ข้อควรรู้ก่อนเลือกซื้อโฮมออฟฟิศ 2020 ควรดูปัจจัยอะไรบ้าง?

ข้อควรรู้ก่อนเลือกซื้อโฮมออฟฟิศ 2020 ควรดูปัจจัยอะไรบ้าง?

ปี 2020 ยุคที่หลาย ๆ สิ่งเริ่มเปลี่ยน ยุคที่หลาย ๆ สิ่งเริ่มปรับตัว เพราะการเติบโตของสังคมเริ่มมีการสูงขึ้น การแข่งขัน การใช้ชีวิตก็ต้องมีการปรับเปลี่ยน ปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยในปัจจุบันอย่างสถานที่ทำงาน ปกติแล้วสถานที่ทำงานเราจะเห็นได้จากที่เป็นอาคารสูง ๆ ที่มีบริษัทหลายแห่งมาเช่าเปิดสำนักงานกันมากมายหรือถ้าเป็นบริษัทที่มีขนาดองค์กรที่ใหญ่มาก ๆ มีพนักงานเยอะ ก็มีตึกที่ตั้งเป็นของตัวเองเลย 

โฮมออฟฟิศคืออะไร?  

โฮมออฟฟิศ คือ อาคารที่มี 3 ถึง 4 ชั้นหรือบางที่อาจจะมีชั้นที่เยอะกว่า โดยที่ชั้น 1 ถึง 3 หรือบางที่ชั้น 1 ถึง 2 มักจะทำเป็นออฟฟิศ 2 ชั้นบนสุดหรือชั้นบนสุดจะเป็นที่พักสำหรับเจ้าของบริษัท ซึ่งจะมีการแบ่งพื้นที่ทำงานชัดเจน มีที่จอดรถ เหมาะกับบริษัทที่มีธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง 

จะเห็นได้จากการได้รับความนิยมมาสักพักแล้วสำหรับสถานที่ทำงานที่เรียกว่า ‘โฮมออฟฟิศ’ เพราะในปัจจุบันแนวคิดหรือวิธีคิดของคนเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิมหรือจะเป็นไลฟ์สไตล์การทำงานที่เปลี่ยนไป ทำให้ ‘โฮมออฟฟิศ’ กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้นสำหรับคนยุคใหม่ เพราะได้ทั้งความทันสมัย ทำงานเหมือนอยู่บ้านหรือจะเป็นความสะดวกสบายในการเดินทาง สำหรับนักธุรกิจที่กำลังมองหาโฮมออฟฟิศที่จะทำเป็นสถานที่ทำงานที่ใหม่ มาดูกันว่าข้อควรรู้ก่อนที่จะซื้อโฮมออฟฟิศมีอะไรบ้าง

ข้อดีของโฮมออฟฟิศ 

1. ใช้เป็นที่อยู่ได้ 

ขึ้นชื่อว่าเป็น โฮมออฟฟิศ โดยส่วนใหญ่เจ้าของธุรกิจจะสร้างบ้านหรือที่อยู่ของตัวเองไว้ชั้นบนสุดของที่ทำงาน ทำให้ไม่ต้องเสียเงินหลายต่อในการที่ต้องไปหาที่อยู่อีกที่หนึ่งและสถานที่ทำงานอีกที่หนึ่ง ประหยัดทั้งเวลาและเงินในกระเป๋า ถึงเวลาทำงานก็สามารถลงมาทำงานได้เลย เรียกได้ว่าสบายสุด ๆ 

2. ลดค่าใช้จ่ายได้ 

เนื่องจากว่าโฮมออฟฟิศได้รวมทั้งบ้านและที่ทำงานเอาไว้ด้วยกัน จึงไม่ต้องไปซื้อบ้านแยกอยู่ ประหยัดทั้งค่าเดินทาง ค่าน้ำ รวมไปถึงค่าส่วนกลางเมื่อต้องไปซื้อบ้านอยู่แยก ทำให้จ่ายแค่ส่วนนี้ส่วนเดียว ประหยัดไปได้หลายบาทเลยล่ะ

3. ส่วนกลาง

ถ้าโฮมออฟฟิศอยู่ในโครงการ พนักงานของบริษัทก็สามารถใช้ส่วนกลางได้ อาทิ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และอื่น ๆ ที่โครงการมีให้ ถือได้ว่าเป็นสวัสดิการที่ไม่ต้องจ่ายเพิ่มเลย

ข้อเสียของโฮมออฟฟิศ

1. ที่จอดรถ 

หากพนักงานในบริษัทนำรถมาทำงาน ที่จอดรถอาจจะไม่เพียง เพราะพื้นที่ในการจอดรถของโฮมออฟฟิศในโครงการส่วนมากค่อนข้างน้อย

2. ทำเล  

โฮมออฟฟิศส่วนใหญ่ที่อยู่โครงการอาจจะอยู่ไกลจากรถไฟฟ้าหรืออยู่ลึกเข้าไปในซอย เนื่องจากเป็นโครงการคล้ายบ้านที่ต้องใช้พื้นที่ในการก่อสร้างเยอะไม่เหมือนกับอาคารสำนักงานหรือคอนโดที่เป็นตึกสูง ใช้พื้นที่น้อยจึงอยู่ใกล้และเดินทางสะดวกกว่า 

3. ของภายในออฟฟิศ 

การที่จะซื้อโฮมออฟฟิศ ค่าใช้จ่ายในการซื้อโต๊ะ เก้าอี้ รวมไปถึงคอมพิวเตอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร ต้องออกเองทั้งหมดในส่วนนี้ 

ก่อนซื้อควรเตรียมพร้อมอย่างไร?

1. ความพร้อม 

ก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งมูลค่าก็ไม่ใช่น้อย ๆ เราควรเช็กความสามารถในการซื้อและผ่อน นี่เป็นสิ่งสำคัญมากในการซื้อ กำลังทรัพย์ของเราเป็นอย่างไรในขณะนั้น จะซื้อสดหรือผ่อน? ถ้าผ่อนจะผ่อนไหวไหมในอนาคต ทิศทางธุรกิจของเราจะไปในทางไหน ถ้าหากว่าในอนาคตเราไม่มีกำลังที่จะผ่อนต่อ ธนาคารต้องยึดไปแบบไม่มีข้อแม้เลย

2. หลักฐานและเครดิตของคนกู้

หลักฐานทางด้านการเงินก็สำคัญไม่น้อยเพราะไม่ว่าจะทำธุรกรรมอะไรเกี่ยวกับการเงิน คนที่ยื่นกู้ต้องมีหลักฐานทางบัญชีธนาคาร คือ รายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลังต่ำสุด 6 เดือน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราสามารถยืนยันความน่าเชื่อถือในตัวเราได้ว่ามีวินัยในการชำระหนี้ตรงเวลานั่นเอง 

3. เงินงวดแรก

สำหรับการซื้ออสังหาฯ ต่าง ๆ รวมไปถึงโฮมออฟฟิศ การเตรียมเงินจ่ายงวดแรก เนื่องจากว่าจะมีค่าใช้จ่ายที่นอกเหนือจากนี้อีก คือ ค่าจอง ค่าทำสัญญาซื้อขาย ค่าส่วนกลาง (ซื้อในโครงการ) เงินดาวน์ และค่าจดจำนอง

4. สินเชื่อ 

ขั้นตอนสุดท้ายของการซื้อโฮมออฟฟิศรวมไปถึงอสังหาฯ อื่น ๆ ด้วยนั่นคือ การขอสินเชื่อนั่นเอง โดยจะต้องเลือกธนาคารที่จะยื่นกู้พร้อมกับเตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อม อาทิ เอกสารสำคัญส่วนบุคคล เอกสารทางการเงิน เอกสารหลักประกัน เป็นต้น โดยการเลือกธนาคารในการยื่นกู้สินเชื่อนั้นควรพิจารณาให้ดี เช่น  การเลือกธนาคารที่มีดอกเบี้ยต่ำสุด วงเงินกู้ของแต่ละธนาคารเป็นอย่างไร เพื่อที่จะวางแผนการใช้จ่ายทั้งตอนนี้และธนาคารให้ราบรื่นด้วยนั่นเองครับ

สิ่งที่ควรพิจารณาในการซื้อโฮมออฟฟิศ 

1. ทำเลที่ตั้ง 

แน่นอนว่าทำเลที่ตั้งเป็นสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาในการซื้อ โดยจะต้องเลือกทำเลที่สามารถจะเติบโตได้ในอนาคตและส่งผลต่อการใช้ชีวิต สามารถส่งเสริมให้ธุรกิจดำเนินการได้อย่างราบรื่นและเติบโตได้ในอนาคต โดยหลักการพิจารณาเบื้องต้นสามารถดูได้จากการเปิดของห้างสรรพสินค้า สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น ขนส่งสาธารณะ โรงเรียน โรงพยาบาล เป็นต้น 

2. การเดินทาง

การเดินทางก็เป็นสิ่งสำคัญที่เป็นแรงจูงใจในการมาทำงานของพนักงาน ถ้ามีขนส่งสาธารณะที่ดีหรือมีถนนที่สามารถขับรถยนต์มาได้สะดวก เป็นสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนซื้อโฮมออฟฟิศด้วยนะครับ 

3. พื้นที่ใช้สอย 

ควรพิจารณาด้วยว่าพื้นที่ใช้สอยเพียงพอต่อการใช้งานของจำนวนพนักงานในบริษัทหรือไม่ เพราะจะต้องแบ่งพื้นที่ทำงานกับพื้นที่อยู่อาศัยแยกออกจากกันอีก อีกทั้งยังต้องพิจารณาเผื่ออนาคตด้วยว่าถ้ามีธุรกิจเติบโตขึ้น องค์กรพนักงานก็จะต้องมากขึ้น ควรหาโฮมออฟฟิศที่มีพื้นที่ใช้สอยให้เพียงพอทั้งในวันนี้และอนาคตด้วยนะครับ 

4. ที่จอดรถ

แน่นอนว่ารถยนต์ไม่ได้มีแค่เจ้าของบริษัท แต่มีพนักงานที่มีรถยนต์ส่วนตัวก็มี เพราะฉะนั้นต้องหาโฮมออฟฟิศที่มีพื้นที่ที่เพียงพอหรือรองรับพนักงานที่นำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ส่วนตัวมาทำงาน แต่ถ้าหากว่ามีพื้นที่ไม่เพียงพอจริง ๆ อาจจะต้องหาเช่าพื้นที่จอดรถยนต์ใกล้โฮมออฟฟิศให้พนักงานด้วยนะครับ 

5. สิ่งอำนวยความสะดวก 

สิ่งสะดวกภายในโครงการที่ซื้อโฮมออฟฟิศก็เป็นสิ่งที่สามารถใช้เป็นสวัสดิการของพนักงานในบริษัทได้เช่นกัน เชื่อว่าทุกโครงการต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่าง ฟิตเนส สระว่ายน้ำ และอื่น ๆ ที่อยู่ภายในโครงการ และสิ่งสำคัญที่ไม่แพ้สิ่งอำนวยความสะดวกภายใน คือ สิ่งอำนวยความสะดวกภายนอกนั่นเอง ถ้าหากโฮมออฟฟิศตั้งอยู่ในทำเลที่เป็นแหล่ง Lifestyle ของคนเมือง เช่น ห้างสรรพสินค้า แหล่งช้อปปิ้ง แหล่งกินและสถานที่ต่าง ๆ ก็สามารถดึงดูดให้พนักงานอยากมาทำงานด้วยนั่นเอง 

6. ระบบรักษาความปลอดภัย 

เป็นสิ่งที่ดีใช่ไหมครับถ้าสถานที่ทำงานของเรามีระบบความปลอดที่ดีเยี่ยม จะทำให้รู้สึกว่ามีความปลอดภัยกับชีวิตและทรัพย์สิน ถ้าหากซื้อโฮมออฟฟิศในโครงการ โครงการก็ควรมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี เช่น การเข้า-ออกโครงการด้วย Key Card มีกล้องวงจรปิดทุกที่ มีระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม. เป็นต้น แต่ถ้าหากโฮมออฟฟิศที่ไม่ได้อยู่ในโครงการ ก็ควรที่จะติดกล้องวงจรปิดทุกที่ ทุกมุม มีระบบสแกนเข้า-ออก ประตู เพื่อความปลอดภัยและเพิ่มความอุ่นใจให้กับพนักงานอีกด้วย 

สรุปท้ายบทความ 

การที่จะซื้อโฮมออฟฟิศสักที่หนึ่งต้องมีข้อควรรู้ สิ่งที่ต้องทำหรือดำเนินการเยอะมากมาย แนะนำให้ศึกษาให้ละเอียดถี่ถ้วนด้วยนะครับ โดยโฮมออฟฟิศมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ควรพิจารณา แต่สำหรับใครที่มีบริษัทเป็นของตัวเองหรือกำลังจะเริ่มเปิดบริษัทใหม่ มีขนาดองค์กรที่เล็กถึงขนาดกลาง พนักงานที่ไม่เยอะ การทำ ‘โฮมออฟฟิศ’ ก็เป็นความคิดที่น่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะ 

สำหรับใครที่กำลังหาโฮมออฟฟิศอยู่ ที่ Kaidee Property เราก็มีโฮมออฟฟิศที่หลากหลายรูปแบบ หลากหลายทำเลให้ได้เลือกเยอะเลย ลองแวะมาดูกันก่อนได้นะครับ 

รวม “ทาวน์โฮมนอกเมือง” ราคาไม่เกิน 3 ล้าน

รวม “ทาวน์โฮมนอกเมือง” ราคาไม่เกิน 3 ล้าน

จากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทำให้หลาย ๆ ประเทศในโลกเรามีสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยสู้ดีนักรวมถึงประเทศไทยด้วย ประชาชนก็ไม่มีงมากนัก แต่ถ้าเราอยากได้อสังหาริมทรัพย์สักหนึ่งอย่างเพื่ออยู่อาศัย ทาวน์โฮมในตัวเมืองก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ แต่สำหรับหลายคนแล้ว การซื้อทาวน์โฮมในตัวเมืองก็อาจจะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากเพราะด้วยราคาที่ดินที่ค่อนข้างสูง ทำให้การซื้ออสังหาริมทรัพย์นอกเมืองก็ถือว่ามีข้อดีไม่แพ้กันเพราะทั้งถูก เป็นส่วนตัว ไม่แออัด และบางที่ก็ยังมีความสะดวกสบายในการเดินทางแบบสุด ๆ อีกด้วย ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับโครงการ ทาวน์โฮมนอกเมือง ที่มีราคาไม่ถึง 3 ล้านบาท จะมีที่ไหนบ้างมาดูกัน

ีทาวน์โฮมนอกเมือง ดีอย่างไร ?

บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม ก็คงเป็นประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่ทุก ๆ จะต้องเคยได้ยินอย่างแน่นอนแต่ก็คงมีไม่กี่คนที่สามารถแยกแยะได้ว่าประเภทไหนคืออะไร โดยเฉพาะทาวน์เฮ้าส์และทาวน์โฮมที่มีความคล้ายคลึงกันมากทำให้หลายคนสับสนได้ โดยเราจะมาอธิบายให้ฟังว่าทาวน์โฮมที่เราพูดถึงกันวันนี้คืออะไร

ทาวน์โฮม เปรียบเสมือนทาวน์เฮ้าส์ที่มีการอัปเกรตให้ทันสมัย คล้ายบ้านเดี่ยว และมีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น โดยมักจะมีความสูงประมาณ 2-3 ชั้น ลักษณะของทาวน์โฮมจะเป็นบ้านตั้งแต่ 2 หลังเรียงติดกัน มีการใช้ผนังและรั้วร่วมกัน นิยมดัดแปลงเป็นสำนักงานขนาดย่อมที่เรียกว่า โฮมออฟฟิศ (Home Office) และด้วยลักษณะของทาวน์โฮมนี้เองที่ ทำให้เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดเริ่มต้นเพราะมีพื้นที่ใช้สอยไม่ได้เยอะมากเท่าไรนัก

รวมโครงการ ทาวน์โฮมนอกเมือง น่าสนใจ

โครงการ Foret ปิ่นเกล้า-พุทธมณฑลสาย 5

ขอบคุณรูปจาก: Prinsiri

โครงการ Foret ปิ่นเกล้า-พุทธมณฑลสาย 5 เป็นโครงการทาวน์โฮม 2 ชั้นสไตล์โมเดิร์น จาก ปริญสิริ ตัวโครงการมีทำเลที่ตั้งอยู่บนแถบพุทธมณฑล ซึ่งสามารถเดินทางเข้าออกตัวเมืองได้หลากหลายทาง อีกทั้งยังอยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มีให้เลือก 3 แบบ ได้แก่ 

  • แบบ SA-LA 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 114 ตร.ม.
  • แบบ DA-LHA 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 126 ตร.ม.
  • แบบ PHLAB-PHLUNG 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 170 ตร.ม.

โดยทั้งหมดถูกออกแบบเพื่อรองรับสมาชิกในครอบครัวทุกคนด้วยห้องนอนด้านล่าง โดยมีราคาเริ่มต้น 2.29 ล้านบาท (เมื่อ พ.ย.63) โดยปัจจุบันมีบ้านที่พร้อมเข้าอยู่แล้วบางส่วน

โครงการ Siri Place ราชพฤกษ์-รัตนาธิเบศร์

ขอบคุณรูปจาก: Sansiri

โครงการ Siri Place ราชพฤกษ์-รัตนาธิเบศร์ เป็นโครงการทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ ห้องรับแขก ห้องครัว ห้องทานอาหาร 2 ที่จอดรถ พื้นที่ทั้งหมด 133 ตร.ม. สไตล์โมเดิร์นลอฟท์ที่ก่อสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2562 มีทำเลที่ตั้งอยู่ในโซนนนทบุรีซึ่งเป็นจังหวัดที่ติดกับเมืองหลวงกรุงเทพมหานคร ตัวโครงการสามารถเดินทางได้ด้วยรถส่วนตัวเพื่อเชื่อมไปยังถนน 3 เส้น ได้แก่ ถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนราชพฤกษ์ และถนนบางกรวย-ไทรน้อย และเข้าสู่ใจกลางเมืองได้ ส่วนการเดินทางด้วยรถสาธารณะนั้นก็ยังมีรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง สถานีบางพลู ที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการให้ใช้บริการกัน มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2.99 ล้านบาท ณ วันเปิดตัวโครงการ

โครงการ The Colors Premium รังสิต-ลำลูกกา

ขอบคุณรูปจาก: Areeya

โครงการ The Colors Premium รังสิต-ลำลูกกา เป็นอีกหนึ่งโครงการ ทาวน์โฮมนอกเมือง ที่น่าสนใจ ด้วยลักษณะของทาวน์โฮม 2 ชั้น 3-4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ที่มีสไตล์โมเดิร์นโดดเด่นไปด้วยสีสัน ภายใต้คอนเซปต์ “Life In Pastel Life In The Colors” ตัวโครงการอยู่ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มากมายทั้งห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และสถานศึกษา และในอนาคตก็จะมีรถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีบางซื่อ-รังสิต และ รถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต วิ่งผ่านอีกด้วย สำหรับราคาของโครงการจะเริ่มที่ประมาณ 1.49 ล้านบาท ณ วันเปิดตัวโครงการ และพร้อมเข้าอยู่แล้ววันนี้

โครงการ Pleno รามอินทรา-จตุโชติ

ขอบคุณรูปจาก: AP Thailand

โครงการ Pleno รามอินทรา-จตุโชติ เป็นโครงการพรีเมียมทาวน์โฮมจาก AP Thailand ความสูง 2 ชั้น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ตั้งอยู่ในทำเลที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั้งห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และสถานศึกษา รวมถึงยังสามารถเดินทางได้ด้วยความสะดวกทั้งโดยรถยนต์ส่วนตัวและรถสาธารณะ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ธันวาคมปีพ.ศ. 2564 ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2.59 ล้านบาท (ณ เดือนพฤศจิกายน 63)

โครงการ Terra Ville ลาดหลุมแก้ว

ขอบคุณรูปจาก: TERRA

โครงการ Terra Ville ลาดหลุมแก้ว โครงการทาวน์โฮมใหม่ล่าสุด จาก บริษัท เทอร์ร่า ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ตัวทาวน์โฮมมีความสูง 2 ชั้น ให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ 

  • แบบ TERRANO 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 86 ตร.ม.
  • แบบ PERLA 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 98 ตร.ม.

บนทำเลศักยภาพที่มีการเติบโตสูง ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทั้งห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถานศึกษา และตลาด ในราคาเริ่มต้นเพียง 990,000 บาทเท่านั้น

โครงการ Golden Town เพชรเกษม 81

ขอบคุณรูปจาก: Golden Land

โครงการ Golden Town เพชรเกษม 81 เป็นโครงการ ทาวน์โฮมนอกเมือง ที่ตั้งอยู่ในย่านเพชรเกษม ที่มีทั้งความสูง 2 ชั้น และมีบ้านให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่

  • แบบ Saint James 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ นวัตกรรมครัวไทย 1 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 96 ตร.ม.
  • แบบ Chester 4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ นวัตกรรมครัวไทย 1 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 103 ตร.ม.
  • แบบ Preston 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ห้องพระ นวัตกรรมครัวไทย พื้นที่ใช้สอย 117 ตร.ม.

โดยตัวโครงการก็มีความสะดวกในการเดินทางด้วยรถสาธารณะ เพราะอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า MRT หลักสอง และ บางหว้าเพื่อเข้าสู่ตัวเมืองกรุงเทพมหานครได้อย่างสบาย ๆ รวมถึงสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจากการเชื่อมต่อของถนนทั้ง 6 เส้น ได้แก่ ถนนเพชรเกษม ถนนพุทธสาคร ถนนบางบอน 5 ถนนเอกชัย ถนนพระราม 2 และ ถนนกาญจนาภิเษก โดยมีทาวน์โฮมโครงการนี้มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2.27 ล้านบาท ณ วันเปิดตัวโครงการ (ราคา Pre-sale) 

สรุป ทาวน์โฮมนอกเมือง น่าสนใจ

จบกันไปแล้วกับโครงการ ทาวน์โฮมนอกเมือง ที่น่าสนใจซึ่งมีทั้งโครงการที่แล้วเสร็จพร้อมเข้าอยู่และโครงการที่ต้องรีบไปจับจองกันก่อนที่จะหมด หรือถ้าใครที่อยากได้บ้านมือสองโครงการอื่นที่มีราคาถูกหรืออสังหาฯ ประเภทไหนก็ลองเข้ามาหาที่ Kaidee Property ได้เช่นเดียวกัน เพราะที่นี่มีอสังหาริมทรัพย์ให้คุณเลือกมากมายแน่นอน

อ่านบทความ รวมโครงการบ้านเดี่ยวสุดหรูย่านเอกมัย-ทองหล่อ