ปีใหม่ บ้านใหม่! อุปกรณ์ทำความสะอาดสุดสมาร์ต!

ปีใหม่ บ้านใหม่! อุปกรณ์ทำความสะอาดสุดสมาร์ต!

ในการออกรถแต่ละคันนอกจากจะต้องคำนึงถึงฟังก์ชันและราคา อีกหนึ่งสิ่งสำคัญคือสีรถมงคล สีไหนขับแล้วปัง สีไหนขับแล้วพัง วันนี้kaideeจะพาทุกคนไปดูวิธีเลือกสีรถให้ถูกโฉลกและเสริมพลังด้านบวกในการขับขี่ของทุกคน

 

หากการเลือกยี่ห้อรถเปรียบเสมือนความไว้ใจในแบรนด์นั้นๆ การเลือกสีรถมงคลก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อช่วยให้เกิดความสบายใจในการขับขี่รถ เสริมสร้างสิริมงคล ความสบายใจและนำมาซึ่งโชคลาภ เพราะเชื่อกันว่า รถยนต์ก็เปรียบเสมือนยานพาหนะที่นำพาเราไปยังจุดหมายที่เรียกว่าความประสบความสำเร็จ ระหว่างทางอาจต้องพบเจออุปสรรคที่ขว้างกั้น หรืออาจมีอันตราย การเลือกสีรถมงคลจะเป็นตัวช่วยดึงพลังงานด้านบวกให้เข้ามาสู่เจ้าของรถนั่นเอง ซึ่งการเลือกสีรถมงคลสามารถแบ่งออกไปได้ทั้งหมดสองลักษณะคือการเลือกสีรถมงคลตามวันเกิดและการเลือกสีรถมงคลตามราศี ซึ่งการเลือกสีรถมงคลทั้งสองแบบนั้นก็มีที่มาความเชื่อที่ต่างกันออกไปดังนี้

 

สีรถมงคลเสริมโชคตามวันเกิด

การเลือกสีรถมงคลตามวันเกิดนั่นเป็นความเชื่อในวัฒนธรรมไทย มาจากการเสริมดวงโดยดูจากโหราศาสตร์ที่เชื่อว่าสีของสิ่งของสามารถนำพาความเป็นสิริมงคลมาให้ผู้ที่ใช้งาน เพราะทางโหราศาสตร์ไทยนั้นมีการเชื่อมโยงวันเกิดเข้ากับพลังงานของดวงดาว และเชื่อว่าดวงดาวที่วนเวียนอยู่ในระบบสุริยะนั้นจะเป็นตัวควบคุมชีวิตประจำวันของผู้คนที่เกิดในวันนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงิน การงาน โชคลาภ สุขภาพ และความรัก ดังนั้นจึงมีการเลือกสีมงคลจากดวงดาวที่สอดคล้องกับวันเกิดขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสีเสื้อ สีเล็บ สีผม ไปจนถึงสีของรถที่ขับนั่นเอง ฉะนั้นการเลือกสีรถมงคลตามวันเกิดจะช่วยเรื่องการเสริมดวงในชีวิตประจำวันให้ดีขึ้น ขับรถไปไหนก็มั่นใจหายห่วง ไม่มีเรื่องร้ายให้ต้องกังวล นอกจากนั้นยังช่วยเสริมดวงด้านโชคลาภ ความรัก หรือดวงด้านอื่นๆ ประจำดาววันเกิดแต่ละวัน และในแต่ละวันเกิดจะอยู่คู่กับดาวดวงไหน สีไหนมงคล สีไหนเสริมดวงและโชคลาภ และสีไหนที่ต้องเลี่ยง ไปดูกันต่อได้เลย

  • สีรถมงคลประจำวันอาทิตย์ คนเกิดวันอาทิตย์มีดวงอาทิตย์เป็นดาวประจำวัน เป็นพลังงานของไฟและความร้อนแรง ดังนั้นสีแดง สีส้ม และสีทองจะช่วยเสริมพลังงานให้แก่คนที่เกิดวันอาทิตย์ ช่วยเสริมดวงด้านโชคลาภและความมั่งคั่ง มีความเป็นผู้นำและสามารถนำมาซึ่งอำนาจ สีที่คนเกิดวันอาทิตย์ควรหลีกเลี่ยงคือสีน้ำเงินเพราะเป็นสีของน้ำ เชื่อว่าสีน้ำเงิน สีฟ้า จะคอยตัดพลังงานด้านบวกให้กับคนเกิดวันอาทิตย์นั่นเอง 
  • สีรถมงคลประจำวันจันทร์ คนเกิดวันจันทร์นั้นมีดวงจันทร์เป็นดาวประจำวันเกิด ดังนั้นสีที่เป็นมงคลของคนที่เกิดวันจันทร์คือสีขาว สีครีม และสีเหลือง เชื่อว่าสีเหล่านี้เป็นสีของความบริสุทธิ์และจะนำมาซึ่งความสงบในจิตใจ ดังนั้นการเลือกรถที่มีสีขาว สีครีม และสีเหลืองจะช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยและผ่อนคลายตลอดทาง อีกทั้งยังช่วยเสริมโชคลาภและเมตตามหานิยมอีกด้วย สีที่คนเกิดวันจันทร์ควรเลี่ยงคือสีแดง เพราะเป็นสีที่ขัดแย้งต่อพลังงานของดวงจันทร์อย่างสิ้นเชิง
  • สีรถมงคลประจำวันอังคาร คนที่เกิดวันอังคารนั้นมีดาวอังคารเป็นดาวประจำตัว มีพลังงานของไฟบางส่วน สีประจำวันเกิดของคนเกิดวันอังคารคือสีชมพู สีส้ม และสีม่วง สีเหล่านี้จะช่วยเสริมพลังงานบวกด้านการงาน ความมั่นคงในชีวิต ช่วยเสริมดวงด้านโชคลาภในชีวิต สีต้องห้ามของผู้ที่เกิดวันอังคารคือสีขาวและสีเหลือง
  • สีรถมงคลประจำวันพุธกลางวัน คนที่เกิดวันพุธกลางวันคือคนที่เกิดในช่วงเวลา 6 โมงเช้าจนถึง 17:59 น. มีดาวพุธเป็นดาวประจำตัว ดังนั้นการเลือกรถสีเขียว สีดำ และสีเทาจะช่วยเสริมสร้างดวงด้านการงานให้มั่นคง เสริมสร้างสติปัญญาให้ฉลาดหลักแหลม ไม่ว่าจะเจรจาต่อรองด้านใดก็จะประสบผลสำเร็จ เดินทางไปยังที่ใดก็จะปลอดภัยไร้อุปสรรค สีที่คนเกิดวันพุธกลางวันควรเลี่ยงคือสีชมพู เพราะจะทำให้การเดินทางติดขัดไม่ราบรื่น 
  • สีรถมงคลประจำวันพุธกลางคืน คนที่เกิดวันพุธกลางคืนคือเกิดในช่วงเวลาตั้งแต่ 6 โมงเย็นเป็นต้นไปจนถึง ตี 5:59 น. ถึงแม้ว่าดาวประจำวันเกิดจะเป็นดาวดวงเดียวกัน แต่ว่าสีมงคลประจำวันพุธกลางคืนคือสีขาว สีครีม และสีเหลืองอ่อน เชื่อว่าสีเหล่านี้จะช่วยสร้างพลังงานทางด้านโชคลาภ ความเจริญก้าวหน้าในชีวิต ช่วยให้ชีวิตราบรื่นไม่ติดขัด และสีที่คนเกิดวันพุธกลางคืนควรหลีกเลี่ยงคือสีส้มและสีแดง สีที่ขัดกับพลังงานของผู้ที่เกิดวันพุธกลางคืนจะนำมาซึ่งความถดถอยด้านปัญญา 
  • สีรถมงคลประจำวันพฤหัสบดี คนเกิดวันพฤหัสบดี มีดาวพฤหัสเป็นดาวประจำวันเกิด ซึ่งสีที่เป็นสิริมงคลของคนเกิดวันนี้คือสีส้ม สีเหลือง และสีขาว สีเหล่านี้จะช่วยเสริมความมั่นคง มั่งคั่ง เสริมดวงด้านโชคลาภ และพลังงานด้านบวกที่ช่วยให้การเดินทางราบรื่น สีที่คนเกิดวันพฤหัสบดีควรหลีกเลี่ยงคือสีดำและสีม่วงซึ่งเป็นสีที่ขัดกับพลังงานด้านบวกของคนที่เกิดวันนี้
  • สีรถมงคลประจำวันศุกร์ คนเกิดวันศุกร์มีดาวศุกร์เป็นดาวประจำตัว สีประจำวันเกิดคือสีฟ้า สีชมพู และสีเขียว หากผู้ที่เกิดวันศุกร์ขับรถสีเหล่านี้ก็จะช่วยปรับสมดุลให้ชีวิตราบรื่นและไม่มีอุปสรรคใดๆ ขวางกั้น ขับขี่เดินทางไปไหนก็ปลอดภัย เจอผู้คนมากมายก็สามารถสร้างความรักและมิตรภาพที่ดีได้เสมอ สีที่คนเกิดวันศุกร์ควรเลี่ยงคือสีเทาและสีดำ เชื่อว่าสีที่หม่นหมองจะขัดกับพลังงานที่สดใสของคนเกิดวันศุกร์
  • สีรถมงคลประจำวันเสาร์ คนเกิดวันเสาร์นั้นจะมีดาวเสาร์เป็นดาวประจำตัว สีที่เป็นสิริมงคลของคนที่เกิดวันเสาร์คือสีดำ สีเทา และสีม่วง เพราะดาวเสาร์คือตัวแทนแห่งความแข็งแกร่ง ดังนั้นสีเหล่านี้จะนำมาซึ่งความปลอดภัยในการเดินทาง เสริมพลังอำนาจให้แก่คนเกิดวันเสาร์และช่วยปัดเป่าพลังอันตรายทั้งปวงที่จะเข้ามา สีที่คนเกิดวันเสาร์ควรเลี่ยงอย่างเด็ดขาดคือสีเขียวนั่นเอง 

 

สีรถมงคลเสริมโชคตามราศี

การเลือกสีรถตามราศีนั้นเป็นความเชื่อของโหราศาสตร์ตะวันตก โดยการวิเคราะห์จากจักรราศีและธาตุที่สอดคล้องกัน ซึ่งพลังงานธาตุทั้งหมดที่เกิดขึ้นคือดิน น้ำ ลม และไฟ ดังนั้นการเลือกสีรถมงคลตามราศีนั้นคือการปรับธาตุเพื่อเพิ่มความสมดุลในชีวิตทั้งด้านการเงิน การงาน ความรัก สุขภาพ หรือการนำมาซึ่งโชคลาภ สิ่งสำคัญสำหรับการเลือกสีรถตามราศีคือการสะท้อนตัวตน ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพออกมาตามพลังงานเฉพาะตัวของแต่ละราศี ซึ่งจะมีธาตุและสีมงคลที่ต่างกันดังนี้ 

  • ราศีมังกร คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 22 ธันวาคม – 19 มกราคม ธาตุดิน สีรถมงคลประจำราศีมังกรคือสีดำ สีเทา และสีเขียวเข้ม สีเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่ง มั่นคง เสริมพลังบวกด้านโชคลาภและการงานให้มั่นคงขึ้น สามารถบริหารจัดการคนได้ดี 
  • ราศีกุมภ์ คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 20 มกราคม – 18 กุมภาพันธ์ ธาตุลม สีรถมงคลประจำวันเกิดของราศีนี้คือสีม่วง สีเทา และสีฟ้า สีเหล่านี้จะช่วยสร้างความคิดสร้างสรรค์ สามารถเชื่อมโยงจิตวิญญาณเข้ากับผู้อื่น หากเป็นนักคิดก็จะคิดได้ดี หากเป็นนักพูดก็จะมีแต่ผู้คนคล้อยตาม สีเหล่านี้จะช่วยสร้างพลังงานบวกในการทำงานส่วนตัวและการทำงานส่วนรวมได้อย่างดี
  • ราศีมีน คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ – 20 มีนาคม ธาตุน้ำ ผู้ที่เกิดราศีนี้เหมาะกับการขับรถสีขาว สีฟ้าอ่อน และสีเขียว จะช่วยสร้างความสงบทางอารมณ์ ช่วยให้จิตใจสงบขึ้น ดำเนินชีวิตอย่างมีสติ และสามารถค้นพบตัวเองและพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้
  • ราศีเมษ คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 21 มีนาคม – 19 เมษายน ธาตุไฟ ผู้ที่เกิดราศีนี้หากขับรถสีแดงหรือสีส้มจะช่วยเสริมพลังด้านความมั่นใจ ความกระตือรือร้นและความเป็นผู้นำได้เป็นอย่างดี มีความทะเย้อทะยานและมีพลังในการตัดสินใจสูง การขับรถสีนี้จะช่วยให้ประสบความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น 
  • ราศีพฤษก คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 20 เมษายน – 20 พฤษภาคม ธาตุดิน ราศีนี้จะถูกโฉลกกับสีเขียวและสีชมพู สีเหล่านี้จะช่วยสร้างสมดุลด้านความสงบในชีวติ นำมาซึ่งความเจริญมั่งคั่ง เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีให้แก่ผู้คนโดยรอบ พลังงานบวกจะช่วยเสริมความมั่นคงในหน้าที่การงานให้ดีขึ้น 
  • ราศีเมถุน คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 21 พฤษภาคม – 20 มิถุนายน ธาตุลม สีมงคลประจำราศีเมถุนคือสีเหลืองและสีฟ้า สามารถนำมาซึ่งความสว่างในชีวิต มีความคิดสร้างสรรค์บังเกิด พลังงานจากสีเหล่านี้จะช่วยให้สามารถปรับตัวได้ง่ายในทุกสภาพแวดล้อม มีดวงด้านการเจรจาตกลงและเป็นผู้พูดที่ดีได้ 
  • ราศีกรกฎ คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 21 มิถุนายน – 22 กรกฎาคม ธาตุน้ำ สีรถมคลประจำวันเกิดคือสีขาว สีเงิน และสีฟ้าอ่อน สีเหล่านี้จะช่วยให้ชาวราศีกรกฎมีความสงบสุขในจิตใจ ช่วยป้องกันภัยอันตรายรอบตัวและยังช่วยให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวราบรื่นมีแต่ความสุข 
  • ราศีสิงห์ คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 23 กรกฎาคม – 22 สิงหาคม ธาตุไฟ สีรถที่เหมาะกับชาวราศีนี้คือสีทอง สีส้ม และสีแดง สีเหล่านี้จะส่งเสริมพลังด้านอำนาจ บารมี เสริมสร้างพลังงานความเป็นผู้นำ ดึงดูดโชคลาภด้านการเงินและการงานเข้ามาในชีวิตอยู่เสมอ 
  • ราศีกันย์ คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 23 สิงหาคม – 22 กันยายน ธาตุดิน นิยมใช้สีเขียวและสีฟ้ามาช่วยเสริมสร้างความสงบในจิตใจ เพิ่มพลังงานด้านความคิด การไตร่ตรอง การวางแผนในชีวิตและการทำงานให้ราบรื่น ไร้ซึ่งอุปสรรคขวางกั้นในชีวิต 
  • ราศีตุลย์ คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 23 กันยายน – 22 ตุลาคม ธาตุลม คนเกิดราศีนี้จะมีสีฟ้าและสีชมพูเป็นตัวช่วยดึงพลังงานด้านบวก เพิ่มความสงบสุขและสร้างความสัมพันธ์อันดีงาม ไปที่ไหนก็มีแต่คนรักใคร่ เจรจาด้านใดก็มีแต่คนคล้อยตาม เป็นสีที่นำมาซึ่งความรักและความสุข 
  • ราศีพิจิก คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 23 ตุลาคม – 21 พฤศจิกายน ธาตุน้ำ สีมงคลประจำราศีพิจิกคือสีแดงเข้ม สีม่วง และสีดำ สีโทนเจ้มเหล่านี้จะนำมาซึ่งพลังงานแห่งความหนักแน่นในจิตใจ ช่วยให้สามารถเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้เกิดความราบรื่นทั้งด้านการงานและการใช้ชีวิตด้วยพลังใจที่เข้มแข็ง
  • ราศีธนู คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 22 พฤศจิกายน – 21 ธันวาคม ธาตุไฟ สีที่จะส่งผลให้ผู้ที่เกิดราศีนี้ประสบความสำเร็จและเติบโตในหน้าที่การงานคือสีดำ สีเทา และสีเขียวเข้ม นอกจากนั้นยังช่วยปัดเป่าอุปสรรคที่จะเข้ามาในชีวิต ช่วยให้เจริญก้าวหน้านำมาทั้งอำนาจและสติปัญญานั่นเอง

 

การเลือกสีรถมงคลเป็นความเชื่อที่ชาวไทยยึดถือมาเป็นเวลานาน นอกจากจะเพื่อส่งเสริมดวงด้านต่างๆ แล้วยังช่วยให้เกิดความสบายใจในการขับขี่บนท้องถนนมากขึ้น และไม่ว่าจะเป็นการเลือกสีรถมงคลตามวันเกิดหรือตามราศี หากมีสติในการขับขี่และการใช้ชีวิตประจำวัน คิดดี พูดดีต่อผู้อื่น ก็จะช่วยสร้างพลังงานบวกแก่ชีวิตได้เช่นเดียวกัน 

 

ถ้ารู้วันเกิดหรือราศีตัวเองแล้วอยากได้รถขับสักคัน อย่าลืมมาเลือกซื้อกันได้ที่kaidee เพราะที่นี้เรามีสีรถให้เลือกมากมาย ซื้อง่าย ขายไว ไว้ใจkaidee

5 หม้อทอดไร้น้ำมัน คุณสมบัติแน่น ที่ควรค่าแก่การเข้าครัว

5 หม้อทอดไร้น้ำมัน คุณสมบัติแน่น ที่ควรค่าแก่การเข้าครัว

แม้ไอเทมคู่ครัวอย่าง “หม้อทอดไร้น้ำมัน” จะมีมานานแล้ว แต่ต้องบอกเลยว่า ช่วงกักตัวที่ผ่านมา เจ้าสิ่งนี้ก้าวขึ้นแท่นสินค้าขายดีอันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังเป็นตัวกระตุ้นให้หลายคนหันมาเป็นเชฟจำเป็นกันถ้วนหน้า สังเกตได้จากหน้าโซเชียล ที่ไม่ว่าจะเลื่อนไปทางไหน ก็ต้องเห็นเพื่อนแชร์ภาพอาหารฝีมือของตัวเองที่ทำขึ้นจากหม้อทอดไร้น้ำมันกันทั้งนั้น

โดยเราจะมาชี้เป้า 5 หม้อทอดไร้น้ำมันที่น่าสนใจ ให้คนที่อยากลองเข้าครัวได้เป็นแนวทาง รับรองว่าคราวนี้เราจะได้เห็นเชฟหน้าใหม่ก้าวขึ้นมาอีกมากมายแน่นอน

1. Haier

Haier_Airfryer
Credit – Haier

เริ่มต้นกันด้วยหม้อทอดไร้น้ำมันจาก Haier รุ่น HAF-K25B2 ที่มีความจุ 2.5 ลิตร มาพร้อมดีไซน์อันทันสมัย สะดวกต่อการใช้งาน สามารถทำความสะอาดได้ง่าย อีกทั้งยังช่วยให้คุณทำเมนูอาหารได้อย่างหลากหลาย โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Air Boost เป็นนวัตกรรมการไหลเวียนของอากาศและอุณหภูมิที่เหมาะสม ช่วยให้อาหารสุกได้อย่างทั่วถึงกว่าเดิม

นอกจากนี้บนตัวเครื่อง ยังมีสัญญาณไฟแสดงสถานะการใช้งาน พร้อมด้วยตัวปรับอุณหภูมิที่สามารถปรับได้ตั้งแต่ 80-200 องศาเซลเซียส สนุกสนานกับการทำอาหารได้หลากเมนูหลายประเภท อาทิ ทอด อบ ย่าง หรือ เบเกอรี่

2. Philips

Philips_Airfryer
Credit – Philips

เพลิดเพลินกับการทำอาหารแบบไร้ไขมัน ด้วยหม้อทอด Philips รุ่น HD9721/11 มาพร้อมขนาด 0.8 กก. เน้นการใช้ลมร้อนในการปรุงอาหารจานโปรดของคุณโดยไม่ใช้น้ำมันหรือเป็นการใช้น้ำมันที่น้อยที่สุด อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีแบบใหม่ ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อสกัดและดักจับไขมันออกจากอาหาร ช่วยให้คุณทานอาหารได้อย่างเฮลธ์ตี้ยิ่งขึ้น

อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี Rapid Air ที่ช่วยสร้างการไหลเวียนของอากาศที่เร็วขึ้นถึง 7 เท่า แถมยังช่วยปรุงอาหารได้รวดเร็วกว่าเตาอบถึง 1.5 เท่า ไม่ว่าจะเป็นการรังสรรค์อาหารสไตล์ไหน ทั้งทอด อบ ย่าง คั่ว หรือแม้กระทั่งการอุ่นอาหาร ก็ช่วยให้การเข้าครัวของเชฟมือใหม่สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เสริมทัพด้วยสูตรอาหารกว่าร้อยสูตรภายในแอปและภายในเล่มกว่า 30 รายการ ให้สามารถทำตามกันได้ง่ายๆ

3. Smarthome

Smarthome_airfryer
Credit – Smarthome

อีกหนึ่งหม้อทอดไร้น้ำมันที่หลายคนนิยมจากแบรนด์ Smarthome ในรุ่น MV-015 ที่จะมาเป็นตัวช่วยให้สายกินได้เพลิดเพลินกับของทอดกันอย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัวอ้วน ซึ่งหม้อทอดตัวนี้จะใช้ลมร้อนในการประกอบอาหาร ที่สามารถรังสรรค์ขึ้นมาได้หลายเมนู พร้อมฟังก์ชั่นการตั้งเวลา และระบบตัดไฟอัตโนมัติ ไม่ต้องยืนเฝ้าให้เมื่อย

สำหรับขนาดของหม้อทอดอยู่ที่ 2.4 ลิตร ในกำลังไฟ 1,200 วัตต์ สามารถกระจายความร้อนเข้าสู่วัตถุดิบได้อย่างทั่วถึงในแบบที่ไม่ต้องใช้น้ำมัน นอกจากนี้ยังสามารถถอดชิ้นส่วนต่างๆ ออกมาได้ เพื่อง่ายต่อการทำความสะอาด อีกทั้งดีไซน์ยังทันสมัย ใช้งานง่ายและปลอดภัย

4. Tefal

Tefal_airfryer
Credit – Tefal

ถัดมากับแบรนด์กับเครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศฝรั่งเศส ที่ขอส่งหม้อทอดไร้น้ำมันในรุ่น Fry Delight FX1000 เข้าประกวด โดยคุณสมบัติเด่นอยู่ที่การใช้เทคโนโลยี 3D Air Pulse ที่เป็นการทำอาหารด้วยลมร้อนจากตัวทำความร้อนด้านบนเครื่อง จึงทำให้ลมไหลเวียนได้อย่างเหมาะสม ช่วยให้การทอดอาหารของคุณมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อาหารจะกรอบอร่อยได้โดยการใช้น้ำมันเพียงเล็กน้อยหรือไม่ใช้เลย

ในส่วนกำลังไฟของเครื่องอยู่ที่ 1,430 วัตต์ สามารถทำอาหารได้แบบครบเครื่อง 4-in-1 ทั้งทอด อบ ปิ้ง และย่าง อีกทั้งยังตั้งอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 150-200 องศาเซลเซียส และตั้งเวลาได้สูงสุด 30 นาที พร้อมโปรแกรมในการส่งเสียงสัญญาณเตือน เมื่อการทำอาหารสิ้นสุดลง ทำให้ไม่ต้องยืนรอ และสามารถเดินไปทำอย่างอื่นได้อย่างอิสระ

5. Xiaomi Daewoo

Xiaomi_airfryer
Credit – Xiaomi

ปิดท้ายด้วยแบรนด์อิเล็กทรอนิกส์สุดฮิตแห่งยุค ที่ไม่ว่าจะออกผลิตภัณฑ์ไหนมา เป็นต้องเรียกเสียงฮือฮาจากสาวกได้ทุกครั้ง รวมไปถึงเจ้าหม้อทอดไร้น้ำมันในรุ่น Xiaomi Daewoo Air Fryer K3 ที่ชูจุดเด่นด้วยดีไซน์สุดล้ำแบบใส ที่เราสามารถมองเห็นทุกขั้นตอนการทำอาหารได้อย่าง ชัดเจน

ในส่วนของเทคโนโลยีการปรุงอาหารก็ใส่มาแบบจัดเต็มไม่แพ้กัน ด้วยวิธีการทอดแบบแนวตั้งและไหลเวียน ที่จะมาช่วยเพิ่มความร้อนให้อาหารได้อย่างสม่ำเสมอ แถมยังมีฟังก์ชั่นที่ช่วยลดความไหม้เกรียมของอาหาร เพราะฉะนั้นใครที่เป็นเชฟมือใหม่ บอกเลยว่าเหมาะกับเจ้าเครื่องนี้สุดๆ

สำหรับตัวเครื่องมาพร้อมขุมพลังไฟ 850 วัตต์ ความจุ 2.35 ลิตร ตั้งเวลาสูงสุดได้ 120 นาที ปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 60-220 องศาเซลเซียส แถมยังปรุงอาหารได้ทั้งแบบทอดและย่างอีกด้วย

บอกเลยว่า 5 แบรนด์ที่เราคัดสรรมาให้เป็นตัวเลือก ถือเป็นรุ่นยอดนิยมทั้งนั้น ส่วนใครที่อยากดูตัวเลือกอื่นๆ เพิ่มเติม ก็สามารถเข้าไปเลือกซื้อเลือกหา “หม้อทอดไร้น้ำมัน” ในแบรนด์และรุ่นที่คุณถูกใจกันได้ต่อที่ Kaidee รับรองเลยว่ามีให้เลือกกันอีกละลานตา ขอแค่คุณเตรียมสูตรอาหารไว้ให้พร้อมก็แล้วกัน