Oppo A12 สมาร์ตโฟนกล้อง AI สำหรับสายโซเชียล!

Oppo A12 สมาร์ตโฟนกล้อง AI สำหรับสายโซเชียล!

จะซื้อสมาร์ตโฟนใหม่สักเครื่อง เชื่อว่าทุกคนย่อมมีเกณฑ์การเลือกที่แตกต่างกันไป บางคนอาจจะเล็งที่ดีไซน์เป็นหลัก บางคนเลือกสเปกแรง ๆ ไว้เล่นเกมแบบจุใจ บางคนขอแบตจุ ๆ ไว้ก่อนเพราะขี้เกียจพกสายชาร์จหรือพาวเวอร์แบงก์ หรือบางคนก็เลือกที่กล้องเทพ ๆ เอาไว้ถ่ายรูปลงโซเชียลให้ปัง

ถ้าคุณเป็นสายโซเชียลตัวยงที่มองหาสมาร์ตโฟนเครื่องเล็ก ๆ เบา ๆ ราคาย่อมเยา เราขอแนะนำสมาร์ตโฟนรุนฮอตจากค่าย Oppo อย่าง Oppo A12 เลย ถ้าอยากรู้ว่าเจ้าสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ดียังไง กล้องเทพแค่ไหน ควรค่าที่จะสอยหรือไม่ ไปดูกันเลยค่ะ

รีวิว Oppo A12 สมาร์ตโฟนกล้อง AI สำหรับสายโซเชียล

Oppo A12 สมาร์ตโฟนน้องเล็กที่มาพร้อมกล้องหลังคู่ AI สเปกพร้อมคุ้มค่าคุ้มราคา 4,599 บาท เรามาไล่เรียงกันไปทีละฟีเจอร์ดีกว่าว่าอะไรดี อะไรเด็ด 

สรุปสเปก Oppo A12 

ขนาดตัวเครื่อง: 155.9 x 75.5 x 8.3 มม.

น้ำหนัก: 165 กรัม

หน้าจอ: 6.22 นิ้ว ความละเอียด HD+

ระบบปฏิบัติการ: Android 9 ครอบด้วย ColorOS 6.1 

หน่วยประมวลผล: MediaTek Helio P35

GPU: IMG GE8320

Ram: 3GB

หน่วยความจำข้อมูลในเครื่อง: 32GB

Micro SD Card: สูงสุด 256GB

ช่องเสียบหูฟัง: 3.5 มม.

กล้อง: กล้องหลัง    2 เลนส์ 

เลนส์หลัก  13 ล้านพิกเซล f/2.2

เลนส์สอง     2 ล้านพิกเซล f/2.4

กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล f/2.4

แบตเตอรี: 4,230 mAh

สี: ดำ และน้ำเงิน 

ดีไซน์ Oppo A12 ฝาหลังแบบ 3D 

Oppo A12 มีขนาด 155.9 x 75.5 x 8.3 มม. น้ำหนักเพียง 165 กรัม มาพร้อมดีไซน์สวยหรูด้วยฝาหลังแบบ 3D Diamond Blaze สะท้อนแสงสีสวย ด้วยขอบโค้งมน มีให้เลือกสองสี คือ สีดำและน้ำเงิน

หน้าจอครอบด้วยกระจก Gorilla Glass 3 ความกว้าง 6.67 นิ้ว ดีไซน์ทรงหยดน้ำ พร้อมกับตัวกรองแสงสีฟ้าช่วยรักษาสายตาให้ด้วย เหมาะกับสายโซเชียลสุด ๆ จะไถจอทั้งวันก็ไม่สบายตาหายห่วง

พลังกล้องคู่ AI เอาใจสายโซเชียล

ฟีเจอร์เด่นของ Oppo A12 คือกล้องคู่ AI 2 เลนส์ เลนส์หลักมีความละเอียด 13 ล้านพิกเซล เลนส์สองมีความละเอียด 2 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล 

กล้องหลังมาพร้อมโหมดถ่ายต่อเนื่องและสามารถซูมได้ถึงหกเท่า เลนส์สองความละเอียดสองล้านพิกเซลเป็นเลนส์ Depth ช่วยให้ถ่ายรูปหน้าชัดหลังเบลอได้ง่าย ๆ เหมาะแก่การถ่ายรูป Portrait รับรองว่าเป๊ะปังมาก ๆ 

ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล จัดเต็มฟีเจอร์ AI Beautification ฟีเจอร์นี้ Oppo ตั้งใจออกแบบพัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ โดยสามารถวิเคราะห์อายุ เพศ ผิว และปรับแต่งให้สวยงามเป็นธรรมชาติ

ในขณะที่วิดีโอ สามารถถ่ายด้วยความละเอียด 1920 x 1080 และ 1280 x 720 แถมมาพร้อมแอปพลิเคชัน Soloop ตัดต่อวิดีโอลงโซเชียลแบบง่าย ๆ ชิล ๆ เร็วไวทันใจสายโซเชียล

ส่องสเปกและระบบปฏิบัติการของ Oppo A12

Oppo A12 ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 9 ครอบด้วย  ColorOS 6.1 ดีไซน์โดยรวมมีความเรียบง่าย คลีน ๆ น่าใช้ มาพร้อมหน่วยประมวลผล MediaTek Helio P35 Octa-Core ที่สามารถทำงานร่วมกับ Ram 3GB และความจุในเครื่อง 32GB แต่สามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกหรือ Micro SD Card ได้สูงสุดถึง 256 GB แถมยังมาพร้อมช่องใส่ซิมส์ได้ถึงสองซิมส์อีกด้วย 

นอกจากนี้ Oppo A12 ยังมีฟีเจอร์เด่น ๆ ที่ช่วยให้การใช้ชีวิตง่ายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น โหมดการขับขี่แบบชาญฉลาดที่ใช้ได้ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ เมื่อเปิดโหมดนี้เวลาขับรถ ระบบจะคัดเบอร์ที่จะโทรเข้ามาหรือแจ้งเตือน เช่น การเลือกให้แจ้งเตือนหรือโทรเข้ามาได้เฉพาะ หรือ ปิดการแจ้งเตือนและการโทรเข้า

Smart Sidebar เป็นอีกฟังก์ชันแถบทางลัดพิเศษด้านข้างหน้าจอ ที่ทำให้สลับไปใช้แอปพลิเคชันอื่นได้รวดเร็วทันใจยิ่งขึ้น แถมยังมี Smart Assistant ที่ช่วยจัดการการใช้แอปให้ไหลลื่นยิ่งขึ้น 

ถือว่าสเปกโดยรวมคุ้มค่ามากกับราคาเบา ๆ สามารถถ่ายวิดีโอ ถ่ายรูปภาพได้แบบจัดเต็ม ไม่ต้องกลัวความจำเต็มกันเลยทีเดียว 

Oppo A12 กับแบตเตอรี 4,230 mAh ทน ใช้ได้นานจุใจ

เรื่องความจุแบตเตอรี บอกเลยว่า Oppo A12 ก็ไม่น้อยหน้าใคร ชาร์จครั้งหนึ่ง สามารถใช้ได้นานจุใจ ถ้าเปิดเป็นโหมดสแตนด์บายสามารถอยู่ได้แบบจุก ๆ ถึง 380 ชั่วโมงเลยทีเดียว แต่สำหรับคนที่เล่นหนัก ๆ เช่น เล่นเกมทั้งวัน อาจจะต้องมีการชาร์จเพิ่มบ้างเล็กน้อย 

สรุปภาพรวม Oppo A12 สมาร์ตโฟนสำหรับสายโซเชียล

Oppo A12 เป็นหนึ่งในสมาร์ตโฟนรุ่นเล็กราคาเบา ๆ จาก Oppo ที่สร้างมาเพื่อเอาใจสายโซเชียลโดยเฉพาะ  

จุดเด่นหลัก ๆ ของ Oppo A12 อย่างแรกเลยก็คงหนีไม่พ้นเรื่องกล้อง เพราะจัดเต็มกล้องหลังเลนส์คู่พร้อมเทคโนโลยี AI ช่วยในการถ่ายภาพให้ออกมาสวยเป๊ะพร้อมลงโซเชียล เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล เลนส์สองมีความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล มีโหมด AI Beautification ที่ช่วยปรับรูปภาพเซลฟีของคุณให้ออกมาสวยใสเป็นธรรมชาติมาก ๆ 

ส่วนเรื่องสเปกโดยรวมก็ถือว่าคุ้มค่าราคา 4,599 บาท เพราะมาพร้อมหน่วยประมวลผล MediaTek Helio P35 Octa-Core ที่มีประสิทธิภาพ ยิ่งทำงานร่วมกับแรม 3 GB และหน่วยความจำภายในเครื่อง 32 GB (สามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอก MicroSD Card ได้สูงถึง 256 GB) ถือว่าสามารถใช้งานได้แบบสบาย ๆ หายห่วงเลย

เพราะฉะนั้นใครที่กำลังมองหาสมาร์ตโฟนรุ่นเล็ก ๆ ราคาย่อมเยาที่สเปกใช้งานได้ดี มีกล้องที่มาพร้อมฟีเจอร์สำหรับสายโซเชียลโดยเฉพาะ Oppo A12 ถือเป็นตัวเลือกหนึ่งที่เหมาะมาก ๆ เรียกได้ว่าเหมาะกับคนที่เน้นเล่นโซเชียลและใช้งานทั่วไป แถมยังได้แบตที่ค่อนข้างจุ ถือว่าเพียงกับการใช้งานอีกด้วย

ถ้ามองหา Oppo A12 มือสองสภาพดี มีให้เลือกหลากหลาย แวะเข้ามาดูได้ที่ Kaidee เลย ตอนนี้เรามีฟีเจอร์ใหม่อย่าง KD Pay ที่ให้ผู้ซื้อและผู้ขายชำระและรับเงินผ่าน Kaidee โดยตรง สะดวก ปลอดภัย มั่นใจได้กับการซื้อสินค้า 5 หมวดหมู่ยอดฮิต ไม่ว่าจะเป็นมือถือ รองเท้า กระเป๋า เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย และนาฬิกา 

พิเศษสำหรับนักชอปที่ซื้อสินค้าที่สมัครใช้บริการ KD Pay หากไม่ได้รับสินค้า สามารถยื่นขอคืนเงินได้ภายใน 7 วัน แถมชอปช่วงนี้ ฟรีค่าส่งทุกคำสั่งซื้อ ถึง 31 พ.ค 64 ด้วย! คุ้มขนาดนี้ต้องไปชอปด่วน ๆ แล้ว

รีวิว OPPO A92 เสียงจากผู้ใช้งานจริง

รีวิว OPPO A92 เสียงจากผู้ใช้งานจริง

bnn.in.th

ถ้าคุณเป็นอีกคนที่ชอบถ่ายรูป รักในการอัปเดตสตอรี่ด้วยวิวสวยๆ และลงรูปเซลฟี่ในทุก Weekend แล้วล่ะก็ ที่สุดของการรอคอยเมื่อปีที่แล้ว (รองลงมาจากวัคซีนโควิด) ต้องเป็น OPPO A92 เครื่องนี้แน่นอน

ทาง OPPO  ได้พัฒนา OPPO A92 ออกมาวางจำหน่ายไปแบบสดๆ ร้อนๆ เมื่อปลายเดือนเมษายน 2020 ที่ผ่านมา ทั้งนี้เพื่อตอบสนองชีวิตที่เร่งรีบของคนยุคใหม่ที่ทุกวินาทีมีค่า ทุกสแนปชอตมีความหมาย และทุกแชร์คือโอกาสโดยเฉพาะ 

นั่นเองจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ OPPO A92 เครื่องนี้ มีสเปคที่แรงขึ้นในทุกฟีเจอร์ แถมยังมาพร้อมกับกล้อง AI ด้วยกล้องหลัง 4 ตัว และกล้องหน้าอีก 1 ตัว ที่ต่างให้ความคมชัดยิ่งกว่ากล้องดิจิตอลราคาหลักหมื่น 
เรียกได้ว่าตรงกับสโลแกน “สเปคแรงสุด สนุกไม่ยั้ง” แบบเป๊ะๆ

oppo.com

วันนี้เราได้รวบรวมฟีเจอร์เด็ดๆ ของ OPPO A92 เหตุผลที่ทำให้ OPPO A92 เครื่องนี้ถูกใจใครหลายคน แม้กระทั่งกับเด็กวัยรุ่นผู้คลั่งไคล้ Apple’s Product รวมไปจนถึงข้อดีและข้อเสียต่างๆ 

รับรองว่าจบบทความนี้ จะได้รู้เลยว่า OPPO A92 เครื่องนี้ เด็ดหรือดับ มาดูกันเลย

ฟีเจอร์ของ OPPO A92

แม้ว่าในวันที่เขียนอยู่ขณะนี้ OPPO เขาได้ออก OPPO A series รุ่นใหม่ล่าสุด นั้นก็คือ OPPO A94 มาวางจำหน่ายทั่วประเทศแล้ว และแน่นอนว่า เมื่อเปรียบเทียบกับ OPPO A92 ก็มีจุดเด่น จุดด้อย และโดนตัด โดนเพิ่มฟีเจอร์บางอย่างต่างกันไป 

แต่พระเอกของเราวันนี้ ขอเป็น OPPO A92 นะคะ เนื่องจากฟีเจอร์ของ OPPO A92 นั้น ต้องบอกเลยว่าเด็ดจริงๆ ทั้งเรื่องของความจุ คุณภาพของภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว การใช้งานของแบตเตอรี่ (ความอึด + Fast Charge) ดีไซน์ภายนอกกับภายใน และอื่นๆ อีกมากมาย 

เรียกได้ว่า OPPO A92 มาคู่สูสี ไม่มีแพ้ A94 แน่นอน

1. ดีไซน์ หรูหรา แบบผู้ดี

YugaTech

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้สัมผัส OPPO A92 เครื่องนี้ ต่างต้องยกนิ้วให้  นั่นก็คือดีไซน์นั่นเอง 

โดยดีไซน์ของ OPPO A92 เครื่องนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ‘Constellation’ ซึ่งหมายถึง การกระจายแสงของหมู่ดาว 

ดีไซน์ที่เปรียบเสมือนการเปล่งประกายของดวงดาวที่งดงามนี้ จะปรากฏให้เห็นบนฝาด้านหลังของ OPPO A92 ค่ะ 

นอกจากนี้เขายังมาพร้อมกับลูกเล่นสวยๆ เพราะเมื่อนำ OPPO A92 ไปโดนแสง ดีไซน์จะเล่นกับมุมตกกระทบของแสง ทำให้เกิดลวดลายการกระจายของแสงที่สวยงาม ราวกับมีแสงเหนือที่ขั้วโลกเหนืออยู่บนสมาร์ทโฟน OPPO A92 เลยทีเดียว 

2. ขนาดและน้ำหนัก แบบจับถนัดมือ

oppo.com

นอกเหนือจาก ‘Constellation Design’ อันโดดเด่น ตรงฝาด้านหลังเครื่อง OPPO A92 แล้ว 

ยังไม่พอ OPPO A92 ยังมาเซอร์ไพรส์แฟนๆ ด้วย รูปทรงของตัวเครื่อง ที่มาในรูปแบบใหม่ 3D Quad-Curve ซึ่งทำให้สมาร์ทโฟนมีขอบและมุมที่โค้งมากขึ้น ทำให้จับถนัดมือมากขึ้นนั่นเอง 

น้ำหนักของ OPPO A92 อยู่ที่ 192 กรัม ส่วนความหนาอยู่ที่ 8.9 มม. ซึ่งไม่หนักเกินไป และไม่เบาจนเหมือนของเล่น

3. หน้าจอ กว้าง ให้ดูหนังมันๆ จนตาแฉะ

oppo.com

OPPO A92 เครื่องนี้ มาพร้อมกับหน้าจอใหญ่ ขนาด 6.5 นิ้ว 1080P Neo-Display มีความละเอียดสูง ในระดับอัลตราไฮท์ หรือความละเอียดระดับ Full HD+  (1080×2400 พิกเซล) นั่นเอง 

และด้วยขอบที่บางเพียงแค่ 1.73 มม. ทำให้หน้าจอของ OPPO A92 เครื่องนี้ มีพื้นที่แสดงผลมากถึง 90.5% เลยทีเดียว

เรียกได้ว่าดีไซน์หน้าจอของ OPPO A92 เครื่องนี้ ทำให้ผู้ใช้ได้ดื่มด่ำกับประสบการณ์การดูหนัง และเล่นเกม แบบเน้นๆ เต็มที่แน่นอน

ส่วนเรื่องการปลดล็อก หรือเปิด-ปิดเครื่องนั้น 

จะใช้การสแกนลายนิ้วมือ บริเวณด้านข้างของตัวเครื่องด้านขวา ซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่พอดีกับนิ้วมือ จึงสะดวกกว่าการสแกนที่หน้าจอ

4. คุณภาพกล้อง แบบสตูดิโอ

ได้ชื่อว่าเป็น OPPO แล้ว แน่นอนว่าของเด็ดของแบรนด์เขาอยู่ที่ความชัดและความสวยงามของกล้อง ซึ่งคุณภาพกล้องของ OPPO A92 นั้น ก็ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวังอีกเช่นเคย 

  • กล้องหลัง

กล้องด้านหลัง OPPO A92 จะมาพร้อมกับ ระบบกล้อง AI 4 ตัว พร้อมกับแฟลช LED 

โดยกล้องมีความคมชัดสูงสุดอยู่ที่ 48 ล้านพิกเซล ซึ่งกล้องหลังทั้ง 4 ของ OPPO A92 นี้ ถูกจัดวางมาในรูปทรงตัว ‘C’

ประกอบไปด้วย 

  • กล้องหลัก Ultra-clear: ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล
  • Ultra Wide Angle Lens:   ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล 

(เก็บภาพมุมกว้างได้ สูงสุด 119 องศา)

  • Mono Lens:                    ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล 
  • Portrait Lens: ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล 

(รองรับโหมด หน้าชัด หลังเบลอ)

oppo.com
  • กล้องหน้า

กล้องหน้าสำหรับถ่ายเซลฟี่ของ OPPO A92 ก็เลิศมากๆ ด้วยความละเอียดอยู่ที่ 16 ล้านพิกเซล เลยทีเดียว

oppo.com

OPPO A92 ยังเพิ่มฟีเจอร์ Ultra Night Mode 2.0 เข้ามา ซึ่งฟีเจอร์ที่ว่านี้ จะช่วยเพิ่มช่วงไดนามิกของรูปถ่าย ไม่ให้รูปนั้นมีความสว่างจ้าเกินธรรมชาติ และยังช่วยให้รูปมีความคมชัดมากขึ้น แม้จะถ่ายในที่ที่มีแสงน้อยก็ตาม

5. สเปค ขั้นเทพ

oppo.com

สเปคของ OPPO A92 อยู่ในระดับที่น่าทึ่งมากๆ 

และด้วยราคาที่ไม่ถึงหมื่น แต่ทางแบรนด์ OPPO ก็สามารถผลิต OPPO A92 ออกมาให้มีสเปคที่แน่นได้ขนาดนี้ ถือว่าไม่ธรรมดาเลย 

OPPO A92 มาพร้อมกับหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB และ หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB 

ยังไม่พอ ตัวเครื่องเสริมด้วย ชิปเซต Qualcomm Snapdragon 665 ที่ช่วยในเรื่องของการประหยัดพลังงาน พร้อมกับระบบ Hyper Boost ทำให้ไม่ว่าจะเล่นเกม  ดูหนัง หรือฟังเพลง ก็ไม่มีสะดุด 

6. แบตเตอรี่อย่างถึก

OPPO A92 นี้ มีความจุของแบตเตอรี่ 5000 mAh และความไวของการชาร์จ (Fast Charge) 18W 

ซึ่งทาง OPPO  ก็ได้เคลมไว้ว่า OPPO A92 เครื่องนี้ สามารถคุยสนทนาแบบต่อเนื่องได้นานกว่า 34 ชั่วโมง และฟังเพลงต่อเนื่องได้ถึง 50 ชั่วโมง เลยทีเดียว 

ซึ่งจุดเด่นของแบตเตอรี่ OPPO A92 ก็ไม่หยุดอยู่เพียงแค่ความทน เขายังมีฟังก์ชันคูลๆ อย่าง ‘Reverse Charging’ ที่สามารถเปลี่ยนสมาร์ทโฟน OPPO A92 เครื่องนี้ เป็น Power Bank เพื่อชาร์จให้สมาร์ทโฟนเครื่องอื่นได้อีกด้วย 

7. ลำโพงสำหรับคอดนตรี

OPPO A92 เครื่องนี้ นอกจากจะทำมาเพื่อตอบสนองความต้องการของสายเซลฟี่แล้ว ยังมีฟีเจอร์เด็ดๆ ที่รับรองว่าต้องถูกใจคอดนตรีแน่นอน

ลำโพงของ OPPO A92 นั้น เป็นแบบ Stereo คู่ พร้อมเอฟเฟคเสียงแบบ Dirac 2.0 ตำแหน่งของตัวลำโพงจะอยู่บริเวณด้านบน และด้านล่างของเครื่อง ซึ่งจะช่วยกระจายเสียงรอบตัวเครื่องอย่างทั่วถึง

ที่สำคัญผู้ใช้สามารถเปลี่ยนคุณภาพเสียง ให้เหมาะสมกับรูปแบบคอนเทนต์ที่รับชม เช่น เสียงสำหรับภาพยนตร์ เพลง และเกม เป็นต้น

8. สีสำหรับคนทุกแนว

OPPO A92 มีขายด้วยกัน ทั้งหมด 3 สี ได้แก่

flashfly.net

9. ราคาเบาๆ 

ราคาของ OPPO A92 นั้นก็ไม่แพง เรียกได้ว่า เอื้อมถึงทุกวัยแน่นอน 

เพียงแค่ 8,999 บาท เท่านั้น

ตกลง ซื้อ OPPO A92 ดีไหม

แน่นอนว่าสมาร์ทโฟนทุกเครื่อง ต่างก็มีข้อเด่นและข้อด้อยของตัวเองอยู่แล้ว ไม่ต้องเป็นผู้ผลิต ก็รู้ว่าการทำผลิตภัณฑ์สักอันให้ถูกใจคนทุกเพศทุกวัยนั้น เป็นเรื่องยากมาก และ OPPO A92 เครื่องนี้ก็ไม่ต่าง 

Kaidee อยากให้บทความนี้เป็นเพียงแค่หนึ่งในข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ก่อนซื้อ OPPO A92 เพียงเท่านั้น 

อย่าลืมนะคะ ว่าท้ายที่สุดแล้ว OPPO A92 จะเป็นคำตอบสุดท้ายของเพื่อนๆ หรือไม่ ขึ้นอยู่ที่ความชอบและความจำเป็นของแต่ละบุคคล 

แต่ถ้าคนไหนชอบถ่ายรูปสวยๆ อยากได้สมาร์ทโฟนสเปคแรงๆ ดีไซน์หรูหรา แต่มีราคาเอื้อมถึงแล้วล่ะก็ ที่ Kaidee เรามี OPPO A92 ขาย ทั้งมือหนึ่ง และมือสอง ในราคาน่ารักๆ ด้วยนะ

10 อันดับรุ่น Oppo ใช้รุ่นไหนดีที่สุด?

10 อันดับรุ่น Oppo ใช้รุ่นไหนดีที่สุด?

สมาร์ทโฟนได้กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการชีวิตของมนุษย์ในปัจจุบัน และด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาให้ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลา ทำให้สมาร์ทโฟนถูกพัฒนาตามจนมีฟังก์ชันและฟีเจอร์ที่สร้างความสะดวกให้กับผู้ใช้มากมาย 

และตลาดสมาร์ทโฟนตอนนี้มีแบรนด์ที่กลายมาเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นหลากหลายแบรนด์นอกจาก Apple และ Samsung  ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Oppo นั่นเอง

Oppo สมาร์ทโฟนแบรนด์จีนน่าใช้

Oppo เริ่มก่อตั้งแบรนด์ที่ประเทศจีนตั้งแต่ปี 2001 และเริ่มเข้าสู่ตลาดมือถือในปี 2008 ด้วยวิสัยทัศน์ของบริษัทที่ตั้งมั่นว่าจะเป็นบริษัทที่ยั่งยืนและทำโลกให้ดีขึ้น ทำให้สมาร์ทโฟน Oppo มีนวัตกรรมที่โดดเด่นมากมาย

จุดเด่นของสมาร์ทโฟน Oppo

Oppo เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนแบรนด์แรกที่มีกล้องหน้าความละเอียดสูงถึง 5 ล้านพิกเซล และ 16 ล้านพิกเซล รวมถึงนวัตกรรมโหมดเซลฟี่หน้าเนียนยอดฮิตที่สาวๆชื่นชอบ และเทคโนโลยีชาร์จเร็วสุดล้ำ Super Vooc ซึ่งนวัตกรรมสุดล้ำต่างๆนี้ถูกใส่มาในสมาร์ทโฟนของ Oppo และด้วยราคาที่จับต้องได้ ไม่ต้องกัดฟันซื้อ ทำให้สมาร์ทโฟน Oppo เป็นที่นิยมและมีส่วนแบ่งการตลาดด้านสมาร์ทโฟนสูงขึ้นเรื่อยๆ 

10 อันดับรุ่น Oppo 

กว่า 10 ปีที่ Oppo อยู่ในตลาดสมาร์ทโฟน ทำให้มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย รวมถึงรุ่นของสมาร์ทโฟนที่หลากหลายตามด้วยเช่นกัน เราจัด 10 อันดับรุ่นน่าใช้มาแนะนำ ตามนี้เลย 

1.Oppo A92

เริ่มด้วยสมาร์ทโฟนตระกูล A Series กับ Oppo A92 ที่มีดีไซน์สุดทันสมัย พร้อมมี 3 สีให้เลือก ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบา (ประมาณ 170 กรัม) หน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6.5 นิ้ว ซึ่งตัวจอยังมีความละเอียดแบบ 1080p Neo-Display  ถือว่าใหญ่จุใจดูหนังหรือซีรีส์ได้แบบฟินๆ

 กล้องหลังของรุ่นนี้เป็นแบบ Quad Camera หรือกล้อง 4 ตัว ประกอบด้วย กล้องหลัก กล้อง Ultra-Wide กล้อง Portrait และกล้อง Monochrome ซึ่งกล้องหลักจะมีความละเอียดที่ 48MP  8MP สำหรับกล้อง Ultra-Wide 2MPสำหรับกล้อง Portrait และ 2MP สำหรับกล้อง Monochrome 

การถ่ายรูปยังมีโหมด Beauty ปรับหน้าเนียนสวย โหมด Portait สำหรับถ่ายภาพบุคคลแบบหน้าชัดหลังเบลอ และโหมดถ่ายภาพกลางคืน Ultra Night Mode 2.0 ส่วนการถ่ายวีดีโอยังสามารถถ่ายได้ในความละเอียดที่สูงถึงระดับ 4K 30fps และยังมีโหมดกันภาพสั่นอีกด้วย ดังนั้นเรื่องการถ่ายภาพและวีดีโอของรุ่นนี้ถือว่าทำได้ครบครันทีเดียว

Oppo A92 นี้มาพร้อมหน่วยประมวลผล Snapdragon 655 แรม 8 GB และรอม 128 GB ไม่ว่าจะเล่นเกมหรือดูหนังก็ทำได้แบบลื่นๆ และยิ่งมีแบตเตอรี่ 5,000 mAh ยิ่งทำให้ใช้งานได้ยาวๆ และหากแบตใกล้หมดละก็ยังมีระบบชาร์จไว 18w ทำให้ไม่ต้องรอชาร์จนานๆแล้ว 

ดังนั้นรุ่นนี้ถือว่าคุ้มค่ามากๆในราคาหนึ่งหมื่นมีทอน แต่ได้สเปคแน่นประสิทธิภาพดี ใช้งานได้ยาวๆ 

2.Oppo Find X2 Pro

สมาร์ทโฟนเรือธงของ Oppo ที่เคลมว่ามีหน้าจอที่ดีที่สุด ด้วยจอแบบ Amoled 6.7 นิ้ว ที่มีค่า Refresh Rate 120Hz ทำให้การแสดงภาพมีความสมูทมากขึ้น รวมถึงการเล่นเกมที่ต้องพึ่งความไวของการแสดงผลภาพก็จะเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และที่สำคัญยังมีระบบ AI Adaptive Eye Protection ที่ปรับการแสดงผลในหน้าจอทั้งโทนสีและความสว่างให้ดูได้อย่างสบายตามากยิ่งขึ้น 

ด้านการรับชมความบันเทิง ตัวเครื่องยังมีลำโพงคู่บน-ล่างแบบ Stereo ในระบบ Dolby Atmos และยังมีระบบO1 Ultra Vision Engine ที่ช่วยประมวลผลให้ภาพในวีดีโอมีคุณภาพดีขึ้น ทำให้เต็มอิ่มกับการดูหนัง ฟังเพลงได้อย่างมีอรรถรสมากยิ่งขึ้น

เรื่องกล้องก็ยังถือว่าโดดเด่นด้วยกล้องสามตัว โดยกล้องหลักมีความละเอียด 48MP กล้อง Ultra-wide ความละเอียด 48MP และกล้อง Periscope Telephoto 13MP ทำให้ได้ภาพหลากหลายระยะ นอกจากนี้ยังมี Ultra Night Mode 3.0 ที่ช่วยให้ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น 

Oppo Find X2 Pro มาพร้อมหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 865 แบบ 4 Core มีแรม 12 GB และ รอม 512 GB เรียกได้ว่าสบายใจจากเรื่องเครื่องอืดเล่นเกมหน่วงได้เลย และตัวแบตเตอรี่ยังมีความจุ 4,260 mAh พร้อมรองรับชาร์จเร็ว 65W อีกด้วย ดังนั้นสรุปแล้วหากใครมีงบถึงอยากลงทุนกับสมาร์ทโฟน Oppo เราแนะนำรุ่นนี้เลย 

3.Oppo Reno4 Z 5G

สมาร์ทโฟนระดับกลางที่รองรับ 5G พร้อมมี Refresh Rate 120Hz และยังมีกล้องหน้าคู่ ถือว่าสเปคจัดเต็มสไตล์ Oppo จริงๆ ซึ่งรุ่นนี้มาพร้อมหน่วยประมวลผล MediaTek Dimensity 800 แบบ 4 Core แรม 8GB รอม 128GB แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh 

กล้องหลัง 4 ตัว ที่ให้คุณถ่ายภาพได้หลากหลายมุม ทั้งมุมปกติ มุมกว้าง หรือจะถ่าย Portrait โดยกล้องหลักมีความละเอียดสูงถึง 48MP ส่วนกล้องหน้าคู่ก็มีความละเอียด 16MP ในกล้องหลักและ 2MP ในกล้องรอง การถ่ายวีดีโอยังมีโหมด Beauty ปรับหน้าสวย ถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอ และยังปรับในสไตล์การถ่ายแบบภาพยนต์ได้ถึง 10 แบบ เมื่อถ่ายเสร็จยังสามารถตัดต่อในเครื่องได้อีกด้วย 

แบตเตอรี่ 4,000 mAh พร้อมรองรับชาร์จเร็ว 18W พร้อมพอร์ทเชื่อมต่อแบบ USB-C และยังมีช่องเสียบหูฟังอีกด้วย ตัวเครื่องมีให้เลือก 2 สีคือ ขาว Dew White และดำ Ink Black ซึ่งสเปคนี้มาในราคาหมื่นต้นๆถือว่าคุ้มค่าต่อการใช้งานมาก

4.Oppo Reno4 Pro 5G

สมาร์ทโฟนตระกูล Reno Series รุ่นใหม่ที่โดดเด่นเรื่องการถ่ายภาพและวีดีโอ เริ่มด้วยดีไซน์ที่บางทำให้จับง่ายและผิวสัมผัสหลังเครื่องยังเป็นแบบ Reno Glow ที่ป้องกันการขีดข่วนและยังมีความสวยงามระยิบระยับเบาๆ พร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 6.5 นิ้ว ที่มี Refresh Rate 90Hz

จุดเด่นของรุ่นนี้คือเรื่องการถ่ายวีดีโอระดับมืออาชีพด้วยหนึ่งในกล้องสามตัวที่มีเซ็นเซอร์จาก Sony ความละเอียด 12MP และ Ultra Night Wide-angle Video ที่ทำให้ได้วีดีโอที่คมชัดในทุกสภาวะแสง  Live HDR ที่ปรับแสงให้แม่นยำมากขึ้นเมื่อแสงน้อย ที่สำคัญคือมีโหมด Ultra Steady Video 3.0 ในกล้องหลัง และ Ultra Steady ในกล้องหน้า ทำให้ภาพวีดีโอของคุณนิ่งและสมูทมากขึ้น และยังสามารถใส่ฟิลเตอร์เวลาถ่ายวีดีโอ และตัดต่อผ่านแอป Soloop ได้อีกด้วย 

Oppo Reno4 Pro 5G มาพร้อมหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 765G ที่รองรับสัญญาณ 5G ความเร็วสูง ตัวเครื่องมีแบตเตอรี่ความจุ 4,000 mAh พร้อมระบบชาร์จไว 65W SuperVOOC 2.0 ดังนั้นหากใครสายวิดีโอ ตัวนี้ถือว่าตอบโจทย์

5.Oppo Find X2

หากใครที่อยากประหยัดเงินจากรุ่น X2 Pro แต่อยากได้สเปคที่อัดแน่นอยู่ละก็ รุ่น X2 ที่ออกมาคู่กันนี้ก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะมากสำหรับคุณ ด้วยความที่เป็นรุ่นเดียวกันแต่ต่างกันที่ความ Pro เราจะพูดถึงเฉพาะสิ่งที่แตกต่างจากรุ่น X2 Pro ให้คุณได้เห็นภาพชัดเจน

สิ่งที่แตกต่างกันอย่างแรกคือกล้องหลังสามตัวที่มีเซ็นเซอร์ต่างกัน โดยกล้องหลักของรุ่น X2 จะเป็น Sony IMX586 ส่วนรุ่น Pro จะเป็น Sony IMX689 กล้อง Ultra Wide ของรุ่น X2 จะเป็นเซ็นเซอร์ Sony IMX 708 ส่วนรุ่น Pro จะเป็น Sony IMX586 ส่วนกล้องตัวสุดท้ายของ X2 จะเป็นกล้อง Telephoto ปกติ แต่รุ่น Pro จะเป็นแบบ Periscope

ต่อมาคือเรื่องของมาตรฐานการกันน้ำและฝุ่นที่รุ่น X2 จะอยู่ในมาตรฐาน IP54 ส่วนรุ่น Pro จะอยู่ที่มาตรฐาน IP68 โดย IP54 นั้นจะสามารถกันน้ำแบบละอองและฝุ่นได้บ้าง แต่ไม่สามารถกันน้ำเข้าแบบเอาโทรศัพท์จุ่มน้ำได้  และต่อมาคือแบตเตอรี่ที่น้อยกว่ารุ่น Pro เพียง 60 mAh ซึ่งอาจไม่มีความแตกต่างมากนัก 

ความต่างที่เด่นๆสุดท้ายคือความจุในรุ่น X2 มีให้ 256GB ส่วนรุ่น Pro มีให้ถึง 512GB ดังนั้นหากใครต้องการความจุที่มากขึ้นก็แนะนำรุ่น Pro แต่หากไม่ได้ซีเรียสเรื่องกล้อง การกันน้ำกันฝุ่น ก็สามารถเลือกรุ่น X2 ได้เลย แถมยังประหยัดได้อีกหลายพันด้วย

6.Oppo Reno4

สมาร์ทโฟนจอ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว มาพร้อมหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 720G Octa Core และแบตเตอรี่ 4,015 mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว 30W 

จุดเด่นอย่างแรกของรุ่นนี้คือ AI Enhanced Smart Sensor ที่มี Smart AirControl ทำให้สามารถสไลด์หน้าจอหรือรับโทรศัพท์ด้วยการปัดมือแบบไม่ต้องสัมผัสหน้าจอ และ Smart Spying Prevention ที่สามารถปิดข้อข้อความแจ้งเตือนอัตโนมัติ เมื่อมีสายตาผู้อื่นจ้องมองมาที่จอ 

ความอัจฉริยะของ AI ใน Reno4 นี้ยังเพิ่มความสามารถให้กับกล้อง ด้วย AI Color Portrait ทำให้ได้ภาพถ่ายบุคคลที่มีพื้นหลังเป็นขาวดำ และตัวบุคคลในภาพมีสีสันที่โดดเด่นชัดเจน และ 960fps AI Slow-motion ที่ทำให้ถ่ายวีดีโอแบบ Slowmotion ได้อีกด้วย 

ด้วยความอัจฉริยะที่ AI มี ทำให้ Reno4 นี้เป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจในราคาหมื่นต้นๆ ที่มาพร้อมสเปคที่ใช้งานก็ได้ เล่นเกมก็ดี 

7.Oppo Reno3 Pro

สมาร์ทโฟนจอ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้วที่สามารถแสดงผลแบบ HDR 10+ ได้ และมาพร้อมหน่วยประมวลผล Mediatek Helio P95 แบบ 4 Core แรม 8GB รอม 128GB หรือ 256GB และยังใส่ MicroSD Card เพิ่มได้สูงสุด 256GB ถือว่านำมาใช้งานด้านความบันเทิงโดยเฉพาะเล่นเกมหรือดูหนังได้สบายๆ 

เช่นเดียวกับรุ่นที่กล่าวมาด้านบน เรื่องกล้องนั้น Oppo จัดเต็มให้ทุกรุ่นจริงๆ กล้องหลัง 4 ตัวที่เก็บได้ทั้งมุมกว้างหรือถ่ายแบบ Portrait และยังมีโหมดการถ่ายเวลากลางคืน หรือโหมด Pro ที่สามารถปรับตั้งค่าการถ่ายรูปต่างๆได้ ส่วนกล้องหน้านั้นมาเป็นกล้องคู่ที่กล้องหลักมีความละเอียดสูงถึง 44MP ชัดสุดๆ แต่ไม่ต้องกลัวเพราะยังมีโหมดบิวตี้ปรับหน้าสวยได้อีกด้วย

ในรุ่นนี้ให้แบตเตอรี่มาที่ความจุ 4,025 mAh ใช้งานได้ยาวนาน และที่สำคัญยังมีช่องเสียบหูฟัง 3.5mm และมีพอร์ทชาร์จแบบ USB-C ที่รองรับชาร์จเร็ว 30W ซึ่งโดยรวมแล้วถือเป็นอีกรุ่นหนึ่งที่แม้จะไม่ได้เป็นเรือธงของ Oppo แต่ก็มีความแรงและประสิทธิภาพดีคุ้มราคาจริงๆ 

8.Oppo A53

สมาร์ทโฟนแบตอึดที่มาในราคาที่คุ้มสุดคุ้ม ด้วยหน้าจอ 6.5 นิ้ว Refresh Rate 90 Hz และมีหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 460 แบบ 4 Core 

จุดเด่นที่สำคัญของรุ่นนี้คือแบตเตอรี่ที่ให้ความจุมาถึง 5,000 mAh แล้วยังสามารถชาร์จเร็วได้แบบ 18W ซึ่งเมื่อใช้งานจนแบตเตอรี่ใกล้หมด ตัวเครื่องยังมีระบบ Super Power Saving Mode ที่ช่วยประหยัดพลังงานสุดๆ เพื่อยืดระยะเวลาการใช้งานให้ยาวนานขึ้น

อีกจุดหนึ่งที่โดดเด่นคือลำโพง Stereo คู่ที่ให้เสียงที่มีมิติมากยิ่งขึ้น รวมถึงกล้องหลังสามตัวที่ทำให้ได้ภาพมุมปกติ แบบ Macro และแบบ Portrait ซึ่งสเปคและฟีเจอร์ทั้งหมดนี้ใน Oppo A53 ถือว่าคุ้มค่ามากๆ ในราคาครึ่งหมื่น ใครที่งบจำกัดแต่ต้องการสเปคดีๆแนะนำรุ่นนี้เลย

9.Oppo A12

อีกหนึ่งรุ่นในตระกูล A Series น้องเล็กสเปคคุ้ม ด้วยตัวเครื่องที่เบา บาง และมีหน้าจอแบบ Waterdrop Display ขนาด 6.22 นิ้วที่มี Bluelight Shield ช่วยปกป้องสายตาคุณจากแสงสีฟ้าและอาการเมื่อยล้า แถมยังสามารถปลดล็อคเครื่องผ่านการสแกนลายนิ้วมือหรือสแกนใบหน้าได้อีกด้วย

เรื่องการใช้งานถือว่าใช้งานได้ปกติ ด้วยหน่วยประมวลแบบ Mediatek Helio P35 แบบ 4 Core ที่ทำความเร็วได้สูงถึง 2.3GHz ส่วนแรมจะมีทั้ง 3 และ 4GB รอมก็จะมี 32 และ 64GB เช่นกัน สามารถเพิ่มหน่วยความจำผ่าน Micro SD Card ได้สูงสุด 256GB ดังนั้นจะเล่นเกมหรือดูหนังฟังเพลงก็ใช้งานได้ดี

ส่วนกล้องนั้นมาเป็นกล้องคู่ที่มีความละเอียด 13MP และ 2MP กล้องหน้าความละเอียด 5MP ที่สามารถถ่ายแบบ HDR ได้ ซึ่งโดยรวมสำหรับรุ่นนี้นั้น ในราคา 5 พันมีทอน ถือว่าเป็นอีกรุ่นที่คุ้มค่าและใช้งานได้ดี

10.Oppo Reno 10x Zoom

สมาร์ทโฟนหน้าจอ 6.6 นิ้วแบบเต็มจอไร้รอยบาก ที่แม้จะออกมาเมื่อปี 2019 แต่สเปคยังแรงและใช้งานได้ดีอยู่ โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจมากมาย 

เริ่มที่กล้องสามตัวที่มีทั้งเลนส์ Tele และ Wide Angle โดยในกล้องหลักจะใช้กล้องแบบ Ultra Clear Sony IMX 586 ความละเอียด 48MP ทำให้ได้ภาพที่คมชัด ซึ่งในกล้องหลังจะมีระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบคู่ (Dual OIS) และยังมีความยาวโฟกัส 16-160 มม. ทำให้ได้ภาพหลายระยะ และสามารถซูมใกล้ได้ถึง 10 เท่า 

ส่วนกล้องหน้าจะถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน เมื่อเปิดกล้อง ส่วนของกล้องหน้าจะยื่นออกมาบริเวณด้านบนเครื่อง และนอกจากกล้องแล้วหน่วยประมวลผลของรุ่นนี้ที่เป็น Qualcomm Snapdragon 855 แบบ 4 Core และยังมีแรม 6GB รอม 128GB ทำให้หายห่วงเรื่องเครื่องอืด เล่นเกมกระตุกได้เลย 

แบตเตอรี่ในรุ่นนี้มีความจุ 4,065 mAh ยังรองรับระบบชาร์จเร็วแบบ VOOC 3.0 เล่นไปชาร์จไปได้อย่างไม่มีปัญหา ดังนั้นสรุปแแล้วในรุ่นนี้ถึงแม้ว่าจะออกมาได้สักระยะ แต่สเปคโดยรวมยังถือเป็นอีกรุ่นที่น่าใช้เช่นเดียวกัน 

สรุป

ทั้ง 10 รุ่นที่ยกมาจัดอันดับนี้ มีทั้งรุ่นล่าสุดและรุ่นที่ออกมาก่อนหน้านี้ แต่ฟีเจอร์และการใช้งานยังถือว่าใช้ได้ดี แต่การเลือกรุ่นที่เหมาะกับเรานั้นก็ต้องดูจุดประสงค์การใช้งาน เพราะบางรุ่นก็เด่นที่กล้องและบางรุ่นก็เด่นที่ความเร็วของหน่วยประมวลผล ดังนั้นถามตัวเองให้ได้แล้วจึงไปลองเล่นที่ศูนย์บริการก่อนซื้อก็ได้ 

และหากใครมองหาสมาร์ทโฟน Oppo มือสองอยู่ล่ะก็ เราแนะนำที่ Kaidee ที่มีหมวดมือถือโดยเฉพาะที่ช่วยให้การเลือกชมสินค้าของคุณสะดวกมากยิ่งขึ้น ลองเข้าไปดูกันเลย

เผยจุดเด่น Oppo A5s ตัวเล็กสเป็คเยอะ ครบครันเกินคุ้ม ในราคาโดนใจ

เผยจุดเด่น Oppo A5s ตัวเล็กสเป็คเยอะ ครบครันเกินคุ้ม ในราคาโดนใจ

ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีทองของมือถือแบรนด์ดังอย่าง Oppo เลยก็ว่าได้ เพราะแต่ละรุ่นที่เข็นออกมาวางจำหน่ายนั้น เรียกเสียงฮือฮาและความนิยมได้ไม่น้อยเลยทีเดียว อีกทั้งแต่ละรุ่นที่ปล่อยออกมายังสามารถครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายและประเภทการใช้งานได้อย่างดี

วันนี้ผมจึงไม่รอช้า หยิบเอามือถือแบรนด์ Oppo อีกรุ่นหนึ่งมาให้ทุกคนได้ทำความรู้จักอย่าง Oppo 5s ที่ถึงแม้ Oppo จะจัดวางให้เป็นรุ่นน้องคนเล็กของแบรนด์ แต่สเปคของเครื่องเรียกได้ว่าไม่เป็นรองรุ่นเรือธงในตลาดแต่อย่างใด ถ้างั้นก็อย่ารอช้า ตามผมไปดูกันเลยดีกว่า

ดีไซน์หน้าจอทรงหยดน้ำ สวยงาม ทันสมัย มีสไตล์

Oppo A5s มาพร้อมบอดี้แบบโค้งมนสวย สอดรับกับมือของผู้ใช้อย่างลงตัว ได้รับการออกแบบมาให้จับถนัดมือด้วยน้ำหนักเพียง 170 กรัม ด้านหลังของตัวเครื่องก็เป็นแบบกระจกเงาสะท้อนแสงวาวเก๋ มีระดับ

ดีไซน์สวยเก๋ ดูมีราคา
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Oppo Thailand

ถัดขึ้นมาบริเวณหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ถึง 6.4 นิ้ว ให้กิจกรรมของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานหรือการแสดงผลเต็มอื่มและคมชัด ด้วยความละเอียดแบบ HD+ แสดงสีสันได้ดียิ่งขึ้น พร้อมหน้าจอทรงสวยแบบหยดน้ำหรือ Waterdrop ที่ดูดีไปอีกแบบ

โดดเด่นด้วย ColorOS 5.2 บนระบบปฏิบัติการ Android 8.1

A5s ได้รับการพัฒนาจาก Oppo ให้มีระบบปฏิบัติการ ColorOS 5.2 ซึ่งพัฒนามาจาก Android เวอร์ชัน 8.1 หรือ Oreo อีกทีหนึ่ง

จะเห็นได้ว่ารูปลักษณ์ภายใน ไม่ว่าจะเป็นไอคอน เนวิเกชันบาร์ (แถบด้านบนของหน้าจอ) หรือแอปพลิเคชันพื้นฐานต่างๆ มีรูปร่างหน้าตาที่น่าใช้ สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ของ Oppo

และก็ไม่ได้สวยแต่ภายนอกเท่านั้น แต่ระบบปฏิบัติการ ColorOS นี้ยังขนฟีเจอร์เด็ดๆ มาเพียบ อาทิ Smart Bar ที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถจัดเรียงแอปพลิเคชันที่ใช้บ่อย ให้สามารถสับเปลี่ยนไปมาระหว่างแอปได้สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ซีพียูประมวลผลอันทรงพลัง ตอบรับทุกการใช้งาน

Oppo A5s ประมวลผลด้วยซีพียู MediaTek (MT6765) Helio P35 แบบ Octa-core พร้อมกับความจุของแรมอีก 3 GB ทำให้ไม่ว่าจะทำอะไรก็ลื่นไหล ไม่มีสะดุด ทั้งใช้งานแอปพลิเคชันสลับไปมาทั้งแชท ส่งเมล์ อินเทอร์เน็ต หรือจะเป็นการเล่นเกมหนักๆ ก็หายห่วง ไร้กังวล

รุ่นเล็กแต่แบตใหญ่ จุใจใช้ได้ทั้งวัน

Oppo A5s มีความจุของแบตเตอรี่สูงถึง 4,230 mah ซึ่งสามารถปล่อยสแตนบายด์ได้ถึง 2 วันเต็มๆ ทำให้ไม่ต้องกลัวว่าแบตเตอรี่จะหมดระหว่างวัน หรือต้องคอยพก Power Bank ให้เทอะทะหนักกระเป๋า แค่ชาร์จเต็มๆ ก็อยู่ยาวไปได้ตลอดทั้งวัน และถึงแม้จะไม่มีเทคโนโลยี Fast Charging อย่าง VOOC ก็ไม่ต้องเป็นห่วงไป เพราะเครื่องนี้ชาร์จเต็มเร็วมาก ไม่เกิน 2 ชั่วโมงก็เต็มแล้ว

กล้องเซลฟี่ ฟีเจอร์เด่นของแบรนด์ Oppo

Oppo A5s มาพร้อมกับกล้องหลังคู่ 2 เลนส์ความละเอียด 13 และ 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง f/2.2 ให้ภาพคมชัดและเป็นธรรมชาติ ทั้งองค์ประกอบของรายละเอียดและสีสันที่ปรากฏ

กล้อง หนึ่งในคุณสมบัติชูธงของ Oppo
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Oppo Thailand

ส่วนกล้องหน้าที่เป็นขวัญใจนักเซลฟี่มาหลายรุ่นก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยความละเอียดถึง 8 ล้านพิกเซลและรูรับแสง f/2.0 ทำให้ถ่ายเซลฟี่ได้สวยสะดุดตา ถูกใจเจ้าของภาพแน่นอน และหากยังไม่จุใจ Oppo ก็ใส่ผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง AI Beauty 2.0 เข้ามาช่วยผู้ใช้ในการแต่งรูป ไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่แบบไหน ถ่ายกับใคร ถ่ายคนเดียวหรือถ่ายกับเพื่อน AI Beauty ก็สามารถจัดให้พร้อมสรรพ ไม่ต้องเปลืองแรงนั่งแต่งเองเลย

ระบบความปลอดภัยแบบรัดกุม เพื่อทุกความเป็นส่วนตัว

เจ้ามือถือเครื่องนี้มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม เพราะนอกจากจะมีการใส่ PIN หรือ วาด Pattern เหมือนมือถือรุ่นอื่นๆ แล้ว Oppo A5s ยังแถมมาให้อีกตั้ง 2 ระบบทั้งการใช้ลายนิ้วมือและการสแกนใบหน้า ซึ่งทั้ง 2 ระบบนี้ก็สามารถใช้ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำไม่มีพลาดอีกด้วย

สเปคอื่นๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

Oppo A5s มีความจำในตัวเครื่องทั้งหมด 32 GB ซึ่งถือว่าเยอะพอสมควร แต่เรายังสามารถเพิ่มได้ถึง 256 GB เลยทีเดียว จุใจทุกการใช้งานของทุกคนแน่นอน มาพร้อมกับถาดใส่ซิมส์ที่อยู่ติดกัน ซึ่งสามารถใส่ได้ถึง 2 Nano-sims เลยทีเดียว

ส่วนในเรื่องของสี A5s ก็มีมาให้ผู้ที่สนใจเลือกถึง 3 สีด้วยกันไม่ว่าจะเป็นสีมหาสมุทร (Ocean Blue) สีแดงสด (Lipstick Red) และสีดำสุดคลาสสิค (Black) ซึ่งใครชอบสีไหนก็จับจองกันได้ตามสะดวกเลย

ครบครัน คุ้มราคา
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Oppo

ควรซื้อดีไหมนะ

หากใครกำลังมองหามือถือที่มีคุณสมบัติครบครันในทุกมิติการใช้งาน ทั้งทำงาน เล่นเกมหรือถ่ายภาพ และยังมีแบตเตอรี่ที่ครอบคลุมการใช้งานตลอดทั้งวันอีกด้วย Oppo A5s ก็ถือเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ดีและมองข้ามไม่ได้เลย

Oppo A5s วางจำหน่ายในราคาเปิดตัวเพียง 4,999 บาทเท่านั้น เรียกได้ว่าราคาเกินคุ้มมากๆ ขอเชียร์ให้รีบมาเป็นเจ้าของเจ้า Oppo A5s เครื่องนี้กันด่วนๆ

รีวิวจุดเด่น Oppo A3s มือถือจอใหญ่ แบตจุ คุ้มราคา

รีวิวจุดเด่น Oppo A3s มือถือจอใหญ่ แบตจุ คุ้มราคา

ใครหลายคนในช่วงนี้อาจกำลังมองหามือถือคู่ใจเครื่องใหม่ให้กับตัวเองอยู่ ซึ่งนี่ก็เป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งที่แต่ละแบรนด์พากันเปิดตัวมือถือของตัวเองกันอย่างคับคั่ง จนอาจทำให้ผู้ที่กำลังลังเลถึงกับตาลายไปกับตัวเลือกมากมายเหล่านี้

วันนี้ผมจึงขอเสนอตัวเลือกดีๆ ให้กับทุกคน ด้วยมือถือสเปคโหดเถื่อนแต่ราคาจิ้มลิ้มอย่างเจ้า Oppo A3s มาให้ทุกคนได้ทำความรู้จักกัน ต้องบอกทุกคนก่อนเลย ว่าทั้งหมดที่ผมกำลังจะพูดเกี่ยวกับเจ้ามือถือตัวนี้ อยู่ในราคาที่จ่ายไปห้าพันบาทยังมีเงินทอน!

รูปลักษณ์ที่สวยงามทั้งภายนอกและภายใน

Oppo A3s มาพร้อมกับบอดี้ที่มีน้ำหนักเพียง 168 กรัม เบาแบบจับถนัดมือ ด้านหลังของตัวเครื่องเป็นกระจกเงาสะท้อนแสงสวย ตัวเครื่องบริเวณขอบหน้าจอก็โค้งมนอย่างมีเอกลักษณ์ ตัวเครื่องมีให้เลือกสองสีด้วยกันคือ สีม่วงหม่น (Dark-purple) และแดงคลาสสิค (Classic-Red)

ไต่ขึ้นมาที่หน้าจอซึ่งมีความละเอียดแบบ FHD ให้ภาพสวยด้วยสีสันและความคมชัดเต็มตาพร้อมกับ Notched Display หรือหน้าจอแสดงผลแบบขอบโค้งทันสมัย สรุปคือดีไซน์ภายนอกไม่ทำให้ผิดหวัง สมกับเป็น Oppo เช่นเคย

ภายในเครื่องก็มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ ColorOS 5.1 ทำงานบน Android เวอร์ชัน 8.1 หรือ Oreo ที่ออกแบบแอปพลิเคชันพื้นฐานได้อย่างสวยงามสะดุดตา น่าใช้มากๆ

รูปทรงสวยงาม หรูดูดี
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Oppo Thailand

ขุมพลังของเหล่าเกมเมอร์และสายทำงาน Multi-task

Oppo A3s มาพร้อมกับชิปซีพียู Snapdragon 450 ซึ่งมีการทำงานแบบ Octa-core (8 คอร์) มอบประสบการณ์การทำงานที่เร็วและลื่นไหล ไม่มีสะดุดตลอดทั้งวัน แถมไม่ทำเครื่องร้อน (Overheating) ระหว่างการใช้งานอีกด้วย ทีนี้ ไม่ว่าคุณจะต้องใช้งานแอพหลายตัวพร้อมกัน หรือต้องปะทะกับเพื่อนในสมรภูมิเดือดอย่าง PUBG Mobile ก็ไม่หวั่น

และถ้าหากว่ายังไม่พอ เจ้ามือถือเครื่องนี้ยังมี Game Mode โหมดเฉพาะทางเหล่าเกมเมอร์ เพื่อรีดประสิทธิภาพของซีพียูแบบเต็มสูบ และยังสามารถตัดทุกการรบกวนระหว่างการเล่น ไม่ว่าจะเป็นข้อความในแชทหรือสายโทรเข้า ซึ่งระบบนี้จะช่วยให้ผู้ใช้เล่นเกมได้อย่างไร้กังวล ไม่ติดขัด หัวเสียเพราะเกมกระตุกหรือถูกสายเข้าขัดจังหวะแน่นอน

อยากดูหนังและตอบแชทเพื่อนพร้อมกันได้ไหมนะ

ได้สิ เพราะ Oppo A3s มีระบบการทำงานพร้อมกันสองหน้าจอ หากต้องการดู YouTube และเม้าส์กับเพื่อนเรื่องสัพเพเหระไปพร้อมกัน ก็แค่ใช้ 3 นิ้วลากหน้าจอลง ก็จะมีหน้าต่างให้เลือกแอฟพลิเคชันที่ต้องการใช้พร้อมกันทันที

ความปลอดภัยต้องมาก่อน กับระบบสแกนใบหน้าอัจฉริยะ

ใครที่คิดว่าตัวเองเป็นคนมีความลับเยอะ แล้วอยากจะเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานมือถือก็หมดห่วง เพราะ Oppo A3s มอบความปลอดภัยแบบสองชั้นโดยการเพิ่มระบบสแกนใบหน้าให้กับตัวเครื่อง ซึ่งการทำงานถือว่ารวดเร็วและแม่นยำไม่แพ้มือถือรุ่นๆ อื่นเลย

แบตเตอรี่จุใจเพื่อการทำงานและความบันเทิง

สำหรับผู้ที่ต้องใช้มือถือในการทำงานทั้งวันทั้งคืน และไม่มีเวลาในการชาร์จระหว่างวัน ก็ถือว่าอุ่นใจได้เลย เพราะด้วยแบตเตอรี่ที่มีมาให้ถึง 4,250 mah ที่ทำให้การใช้งานตลอดวันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ไม่ว่าจะติดต่อคุยงาน เดินสายหาลูกค้า แม้กระทั่งดูซีรีส์มาราธอนหรือเล่นเกมยันสว่าง

ส่วนใครที่กลัวว่าจะต้องใช้เวลาในการชาร์จนานแน่ๆ เลยกับแบตความจุขนาดนี้ ก็คลายความกังวลไปได้เลย เพราะ Oppo A3s เครื่องนี้มีระบบชาร์จเร็วแบบ 20w หรือ VOOC Charging อยู่ หมดห่วงเรื่องใช้เวลาชาร์จหลายชั่วโมง เพราะต่อให้เสียบชาร์จแค่ครึ่งชั่วโมงก็สามารถใช้ได้ตลอดทั้งวัน

กล้องหน้าเซลฟี่ จุดแข็งของ Oppo ที่ห้ามมองข้าม

Oppo A3s มีกล้องหน้าคู่ที่มีความละเอียด 13 และ 2 ล้านพิกเซล ให้ความละเอียดคมชัดในทุกการถ่ายภาพ และกล้องหน้าคุณภาพที่ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมโหมดขวัญใจนักเซลฟี่อย่าง Portrait mode (โหมดบุคคล) และหน้าชัดหลังละลาย

Oppo A3s
กล้องสวย รวยลูกเล่น
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Oppo Thailand

ไม่หมดแค่นั้น Oppo A3s ยังมี AI Beauty 2.0 ที่ช่วยปรับแต่งรูปภาพ ไม่ว่าจะถ่ายเดี่ยวหรือถ่ายกลุ่ม ถ่ายในร่มหรือกลางแจ้ง ก็ออกมาอย่างสวยงาม ดูดี โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องออกแรงปรับแต่งเองให้เหนื่อยเลย

นอกจากนี้ Oppo A3s ยังมีคุณสมบัติเหล่านี้ด้วยนะ

  • ความจุของแรมอยู่ที่ 2 GB และมีความจุ 16 GB ส่วนรุ่นที่มีความจุแรม 3 GB จะมีความจุ อยู่ที่ 32 GB (ราคาของรุ่น 32 GB ตอนนี้อยู่ที่ 4,999 บาท)
  • รองรับสัญญาณมือถือสูงสุด 4G จากทุกผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือในประเทศไทย
  • มีช่องใส่ซิม Nano-sim ได้ 2 ซิม และช่องใส่ Micro SD card อีก 1 ช่อง
ครบครันทุกฟังก์ชันการใช้งาน
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Oppo Thailand

ฟันธงก่อนซื้อ

สรุปเลย ในราคาเพียง 5,000 บาท ต้องบอกว่า Oppo A3s น่าจะกลายเป็นขวัญใจของใครหลายๆ คนได้อย่างไม่ยากเย็น เพราะเหมาะกับผู้ใช้งานทุกประเภท

ด้วยซีพียูที่แรงและมีประสิทธิภาพสูง ให้การทำงานลื่นไหลไม่มีสะดุด กล้องเซลฟี่ที่มีผู้ช่วยในการแต่งภาพครบครัน ตบท้ายด้วยแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะทำงาน เล่นเกม ดูหนังหรือฟังเพลง ตอบโจทย์ทุกการใช้งานแน่นอน