7 ดีเจสุดเท่ฝีมือเยี่ยม เปี่ยมความสามารถระดับโลก
ในช่วงหลังๆ มานี้ กระแสเพลงแนว EDM หรือ Electronic Dance Music ค่อนข้างมาแรงเลยทีเดียว จนถือเป็นอีกหนึ่งแนวเพลงที่หลายคนนิยม และทำให้เหล่าดีเจก้าวขึ้นแท่นศิลปินสุดฮอตและมีแฟนคลับมากมายทั่วโลก เมื่อกระแสร้อนแรงจนเกินต้านทาน ก็ทำให้พวกเขาได้รับเชิญไปเล่นโชว์ในเทศกาลดนตรีต่างๆ รวมไปถึงโชว์เดี่ยวของพวกเขา ที่จัดขึ้นเป็น World Tour ในแบบที่พร้อมเดินทางไปพบปะแฟนๆ ทั่วโลก
ซึ่งดีเจแต่ละคนต่างก็มีเอกลักษณ์และความสามารถที่แตกต่างกันออกไป อีกทั้งยังมีหน้าตาและความเท่ที่ดึงดูดสาวๆ ได้ทั่วโลก จนสามารถเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับได้อย่างถล่มทลาย โดยเราจะมาแนะนำ 7 ดีเจสุดเท่ที่สร้างชื่อเสียงและผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ พร้อมด้วยเพลงฮิตติดชาร์ตอีกมากมาย
1. Calvin Harris

เริ่มต้นคนแรกด้วยดีเจหนุ่มชาวอังกฤษ ที่ต้องบอกเลยว่าชื่อของเขาติดทุกโผแน่นอน ด้วยความฮอตของหน้าตาอันแสนหล่อเหลา ผสานกับเพลงฮิตติดหูมากมาย จนทำให้กลายเป็นที่ยอมรับของวงการในเวลาอันรวดเร็ว แถมยังมีโอกาสได้เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับแบรนด์แฟชั่นชื่อดังอย่าง Calvin Klein อีกด้วย
Calvin Harris มีผลงานเพลงมาแล้วทั้งหมด 5 อัลบั้ม รวมไปถึงซิงเกิ้ลฮิตต่างๆ อีกมากมาย อาทิ We Found Love, This Is What You Came For, Summer, How Deep is Your Love, Promises ฯลฯ อีกทั้งเขายังได้ร่วมกับศิลปินชื่อดังคนอื่นๆ อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น Rihanna, Sam Smith, Dua Lipa, Ellie Goulding ฯลฯ
โดยเพลงที่ประสบความสำเร็จสุดๆ ต้องยกให้ We Found Love ที่ได้สาว Rihanna มาร่วมงาน จนสามารถทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 US Billboard Hot 100 ได้ถึง 10 สัปดาห์ติดต่อกัน จนกลายเป็นเพลงที่อยู่บนอันดับ 1 ได้ยาวนานที่สุดของปี 2011 เลยทีเดียว แถมเพลงนี้ยังได้รับรางวัล Grammy Awards ในสาขา Best Short Form Music Video อีกด้วย
2. The Chainsmokers

2 ดีเจหนุ่มคู่ดูโอ้จากสหรัฐอเมริกานามว่า Drew Taggart และ Alex Pall โด่งดังสุดๆ ด้วยเพลงฮิตที่ไม่มีใครไม่รู้จักอย่าง Closer ที่สามารถสร้างปราฎการณ์ความฮิตได้แบบถล่มทลาย ด้วยการขึ้นสู่อันดับ 1 ชาร์ต US Billboard Hot 100 ได้อย่างสมศักดิ์ศรี แถมยังสร้างกระแสไปทั่วโลก เพราะไม่ว่าไปที่ไหน เราก็มักจะได้ยินเพลงนี้เปิดวนอยู่ตลอดเวลา
นอกจากนี้ 2 หนุ่มยังมีเพลงฮิตอีกมากมาย ได้แก่ Paris, Something Just Like This, Roses, Don’t Let Me Down, Call You Mine และอื่นๆ อีกมากมาย รวมไปถึงการร่วมงานกับศิลปินระดับเทพของวงการ อาทิ Coldplay, Blink-182, Halsey, 5 Seconds of Summer ฯลฯ
ในด้านยอดขายก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะพวกเขาสามารถทำยอดขายได้ทั้งในระดับมัลติแพลททินัมและโกลดืได้ในหลายๆ ซิงเกิ้ล
3. Martin Garrix

ดีเจหนุ่มขวัญใจสาวๆ จากเนเธอร์แลนด์ ที่เริ่มต้นความร้อนแรงในวงการเพลงเมื่อปี 2013 จากการกระโดดเข้าไปสู่อันดับที่ 40 ในรายชื่อดีเจยอดเยี่ยมระดับโลกของ DJ Mag Top 100 ด้วยความสามารถในการรังสรรค์ที่มากกว่ามิกซ์ แต่ผสานบทบาทการเป็นเป็นโปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลง จึงทำให้เพลงของเขาติดหูคนฟังทั่วโลกได้ไม่ยาก รวมไปถึงหน้าตาอันหล่อเหลาจนเรียกเสียงกรี๊ดจากสาวๆ ทำให้ดีกรีความร้อนแรงของเขาเพิ่มแบบคูณสอง
แต่ความแรงยังไม่หยุดแค่นั้น เพราะในปี 2016 เขาได้ทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 รายชื่อดีเจยอดเยี่ยมระดับโลกของ DJ Mag Top 100 และคงตำแหน่งนี้ได้อย่างยาวนานถึง 3 ปีซ้อน อีกทั้งยังได้รับเชิญให้ไปเป็น Headliner ของมิวสิคเฟสติวัลต่างๆ ทั่วโลก
โดยเพลงฮิตของเขา ได้แก่ Scared to Be Lonely, In the Name of Love, There For You, Used to Love และอื่นๆ อีกมากมาย รวมไปถึงการได้ร่วมงานกับศิลปินดังๆ อีกหลายคน เช่น Troye Sivan, Dua Lipa, Khalid เป็นต้น
4. Zedd

อีกหนึ่งดีเจหนุ่มสุดหล่อลูกครึ่งรัสเซีย-เยอรมัน ที่พกความสามารถมาจนคับแก้ว ที่เริ่มต้นจากการเล่นเปียโนก่อนจะพัฒนามาสู่แนวเพลง Electronic ในที่สุด โดยเขาได้เปิดตัวครั้งแรกในปี 2013 กับอัลบั้มแรก พร้อมซิงเกิ้ลสุดโด่งดังอย่าง Clarity ที่ทะยานขึ้นชาร์ตอันดับ 1 ได้ในหลายประเทศ รวมไปถึงยอดขายระดับแพลททินัมกว่า 2 ล้านก็อปปี้ทั่วโลก นอกจากนี้เพลงอื่นๆ ก็โด่งดังไม่แพ้กัน เช่น The Middle, Stay, I Want You To Know, Get Low, Stay The Night, Clarity และอื่นๆ อีกมากมาย
โดยหนุ่ม Zedd ได้ร่วมงานกับศิลปินดังๆ มากมาย อาทิ Katy Perry, Hayley Williams, Selena Gomez, Troye Sivan และอีกหลายๆ คน ในส่วนของด้านเวทีรางวัล เขาก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุด ด้วยการคว้ารางวัล Grammy Awards สาขา Best Dance Recording จากเพลง Clarity
5. Gryffin

หลายคนอาจจะไม่ค่อยรู้จัก Gryffin แต่สำหรับสาวก EDM แล้ว เขาถือเป็นอีกหนึ่งดีเจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเพลงดีๆ ฟังติดหู และไพเราะแบบสุดๆ โดยเขาเป็นทั้งดีเจ นักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์ชาวอเมริกัน ซึ่งเขาสามารถสร้างสรรค์ผลงานเพลงแนวอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผสานกับเครื่องดนตรีอื่นๆ อย่างเปียโนและกีต้าร์ได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นเพลงที่สาวกปลาบปลื้มและเปิดฟังอยู่บ่อยครั้ง
ก่อนที่เขาจะมาเป็นศิลปินเต็มตัว เขาได้รีมิกซ์เพลงให้ศิลปินชื่อดังหลายคน เช่น Tove Lo และ Maroon 5 ต่อมาในปี 2016 จึงได้ฤกษ์ปล่อยซิงเกิ้ลของตัวเอง จนสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักของแฟนๆ จากเพลง Feel Good และ Heading Home ก่อนที่ปี 2019 จะตามมาด้วยอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของตัวเองออกมา ที่มีชื่อว่า Gravity จนมีเพลงฮิตมาเสริมทัพมากมาย เช่น All You Need to Know, Tie Me Down, Nobody Compares to You และ OMG
6. Kygo

นักดนตรีหนุ่มมากฝีมือชาวนอร์เวย์ที่มีดีมากกว่าการเป็นดีเจ เพราะเขายังควบตำแหน่งโปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลงอีกด้วย โดยเอกลักษณ์ของเขาคือการทำเพลง EDM ที่มีการใส่สไตล์ Tropical House เข้าไปได้อย่างลงตัว ซึ่งจะเน้นเพลงที่มีจังหวะกลางๆ ผสานกรู๊ฟที่โยกตามได้อย่างชิลๆ พร้อมด้วยการเติมเมโลดี้ของเครื่องดนตรีอื่นๆ ลงไป จนกลายเป็นลายเซ็นของ Kygo โดยเฉพาะ
Kygo มีเพลงฮิตมากมายหลายเพลง ได้แก่ It Ain’t Me, First Time, Stargazing, Remind Me to Forget, Born to Be Yours และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งในแต่ละเพลงของเขาก็ได้ศิลปินชื่อดังระดับโลกมาร่วมงานด้วยมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Selena Gomez, Ellie Goulding, Imagine Dragons, OneRepublic เป็นต้น
7. Marshmello

ปิดท้ายกันด้วยอีกหนึ่งดีเจที่ถือเป็นขวัญใจของสาวก EDM อย่างแท้จริง โดยเขามาพร้อมสไตล์แปลกใหม่ไม่เหมือนใครกับภาพลักษณ์ชวนค้นหา ด้วยการใส่หน้ากากปิดบังใบหน้าตลอดเวลา พร้อมการปกปิดตัวตนให้ดูลึกลับ แต่นี่แหละที่เป็นกลายเอกลักษณ์จนสร้างความโด่งดังไปทั่วโลก
ส่วนเรื่องเพลงก็ดีงามไม่แพ้กัน เพราะแต่ละเพลงของเขาโดดเด่นด้วยจังหวะชวนโยก เนื้อเพลงสุดไพเราะติดหู จึงทำให้มีเพลงฮิตติดชาร์ตมากมาย อาทิ Happier, Friends, Wolves, Here With Me, Be Kind เป็นต้น ซึ่งเขาก็ได้เชิญศิลปินหลายคนมาร่วม Featuring ด้วย เช่น Bastille, Selena Gomez, Anne-Marie และ Halsey
ด้วยความสามารถและผลงานอันโดดเด่น ทำให้ล่าสุดเขามีรายชื่อติดโผอันดับที่ 5 ของดีเจยอดเยี่ยมระดับโลกในชาร์ต DJ Mag Top 100 อีกด้วย
คงจะถูกใจคอเพลงไม่น้อยกับรายชื่อสุดยอดดีเจที่เราแนะนำกันไป ซึ่งใครที่เป็นแฟนคลับของเหล่าศิลปิน ก็คงอยากที่จะสะสมผลงานของพวกเขาเก็บไว้เป็นคอลเลคชัน โดยเฉพาะซีดีเพลงและแผ่นเสียงที่ในยุคดิจิทัลแบบนี้ ถือเป็นสินค้าที่หายากเหลือเกิน แต่เพียงแค่คุณแวะเข้ามาใน Kaidee รับประกันว่าจะได้เจอผลงานเพลงของศิลปินคนโปรดให้เลือกเก็บสะสมไว้อย่างแน่นอน