สายตามไอดอลต้องอ่าน กล้องไหนเลนส์ไหน ถ่ายแล้วไม่บ้ง!

สายตามไอดอลต้องอ่าน กล้องไหนเลนส์ไหน ถ่ายแล้วไม่บ้ง!

สำหรับคนติ่งไอดอล แน่นอนว่ายิ่งในยุคที่ไม่ใช่แค่ไอดอลเกาหลีที่มีกลุ่มแฟนคลับเยอะ ยังมีกลุ่มไอดอลชายไทยบางกลุ่มที่เริ่มมีแฟนคลับไทยหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งยังมี “แม่แฟนไซต์” หรือก็คือ กลุ่มคนที่คอยตามศิลปินในที่ต่างๆและปล่อยรูปออกมา คงมีหลายคนที่อยากลองเป็นแฟนไซต์บ้าง ก่อนอื่นเลยนะคะ เราต้องมาดูกันว่า เขาใช้กล้องใช้เลนส์อะไร ถึงถ่ายรูปสุดที่รักของเราๆ ออกมาได้ออร่าจับขนาดนี้!

กล้อง

1.Panasonic Lumix DMC-FZ300

Credit : Panasonic Thailand

มากันที่กล้องตัวแรกเลยนะคะ เป็นกล้อง Super Zoom ระยะ 25-600 และเป็นคอมแพคในราคาไม่ถึงสามหมื่น สำหรับมือใหม่งบไม่ถึง แนะนำให้เริ่มจากตัวนี้ก่อนเลยดีกว่าค่ะ ไม่แพงไป

แต่ภาพที่ได้รับรองว่าดีมีคุณภาพแน่นอน แถมระยะซูมยังได้สุดๆไปเลย มีระบบกันสั่นด้วยนะคะ ถ่ายวิดีโอก็ได้ถึง 4K คุณภาพชัดแจ๋ว มองเห็นไอดอลที่คุณรักชัดเจนแน่นอน จะไลฟ์จะคลิปในสนามบินก็ชัดมากๆเลยค่ะ แถมยังถ่ายจากระยะไกลได้ดีอีกด้วย

2.Canon7D Mark II

สำหรับตัวนี้จะขยับขึ้นมาอีกนิดหนึ่ง เป็นกล้อง DSLR สุดฮิตที่มีเซนเซอร์เลนส์เป็น APS-C ที่จะทำให้ภาพของคุณสามารถจับระยะได้กว้างขึ้น บวกกับเลนส์ซูมสักตัว โอ้โห จับภาพบนเวทีแบบเก็บได้ครบ เห็นไอดอลของคุณได้แบบจุใจไปเลยค่ะ

ซึ่งแน่นอนว่า ราคาของรุ่นนี้ก็จะแพงขึ้นมาหน่อย อยู่ที่ประมาณสี่หมื่นกว่าบาท แต่เป็นรุ่นยอดฮิตสำหรับแม่ ๆ แฟนไซต์เลยล่ะค่ะ เพราะเป็นรุ่นที่เบากว่าตัว Canon 5D อยู่หน่อย แต่ได้คุณภาพที่ใกล้เคียงเลยค่ะ

3.Canon 5D Mark IV

Credit : Canon Thailand

มาถึงตัว Full Frame กันบ้าง เป็น Canon 5D ที่จัดได้ว่าเป๊ะปังสุด ๆ สำหรับสายตามถ่ายไอดอลเลยค่ะ เพราะคุณจะได้เห็นไอดอลของคุณแบบชัดเจนชัดแจ๋ว ชนิดว่าถ่ายออกมาก็ออร่าลอยออกจากภาพได้เลย

จะที่มืดที่สว่างไม่มีหวั่น เพราะปรับ ISO ได้เยอะมากๆเลยค่ะ เนื่องจากคุณภาพที่ดีมาก แต่น้ำหนักก็เพิ่มขึ้นมาด้วย และแน่นอนว่าราคาก็สูงขึ้นตามกันมาอีกค่ะ  จะอยู่ที่ประมาณจ็ดหมื่นกว่าบาทค่ะ

เลนส์

1.Canon EF 70-200 F/2.8 L III USM

Credit : SNAPSHOT

เริ่มต้นกันด้วยเลนส์ยอดฮิต แต่ราคาเป็นมิตรน้อยที่สุด หลายคนมักจะเรียนเลนส์ชนิดนี้ว่า “บ้องขาวคาดแดง”เลนส์ตัวนี้มีระยะซูมอยู่ที่ 70-200 กันเลยทีเดียว และที่สำคัญเลยก็คือ F ของเลนส์ตัวนี้อยู่ที่ 2.8 จัดว่าเป็นช่วงรับแสงที่ดีมากๆ เหมาะแก่การถ่ายภาพบุคคลในระยะไกลเลยทีเดียว

ซึ่งเลนส์ตัวนี้เหมาะสำหรับกล้องที่มีระบบกันสั่น ภาพที่ถ่ายออกมาได้จะมีความคมชัด แถมเรื่องการโฟกัสจัดได้ว่าเป็นตัวท็อปสำหรับเลนส์ระยะนี้เลยทีเดียว ราคาก็จะอยู่ประมาณ 70,000 – 80,000 บาท

2.Tamron SP 70-200mm f2.8 VC USD

Credit : BIG Camera

สำหรับใครที่ต้องการเลนส์ซูมระยะเดียวกันกับตัวเมื่อกี้ แต่งบไม่ไหว ก็ลองลดลงมาเป็นตัวนี้ดูไหมคะ เป็นเลนส์ซูมในระยะ 70-200 เท่ากันกับตัวเมื่อครู่นี้เลยค่ะ เพียงแต่การโฟกัสและความคลาดเคลื่อนของสีอาจจะด้อยกว่านิดหน่อย

แต่จัดได้ว่าเป็นเลนส์ที่ดีตัวหนึ่งเลยเหมาะสำหรับใครที่กำลังมองหาเลนส์สักตัวไว้ใช้ถ่ายศิลปินแบบไม่ได้จริงจังมาก ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 40,000 บาทค่ะ

3.Canon 70-300mm f4-5.6

Credit : ZoomCamera

เลนส์สุดท้ายสำหรับการซูมเพื่อตามศิลปินก็คือ ตัวนี้ล่ะค่ะ ระยะซูมที่ 70-300 นับว่าไกลมาก ๆ แต่การรับแสงจะอยู่ f4-5.6 ซึ่งจะเป็นการปล่อย F ไหล ก็คือตัวกล้องจะเป็นตัวประเมินผลในการวัดแสงเองว่าจะถ่ายรูปมาใน F ที่เท่าไร ซึ่งแน่นอนว่าข้อเสียก็คือ การควบคุมแสง และความไวที่น้อยกว่าสองตัวข้างบน แต่ในเรื่องของราคาก็ต้องให้เขาชนะเลิศ เพราะตัวนี้อยู่ที่ราคาอยู่ประมาณที่ 30,000 – 40,000 บาทค่ะ

อ่านจบก็คงพอทราบกันไปบ้างแล้ว สำหรับตัวกล้องและเลนส์ที่เหล่าแม่แฟนไซต์ใช้ในการตามถ่ายศิลปินของตนเอง แหม ๆ รู้อย่างนี้แล้ว ใครคิดจะลองเป็นแม่แฟนไซต์หรือตามถ่ายศิลปินด้วยตนเองบ้าง ก็ห้ามพลาดที่จะคว้ากล้องและเลนส์เหล่านี้มาเป็นของตนเอง

แต่ที่สำคัญกว่าก็คือ การตามไม่ควรคุกคามศิลปินหรือส่งผลกระทบต่อผู้อื่นนะคะ ถึงจะเรียกว่าเป็นการตามศิลปินที่ดี 

ว่าที่แม่แฟนไซต์คนไหนที่กำลังจะเริ่มต้นทางสายนี้ หากงบไม่ไหว ลองลดรุ่นเป็นกล้องมือสองรุ่นของปีสองปีที่แล้วดูไหมคะ สภาพกล้องและเลนส์แน่นอนว่าใช้ได้ดีเหมือนมือหนึ่งเลยค่ะ ภาพที่ถ่ายออกมาก็ไม่ต่างกันมากนัก

แต่ราคามือสองรับรองว่าเบาใจเบากระเป๋ามากกว่าแน่นอนค่ะ หากมองหาและตัดสินใจได้แล้ว ลองเข้ามาเยี่ยมชมที่ Kaidee ที่มากด้วยกล้องราคาสุดน่ารักพร้อมพาคุณไปแชะภาพไอดอลสุดที่รักให้คุณได้ภาพที่ใกล้และออร่าฟุ้งวิบวับแล้วค่ะ!

4 เลนส์  Fujifilm สำหรับสายถ่าย Portrait!

4 เลนส์ Fujifilm สำหรับสายถ่าย Portrait!

เลนส์กล้องแต่ละเลนส์ให้ภาพต่างกันฉันท์ใด เราก็ย่อมมีเหตุผลที่ต้องซื้อเลนส์ใหม่ฉันท์นั้น สาวกกล้อง Fujifilm คนไหนชอบถ่ายคนหรือแนว Portrait และกำลังมองหาเลนส์ที่เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ วันนี้เรารวบรวม 4 เลนส์กล้อง Mirrorless จากค่าย Fujifilm สำหรับสาย Portrait โดยเฉพาะมาไว้ที่นี่แล้ว! เลนส์ไหนเหมาะกับใคร มีข้อดียังไง เลื่อนลงไปให้กระเป๋าสตางค์สั่นพร้อมกันเลยค่ะ

Fujinon XF 23mm. f1.4 R

(Credit: Fujifilm) 


ประเดิมลิสต์เลนส์ Mirrorless จากค่าย Fujifilm สำหรับสาย Portrait ด้วยเลนส์ละลายหลังในระยะที่กว้างพอถ่ายติดวิวเป็นฉากหลังได้อย่าง ‘Fujinon XF 23mm f1.4 R’ เลนส์อเนกประสงค์ที่สามารถใช้ถ่ายภาพได้ในหลากหลายสถานการณ์เพราะระยะที่กำลังพอดี ไม่แคบไป สามารถถ่ายในที่แสงน้อยได้คมชัด มีติดกระเป๋าไว้ ไม่ผิดหวังแน่นอน

สเปก

  • X-Mount Lens/APS-C Format
  • ระยะ Focus: 23mm
  • ระยะรูรับแสง: F 1.4 – F 16
  • น้ำหนัก: 300g
  • ขนาดฟิลเตอร์: 62mm
  • Weather Sealing: ไม่มี
  • Image stabilization: ไม่มี

เหมาะกับใคร

เหมาะกับสายเที่ยวที่อยากได้เลนส์ครอบจักรวาลในระยะที่ถ่ายวิวทิวทัศน์ สตรีท หรืออะไรก็ได้หมด ถ่าย Portrait หลังละลายได้พอดี ๆ น่าจะถูกใจคนชอบถ่าย Portrait แบบติดวิวสวย ๆ เรียกว่าครบถ้วนในเลนส์เดียว ไม่ต้องแบกหลายเลนส์ให้หนักกระเป๋า

Fujinon XF 35mm f1.4 R

(Credit: Fujifilm) 

เลนส์ Portrait ยอดฮิตที่มีทุกบ้านของสาวกกล้อง Mirrorless ค่าย Fujifilm ความดีงามของเจ้าเลนส์นี้คือมาพร้อมรูรับแสง 1.4 ในระยะโฟกัส 35mm ให้ภาพหลังละลายสวยงาม ถ่ายในที่มืดได้ดี แถมน้ำหนักเบา พกพาสะดวก ถือเป็นเลนส์กันตายของคนชอบถ่ายอะไรต่อมิอะไรไปทั่ว ไม่ว่าจะคน สัตว์เลี้ยง อาหาร หรือเมือง จริง ๆ ก็สามารถใช้ถ่ายวิวธรรมชาติได้ถ้าไม่ติดเรื่องระยะโฟกัสที่อาจจะไม่กว้างเหมาะกับการถ่ายภาพทิวทัศน์เหมือนเลนส์ wide แต่โดยรวมสามารถเอามาประยุกต์ใช้ถ่ายได้หลายโอกาส Recommend ตัวนี้มาก ๆ ค่ะ

สเปก

  • X-Mount Lens/APS-C Format
  • ระยะ Focus: 35mm
  • ระยะรูรับแสง: F 1.4 – F 16
  • น้ำหนัก: 187g
  • ขนาดฟิลเตอร์: 52mm
  • Weather Sealing: ไม่มี
  • Image stabilization: ไม่มี

เหมาะกับใคร

คนที่อยากได้เลนส์ Portrait คุณภาพดีที่น้ำหนักเบา ถ่ายสวย ถ่ายง่าย หลังละลายละมุนละไมควรมีเลนส์นี้ติดกระเป๋าไว้ หรือถ้าใครอยากพกเลนส์เบา ๆ ที่ถ่ายได้หลายสถานการณ์ ก็เป็นตัวเลือกที่น่าจะตอบโจทย์

Fujinon XF 56mm f1.2 R

(Credit: Fujifilm) 

เลนส์ Portrait ขั้นเทพ จัดเต็มรูรับแสงกว้างสูงสุดถึง 1.2 รับประกันความหลังละลายและโบเก้สุดละมุน เลนส์ตัวนี้จะมีระบบ Autofocus ที่ไวขึ้นเมื่อเทียบกับเจ้าหนู Fujinon XF 35mm f1.4 R ตัวบอดี้แข็งแรง น้ำหนักอาจจะมากกว่าเลนส์สองตัวก่อนหน้า แต่ก็ไม่ได้ถือว่าหนักจนเกินไป ยังอยู่ในระดับที่พกพาได้สบาย ๆ พกไปไหนก็รับประกันว่าได้รูป Portrait สวย ๆ กลับบ้าน! 

สเปก

  • X-Mount Lens/APS-C Format
  • ระยะ Focus: 56mm
  • ระยะรูรับแสง: F 1.2 – F 16
  • น้ำหนัก: 405g
  • ขนาดฟิลเตอร์: 62mm
  • Weather Sealing: ไม่มี
  • Image stabilization: ไม่มี

เหมาะกับใคร

ทั้งสาย Portrait มือสมัครเล่นที่มีงบเยอะและอยากได้เลนส์ถ่ายคนแบบโบเก้สุดละมุนกับความหลังละลายที่อลังการ และช่างภาพมืออาชีพสำหรับถ่ายในงานแต่งงาน รับปริญญา ในสตูดิโอและอื่น ๆ 

Fujinon XF 90mm f2 R LM WR

(Credit: Fujifilm) 

ใครถามหาความหลังละลายขั้นสุดต้องนี่เลย!  ‘Fujinon XF 90mm f2 R LM WR’ เลนส์ telephoto เกรดพรีเมียมที่นอกจากจะใช้ถ่าย Portrait หลังละลายปัง ๆ เป็นเลิศแล้ว ยังใช้ถ่ายทางไกลเบา ๆ ได้ด้วย Autofocus ก็รวดเร็วทันใจ ไม่มีพลาดช็อตเด็ด ตัวบอดี้มาพร้อม Water sealing ช่วยกันน้ำและละอองฝุ่น สามารถเอาไปบุกป่าผจญภัยด้วยกันแบบสมบุกสมบันได้เลย

สเปก

  • X-Mount Lens/APS-C Format
  • ระยะ Focus: 90mm
  • ระยะรูรับแสง: F 2 – F 16
  • น้ำหนัก: 540g
  • ขนาดฟิลเตอร์: 62mm
  • Weather Sealing: มี
  • Image stabilization: ไม่มี

เหมาะกับใคร

เลนส์ตัวนี้เหมาะกับช่างภาพมืออาชีพสาย Portrait ที่ชอบถ่าย Portrait ในพื้นที่กว้าง มีระยะให้ถอย ถ้าถ่ายในที่แคบ เช่น ร้านอาหาร คาเฟ่ หรือสตูดิโอที่มีพื้นที่จำกัดมากอาจจะไม่เหมาะ จริง ๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นช่างภาพอาชีพอย่างเดียวก็ได้ ถ้าเป็นสาย Portrait สมัครเล่นที่มีงบไม่จำกัดและไม่ห่วงเรื่องน้ำหนักเลนส์ที่หนักพอตัวก็สามารถซื้อมาลองเล่นดูได้ 

เป็นไงกันบ้างคะ กระเป๋าสตางค์สั่นกันไปกี่ริกเตอร์ ถ้าถามเรา ต้องบอกว่าใจเหลวมากค่ะ อยากเก็บให้ครบทุกเลนส์เพราะแต่ละเลนส์ก็มีความพิเศษในตัว น่าครอบครองเป็นที่สุด ใครที่เป็นเหมือนกัน อย่ารอช้าค่ะ ลองเข้ามาดูเลนส์มือสองสวย ๆ คุณภาพเลิศกันได้ที่ Kaidee เลย มีให้เลือกหลากหลาย หาจับจองเป็นของตัวเองแล้วอย่าลืมออกไปถ่ายรูปสวย ๆ มาอวดกันด้วยนะคะ

วิธีถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์มให้สวยแจ่ม พร้อมอวดลง IG

วิธีถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์มให้สวยแจ่ม พร้อมอวดลง IG

กลับมาอีกครั้งกับกระแสของกล้องฟิล์มที่เห็นได้จากเหล่าดารา หรือศิลปินมากมายที่กลับมาย้อนยุค รำลึกวันเก่าๆ ด้วยเสน่ห์อันเหลือล้น โทนภาพที่หาไม่ได้ในกล้องดิจิทัล จึงทำให้กล้องฟิล์มได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่เค้าทำกันอย่างไรล่ะ?? ถึงได้เอาภาพสวยๆจากม้วนฟิล์มมาลงไว้ได้ในโซเชียลต่างๆ วันนี้เราจะพามาดูกันว่ามีขั้นตอนความยากลำบากอย่างไรกันบ้างกว่าจะได้ภาพแต่ละภาพ

1. เลือกชนิดของม้วนฟิล์ม

ฟิล์มแต่ละแบบนั้นให้ความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของโทนสี ความอิ่มของสี หรือความไวของแสง ซึ่งเราควรเลือกฟิล์มให้เหมาะสมกับสิ่งที่เราจะนำไปถ่ายภาพในแต่ครั้ง เพื่อให้เกิดความเข้ากันของโทนสีกับสถานที่ หรือรวมไปถึงตัวนายแบบ/นางแบบที่จะถ่าย แต่ถ้าหากให้พูดถึงฟิล์มทั้งหมด บอกเลยว่าเล่าทั้งวันคงไม่จบแน่ๆ จึงมีวิธีเลือกฟิล์มง่ายๆที่ดูได้จากค่า ISO (ค่าความไวของแสง) ที่เห็นได้จากหน้ากล่องฟิล์มตอนที่ซื้อมาได้ จากตัวอย่างตามนี้เลย!!

  • ISO200 เป็นฟิล์มที่มีค่าความไวแสงต่ำ ทำให้เวลาถ่ายภาพนั้น ควรไปสถานที่ที่มีแสงแรงๆ หรือง่ายๆก็คือเหมาะกับการถ่ายภาพช่วงกลางวันกับถ่ายกลางแจ้งนั่นเอง
  • ISO400 เป็นฟิล์มที่มีค่าความไวแสงกลางๆ ทำให้รับแสงได้ดีขึ้น ถ่ายได้ง่ายขึ้น เป็นฟิล์มที่มีติดตัวไว้แล้วล่ะ อุ่นใจได้เลยว่าอย่างน้อยภาพที่ได้นั้นไม่ว่าจะถ่ายช่วงแดดแรงๆ หรือแสงน้อยๆก็ยังสามารถที่จะได้เป็นอย่างดี
  • ISO800 เป็นฟิล์มที่มีค่าความไวแสงสูง ทำให้เหมาะอย่างมาที่จะถ่ายในช่วงแสงน้อยๆ อย่างเช่นช่วง Twilight Time (ช่วงเวลา 5 โมง – 6 โมงเย็น) หรือแม้กระทั่งถ่ายกลางคืนเลยก็ยังได้

Tips : ดังนั้นการเลือกฟิล์มให้เหมาะสมนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ภาพของคุณออกมาดูดีและสวยแจ่ม!!

2. เลือกระยะของเลนส์

ระยะของเลนส์ที่เลือกมาใช้นั้นก็เป็นสิ่งที่ควรดูว่าเราต้องการให้ภาพของเรานั้นออกมาเป็นอย่างไร ในกรณีที่กล้องสามารถเปลี่ยนเลนส์ได้นั้นจะง่ายหน่อยเพราะสามารถเปลี่ยนเลนส์ไปตามสถานการณ์ต่างๆได้ แต่ถ้าเป็นกล้องคอมแพคฟิล์มแล้วล่ะก็ ต้องดูองค์ประกอบต่างๆ หากนำกล้องฟิล์มมาถ่ายวิวทิวทัศน์นั้นควรเลือกเลนส์ที่มีความกว้าง สามารถเก็บภาพได้ทั่วถึงอย่างกล้องที่มีเลนส์ระยะ 28 – 35 mm. และถ้าจะนำกล้องฟิล์มมาถ่ายบุคคลแล้วล่ะก็ เราควรนึกไว้ว่าสิ่งที่เน้นจริงๆคือ “บุคคล” เลนส์ที่เหมาะจึงเป็นเลนส์ที่อาจจะมีระยะที่แคบลงมาเพื่อให้แบบที่ถูกถ่ายนั้นโดดเด่นออกมา ซึ่งระยะควรจะเป็น 35 mm. ขึ้นไป อยู่ที่ความชอบและความถนัดของแต่ละคน นั่นเอง

3. การล้างและการสแกนฟิล์ม

เป็นสิ่งที่หลายๆคนอาจจะไม่รู้ว่า เอ๊ะ!!?? จะเอาภาพจากกล้องฟิล์มมาลงในโซเชียลได้ยังไง คำตอบอยู่ตรงนี้เลย!!

เริ่มจากการล้างฟิล์มก่อนเป็นลำดับแรกเลย การล้างฟิล์มนั้นคือการนำม้วนฟิล์มที่ถ่ายเสร็จแล้วนั้นมาทำการล้างด้วยน้ำยา ซึ่งฟิล์มแต่ละแบบก็ใช้น้ำยาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งการล้างฟิล์มนั้นก็เป็นสิ่งที่ชี้ชะตาของสีฟิล์มเป็นอย่างมาก หากล้างได้ไม่ดีแล้วล่ะก็ อาจจะทำให้สีฟิล์มนั้นๆเพี้ยนไปเลยก็ได้ ซึ่งในปัจจุบันยังมีร้านอยู่ไม่น้อยที่รับล้างฟิล์ม อยู่ที่การเลือกร้านและลองผิดลองถูก เพื่อดูสไตล์การล้างในแบบที่ชอบ

ต่อด้วยการสแกนฟิล์มซึ่งจะมาควบคู่กันกับการล้างฟิล์ม และเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่จะทำให้ได้ภาพจากม้วนฟิล์มมาเป็นไฟล์ดิจิทัฃสำหรับไว้ลงในโซเชียลต่างๆแล้ว ซึ่งเป็นบริการที่มาควบคู่กับการล้างฟิล์ม ดังนั้นการเลือกร้านที่รับล้างและสแกนนั้นจึงสำคัญมากๆ ทั้งความความประณีตและความเอาใจใส่ในฟิล์ม จะทำให้ภาพที่เราลำบากในการถ่ายแต่ละภาพนั้นสามารถเก็บความทรงจำของเราไว้ได้

ถ้าทำตามทุกขั้นตอนที่กล่าวมา ทีนี้เราก็จะได้ภาพสวยๆสำหรับลง IG พร้อมอวดเพื่อนๆเรียบร้อยแล้ว สำหรับมือใหม่ที่กำลังสนใจจะลองถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์มแล้ว ก็สามารถมองหากล้องฟิล์มสักตัวเพื่อมาลองผิดลองถูก นำมาถ่ายเพื่อเก็บไว้เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำ หรือใครมีกล้องฟิล์มคุณภาพดีที่ไม่ใช้แล้ว เข้ามาเลยที่ Kaidee

ชวนดู 5 กล้องฟิล์มคอมแพ็คใช้งานง่าย เอาใจมือใหม่

ชวนดู 5 กล้องฟิล์มคอมแพ็คใช้งานง่าย เอาใจมือใหม่

สองสามปีที่ผ่านมา กระแสกล้องฟิล์มมาแรงแซงกล้องดิจิทัลไปหลายตลบ ทำเอาตลาดฟิล์มคึกคักแบบทันตาเห็น เรียกว่าเฟื่องฟูทุกวงการ ทั้งร้านล้างฟิล์ม ร้านขายฟิล์ม ขายกล้อง ไปจนถึงร้านขายอุปกรณ์อื่นๆ ทว่าบางคนกลับกังขาว่า การถ่ายรูปด้วยฟิล์มเป็นเพียงกระแสที่มาแล้วก็ไป จนถึงตอนนี้วงการฟิล์มได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นของจริง ยังคง Never die เสมอ

ดูได้จากราคาฟิล์มและกล้องที่แพงขึ้นหลายเท่าตัว นักถ่ายรูปหน้าใหม่เกิดขึ้นเรื่อยๆ ตลาดกล้องฟิล์มจึงไม่เคยเงียบเหงา วันนี้เราเลยมาแนะนำกล้องฟิล์มคอมแพ็คถ่ายง่ายเหมาะกับมือใหม่ แถมราคาสบายกระเป๋ามาฝากกันด้วยค่ะ

1.Olympus MJU

Olympus MJU

ตัวนี้เป็นกล้องคอมแพ็คตัวโปรดอันดับหนึ่งของเราเลยก็ว่าได้ เป็นหนึ่งในกล้องฟิล์มรุ่นท็อปของ Olympus มีด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น คือ MJU I และ MJU II เป็นกล้องฟิล์มจิ๋วแต่แจ๋วที่ทันสมัยมาก ณ ตอนนั้น ตัววัสดุคงทนแข็งแรงกันละอองน้ำได้ประมาณหนึ่ง ตัวแบรนด์เคลมว่าลุยได้ทุกสภาพอากาศ

ทั้งยังโดดเด่นในเรื่องความคมของเลนส์ ถ่ายสวย ละลายหลังได้ น้ำหนักเบา พกพาง่าย เหมาะกับงาน Snap หรือ Street ที่สำคัญใช้ง่ายมาก กด เล็งแล้วยิง ไม่ต้องตั้งค่าอะไรมากมาย มีแฟลชในตัว แถมยังสามารถถ่ายภาพในโหมด Panorama ได้อีกด้วย

ราคาประมาณ 3,000 บาทขึ้นไป

2.Nikon Lite Touch

ทางโอลิมปัสมี MJU เป็นคอมแพ็คตัวท็อปฉันใด ทาง Nikon เองก็มีรุ่น Lite Touch เป็นอีกรุ่นที่น่าจับตามองไม่แพ้กัน ด้วยดีไซน์ของบอดี้และรูปทรงที่เก๋ไก๋ ต่างกันที่รุ่นนี้ตัวกล้องจะบางและน้ำหนักเบากว่า ทำให้พกไปไหนสะดวกกว่าหน่อย ส่วนเรื่องความคมชัดไม่ต้องพูดถึง เจ้า Lite Touch ตัวนี้มาพร้อมเลนส์คุณภาพสูง 7 ชิ้น

ทั้งยังมีตัวช่วยลดความคลาดเคลื่อนของสี และลดอาการขอบม่วงของภาพได้ดี ทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ ยกแล้วกดเหมือนคอมแพ็คทั่วไป มีแฟลชรองรับเวลาแสงน้อย ครอบคลุมทุกสถานการณ์ไม่ให้คุณพลาดทุกจังหวะสำคัญ

ราคาประมาณ 2,700 บาทขึ้นไป

3.Contax T3

Contax T3

พูดถึงกล้องฟิล์มคอมแพ็คแล้ว หากไม่เอ่ยเชิดชูคุณสมบัติ Contax T3 เห็นจะไม่ได้ เชื่อว่ารุ่นนี้เป็นกล้องในฝันของใครหลายๆ คน ด้วยบอดี้ที่สวยงามระดับพรีเมียม มาพร้อมระบบการทำงานที่สมบูรณ์แบบที่สุดในยุคนั้น (10 กว่าปีก่อน) วัดแสงได้อย่างชาญฉลาด ทั้งยังโฟกัสแม่นยำ Snap สนุก ที่สำคัญมีโหมด Auto ให้ใช้งานแบบสบายใจหายห่วง ตั้งเวลาถ่ายรูปได้ มาพร้อมระบบแฟลชออโต้

เป็นอีกหนึ่งกล้องที่ครบเครื่องมากจริงๆ นอกจากนี้ยังน้ำหนักเบา ตัวกล้องขนาดเล็กพกพาสะดวกใส่กระเป๋ากางเกงได้ ถือเป็นอีกหนึ่งกล้องฟิล์ม point & shoot ที่ทันสมัยและอยู่ในใจของสายวินเทจเสมอมา

ราคาประมาณ 20,000 บาทขึ้นไป

4.Canon Autoboy

ข้ามมาที่ฝั่ง Canon กันบ้าง กล้องฟิล์ม Autoboy ตัวนี้บอดี้มาในธีมสีดำสุดคลาสสิค ใช้งานง่ายในระบบ Auto ครบสูตรไม่แพ้ค่ายอื่นๆ มีลูกเล่นเยอะพอตัว ได้ทั้งถ่ายแบบ Panorama, Portrait, Spot, ถ่ายระยะใกล้ Macro ฯลฯ เรียกว่าปรับได้หลายโหมดตามความพอใจ มาพร้อมแฟลชในตัว ซูมได้หลายระยะแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น

บางรุ่นสามารถใส่แคปชั่นเพิ่มความกุ๊กกิ๊กลงบนฟิล์มได้อีกต่างหาก ไม่ว่าจะเป็น Congratulations, Happy Birthday, I love you ฯลฯ ส่วนความคมชัดของภาพก็เพอร์เฟคทีเดียว คมชัดสวยงาม รูรับแสงกว้าง F 2.8 ได้ฟีลหน้าชัดหลังเบลออยู่

ราคาประมาณ 1,500 บาทขึ้นไป

5.Pentax ESPIO

ปิดท้ายด้วยค่าย Pentax ที่ขึ้นชื่อลือชา ว่าเป็นกล้องที่ให้ความคมชัด มีความเข้มสีที่สวยงามและคอนทราสต์อันแสนจัดจ้าน จัดเป็นหนึ่งในกล้องตัวเลือกแรกๆ ที่มือใหม่หลายคนนิยมมีไว้ในครอบครอง เนื่องจากราคาที่กำลังดีในคุณภาพที่คุ้มค่า ดีไซน์สวยงาม

พกไปไหนมาไหนคล่องตัว ทั้งยังมีลูกเล่นตั้งเวลาและวันที่ขณะถ่ายได้อีกด้วย นอกจากนี้บางรุ่นยังเพิ่มไอเทมอำนวยความสะดวก มีรีโมตสั่งงานถ่ายได้ในระยะไกล ทีนี้ไปไหนคนเดียวไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีใครถ่ายรูปให้

ราคาประมาณ 1,200 บาทขึ้นไป

อ่านมาถึงตรงนี้ มือใหม่ที่ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน พอจะมีกล้องฟิล์มตัวไหนเป็นเบอร์หนึ่งในใจหรือยังคะ 
ลองไปสัมผัสบอดี้จริงๆ ตามงานกล้องฟิล์ม ดูว่าตัวไหนเตะตาต้องใจหรือถือแล้วเหมาะมือเรา ตามงาน
กล้องฟิล์มดู น่าจะช่วยให้คำตอบของคุณชัดเจนขึ้นได้ แต่อย่าลืมว่าสุดท้ายแล้ว คนหลังกล้องคือ
สิ่งสำคัญสุดในการเล่าเรื่อง ฝึกฝนบ่อยๆ จะช่วยให้คุณสนุกกับการถ่ายรูปมากยิ่งขึ้น