Mar 16, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
สารภาพมาซะดี ๆ ว่าก่อนออกจากบ้าน ใครแอบเหล่ตารางสีมงคล? ถ้าเบสออนประสบการณ์ตรงแล้ว ใครเผลอตัวก้าวเท้าเข้าวงการนี้ บอกเลยว่าออกยากมากกก
ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ตารางสีมงคลได้เข้ามาครอบงำการเลือกเสื้อผ้าของเราในทุก ๆ วัน บางคนดูพอเป็นพิธี เอาสนุก บางคนดูเป็นจริงเป็นจัง ตอนแรกเราที่เพิ่งเข้าสู่วงการนี้ตอนที่เริ่มเป็นกระแสก็คิดว่ามันเป็นเรื่องที่เพิ่งเกิด เพิ่งนำมาใช้กัน
แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่แบบนั้นค่ะทุกคน! วัฒนธรรมสายมู การเลือกสีเสื้อมงคลให้ถูกโฉลกเสริมดวงแต่ละด้านมีมานานกว่าที่เราคิดกันอีก!
วันนี้ถือเป็นฤกษ์งามยามดี ทางเราอยากพาคุณไปย้อนรอยสีมงคลกันตั้งแต่สมัยโบราณเลย ว่ามีความเชื่อและความเป็นมาอย่างไร พ่วงด้วยวิธีดูสีมงคลที่ดูกันเองแบบง่าย ๆ ตามหลักโหราศาสตร์ยอดนิยมอย่าง ‘หลักมหาทักษา’
สีมงคล ความเชื่อนี้มีมาแต่โบราณ
ความเชื่อเรื่องสีมงคลตามหลักโหราศาสตร์มีให้เห็นมาตั้งแต่ในอดีตของไทยแล้ว ถ้าให้อธิบายตามหลักโหราศาสตร์แล้ว สรุปได้คร่าว ๆ ว่าสีนั้นมีความสัมพันธ์กับดวงดาวแต่ละดวง เนื่องจากดาวแต่ละดวงก็จะมีสีประจำดาวที่แตกต่างกันออกไป
คนสมัยโบราณเริ่มจากการยึดสีประจำวันเกิดเป็นสีมงคล เช่น คนเกิดวันอาทิตย์ ก็จะยึดสีแดงเป็นสีมงคล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นตำราการดูสีมงคลมีหลากหลายมาก โดยจะมีเกณฑ์สีที่แตกต่างกันออกไป แต่ก็พอมองได้ว่าคนมีความเชื่อในเรื่องสีเสริมดวงกันมาตั้งแต่สมัยนั้น
อีกหนึ่งหลักฐานสำคัญที่บ่งชี้ความเชื่อเรื่องสีมงคลอย่างชัดเจน คงหนีไม่พ้นกลอนคำสอนจากหนังสือคำสอน ‘สวัสดิรักษา’ ของกวีเอกเมืองไทยอย่างสุนทรภู่ที่ประพันธ์ถวายเจ้าฟ้าอาภรณ์ พระลูกยาเธอในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2
หนังสือสวัสดิรักษาเป็นหนังสือคำกลอนสอนการปฏิบัติตัวที่ควรและไม่ควรในยุคนั้น และหนึ่งในเรื่องที่เป็นคำแนะนำปฏิบัติตัวที่ดีก็คือการเลือกใส่เสื้อผ้าสีมงคลเมื่อยามออกศึกสงครามในแต่ละวัน เพื่อให้ผู้สวมใส่แคล้วคลาดปลอดภัย
“อนึ่งภูษาผ้าทรงณรงค์รบ ให้มีครบเครื่องเสร็จทั้งเจ็ดสี
วันอาทิตย์ สิทธิโชคโฉลกดี เอาเครื่องสีแดง ทรงเป็นมงคล
เครื่องวันจันทร์ นั้นควรสีนวลขาว จะยืนยาวชันษาสถาผล
อังคารม่วง ช่วงงามสีครามปน เป็นมงคลขัตติยาเข้าราวี
เครื่องวันพุธ สุดดีด้วยสีแสด กับเหลือบแปดปนประดับสลับสี
วันพฤหัส จัดเครื่องเขียวเหลือ งดี วันศุกร์สีเมฆหมอก ออกสงคราม
วันเสาร์ ทรงดำ จึงล้ำเลิศ แสนประเสริฐเสี้ยนศึกจะนึกขาม
หนึ่งพาชีขี่ขับประดับงาม ให้ต้องตามสีสันจึงกันภัย”
ทำความรู้จักหลัก ‘มหาทักษา’
หากพูดถึงโหราศาสตร์ไทย หลักมหาทักษาหรือหลักทักษาถือเป็นหลักเกณฑ์สำคัญที่ใช้ดูดวงหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะตั้งชื่อ ดูดวงความรัก ดูฤกษ์งามยามดี และที่สำคัญสามารถใช้ดูสีมงคลที่เสริมสิริมงคลในด้านต่าง ๆ หรือสีที่เสริมดวงชะตาเราได้อีกด้วย มาทำความรู้จักหลักนี้กันให้มากขึ้นดีกว่าว่ามันมีที่มาที่ไปเป็นอย่างไร
หลักทักษา มหาทักษา หรือ ทักษาปกรณ์นั้น คำว่าทักษาหมายถึงดาวอัฏฐเคราะห์ที่เรียงกันเป็นตำแหน่งเฉพาะ ได้แก่ อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ เสาร์ พฤหัสบดี ราหู (พุธกลางคืน) และศุกร์ เมื่อวาดเป็นตารางทักษาแล้ว ในตารางนั้น ๆ จะแบ่งภูมิทั้งหมด 8 ภูมิ ซึ่งจะมีความหมายเป็นมงคล โดยเรียงตามนี้
1
บริวาร
บริวารทั้ง บุตร สามี ภรรยา ลูกน้อง เพื่อน จะคอยช่วยเหลือจุนเจือตลอด
2
อายุ
เสริมเรื่องสุขภาพพลานามัย ความแข็งแรง อายุยืน
3
เดช
เสริมอำนาจ บารมี ชื่อเสียง เกียรติยศ
4
ศรี
เสริมสิริมงคลหลายด้าน ไม่ว่าจะทรัพย์สิน โชคลาภ อสังหาริมทรัพย์ เสน่ห์
5
มูละ
เน้นทรัพย์สินโชค โชคลาภ เงินทอง ให้มีฐานะมั่นคง เงินทองไหลมาเทมา ทำมาค้าขึ้น
6
อุตสาหะ
เสริมความขยันหมั่นเพียร อุตสาหะ พยายาม และรับผิดชอบจนนำไปสู่ความสำเร็จ
7
มนตรี
ช่วยอุปถัมภ์ค้ำชู ความเมตตา ผู้ใหญ่ส่งเสริม
8
กาลกิณี
ภูมินี้เป็นความอัปมงคล โชคร้าย อุปสรรค ความวุ่นวาย ควรเลี่ยงภูมินี้
ใช้หลักทักษาดูสีมงคลด้วยตัวเอง ไม่ยากอย่างที่คิด
ตามตำราโหราศาสตร์หลายแขนง เราสามารถใช้ตารางทักษาเลือกสีมงคลทั้งกับเสื้อผ้า กระเป๋าสตางค์ เครื่องประดับ รถ และทุกสรรพสิ่งบนโลก ที่เราอยากเลือกสีให้ถูกโฉลกกับวันเกิดเราได้
อย่างที่เล่าคร่าว ๆ ไปในหัวข้อก่อนหน้านี้ว่าหลักทักษาจะแบ่งออกทั้งหมด 9 ช่อง โดยหลัก ๆ จะแบ่งออกเป็นภูมิและทักษา ถ้าเป็นทักษาจะนับเป็นวันอาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ เสาร์ พฤหัสบดี ราหู(พุธกลางคืน) และศุกร์ ตามลำดับ (วนขวา)
ส่วนภูมิก็นับวนขวาเช่นเดียวกัน โดยเริ่มจาก บริวาร อายุ เดช ศรี มูลละ อุตสาหะ มนตรี และกาลกิณีตามลำดับ
แต่ละวันก็จะมีสีมงคลประจำวัน ตามนี้
วันอาทิตย์ : สีแดง
วันจันทร์ : สีเหลือง ขาว ครีม
วันอังคาร : สีชมพู สีโอลด์โรส
วันพุธ : สีเขียว
วันพุธกลางคืน : สีม่วง
วันพฤหัส : สีส้ม สีน้ำตาล สีทอง
วันศุกร์ : สีฟ้า สีน้ำเงิน
วันเสาร์ : สีดำ สีม่วงเข้ม
วิธีดูสีมงคลให้ถูกโฉลกกับวันและด้านที่อยากเสริมสิริมงคล
เวลานับจากวันที่ต้องการใช้ไปทางด้านขวา
ถ้าอยากเสริมดวงด้านไหนในแปดภูมิที่เกริ่นให้ฟังข้างต้น ให้เลือกนับจากวันที่ต้องการใช้ไปหาภูมิที่อยากจะเสริมดวงไปทางด้านขวา (นับวันที่ต้องการใช้ด้วย)
ตัวอย่างเช่น
ต้องการเลือกสีเสื้อมงคลสำหรับวันอาทิตย์ที่ส่งเสริมเรื่องอำนาจ บารมี ซึ่งตรงกับภูมิเดช ซึ่งอยู่ข้อที่สาม ให้นับไปสาม ก็จะตกอยู่ที่สีชมพู
เพียงเท่านี้เราก็สามารถเลือกสีมงคลด้วยตัวเองได้แล้ว แบบไม่ต้องพึ่งตารางคนอื่นเลย หรือถ้าเราอยากดูสีมงคลที่ถูกโฉลกกับวันเกิดเรา ก็สามารถใช้หลักการเดียวกันได้เลย คือนับจากวันเกิดของเรา ถ้าอยากเลือกสีเสริมดวงภูมิไหนก็นับตามข้อไปโดยวนขวาเหมือนเดิม
สรุปท้ายบทความ
ความเชื่อเรื่องการเลือกสีเสื้อผ้าให้เป็นมงคลกับตัวเองในหลายด้านเป็นความเชื่อที่มีกันมาตั้งแต่อดีตแล้ว เนื่องจากคนไทยโบราณเองก็เติบโตมากับความเชื่อเรื่องโหราศาสตร์ ฤกษ์งามยามดี เห็นได้จากความเชื่อในการเลือกสีมงคลที่มีหลากหลายตำรา รวมทั้งการนำมาพูดถึงหรือแต่งเป็นคำกลอนสอนปฏิบัติตัวของกวีเอกเมืองไทยอย่างสุนทรภู่
ถ้าเจาะไปที่ต้นตอการเลือกสีมงคลในแต่ละวันเพื่อเสริมดวงในแต่ละด้านตามตำราที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน จะเห็นว่าเขาใช้หลักมหาทักษา หรือหลักทักษา หลักโหราศาสตร์ยอดนิยมที่ใช้ดูดวงหลากหลายประเภท ทั้งตั้งชื่อ ดูฤกษ์ ดูดวงความรัก และอีกมากมาย รวมทั้งดูสีมงคลได้ด้วย
ยังไงก็เรียนเชิญสายมูผู้กล้าแกร่งหรือสายมูเริ่มต้นไปฝึกอ่านฝึกดูกันได้ตามสบาย ต้องการเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ กระเป๋า หรืออะไรสีไหน เข้ามาแวะดูสินค้ามือสองที่ kaidee ได้เลย หาง่าย หาไว มีทุกอย่างที่อยากได้!
Oct 14, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
เคยเป็นกันไหมคะ ชอบสีนี้สุดใจ แต่ดันใส่แล้วหมอง ไม่เป๊ะปังอย่างใจหวัง บางทีอาจจะเป็นเพราะเรายังไม่เจอสีที่ใช่และเหมาะกับโทนผิวเราที่สุดก็ได้ บอกเลยว่าหาสีที่ใช่ไม่ยากอย่างที่คิด แวะมาทำ Personal Color Test แป๊บเดียวก็เจอ
สำหรับใครที่สงสัยว่า Personal Color Test คืออะไร ต้องทำยังไง ไปลองทำและค้นหาสีที่ใช่คุณที่สุดพร้อมกับเราเลยค่ะ
Personal Color Test คืออะไร?
Personal Color Test คือแบบทดสอบค้นหาสีที่เหมาะกับโทนสีผิวเราที่สุด เวลาใส่เสื้อผ้า สะพายกระเป๋า สวมเครื่องประดับหรือแม้แต่แต่งหน้าสีที่เหมาะกับโทนผิวเรา จะช่วยขับผิวให้ดูสวยใสมีออร่ายิ่งขึ้น! Personal Color จะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มตามฤดูกาล คือ Spring Summer Autumn และ Winter
Personal Color Test ทำยังไงบ้าง?
จริง ๆ แล้ว Personal Color Test มีหลากหลายรูปแบบมาก ทั้งแบบขายกันเป็นคอร์สละเอียดยิบ ไปจนถึงแบบทดสอบง่าย ๆ ที่เราเอามาฝากวันนี้ ขอบอกว่าทำง่ายมาก ใช้เวลาแป๊บเดียวเท่านั้น แค่ทำตามสเตปด้านล่างนี้เลยค่ะ
ผิวโทนร้อน (Warm/Yellow Tone)
หา Undertone ผิวตัวเองด้วย 5 วิธีสังเกตง่าย ๆ
เราสามารถหา Undertone ผิวตัวเองว่าเป็นโทนร้อน (Warm/Yellow Tone) หรือโทนเย็น (Cool / Blue Tone) ได้ด้วย 5 วิธีสังเกตง่าย ๆ ตามนี้เลยค่ะ
เส้นเลือดที่ข้อมือ
เส้นเลือดสีเขียว = ผิวโทนร้อน (Warm/Yellow Tone) เส้นเลือดสีน้ำเงิน = ผิวโทนเย็น (Cool/Blue Tone)
สีตาธรรมชาติ
สีตาธรรมชาติเป็นสีน้ำตาล = ผิวโทนร้อน (Warm/Yellow Tone) สีตาธรรมชาติเป็นสีดำ = ผิวโทนเย็น (Cool/Blue Tone)
ผิวโทนเย็น (Cool/Blue Tone)
โทนสีรองพื้น
ทารองพื้นสีโทนเหลืองแล้วเข้ากับผิวกว่า = ผิวโทนร้อน (Warm/Yellow Tone) ทารองพื้นสีโทนชมพูแล้วเข้ากับผิวกว่า = ผิวโทนเย็น (Cool/Blue Tone)
ผิวหลังโดนแดด
หลังออกแดดแล้วผิวคล้ำ = ผิวโทนร้อน (Warm/Yellow Tone) หลังออกแดดแล้วผิวแดง = ผิวโทนเย็น (Cool/Blue Tone)
ใส่สีทองหรือสีเงินขึ้นกว่า
ใส่สีทอง แล้วผิวผ่องกว่า = ผิวโทนร้อน (Warm/Yellow Tone) ใส่สีเงิน แล้วผิวผ่องกว่า = ผิวโทนเย็น (Cool/Blue Tone)
ลองเช็กว่า Personal Color ของคุณเป็นฤดูไหน
อย่างที่เกริ่นไปว่า Personal Color ตามตำราชาวญี่ปุ่น จะแบ่งตามฤดู คือ Spring Summer Autumn และ Winter ผิวโทนไหนเป็นฤดูอะไร แบ่งได้ตามนี้เลยค่ะ
Personal Color สำหรับผิวโทนร้อน (Warm/Yellow Tone)
สำหรับผิวโทนร้อน (Warm/Yellow Tone) จะมี Personal Color แบบ Spring และ Autumn ซึ่งจะแบ่งย่อยไปอีกว่า
คนผิวโทนร้อนที่มีดวงตาสีอ่อน เช่น ฟ้า น้ำตาลอ่อน และสีผมตามธรรมชาติเป็นสีอ่อนหรือสีสว่าง เช่น บลอนด์ น้ำตาลอ่อน Personal Color จะเป็น Spring
ถ้าเป็นคนผิวโทนร้อนที่มีดวงตาสีเข้ม เช่น ดำ น้ำตาลเข้ม และสีผมตามธรรมชาติเป็นสีเข้ม เช่น สีดำ น้ำตาลเข้ม Personal Color จะเป็น Autumn
Personal Color สำหรับผิวโทนเย็น (Cool/Blue Tone)
คนผิวโทนเย็น (Cool/Blue Tone) จะมี Personal Color แบบ Summer และ Winter โดยจะแบ่งย่อยอีกเหมือนเดิม
สำหรับคนผิวโทนเย็นที่มีดวงตาสีอ่อน เช่น น้ำตาลอ่อน เขียวสว่าง และสีผมตามธรรมชาติเป็นสีอ่อน เช่น บลอนด์เทา น้ำตาลอ่อน Personal Color จะเป็น Summer
ถ้าเป็นคนผิวโทนเย็นที่มีดวงตาสีเข้ม เช่น น้ำตาลเข้ม ฟ้าอมเทา และสีผมตามธรรมชาติเป็นสีเข้ม เช่น ดำ น้ำตาลอมเทา Personal Color จะเป็น Winter
มาดูกันว่าชาวฤดูไหนต้องใส่สีอะไรถึงปัง
Spring
ชาวผิวโทนร้อนหรืออมเหลืองที่จัดอยู่ใน Spring เหมาะกับโทนสีสว่าง สดใส ฟีลฤดูใบไม้ผลิ เช่น สีชมพูอมส้ม สีพีช สีเหลือง
Autumn
ชาว Autumn เหมาะกับสีอบอุ่นโทนน้ำตาล เช่น สีส้มอิฐ สีเขียวมะกอก สีเบจ
Summer
สำหรับบรรดาคนผิวโทนเย็นที่จัดอยู่ใน Summer จะเหมาะกับสีสว่างโทนเย็น สีพาสเทล อาทิ สีชมพู สีฟ้าอ่อน สีม่วงอ่อน
Winter
คนที่โทนผิวจัดว่าอยู่ในฤดู Winter จะเหมาะกับสีสด เรียกว่าขนแม่สีมาหมด รวมทั้งสีโทนเย็นด้วย เช่น สีแดง สีเหลือง สีชมพู
รู้ Personal Color ของตัวเองไว้ถือเป็นอีกตัวช่วยให้เราเลือกแต่งตัวและแต่งหน้าด้วยโทนสีที่เข้ากับโทนผิวเรามากขึ้น ไม่ว่าจะแต่งลุคไหนก็เป๊ะปัง สดใส ไม่มีหมอง
ใครอ่านถึงบรรทัดนี้ก็น่าจะรู้ Personal Color ที่เหมาะกับโทนผิวตัวเองกันแล้ว แวะมาช้อปเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าและเครื่องประดับมือสองในโทนสีที่ต้องการได้ที่ Kaidee เลยค่ะ อยากได้กระเป๋าสีไหน เสื้อผ้าสีอะไร เรามีทุกอย่างที่คุณมองหามาให้เลือกไม่อั้น! ได้ลุคปัง ๆ แล้ว อย่าลืมเอามาอวดกันบ้างน้า!
Oct 8, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
กระเป๋าเป็นไอเทมติดตัวของคุณผู้หญิงทุกคน เรียกได้ว่า เป็นสิ่งสำคัญเลยก็ว่าได้ บางคนซื้อเพื่อใช้จริง ๆ หรือบางคนสะสมเป็น Collection เลยนะ เพราะ กระเป๋าแบรนด์เนมบางแบรนด์ก็สามารถซื้อมาเพื่อเก็งกำไรได้ เนื่องจากว่าในอนาคตถ้าอยากขายต่อ ราคาก็ยังแรงไม่มีตกเลยละ เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ทำให้คุณผู้หญิงทั้งหลายนั้นมีความสุขและยิ้มได้เลยเมื่อได้เจ้ากระเป๋าที่ใฝ่ฝันมาครอบครองสำเร็จหรือจะได้จากคนที่รู้ใจก็ยิ่งดีเลยใช่ไหมล่ะครับ
มาดูกันว่า 5 กระเป๋าแบรนด์เนมที่คุณผู้หญิงใฝ่ฝันที่อยากมีไว้ครอบครอง มีแบรนด์อะไรบ้าง
1. Chanel
กระเป๋าแบรนด์ Chanel เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่คุณผู้หญิงนั้นใฝ่ฝันที่จะได้มาครอบครองสักใบ ไม่ว่ารุ่นไหนก็สามารถเข้าได้กับทุกลุค ด้วยเอกลักษณ์ของกระเป๋าที่เรียบหรู ดูแพง ส่วนราคานั้นก็สมกับเป็นแบรนด์กระเป๋า Hi-End ยอดนิยมเลยละ ราคาก็จะมีตั้งแต่หลักแสนขึ้นไปเองนะครับ จะลองไปกระซิบบอกคุณผู้ชายก็ได้นะ
2. Hermès
เป็นอีกหนึ่งแบรนด์กระเป๋า Hi-End ยอดนิยมของเหล่าดารา เซเลป ที่ต่างซื้อมาเพื่อมาประดับบารมี ด้วยกระเป๋าที่มีเอกลักษณ์ ดีไซน์ที่สวยหรู ดูเนี๊ยบสุด ๆ ทำให้รู้สึกถึงการประณีตในการผลิต เรียกได้ว่าวิถีพิถันสุด ๆ สมกับราคาที่ได้รู้ต้องร้อง ว้าวว ออกมาเลยละครับ โดยจะมีราคาเริ่มตั้งแต่หลักแสนจนพุ่งไปถึงหลักล้านเลยละ ขออุทานว่า OMG!!
3. Louis Vuitton
อีกหนึ่งแบรนด์กระเป๋าที่นึกถึงแบรนด์กระเป๋า Hi-End ก็จะนึกถึงแบรนด์นี้อันดับแรก ๆ เลย คือ Louis Vuitton นั่นเองครับ เป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ด้วยดีไซน์ลายตารางที่เรียกว่า Damier และลาย Monogram ที่เป็นเอกลักษณ์ เห็นแล้วรู้เลยว่าเป็นแบรนด์ Louis Vuitton แน่นอน สมกับเป็นแบรนด์กระเป๋ายอดนิยมที่ทุกคนต้องมีติดไว้อย่างน้อย 1 ใบเลยละครับ ส่วนราคาจะเริ่มที่หลักหมื่นถึงหลักแสนเลยละ
4. Gucci
อีกหนึ่งแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เห็นแล้วรู้ได้เลยว่าเป็นแบรนด์ Gucci ด้วยลายที่บ่งบอกความเป็นแบรนด์และโลโก้ที่ติดกับกระเป๋าทุกใบที่มีรูปตัว G อยู่ด้วยที่ทุกคนเห็นแล้วรู้เลยว่าเป็นแบรนด์ Gucci แน่นอน ส่วนราคาก็จะเริ่มตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนสมกับเป็นกระเป๋าแบรนด์ Hi-End ที่สุด!
5. Yves Saint Laurent
ปิดท้ายด้วยแบรนด์ Yves Saint Laurent กับโลโก้ที่ประกอบด้วยตัวอักษรย่อ YSL ที่ติดอยู่กับกระเป๋า ทำให้กระเป๋าแบรนด์ Yves Saint Laurent มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง หรูหราสวยงามตามแบบฉบับของแบรนด์และเป็นที่นิยมของเหล่าคุณผู้หญิงอย่างมากเลยละ กับราคาเริ่มเบา ๆ ที่หลักหมื่นถึงหลักแสนเอ๊งงง
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับ 5 กระเป๋าแบรนด์เนมที่คุณผู้หญิงทั้งหลายต่างใฝ่ฝันอยากจะครอบครอง ชอบกระเป๋าแบรนด์ไหนเป็นพิเศษบ้าง? หรือคุณผู้ชายคนไหนที่กำลังหาของขวัญเซอร์ไพรส์คุณผู้หญิงอยู่ รับรองว่าถ้าซื้อกระป๋าแบรนด์เนมให้ จะต้องดีใจมากเลยละ หากคุณกำลังสนใจอยู่ สามารถไปดูสินค้าก่อนซื้อที่ Official Store ของแบรนด์ได้เลย