Aug 13, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
งาน Samsung Galaxy Unpacked ในเดือนสิงหาคมปี 2021 ที่เพิ่งผ่านมานี้ Samsung ก็ได้เปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นที่ 3 ในตระกูล Z พร้อมกับอุปกรณ์อย่าง Galaxy Watch และ Galaxy Buds รุ่นใหม่น่าใช้สุดๆ
ของใหม่ที่เปิดตัวภายในงาน Galaxy Unpacked 2021 (August)
Samsung Galaxy Watch 4 Series Samsung Galaxy Z Fold3 5G Samsung Galaxy Z Flip3 5G Samsung Galaxy Buds 2 Thom Browne Limited Edition
Samsung Galaxy Z Fold3 5G
สมาร์ตโฟนพับได้ที่เปิดตัวมาพลิกวงการ ในปีนี้มาในรุ่นใหม่กับ Samsung Galaxy Z Fold3 5G โดยมีจุดที่พัฒนาขึ้นหลักๆ ดังนี้
จอมีความแข็งแรงทนทานต่อการพับมากขึ้น 80% จอมีอัตรารีเฟรชเรทสูงสุด 120Hz กล้องซ่อนใต้หน้าจอ (เมื่อพับจอออก) รองรับ S Pen Pro และ S Pen Fold Edition (แยกจำหน่าย ไม่ได้แถมให้) ทนน้ำมาตรฐาน IPX8
ดีไซน์โดยรวมยังคงคล้ายกับรุ่นก่อน โดยเรื่องน้ำหนักจะเบาลงเล็กน้อย ในขนาดตัวเครื่องที่เท่าเดิม และในปีนี้ยังมีสีใหม่เพิ่มขึ้นมานั่นคือ Phantom Green และ Phantom Silver
หน้าจอของ Samsung Galaxy Z Fold3 ได้ถูกพัฒนาให้ค่ารีเฟรชเรทสูงสุดถึง 120Hz และยังปรับให้หน้าจอสว่างขึ้นกว่าเดิมถึง 29% และที่สำคัญหมดเรื่องกังวลใจกับกล้องหน้าที่ถูกซ่อนไว้ใต้หน้าจอ ทำให้ไม่รู้สึกขัดตาขัดใจเวลารับชมคอนเทนต์ต่างๆ อีกต่อไป
ด้าน Productivity ก็พัฒนาให้ทำงานต่างๆได้สะดวกมากขึ้น ด้วยหน้าจอ 7.6 นิ้วที่สามารถแบ่งหน้าจอเพื่อใช้งานแอปต่างๆ แบบ Multitasking ได้อย่างสะดวก แถมยังมี Taskbar ด้านข้างที่ช่วยให้เราเข้าถึงแอปที่ใช้งานบ่อยได้โดยไม่ต้องกลับไปหน้าโฮม
อีกสิ่งสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า Samsung เองก็รับฟังคำเรียกร้องของกลุ่มลูกค้า ที่อยากให้ S Pen ใช้งานบน Galaxy Z Fold และใน Samsung Galaxy Z Fold3 ก็รองรับการใช้ S Pen แล้ว โดยจะรองรับ S Pen Pro และ S Pen Fold Edition ที่ออกแบบมาเพื่อรุ่นนี้โดยเฉพาะ และจะใช้งานได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น แต่ S Pen นี้จะจำหน่ายแยก ไม่ได้แถมมาให้กับตัวเครื่อง
สเปคอื่นๆ
หน้าจอด้านนอก 6.2 นิ้ว ความละเอียด HD+ (2268 x 832) อัตรารีเฟรชเรท 120Hz หน้าจอหลัก 7.6 นิ้ว ความละเอียด 2208 x 1768 อัตรารีเฟรชเรท 120Hz ซีพียู Qualcomm Snapdragon 888 Ram 12GB Rom 256GB หรือ 512GB กล้องหลังความละเอียด 12MP ทั้งหมด 3 ตัว (Ultra Wide, Wide และ Telephoto) พร้อมระบบกันสั่น Dual OIS กล้องหน้าบนจอด้านนอกความละเอียด 10MP กล้องหน้าในจอด้านใน ความละเอียด 4MP แบตเตอรี่ 4400 mAh น้ำหนัก 271g
ราคาเปิดตัว
256GB : 57,900 THB 512GB : 61,900 THB
Samsung Galaxy Z Flip3 5G
สมาร์ตโฟนพับได้ดีไซน์เก๋กับ Samsung Galaxy Z Flip3 โดยรุ่นนี้จะเน้นความทันสมัย ใช้งานได้หลากหลายและขนาดที่กะทัดรัด (Stylish Flexible & Compact) ซึ่งในปีนี้มีสีใหม่ให้เลือกเยอะขึ้น อย่างสี Cream Green Lavender และ Black หรือสีพิเศษสำหรับการสั่งซื้อออนไลน์อย่างสี Grey White และ Pink
ดีไซน์โดยรวมของ Samsung Galaxy Z Flip3 ยังคงมีความคล้ายกับรุ่นเดิม แต่หน้าจอด้านหน้าเมื่อพับจอลงแล้ว หน้าจอนั้นจะมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมถึง 4 เท่า (1.9 นิ้ว) ทำให้จอนี้ช่วยให้เราเข้าถึงการใช้งานหลายอย่างได้สะดวกมากขึ้น อย่างเช่น การอ่านข้อความใหม่ การตอบกลับข้อความผ่าน Bixby หรือใช้งาน Widgets ต่างๆ โดยสิ่งเหล่านี้สามารถทำได้ไม่ต้องเปิดหน้าจอออก
ส่วนหน้าจอเต็ม เมื่อเปิดออกนั้นจะเป็นหน้าจอ Dynamic Amoled 2X ที่มีขนาด 6.7 นิ้วความละเอียด FHD+ (2640 x 1080) และมีอัตรารีเฟรชเรทสูงสุดที่ 120 Hz ทำให้ไม่ว่าจะดูหนัง เล่นเกม เสพคอนเทนต์ก็ได้อรรถรสที่เต็มอิ่ม
กล้องหลังของ Samsung Galaxy Z Flip3 ถูกพัฒนาให้ดีขึ้น โดยกล้องคู่หลังจะมีความละเอียด 12MP ทั้งสองตัว โดยจะเป็นเลนส์ Wide และ Ultra Wide ซึ่งจะมาพร้อมระบบกันสั่น OIS และระบบโฟกัส Dual Pixel AF ส่วนกล้องหน้าจะมีความละเอียด 10MP ซึ่งไม่ว่าจะพับจอหรือไม่นั้นเราก็สามารถถ่ายเซลฟี่ได้อย่างสะดวก เพราะหากพับจออยู่นั้น หน้าจอด้านหน้าก็จะแสดงผลเป็นหน้าจอสำหรับถ่ายเซลฟี่ทั้งภาพและวิดีโอได้เลย
สเปคอื่นๆ
ซีพียู Qualcomm Snapdragon 888 Ram 8GB Rom 128GB หรือ 256GB รองรับ 5G ทนน้ำมาตรฐาน IPX8 แบตเตอรี่ 3,300 mAh รองรับชาร์จไร้สาย
ราคาเปิดตัว
128GB : 34,900 THB 256GB : 36,900 THB
Samsung Galaxy Watch 4 Series
เปิดตัวเป็นชิ้นแรกในงานกับ Galaxy Watch 4 Series โดยดีไซน์ในรุ่นนี้จะปรับให้มีความ Seamless ไร้รอยต่อ ทันสมัย ใช้งานได้กับทุกวัย ด้วยหน้าจอ Super Amoled ที่แสดงผลได้อย่างดีและตัวเครื่องก็มีความแข็งแรงทนทานมากขึ้น แถมยังทนน้ำในระดับ IP68 ได้ ซึ่งในรุ่นนี้สามารถเปลี่ยนสายได้หลากหลายแบบและยังมีหน้าปัดจอใหม่ๆให้ได้เลือกใช้อีกมากมายเช่นเดียวกัน
Galaxy Watch 4 Series เป็นรุ่นแรกที่ใช้งานในระบบปฏิบัติการ Wear OS ใหม่ที่พัฒนาโดย Samsung ซึ่งฟีเจอร์เด่นๆ ที่รุ่นนี้สามารถทำได้ จะเน้นไปที่ด้านสุขภาพ เช่น Sleep Analysis การตรวจวัดการนอน รวมไปถึงการตรวจระดับออกซิเจนขณะนอนหลับ หรือ Body Composition การตรวจวัดร่างกายที่สามารถทำได้โดยใช้สองนิ้วแตะไว้ที่เซนเซอร์ และรองรับการตรวจจับการออกกำลังกายต่างๆมากถึง 95 ชนิด
สเปคอื่นๆ
หน้าจอขนาด 1.4 นิ้ว ความละเอียด 450 x 450 หน้าจอแบบ Always-on Rom 16GB Bluetooth 5.0 แบตเตอรี่ 361 mAh 4 สี Black, Pink Gold, Silver และ Green
Galaxy Buds 2
หูฟังรุ่นต่อยอดกับ Galaxy Buds 2 ในรุ่นนี้ออกมาแบบได้อย่างดีมีกิมมิกในตัว โดยดีไซน์ภายนอกนั้นจะเป็นสีขาวล้วน แต่ภายในจะเปลี่ยนไปตามสีที่คุณเลือกซื้อ ซึ่งจะมี Olive, Lavender, Graphite, White
Galaxy Buds 2 พัฒนาให้เสียงไมค์ในตัวเครื่องดีขึ้นยิ่ง โดยจะมีไมค์ทั้งหมด 3 ตัว (ด้านใน 2 ตัวและด้านนอก 1 ตัว) นอกจากนี้ยังมี Active Noise Canceling ช่วยลดเสียงรบกวนรอบข้างได้มากถึง 98% พร้อมมีระบบ Ambient Sound ให้เราได้ฟังเสียงรอบข้างเมื่อต้องการฟังเสียงข้างนอก
เรื่องแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ถึง 5 ชั่วโมงแบบเปิด ANC และหากนับรวมการชาร์จในเคสแล้วก็สามารถใช้งานได้รวมทั้งหมด 20 ชั่วโมงเลยทีเดียว
สเปคอื่นๆ
เชื่อมต่ออุปกรณ์ Galaxy อื่นๆได้อย่างสะดวกแบบ Auto Switch (สำหรับรุ่นที่มี One UI 3.1 ขึ้นไป) ควบคุมผ่าน Galaxy Watch ได้อย่างสะดวกผ่าน Quick Buds Control มีปลอกหูฟังให้ 3 ขนาด (เล็ก กลาง ใหญ่) ปรับแต่ง Equalizer ได้ผ่านสมาร์ตโฟน Galaxy
Thom Browne Edition
ก่อนจะปิดงาน Samsung ก็ได้เซอร์ไพร์สด้วย Thom Browne Edition โดยจะจำหน่ายเป็นเซ็ท 2 เซ็ท ดังนี้
Samsung Galaxy Z Fold3 5G Thom Browne Edition
ประกอบด้วย
Samsung Galaxy Z Fold3 5G เคสหนังดีไซน์จาก Thom Browne S Pen Pro Galaxy Watch 4 พร้อมสายนาฬิกา 3 แบบ Galaxy Buds 2 พร้อมเคสและที่ชาร์จไร้สาย
ราคา 111,000 บาท
Samsung Galaxy Z Flip3 Thom Browne Edition
ประกอบด้วย
Samsung Galaxy Z Flip3 5G เคสหนังดีไซน์จาก Thom Browne Galaxy Watch 4 พร้อมสายนาฬิกา 3 แบบ Galaxy Buds 2 พร้อมเคสและที่ชาร์จไร้สาย
ราคา 76,000 บาท
สรุป
Galaxy Unpacked ในครั้งนี้ Samsung ได้พัฒนาไลน์ Galaxy Z ให้มีความล้ำพร้อมกับความเสถียรที่เพิ่มมากขึ้น แม้ว่าในครั้งแรกที่ไลน์นี้เปิดตัวมาจะได้รับความฮือฮา แต่ก็เต็มไปด้วยคำวิจารณ์ค่อนข้างมาก และอีกสิ่งหนึ่งที่สังเกตได้คือ Samsung ให้ความสำคัญกับ Galaxy Eco system ที่ครอบคลุมการใช้งานในแต่ละอุปกรณ์มากยิ่งขึ้น ซึ่งสาวก Samsung เองก็อาจจะถูกใจกับสิ่งนี้มากเช่นเดียวกัน
และหากใครนึกถึงสมาร์ตโฟน Samsung ล่ะก็ สามารถเข้ามาดูที่ Kaidee ในหมวดสมาร์ตโฟนได้เลย เรามีสมาร์ตโฟน Samsung ให้คุณได้เลือกมากมายหลายรุ่น พร้อมมีระบบ KD Pay ที่ช่วยสร้างความมั่นใจในการซื้อขายสมาร์ตโฟนของคุณให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น ว่าแล้วก็ลองเข้าไปดูกันเลย
Jul 13, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
หากคุณเข้ามาอ่านบทความนี้ แน่นอนว่าคุณกำลังมองหาโทรศัพท์ซัมซุงราคาไม่เกิน 5,000 บาท กันอยู่ใช่ไหมคะ ….แต่การเลือกซื้อของราคาประหยัด คุณก็อดเป็นกังวลไม่ได้ใช่ไหม ว่าคุณภาพของสินค้าจะดีเท่ากับสินค้าราคาแพงๆ หรือเปล่า
และก็เช่นเดียวกับโทรศัพท์ซัมซุงราคาไม่เกิน 5,000 เครื่องนี้ ที่คุณกำลังเล็งอยู่
คิดแล้วคิดอีก คิดไม่ตกเลยใช่ไหมคะ ว่าจะซื้อดีไหม หรือจะตัดใจ ยอมเสียเงินให้กับโทรศัพท์ราคาเป็นหมื่นดี?
thinkmonsters
เมื่อได้ฤกษ์ซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ ใครๆ ก็ต้องอยากได้รุ่นที่ทันสมัยกว่าเดิม ส่วนมากผู้คนมักจะอัปเกรดจากโทรศัพท์ระดับกลาง เป็นโทรศัพท์รุ่นเรือธง ทั้งนี้ด้วยความเชื่อที่ว่า เมื่อสมาร์ทโฟนมีราคาที่แพงขึ้น นั้นหมายความว่า ตัวเครื่องจะมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่ดีกว่า และการใช้งานต้องดีขึ้นกว่าโทรศัพท์ซัมซุงราคาไม่เกิน 5,000 บาท ระดับกลางที่คุณเลือกไว้แน่นอน
เราขอบอกตรงนี้เลยว่า โทรศัพท์ซัมซุงราคาไม่เกิน 5,000 บาท คุณภาพระดับรุ่นเรือธงนั้น มีอยู่จริง (หลายรุ่นด้วย) เพราะฉะนั้น ถ้าคุณกำลังลังเลอยู่ คุณมาถูกทางแล้วค่ะ บทความนี้จะเพิ่มความมั่นใจให้คุณแน่นอน
“โทรศัพท์ซัมซุงราคาไม่เกิน 5,000 บาท ของดี ราคาถูก มีจริงเหรอ ?”
ในความเป็นจริง สมาร์ทโฟน ระดับกลาง ส่วนใหญ่ มักจะได้รับถ่ายทอดฟีเจอร์ตัวที่มีความจำเป็นต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันมาจากมือถือรุ่นเรือธง แต่ด้วยข้อจำกัดของเรื่องราคา แน่นอนว่าต้องมีฟีเจอร์ล้ำๆ บางตัวที่ถูกตัดออกไปบ้าง
อย่างไรก็ตาม บ่อยครั้ง ที่เราพบว่าโทรศัพท์ระดับกลางบางรุ่น มีฟีเจอร์ที่ดีกว่าโทรศัพท์รุ่นเรือธง
ตัวอย่างเช่น Samsung Galaxy M21 ซึ่งถึงแม้น้องจะถูกจัดอยู่ในหมวดโทรศัพท์ระดับกลาง และเข้าข่ายโทรศัพท์ซัมซุงราคาไม่เกิน 5,000 บาท แต่ Galaxy M21 กลับมีฟีเจอร์ความจุของแบตเตอรี่ระดับพรีเมียม สามารถจุได้มากถึง 6,000 mAh ในขณะที่ แบตเตอรี่ของโทรศัพท์รุ่นเรือธงอย่าง Samsung Galaxy S20 กลับให้ความจุแบตเตอรี่มาแค่ 4,000 mAh เท่านั้น
หากคุณเป็นคนที่ใช้โทรศัพท์เพื่อติดต่อสื่อสาร เล่นโซเชียล หรือเล่นเกมธรรมดา การเลือกซื้อสมาร์ทโฟนระดับกลาง ถือเป็นทางเลือกที่ฉลาด เพราะนอกจากราคาจะถูกกว่ามากแล้ว ยังมีตัวเลือก (หลากหลายรุ่น หลายราคา) ให้ลูกค้า มากที่สุดในตลาดอีกด้วย
หนึ่งในแบรนด์ที่มีตัวเลือกสมาร์ทโฟนระดับกลางมากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้น “Samsung” ดังนั้น วันนี้ Kaidee ขอพาเพื่อนๆ ไปดูเหล่าโทรศัพท์ซัมซุงราคาไม่เกิน 5,000 บาท ที่การันตีได้ถึงคุณภาพ วัสดุระดับพรีเมียม และในราคาที่คุณจะต้องร้อง “เฮ้ย เป็นไปได้เหรอ”
1. Samsung Galaxy A12 แบตอึด กล้องเลิศ
samsung.com
Samsung Galaxy A12 เรียกได้ว่าเป็นโทรศัพท์ซัมซุงราคาไม่เกิน 5,000 บาท รุ่นประหยัดรุ่นแรก ที่ทางซัมซุงได้ปล่อยออกมาให้แฟนๆ ได้อวดโฉมหน้ากันในปี 2021 นี้
Galaxy A12 เครื่องนี้ เป็นรุ่นใหม่จากซีรีส์ A1x และในราคาไม่ถึง 5,000 นี้เอง ซัมซุงได้อัปเกรดสเปคเข้าเครื่องมาอย่างแน่นเอี๊ยด อีกทั้งยังเอาใจแฟนๆ ด้วยกล้องหลังทั้งหมด 4 ตัว พร้อมความละเอียดระดับสูง ….ถือว่าเครื่องนี้เป็นโทรศัพท์ซัมซุงราคาไม่เกิน 5,000 บาท อีกเครื่องที่น่าสอยมากๆ เลย
จุดเด่นที่สุดของมือถือราคาประหยัดเครื่องนี้ คือ กล้อง 4 ตัว ด้านหลัง ซึ่งต้องยอมรับในความใจกว้างของซัมซุง เพราะเราไม่เห็นกันบ่อยนัก กับโทรศัพท์ซัมซุงราคาไม่เกิน 5,000 ที่จะมาพร้อมกับกล้องถึง 4 เลนส์ขนาดนี้
ด้วยหน้าจอแบบ Infinity-V Display พร้อมกับติ่งหยดน้ำรูปตัว V ด้านบน สำหรับพื้นที่กล้องหน้า ขนาดจอที่ยาวถึง 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ จึง ทำให้มือถือเครื่องนี้ มีดีไซน์ที่ดูดี ระดับ High End เลยก็ว่าได้
อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก Galaxy A12 ถูกจัดให้เป็นโทรศัพท์ซัมซุงราคาไม่เกิน 5,000 ตัวเครื่องจึงทำมาจากพลาสติกซะส่วนใหญ่ แต่ถือว่าซัมซุงทำออกมาได้อย่างเนี้ยบ ไม่ดูก๊องแก๊ง น้ำหนักเบาสบาย จับถนัดมือ
Galaxy A12 มาพร้อมกับ RAM มากถึง 4GB และหน่วยความจำถึง 128 GB และสามารถรองรับ MicroSD Card ได้สูงสุด 1TB
ที่สำคัญ แบตเตอรี่ของเขาอึดมาก เพราะเขามาพร้อมกับขนาดความจุแบตเตอรี่ถึง 5,000mAh พร้อมกับ Fast Charging เร็วถึง 15W อีกด้วย
ส่วนเรื่องสเปคกล้อง แน่นอนว่าซัมซุง ไม่แพ้ใครแน่นอน
เลนส์ หลัก ความละเอียด 48 MP เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 5 MP เลนส์ Macro ความละเอียด 2 MP เลนส์ Depth ความละเอียด 2 MP กล้องหน้า มาพร้อมกับความละเอียดถึง 8 MP
จึงมั่นใจได้ว่า ถ่ายรูปสวยเกินราคาแน่นอน
ราคา: 4,999 บาท
2. Samsung Galaxy A11 สีสันสะดุดตา พร้อมกล้องจัดเต็มเรื่องความคมชัด
samsung.com
เมื่อพูดถึงโทรศัพท์ซัมซุงราคาไม่เกิน 5,000 บาท Samsung Galaxy A11 เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ ด้วยราคาเพียงแค่ 3 พันนิดๆ เครื่องนี้กลับมาพร้อมกับหน้าจอขนาดกว้าง ให้คุณได้ดูหนัง และฟังเพลง ได้อย่างครบจรดขอบจอ
ตัวเครื่องยังมาพร้อมกับสีสันให้เลือกตามสไตล์ของผู้ใช้ พร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยยอดเยี่ยมด้วยระบบสแกนลายนิ้วมือ และสแกนใบหน้า
จุดเด่นของ Galaxy A11 อยู่ที่สีสัน ซึ่งมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีขาว, สีดำ, สีแดง และสีฟ้า
รูปทรงของตัวเครื่อง มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขอบโค้งมน ขนาด 161.4 x 76.3 x 8.0 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเบาเพียงแค่ 177 กรัม เท่านั้น องค์ประกอบพวกนี้จึงทำให้ Galaxy A11 เป็นโทรศัพท์ราคาประหยัด ที่มีดีไซน์หรูหรา ในขณะเดียวกันก็มีน้ำหนักเบา จับถนัดมือ
หน้าจอแสดงผลเป็นแบบ Infinity-O Display ซึ่งเป็นหน้าจอแบบเว้นพื้นที่เป็นวงกลมเล็ก ให้กล้องหน้า
จะเห็นได้ว่า ที่ฝาหลังของ Galaxy A11 มาพร้อมกับกล้องหลัง 3 ตัว พร้อมกับกล้องแฟลชขนาบข้าง ดูหรูหรา มีระดับ
เลนส์ หลัก ความละเอียด 13 MP เลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 5 MP เลนส์ Depth ความละเอียด 2MP กล้องหน้า ความละเอียดถึง 8 MP พร้อมกับ รูรับแสง f/2.4
ซึ่งสเปคกล้องที่กล่าวมาถือว่า เป็นความละเอียดของกล้องบนโทรศัพท์ซัมซุงราคาไม่เกิน 5,000 ที่ดีมากอีกตัว
และหมดห่วงเรื่องแบตหมดไว ด้วยแบตเตอรี่ความจุมากถึง 4,000 mAh และ ความสามารถในการชาร์ตเร็วถึง 15W
นอกจากนี้ ทางซัมซุง ได้การันตีถึงความไหลลื่นในการใช้งาน ทั้งนี้เนื่องมาจาก ตัวเครื่องมีระบบประมวลผล Octa-core และ RAM 3GB ซึ่งสามารถใส่ MicroSD Card เพิ่มได้สูงสุด 512GB
ราคา: 3, 499 บาท
3. Samsung Galaxy A10s บางเฉียบ จอใหญ่ เต็มอารมณ์ทุกความบันเทิง
samsung.com
มาถึงโทรศัพท์ซัมซุงราคาไม่เกิน 5,000 อีกรุ่นจากตระกูล A …Samsung Galaxy A10s นั่นเอง
จุดเด่นของเครื่องนี้ ที่ทำให้หลายคนไม่เชื่อว่าราคาไม่ถึง 5,000 ด้วยซ้ำ คือความบางของตัวเครื่อง ซึ่งมีขนาดเพียงแค่ 7.5 มิลลิเมตร เท่านั้น
Samsung Galaxy A10s มีให้เลือก5 สี ได้แก่ สีแดง, สีเขียว, สีดำ, สีดำลายทาง และสีน้ำเงิน
หน้าจอแสดงผลเป็นแบบ พาแนล TFT-LCD กว้าง 6.2 นิ้ว และมีดีไซน์รอยแหว่งตัว V (Infinity-V) เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับกล้องหน้า
บริเวณฝาหลังเครื่อง จะมีกล้องคู่ เรียงเป็นแนวตั้ง แบบเรียบง่าย อยู่มุมซ้ายมือ พร้อมกับไฟแฟลช LED ด้านล่าง
ทั้งนี้ Galaxy A10s มาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยด้วยวิธีการปลดล็อก แบบสแกนนิ้ว (Finger Print) ที่ปุ่มเซนเซอร์ด้านหลังเครื่อง และ ระบบจดจำใบหน้า ซึ่งเพิ่มมาจากรุ่นก่อนหน้า หรือรุ่น Galaxy A10 นั่นเอง
สำหรับสายเกมอย่าได้มองข้ามเครื่องนี้เด็ดขาด เพราะ Galaxy A10s ประกอบไปด้วย CPU – Helio P22 ซึ่งโดยรวมถือว่าดี ใช้เล่นเกมที่กินสเปคไม่มากได้ แบบไม่มีกระตุก
และด้วยความที่ Galaxy A10s ถูกทำการตลาดให้เป็นโทรศัพท์ซัมซุงราคาไม่เกิน 5,000 และด้วยราคาที่จำกัดนี้เอง กล้องหลังจึงมาเป็นกล้องคู่เท่านั้น ได้แก่
เลนส์กล้องหลัก และเลนส์ Dept ซึ่งมีความละเอียดขนาด 13MP และ 2MP ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม ด้านฟีเจอร์อื่นๆ Galaxy A10s ก็ไม่น้อยหน้ารุ่นอื่น ด้วยความจุของแบตเตอรี่ที่ให้มาถึง 4,000 mAh ให้คุณได้แชร์พลังไฟให้เพื่อน พร้อมกับ ดูหนัง ฟังเพลง และใช้งานพื้นฐานได้ตลอดทั้งวัน
ถือว่าเป็นโทรศัพท์ซัมซุงราคาไม่เกิน 5,000 บาทอีกรุ่น ที่ทางเราเชียร์ให้ลองค่ะ
ราคา: 4,490 บาท
4. Samsung Galaxy M21 ที่สุดของความอึดของแบตเตอรี่
samsung.com
Samsung Galaxy M21 เป็นโทรศัพท์ซัมซุงราคาไม่เกิน 5,000 บาท ที่ให้ความยาวนานในการใช้งานมากที่สุดอีกรุ่นจากตระกูล M series (Galaxy M31, Galaxy M21 และ Galaxy M11 ) ซึ่งเป็นตระกูลโทรศัพท์ของซัมซุงที่ขึ้นชื่อเรื่องความจุของพลังงานแบตเตอรี่อยู่แล้ว
ครั้งนี้ทางซัมซุงได้ให้ความมั่นใจว่า Galaxy M21 ยังมาพร้อมกับ DNA ของรุ่น M series อย่างครบถ้วน ไม่ว่าคุณจะชมภาพยนตร์, ฟังเพลง หรืออัดวิดีโอ Galaxy M21 เครื่องนี้ จะอยู่กับคุณได้ตลอดทั้งวันแน่นอน
Galaxy M21 มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผล Infinity-U Display ขนาด 6.4 นิ้ว ชนิด sAMOLED พร้อมความละเอียด 2340 x 1080 พิกเซล FHD+ ทำให้การรับชมภาพยนตร์ ดู Netflix หรือ แม้แต่เล่นเกม ลื่นไหล ดีพอตัว
ต่างจากรุ่น Galaxy M11 ตรงผิวสัมผัส โดย Galaxy M21 จะมาพร้อมกับผิวมันวาว ดูโดดเด่น และทันสมัยมากขึ้น พร้อมกับขนาดของเครื่องที่ใหญ่ขึ้น ในขนาด 159 × 75.1 × 8.9 มิลลิเมตร และหนักเพียงแค่ 188 กรัม
ที่ฝาด้านหลัง ประกอบไปด้วยชุดกล้องหลังทั้งหมด 3 เลนส์ พร้อมกับไฟแฟลชด้านข้าง และมีปุ่มสแกนลายนิ้วมือตรงกลาง อีกเช่นเคย
นอกจากนี้ Galaxy 21 มีให้เลือกถึง 3 สี ได้แก่ สีดำ, สีเขียว และสีน้ำเงิน ด้วยค่ะ
กล้องหน้าของ Galaxy 21 มีความละเอียดมากถึง 20MP
ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีทันสมัยอย่าง Beauty ปรับหน้าให้เนียนสวย และ Live Focus ช่วยปรับภาพหน้าชัด-หลังเบลอ
เลนส์หลัก ความละเอียดถึง 48MP เลนส์ Ultra Wide ความละเอียดอยู่ที่ 8MP เลนส์ Dept ความละเอียด 5MP
และแม้ว่า Galaxy M21 เป็นโทรศัพท์ซัมซุงราคาไม่เกิน 5,000 แต่ประสิทธิภาพการทำงานของแบตเตอรี่นั้น ชนะแบบ “All Kill” ทุกรุ่น ด้วยความจุของแบตเตอรี่ถึง 6,000 mAh และการรองรับชาร์ตไว 15W
ด้วยเหตุนี้ ผู้ใช้งานจึงไม่ต้องพกพา Power Bank ให้วุ่นวาย ที่สำคัญ RAM และ ROM ก็มากถึง 4GB/64GB พร้อมรับ MicroSD Card สูงสุด 512GB เลยทีเดียว
และที่ขาดไม่ได้ คือระบบ Game Booster ที่สามารถเรียนรู้ตัวเกม และรูปแบบการเล่นเกมของคุณ เพื่อปรับอุณหภูมิ, แบตเตอรี่ และการทำงานของหน่วยความจำบนมือถือให้เหมาะสม อีกด้วย
ราคา: 4,935 บาท
5. Samsung Galaxy A20s ดีไซน์สวย ระดับ High-End
samsung.com
มาถึงเครื่องสุดท้ายนี้ เราขออนุญาตขี้โกงราคากันนิดหน่อย จากโจทย์โทรศัพท์ซัมซุงราคาไม่เกิน 5,000 บาท มาเป็นโทรศัพท์ซัมซุงราคา 5 พัน นิดๆ นะคะ เพราะต้องบอกเลยว่าสำหรับสายเกม และ เหล่า Vloger ทั้งหลาย Samsung Galaxy A20s เป็นสมาร์ทโฟนระดับ Entry-Level ที่ห้ามพลาด
เครื่องนี้เป็นรุ่นที่ถูกพัฒนามาจากรุ่น A20 ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2019 ที่ผ่านมา หลายคนมองว่าโทรศัพท์ระดับกลางของซัมซุงรุ่นนี้ เป็นรุ่น Underated หรือเป็นรุ่นที่คนมักมองข้ามไปพอสมควร แต่เมื่อได้ลองใช้กัน ผู้ใช้แทบทุกคน ต่างก็ร้องเป็นเสียงเดียวกันว่า รุ่นนี้ทำออกมาได้ดี เกินราคาจริงๆ
หน้าจอของ Samsung Galaxy A20 เป็นหน้าจอแบบ sAMOLED HD+ ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด 1560 x 720 พิกเซล ซึ่งการที่โทรศัพท์มีหน้าจอแบบ sAMOLED HD+ นั้น หมายความว่า การแสดงผลของภาพ จะมีสีสัน ที่คมชัด
Galaxy A20 มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเขียว, สีดำ และสีแดง
โดยวัสดุที่ใช้ จะเปลี่ยนจากพลาสติกที่มีสัมผัสแบบ Glossy มาเป็น ผิวเรียบ เงางาม แทน
ด้านหลังเครื่องมีปุ่มสแกนนิ้วมืออีกเช่นเคย ซึ่งตัวปุ่มได้ถูกเบรน กลมกลืน ไปกับตัวมือถืออย่างสวยงาม นอกจากระบบความปลอดภัยแบบสแกนนิ้วมือแล้ว Galaxy 20 ยังรองรับระบบสแกนใบหน้าอีกด้วย
A20s มาพร้อมกับ RAM 4BG และ ROM 64GB ซึ่งเป็นความจุระดับมาตรฐานของสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน
นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วยถาดใส่ซิมการ์ด 3 ช่อง (Triple Slot) ซึ่งทำให้สมาร์ทโฟนเครื่องนี้ สามารถทำงานได้ถึง 2 ซิมการ์ด อีกทั้งยังสามารถใส่ MicroSD Card ที่มีความจุได้สูงสุด 512 GB
เพิ่มเติมจากรุ่นก่อนหน้า ด้วยกล้องหลัง 3 ตัว พร้อมความละเอียดที่มากกว่าเดิม ดังนี้
เลนส์หลัก ความละเอียด 13MP เลนส์ Depth ความละเอียด 5MP เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 8MP และ สามารถเก็บภาพได้กว้าง 120 องศา
ราคา: 5,490 บาท
(อย่างไรก็ตาม หากซื้อผ่านช่องทางออนไลน์อื่นๆ ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 3,800 บาท)
5 รุ่น โทรศัพท์ซัมซุงราคาไม่เกิน 5,000 บาท เลือกกันได้หรือยังเอ่ย
เป็นยังไงบ้างคะ โทรศัพท์ซัมซุงราคาไม่เกิน 5,000 บาท ที่เราได้เลือกสรรมาให้ดูกันวันนี้ ราคาไม่แพง แถมสเปคครบขนาดนี้ ถ้าไม่รีบสอยมาเป็นเจ้าของ ระวังของตกรุ่นนะคะ
เพราะทั้ง 5 รุ่นนี้ ต่างมีจุดเด่น และจุดด้อยแตกต่างกันไป ถ้าคนไหน ชอบถ่ายรูปแจ่มๆ ลงอินสตราแกรม แนะนำเป็น Samsung Galaxy A12 , คนไหนอยากได้แบบแบตเตอรี่อึด ให้เลือก Samsung Galaxy M21 ส่วนถ้าเป็นสายเกมเมอร์แล้วล่ะก็ อย่าได้พลาด Samsung Galaxy A20s เด็ดขาดค่ะ
คนไหนยังอยากได้ตัวเลือกโทรศัพท์ซัมซุงราคาไม่เกิน 5,000 บาท เพิ่มเติม เราแนะนำให้ลองเข้ามาเลือกดูรุ่นมือถือเพิ่มเติมได้ที่เว็บ Kaidee ของเราค่ะ คลิกเลย
Nov 26, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ถ้าหากจะกล่าวถึงแบรนด์สมาร์ตโฟนยอดนิยมระดับโลก หลายๆ คนคงจะมีชื่อ Apple และ Samsung อยู่ในหัวเพราะทั้งสองแบรนด์นี้ถือเป็นแบรนด์ใหญ่ที่คนไทยหลายคนนิยมกันมากมาย และมักจะมีโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตออกมาแข่งขันอยู่เสมอ โดยเฉพาะแท็บเล็ตที่ออกมาบ่อยเอามากๆ ซึ่งทุกคนคงสงสัยกันใช่ไหมล่ะว่า แล้วแบรนด์ไหนดีกว่ากัน ? วันนี้เราจะพามาชำแหละคุณสมบัติ Ipad pro และ Galaxy Tab S7 ที่ออกมาใหม่ล่าสุดว่ามีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย
ขอบคุณรูปจาก: AppleTH
ลักษณะภายนอก
เริ่มจากลักษณะภายนอกทั้งสองแบรนด์มีความแตกต่างกันพอสมควร โดย iPad Pro มี 2 ขนาดได้แก่ 11 และ 12.9 นิ้ว สี Space Gray และ Silver ในขณะที่ Galaxy Tab S7 มี 3 สี 1 ขนาด คือ Mystic Black, Mystic Silver และ Mystic Bronze ขนาด 11 นิ้ว
หน้าจอ
ถึงแม้ว่าแท็บเล็ตทั้งสองรุ่นนี้จะมีการแสดงผลหน้าจอที่มีความคล้ายคลึงกันแต่ iPad Pro ใช้หน้าจอแบบ Liquid Retina 120Hz ทำให้เหมาะกับการตัดต่อรูปภาพหรือการเล่นเกมที่มีความลื่นไหล แต่ Galaxy Tab S7 มีหน้าจอ LTPS LCD 120Hz ที่รองรับ HDR10+ ทำให้เหมาะสำหรับการดูภาพยนตร์หรือมัลติมีเดียต่าง ๆ มากกว่า
CPU
ภายในตัวเครื่อง CPU หรือ ชิป ของ iPad Pro เป็น A12Z Bionic พร้อมสถาปัตยกรรม 64 บิต Neural Engine และมีโพรเซสเซอร์ร่วม M12 ในตัว ส่งผลให้มีความเสมือนจริงมากขึ้นสามารถทำงานหนัก ๆ ได้เยอะขึ้น ส่วน Galaxy Tab S7 ใช้ ชิปแบบ Qualcomm Snapdragon 865+ Octa Core มีความเร็วอยู่ที่ 3.09 GHz และรองรับเครือข่าย LTE กับ 5G อีกด้วย
RAM
ส่วนของ RAM หรือหน่วยความจำสำรองของ iPad Pro มีการเพิ่มจากรุ่นก่อนกลายเป็น 6GB แตกต่างกับ Galaxy Tab S7 ที่มี RAM ทั้งหมด 2 ขนาดให้เลือกระหว่าง 6GB และ 8GB
ความจุ
ในเรื่องของความจุภายในเครื่อง ทั้ง iPad Pro และ Galaxy Tab S7 มีความจุที่ 128GB 256GB 512GB เหมือนกัน แต่ตัวของ iPad Pro มีความจุที่ 1TB เพิ่มเข้ามาให้เลือกกัน
กล้องหลัง
สำหรับตัว iPad Pro มีกล้องหลัง 2 ตัวประกอบไปด้วยเลนส์ Wide 12 MP F1.8 และ กล้อง Ultra-Wide 10 MP F.2.4 ที่มาพร้อมไมโครโฟนที่มีระบบเสียง 4 ลำโพง ช่วยในการถ่ายวิดีโอให้ดีขึ้น เช่นเดียวกับตัว Galaxy Tab S7 ที่มีกล้องหลังเท่ากัน ประกอบไปด้วยกล้องตัวหลักที่มีความละเอียด 13MP และกล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 5MP และมีลำโพง 4 ตัวเช่นเดียวกับ iPad Pro
กล้องหน้า
iPad Pro นั้นมีกล้องหน้าความละเอียด 7MP รูรับแสง F2.2 บวกกับฟีเจอร์การถ่ายภาพแบบ Portrait อีกด้วย ในขณะที่ Galaxy Tab S7 มีความละเอียดอยู่ที่ 8MP รูรับแสง F2.0 เรียกได้ว่า Galaxy Tab S7 มีทั้งความละเอียดและรูรับแสงที่มากกว่า iPad Pro
แบตเตอรี่
แบตเตอรี่ของ iPad Pro ขนาด 7,812 mAh โดยรองรับชาร์จไว 18W โดย ส่วนตัว Galaxy Tab S7 มีแบตเตอรี่ 8,000 mAh และรองรับชาร์จไว 45W เลยทีเดียว
ขอบคุณรูปจาก: SAMSUNG
อุปกรณ์เสริม
ทั้ง 2 แบรนด์มีอุปกรณ์เสริมที่เหมือนกันคือ ปากกาและคีย์บอร์ด แต่มีความแตกต่างกันตรงสเปกและราคาดังนี้
ปากกา : สำหรับ iPad Pro ต้องซื้อ Apple Pencil (รุ่นที่ 2) ที่สามารถชาร์จผ่านด้านนอกตัวเครื่องได้ซึ่งตัวปากกามีราคา 4,490 บาท ในขณะที่ Galaxy Tab S7 แถม S-PEN ฟรีเช่นเดียวกับรุ่นอื่น ๆ และสามารถชาร์จผ่านด้านนอกตัวเครื่องได้เช่นเดียวกัน
คีย์บอร์ด : สำหรับทั้ง 2 ตัวมีคีย์บอร์ดเป็นอุปกรณ์เสริมที่ต้องซื้อเพิ่มเติม โดย Magic Keyboard ของ iPad Pro ราคา 9,990 บาท และ Book Cover Keyboard สำหรับ Galaxy Tab S7 มีราคาถูกกว่าอยู่ที่ 2,990 บาท
ราคาแต่ละรุ่น
Apple iPad Pro 11 นิ้ว รุ่น Wi-Fi
128GB ราคา 27,900 บาท 256GB ราคา 31,400 บาท 512GB ราคา 38,400 บาท 1TB ราคา 45,400 บาท
Apple iPad Pro 11 นิ้ว รุ่น Wi-Fi+Cellular
128GB ราคา 32,900 บาท 256GB ราคา 36,400 บาท 512GB ราคา 43,400 บาท 1TB ราคา 50,400 บาท
Apple iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่น Wi-Fi
128GB ราคา 34,900 บาท 256GB ราคา 38,400 บาท 512GB ราคา 45,400 บาท 1TB ราคา 52,400 บาท
Apple iPad Pro รุ่น Wi-Fi+Cellular
128GB ราคา 39,900 บาท 256GB ราคา 43,400 บาท 512GB ราคา 50,400 บาท 1TB ราคา 57,400 บาท
Samsung Galaxy Tab S7
RAM 6GB + ROM 128GB รุ่น Wi-Fi ราคา 700 ยูโร (ประมาณ 25,800 บาท) RAM 8GB + ROM 256GB รุ่น Wi-Fi ราคา 780 ยูโร (ประมาณ 28,800 บาท) RAM 6GB + ROM 128GB รุ่น 5G ราคา 800 ยูโร (ประมาณ 30,000 บาท) RAM 8GB + ROM 256GB รุ่น Wi-Fi ราคา 880 ยูโร (ประมาณ 32,500 บาท)
นี่คือความแตกต่างของ Apple iPad Pro และ Samsung Galaxy Tab S7 ที่เราเอามาฝากให้ทุกคนได้นำไปพิจารณากัน และถ้าใครสนใจซื้อแท็บเล็ตหรือโทรศัพท์มือถือรุ่นอื่น ๆ ไปใช้ก็สามารถหาได้ที่ Kaidee เช่นกันนะคะ มีให้เลือกเยอะแยะแน่นอนค่ะ