ประวัติที่มา 11 โลโก้รถยุโรปชื่อดังระดับโลก

ประวัติที่มา 11 โลโก้รถยุโรปชื่อดังระดับโลก

โลโก้รถ เป็นสัญลักษณ์สำคัญในการบ่งบอกเอกลักษณ์ของรถแบรนด์ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี เพราะการออกแบบโลโก้รถต้องสื่อความหมายของเรื่องราวที่ต้องการให้ได้เข้าใจง่ายที่สุด และยังเป็นการช่วยให้เราจดจำรถของแบรนด์นั้น ๆ ได้มากขึ้นอีกด้วย วันนี้เราจะพาไปดูโลโก้รถจากทวีปยุโรปว่าโลโก้รถแต่ละแบรนด์มีประวัติและที่มาอย่างไรบ้าง

รวมโลโก้รถยุโรปชื่อดังระดับโลก

Volkswagen

โลโก้รถ Volkswagen

แบรนด์รถยนต์สัญชาติเยอรมนี ที่ก่อตั้งเมื่อปี 1973 ชื่อของ Volkswangen นั้นมีความหมายในภาษาเยอรมันว่า “รถของประชาชน” โดยการออกแบบโลโก้รถ Volkswangen มาจากตัวย่อของชื่อแบรนด์ที่ออกมาเป็น VW โดยใช้วงกลมแทนตัวคนที่อยู่ล้อมรอบโลโก้รถเปรียบเสมือนคนที่อยู่ในรถ ส่วนสีที่ใช้ในโลโก้รถนี้ มีการใช้สีน้ำเงินเข้มเพื่อแสดงความน่าเชื่อถือและมีระดับของแบรนด์ และใช้สีขาวทเพื่อแสดงถึงความบริสุทธิ์และมีเสน่ห์

และเมื่อปี 2019 ทาง Volkswagen ได้มีการเปลี่ยนโลโก้รถให้เรียบง่ายโดยการตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นเพื่อให้เหลือแต่สิ่งสำคัญ กลายเป็นโลโก้ 2 มิติ อันสวยงามนี้เอง

ราคาโดยประมาณ 590,100-1,124,000 บาท

Volvo

โลโก้รถ Volvo

แบรนด์รถยนต์อันโด่งดังไปทั่วโลกจากประเทศสวีเดน ก่อตั้งโดยบริษัท SKF สวีเดนในปี 1927 โดยตัวโลโก้รถ Volvo สื่อถึงความแข็งแกร่ง คำว่า Volvo แปลว่า I Roll ในภาษาละติน สื่อถึงแบรนด์ที่ต้องการช่วยให้ทุกการเดินทางเป็นไปได้ง่ายยิ่งขึ้น มีลูกศรเป็นสัญลักษณ์ของธาตุเหล็กโบราณ อุตสาหกรรมในประเทศสวีเดน และดาวอังคารที่แสดงถึงความแข็งแกร่ง รวมถึงการใช้สีน้ำเงินที่หมายถึงความน่าเชื่อถือและสีเงินที่เป็นสัญลักษณ์ของธาตุเหล็ก

ราคาโดยประมาณ 2,090,000-5,990,000 บาท

Mercedes-Benz

โลโก้รถ Benz

แบรนด์รถยนต์สุดหรูจากประเทศเยอรมนี มีการก่อตั้งขึ้นมาเมื่อปี ค.ศ.1926 จากการร่วมมือกันของ 2 ผู้ผลิตรถยนต์ที่เคยเป็นคู่แข่งกันอย่าง โกท์ลีป ไดม์เลอร์ และ คาร์ล เบนซ์ ซึ่งตัวโลกโก้รถ Mercedes-Benz มีที่มาจากโปสต์การ์ดของ โกท์ลีป ไดม์เลอร์ ที่ได้วาดดาวสามแฉกไว้พร้อมเขียนคำบรรยายว่าสักวันหนึ่งดาวดวงนี้จะส่องแสงเหนือโรงงานของเขาและนำความเจริญมั่งคั่งมาสู่บริษัทได้นั่นเอง หรืออีกนัยหนึ่ง ตัวโลโก้รถก็ยังหมายถึงมอเตอร์ที่สามารถใช้ได้กับทั้งทางน้ำ ดิน และอากาศ

ราคาโดยประมาณ 1,999,000-17,540,000 บาท

MINI

โลโก้รถ MINI

แบรนด์รถยนต์ขนาดเล็กสุดคลาสสิก ที่ผลิตในประเทศอังกฤษ โดยมีแบรนด์รถยนต์ชื่อดังอย่าง BMW เป็นเจ้าของใหญ่ ตัวโลโก้รถ MINI มีชื่อแบรนด์อยู่ตรงกลางวงกลมสีดำมีปีกสื่อถึงความเร็วและเสรีภาพ สีของโลโก้รถประกอบไปด้วยสีดำและเงินที่มีความหมายแตกต่างกัน โดยสีเงินแสดงถึงความหรูหรา ส่วนสีดำช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งและเป็นเลิศให้กับโลโก้รถ MINI มากยิ่งขึ้น

ราคาโดยประมาณ 1,959,000-4,200,000 บาท

Triumph

โลโก้รถ Triumph

บริษัทผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ชื่อดังในประเทศอังกฤษ โดยโลโก้รถจักรยานยนต์แบรนด์นี้มีตัว T ที่ในตอนแรกถูกออกแบบให้คล้ายกับฝาสูบเครื่องยนต์แต่มีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น มีเส้นโค้งที่ลากจากตัว R ไปจนถึง H คล้ายกับรอยยิ้มเป็นเอกลักษณ์ของโลโก้รถ และมีสัญลักษณ์รูปสามเหลี่ยมคล้ายกับธงชาติอังกฤษซึ่งเป็นประเทศผู้ก่อตั้งแบรนด์ขึ้นมา เพิ่มเข้าไปอีกด้วย

ราคาโดยประมาณ 395,000-985,000 บาท

Porsche

โลโก้รถ Porsche

อีกหนึ่งรถยนต์แบรนด์หรูที่ก่อตั้งเมื่อปี 1931 จากประเทศเยอรมนีทำให้โลโก้รถของ Porsche มีความเป็นเยอรมนี ด้วยธงชาติ สี ชื่อเมืองที่ผลิต และสัญลักษณ์ของเมืองที่เป็นรูปม้า แสดงถึงความทรงพลังและความรวดเร็วของรถ รวมไปถึงเขากวางสีดำและแถบสีดำ-แดงที่หมายถึงอาณาจักรก่อนรวมเป็นประเทศเยอรมนี เข้าไปบนโลโก้รถ

ราคาโดยประมาณ 4,900,000-22,100,000 บาท

Lamborghini

โลโก้รถ Lamborghini

แบรนด์รถยนต์ที่มาจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศอิตาลี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1963 ตัวโลโก้รถ Lamborghini มีจุดเด่นอยู่ที่วัวกระทิงสีทองซึ่งเป็นสายพันธุ์สัตว์ที่ผู้ก่อตั้งชอบมากที่สุดและยังเป็นสัตว์ประจำราศีของผู้อีกตั้งอีกด้วย นอกจากนี้การใช้วัวกระทิงยังมีความหมายถึงความแข็งแกร่งทนทานดั่งเช่นรถยนต์ยี่ห้อ Lamborghini ส่วนเหตุผลที่โลโก้รถแบรนด์นี้มีสีดำและทองเป็นเพราะทั้งสองสีนั้นแสดงถึงอำนาจบารมีและความหรูหรานั่นเอง

ราคาโดยประมาณ 21,500,000-178,000,000 บาท

Jaguar

โลโก้รถ Jaguar

Jaguar เป็นบริษัทรถยนต์ระดับหรูหราของประเทศอังกฤษที่มีการก่อตั้งขึ้นมาเมื่อปี 1922 ตัวโลโก้รถมีเสือจากัวร์ที่แสดงถึงความแข็งแกร่ง แม่นยำและทรงพลังกระโจนอยู่ ใช้โลหะสีเงินที่ช่วยให้โลโก้รถดูหรูหรามีระดับมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการใช้แสงเงาเพื่อทำให้โลโก้รถดูมีมิติ เพรียวบาง และเพิ่มการเคลื่อนไหวให้โลโก้รถดูมีชีวิตชีวาสวยงามมากยิ่งขึ้น

ราคาโดยประมาณ 2,900,000-6,400,000 บาท

Ferrari

โลโก้รถ Ferrari

อีกหนึ่งแบรนด์รถสปอร์ตที่มีความหรูหราอันดับต้น ๆ จากประเทศอิตาลี ตั้งแต่ปี 1939 โดยตัวโลโก้รถแบรนด์นี้มีสัญลักษณ์รูปม้าที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งมีที่มาจากการพบเจอของผู้ก่อตั้งแบรนด์ Ferrari และวีรบุรุษนักบินอันโด่งดังจนประทับใจกับคำพูดและสัญลักษณ์บนเครื่องบินของเขา ส่วนสีเหลืองที่อยู่บนโลโก้รถเป็นสีประจำเมืองโมเดน่าเป็นพื้นหลัง ในขณะที่สีเขียว ขาวและแดงเป็นสีของธงชาติอิตาลี ประเทศผู้ผลิตรถ Ferrari

ราคาโดยประมาณ 21,230,00-40,900,000 บาท

BMW

โลโก้รถ BMW

BMW แบรนด์รถยนต์ที่หลายคนคงคุ้นชื่อ เพราะออกรถยนต์มามากมายหลากหลายสไตล์ BMW ได้ถือกำเนิดขึ้นในประเทศเยอรมนีเมื่อปี 1916 โลโก้รถ BMW มีจุดสังเกตที่วงกลมสีฟ้าและขาวซึ่งมีที่มาจากสีของแคว้นบาวาเรีย แคว้นที่เป็นจุดกำเนิดของ BMW หรือในอีกมุมหนึ่งตัวโลโก้รถก็ยังสามารถมองเห็นเป็นรูปใบพัดสีขาวกำลังหมุนตัดกับท้องฟ้าซึ่งสอดคล้องกับธุรกิจการบินในช่วงแรกของการเปิดบริษัท BMW

ราคาโดยประมาณ 1,999,000-17,999,000 บาท

Aston Martin

โลโก้รถ Martin

ปิดท้ายด้วยโลโก้รถยนต์สุดหรูแบรนด์ดังอย่าง Aston Martin ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ถูกผลิตครั้งแรกในประเทศอังกฤษที่ในปี 1913 ตัวโลโก้รถของ Aston Martin ประกอบไปด้วยปีกสีขาวที่บ่งบอกถึงความสง่างาม เป็นเลิศ ความอิสระ ความฝัน ความเร็วและการสำรวจนั่นเอง

ราคาโดยประมาณ 16,900,000-28,900,000 บาท

สรุปท้ายบทความ

จากที่ได้เล่ามาข้างต้นแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าเพียงโลโก้เล็ก ๆ บนรถยนต์คันใหญ่ จะมีความหมายลึกซึ้งแอบแฝงอยู่ และถ้าคุณอยากได้รถสวย ๆ โลโก้เท่ ๆ ลองเข้ามาหาที่ Kaidee Auto สิ ที่นี่มีรถให้คุณได้เลือกมากมายหลากหลายสไตล์ให้คุณตัดสินใจ แล้วอย่าลืมเข้ามาหาซื้อรถกันนะ

5 เหตุผลที่ทำให้ VOLVO S60 เป็นรถยนต์ที่น่าสนใจแห่งยุค

5 เหตุผลที่ทำให้ VOLVO S60 เป็นรถยนต์ที่น่าสนใจแห่งยุค

เปิดตัวอย่างร้อนแรงต้อนรับศักราชใหม่กันไปแล้วเมื่อตอนต้นปี สำหรับยนตรกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง All-New Volvo S60 สุดยอดสปอร์ตซีดานระดับพรีเมียมจากประเทศสวีเดน มาพร้อมคอนเซปต์ Your Singnature Drive ที่จะพลิกโฉมสู่ประสบการณ์การขับขี่บนมาตรฐานใหม่ด้วยสมรรถนะขั้นสุดยอด ซึ่งถูกสร้างสรรค์มาให้คนรักรถยนต์และแฟนๆ ของ Volvo ได้ตื่นตาตื่นใจกันอีกหนึ่งครั้ง

1. โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์อันมาดมั่น

Credit – Volvo

รูปลักษณ์ภายนอกมาในสไตล์สปอร์ต นำทีมโดยกระจังหน้า ที่ติดตั้งตราวอลโว่อันเป็นจุดเด่นหน้ารถ ส่วนฮู้ดหลังยาวและฝากระโปรงห้องเครื่อง สื่อถึงพลังในการขับเคลื่อนอย่างชัดเจน เสริมด้วยไฟหน้าแอลอีดี ดีไซน์รูปลักษณ์ฆ้อนธอร์อันเป็นซิกเนเจอร์ของ Volvo

2. ห้องโดยสารสุดหรูแบบฉบับสแกนดิเนเวียน

Credit – Volvo

งานออกแบบสไตล์นี้โดดเด่นในเรื่องของความสะอาดหมดจด คุณภาพ และตอบรับกับการใช้งาน โดยการออกแบบของ Volvo S60 จัดสรรพื้นที่ภายในอย่างเรียบง่าย โปร่งสบายตา เพื่อมอบบรรยากาศที่ผ่อนคลายตลอดการเดินทางของคุณ ในส่วนของเบาะที่นั่งใช้วัสดุเป็นหนังแท้ในเฉดสี Charcoal และ Maroon Brown ช่วยเพิ่มความหรูหราขึ้นอีกหนึ่งระดับ

นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอมาตรฐานขั้นสูงของงานฝีมือแบบฉบับบสแกนดิเนเวียน ด้วยมือจับประตูรถตกแต่งแบบอลูมิเนียมและแผงไฟในโทนสีที่กลมกลืนเข้ากับตัวรถ เสริมความสวยงามด้วยการฝังลายแบบ Metal Decors Inlay ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดการตกแต่ง แป้นเกียร์ และพวงมาลัยแบบ R-Design ซึ่งทุกฟังก์ชั่นในตัวรถ ล้วนแล้วแต่เป็นงานที่เน้นความประณีตอย่างแท้จริง

3. เทคโนโลยีความปลอดภัยชั้นนำระดับโลก

Credit – Volvo

จุดเด่นด้านความปลอดภัยต้องยกให้การคิดค้นนวัตกรรมของ Volvo ที่สืบทอดมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ เริ่มต้นด้วยระบบไฟหน้าหักเหตามพวงมาลัย ตามด้วยระบบไฟหน้า LED Headlights with ABL ที่ถูกออกแบบมาเพื่อมอบความสว่างสูงสุดเมื่อเจอทางโค้งหรือแยกบนถนน ต่อด้วยระบบ High-Pressure Cleaning เพื่อให้คุณมีทัศนวิสัยในความมืดที่ชัดเจนที่สุด

นอกจากนี้ยังมีระบบ Head-Up Display ที่จะช่วยแสดงข้อมูลการขับขี่ผ่านการฉายข้อมูลที่จำเป็น ในระยะสายตาของผู้ขับขี่โดยตรง ทั้งในเรื่องของอัตราความเร็วและการทำงานต่างๆ ของรถยนต์ ทำให้ไม่ต้องละสายตาจากถนนในขณะขับรถ

Credit – Volvo

เสริมทัพด้วยระบบช่วยในการจอดรถ พร้อมจอแสดงผลด้วยภาพ 360 องศา่ ทำงานด้วยเซ็นเซอร์ซึ่งติดตั้งบนกระจังหน้ารถและกันชนหลัง ร่วมกับกล้องตัวอื่นๆ ในมุมต่างๆ ของตัวรถ ซึ่งจะช่วยวัดระยะห่างของวัตถุรอบตัวรถ เมื่อระบบตรวจพบวัตถุในระยะใกล้ จะส่งเสียงเตือนและแสดงภาพบนหน้าจอแบบ Sensus Screen ในทันที

4. ความสะดวกสบายในการเดินทางที่เหนือชั้น

Credit – Volvo

ด้วยเบาะที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันและรองรับส่วนโค้งของสรีระได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้นั่งสบายไม่เมื่อย แม้ต้องเดินทางในระยะไกลๆ ในส่วนของเบาะหลังมาในระบบ 4-Way Power Lumbar Support เพื่อผ่อนคลายความเมื่อล้าบริเวณหลัง นอกจากนี้ยังมีระบบกุญแจ Remote Control with Keyless Entry & Drive รวมถึงการเปิดประตูท้ายฝากระโปรงหลัง ที่สามารถปลดล็อคด้วยไฟฟ้าโดยไม่ต้องใช้มือ

ส่วนใครที่มีปัญหาเรื่องของการจอดรถ ต้องชื่นชอบกับอีกหนึ่งฟังก์ชั่นอย่าง ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ ตัวช่วยให้คุณถอยเข้าและออกจากที่จอดรถได้อย่างแม่นยำ โดยระบบจะกำหนดระยะห่างสำหรับการจอดที่เหมาะสม และให้คำแนะนำการจอดทีละขั้นตอน โดยรถยนต์จะควบคุมการเลี้ยวโดยอัตโนมัติ ส่วนผู้ขับขี่จะควบคุมเพียงแค่การเบรกและการเปลี่ยนเกียร์

5. ระบบพลังงานที่ยั่งยืนและเทคโนโลยีเสริมสุดอัจฉริยะ

Credit – Volvo

The All-New Volvo S60 มอบความเพลิดเพลินในการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์เปี่ยมประสิทธิภาพ T8 Twin Engine AWD Plug-In Hybrid ที่ให้กำลังสูงถึง 407 แรงม้า และไม่ปล่อยไอเสียสู่ชั้นบรรยากาศ ผู้ขับขี่จึงช่วยมีส่วนช่วยในการรักษ์โลกอย่างแท้จริง

ปิดท้ายด้วยนวัตกรรมสุดล้ำที่จะช่วยอำนวยความสะดวกและมอบความบันเทิงให้ผู้ขับขี่อย่างเต็มที่ อาทิ ระบบนำทาง และ Apple Car Play & Android Auto Support พร้อมเอ็นจอยไปกับเสียงดนตรีสุดเร้าใจกับเครื่องเสียงระดับพรีเมียมจากแบรนด์ Harman Kardon โดยคุณสามารถเชื่อมต่อผ่านระบบออนไลน์และรื่นรมย์กับการขับขี่ได้ตลอดเส้นทาง

Credit – Volvo

ด้วยคุณสมบัติที่อัดแน่นแบบเต็มสตรีมขนาดนี้ จึงทำให้ The All-New Volvo S60 เป็นรถซีดานสุดหรูหรา ที่จะมาพลิกโฉมสู่ประสบการณ์การขับขี่รูปแบบใหม่อย่างแท้จริง ช่วยให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้นและตอบสนองทุกความต้องการของแฟนๆ Volvo และแฟนรถยนต์ได้อย่างแท้จริง ส่วนใครที่สนใจรถยนต์ Volvo รุ่นอื่นๆ ที่น่าสนใจ สามารถแวะเข้ามาชมกันได้ที่ RodKaidee รับรองว่ามีรถสภาพดีๆ รอคุณอยู่มากมายแน่นอน