May 15, 2023 | บทความยานยนต์
“ECO PACK SERVICE บริการคุ้มค่าด้วยอะไหล่ทางเลือก มาตรฐาน Toyota เหมาะกับรถยนต์โตโยต้าอายุ 5 ปีขึ้นไป หรือหมดระยะรับประกัน รองรับ 7 รุ่นหลัก”
ECO PACK SERVICE คือบริการรูปแบบใหม่ ที่จัดจำหน่ายในรูปแบบแพ็กเกจราคาประหยัด ออกแบบมาเพื่อ “รถยนต์โตโยต้า” อายุรถมากกว่า 5 ปีขึ้นไป และหมดอายุการรับประกันตามเงื่อนไข (รถใหม่) ไปแล้ว รองรับมากถึง 7 รุ่นหลัก โดดเด่นด้วย 8 แพ็กเกจซ่อมด่วน บริการโดยช่างโตโยต้า มั่นใจได้ จองคิวใช้บริการได้ที่ศูนย์บริการโตโยต้า
สำหรับเซอร์วิสนี้จาก Toyota ความจริง ไม่ใช่บริการเปิดตัวใหม่ ! แต่มีมาสักระยะแล้ว อัปเกรดให้ดีขึ้นในทุก ๆ ปี เงื่อนไขจึงอาจแตกต่างจากที่ผ่านมา แต่คุณภาพเหมือนเดิม ก็คือ… ดี ….. ส่วนจะดีขนาดไหน น่าซื้อแพ็กเกจหรือไม่ Kaidee Auto มีคำตอบ พร้อมอธิบายในทุกเรื่องที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ ECO PACK SERVICE บริการคุ้มค่าด้วยอะไหล่ทางเลือก ไปดูรายละเอียดกันเลย
ECO PACK SERVICE คืออะไร ไปทำความรู้จักกันก่อน
ก่อนจะใช้ ก่อนจะชอบ ทำความรู้จัก ECO PACK SERVICE กันสักนิด จุดเด่น ก็คือ บริการเช็กระยะพื้นฐาน บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และบริการซ่อมด่วนด้วยอะไหล่ทางเลือก มีมาตรฐานและผ่านการรับรองจากโตโยต้าโดยตรง ลูกค้าสามารถนำรถเก่าตามที่ระบุไว้ทั้ง 7 รุ่น และต้องมีอายุการใช้งานตั้งแต่ 5 ปี หรือ 150,000 กม. ขึ้นไป เข้ารับการเซอร์วิส ณ ศูนย์บริการ Toyota ได้โดยตรง
นับเป็นอีกหนึ่งบริการ ดูแลโดยช่างผู้เชี่ยวชาญจากโตโยต้า ให้ความรู้สึกเดียวกับตอนออกรถใหม่นั่นแหละ แม้ในความจริง รถเก่าก็เข้าศูนย์ได้อยู่แล้ว – ไม่แปลก – แต่ค่าใช้จ่าย ไม่ใช่แบบนี้แน่นอน
Toyota มองเห็นความสำคัญในจุดนี้ จึงเสิร์ฟบริการพิเศษ ตอบแทน Brand Loyalty ของลูกค้า เพื่อให้ได้รับบริการดีที่สุด คุ้มค่า ราคาสบายกระเป๋า ไม่แตกต่างจากรถใหม่
ECO PACK SERVICE มี 8 แพ็กเกจ เช็กละเอียดทุกจุด
สำหรับ ECO PACK SERVICE ของโตโยต้า จำหน่ายในรูปแบบ 8 แพ็กเกจเซอร์วิส มอบความคุ้มค่าในระดับที่มากกว่า และที่สำคัญ Maintenance แบบเร่งด่วนได้ทันที ไม่ต้องรออะไหล่นานอีกต่อไป มีสต็อกพร้อมเปลี่ยน ลูกค้าเลือกได้ตามที่ต้องการ ส่วนจะมีอะไรให้ “เลือกเช็ก” และ “เปลี่ยนใหม่” ดูตามรายละเอียดด้านล่างได้เลย
ECO PACK SERVICE 8 แพ็กเกจ เซอร์วิสมั่นใจ บริการครอบคลุม
บริการเช็กระยะพื้นฐาน
บริการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง
แพ็กเกจไส้กรองอากาศ
แพ็กเกจไส้กรองแอร์
แพ็กเกจเปลี่ยนใบปัดน้ำฝน
แพ็กเกจเปลี่ยนผ้าเบรก หน้า/หลัง (แยก)
แพ็กเกจเปลี่ยนโช้คอัพ หน้า/หลัง (แยก)
แพ็กเกจเปลี่ยนยาง
ECO PACK SERVICE เหมาะสำหรับรถ Toyota ใน 7 รุ่นหลัก
รถโตโยต้าที่สามารถใช้บริการแพ็กเกจ ECO PACK SERVICE มีทั้งหมด 7 รุ่นหลัก และเป็นรถในเจเนอเรชันก่อนโฉมปัจจุบันทั้งหมด พูดง่าย ๆ ก็คือ “รถเก่า” มีอายุการใช้งานมากกว่า 5 ปี หรือ 150,000 กม. และต้องหมดระยะรับประกันคุณภาพแล้ว เข้าเงื่อนไขบริการนี้ทันที สำหรับรถยนต์ Toyota รวมรุ่นที่สามารถใช้ ECO PACK SERVICE และ อะไหล่ทางเลือก ดังนี้
Toyota Yaris
Toyota Vios
Toyota Corolla Altis
Toyota Hilux Vigo
Toyota Hilux Revo
Toyota Fortuner
Toyota Commuter
โปรโมชัน ! เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง รับบริการเช็กระยะเพิ่ม !
มาพร้อมโปรโมชันพิเศษ เฉพาะลูกค้าที่เลือกรับ “บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง Eco Pack Service*” สามารถรับบริการเช็กระยะพื้นฐาน ตรวจเช็กเพิ่ม 38 รายการ จ่ายเพิ่มเพียงแค่ 100 บาทเท่านั้น คุ้มจัดแบบตะโกน !
*หมายเหตุ – น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์โตโยต้า พร้อมปะเก็นและไส้กรองจากอะไหล่ทางเลือก
มัดรวม… ราคาเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง แพ็กเกจ ECO PACK SERVICE
ประหยัดขั้นสุด ราคาเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง Eco Pack Service ของรถยนต์ Toyota ทั้ง 7 รุ่น
Toyota Yaris เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ราคาสุทธิ 730 บาท
Toyota Vios เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ราคาสุทธิ 730 บาท
Toyota Corolla Altis เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ราคาสุทธิ 860 บาท
Toyota Hilux Vigo เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เริ่มต้น 1,000 บาท
Toyota Hilux Revo เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เริ่มต้น 1,000 บาท
Toyota Fortuner เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เริ่มต้น 1,150 บาท
Toyota Commuter เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ราคาสุทธิ 1,150 บาท
อะไหล่ทางเลือก เปิดราคา คุ้มค่า มาตรฐานโรงงาน
ก่อนจะไปพูดเรื่องราคาสุดว้าว ย้อนมาทำความเข้าใจ กับคำว่า “อะไหล่ทางเลือก” กันก่อน สรุปโดยรวมหมายถึง อะไหล่ที่ไม่ได้ผลิตจากค่ายรถยนต์โดยตรง แต่เป็นการผลิตขึ้นจากเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เพื่อให้มีคุณสมบัติใกล้เคียง ทำงานได้เหมือนกับอะไหล่ OEM
อะไหล่ทางเลือก Eco Pack Service มั่นใจเรื่องคุณภาพ เพราะได้การรับรองจากโตโยต้า รับประกันคุณภาพอะไหล่และงานซ่อมนานถึง 6 เดือน หรือ 10,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
ในส่วนราคาพิเศษของ อะไหล่ทางเลือก เช่น ไส้กรองอากาศ 300 บาท*, ไส้กรองแอร์ 270 บาท*, โช้คอัพ 2,050 บาท*, เบรกคู่หน้า 1,670 บาท*, เบรกคู่หลัง 1,310 บาท*, ใบปัดน้ำฝน 175 บาท*, ยาง 1,489 บาท* ฯลฯ (*ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ)
สรุปให้ชัด Eco Pack Service เหมาะกับใคร (ที่สุด)
อ่านจนถึงตรงนี้ ย้ำให้ชัดอีกสักที บริการหลังการขายในแพ็กเกจ Eco Pack Service เหมาะสำหรับรถเก่า ไม่ใช่โฉมปัจจุบัน ทั้ง 7 รุ่น มีอายุการใช้งาน 5 ปีขึ้นไป ตอนนี้ Toyota บริษัทแม่เค้ามีบริการเซอร์วิสให้แล้ว พร้อมอะไหล่ทางเลือก และช่างเทคนิคเฉพาะทาง
ขับรถเข้าศูนย์บริการที่ร่วมรายการได้เลย เหมาะกับทุกคนที่มีรถยนต์โตโยต้า ไม่ต้องลุ้นให้เหนื่อยเวลา จะซ่อม – จะเช็ก แต่ละครั้งอีกต่อไป
นัดหมายเข้ารับบริการ Eco Pack Service ได้ที่ศูนย์บริการโตโยต้า
ดีแบบนี้ คุ้มแบบนี้ ยิ่งมั่นใจแบบนี้ อย่ารอช้า รีบนำรถเข้ารับบริการ Eco Pack Service ได้ที่ศูนย์บริการโตโยต้าที่ร่วมรายการ เพื่อให้รถคันโปรดของคุณ ฟื้นคืนสมรรถนะเหมือนใหม่ ด้วยราคามาตรฐาน
เช็กราคา อะไหล่ทางเลือก >>> คลิกที่นี่ <<<
รายละเอียดเพิ่มเติม และนัดหมายเข้ารับบริการ ECO PACK SERVICE >>> คลิกที่นี่ <<<
Jul 29, 2021 | บทความยานยนต์
รถซีดานขนาดใหญ่ในบ้านเราอย่าง Toyota Camry มือสองที่ราคาไม่แรงแต่คุณภาพระดับผู้บริหาร เรารวบรวมข้อมูลมาให้แบบครบจบในที่เดียว
รถยนต์ขนาด D-segment ถูกจัดอยู่ในประเภทรถเก๋งซีดาน 4 ประตู ในประเทศไทยถือว่าเป็นรถเก๋งตัวท็อปที่สุดด้วยขนาดรถที่ใหญ่ ภายในกว้างนั่งสบาย มีความหรูหรา รวมถึงสมรรถภาพของเครื่องยนต์ที่ใหญ่ ทำให้รถประเภทนี้มีความภูมิฐาน มีสมรรถนะ เหมาะสำหรับเป็นรถประจำตำแหน่ง, รถบริการของโรงแรม และ รถครอบครัว
รถ D-segment สัญชาติญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงและได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดรถยนต์ในบ้านเราหลักๆ แล้วคงหนีไม่พ้น 3 เรือธงนี้อย่างแน่นอน ซึ่งทุกคนน่าจะรู้จักและคุ้นหูคุ้นตาเป็นอย่างดี เริ่มจาก Nissan Teana ที่มีความหรูหราสไตล์รถวีไอพี ถัดมาเป็นแบรนด์ถูกใจวัยรุ่นสาย H อย่าง Honda ที่มี Honda Accord ที่มีเอกลักษณ์ความสปอร์ตทั้งภายในและภายนอกตามสไตล์ Honda
และ รุ่นสุดท้าย Toyota Camry ซึ่งเป็นรถที่เรากำลังจะพูดถึงกันในวันนี้นอกจากเรื่องทั่วไปของรถตระกูลนี้แล้ว ที่น่าสนใจอีกหนึ่งอย่างคือ ความอมตะของรถรุ่นนี้เพราะต่อให้ผลัดมือเจ้าของกลายมาเป็น Camry มือสอง รถตระกูลนี้ก็ยังได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการของใครหลายคนในตลาดรถยนต์มือสอง
ข้อมูล และ ประวัติ
สำหรับใครที่เล็ง Camry มือสองไว้ในใจ เราจะพาทุกคนไปรู้จักประวัติของรถรุ่นนี้กันก่อนตามคำโบราณที่สอนไว้ว่าจะรักใคร ชอบใครให้ทำความรู้จักกันไปก่อน
รถรุ่น Toyota Camry มีประวัติที่ยาวนานและมีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว เชื่อว่าหลายคนอาจจะยังไม่รู้เรื่องที่น่าสนใจของรถรุ่นนี้ เช่น Camry ถูกคิดมาจากคอนเซปต์อะไร เพื่อจุดประสงค์อะไร หรือ พัฒนามาจากรถรุ่นไหน?
Toyota Camry รถบ้านที่มีเชื้อสายของรถสปอร์ตเปิดประทุนมาก่อน ! ในปี 2523 Toyota ได้เริ่มคิดค้นและผลิตรถยนต์ตัวถังซีดาน 4 ประตูนั่งได้สองตอนด้วยการต่อยอดจากรถแข่งและรถบ้านทั่วไปของทางค่าย Toyota อย่าง ตระกูล Celica, Corolla และ Carina แต่ ณ ตอนนั้นไม่ได้ใช้ชื่อรุ่นว่า Camry
แต่แล้วด้วยการแข่งขันและการขยายตัวของตลาดรถยนต์ในช่วงนั้นทำให้ผู้ผลิตรถยนต์แต่ละค่ายเริ่มจริงจังที่จะผลิตรถยนต์ขนาด d-segment ออกมาจำหน่ายทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของรถเก๋งซีดาน 4 ประตูที่ชื่อว่า “Camry” หรือ ความหมายในภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า “มงกุฎ” คล้ายกับรถหรูระดับพรีเมียมอย่าง Toyota Crown
แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า Toyota Camry ในบ้านเรากับประเทศญี่ปุ่นจำหน่าย Camry กันคนละโมเดล!
หมายความว่า Toyota Camry ในประเทศญี่ปุ่นจะมีหน้าตาและสเปคที่ต่างจาก Toyota Camry ในบ้านเรา เพราะตั้งแต่แรกเริ่ม Toyota Camry ไม่ได้เป็นรถขนาด D-segment แต่กำเนิดเนื่องจาก Toyota ต้องการออกแบบรถรุ่น Camry ให้ถูกจัดเสียภาษีในรถยนต์ประเภท “5 Number” หรือ รถ C-Segment ตามกฎในประเทศญี่ปุ่นเพื่อลดการจ่ายภาษีที่สูง เนื่องจากในประเทศญี่ปุ่นรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่กว่า C-segment จะต้องจ่ายภาษีค่อนข้างสูง ทำให้ Camry ในโฉมแรกๆ ที่มีรหัสตัวถังนำหน้าด้วยตัว “V” ถูกตรึงไว้ให้มีขนาดเล็กเท่ากับ Toyota Altis ในปัจจุบัน
รวมรถรุ่น Toyota Camry
เนื่องจากถ้าทาง Toyato อัปเกรด Camry ในญี่ปุ่นให้มีขนาดตัวถังและเครื่องยนต์ที่ใหญ่ขึ้น Toyota Camry จะถูกจัดอยู่ในรถประเภท 3 Number ทันที ซึ่งทำให้ต้องเสียภาษีแพงขึ้น ทำให้ Toyota ตัดสินใจแยกโมเดลรถตระกูล Camry ออกเป็น 2 รายการการผลิตโดยใช้รหัส “V” กับ “XV” เป็นรหัสนำหน้าตัวถัง โดยรหัสตัวถัง “V” จะเน้นจำหน่ายและทำการตลาดในประเทศญี่ปุ่น ส่วนรหัสตัวถัง “XV” เป็นรุ่นที่แตกไลน์การผลิตมาในภายหลังเพื่อที่จะทำการตลาดและจำหน่ายออกทั่วโลก ทำให้ Camry บางรุ่นมีขายเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง
Camry รหัสตัวถัง “V”
Toyota Camry ที่มีรหัสตัวถังนำหน้าด้วย “V” จะเป็นรุ่นแรกๆ ของ Camry และ จัดอยู่ในรถยนต์ขนาดเล็ก C-segment หรือ 5 Number อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นส่วนมากมีจำหน่ายเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น
Toyota Camry V10
เป็นโฉมแรกของรถตระกูล Camry มาพร้อมกับคอนเซปต์การเปิดตัวเอกลักษณ์โดยเฉพาะสู่สายตาผู้คนเป็นครั้งแรกในโฉมนี้มีตัวถัง Sedan 4 ประตู และ Hatchback 5 ประตู
1984 Toyota Camry
ผลิตและจำหน่ายปี ค.ศ. 1982-1986 รถเก๋งสอนตอนขับเคลื่อนล้อหน้า มีเกียร์ 2 ระบบระหว่าง อัตโนมัติ 4 สปีด และ ธรรมดา 5 สปีด เครื่องยนต์มีให้เลือก 2 สเปค ระหว่างขนาด 1.8 ลิตร 74 แรงม้า และ 2.0 ลิตร 92 แรงม้า
Toyota Camry V20
ในโฉมนี้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเล็กน้อยโดยมีตัวถังให้เลือกระหว่าง sedan 4 ประตู และ station wagon 4 ประตู
Toyota Camry V20 sedan and station wagon
ผลิตและจำหน่ายปี ค.ศ. 1986-1990 มีทั้งระบบขับเคลื่อล้อหน้าและขับเคลื่อน 4 ล้อ เกียร์ 2 ระบบให้เลือกระหว่าง อัตโนมัติ 4 สปีด และ ธรรมดา 5 สปีด เครื่องยนต์ 3 ขนาด 1.8 ลิตร (86 แรงม้า), 2.0 ลิตร (110 แรงม้า) และ 2.5 ลิตร (เป็นรุ่นที่ถูกจัดอยู่ใน 3 Number ซึ่งเสียภาษีแพงเป็นพิเศษในญี่ปุ่น)
Toyota Camry V30
Camry V30 โฉมนี้มีขายเฉพาะแค่ในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น เนื่องจากเป็นโฉมที่อยู่ในช่วงเวลาที่ Toyota ตัดสินใจแยก Camry ออกเป็น 2 รุ่นระหว่างรหัสตัวถัง “V” และ “XV” เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคทั้งในประเทศญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก
Toyota Camry V30
ผลิตและจำหน่ายปี ค.ศ. 1990-1994 มีตัวถังรถ 2 แบบระหว่าง Sedan และ เปิดประทุนหลังคาแข็ง (Hard Top) เครื่องยนต์มีให้เลือกตั้งแต่ 1.8 ลิตร 4 สูบ, 2.0 ลิตร 4 สูบ, 2.2 ลิตร และ ตัวแรงสุดอย่าง 3.0 ลิตร 6 สูบ
Toyota Camry V40
Toyota พัฒนา Camry รหัสตัวถัง “V” มาจนถึงโฉมสุดท้าย แต่การพัฒนาไม่สิ้นสุด Toyota ได้ใส่ใจในเรื่องของระบบความปลอดภัยที่เปรียบเสมือนอุปกรณ์มาตรฐานที่รถทุกคันต้องมี ทำให้ Camry V40 เป็นรุ่นแรกของรถตระกูล Camry ที่มีการพัฒนาและติดตั้งระบบความปลอดภัยอย่างระบบเบรก ABS และ ถุงลมนิรภัยคู่
Toyota Camry V40
ผลิตและจำหน่ายในปี ค.ศ. 1994-1998 มีขายเฉพาะในประทศญี่ปุ่นเท่านั้น มีเครื่องยนต์เบนซิน 3 ขนาด (1.8, 2.0 และ 2.2 ลิตร)
ไม่แปลก! ที่หลายคนอาจจะงงหรือไม่คุ้นหน้าคุ้นตากับรถ Camry รหัสตัวถัง “V” ที่ได้กล่าวไปข้างต้น
Camry รหัสตัวถัง “XV”
รถยนต์ Toyota Camry ที่เรารู้จักและเห็นวิ่งกันบนถนนในบ้านเราจะมีรหัสตัวถังนำหน้าด้วย “XV” เนื่องจากทาง Toyota ต้องการให้ Camry เป็นรถ D-segment อย่างเต็มตัวด้วยการผลิต Camry รหัสตัวถัง “XV” เข้าสู่ตลาดโลกทำให้ผู้คนได้รู้จักรถยนต์ D-segment สัญชาติญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมสูงอย่าง Toyota Camry นั่นเอง ! ในวงการรถยนต์บ้านเราจะเรียก Camry XV ว่า ACV
Toyota Camry ACV10 (XV10)
หลังจากที่ทาง Toyota ได้แยกสายการผลิตรถยนต์ตระกูล Camry ออกเป็นสองส่วนเพื่อตอบสนองตลาดทั้งในญี่ปุ่นและทั่วโลกโฉม XV10 หรือ ในบ้านเราที่เรียกกันว่า ACV10 จึงเป็น Camry รุ่นแรกที่เข้ามาทำตลาดและจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในรูปแบบของตัวถัง sedan และ station wagon
Toyota Camry XV 1st generation
รายละเอียดและสเปค
ผลิตและจำหน่ายในปี ค.ศ. 1991-1996 ขับเคลื่อนล้อหน้า ระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และ เกียร์ธรรมดา 5 สปีด
ขนาดเครื่องยนต์
2.2 ลิตร รหัส 5S-FE 4 สูบ (130 แรงม้า) 3.0 ลิตร รหัส 3VZ-FE V6 (185 แรงม้า) 3.0 ลิตร รหัส 1MZ-FE V6 (194 แรงม้า)
โฉมนี้เป็นโฉมที่ยังไม่ได้ผลิตในประเทศไทย เพราะโฉมนี้ได้ถูกนำเข้ามาจากประเทศออสเตรเลีย
ผู้คนในวงการรถยนต์ต่างเรียกกันว่า “โฉมประกอบนอก”
Camry ACV10 รุ่นต่างๆ
2.2 GXi เป็นรุ่นประหยัดสเปคต่ำสุด 2.2 GXi เป็นรุ่นกลางที่เพิ่มระบบความปลอดภัยอย่างเบรก ABS และ ถุงลมนิรภัยมาให้ 3.0 V6 เป็นรุ่นท็อปที่มาพร้อมขุมพลังมหาศาล
ACV 10 เป็นโฉมที่ยังไม่ได้ผลิตในประเทศไทย เนื่องจากเป็นการนำเข้ามาจากประเทศออสเตรเลีย
ผู้คนในวงการรถยนต์ต่างเรียกกันว่า “โฉมประกอบนอก”
Toyota Camry AVC20 (XV20)
Camry AVC20 ที่ผลิตปีแรกๆ จะยังเป็นรถที่นำเข้ามาจากประเทศออสเตรเลียอยู่โดยภายหลังได้ย้ายการผลิตมาที่ประเทศไทยในปี 2543 ทำให้โฉม AVC20 มีทั้งรถที่ประกอบในบ้านและประกอบนอก โฉมนี้ได้พัฒนาเพิ่มให้มีระบบ ABS และ ถุงลมมาให้ทุกรุ่นไม่ว่าจะเป็นตัวล่างหรือตัวท็อปเพื่อความมาตรฐาน
รายละเอียดและสเปค
ผลิตและจำหน่ายในปี ค.ศ. 1996-2002 ขับเคลื่อนล้อหน้า ระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และ เกียร์ธรรมดา 5 สปีด
ขนาดเครื่องยนต์
2.2 ลิตร รหัส 5S-FE 4 สูบ (130 แรงม้า) 3.0 ลิตร รหัส 1MZ-FE V6 (194 แรงม้า)
Camry ACV20 รุ่นต่างๆ
2.2 GXi เป็นรุ่นประหยัดสเปคต่ำสุด 2.2 SE.G เป็นตัวท็อปที่มีฟังก์ชันภายในรถแบบครบครัน
Toyota Camry XV30 หรือ ACV30
หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตากับโฉมนี้ดีในบ้านเรา เพราะ Camry ACV30 เป็นโฉมที่ได้รับเสียตอบรับที่ดีมากในประเทศไทยโดยในยุคนั้นจะถูกนิยมใช้เป็น รถผู้บริหาร รถประจำตำแหน่ง หรือ รถบริการของโรงแรม ถือเป็นจุดเริ่มต้นความวีไอพีของรถตระกูล Camry
Toyota Camry ACV30
Toyota Camry ACV30 มีแค่ตัวถัง sedan 4 ประตูเท่านั้นมาพร้อมด้วยไฟหน้าสุดเอกลักษณ์ทำให้ Camry ACV30 มีฉายาว่าโฉม “ตาเหยี่ยว”
รายละเอียดและสเปค
ผลิตและจำหน่ายในปี ค.ศ. 2001-2006 ขับเคลื่อนล้อหน้า ระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และ 5 สปีด (ไม่มีเกียร์ธรรมดาจำหน่ายในประเทศไทย)
ขนาดเครื่องยนต์
2.0 ลิตร รหัส 1AZ-FE (144 แรงม้า) 2.4 ลิตร รหัส 2AZ-FE (152 แรงม้า) 3.0 ลิตร รหัส 1MZ-FE (194 แรงม้า) 3.0 ลิตร รหัส 1MZ-FE (210 แรงม้า) 3.3 ลิตร รหัส 3MZ-FE (225 แรงม้า)
ACV30 รุ่นต่างๆ
2.0 E เป็นรุ่นประหยัดสเปคต่ำสุด 2.0 G เป็นตัวท็อปสุดในเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 2.4 G เป็นรุ่นรองในเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร มีฟังก์ชันพื้นฐานเหมือนรุ่น 2.0G 2.4 Q เป็นตัวท็อปสุดในรุ่นด้วยสมรรถนะที่แรงสุดในรุ่นพร้อมออปชันแบบจัดเต็ม
Toyota Camry ACV30 ได้รับความนิยมอย่างมากไม่เพียงแต่ในปีที่จำหน่าย แต่ด้วย Timeless Design ทำให้ Camry ACV30 ดูไม่ตกยุคแม้ในปัจจุบัน ทำให้เจ้า Camry ACV30 ยังคงเป็นที่ต้องการในตลาด Camry มือสองด้วยราคามือสองแลกกับรถระดับผู้บริหารที่มาพร้อมความหรูหราและดีไซน์ไม่ตกยุค
Toyota Camry ACV40 (XV40)
ACV 40 เป็นรุ่นที่สร้างชื่อให้กับ Toyota เป็นอย่างมากด้วยยอดขายที่สูงกว่ายี่ห้ออื่นในตลาดรถ d-segment และ โฉมนี้ยังเป็นโฉมที่ขายดีที่สุดในตระกูล Camry ถ้าเปรียบเทียบกับรถ d-segment ในปัจจุบัน ACV40 เป็นรถที่ไม่ถือว่าตกยุคทั้งเทคโนโลยีและดีไซน์ บวกกับราคาเริ่มต้นที่ไม่ถึงสามแสนบาท ทำให้ปัจจุบัน Camry มือสอง โฉมนี้ยังคงเป็นที่ต้องการและได้รับความนิยมในตลาด Camry มือสองอยู่ ณ ปัจจุบัน
Toyota Camry ACV40
รายละเอียดและสเปค
ผลิตและจำหน่ายในปี ค.ศ. 2006-2013 ขับเคลื่อนล้อหน้า อัตโนมัติ 4 สปีด และ 5 สปีด (เกียร์ธรรมดาไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย)
ขนาดเครื่องยนต์
2.0 ลิตร รหัสเครื่องยนต์ 1AZ-FE (147 แรงม้า) 2.4 ลิตร รหัสเครื่องยนต์ 2AZ-FE (167 แรงม้า) 3.5 ลิตร รหัสเครื่องยนต์ 2GR-FE (272 แรงม้า)
Camry ACV40 รุ่นต่างๆ
2.0 E รุ่นประหยัดสเปคต่ำสุด 2.0 G รุ่นท็อปของเครื่องยนต์ 2.0 ที่มาพร้อมฟังก์ชันอำนวยความสะดวกแบบครบครัน 2.4 G รุ่นรองในเครื่องยนต์ 2.4 2.4 V รุ่นท็อปทั้งเครื่องยนต์และระบบภายในรถ และ ภายหลังได้ถูกเปลี่ยนเป็น 2.4 Hybrid 3.5 Q รุ่นพิเศษสมรรถนะเหนือสุดในรุ่นที่มาพร้อมเกียร์ออโต้ 6 สปีด
Toyota Camry XV50 หรือ ACV50
ในช่วงเปิดตัวแรกๆ ของเจ้า ACV50 มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายด้วยที่โฉมก่อนหน้าอย่าง ACV40 ได้สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ใช้อย่างมากแต่ใน ACV50 กลับมีการตัดออปชันหลายอย่างออกไปทำให้เหล่าแฟนคลับ Camry รู้สึกผิดหวัง และ ถูกวิพากษ์วิจารณ์
Toyota Camry Hybrid 2012
รายละเอียดและสเปค
ผลิตและจำหน่ายในปี ค.ศ. 2011-2016 ขับเคลื่อนล้อหน้า
ขนาดเครื่องยนต์
2.0 ลิตร รหัสเครื่องยนต์ 1AZ-FE (147 แรงม้า) 2.5 ลิตร รหัสเครื่องยนต์ 2AZ-FE (181 แรงม้า) 2.5 ลิตร ระบบ Hybrid
หลังจากกระแสการเปิดตัว ACV50 ที่ไม่ดีสักเท่าไร ทาง Toyota ไม่นิ่งนอนใจ ประมาณว่าเสียเงินข้าไม่ว่าเสียชื่อข้าไม่ยอม ตัดสินใจเพิ่มฟังก์ชันและระบบความปลอดภัยแบบจัดเต็มและพัฒนาอย่างต่อเนื่องในเจนเนอเรชันนี้ทำให้ Camry ACV50 มีรุ่นย่อยหลากหลายรุ่นให้เลือกในตลาด Camry มือสอง
Toyota Camry ACV50 Minor-change
2.0 G 2.0 G Extremo ที่มาพร้อมชุดแต่งทรงสปอร์ตรอบคัน ล้อแม็กขอบ 17 นิ้ว ไฟหน้า LED และ อื่นๆ 2.5 G 2.5 ESPORT นำเข้ามาจากประเทศออสเตรเลีย (โฉมเดียวกับที่อเมริกา) 2.5 HV Navigator ระบบนำทางและความปลอดภัยสุดล้ำ 2.5 HV Premium สุดในรุ่นทั้งด้านระบบความปลอดภัยเทคโนโลยีระดับสูง และ สมรรถนะ
Toyota XV70 หรือ ACV70
มาถึงโฉมล่าสุดในปัจจุบัน ALL NEW TOYOTA CAMRY รหัส ACV70 ตอนเปิดตัวใหม่ๆ ว่าดุเดือดแล้วในตลาด Camry มือสองเดือดยิ่งกว่าเพราะใน generation ที่ 8 นี้มีความพิเศษตรงที่โฉมนี้เป็นรุ่น Global ที่ใช้เหมือนกันทั่วโลก
Toyota Camry ACV70
มากกว่านั้น ALL NEW TOYOTA CAMRY โฉมนี้เกิดขึ้นภายใต้แพลทฟอร์มใหม่ Toyota New Global Architecture (TNGA) ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่, ช่วงล่างใหม่, ระบบเกียร์ใหม่ และ ระบบความปลอดภัยขั้นสูงอย่าง Toyota Safety Sense
รายละเอียดและสเปค
ผลิตและจำหน่ายในปี 2017-ปัจจุบัน ขับเคลื่อนล้อหน้า
ขนาดเครื่องยนต์
2.5 ลิตร รหัสเครื่องยนต์ A25A-FKB (209 แรงม้า) 2.5 ลิตร รหัสเครื่องยนต์ A25A-FXS (รุ่น Hybrid)
Camry ACV70 รุ่นต่างๆ
2.5 G เครื่อง 4 สูบ 16 วาวล์ รหัส A25A-FKB 2.5 HV 2.5 HV Premium
สรุป
Toyota Camry ตั้งแต่รุ่น XV10 – XV70 กว่า 8 generation รถรุ่นนี้ขายไปแล้วกว่า 20 ล้านคัน ซึ่งบ่งบอกถึงเสียงตอบรับที่ดีของรถตระกูลนี้ ไม่เพียงเท่านั้นรถ Camry ยังคงมาเฉิดฉายต่อในตลาดรถยนต์มือสอง เพราะ Camry มือสอง เป็นรถมือสองที่ถือว่าน่าสนใจมากทั้งเรื่องราคาและสเปคที่ได้
Camry มือสองน่าสนใจยังไง ? อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่ารถ Toyota Camry เป็นรถยนต์ขนาด D-segment
แต่เมื่อมาเป็นรถมือสองทำให้ Camry มือสอง เป็นที่สนใจในตลาดมือสองด้วยที่ผู้คนสามารถจับต้องรถซีดาน 4 ประตูขนาดใหญ่ นั่งสบาย เครื่องยนต์ใหญ่ ที่มีราคาใกล้เคียงกับรถป้ายแดงขนาดเล็กอย่าง C-segment
เปรียบเทียบง่ายๆ ให้เห็นภาพ ระหว่าง 2 รุ่นยอดนิยมของทาง Toyota อย่าง Camry มือสอง และ Altis มือหนึ่งที่มีราคาใกล้เคียงกัน ซึ่งถ้าเปรียบเทียบภาพรวม Camry มือสองจะได้เปรียบในเรื่องของขนาดความจุของเครื่องยนต์ที่ใหญ่กว่าที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ ขณะที่ Altis มือหนึ่งป้ายแดงมีเครื่องยนต์ที่เล็กกว่า
Camry มือสองยังได้เปรียบในเรื่องขนาดตัวถังรถอย่างชัดเจน ทำให้ Camry มือสอง จุผู้โดยสารและสัมภาระได้มากกว่า เนื่องจาก Toyota Altis เป็นรถไซส์เล็กรองลงมาจาก Toyota Camry
สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด เชื่อว่าใครที่กำลังสนใจ Camry มือสอง อยู่ต้องอยากรู้เรื่องของการซ่อมและอะไหล่อย่างแน่นอน อย่างที่เรารู้กันว่าในบ้านเรารถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นสามารถหาอู่ซ่อมหรืออะไรได้ง่ายกว่ารถยุโรป มากกว่านั้น Camry มือสองยังที่นิยมในตลาดรถมือสอง เพราะฉะนั้นหมดห่วงเรื่องการซ่อมบำรุงรักษาเจ้า Camry มือสอง เพราะรถรุ่นนี้ยังคงสามารถหาอู่ซ่อมหรืออะไหล่ได้ตามทั่วไปอยู่
ทั้งนี้ทั้งนั้นรถยนต์มือสองคือรถที่ผ่านการใช้งานมาแล้วควรเลือกและตรวจสอบรถให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ
แก้ปัญหาได้ง่ายๆ ด้วยการซื้อขายรถผ่าน Kaidee Auto เพราะเรามี Kaidee Certified ที่จะคอยบริการตรวจเช็คสภาพรถยนต์มือสองโดยผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ผู้ซื้อมั่นใจ ผู้ขายขายดี
Apr 30, 2021 | บทความยานยนต์
หากจะให้พูดถึงหนึ่งในรถของ Toyota ที่ได้รับความนิยมและเป็นที่สนใจของคนซื้อรถในประเทศไทย หนึ่งในนั้นคงต้องมีชื่อของรถยนต์อย่าง Toyota Corolla Cross (โตโยต้าโคโรลล่า ครอส) ที่ใน 6 เดือนของปี 2020 สามารถทำยอดขายได้มากถึง 12,945 คัน แล้วในปีนี้ยังน่าซื้ออยู่หรือไม่ บทความนี้มีคำตอบที่ท่านต้องการ
ภายนอกของ Toyota Corolla Cross
รูปภาพจากเว็บไซต์ Toyota
สำหรับภายนอกของรถคันนี้มาในรูปทรงของ Sub-Compact crossover ที่เน้นรูปร่างปราดเปรียว มีมนต์ขลังตามสไตล์ของ Toyota ที่แม้อาจจะดูไม่หล่อเหมือนกับรถ Mazda cx-30 หรือ Honda HR-V แต่ก็ทดแทนด้วยเทคโนโลยีรอบรถที่คุณจะต้องชอบ
โดยสิ่งที่ทาง Toyota ได้ชูเป็นจุดเด่นหรือไฮไลท์ของภายนอกของโตโยต้า โคโรลล่า ครอส คือเรื่องของ A NEW OUTSTANDING JOURNEY หรือการเดินทางแบบมีระดับ ที่ให้ Option ต่าง ๆ มาอย่างน่าสนใจ
ในส่วนของขนาดตัวรถนั้นเป็นมิติตัวถังภายนอก 4460*1825*1620 มม. ทำให้รถมีขนาดที่ใหญ่ไปสักเล็กน้อย เมื่อเทียบกับ Segment เดียวกัน ส่วนความยาวของฐานล้อ 2,640 มม. ความยาวของช่วงล้อหน้า/นั้นยาว 1559 มม. และช่วงหน้าล้อหลัง 1569 มม.
ไฮไลท์ภายนอกของ Toyota Corolla Cross
รูปภาพจากเว็บไซต์ Toyota
ไฟหน้าแบบ LED Projector แบบ Hybrid และไฟ LED Daytime Running Light แบบ Light Grid ระบบควบคุมการเปิด-ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติ พร้อมระบบ Follow-Me-Home ไฟตัดหมอกแบบ LED กระจกมองข้างไฟฟ้าแบบพับเก็บอัตโนมัติ และ Revise พร้อมด้วยไฟเลี้ยว Moonroof ไฟเบรคแบบ LED เสาอากาศแบบครีบปลาฉลาม ระบบ Smart Entry ล้ออัลลอย 18 นิ้ว
ภายในของ Toyota Corolla Cross
รูปภาพจากเว็บไซต์ Toyota
สิ่งที่ทำให้ใครหลาย ๆ คน หากซื้อรถของค่ายโตโยต้าแล้ว เลือกที่จะมองข้าม Toyota C-HR มาเลือกซื้อ Toyota Corolla Cross แม้จะเป็นรถในรุ่น Segment เดียวกันแต่ภายในนั้นเรียกได้ว่าต่างกันค่อนข้างจะมาก
โดยจุดเด่นของรถรุ่นนี้คือภายในที่กว้างขวาง นั่งสบายทั้งบริเวณห้องของผู้ขับและห้องของผู้โดยสาร ทำให้เหมาะแก่การเป็นรถครอบครัว นอกจากนี้ด้านท้ายของตัวรถ ยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระปริมาณถึง 487 ลิตร ใส่ของได้มากมายแบบ จะเอาเป็นรถเดินทางท่องเที่ยวต่างจังหวัดก็เหมาะเช่นกัน
รูปภาพจากเว็บไซต์ Toyota
ในส่วนของ Option ช่วยเหลือคนขับต้องบอกว่า Toyota ทำออกมาได้ดีจริง ๆ ทั้งในเรื่องของหน้าจอแสดงผลแบบ LED MID ที่สวยมาก ๆ ระบบแอร์ที่ปรับโซนได้ รวมไปถึงยังรองรับ Apple Car Play และ Android Auto อีกต่างหาก
สมรรถนะการขับขี่ของ Toyota Corolla Cross
รูปภาพจากเว็บไซต์ Toyota
หากคุณกำลังมองหารถ Hybrid ที่ขับได้สนุกแล้วละก็คันนี้ตอบโจทย์คุณอย่างแน่นอน เพราะทางโคโรลล่า ครอสทำออกมาได้อย่างดี โดยเป็นเครื่องยนต์ Hybrid กำลัง 122 แรงม้า (รวมการทำงานระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์สันดาป) ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ E-CVT พร้อม Shift Lock ทำให้การขับขี่ของรถคันนี้ทำได้สนุกและเลื่อนไหลเป็นอย่างมาก ในขณะที่อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 23 กม./ลิตร มาพร้อมกับถังนั้นมันขนาดความจุ 36 ลิตรสำหรับรุ่น Hybrid และ 47 ลิตรสำหรับรุ่น 1.8 Sport
นอกจากนี้เรายังสามารถปรับโหมดการขับรถได้ถึงสามโหมดคือ EV Mode ที่เหมาะในการขับรถแบบนุ่มนวลที่เน้นการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก Sport Mode โหมดสำหรับสายซิ่งโดยเฉพาะ ที่เมื่อเปิดโหมดนี้จะใช้กำลังเครื่องยนต์อย่างเต็มที่ และ Eco Mode ที่เน้นการประหยัดพลังงาน ทำให้รถของเราสามารถที่จะเดินทางได้ไกลขึ้นนั่นเอง
ระบบความปลอดภัยของ Toyota Corolla Cross
รูปภาพจากเว็บไซต์ Toyota
หนึ่งในส่วนที่ขาดไม่ได้สำหรับใครที่กำลังจะซื้อรถ คือเรื่องของความปลอดภัย ที่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อาจจะช่วยทำให้เรามีชีวิตต่อได้ โดยในรุ่นนี้ Toyota ก็ไม่น้อยหน้า จัดมาให้อย่างเต็มที่สมกับคำว่ารถราคาหลักล้าน ที่รถรุ่นอื่น ๆ หรือใกล้เคียงกันอาจจะไม่มีให้ ยกตัวอย่างเช่น
Blind Spot Monitor ที่ติดมากับกระจกมองข้าง ทำให้ทัศนวิสัยของผู้ขับขี่กว้างมากขึ้น ระบบช่วยเตือนขณะที่ถอยรถ Panoramic View Monitor จากกล้องรอบคันที่จะเข้าจะถอยก็มั่นใจหายห่วง ถุงลมนิรภัย 7 ใบรอบคัน ฯลฯ
Toyota Corolla Cross หรือ C-HR ดี
รูปภาพจากเว็บไซต์ Toyota
คำถามคลาสสิคที่เรามักจะเจอได้ตามเว็บบอร์ดต่าง ๆ รวมถึง Social Media กับศึกสายเลือดร่วมท้องเดียวกันอย่าง Toyota Corolla Cross หรือ Toyota C-HR ดี ที่ราคา,รูปทรง, สเปคของรถแทบจะเรียกได้ว่าไม่ต่างกันเลย
หากถามคำถามนี้กับตัวผู้เขียนบทความ ก็ต้องบอกอย่างไม่ยากว่า ณ เวลาที่กำลังเขียนบทความนี้วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน 2021 เวลา 15.00 น. Toyota Corolla Cross คุ้มค่ากว่ามาก ๆ ในแง่ของการใช้งานในฐานะของรถครอบครัว
โดยหากเราเอารุ่นท็อปของทั้งสองรุ่นมาชนกัน Toyota Corolla Cross Hybrid Safety 2020 ราคา 1,199,000 บาท กับ Toyota C-HR ราคา 1,159,000 บาท ก็จะเห็นได้ว่าด้วยราคาที่แตกต่างกันหลักหมื่น คุณจะได้ในเรื่องของออปชันที่ดีกว่าดังต่อไปนี้ (เอาที่เด่น ๆ)
ห้องโดยสารภายในที่กว้างกว่าโดยเฉพาะโซนด้านหลัง Moonroof ประตูหลังแบบไฟฟ้า พร้อม Kicked Activated ด้านหลังมีที่วางแก้ว
แล้วอะไรที่เราได้ดีกว่าเมื่อซื้อ C-HR
“หล่อกว่า” หากคุณเป็นคนให้ความสำคัญเรื่องของหน้าตา C-HR ดีกว่าแน่นอน ทั้งรูปทรง ล้อของตัวรถ ที่ดีกว่า Toyota Corolla Cross อย่างมาก เบรคมือไฟฟ้า Auto Brake Hold
เพียงเท่านี้คุณน่าจะตัดสินใจซื้อได้แล้วมั้ง(ฮา)
Toyota Corolla Cross มือหนึ่งหรือมือสองดี
คำถามต่อยอดจากข้อด้านบน ที่หากคุณไม่ได้มีเงินถังจนสามารถซื้อรถได้แบบไม่ต้องวางแผนการใช้เงินตั้งแต่ 36 – 84 เดือน ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ การซื้อรถมือสองถือว่าเป็นอีกหนึ่งในทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ไม่ต้องการประหยัดงบ
อ้างอิงจาก Rod.Kaidee.com ที่หากคุณจะซื้อโคโรลล่า ครอสแบบรุ่นปัจจุบัน 2020 คุณจะได้ราคาที่ถูกกว่ามือหนึ่งอยู่ประมาณ 1 แสนบาท ซึ่งโดยส่วนมากแล้วรถรุ่นนี้มีในตลาดมือสองค่อนข้างที่จะน้อย ดังนั้นซื้อมือหนึ่งไปเลยครับผม
สรุปท้ายบทความ
กล่าวโดยสรุป Toyota Corolla Cross 2020 ถือว่าเป็นหนึ่งในรถ Sub-Compact crossover ที่ค่อนข้างจะครบเครื่องในเรื่องของการใช้งาน มีระบบต่าง ๆ ที่ทาง Toyota ใส่มาให้อย่างคุ้มค่าในราคาขนาดนี้ สิ่งที่เป็นข้อสังเกตคือเรื่องของหน้าตา ที่อาจจะไม่หล่อเท่ากับรถรุ่นอื่น ๆ อันนี้ถือว่าเป็นรสนิยมส่วนบุคคลก็แล้วกัน แต่ถ้าให้แนะนำ ซื้อเถอะ!
อ้างอิง
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด. (2021) Corolla Cross A NEW JOURNEY สืบค้นวันที่ 27 เมษายน 2021, จาก www.toyota.co.th/model/corollacross
Mr.Argus. (2021) เหตุผลที่ควรเลิกขาย Toyota C-HR หมดประโยชน์เมื่อ Corolla Cross เข้ามาแทนแล้ว สืบค้นวันที่ 27 เมษายน 2021, จาก www.autofun.co.th/news/เหตุผลที่ควรเลิกขาย-toyota-chr-หมดประโยชน์เมื่อ-corolla-cross-เข้ามาแทนแล้ว-21746
MoO Cnoe. (2021) Sales Report : ยอดขาย SubCompact Crossover เดือน ธันวาคม 63 : Toyota Corolla Cross อันดับ 1 แตะ 3,000 คัน สืบค้นวันที่ 27 เมษายน 2021, www.headlightmag.com/sales-report-subcompact-crossover-bsuv-dec-2020
Jan 21, 2021 | บทความยานยนต์
Toyota หนึ่งในค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากแดนปลาดิบที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน และเป็นค่ายรถตลาดที่คนนิยมซื้อมากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะด้วยเรื่องของคุณภาพการผลิต รวมไปถึงการบริการหลังการขายที่ลูกค้าไว้วางใจ วันนี้เราจะพามาดูกันว่ามีรถรุ่นไหนบ้างที่ติดท็อปยอดนิยมตลอดกาล พร้อมพาไปทำความรู้จักกับประวัติโตโยต้ากันแบบคร่าวๆ กันได้เลย
จากธุรกิจทอผ้าสู่ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่
ย้อนไปเมื่อปี ค.ศ. 1867 นาย Sakichi Toyoda ได้กำเนิดขึ้นในครอบครัวชาวนา แต่ด้วยหัวคิดเฉลียวฉลาดและรักในการประดิษฐ์ เมื่อเขาได้เห็นแม่ทอผ้าจึงช่วยคิดเครื่องปั่นด้ายที่ใช้กลไกพลังน้ำหมุน และคิดประดิษฐ์เครื่องทอผ้าขึ้นมาไปจนถึงสิ่งของต่างๆ ที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการทอผ้า จนเปิดบริษัท Toyota Boshoku ซึ่งเป็นบริษัทเครื่องทอผ้าในปี 1918 สินค้าที่เป็นจุดเด่นก็คือ เครื่องทอผ้าอัตโนมัติที่จะหยุดการทำงานได้ทันทีเมื่อมีจุดใดจุดหนึ่งผิดพลาดที่มีการจดลิขสิทธิ์เป็นของตัวเอง ระบบนี้ได้ถูกดัดแปลงมาเป็นต้นแบบระบบการผลิตรถยนต์ของ Toyota ในเวลาต่อมา หลังจากนั้นระบบการทอผ้าอัตโนมัติได้ถูกขายให้กับบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ
หลังจากนั้นจึงได้กำเนิดและก่อตั้งบริษัท Toyota ขึ้นมาจนถึงปัจจุบันที่ผ่านการคิดค้นและปรับปรุงเพื่อให้ได้นวัตกรรมที่ดีที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมรถยนต์กันอย่างต่อเนื่อง จนสามารถทำยอดขายได้สูงในแต่ละปี และก็นับว่าเป็นหนึ่งในค่ายรถยนต์ที่เป็นขวัญใจของใครหลายๆ คนตลอดมา
Credit: https://www.toyota.co.th/hiluxrevo/
Toyota Hilux Revo
หลังจากที่มีการเปิดตัวไปได้ไม่นานและนับว่าเรียกเสียงฮือฮาได้แบบสุดๆ เพราะด้วยการที่ถูกปรับโฉมดีไซน์ใหม่ที่เราต้องบอกว่าเป็นรถกระบะที่หล่อมากๆ ให้ความสปอร์ตแบบโฉบเฉี่ยว ทั้งเท่ ดุดัน และแข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน รวมถึงสมรรถนะที่ดีขึ้นกว่าเก่า ต่อยอดจาก Hilux Vigo ที่ขายดีอยู่แล้ว ทำให้ Hilux Revo ก็ยิ่งขายดีมากขึ้นไปอีก เพราะด้วยการสะท้อนภาพลักษณ์ตามแนวคิดอย่างชัดเจนจนเป็นที่มาของสโลแกน “ปฏิวัติทุกมิติ แห่งกระบะอนาคต”
Hilux Revo มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่และถูกวางบนโครงสร้างรูปแบบใหม่ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ระบบเกียร์แบบ 6 สปีดอัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ของเครื่องยนต์แบบใหม่ได้อย่างเต็มที่ ระบบกันสั่นสะเทือนแบบใหม่ที่ให้ความนุ่มนวลมากกว่าเดิม รวมถึงระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก และที่สำคัญประเทศไทยเป็นประเทศที่มีผู้คนใช้รถกระบะเป็นจำนวนมากที่มีตั้งแต่ค้าขาย ขนส่ง เกษตรกรรม และอื่นๆ อีกมากมาย Hilux Revo จึงตอบโจทย์และเป็นรถที่ขายดีที่สุดของค่ายไปโดยปริยาย
Credit: https://www.toyota.co.th/model/yaris
Toyota Yaris
นับว่าเป็นรุ่นรถยนต์ที่คุ้มค่าและคุ้มราคาสุดๆ กับการตอบโจทย์เอาใจวัยรุ่นวัยทำงานได้อย่างดีที่สุด ด้วยการออกแบบดีไซน์ที่สวยงามมีความสปอร์ตและโฉบเฉี่ยวตลอดรอบคัน อีกทั้งยังมีขนาดที่กะทัดรัดไม่ใหญ่จนเกินไป จึงทำให้ Yaris สามารถขับขี่ภายในเมืองได้อย่างสะดวกและคล่องตัว
นอกจากการดีไซน์ที่ถูกใจใครหลายคนแล้ว ภายในยังประกอบไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยอีกหลายอย่าง อาทิ พวงมาลัยหุ้มหนังสุดพรีเมียม ปุ่มคอนโทรลสำหรับควบคุมเครื่องเสียง ถุงลมนิรภัยมากถึง 7 ตำแหน่ง ห้องโดยสารที่เน้นความกว้างขวางสะดวกสบาย พร้อมพื้นที่จัดเก็บสัมภาระและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาอย่างครบครัน เรียกได้ว่าใส่มาแบบจัดเต็มคุ้มค่าคุ้มราคา จึงไม่แปลกใจเลยว่ารถรุ่นนี้จะครองใจจนกลายเป็นรถขายดีอันดับ 2 ของโตโยต้า
Credit: https://www.toyota.co.th/model/altis
Toyota Corolla Altis
รถยนต์นั่งส่วนบุคคลแบบ C-Segment ที่ได้รับความนิยมทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งรุ่นใหม่ล่าสุดได้รับการออกแบบมาใหม่หมดทั้งคัน เพื่อดีไซน์ให้รถมีดีไซน์ภายนอกที่ดูโฉบเฉี่ยว สวยงามสะดุดตา ล้ำสมัยมากกว่าเดิม ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamic) ช่วยเพิ่มความคล่องตัวและให้ความรู้สึกในการขับขี่ที่สนุก ภายในห้องโดยสารยังมีความกว้างขวางที่มาพร้อมพื้นที่จัดเก็บสัมภาระขนาดใหญ่เพื่อรองรับการเดินทาง
Corolla Altis มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน DOHC Dual VVT-i 4 สูบแถวเรียง ที่มีขนาดให้เลือกทั้ง 1,800 ซีซี, 1,600 ซีซี และ 1,600 ซีซี CNG ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ Super CVT-i ที่ถูกปรับแต่งใหม่เพื่อเพิ่มอารมณ์ในการขับขี่แบบสปอร์ต และสมรรถนะที่เหนือชั้น ส่วนช่วงล่างของตัวรถถูกปรับปรุงมาใหม่ให้มีการเกาะถนนและนุ่มนวล ที่สำคัญยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐานโลกที่สร้างความมั่นใจให้ผู้ขับขี่ทั้งในเรื่องของความปลอดภัย สะดวกสบาย และประหยัดน้ำมัน
Credit: https://www.toyota.co.th/model/yarisativ
Toyota Yaris ATIV
รถยนต์ Eco car รุ่นยอดนิยมที่ปีนี้เป็นการ Minorchange ใหม่ภายใต้แนวคิด “This is what I am นี่สิ…ที่เป็นเรา” มาพร้อมการปรับหน้าตาแบบใหม่และเพิ่มฟังก์ชันอำนวยความสะดวก รวมไปถึงด้านระบบความปลอดภัยของโตโยต้าอย่าง Toyota Safety Sense เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชีวิตคนเมืองได้อย่างครบถ้วน
ส่วนของเครื่องยนต์ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมเครื่องยนต์รุ่นใหม่ รหัส 3NR-FE แบบ 4 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร ให้กำลัง 92 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 109 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i พร้อม Shift Lock และ S-Mode รวมถึงภายในที่เพิ่มกล้องติดรถยนต์สำหรับบันทึกเหตุการณ์ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมไปถึงระบบความปลอดภัยอื่นๆ อีกมากมายเพื่อปกป้องคุณบนท้องถนนได้อย่างปลอดภัย
Credit: https://www.toyota.co.th/model/fortuner
Toyota Fortuner
นับว่าเป็นหนึ่งในรถยนต์คันโปรดของคนไทยมาอย่างยาวนานกับ Toyota Fortuner รถยนต์อเนกประสงค์รูปแบบ SUV ที่ถูกเปิดตัวมาตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2547 ซึ่งในรุ่นแรกตัวรถได้ใช้โครงสร้างของ Toyota Hilux Vigo มาปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นรถยนต์สายสปอร์ตอเนกประสงค์ในขนาดกลาง จึงเป็นรถที่มีความเทียบเท่ากับ Isuzu MU-7, Ford Everest และ Sport Pajero ของ Mitsubishi ซึ่งจะมีความคล้ายกันมาจากการที่นำเอาโครงสร้างของรถกระบะภายในค่ายมาปรับเปลี่ยนสู่การเป็นรถ SUV และ PPV ที่เหมาะในการใช้งานอเนกประสงค์และเป็นรถสำหรับครอบครัวมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งมาถึงรุ่นใหม่ที่กลายเป็น SUV แบบเต็มตัว พร้อมการปรับเปลี่ยนหน้าตาให้ดูมีความโฉบเฉี่ยวและดูทันสมัยที่พร้อมก้าวไปตีตลาดในประเทศโซนยุโรป และโซนเอเชียทั้งหมด
จึงนับว่าเป็นรถที่ตอบโจทย์ได้ทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มครอบครัววัยกลางคนได้เป็นอย่างดี ซึ่งยังเป็นรถที่เหมาะสมในการใช้งานได้หลายประเภททั้ง การขับรถในระยะทางไกล ขับไปทำงาน หรือขับท่องเที่ยวก็เรียกได้ว่าสะดวกสุดๆ เรียกได้ว่าตีตลาดได้เป็นวงกว้างและที่มาพร้อมสโลแกนใหม่อย่าง “Wisdom of Leader” เพื่อแสดงสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จอย่างแท้จริง
สรุปท้ายบทความ
รถยนต์ทั้งหมด 5 รุ่นที่เราได้กล่าวไปนั้นนับว่าเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดและยังเป็นรถยอดฮิตตลอดกาลของ Toyota ที่ครองใจผู้ใช้งานมาโดยตลอด นอกจากจะเต็มไปด้วยประสิทธิภาพทั้งเครื่องยนต์ที่ดีเยี่ยมแล้ว ยังมีศูนย์บริการกระจายอยู่หลายสาขาทั่วประเทศ จึงตอบโจทย์และได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มผู้ใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน
สำหรับใครที่กำลังหาซื้อรถยนต์มือสองอยู่ สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ Kaidee Auto แหล่งซื้อขายออนไลน์ที่รวบรวมรถมือสองให้คุณเลือกกว่าสองหมื่นคัน
Dec 16, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ถือว่าเป็นธรรมเนียมของมหกรรมยานยนต์ ที่จะต้องมีการสรุปยอดขายของยานพาหนะต่าง ๆ ว่าแบรนด์ไหนทำยอดขายได้ดี มอเตอร์ไซค์รุ่นไหนทำยอดขายได้เยี่ยม บทความนี้จะสรุปมาให้ท่านผู้อ่านอย่างครบครัน โดยอ้างอิงจากทีมงาน Motor Expo
ยอดผู้ชมทะลุ 1.2 ล้าน
สำหรับงาน Motor Expo ประจำปีนี้แม้ว่าจะมีเรื่องของข้อกังวลในเรื่องของโรคระบาด Covid – 19 ส่งผลให้หลาย ๆ คนไม่กล้าที่จะออกไปร่วมงานที่มีการรวมตัวของผู้คนเยอะ ๆ แต่ด้วยการควบคุมโรคที่ยอดเยี่ยม ทำให้งานนี้มีผู้ร่วมงานมากถึง 1.2 ล้านคนตลอดระยะเวลาเกือบ ๆ สองอาทิตย์ของงาน เรียกได้ว่ากระแสดีไม่มีตกจริง ๆ
ยอดจองทั้งงานเกือบ ๆ 4 หมื่นคัน
รถเก๋งทำยอดขายได้มากที่สุด
จากยอดจองของงาน Motor Expo 2020 ตลอดระยะเวลา 12 วัน มีจำนวนยอดจองรถยนต์มากถึง 33,753 คัน เลยทีเดียว รถเก๋งยังคงเป็นรถที่ได้นับความสนใจมากที่สุดในงาน โดยสามารถครองยอดขายได้มากถึง 40.9% แบ่งเป็น Sedan 23.9% Hatchback 15.6% และรถเก๋งประเภทอื่น ๆ 1.4%
ปีนี้รถ SUV สามารถทำยอดขายได้เพิ่มขึ้นจาก 33.4% เป็น 40.4% เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยจุดเด่นของรถประเภทนี้คือการขับขี่ที่สะดวกสบายกว่า อีกทั้งภายในยังกว้างขวางเหมาะสำหรับการเป็นรถครอบครัวไม่ต่างจาก PPV เลย รถกระบะสามารถทำยอดขายได้ 12.2 %
สำหรับในส่วนของมอเตอร์ไซค์ปีนี้ทำยอดจองได้ 4946 คัน
Toyota – ยืนหนึ่งในยอดจำหน่ายรถยนต์
แบรนด์รถยนต์ที่สามารถทำยอดจองได้สูงที่สุดประจำ Motor Expo ปีนี้คือ Toyota ที่สามารถทำยอดจองได้มากถึง 5,445 คัน อันดับสองรองลงมาคือแบรนด์ Honda ที่ยังคงตามมาติด ๆ ด้วยยอดขาย 4,508 คัน อันสามตามมาด้วยแบรนด์ Mazda ที่ทำยอดขายได้ 4,018คัน ในส่วนของอันดับที่สี่คือแบรนด์ Isuzu ที่ 3,076 และอันดับที่ 5 คือแบรนด์ Nissan 2,666 ตามลำดับ
โดยหากเทียบกับยอดขายของปี 2019 จะเห็นได้ว่าบรรดา Top 5 มียอดขายที่ลดลงยกเว้น Mazda ที่มียอดขายเพิ่มขึ้น 0.5% และทาง Nissan ที่ในปีนี้ได้สร้างยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 20% เลยทีเดียวนับเพิ่มขึ้นมาเยอะมากเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
Mercedes-Benz และ BMW ยังคงยืนหนึ่งในแบรนด์รถหรู
ในปีนี้สำหรับงาน Motor Expo 2020 ทาง Mercedes-Benz และ BMW ถือว่าทำยอดขายเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดย Mercedes-Benz สามารถทำยอดขายได้ 1,886 คัน เพิ่มขึ้น 1.3% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่ที่สร้างความประหลาดใจกับใครหลายคนคงหนีไม่พ้น BMW ที่ปีนี้มียอดขายมากถึง 1,299 คันเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 34%
สิ่งที่ทำให้ทั้งสองแบรนด์สามารถทำยอดขายได้สูง เนื่องจากแบรนด์ Royalty ที่เหนียวแน่นประกอบกับการที่ปีนี้มีโปรโมชั่นเด็ด ๆ ออกมามากมาย ยกตัวอย่างเช่น BMW M5 ที่มีโปรโมชั่นรถราคาสูงมากถึง 4 ล้านบาท เฉพาะในงาน Motor Expo 2020 เท่านั้น
นอกจากนี้ทั้งสองค่ายยังพยายามที่จะเปิดตัวรถประกอบไทย (CBU) ทำให้ราคาของรถถูกลงจนมาถึงในระดับที่ทุก ๆ คนสามารถเข้าถึงได้ แม้ว่าทิศทางของเศรษฐกิจในประเทศไทยจะไม่ค่อยสู้ดีนัก
ในส่วนของแบรนด์รถยุโรปอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้แก่ Volvo ที่ทำยอดขายได้ 484 คัน Audi ทำยอดขายได้ 189 คัน Peugeot ทำยอดขายได้ 162 คัน, Porsche ทำยอดขายได้ 132 เป็นต้น
Lexus – KIA ยอดขายเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว
แม้ว่าภาพรวมของตลาดรถยนต์ปลายปีนี้จะลดลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่อ้างอิงจากยอดจองรถของ headlightmag พบว่าในงานนี้ Lexus สามารถทำยอดขายได้ถึง 149 คันเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเกือบ 86.3%
ในขณะที่ KIA ก็สามารถทำยอดขายได้ 699 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 81.6% เรียกได้ว่าเติบโตสูงมาก ๆ
MG – ZS ครองแชมป์รถ SUV ขวัญใจผู้เข้าชมงานมากที่สุด
รถกิจกรรมกลางแจ้งหรือ SUV ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในงานนี้คือ MG-ZS จากทางค่าย MG ที่มาพร้อมกับดีไซน์โฉบเฉี่ยวและราคาที่ดีมาก ๆ จึงไม่แปลกใจที่ใครหลาย ๆ คนจะเลือกที่จะซื้อรถคันนี้ในฐานะของรถ SUV ประจำครอบครัว
Isuzu D-max รถกระบะที่คนสนใจมากที่สุดในงาน
รถกระบะในปีนี้ถือว่าทำยอดขายได้น้อยลงกว่าปีที่แล้วจาก 14.5% ลดลงเหลือ 12.2% แต่ก็ได้รับความนิยมเนื่องจากความต้องการในตลาดที่สูง โดย Isuzu D-Max สามารถทำยอดจองได้มากที่สุด รองลงมาคือ Ford Ranger และ Toyota Revo เป็นสามอันดับแรกที่ได้รับความสนใจในงานนี้ ในส่วนของอันดับ 4 และ 5 ตกเป็นของ Mitsubishi Triton และ Nissan Navara
Yamaha ยังครองแชมป์รถมอเตอร์ไซค์
ในส่วนของรถมอเตอร์ไซค์ Yamaha สามารถทำยอดขายได้สูงที่สุดในงานนี้ โดยมียอดขายทั้งหมด 1,033 คัน สำหรับ 4 อันดับรองลงมาได้แก่ Honda AP ที่สามารถทำยอดขายได้ 911 คัน GPX ทำยอดขายได้ 702 คัน Vespa ทำยอดขายได้ 458 คันและ Kawasaki ทำยอดขายได้ 383 ตามลำดับ
ราคาเฉลี่ยของรถที่ขายได้มากถึง 1.4 ล้าน บาท
หากนำเอารถยนต์จำนวน 33,753 คัน มาหาค่าเฉลี่ยจะพบว่าในงาน Motor Expo 2020 จะพบว่าในปีนี้สามารถทำราคาเฉลี่ยของรถแต่ละคันได้สูงถึง 1,424,811 บาท ในส่วนของจักรยานยนต์สามารถทำยอดเฉลี่ยได้สูงถึง 230,140 บาท ซึ่งตัวเลขนี้น่าจะเกินความคาดหมายของใครหลาย ๆ คน
สรุปท้ายบทความ
งาน Motor Expo 2020 ที่จัดขึ้นใน Challenger Hall ณ Impact เมืองทองธานีเมื่อวันที 2- 13 ธันวาคม 2020 ที่ผ่านมานั้น ถือว่าเป็นหนึ่งในงานที่สร้างสีสันให้กับวงการยานยนต์เป็นอย่างมาก ทั้งในแง่ของยอดผู้เข้าร่วมงานและยอดขาย โดยมีเม็ดเงินหมุนเวียนมูลค่ารวมกันสูงถึง 4.9 หมื่นล้านบาทเลยทีเดียว
ทางทีมงาน Kaidee Auto ขอบคุณ บริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” หรือ Motor Expo 2020 ที่ได้ให้กรุณากับพวกเราอย่างสูง ในการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย
อ้างอิง
Motor Expo. (2020). ปิดฉาก “Motor Expo 2020” ยอดขายรถรวมกว่า 38,699 คัน ! (ออนไลน์). 2020 แหล่งที่มา : https://www.motorexpo.co.th/news/3830 (12 ธันวาคม 2020)
Motor Expo. (2020). Best Selling Cars & Motorcycles (ออนไลน์). 2020 แหล่งที่มา : https://www.motorexpo.co.th/bestselling/ (12 ธันวาคม 2020)
headlightmag . (2020). สรุปยอดจองรถยนต์ทั้งหมด Motor Expo 2020 (1-13 ธ.ค. 63) รวม 33,753 คัน KIA – Lexus ยอดพุ่งสูงสุด +85%(ออนไลน์). 2020 แหล่งที่มา: http://www.headlightmag.com/motor-expo-2020-booking-best-selling/ (12 ธันวาคม 2020)