Staycation คืออะไร เทรนด์ใหม่ในปี 2021

Staycation คืออะไร เทรนด์ใหม่ในปี 2021

สมัยนี้มีเทรนด์ใหม่ๆเกิดขึ้นมาเยอะแยะมากมาย บางเทรนด์ก็เป็นกระแสในช่วงสั้นๆ แต่บางเทรนด์ก็เกิดขึ้นมานานแล้วแต่กลับมาเป็นกระแสใหม่อีก เช่นเทรนด์ Staycation เพราะในช่วงที่เราเที่ยวไหนไกลๆแบบต่างประเทศไม่ได้ เที่ยวต่างถิ่นก็ไม่สบายใจเรื่องโรคต่างๆ การเที่ยวไม่ไกลแต่ไปย้ายที่ไปพักกายพักใจก็เป็นเรื่องที่ดี และเหมาะสมที่สุดกับการเที่ยวในช่วงนี้

อะไรคือ Staycation  

เทรนด์ Staycation นี้แท้จริงแล้วเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2008 ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งในปีนั้นอเมริกาประสบกับวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ทำให้การใช้เงินของแต่ละบ้าน แต่ละครอบครัวนั้นลดน้อยลง และทุกคนต่างรัดเข็มขัดกันอย่างแน่นหนา

นอกจากนี้เรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมของอเมริกาในตอนนั้นก็เป็นหนึ่งในปัญหาที่ผู้คนต่างตระหนัก ยิ่งทำให้การเดินทางท่องเที่ยวลดน้อยลงไปอีก เพื่อลดมลภาวะและให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟู 

จนเกิดเทรนด์ Staycation ที่ช่วยให้เศรษฐกิจหมุนเวียนต่อได้ และให้ความเครียดของคนลดน้อยลง โดย Staycation นี้จะเป็นการเที่ยวใกล้ๆ โดยสามารถเดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะ ไปยังสถานที่ในตัวเมือง รอบๆเมือง รวมถึงปริมณฑล และจะกลับมานอนที่บ้านหรือไปพักโรงแรมในละแวกนั้น เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ

Staycation ดีอย่างไร

การเที่ยวแบบง่ายๆ ใกล้ๆ หลายคนคงคิดว่าคงไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากมาย แต่แท้จริงแล้วมีประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ถึงระดับสังคมก็ว่าได้เลยทีเดียว 

1.ช่วยลดความเครียด

แน่นอนว่าทุกการท่องเที่ยวนั้นจะช่วยลดความเครียดของเราเสมอ ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล แต่การเที่ยวแบบ Staycation นี้จะทำให้เราไม่ต้องคอยกังวลเรื่องการเดินทางต่างๆ รวมถึงการได้มาเที่ยวมาดูสถานที่ใกล้ๆที่อยู่อาศัยของเรา จะทำให้เราได้รู้จักกับที่นั้นๆเพิ่มมากขึ้น และอาจเจอที่พักใจดีๆหรือร้านลับประจำตัวใกล้บ้านก็เป็นได้นะ 

2.ช่วยลดมลภาวะ

การเที่ยวแบบ Staycation มักจะเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะต่างๆ เช่น รถตู้ รถเมล์ เพราะด้วยระยะทางใกล้ๆ จะทำให้ลดมลภาวะเรื่องฝุ่นควันที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมได้ แม้ว่าในข้อนี้อาจจะดูเล็กน้อย แต่หากคุณลองนึกภาพตามว่าถ้ามีคน Staycation กันมากขึ้น มลภาวะก็จะยิ่งลดลงตามไปด้วย  

3.ช่วยเศรษฐกิจภาคท้องถิ่น

การเดินทางไปท่องเที่ยวแบบ Staycation นอกจากได้ความเพลิดเพลิน ลดความเครียดและลดมลภาวะแล้ว ยังช่วยด้านเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น เช่น กลุ่มร้านค้า ร้านอาหารท้องถิ่นเล็กๆที่ค้าขายอยู่ในบริเวณนั้น และจะส่งผลให้การค้าขายในบริเวณนั้นๆดียิ่งขึ้น และสิ่่งที่ตามมาคือการที่มีร้านค้าเพิ่มมากขึ้น และจะดึงดูดผู้คนให้มาท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

4.ประหยัดเงิน

Staycation ใช้เงินค่อนข้างน้อยกว่าการเที่ยวทั่วไป เพราะเราไม่ได้ไปที่จุดท่องเที่ยวโดยเฉพาะที่สินค้าของใช้และอาหารมีราคาสูงกว่าปกติ ทำให้เราประหยัดงบด้านของกิน ที่พัก และค่าเดินทางได้ 

5.ไม่ต้องจัดตารางให้ยุ่งยาก

การเที่ยวใกล้ๆนั้น บางทีอาจเป็นโอกาสที่ดีในการได้ไปสถานที่ใกล้ๆบ้านที่เราไมไ่ด้ไปมานานแล้ว ซึ่งจะทำให้เราไม่ต้องจัดตารางให้ยุ่งยาก เพียงแค่แพลนไว้ในหัวว่าวันนี้จะไปที่ไหน หรืออยากจะเดินไปเรื่อยๆ เจอที่ไหนน่าสนใจ ก็หยุดที่นั่นได้  

ทำไมยุคนี้ถึงเหมาะกับการ Staycation

ตามจริงแล้วไม่ว่าจะก่อนหน้าที่จะเกิดวิกฤตโควิด-19 การ Staycation ก็เหมาะกับทุกคนและทุกยุคอยู่แล้ว เพราะเชื่อว่าหลายๆคนที่อาจไม่ได้มีงบประมาณมากในการเที่ยวต่างประเทศ ก็สามารถเริ่มต้นการ Staycation ก่อนได้ เพราะใช้งบประมาณไม่มาก รวมถึงเวลาในการเตรียมตัวสั้นๆก็เที่ยวได้ 

หรือหากคุณเป็นคนที่มีเวลาน้อย หยุดทั้งทีไม่อยากไปไหนไกล  การได้เที่ยวแบบ Staycation ก็ช่วยประหยัดเวลาการเดินทางให้กับคุณได้ โดยไม่เสียอารมณ์การผ่อนคลายเลย

ทำอะไรบ้างถึงจะเรียก Staycation  ได้นะ

Staycation จะหมายถึงการไปเที่ยวใกล้ๆบ้านหรืออยู่ในบ้านก็ได้นะ ขึ้นอยู่กับเราว่าอยากจะเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจรูปแบบไหน 

1.ไปสวนสาธารณะใกล้บ้าน

สถานที่ง่ายๆสำหรับการเที่ยวแบบ Staycation คือออกไปสวนสาธารณะ เดินเล่น ปั่นจักรยาน ปั่นเรือเป็ด ให้อาหารปลา แล้วก็นั่งกินลมชมวิวรับอากาศบริสุทธิ์ที่นานๆจะได้รับที ซึ่งการไปสวนสาธารณะนี้จะช่วยให้เราได้เพลิดเพลิน รวมถึงการได้อยู่กับต้นไม้ใบหญ้า ธรรมชาติต่างๆก็จะทำให้เราได้รู้สึกผ่อนคลายจากการทำงานและชีวิตที่วุ่นวาย 

2.ไปพิพิธภัณฑ์ สวนสนุก สวนสัตว์ หอศิลป์ ฯลฯ 

นอกจากสวนสาธารณะแล้ว พิพิธภัณฑ์ สวนสนุก สวนสัตว์ หอศิลป์ รวมถึงคาเฟ่ร้านกาแฟใกล้บ้าน ก็เป็นสถานที่ที่เราอาจหลงลืมไปว่ามันมีอยู่และอาจเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจเราชั้นดี โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปไกลๆเลย 

3.ไปย่านที่ไกลจากบ้านสักนิดแล้วพักโรงแรมแถวนั้น

ลองนั่งรถโดยสารไปไกลอีกสักนิด ไปยังย่านใหม่ๆที่ไกลจากบ้านไปหน่อย จากนั้นหาที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว แล้วลองเที่ยวลองดูการใช้ชีวิตของผู้คนแถวนั้น รวมถึงลองชิมอาหารจากร้านต่างๆในละแวกนั้น ไม่แน่คุณอาจเจอร้านเด็ดประจำใจ้านใหม่ของคุณก็ได้

4.ดูหนัง 

หาก Staycation ของคุณไม่ได้รู้สึกอยากออกไปไหนข้างนอก ก็สามารถเปลี่ยนมาอยู่บ้านดูหนังหรือซีรีส์ที่อยู่ใน Watchlist ของคุณได้ ซึ่งถึงแม้จะไม่ได้ออกไปไหนก็ถือเป็น Staycation รูปแบบหนึ่งได้ 

5.อยู่บ้านออกกำลังกาย

นอกจากดูหนังชิลๆที่บ้านแล้ว สามารถใช้เวลาใน Staycation มาออกกำลังกายในบ้านได้ เช่น การเล่นโยคะ วิ่งจ๊อกกิ้ง แอโรบิค เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นได้

สรุป

Staycation มีประโยชน์มากมายทั้งกับตัวเอง สังคมและสิ่งแวดล้อม ถึงแม้ว่าจะเกิดขึ้นมานานแล้ว แต่ไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหนเทรนด์นี้ก็ยังนำมาใช้ใหม่ได้เสมอ และยิ่งในยุคที่ทุกคนต่างเจอปัญหาเดียวกัน ทั้งเศรษฐกิจ โรคภัยและความวุ่ยวายในสังคม Staycation จึงเป็นเทรนด์ที่เหมาะสมมากๆกับคนไทยในยุคนี้ ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ ลอง Staycation ดูสักทีก็ได้นะ คุณอาจจะติดใจก็ได้ ส่วนใครอยู่บ้านแล้วเบื่อๆ ลองเปิด Kaidee ดู อาจเจอของใช้ดีๆ ช้อปปิ้งไปไว้ที่บ้านก็ได้นะ