันวาคมไปจนถึงตลอดเดือนมกราคม ใครคิดจะแวะไปรับลมหนาวภาคเหนือในช่วงนั้น ไม่ควรพลาด!
พิกัด: หน่วยพิทักษ์ อช.ดอยผ้าห่มปกที่ 4 โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ม.15 ต.แม่สาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่
ฤดูใบไม้ร่วง
โครงการหลวงบ้านวัดจันทร์
เดินเล่นท่ามกลางใบไม้ผลัดสี
เข้ามาดื่มด่ำบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสีฟีลต่างประเทศในช่วงฤดูหนาวของเมืองไทยกันได้ที่ ‘ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์’ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ ถือว่าเป็นอีกที่เที่ยวที่เต็มไปด้วยองค์ประกอบความโรแมนติก
ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศอ่างเก็บน้ำเคล้าไอหมอกและป่าสน รวมทั้งไฮไลต์เด็ดที่เราอยากแนะนำนั่นก็คือใบเมเปิ้ลเปลี่ยนสีในช่วงเดือนธันวาคม-ต้นกุมภาพันธ์ เรียกว่าเหมาะแก่การมาเที่ยวชมในช่วงปีใหม่เป็นอย่างยิ่ง
สำหรับใครที่มาเที่ยวที่นี่ ถ้าอยากดื่มด่ำบรรยากาศแบบเต็มอิ่ม แนะนำให้จองบ้านพักโครงการหรือจะเช่าที่กางเต็นท์ก็ฟินไม่แพ้กัน ลักษณะตัวบ้านพักจะเป็นบ้านไม้เข้ากับบรรยากาศป่าสน อยู่สบาย ถ่ายรูปสวยแน่นอน
พิกัด: ต.บ้านจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่
เบอร์โทรศัพท์: 053 215 981
ดอยแม่โถ 360 องศา
เดินเล่นในทุ่งหญ้าสะวันนาสีทอง
ดอยแม่โถถือเป็นดอยที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ด้วยบรรยากาศระดับอินเตอร์ เหมือนได้ไปเดินเล่นอยู่ท่ามกลางหุบเขาในยุโรปก็ไม่ปาน ตั้งอยู่ใน อ.ฮอด จ.เชียงใหม่
แลนมาร์กที่ใครมาก็ต้องแชะภาพคือทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์กว้างไกลสุดลูกหูลูกตาชนิดที่เห็นวิวได้รอบแบบ 360 องศา แถมยังได้มีตแอนด์กรี๊ดฝูงควายเจ้าถิ่นที่จะมากินหญ้าอีกด้วย
ถ้าไปดอยแม่โถในช่วงปลายปีเก่าเข้าปีใหม่แบบนี้ จะได้ซึมซับบรรยากาศทุ่งหญ้าสีเหลืองทอง จากหุบเขาเขียวขจีก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีทองและน้ำตาลสลับกัน ประหนึ่งเดินเที่ยวเนินเขาช่วงฤดูใบไม้ร่วง
สำหรับการเดินทาง เราสามารถขับรถส่วนตัวมาจอดที่จุดบริการขนส่งนักท่องเที่ยวขึ้นดอยแม่โถ และใช้บริการจ้างรถชาวบ้านขึ้นไป เนื่องจากเคยมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อย จึงไม่อนุญาตให้นำรถขึ้นไปเองแล้ว
พิกัด: ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่โถ ต.บ่อสลี อ.ฮอด จ.เชียงใหม่
เบอร์โทรศัพท์: 088 434 4902
Credit: DAY & NIGHT PHUKET
ฤดูหนาว
Day & Night Of Phuket
ดื่มด่ำบรรยากาศคริสต์มาส ณ คฤหาสน์หรู
ในช่วงใกล้ปีใหม่แบบนี้ หลายคนน่าจะโหยหาบรรยากาศการเฉลิมฉลอง สีสัน และแสงไฟที่เราชื่นชอบอย่างเทศกาลคริสต์มาส เดี๋ยวนี้มีหลายคาเฟ่และร้านอาหารที่จัดธีมคริสต์มาสได้สวยงามเหมือนแถบประเทศต้นกำเนิดเทศกาล
‘Day & Night Of Phuket’ คาเฟ่และร้านอาหารกึ่งบาร์ในตัวเมืองภูเก็ตที่เปิดให้บริการตั้งแต่เช้าจรดเที่ยงคืนก็เป็นอีกหนึ่งที่ที่ได้ชื่อว่าจัดธีมคริสต์มาสได้อลังการมาก ๆ เดินเข้าไปแล้วเหมือนหลุดไปอยู่แถบยุโรป อยากหยิบเฟอร์ขึ้นมาพาดไหล่รับลมหนาวทันทีทันใดเลยทีเดียว
ด้วยความที่ตัวร้านตกแต่งสไตล์คฤหาสน์ยุโรปอยู่แล้ว จึงยิ่งเข้ากับต้นคริสต์มาสเกล็ดหิมะที่นำมาจัดตั้งไว้ตรงทางเข้าร้าน รวมทั้งบันไดและพื้นที่อื่น ๆ ซึ่งบรรยากาศแบบนี้จะมีให้ชมกันจนถึงปลายเดือนมกราคมเลย
ร้านนี้ในช่วงเช้าจะเปิดเป็นร้านอาหารและคาเฟ่ ส่วนกลางคืนจะเป็นร้านอาหารกึ่งบาร์ มีดนตรีสดให้ฟังชิล ๆ จะมาถ่ายรูปตอนกลางวันก็สวย แต่แอบกระซิบว่าให้ลองไปนั่งชิลทานข้าว จิบเครื่องดื่ม ฟังดนตรีสดเคล้ากับบรรยากาศคริสต์มาสช่วงกลางคืนดู รับรองว่าต้องติดใจจนอยากกลับไปอีก
พูดถึงเรื่องบรรยากาศเยอะแล้ว ต้องพูดเรื่องอาหารหน่อย ที่นี่มีอาหารหลากหลายสไตล์ให้เลือกทั้งอาหารไทยแบบฟิวชัน อาหารไทยกลิ่นอายคนใต้ และอาหารไทยโบราณที่อาจจะไม่ค่อยเคยได้ยินชื่อแล้ว ตลอดจนอาหารยุโรป ของหวาน และกาแฟ ก็มีให้เลือกทานครบเครื่อง
เมนูแนะนำที่อยากให้ลองก็คือ ‘หมูซูวีฮ้อง’ เป็นการนำเนื้อหมูไปหมักด้วยเครื่องเทศหลากหลายชนิดตามแบบฉบับสูตรคนใต้และนำมาซูวีจนนุ่มฉ่ำละลายในปาก และ ‘แสร้งว่ากุ้ง’ เป็นยำกุ้งสูตรโบราณแบบชาววัง รสชาติกลมกล่อมสดชื่นที่เข้ากับกุ้งเนื้อฉ่ำเด้งสู้ฟัน
พิกัด: ต.ตลาดใหญ่, อ.เมืองภูเก็ต, จ.ภูเก็ต
เปิด-ปิด: 9.00 – 24.00 น. (เปิดทุกวัน)
เบอร์โทรศัพท์: 076 219 788
Credit: B-story Garden Cafe & Restaurant
B-story Garden Cafe & Restaurants
ท่องเทศกาลคริสต์มาสใจกลางกรุงเทพฯ
เอาใจคนที่อยู่กรุงเทพฯ และไม่ชอบไปไหนไกลช่วงปีใหม่ด้วยคาเฟ่และร้านอาหารที่จัดธีมคริสต์มาสในบรรยากาศเทศกาลคริสต์มาสที่เหมือนยกเอาถนนยุโรปมาไว้
‘B-story Garden Cafe & Restaurants’ ตั้งอยู่ในซ.ประดิษฐ์มนูธรรม 25 เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ตัวร้านแบ่งเป็นสองชั้น ตกแต่งในสไตล์วินเทจผสมผสานความเป็นยุโรปคลาสสิก ยิ่งเพิ่มธีมคริสต์มาสเข้าไปยิ่งเพอร์เฟกต์
อาหารที่นี่มีทั้งอาหารไทย ยุโรปและอาหารไทยแบบฟิวชัน รวมทั้งของหวานและน้ำดื่ม เมนูเด็ดที่แนะนำได้แก่ ‘สปาเกตตีต้มยำกุ้งแม่น้ำ’ สปาเกตตีเส้นดำราดซอสต้มยำรสชาติจัดจ้านทานคู่กับกุ้งแม่น้ำตัวโต โปะด้วยไข่กุ้ง และ ‘B-healthy Smoothie’ สมูตตี้สูตรเฮลตี้ ผสมผสานระหว่างเคลและน้ำผึ้ง กลมกล่อมลงตัว
พิกัด: B-Story Garden 33 25 ซ.ประดิษฐ์มนูธรรม, เขตลาดพร้าว, กรุงเทพมหานคร
เบอร์โทรศัพท์: 083 751 1137
สรุป
บอกเลยว่าเมืองไทยมีที่เที่ยวหลากหลายบรรยากาศให้เลือกไปมาก ๆ สำหรับใครที่คิดถึงทริปเที่ยวประเทศส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ต้องถูกใจเพราะเราคัดเอาสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไทยที่ได้ฟีลเหมือนไปต่างประเทศครบถ้วนทุกฤดูตั้งแต่ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว
ใครคิดถึงดอกซากุระ ใบไม้ผลัดสี ทุ่งหญ้าสีเหลืองนวล หรือกลิ่นอายเทศกาลคริสต์มาสในยุโรป ก็มีมาให้หมด สำหรับใครที่ยังไม่ได้เตรียมแพลนเที่ยวช่วงปีใหม่ ก็สามารถแวะมาเก็บข้อมูลกันได้
และถ้าใครกำลังมองหารถเช่าหรือรถยนต์สักคันไว้ขับไปเที่ยวให้สนุกสดเหวี่ยง ก็ลองเข้ามาเลือกกันได้ที่ Kaidee Auto เลยค่ะ ได้รถดี ๆ ไปทริป ดี ๆ รับรองว่าฟิน!
Oct 12, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
หลาย ๆ คู่หลังแต่งงาน เชื่อว่ามีหลายแผนที่ต้องเตรียมพร้อมที่จะทำร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างทายาท การวางแผนขยับขยายที่อยู่เพื่อรองรับครอบครัวที่ใหญ่ขึ้น
แต่ก่อนที่จะทำก็มีสิ่งสำคัญที่คู่รักต่างทำร่วมกันหลังแต่งงานนั่นก็คือ การท่องเที่ยวฮันนีมูนแบบสวีทสุด ๆ บางคู่ใช้การฮันนีมูนเพื่อไปปั๊มทายาทเลยนะ
วันนี้เรามี 5 สถานที่แนะนำที่ควรไปฮันนีมูนด้วยกันกับคู่ของคุณ รับรองทริปของคุณจะสวีท หวานแบบมดขึ้นทั้งทริปแน่นอน บางคู่อาจจะได้ทายาทติดกลับมาด้วยก็ได้เลยนะ มาดูกันเลยว่ามีที่ไหนบ้าง
เกาะตาฮิติ
เป็นเกาะที่อยู่กลางมหาสมุทรตอนใต้ ในเขตปกครองของประเทศฝรั่งเศส บรรยากาศของเกาะตาฮิติเป็นเกาะที่เย็นสบาย มีลมทะเลที่พัดโชยอยู่ตลอดเวลาและยังขึ้นชื่อว่าเป็นเกาะสวรรค์ที่คู่รักนิยมเดินทางมาฮันนีมูน เพราะความงดงามของท้องทะเล พร้อมกับหาดทรายสีขาวมีต้นปาล์มขึ้นตามแนวเกาะ และมีปะการังที่สวยงามราวกับภาพที่ถูกวาดขึ้นมาที่ทำให้คู่รักทั้งหลายต้องมาสัมผัสด้วยตัวเอง
นอกจากความสวยงามแล้ว ยังมีกิจกรรมที่สนุกสนานให้ทำร่วมกันกับคู่รักได้ทั้งวันอีกด้วย พอจินตนาการดูแล้วน่าจะสวีทไม่น้อยเลยใช่ไหมละครับ
ซานโตรินี ประเทศกรีซ
หากใครอยากฮันนีมูนกับคู่รัก แบบโรแมนติกสุด ๆ แนะนำให้มาเช็กอินที่เกาะซานโตรินีเลย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นสถาปัตยกรรมที่สวยสุด ๆ เสมือนว่าหลุดไปอยู่ในเทพนิยายยังไงยังงั้น แถมยังมีแหล่งช้อปปิ้งที่ตืนตา มีจุดชมวิวสวย ๆ ให้ถ่ายรูปคู่กับคนรักแบบฟิน ๆ หวานหยดย้อย ลงโซเชียลอวดเพื่อน ๆ ให้อิจฉาตาร้อนเข้าไปอี๊ก
ปิดท้ายด้วยทีเด็ดอย่างโรงแรมที่มีให้เลือกหลากหลายที่ หลากหลายราคา เอาไว้นอนจับมือหรือจะทำกิจกรรมอย่างอื่นก็ได้นะ โฮ๊ะ ๆ รับรองโรแมนติกแบบฟินสุด ๆ เลยละ
เกาะมัลดีฟส์ ประเทศมัลดีฟส์
ถ้าพูดถึงหนึ่งในเกาะที่สวยที่สุดในโลก ก็ต้องมีเกาะนี้อยู่ในนั้นแน่นอนและยังเป็นหนึ่งในลิสต์ที่คู่รัก อยากจะมาฮันนีมูนมากที่สุด เพราะด้วยความสวยงามของเกาะที่เหมือนอยู่บนสวรรค์ น้ำทะเลใสจนเห็นปลาหลากหลายชนิดแหวกว่ายเล่นน้ำกันและปะการังที่อุดมสมบูรณ์มาก ๆ ที่สำคัญโรงแรมที่พักนั้น ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่กลางทะเลที่ไม่ลึกมาก สามารถที่จะลงไปว่ายน้ำเล่นกับฝูงปลา ดำน้ำทะเลใส ๆ ชมความสวยงามของเกาะได้เลย รับรองมาฮันนีมูนที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอน อาจจะได้เบบี๋เลยก็ได้นะ
ซิซิลี ประเทศอิตาลี
คู่รักคู่ไหนที่ชื่นชอบสถานที่ที่มีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ แนะนำที่นี่เลย เกาะซิซิลี ประเทศอิตาลี ซึ่งเกาะแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 10,000 ปีเลยละ อะไรจะยาวนานขนาดนี้!! โดยมีสถาปัตยกรรมเก่าแก่มากมายที่ออกแบบโดยชาวกรีกกับโรมัน และยังมีแหล่งช้อปปิ้งที่น่าควักเงินซื้อแทบทุกร้าน
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวทางธรรมชาติกับคู่รักแบบฟิน ๆ ให้เลือกหลากหลายอีกด้วยและที่สำคัญโรงแรมยังมีให้เลือกหลายที่ หลากหลายราคา พร้อมให้เหล่าคู่รักทั้งหลายปักหมุดมาฮันนีมูนท่ามกลางกลิ่นอายประวัติศาสตร์กันแบบโรแมนติดแบบสุด ๆ โอ้ยยยย แค่นึกก็อยากจะจองตั๋วไปเลยตอนนี้เลยละครับ
เวนิส ประเทศอิตาลี
ถ้าคิดจะไปฮันนีมูนในยุโรปที่ไหนดี คนจะถึงเมือง ‘เวนิส’ ประเทศอิตาลีแน่นอน เป็นสถานที่ที่โรแมนติกมาก ๆ ยิ่งได้เดินจับมือกับคู่รักชมสถาปัตยกรรมของเมืองด้วยกันแล้วละก็ เรียกได้ว่าสวีทขั้นสูงสุดอาจจะทำเอาคนแถวนั้นเลี่ยนกับความรักของเราสองคนก็เป็นได้ อะฮิ้ววว ซึ่ง ‘เวนิส’ เป็นเมืองมรดกโลกและยังขึ้นชื่อว่าเป็นราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก
ซึ่งกิจกรรมสำหรับคู่รักที่พลาดไม่ได้เลยคือ นั่งเรือกอนโดลาชมตึกและบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ของคนท้องถิ่นพร้อมกับฟังเสียงเพลงที่คนพายเรือขับร้องไปด้วย บอกเลยว่าโรแมนติกไม่ไหวแล้ว หลังจากนั่งเรือเสร็จแล้ว ก็เดินจับมือกันช้อปปิ้งต่อในย่านนั้น ซึ่งมีของให้ซื้อมากมาย เรียกได้ว่าเป็นแหล่งละลายทรัพย์ได้เลยละ ปิดท้ายด้วยการกลับไปโรงแรมนอนจับมือกันแบบสวีท ๆ ท่ามกลางกลิ่นอายของเมืองเวนิส แค่นึกก็ฟินแล้ว
เป็นยังไงบ้างครับเพื่อน ๆ แค่คิดก็ฟินมากเลยใช่ไหมล่ะครับ เพื่อน ๆ คนไหนวางแผนที่จะฮันนีมูนกับคู่รักที่ต่างประเทศอยู่ แต่ว่าตอนนี้ยังติดช่วงโควิด 19 ลองซ้อมเที่ยวในประเทศดูก่อนก็ได้นะ ทาง Kaidee เรามีแพ็คเกจท่องเที่ยวหลากหลายจังหวัดให้เพื่อน ๆ ได้เลือกมากมายเลยล่ะครับ
Oct 1, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
เทรนด์การท่องเที่ยวช่วงหลังมานี้ สังเกตได้ว่าความเป็นท้องถิ่นเริ่มถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นจุดขายและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ส่งผลให้ที่พักแนวฟาร์มสเตย์ช่วงนี้ฮอตฮิตไปตามๆ กัน ใครจะรู้ว่าบางทีการกลับใช้ชีวิตแบบ “back to basic” ที่เต็มไปด้วยความสงบและเรียบง่าย อาจเป็นต้นกำเนิดแห่งความสุขทางใจอย่างแท้จริง
1.โมริเนเชอรัลฟาร์ม Mori Natural Farm
Credit : https://www.facebook.com/Morinaturalfarm
ฟาร์มสเตย์เล็กๆ สไตล์ญี่ปุ่นที่แสนอบอุ่นใจแห่งนี้ ตั้งอยู่บนดอยเล็กๆ ในจ.เชียงใหม่ โอบล้อมด้วยขุนเขาสีเขียวแสนสบายตา เต็มไปด้วยต้นไม้ สวนดอกไม้ แปลงผัก สวนผลไม้ เรียกว่าใกล้ชิดธรรมชาติแบบหายใจรดต้นคอ ที่สำคัญที่นี่มีบ้านพักเพียง 4 หลัง มั่นใจได้เลยว่าไม่วุ่นวายและได้ความเป็นส่วนตัวแน่นอน
นอกจากนี้โมริเนเชอรัลฟาร์มยังมีกิจกรรมน่ารักๆ ให้ทำระหว่างวัน เริ่มต้นยามเช้าด้วยการเดินสูดออกซิเจนให้เต็มปอด ตักบาตรหน้าที่พัก ทานอาหารอร่อยๆ จากวัตถุดิบปลอดสารพิษที่ปลูกจากฟาร์ม จากนั้นพาแกงค์สุนัขอะคิตะสามตัวพ่อแม่ลูกเดินเล่นในสวน หรือจะปั่นจักรยานชมไร่ก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าใครอยากจะลองสวมวิญญาณเกษตรกร เก็บผักปลูกพืชดูก็ได้ออกแรงไปอีกแบบ
ที่อยู่ : 88/9 หมู่ 3 ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ราคา : เริ่มต้นที่ 1,985 บาท (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้)ติดต่อ : https://www.facebook.com/Morinaturalfarm / 0817878595
2.หนูโจอาร์ตแอนด์ฟาร์ม NooJo Art and Farm
Credit : https://www.facebook.com/NuJo-Art-and-Farm
จากโรงนาเล็กๆ พื้นที่ 6 ไร่ สู่ห้องเรียนแห่งการเรียนรู้ศิลปะและการเกษตร เดิมทีพี่โจ (เจ้าของ) ตั้งใจจะสร้างที่นี่ให้เป็นแกลอรีจัดแสดงผลงานเพียงอย่างเดียว แต่ทำไปทำมาเขาค้นพบว่า ชีวิตคนเรามีหลายมิติประกอบเข้าด้วยกัน เลยปรับให้ “หนูโจอาร์ต” กลายเป็นฟาร์มไปในตัว มีทั้งทำเกษตร เลี้ยงสัตว์ ปลูกผัก
ทั้งยังทำเป็นที่พักจำนวนไม่มาก ไว้รองรับ คนที่อยากมาลองใช้วิถีสโลว์ไลฟ์แบบเรียบง่าย ไร้ซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ มีเพียงที่นอนนุ่มๆ และอาหารอร่อยจากพืชผักออแกนิคสดๆ ของที่นี่ ปรุงรสโดยภรรยาพี่โจ ตลอดจนสีสันจากแกงค์สุนัขเจ้าถิ่นพันธุ์ไทย 5 ตัว ที่จะคอยสร้างรอยยิ้มให้ผู้มาเยือน
ที่อยู่ : 45 หมู่ที่ 6 ต.แพรกหนามแดง อัมพวา สมุทรสงครามราคา : 500 บาท/คนติดต่อ : https://www.facebook.com/NuJo-Art-and-Farm / 0818041403
3.วอล์กแคมป์ Walk Camp
Credit : https://www.facebook.com/walkcamp
ที่พักแห่งนี้มีจุดเก๋คือ ตั้งอยู่ในศูนย์อนุบาลช้างไทย (Thai Elephant Home Nursery) เชียงใหม่ นอกจากจะได้สูดออกซิเจนจนชุ่มปอดแล้ว เรายังจะเพลิดเพลินไปกับความน่ารักของบรรดาช้างเพื่อนแก้ว ซึ่งจริงๆ แล้วที่นี่จะรับเฉพาะชาวต่างชาติและอาสาสมัครที่อยู่ระยะยาวเท่านั้น แต่หลังๆ คุณลุงเจ้าของอยากให้คนไทยเข้ามาเรียนรู้ชีวิตของสัตว์คู่บ้านคู่เมืองบ้าง จึงเป็นที่มาของแคมป์ 2 วัน 1 คืน
กิจกรรมมีทั้งอาบน้ำช้าง ให้อาหาร ทายา ขี่น้องเล่น รับรองว่าใครที่มาสาย Animal Lover อยู่แล้ว น่าจะกรี๊ดกร๊าดไม่น้อย นอกจากนี้ยังมีเวิร์กชอปสนุกๆ อย่างการทำสบู่ดอกไม้ การปลูกพืชเลี้ยงสัตว์แบบเกษตรอินทรีย์ เดินศึกษาธรรมชาติ สปาสมุนไพร ทั้งยังมีกิมมิคน่ารักๆ ให้เราใส่ชุดพื้นเมืองระหว่างอยู่ที่นั่นอีกด้วย
ที่อยู่ : บ้านช้าง แม่แตง เชียงใหม่ราคา : โปรแกรม 2 วัน 1 คืน 2,500 บาท/คน (รวมรถรับส่งจากตัวเมืองเชียงใหม่-ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้)ติดต่อ : https://www.facebook.com/walkcamp / 0834331478
4.คูลลีฟวิงฟาร์มเฮาส์ Cool Living Farmhouse
Credit : https://www.facebook.com/CoollivingFarmhouse
ขับรถเพียงสามชั่วโมงนิดๆ จากกรุงเทพ คุณก็สามารถพักสายตาไปกับสีเขียวของต้นไม้ใบหญ้าอันแสนรื่มรม ได้ที่ฟาร์มสเตย์สุดเจ๋งที่ไม่ได้ cool แค่ชื่อ “คูลลีฟวิงฟาร์มเฮาส์” ได้รับการออกแบบจาก อ.จุลพร นันทพานิช นักเดินป่าและสถาปนิกชื่อดัง ที่ตั้งใจดีไซน์ให้ที่พักแห่งนี้แสดงถึงอัตลักษณ์ความเป็นอีสานแบบแท้จริง เน้นใช้วัสดุพื้นถิ่นที่กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมเดิม
ที่สำคัญที่นี่ไม่ใช้สารเคมีเลย จะเห็นได้ว่าเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ทุกอย่างทำจากธรรมชาติ ไร้ซึ่งเสาขนาดใหญ่ ไม่ใช้ที่นอนจากใยสังเคราะห์ ส่วนแชมพูสบู่ก็ทำจากสมุนไพรที่ปลูกในฟาร์ม ขณะที่กิจกรรมก็กรีนๆ สอดคล้องกับคอนเซปต์ที่นี่มาก ทั้งปลูกผัก จิบกาแฟ ให้อาหารไก่ นอนเล่มริมบ่อ สปาสมุนไพร กินอาหารปลอดสารพิษ
ที่อยู่ : 52 หมู่บ้านบุตะโก ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมาราคา : เริ่มต้นที่ 2,200 บาท (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้)ติดต่อ : https://www.facebook.com/CoollivingFarmhouse / 0969635655
5.ไร่รื่นรมย์ Rairuenrom
Credit : https://www.facebook.com/pg/rairuenrom
ตลอดพื้นที่ 80 ไร่ของที่นี่ จะพาเรารื่นรมย์ไปกับพื้นที่เกษตรออแกนิคแบบผสมผสาน รายล้อมด้วยธรรมชาติที่งดงาม ที่จะทำให้คุณได้ลืมความเหนื่อยล้าจากเมืองหลวงดื่มด่ำไปกับพลังงานสีเขียวแบบชุ่มฉ่ำ เนื่องด้วยความตั้งใจของสองพี่น้อง “เชอร์รี่และแอปเปิ้ล” ต้องการให้ฟาร์มนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ เรื่องการทำไร่ทำนาแบบปลอดสารพิษ
รวมถึงการใช้ชีวิตอย่างไรให้มีสมดุล ทั้งยังสร้างงานสร้างอาชีพให้กับชาวบ้านละแวกนั้น ด้วยการให้พื้นที่จำหน่ายสินค้าออแกนิคในส่วนของ Farm Cafe นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้ผู้มาเยือนเพลิดเพลินอีกมาก อย่างการให้อาหารสัตว์ ขับรถ ATV ปั่นจักรยาน เก็บผักในไร่นำไปปรุงอาหาร ฯลฯ
ที่อยู่ : 97 หมู่ 10 ไร่รื่นรมย์ ต.งิ้ว อ.เทิง จ.เชียงรายราคา : เริ่มต้นที่ 1,200 บาท (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้)ติดต่อ : https://www.facebook.com/pg/rairuenrom / 0814517122
เข็มนาฬิกาหมุนไปแบบไม่เคยรอใคร อย่ามัวทำงานจนลืมแบ่งเวลาหาความสุขให้ตัวเองบ้าง หาที่ๆ เป็นคอมฟอร์ตโซนให้สำหรับเราให้เจอ การนอนนิ่งๆ อยู่กับธรรมชาติ จะฟังเสียงหัวใจได้ชัดขึ้น หากยังไม่ได้ที่หมายอันชัดเจน ลองเข้ามาที่ Kaidee รับรองว่ามีสถานที่พักดีๆ เป็นคำตอบให้แน่นอน