ปัญหาอาการควันขาว บ่งบอกอะไรได้บ้าง

ปัญหาอาการควันขาว บ่งบอกอะไรได้บ้าง

เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สำหรับผู้ขับขี่อาจจะต้องพบเจอกันบ้าง เวลาที่ขับรถหรือตอนที่สตาร์ทรถมักจะมีควันสีขาวหรือควันสีดำออกมามากจนผิดปกติ แถมมีกลิ่นที่รุนแรงเกินต้านทานอีกด้วย ทั้งที่ก่อนหน้านี้นั้นไม่เคยมีควันมากก่อน จนเป็นที่น่ากังวลของใครหลาย ๆ คน

ซึ่งวันนี้เราจะมาดูกันว่าควันขาว ๆ ที่ออกมาจากท่อไอเสียนั้น เกิดขึ้นจากสาเหตุอะไรได้บ้าง หากปล่อยทิ้งไว้จะเป็นปัญหาอะไร และสามารถแก้ไขปัญหาควันขาวนี้ได้อย่างไร บทความนี้หามาให้ครบ จบในที่เดียว ไขทุกข้อสงสัยที่ผู้ขับขี่ทุก ๆ คนอย่างรู้ จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

สาเหตุของรถที่เกิดควันขาว

เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ไม่อาจจะมองข้ามไปได้เลยกับปํญหาควันขาวที่ออกมาจากท่อไอเสีย ซึ่งอาการนี้บ่งบอกได้เลยว่ารถยนต์ที่คุณใช้ขับขี่อยู่ในทุก ๆ วันนั้น เริ่มจะเกิดปัญหาเข้าให้เสียแล้ว ซึ่งเป็นผลเสียอย่างมากหากไม่รีบแก้ไขให้ได้อย่างตรงจุด ดังนั้นมาดูกันว่าเรานั้นควรเริ่มที่จะโฟกัสอะไรกันก่อนบ้าง จาก 6 สาเหตุหลัก ๆ ของการเกิดควันขาวได้ ดังนี้

1. การเผาไหม้ของน้ำมันเครื่อง

สาเหตุแรกเลยมากจากเรื่องของระบบการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ที่ส่งผลต่อน้ำมันเครื่อง เป็นในเรื่องอุณหภูมิที่ไม่สูงมากพอที่จำกระบวนการการเผาไหม้ ซึ่งเรียกกันว่า “การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์” ทำให้ควันที่ออกมาจากท่อไอเสียนั้น เจออุณหภูมิและความชื้นที่ต่ำกว่าจากภายนอก จึงก่อให้เกิดเป็นควันขาวขึ้นได้ และมักจะเกิดขึ้นในช่วงแรกที่สตาร์ทรถยนต์

2. เครื่องยนต์หลวม

อีกหนึ่งจุดเลยที่ควรตรวจสอบก่อนหากเกิดควันขาวที่ท่อไอเสีย ซึ่งส่วนประกอบต่าง ๆ ของเครื่องยนต์ตัวใดตัวหนึ่งอาจจะเกิดการหลวมอยู่ก็เป็นได้ ส่วนมากจะเกิดจาก กระบอกสูบหลวม เป็นสาเหุที่ทำให้ไม่สามารถกวาดน้ำมันเครื่องออกได้ ทำให้น้ำมันเครื่องถูกเผาไหม้ไปพร้อม ๆ กับน้ำมันเชื้อเพลิง กลายมาเป็นควันสีขาวในที่สุด ซึ่งจะสังเกตุได้ง่ายบริเวณท่อไอเสีย จะมีคราบน้ำมันที่เปียกเยิ้มออกมา

3. เทอร์โบมีปัญหา

ใช่ว่ารถยนต์ทุกคันนั้นจะมีเทอร์โบ แต่ทว่ารถยนต์คันไหนก็ตามที่ติดตั้งเทอร์โบเอาไว้ ก็เป็นอีกเหตุผลที่ก่อให้เกิดปัญหานี้ได้เช่นเดียวกัน ก่อนที่จะบอกว่าปัญหาคืออะไร มารู้กันเสียก่อนว่า “เทอร์โบ” นั้นคืออะไร

เทอร์โบ คือ อุปกรณ์ภายในรถยนต์ที่ถูกติดตังมาเพื่อเป็นระบบอัดอากาศ ที่จะคอยช่วยให้เครื่องยนต์นั้นมีกำลังแรงม้าที่สูงขึ้นพร้อมกับการเพิ่มอัตราเร่งเพิ่มขึ้นได้ในเวลาอันสั้น โดยที่ไม่ต้องเพิ่มขนาดของเครื่องยนต์และปริมาณของกระบอกสูบ

ซึ่งเทอร์โบนั้นหากเกิดปัญหาขึ้น จะเกิดจากการที่เทอร์นั้นอาจเสื่อมสภาพจากการที่แกนหลวม ทำให้น้ำมันเครื่องนั้นไหลซึมออกมาจากตัวของเทอร์โบ ทำให้เกิดควันขาวได้ ซึ่งสามารถตรวจเช็คได้โดยการ ถอดลูกเทอร์โบออกมาแล้วดูที่บริเวณ รูโข่งไอเสีย รวมไปถึงบริเวณพอร์ตไอเสียที่เครื่องยนต์ หากพบว่ามีการเปียกของน้ำมันแสดงว่าเกิดควันขาวนี้จากเทอร์โบอย่างแน่นอน 

4. ชุดแหวนลูกสูบมีปัญหา

การที่ชุดแหวนลูกสูบนั้นมีปัญหาหรือชำรุดนั้นเป็นอีกหนึ่งเหตุผลของการที่ทำให้รถยนต์นั้นมีควันขาวได้ โดยแหวนลูกสูบนั้นมีหน้าที่ในการควบคุมการไหลของน้ำมันเครื่อง เมื่อเกิดปัญหาขึ้นน้ำมันเครื่องจึงไหลเข้าไปในห้องเผาไหม้มากเกินไป ส่งผลให้ไม่สามารถเผาไหม้ได้อย่างสมบูรณ์นั่นเอง

5. ซีลฝาสูบรั่วซึม

การที่ซีลของฝาลูกสูบนั้นเกิดการรั่วซึม อาจเป็นสาเหตุมาจากการใช้งานที่ยาวงาน ทำให้เสื่อมประสิทธิภาพกันไปตามอายุการใช้งานของแต่ละคน จึงเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้รถยนต์นั้นเกิดอาการควันขาวได้ เนื่องจากน้ำมันเครื่องที่ถูกส่งไปหล่อเลี้ยงฝาสูบด้านบนรั่วซึมและเข้าสู่วาล์วและไหลเข้าไปเผาไหม้ภายในเครื่องยนต์ ทำให้เครื่องยนต์ไม่สามารถทำการเผาไหม้ได้เป็นปกตินั่นเอง

6. น้ำมันเครื่องรั่ว

น้ำมันเครื่องที่อยู่ในฝาครอบวาล์วนั้นสามารถรั่วลงมาผ่านจากก้านวาวล์ ซีลก้านวาวล์ไอดี จากวาวล์ยัน ส่งผลให้วาวล์วปิดไม่สนิท หรือการเปิดปิด วาวล์ไอดีและไอเสียทำงานผิดพลาด จากการที่จังหวะจุดระเบิดนั้นเปลี่ยนแปลงไป จึงส่งผลให้เกิดอาการควันขาวได้

แก้ไขอาการควันขาวได้อย่างไร

จากสาเหตุมากมายที่ได้บอกไป เป็นอันดับแรก ๆ ที่เรานั้นจะต้องเข้าไปดูแลและบำรุงรักษา รวมไปถึงการตรวจเช็คเครื่องอย่างสม่ำเสมอ โดยมีวิธีป้องกันและแก้ไขไม่ให้เกิดควันขาวได้ ดังนี้

1. เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง

น้ำมันเครื่องนั้นเป็นสิ่งที่ผู้ขับขี่ควรที่จะต้องเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำอยู่แล้ว ในทุก ๆ ครั้งที่นำรถยนต์ไปเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องมักจะมีใบที่บอกไว้ว่าเลขกิโลเมตรอยู่ที่เท่าไหร่ควรนำมาเปลี่ยนใหม่อีกครั้ง โดยเฉลี่ยแล้วจะต้องทุก ๆ 6 เดิอนหรือทุก ๆ 8,000 – 10,000 กิโลมตร เพื่อให้น้ำมันเครื่องมีความสดใหม่อยู่ตลอดเวลา นอกจากจะช่วยถนอมการใช้งานของเครื่องยนต์แล้ว ยังส่งผลให้เผาไม้ได้อย่างสมบูรณ์และควันไม่ขาวได้อีกด้วย

2. เปลี่ยนชุดแหวนลูกสูบ

จากที่ได้บอกสาเหตุของชุดแหวนลูกสูบไปก่อนหน้านี้ อีกเหตุผลที่ทำให้ชุดลูกสูบเกิดการชำรุดเสียหายได้นั้น อาจจะมาจากการใช้งานที่ยาวนานเกินกว่าอายุการใช้งาน รวมไปถึงการลืมตรวจสอบเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งอายุของชุดแหวนลูกสูบนั้น จะมีอายุอยู่ประมาณ 100,000 – 300,000 กิโลเมตร ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการขับขี่ของแต่ละบุคคลด้วย เมื่อถึงอายุการใช้งานแล้วก็ควรที่จะเปลี่ยนใหม่ เพื่อให้รถยนต์นั้นสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงที่สุด

3. เข้าศูนย์บริการ

เพื่อความมั่นใจอย่างถึงที่สุด และเป็นการไม่เสียเวลา หากเราพบแล้วว่าในทุก ๆ ครั้งสตาร์ทเครื่องยนต์หรือระหว่างการขับขี่ สังเกตุเห็นได้ว่ามีควันขาวเกิดขึ้น อย่าชะล่าใจไป เพราะอาจจะทำให้เครื่องยนต์ของคุณเกิดความเสียหายตามมา รวมถึงอาจเกิดเพลิงไหม้จากบริเวณห้องเครื่องเลยก็เป็นได้ การนำรถยนต์เข้าศูนย์เพื่อตรวจเช็คและแก้ไขโดยช่างที่ชำนาญ ย่อมทำให้อุ่นใจทั้งผู้ขับขี่และรถยนต์อีกด้วย

สรุปท้ายบทความ

รถยนต์ทุกคันย่อมต้องการการดูแลจากจากเข้าของรถอย่างทั่วถึงเมื่อเกิดปัญหาต่าง ๆ ภายในรถ ก็ควรที่จะเร่งแก้ไขให้อย่างรวจเร็วที่สุด นอกจากที่จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมแล้ว ยังเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินของผู้ขับขี่ได้อีกด้วย

บทความนี้จึงได้รวบรวมมาให้ถึงทุก ๆ สาเหตุที่มีความเป็นไปได้ในการที่จะก่อให้เกิดอาการรถยนต์มีควันขาวขึ้นได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ใครหลายคนกำลังพบเจออยู่ใน ณ ขณะนี้ เมื่อรู้ถึงสาเหตุแล้ว ให้นำไปปรับใช้และแก้ไขตามอาการต่าง ๆ อย่างเหมาะสม

เมื่อได้รู้ถึงข้อมูลเชิงลึกจากบทความนี้ไปแล้ว หนึ่งวิธีแก้ไขที่ง่ายและควรทำอย่างสม่ำเสมอเลยนั่นก็ คือ การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องให้มีความใหม่อยู่ตลอดเวลา เพื่อช่วยให้รถยนต์นั้นสามารถเผาไหม้ได้อย่างเต็มที่ หากต้องการหาน้ำมันเครื่องดี ๆ อยู่แล้วล่ะก็ Kaidee Auto นั้นมีให้พร้อมทุกความต้อง   

วิธีเปลี่ยนน้ำมันเครื่องแบบจับมือทำ ทำเองง่ายๆ

วิธีเปลี่ยนน้ำมันเครื่องแบบจับมือทำ ทำเองง่ายๆ

น้ำมันเครื่องมีหน้าที่หล่อลื่นการทำงานของเครื่องยนต์ให้เป็นปกติและยังช่วยรักษาชิ้นสวนภายในเครื่องยนต์ ปกติแล้วน้ำมันเครื่องจะต้องเปลี่ยนทุก 3 – 6 เดือน โดยสามารถอิงจากประเภทน้ำมันเครื่องที่ใช้ 

เช่น หากเป็นน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ชั้นดีมียี่ห้อก็สามารถเปลี่ยนเมื่อขับถึงระยะ 10,000 – 15,000 กิโลเมตรหรือประมาณ 6 เดือน ถ้าเป็นน้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์หรือน้ำมันเครื่องแบบธรรมดาก็ควรเปลี่ยนทุก 6,000 – 8,000 กิโลเมตรหรือประมาณ 3 – 4 เดือน 

แต่หากคุณเป็นคนใช้รถเป็นประจำทุกวันการเปลี่ยนทุก 3 เดือนถือเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุด ส่วนใครที่ไม่มีเวลาไปเปลี่ยนที่ศูนย์บริการหรือกลัวจะถูกต้มเปลี่ยนน้ำมันเก่ามาให้ถ้าไปอู่ซ่อมรถข้างนอก แล้วอยากลองทำด้วยตัวเอง เรามีข้อมูลที่จะช่วยให้คุณลงมือทำเองได้ง่าย ๆ ตามนี้เลย !

3 อย่างที่ต้องรู้สำหรับการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง 

รู้จักอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง

อุปกรณ์ที่ใช้ในการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องมีอยู่ไม่กี่อย่าง เราสามารถหาซื้อตามร้านอุปกรณ์ทั่วไปหรือบางชิ้นก็สามารถใช้สิ่งของที่มีอยู่ในบ้านมาดัดแปลงร่วมด้วยได้ จะมีอะไรบ้างนั้น มาดูกัน  

  • กรวย

ใช้เมื่อเราจะเทน้ำมันเครื่องใหม่ลงช่องเติมน้ำมันเครื่อง เพื่อความสะดวกในการเทและลดการหกกระเซ็นโดนชิ้นส่วนอื่นของเครื่องยนต์

  • ประแจบล็อกพร้อมลูกบล็อกเบอร์ 14 

ประแจบล็อกที่เราแนะนำคือประแจบล็อกที่มาเป็นชุดจะคุ้มค่าที่สุด เพราะมีลูกบล็อกหลายเบอร์ ทำให้ใช้งานได้หลากหลายอย่างมากขึ้น

  • แม่แรงยกรถ (มีหรือไม่มีก็ได้)

สำหรับมือใหม่บางคนที่ยังไม่แม่นเรื่องจุดต่างๆ ของเครื่องยนต์ใต้รถ ก็ควรมีแม่แรงยกรถสักตัว เพื่อยกรถในด้านที่เราจะก้มมุดหรือนอนราบเพื่อทำการถ่ายน้ำมันเครื่องเก่าออก แต่สำหรับใครที่ชินหรือแม่นจุดต่างๆใต้รถแล้วก็อาจไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์นี้ 

  • ภาชนะรองน้ำมันเครื่องเก่า

น้ำมันเครื่องเก่าที่ถ่ายออกมาคือของเสียอันตรายอย่างหนึ่ง จึงควรเก็บรองน้ำมันเครื่องใส่ภาชนะไว้ก่อนน้ำไปขายหรือทิ้ง เช่นแกลลอนน้ำมันอันเก่า เป็นต้น 

  • น้ำมันเครื่องที่เหมาะกับรถของเรา

อย่างที่รู้กันว่าน้ำมันเครื่องมีความสำคัญกับการทำงานของเครื่องยนต์เป็นอย่างมาก เราจึงควรเลือกน้ำมันเครื่องที่ดีที่สุดและเหมาะกับเครื่องยนต์ของเราที่สุด 

  • ไส้กรองน้ำมันเครื่องชิ้นใหม่

การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องถือเป็นโอกาสเหมาะที่จะเปลี่ยนไส้กรองชิ้นใหม่ด้วย ซึ่งสิ่งสำคัญคือเราต้องเลือกใช้ไส้กรองแท้ที่มีคุณภาพ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการกรองสิ่งสกปรกที่ดีที่สุด 

รู้จักขั้นตอนการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง

ไม่ว่าจะส่งรถเข้าศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมรถต่างๆ ขั้นตอนการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องก็ไม่แตกต่างกันมากนัก ดังนั้นหากเราอยากเปลี่ยนน้ำมันเครื่องด้วยตัวเองละก็ มาเรียนรู้ขั้นตอนง่ายๆให้เข้าใจก่อน แล้วค่อยลงมือทำกันนะ  

  • จอดรถในพื้นที่โล่งแนวราบเพื่อความสะดวกต่อการก้มหรือนอนราบเพื่อเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเก่า ที่สำคัญอย่าลืมติดเบรกมือไว้
  • เปิดกระโปรงหน้ารถแล้วเปิดฝาเติมน้ำมันเครื่องค้างไว้
  • สำหรับใครที่เปลี่ยนเองเป็นครั้งแรกหรือยังไม่ชิน แนะนำให้ใช้แม่แรงยกรถด้านที่สะดวกต่อการก้มหรือนอนราบเพื่อหาจุดถ่ายน้ำมันเครื่อง
  • จอดรอประมาณ 5 – 10 นาที จนกว่าอุณหภูมิเครื่องเริ่มเย็น นำหนังสือพิมพ์หรือผ้าที่ไม่ใช้แล้ววางรองไว้ใต้ท้องรถ 
  • มองหาตำแหน่งของรูถ่ายน้ำมันที่ติดกับอ่างน้ำมันเครื่องใต้รถ แล้วนำภาชนะสำหรับรองน้ำมันเก่าไว้ด้านล่างก่อน 
  • ใช้ประแจค่อย ๆ หมุนน็อตที่ปิดรูถ่ายน้ำมันออกและรอให้น้ำมันเครื่องเก่าภายในไหลออกมาให้มากที่สุด (ไม่จำเป็นต้องทิ้งไว้ข้ามคืน รอประมาณสิบนาทีหรือจนกว่าน้ำมันที่ไหลออกมาจะเหลือเพียงแค่หยดเล็กน้อย)
  • เมื่อสังเกตว่าน้ำมันเครื่องเก่าออกมาหมดแล้ว จากนั้นขันน็อตรูถ่ายน้ำมันปิดกลับแบบเดิม 
  • โดยส่วนมากการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุกครั้ง เรามักจะเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องไปด้วยเลยทีเดียว ดังนั้นก่อนจะเติมน้ำมันเครื่องใหม่เข้าไป สามารถใช้ช่วงนี้เปลี่ยนไส้กรองใหม่ได้ โดยการใช้เครื่องมือถอดกรองถอดไส้กรองน้ำมันเครื่องที่อยู่ใต้รถด้านหน้าหรือบางรุ่นก็สามารถถอดจากด้านบนได้ 
  • แกะพลาสติกไส้กรองน้ำมันเครื่องชิ้นใหม่ออก แล้วใช้น้ำมันเครื่องทาบางๆด้านบนที่จะนำไปเชื่อมกับเครื่องยนต์ให้ทั่ว
  • ติดไส้กรองชิ้นใหม่กลับไปให้แน่นพอดีด้วยเครื่องมือถอดกรอง จากนั้นนำกรวยมาวางในช่องเติมน้ำมันเครื่อง แล้วเทน้ำมันเครื่องใหม่เข้าไปตามจำนวนลิตรของขนาดถังในแต่ละรุ่น
  • ปิดฝาช่องเติมน้ำมันครื่องแล้วรอประมาณ 5 นาที
  • ดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องขึ้นมา แล้วเช็คระดับน้ำมันว่าอยู่ระหว่างขีด F และ L หรือไม่หากอยู่ในระดับนี้ก็สามารถปิดช่องเติมน้ำมันเครื่องและปิดฝากระโปรงรถ เป็นอันเสร็จสิ้นการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องด้วยตัวเอง 

ขั้นตอนเช็คน้ำมันเครื่อง

การเช็คน้ำมันเครื่องเป็นสิ่งที่เราควรทำ ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง รวมถึงในช่วงระหว่างการใช้งานรถยนต์ วันไหนหากมีเวลามากหน่อยก็เช็คสักนิด ถือเป็นการรักษาเครื่องยนต์เราไปในตัวด้วย 

  • สตาร์ทรถไว้สักครู่เพื่อเป็นการอุ่นน้ำมันเครื่องให้มีการหล่อลื่นและทำให้น้ำมันไม่เหนียวข้นจนเกินไป 
  • สตาร์ททิ้งไว้ไม่นานก็ดับเครื่องยนต์และรอสักพักให้อุณหภูมิในเครื่องเย็นลงเพื่อลดอันตรายจากความร้อนของชิ้นส่วนในเครื่องยนต์
  • ดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องออกมา แล้วทำการเช็ดก้านที่เลอะน้ำมันออกก่อนจากนั้นสอดก้านวัดน้ำมันกลับเข้าไปอีกครั้งแล้วดึงออกมา
  • สังเกตระดับน้ำมันเครื่องที่อยู่ตรงก้าน ระดับที่เหมาะสมคือต้องอยู่ระหว่างขีด L และ F ถ้าต่ำกว่าขีด L ให้ค่อย ๆ เติมน้ำมันเครื่องชนิดเดียวกันเข้าไปทีละน้อย แล้วจึงวัดใหม่อีกครั้ง  
  • หากสีของน้ำมันเครื่องที่ติดกับก้านนั้นเป็นสีดำเข้มต่างจากตอนเปลี่ยนน้ำมันเครื่องใหม่ๆนั่นแสดงว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องแล้ว

สรุป

ปกติแล้วเมื่อเราพูดถึงการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ก็คงคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องส่งรถเข้าศูนย์เข้าอู่เพียงอย่างเดียว แต่ตามจริงแล้ววิธีเปลี่ยนน้ำมันเครื่องนั้นแสนง่าย ไม่ยุ่งยาก แต่สิ่งที่เราต้องควรระวังก็มีหลายจุด เช่น ความร้อนจากตัวเครื่องยนต์อาจทำให้มือหรือแขนเราพองได้ถ้าไปสัมผัสโดน ต้องจอดรอให้เครื่องคลายความร้อนออกก่อน เป็นต้น 

เพราะฉะนั้นหากจะลงมือทำเองควรทำความเข้าใจวิธีทำให้ดีและรู้จักจุดต่างๆของรถยนต์เสียก่อน ซึ่งหากคุณสามารถทำได้สำเร็จ การดูแลรถยนต์สุดรักของคุณก็ถือเป็นเรื่องง่าย และรถที่ถูกดูแลมาอย่างดีทั้งภายนอกและภายในตัวเครื่องยนต์ก็จะช่วยให้ได้ราคาที่ดียิ่งขึ้นในเวลาส่งต่อเป็นรถมือสอง 


หากกำลังหาที่ลงขายรถของคุณอยู่ล่ะก็ ที่ RodKaidee ของเรามีหมวดรถยนต์โดยเฉพาะ ที่ให้ความสะดวกทั้งผู้ซื้อและผู้ส่งต่อ ลองคลิ้กเข้ามาชมดูก่อนเลย !