Apr 1, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
หากพูดถึงเครื่องประดับที่ผู้หญิงแทบทุกคนฝันอยากครอบครอง คงหนีไม่พ้นแบรนด์ ‘Cartier’ แบรนด์ดังจากประเทศฝรั่งเศสที่มีประวัติยาวนานมาเกือบ 200 ปี !
ส่วนหนึ่งที่ทำให้ Cartier ได้รับความนิยมอย่างยาวนานไม่เสื่อมคลายเป็นเพราะดีไซน์คลาสสิกเรียบง่ายที่ไม่มีวันตกเทรนด์ของตัวเครื่องประดับอย่างแหวน
และใครจะไปคิดว่าเครื่องประดับอย่างแหวนก็สามารถคงความนิยมได้เกือบ 100 ปีเช่นกัน ตามไปดูกันเลยดีกว่าว่าแหวนอะไรกัน ที่อยู่ยาวขนาดนี้แถมยังโมเดิร์นไม่ตกเทรนด์😱😱
กำเนิด Trinity Ring
Trinity Ring (ทรินิตี้-ริง) หรือแหวน Trinity ได้ถูกออกแบบในปี 1924 โดย Louis Cartier (หลุยส์ คาร์เทียร์) หลานของผู้ก่อตั้งแบรนด์ ตามคำขอของ Jean Cocteau (ฌอง ก็อกโต) กวีฝรั่งเศสชื่อดัง
Jean Cocteau กับ Trinity Ring ที่นิ้วก้อย ขอขอบคุณภาพจาก https://medium.com/@chiachia626/love-fidelity-and-friendship-cartier-a00a5e102596
เรื่องเล่ามีอยู่ว่า ทั้งสองนั้นเจอกันครั้งแรกในโรงพยาบาลช่วงสงคราม และคงมิตรภาพระหว่างกันตั้งแต่นั้นมา อยู่มาคืนหนึ่ง ฌองฝันถึงวงแหวนของดาวเสาร์ จึงได้ขอให้หลุยส์ลองทำเครื่องประดับจากความฝันนี้ให้หน่อย
ด้วยความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของหลุยส์ เขาได้ออกแบบแหวนซึ่งทำมาจากทอง 3 ชนิดเกี่ยวพันร้อยรัดกันอย่างกลมกลืน คือ ทองคำ ทองคำขาว และ พิงค์โกลด์
ขอขอบคุณภาพจาก Cartier
ส่วนชื่อ Trinity (ทรินิตี้) ของตัวแหวนที่แปลว่า ‘ความเป็นสาม’ หรือ ‘สามองค์’ ก็ได้ชื่อมาจากลักษณะของตัวแหวนที่มี 3 วง 3 สี ในวงเดียวนั่นเอง
นอกจากนี้ หลุยส์ ยังต่อยอด Trinity Ring ไปเป็นคอลเลคชั่นเครื่องประดับอื่นๆ อีก เช่น กำไล และ ต่างหู
ต่างหู Trinity ขอขอบคุณภาพจาก Cartier
กำไล Trinity ขอขอบคุณภาพจาก Cartier
สร้อยคอ Trinity ขอขอบคุณภาพจาก Cartier
ความหมายของ Trinity Ring
แน่นอนว่าแหวนที่ทำมาจากวัสดุล้ำค่าแบบนี้มีความหมายซ่อนอยู่ในแต่ละวง โดยที่ทองคำเป็นตัวแทนของความซื่อสัตย์ ทองคำขาวเป็นแทนของมิตรภาพ ส่วนพิงค์โกลด์เป็นตัวแทนของความรักนั่นเอง
เมื่อสวมใส่แล้วจึงเหมือนสวมใส่คำสัญญาของคนรักที่ให้แหวนนี้แก่เราด้วยเพราะชิ้นเดียวมีความหมายซ่อนอยู่ถึง 3 คำ นอกจากนี้แหวน Trinty ยังสามารถหมายถึงความสัมพันธ์ที่จะคงอยู่ตลอดไปอีกด้วย
สัญญะที่ซ่อนอยู่ในแหวนทำให้ไม่น่าแปลกใจว่า Cartier ได้ขายแหวนดีไซน์นี้ไปเกิน 1 ล้านวงแล้วในถึงปัจจุบัน
‘Trinity’ คอลเลคชั่นกับเหล่าเซเลป
แม้แต่เหล่าเซเลปก็อดใจไม่ไหวกับเสน่ห์ของคอลเลคชั่น Trinity จนต้องครอบครองไว้สักชิ้นและใส่ออกงานให้สื่อได้เห็นบ่อย ๆ
เซลเปคนแรกนี้ เพื่อน ๆ คงรู้จักกันดีเพราะเธอคือเจ้าหญิงไดอาน่าแแห่งอังกฤษ
เจ้าหญิงไดอาน่ากับแหวน Trinity Ring ขอขอบคุณภาพจาก- Image by © Tim Graham/Corbis
คนต่อมาคือ แคเธอริน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ เธอใส่สร้อยคอ Trinity ที่ประดับด้วยเพชรอีกทีหนึ่งเพื่อเพิ่มความหรูหราออกงานในปี 2012 สร้อยคอเส้นนี้ราคาขึ้นไปถึง 75,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2,332,800 บาท!!
ยิ่งไปกว่านั้น ดาราชื่อดังแห่งฮอลลีวู้ดอย่าง Nicole Kidman ก็ยังหลงใหลในความมีสไตล์ของCartier จน Keith Urban สามีของเธอต้องใช้เป็นแหวนแต่งงานของทั้งสอง และเมื่อเธอคลอดลูกคนแรก Keith ก็ได้ให้ของขวัญแสนแพงราคากว่า 73,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2,270,592 บาท ซึ่งแน่นอนว่าแพงขนาดนี้ ต้องเป็น Cartier Trinity Ring อีกวงที่ประดับด้วยเพชรรอบวงนั่นเอง
Nicole Kidman และ Keith Urban
ดีไซน์แบบอื่น ๆ ของ Trinity Ring
อย่าไงรก็ตาม Cartier ก็ไม่ยึดติดกับรูปแบบเดิม ๆ และพัฒนาสไตล์ของแหวนจนมีคอลเลคขั่นหลากหลายในปัจจุบัน
กำเนิดในปี 1924 และกลายเป็นของขวัญยอดนิยมนับแต่นั้นจน Cartier ต้องปล่อยอีกคอลเลคชั่นที่สลักวงสีพิงค์โกลด์ว่า Les Must de Cartier (แปลง่าย ๆ ว่าของมันต้องมีนั่นเอง)ในปี 1981
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.lofficielusa.com/fashion/secret-history-cartier-trinity-ring-old-hollywood-grace-kelly
ต่อมาในปี 1990 เมื่อกะแสการแต่งตัวแบบ Chunky กำลังมา Cartier ก็ปรับรูปแบบของแหวนให้ใหญ่ขึ้นเพื่อให้เตะตายิ่งขึ้น
ขอขอบคุณภาพจาก Cartier
และในปี 2014 คอลเลคชั่นที่เตะตาที่สุดและ (แน่นอน) แพงที่สุดก็ได้ออกมาให้ได้ยลโฉม ‘Trinity Ruban Ring’ ที่มีวัตถุประสงค์หลักคือใช้ในงานแต่งงานเนื่องจาก Cartier ได้บอกว่าคอนเซปของแหวนวงนี้คือการเกี่ยวพันประสานใจของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ดีไซน์จะล้อมรอบเพชรชูและเหมือนรวมกันเป็นหนึ่งเดียวตามภาพ
ขอขอบคุณภาพจาก Cartier
สรุปท้ายบทความ Cartier Trinity Ring
ต้องรอดูกันต่อไปว่า Cartier จะออกคอลเลคชั่นอะไรอีกมาในอนาคต ที่แน่ ๆ คือมั่นใจได้ว่าไม่ผิดหวังกับสไตล์แน่นอน เพราะขึ้นชื่อว่า Cartier แบรนด์ที่อยู่มาเกินร้อยปี แน่นอนว่าต้องเตะตา โดนใจคนไม่น้อย
อยากมีแหวนสวย ๆ เป็นของตัวเองสักวง ลองมาหาดูที่ Kaidee สิ อาจจะเจอจะได้แหวนสุดโปรดก็ได้นะ!
Mar 30, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
“ไม่เป็นนักล่า ก็ต้องเป็นเหยื่อ
ไม่เป็นคนแย่ง ก็ต้องเป็นคนที่สูญเสีย”
Marla Grayson
ภาพจาก I Care a Lot
“I Care A Lot” เพราะในโลกนี้มีคนอยู่ 2 จำพวก พวกที่ยอมแพ้เวลาเกิดปัญหากับคนที่สู้ยิบตาแบบไม่แกตายก็ฉันตาย มาร์ล่าเป็นคนหนึ่งที่อยากชนะความโหดร้ายในโลกทุนนิยม ง่าย ๆ สั้น ๆ คือ
“ทำยังไงก็ได้ให้รวย”
นั่นคือคำที่ มาร์ล่า เกรย์สัน (แสดงโดย Rosamund Pike) เจ้าแม่สูบเงินจากคนชราได้พูดไว้ในเรื่อง
หนังเรื่องนี้เกี่ยวกับนักธุรกิจสาวพราวเสน่ห์ ฉากหน้าเป็นแม่พระใจบุญคอยรับดูแลผู้ป่วยและคนชราให้เข้าไปอยู่ในบ้านพักคนชราสุดหรู เพราะเธอนั้นแสนจะ “แคร์”
I Care a Lot
แต่เบื้องหลังแล้วใครจะรู้ว่าเธอ “เฟค” ตัวแม่ เพราะเธอวางแผนควบคุมตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ คือควบคุมตั้งแต่ใบวินิจฉัย (ปลอม ๆ) ของแพทย์ จนถึงผู้อำนวยการบ้านพักคนชรา
หลายคนอาจคุ้นหน้านักแสดงคนนี้จากบทสาวจิตปาดคอโหดจากเรื่อง Gone Girl ที่ทำให้หลายคนติดภาพความร้ายกาจทางการแสดง และหลังจากนั้นบทที่เธอได้รับก็หนีไม่พ้นสาวโหดตลอดมา
source: 20th Century Fox – Gone Girl (2014)
ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายทาง Netflix ได้เพียงไม่กี่สัปดาห์แต่ก็สามารถกวาดคะแนนจากนักวิจารณ์หนังใน Rotten Tomatoes ไปถึง 80% ซึ่งถือว่าเป็นคะแนนที่เยี่ยม
แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังพล็อตสนุกสุดป่วงนั้น จะซ่อนไปด้วยความหมายแฝงและเสียดสีสังคมอย่างเจ็บแสบ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องความยุติธรรม การต่อต้านปิตาธิปไตย ไปจนถึง LGBTQ พร้อมแล้วตามเราไปเจาะลึกกันเลย!
Capitalism: การเอาชนะสังคมทุนนิยมของมาร์ล่า เกรย์สัน
“ฉันก็เคยเป็นแบบคุณ
คิดว่าการขยันและเล่นตามกฎจะทำให้
ประสบความสำเร็จและมีความสุข
แต่ไม่เลยการเล่นตามกฎคือ
เรื่องหลอกหลวงที่คนรวยแต่งขึ้นเพื่อให้พวกเราที่เหลือจนเหมือนเดิม ”
MARLA GRAYSON
ในเรื่องนี้แฝงไปด้วยการต่อสู้ในโลกทุนนิยมที่กดขี่อเมริกันชนคนธรรมดาที่ไม่มีวันรวยและประสบความสำเร็จหากไม่ถูกหวยหรือมีต้นทุนมาก่อน และหากดูจากข้อมูลทางสถิติ เราจะรู้ว่ามีกลุ่มคนเพียงแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ร่ำรวย
20 เศรษฐีระดับพันล้านของอเมริกา ขอขอบคุณข้อมูลจาก Statista
ส่วนฐานพีระมิดอย่างเรา ๆ ก็ทำงานวันแล้ววันเล่า เพื่อเอากำไรให้นายทุนไปเสวยสุข ทำงานหนัก 5 วัน เพื่อแลกกับเวลาส่วนตัวเพียง 48 ชั่วโมง มาร์ล่ารู้ซึ้งถึงจุดนี้ดีจึงหาช่องโหว่ของกฎหมายหาทางเอาเปรียบคนแก่ที่เกษียณและใช้ชีวิตบนเงินเก็บ
“จะอยู่รอดในประเทศนี้ ต้องกล้าเข้าไว้ แล้วก็โง่ โหดเหี้ยม และตั้งใจจริง
เพราะถ้าเล่นอย่างขาวสะอาด คอยกลัว มันก็ไม่ไปถึงไหน”
MARLA GRAYSON
MARLA GRAYSON
เพราะโลกสอนให้เธอร้าย เธอจึงต้องสวมหน้ากากนักบริหารจัดการทรัพย์สินที่แสนดีและห่วงใยคนชรา เมื่อจัดแจงส่งคนเหล่านั้นเข้าบ้านพักคนชราได้ มาร์ล่าก็เสวยสุขบนกองเงินเกษียณของพวกเขาแถมยังให้ส่วนแบ่งกับแพทย์และบ้านพักคนชรา เอาเป็นว่า ทำกันอย่างครบวงจร
“สำหรับฉัน เงินคือจุดเริ่มต้น
เงินที่มากพอจะสามารถใช้เป็นอาวุธได้ นั่นแหละที่ฉันต้องการ”
MARLA GRAYSON
Justice vs Injustice: เส้นกั้นบางๆ ที่หายไประหว่างความยุติธรรมและอยุติธรรม
หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วมาร์ล่าทำได้ยังไง กระบวนการยุติธรรมหายไปไหน คำตอบอยู่ที่ว่า กระบวนการยุติธรรมก็มีส่วนน่ะสิ! เพราะอเมริกามี Guardian Law หรือ กฎหมายการแต่งตั้งผู้ปกครองทรัพย์สิน ในกรณีที่เจ้าของทรัพย์สินชราภาพ และไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ แค่เธอเฟคใบวินิจฉัยจากหมอว่าคนแก่นั้นช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แล้วทั้ง ๆ ที่เขาแข็งแรงดี แล้วยื่นขอต่อศาล แค่นั้นก็จบเรื่อง
ซึ่งเป็นที่น่าคิดว่าหากเป็นคำสั่งของตัวแทนความยุติธรรมอย่าง “ศาล” นั้นถือเป็นที่สิ้นสุดจริงๆ
“ทุกคำพิพากษานั้นถือเป็นความยุติธรรมหรือไม่ หรือเป็นเพียงความอยุติธรรมที่ถูกหยิบยื่นให้โดยตัวแทนของความยุติธรรม “
เพราะแม้ว่ามีคนธรรมดาที่คิดจะสู้ในชั้นศาลเพื่อนำครอบครัวของตัวเองคืนกลับมา แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะท่าทางน่าเชื่อถือและชั้นเชิงการพูดการจาที่เรียกได้ว่าลิ้นสองแฉกของมาร์ล่าได้
มีอีกซีนหนึ่งที่เราคิดว่าเส้นกั้นความดีความเลวมันเบลอจนแทบแยกไม่ออก นั่นก็คือตอนที่มาร์ล่ารู้แล้วว่าเธอไปเจอตอใหญ่เข้า เพราะคนแก่ที่เธอเพิ่งไปเอาตัวมาดันเป็นแม่ของเจ้าพ่อรัสเซีย😱!!!
Roman Lunyov มาเฟียในเรื่อง
แล้วเรื่องราวก็ไปไกลเกินคาดเพราะมาเฟียทำทุกวิถีทางเพื่อเอาแม่กลับมา
นักธุรกิจคนหนึ่งก็ร้าย มาเฟียคนหนึ่งก็เลว พอมาฟาดฟันกัน พยายามฆ่ากันและกัน ทำเอาเราเลือกไม่ถูกว่าควรเชียร์ให้ใครมีชีวิตรอดดี เพราะไม่มีใครขาวสะอาดหรือดำบริสุทธิ์ มีแต่สีเทาเท่านั้น
เปรียบเหมือนเสือสองตัวสู้กัน หากเราเป็นแกะที่เป็นเหยื่อในการต่อสู้ทางธุรกิจครั้งนี้ ไม่ว่าผลจะออกมายังไง แกะก็ถูกกินอยู่ดี จึงถือว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจซึ่งถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนในภาพยนตร์
Attitude Against Patriarchal Society and LGBTQ: ทัศนคติต้านปิตาธิปไตยและความรักไม่จำกัดเพศ
“รู้ไหมว่าฉันเคยถูกผู้ชายขู่กี่ครั้ง…เป็นพันครั้ง พวกเขาขู่เพราะนั่นคือทางเลือกเดียวที่เขามี
ถ้ากล่อมผู้หญิงให้ทำตามใจไม่ได้ ก็ด่าว่าเราด้วยคำหยาบ แล้วก็ขู่ฆ่า ฉันไม่กลัวหรอก”
MARLA GRAYSON
เพราะการประสบความสำเร็จในโลกปิตาธิปไตยมันไม่ง่ายสำหรับผู้หญิงในโลกที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ในโลกที่ผู้หญิงโดนคุกคามทางเพศไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมเกือบจะตลอดเวลาโดยที่ผู้คุกคามนั้นไม่ตระหนักด้วยซ้ำว่าตนเองกำลังทำผิดอยู่
สถิติผู้หญิงโดนคุกคามในที่ทำงานโดยการกระทำรูปแบบต่างๆ ขอขอบคุณข้อมูลจาก Statista
แถมเมื่อดูสถิติจาก Washington Post ผู้ชายก็ไม่รู้ตัวจริง ๆ ด้วย ว่าผู้คุกคามทางเพศในที่ทำงานนั้นส่วนมากลอยตัวพ้นผิด !?
ขอขอบคุณภาพจาก Washington Post
จากภาพจะเห็นได้ว่าเปอร์เซ็นต์ของผู้ชายที่ลอยตัวพ้นผิดนั้นมากถึง 95 % แต่จำนวนเปอร์เซ็นต์ที่ผู้ชายคิดนั้นดันต่ำกว่าความเป็นจริงมากคือ 56 เปอร์เซ็นต์
นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มาร์ล่านั้นตั้งใจใช้ทางลัดเพื่อจะประสบความสำเร็จเพราะในเรื่องมีหลายครั้งหลายคราที่เธอถูกด่าทอและถูกกดทับด้วยสังคมปิตาธิปไตย
I Care a Lot
ในเรื่องผู้ชายคนนี้เป็นตัวแทนของ Misogonyและ Sexist เราจะเห็นได้จากคำผรุสวาทของเขาที่มีต่อมาร์ล่าว่าเขามีทัศนคติที่ไม่ดีต่อผู้หญิงและด่าทออย่างร้ายกาจว่าขอให้มาร์ล่าถูกข่มขืน
“แค่เป็นผู้ชาย
ไม่ได้ทำให้คุณน่ากลัวขึ้นสำหรับฉันเลย”
MARLA GRAYSON
I Care a Lot
“มันเจ็บกว่าเพราะฉันเป็นผู้หญิงเหรอ
ที่คุณแพ้ราบคาบให้กับผู้หญิงน่ะ”
MARLA GRAYSON
ส่วนด้าน LGBTQ ในเรื่องทลายกรอบเดิม ๆ ของรักไม่จำกัดเพศเนื่องจากมาร์ล่านั้นมีคนรักเป็นผู้หญิง แล้วผู้กำกับยังพิถีพิถันสื่อออกมาแบบหลุดจากภาพจำว่าต้องมีคนหนึ่งที่ดูเหมือนผู้ชาย หรือมีภาพลักษณ์ของ Masculine และคนหนึ่งที่มีลักษณะของ Feminine อีกด้วย เพราะทั้งคู่นั้นเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ เรียกได้ว่า สาวมั่นที่ตามแฟชั่นทั้งคู่ และแค่เป็น 2 คนที่รักกันเท่านั้นเอง
I Care a Lot
LGBTQ ในเรื่องทลายกรอบเดิม ๆ ของรักไม่จำกัดเพศ
สรุปท้ายบทความ
โดยรวมแล้ว I Care a Lot นั้นเป็นหนังเสียดสีสังคมทุนนิยมอย่างแสบสัน ไม่มากและไม่น้อยเกินไปจนรู้สึกว่าถูกยัดเยียดไอเดียบางอย่างให้ ถือว่าเหมาะแก่การดูสนุก ๆ ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนก็อดคิดไม่ได้ว่ามาร์ล่านั้นเป็นตัวแทนความประสบความสำเร็จของผู้หญิงยุคใหม่ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะมองเป็นตัวอย่าง (แต่ต้องไม่ร้ายแบบนางนะคะ😂😂😂)
หากใครอยากได้ Gadget ดี ๆ อย่างมือถือ แท็บเล็ต เอาไว้ไปดูภาพยนตร์ให้ได้ฟีลมาซื้อได้ที่ Kaidee นะคะ
Mar 23, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
พูดถึงงาน Motor Show ที่หนึ่งปีจะมีครั้งหนึ่ง ยังไงคุณผู้ชายใจรักรถก็พลาดไม่ได้ แต่สำหรับผู้หญิงอย่างเรา ๆ ที่ดูรถไม่เป็น ไปแล้วไม่เอ็นจอย ยังไงเราก็ต้องหาที่รอคุณแฟนเดินเที่ยวงานใช่ไหมล่ะคะ วันนี้ Kaidee Walk with Me เลยจะพาไปสำรวจที่กินย่านเมืองทองธานีกัน รับรองว่าว่ามีหลายรูปแบบ ทั้งแซ่บ ชิล แล้วก็ถ่ายรูปสวย ถูกใจสาว ๆ แน่นอน
VIDEO
ย่านเมืองทองธานี
ย่านเมืองทองธานีเป็นย่านฝั่งนนทบุรีที่เป็นที่นิยมสำหรับการลงทุนด้านตึก Mixed-Use ทั้งตึกศูนย์ประชุมการจัดแสดงสินค้าและคอนเสิร์ต ทั้งยังเป็นแหล่ง Outlet และรถไฟฟ้าสายสีชมพูในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี พ.ศ.2564
ส่วนการเดินทางก็ถือว่าสะดวกสบายเพราะย่านเมืองทองฯ นั้นมีถนนสายหลักอย่างแจ้งวัฒนะตัดผ่าน ทั้งยังเชื่อมต่อกับถนนอื่น ๆ อีกหลายสาย เช่น ถนนพหลโยธินและถนนวิภาวดีฯ ทั้งยังสามารถเดินทางไปยังส่วนต่าง ๆ ของกรุงเทพได้โดยทางด่วนศรีรัชและทางยกระดับอุตราภิมุขอีกด้วย
1.Fabio’s steakhouse
เปิด 10.30-23.00
Line ID: @fabio
โทร: 02-011-5794
ร้านอาหารอิตาเลี่ยนสไตล์ Homemade ที่เปิดมานานมากกว่า 20 ปี จากเดิมอยู่ที่ประชานิเวศน์ใกล้ตลาดบองมาเช่ ปัจจุบันได้ย้ายมาอยู่ที่แจ้งวัฒนะ
เป็นร้านอาหารอิตาเลี่ยนที่มีการพัฒนาปรับปรุงสูตรและเมนูใหม่ๆ เรื่อยมาให้รสชาติเป็นที่คุ้นเคยเหมาะกับคนไทย โดยเมนู Signature จะมี
ซุปเห็ดทรัฟเฟิล
ซุปครีมกลมกล่อมหอมเห็ดทรัฟเฟิลเนื้อละเอียดเนียนนุ่ม
ของว่าง : แป้งพิซซ่า+ตับบด, หอยลายอบเนย
หอยลายอบเนยที่กินคู่กับแป้งพิซซ่าเนื้อกรอบพร้อมตับบดที่ทางร้านปรุงเอง
สลัดฟาบิโอ/ซีซาร์สลัด
ซีซาร์สลัดที่ตั้งชื่อตามร้าน Fabio
พิซซ่าฮาวายเอี้ยน และ พิซซ่ากะเพราขี้เมาหมู
พิซซ่าฮาวายเอียนที่ใช้สับปะรดสดใหม่ทุกวันทำให้ได้รสชาติที่หอมหวานไม่เหมือนพิซซ่าที่ทำสำเร็จ
พิซซ่ากะเพราขี้เมาหมูที่ทางร้านปรับสูตรให้เข้าถูกปากคนไทย ชิมไปคำแรกคือหอมกะเพรามากกกกก
สเต็กเนื้อทาจิมะวากิวสตริปลอยด์
เสต็กเนื้อ Medium Rare เนื้อนุ่มที่เข้ากันกับซอสสูตรพิเศษของทางร้าน
สปาเก็ตตี้พาร์ม่าทรัฟเฟิล
สปาเกตตี้ที่คลุกกับเนื้อทรัฟเฟิลละเอียดจนมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ เมื่อทานกับแฮมเหนียวนุ่มที่มีรสชาติเค็มนิด ๆ ทำให้รสชาติเข้ากันได้เป็นอย่างดี
2.กุ๊ทโภชนา
เปิด 08.00-14.00 น
โทร: 02-574-0676
ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อหม้อไฟ เจ้าเก่าแก่ที่เปิดมาแล้วเกิน 30 ปี หม้อไฟที่นี่พิเศษตรงที่เราเลือกเครื่องเองได้
เมนูมีทั้งทั้งหม้อไฟเกาเหลาเนื้อตุ๋นหมูตุ๋นยาจีนแท้ หรือถ้ามาคนเดียว จะเลือกกินเป็นแบบก๋วยเตี๋ยวชามเล็กๆ ก็ยังได้ ส่วนน้ำซุปของร้านนี้จะเป็นสีน้ำตาลเข้มข้นจากสูตรลับที่คุณวิราศ เจ้าของร้าน รู้เคล็ดลับการปรุงอยู่เพียงคนเดียว!! ส่วนชื่อร้าน “กุ๊ท”นั้นมาจากชื่อลูกชายของเจ้าของร้านนั่นเอง
น้ำซุปสีน้ำตาลหอมยาจีนสูตรเข้มข้น
ในน้ำซุปจะมีเก๋ากี้เป็นส่วนประกอบ
3.เจ๊เดือนทะเลเดือด (สาขา ห้าง Cosmo Bazaar)
เปิด 10.00-21.00 น.
โทร:095-954-0924
ร้านเจ๊เดือนทะเลเดือดที่ดังเป็นพลุแตกจากยำทะเลดองชุดนึงแค่ 50 บาท จนตอนนี้มีกว่า 200 สาขาภายในปีเดียว
คลุกเคล้าแซลมอนกับน้ำยำจนเข้าเนื้อ
ส่วนเมนูอาหารที่สาขานี้จะมีทั้งหมด 5 อย่าง คือ ยำแซลมอน, ยำปลาหมึก, ยำกุ้ง, ยำกั้ง และยำหอยนางรมกระปุก
ทางเราได้ชิมทั้งหมด 2 แบบ คือ ยำแซลมอนน้ำจิ้มซีฟู้ด และยำแซลมอนน้ำยำปลาร้า ซึ่งทั้งสองอย่างจะรสชาติแตกต่างกันไปตามสไตล์ อันแรกจะแซ่บซี้ดสมกับเป็นน้ำจิ้มซีฟู้ด ส่วนอีกอันก็หอมน้ำปลาร้าแบบกลมกล่อมกำลังดี
ยำแซลมอนสุดแซ่บ
4.Butter up
เปิด 09.00-20.00 น.
โทร: 099-424-7996
ด้วยความที่เจ้าของร้านรักในการดื่มโกโก้จึงทำให้เลือกเมนู Signature ที่นี่เป็น Rich Cocoa ที่เข้มข้นสุด ๆ แถมยังเลือกระดับความหวานได้อีกด้วย !
ส่วนเมนูน้ำผลไม้สำหรับสายสุขภาพคือ Passionista ที่ทำมากจากเสาวรสปั่นหยาบแล้วเติมโซดาลงไป ได้รสชาติเสาวรสหวานอมเปรี้ยวเพิ่มด้วยโซดาที่ทำให้รู้สึกสดชื่น
Passionista และ Rich Cocoa
บรรยากาศภายในร้าน
5.Rynn Kaffe Specialty Coffee
เปิด 08.30-18.00 น.
โทร: 062-696-2265
ร้านกาแฟสไตล์มินิมอล ที่ตกแต่งอย่างร่มรื่น พร้อมเสิร์ฟกาแฟคั่วพิเศษด้วยเมล็ดกาแฟไทยจากแม่กระจันต์ และเมนูส่วนใหญ่ของร้านนี้จะไม่ใส่ไซรัปเลยค่ะ ถือว่าเหมาะกับสายกาแฟที่ชอบรสชาติเข้มข้น
บรรยากาศภายในร้านจะสงบร่วมรื่นเหมาะกับการมานั่งชิมกาแฟชิล ๆ ในวันหยุดสุดสัปดาห์
เมนูใหม่สำหรับฤดูร้อนนี้คือ Plum O Nade ที่เอาน้ำบ๊วยมาแช่แข็งแล้วเทโซดาลงไป ให้ความแปลกใหม่ไปอีกแบบ
Lemon Tarte
6.Breeze Café & Bar
เปิด 12.00-20.00 น.
โทร: 02-033-1851
ร้านนี้เหมาะสำหรับมาดินเนอร์หลังเลิกงานมอเตอร์โชว์มาก ๆ เลย เพราะอยู่ใกล้ทะเลสาบให้อารมณ์แบบชิลๆ จะมานั่งดูพระอาทิตย์ตกกับคุณแฟนก็โรแมนติก
สรุปท้ายบทความ
ย่านเมืองทองธานีเป็นย่านที่เรียกได้ว่าครบเครื่อง เพราะนอกจากจะมีงานอีเว้นท์ต่างๆ เช่น งาน Motor Show ให้เดินชมกันแล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งรวมของกินจุใจ มาครั้งหนึ่งได้ทั้งเที่ยวทั้งกิน เป็นย่านที่พลาดไม่ได้เลยค่า
ดีทั้งของกินทั้งที่เที่ยวแบบนี้ หากใครอยากมาลองอยู่ย่านเมืองทองเลือกหาคอนโดได้ที่ Kaidee
Feb 17, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
สวัสดีค่าาา ทำงานเบื่อ ๆ ได้ยืดเส้นยืดสายสักหน่อยก็คงจะดี งั้นให้ Kaidee พาไปเดินเที่ยวกันดีกว่า สำหรับ “Walk with Me”วันนี้เราจะพาไปเดินเที่ยวย่านพญาไท ย่านที่คึกคักที่สุดในใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ทั้งการเดินทางก็ง่ายแสนง่ายและสะดวกสบาย มี BTS และ Airport Rail Link เข้าถึง เห็นแบบนี้แล้วจะไม่ไปได้ยังไงงงงง
ย่านพญาไท
สำหรับย่านพญาไทนั้นเป็นย่านเก่าแก่นับย้อนไปถึง พ.ศ.2509 หรือปีค.ศ. 1966 กันเลยทีเดียว โดยย่านนี้ถูกตั้งชื่อตามพระราชวังพญาไทสมัยรัชกาลที่ 5 นั่นเอง และด้วยความที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองนั้นทำให้มีสถานที่ราชการ และหน่วยทางตำรวจและทหารตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก
ในปัจจุบัน ย่านพญาไทนับได้ว่าเป็นย่านที่มีประชากรค่อนข้างหนาแน่น ทั้งนิสิต นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ และบุคคลากรทางการแพทย์ ต่างก็ตบเท้าเข้ามาอาศัยจับจองที่อยู่ในย่านนี้กันเป็นทิวแถวเนื่องจากย่านพญาไทเต็มไปด้วยที่เที่ยวที่กิน รวมถึงแหล่งพักผ่อนหย่อนใจในวันหยุดสุดสัปดาห์ จะไปที่ไหนกันบ้างนั้น ไปดูกันเลยยยยยย
VIDEO
1.Into the woods
ระยะทาง: 150 เมตรจาก BTS Phaya Thai
คาเฟ่สไตล์เทพนิยายสาขาที่ 2 ที่ส่งตรงมาจากเชียงใหม่ เนื่องจากทนเสียงเรียกร้องของลูกค้าไม่ไหว ด้วยรสชาติของกาแฟที่ใช้เมล็ดพันธุ์อาราบิก้าจากเชียงใหม่ คั่วแบบไม่นาน มือใหม่หัดกินกาแฟก็กินได้ ไม่ขมหรือเปรี้ยวเกินไป
ในส่วนของเค้กที่เรียกได้ว่ามาแล้วต้องสั่ง คือ Scotch Brite Cake ที่รูปร่างหน้าตาเหมือนกับฟองน้ำที่เราใช้ในครัวไม่มีผิด แต่ขอบอกไว้ก่อนว่ารสชาติไม่เหมือนฟองน้ำนะคะ >..<
ขอขอบคุณภาพจาก Into The Woods
2.ร้านพี่อ้อ
ระยะทาง: 500 เมตรจาก BTS Phaya Thai
จากร้านกาแฟมาร้านของกินกันบ้างดีกว่า “ร้านพี่อ้อ” นี้โด่งดังมานับทศวรรษ จากการสอบถามเจ้าของร้านซึ่งก็คือ “พี่อ้อ” ได้ความว่าร้านนี้เปิดมา 16 ปีแล้ว และที่เลือกทำร้านก๋วยเตี๋ยวเพราะว่าครอบครัวของพี่อ้อเองก็มีร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่ในซอยเพชรบุรี 5
ตัวพี่อ้อเองนั้นคิดอยากทำอะไรแตกต่างไปจากเดิม จึงเลือกโฟกัสแค่ต้มยำและพยายามทำออกมาให้ดีที่สุดและถูกปากทั้งชาวไทยและต่างประเทศ
พี่อ้อเล่าว่าช่วงเวลา Prime Time นั้นจะมีลูกค้าชาวจีนแน่นขนัดเพื่อมากินเมนูเด็ด
“ก๋วยเตี๋ยวต้มยำมันกุ้งน้ำข้น หมูคุโรบูตะไข่ต้ม” ยิ่งไปกว่านั้นหากเราชอบกุ้งเป็นพิเศษ พี่อ้อเองก็มีเมนูแบบ Exclusive ที่เอากุ้ง Lobster ตัวโต ๆ มาใส่ในก๋วยเตี๋ยวอีกด้วย บอกได้เลยว่าชิมแล้วสุดแซ่บบบบบ แบบซี้ดปาก!!!!
ขอขอบคุณภาพจาก ร้านพี่อ้อ
3.อ้วนกิ่งเพชร
ระยะทาง: 850 เมตรจาก BTS Phaya Thai
ระยะทางจาก BTS ดูแล้วอาจจะเมื่อยขาสักหน่อย แต่เชื่อ Kaidee ค่ะ ว่าไหน ๆ จะมีกินของหวานแล้วก็ต้องเบิร์นก่อนกินจริงไหม 5555 ร้านอ้วนกิ่งเพชร (สาขาแรกตรงซอยเพชรบุรี 10) เป็นร้านขายขนมปังปิ้งและเครื่องดื่ม
แต่….ที่พิเศษที่สุดก็คืออออ เครื่องดื่มเขาใช้นมสดส่งตรงจากสหกรณ์โคนมที่ราชบุรีทุกวัน!!! ย้ำว่าทุกวันจริง ๆ ค่ะ เพราะตอนที่ Kaidee ไปถึงเนี่ย เขาเพิ่งมาส่งนมพอดี
โดยคุณเจ้าของร้านจะเคี่ยวนมสดเองทุกเช้าทำให้นมที่นี่หอมหวานเป็นพิเศษไม่เหมือนใคร จริง ๆ Kaidee คิดว่านี่เป็นเคล็ดลับที่ทำให้ร้านอยู่มานานกว่า 40 ปี มาจนถึงทุกวันนี้และยังเปิดทั้งคืนอีกต่างหาก จนเขาทนความป๊อปไม่ไหวต้องเปิดสาขาที่ 2 ตรงโครงการสเตเดี้ยมวัน (ฝั่งจุฬาซ.4) อีกต่างหากค่ะ เรียกได้ว่าถ้าอยู่พญาไทไม่มีทางหิวอ่ะ พูดแล้วน้ำลายจะไหล ลืมบอกค่ะว่าขนมปังปิ้งที่นี่เขาปิ้งด้วยเตาถ่านนะคะ หอมมาก กรอบนอกนุ่มใน สังขยาก็ไม่เคี่ยวกับไฟ เคี่ยวกับน้ำ?!?!?! ไม่รู้จะบรรยายยังไงให้เห็นถึงความพิเศษ คือไปเห็นด้วยตาแล้วก็ชิมด้วยปากแล้วจะเข้าใจค่ะว่าทำไม Kaidee ติดใจจังเลย
ขอขอบคุณภาพจาก อ้วนกิ่งเพชร
4.Garden Salad
ระยะทาง: 200 เมตรจาก BTS Phaya Thai
มาค่ะ New Year Resolution 2021 ต้องมา เรา ! จะ ! ต้อง ! ผอมมมม ! กินของหวานแล้วก็ต้องทานสลัดสวย ๆ เมนู Signature ของร้านนี้คือสลัดไก่อบค่ะ
ขอขอบคุณภาพจาก Garden Salad by Ms. Chu
ส่วนการตกแต่งของทางร้านจะเน้นเป็นแบบแนวไม้และให้ความรู้สึกอบอุ่น สามารถไปนั่งเล่นชิล ๆ สบาย ๆ หลบหนีจากความวุ่นวายหรือความเหนื่อยล้าหลังจากเลิกงานได้เลยค่ะ
5.ฟลอริดา
ระยะทาง: 80 เมตรจาก BTS Phaya Thai
ห้องอาหารฝรั่งที่นึกถึงทีไรก็น้ำลายไหล เพราะเมนูเด็ด “ซี่โครงหมูอ่อนย่างบาร์บีคิวซอส”ของเขาอยู่ยงคงกระพันมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2511 (ค.ศ.1968) หรือกว่าครึ่งศตวรรษ!!!!
ซี่โครงหมูอ่อนย่างบาร์บีคิวซอส
เมนูนี้มีความพิเศษคือจะกรอบนอกและนุ่มในซึ่งหาไม่ได้ที่ไหนเพราะส่วนมากจะนุ่มไปเลยหรือกรอบไปเลย สมแล้วที่ห้องอาหารฟลอริดานั้นได้ป้ายเชลล์ชวนชิมจาก หม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัตน์
6.Factory Coffee
ระยะทาง: 150 เมตรจาก BTS Phaya Thai
ร้านกาแฟชื่อดังสุด Exclusive ที่เคยคว้าแชมป์หลายครั้งจากรายการ World Barista Championship ไม่ว่าจะเป็น “Panama, Finca Deborah “Terroir” (Competition Series) – Washed” ที่ได้รางวัลที่ 1 ในปี ค.ศ.2016 (พ.ศ. 2559) หรือ “Panama, Finca Deborah “Afterglow” (Competition Series) – Natural” ที่คว้าอันดับ 2 และ อันดับ 10 ในปี ค.ศ. 2019 (พ.ศ.2562)
ขอขอบคุณภาพจาก Factory Coffee
ส่วนเมนู Signature ของทางร้านที่มาแล้วต้องลองคือ “Supreme”(Super creamy & Natural syrupy shaken espresso with cold milk) ที่ทางร้านจะค่อย ๆ เท Espresso เข้มข้นผ่านตัวกรองกาแฟลงมาบนนมสดเย็น ๆ ให้เรา จุดเด่นจะอยู่ตรงที่เราต้องดื่มตอนที่กาแฟและนมยังไม่รวมตัวกัน จะทำให้ได้กลิ่นหอมของกาแฟและความรสชาติของตามลำดับนั่นเอง
7.ไชยโรจน์
ระยะทาง: 350 เมตรจาก BTS Phaya Thai
มาต่อกันที่ร้านอาหารเก่าแก่สไตล์ “กุ๊กช็อป”(ทำอาหารไทย, จีนไหหลำ และอาหารตะวันตก) ที่เปิดบริการในย่านพญาไทมากว่า 60 ปี
อาม่าเจ้าของร้านเล่าว่าเปิดร้านมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2501 แล้ว ในสมัยนั้นยังไม่มีสะพานข้ามแยกพญาไท หน้าร้านจะเป็นคลองเล็ก ๆ และต้องใช้ไม้พาดข้ามคลองเพื่อมากินอาหารที่ร้าน
ส่วนที่มาของชื่อร้าน “ไชยโรจน์” นั้นมาจากพยางค์แรกของชื่อและนามสกุลของอากงเจ้าของร้านนั่นเอง
เมนูเด็ดของทางร้านจะมี ปลาราดพริก เต้าหู้ราดพริก ปลาดุกผัดเผ็ด ซี่โครงหมูอบ สตูลิ้นวัว ฯลฯ ซึ่ง Kaidee ต้องขอบอกว่าเต้าหู้ราดพริกอร่อยมากกกกก เพราะเต้าหู้นั้นเรียกได้ว่า สด และทำขึ้นใหม่ ๆ ทุกวัน ไม่มีกลิ่นเลยแม้แต่น้อย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมร้านถึงได้มีคนเยอะทุกวันมาตลอด 60 กว่าปี
8.พิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาด
ระยะทาง: 500 เมตรจาก BTS Phaya Thai
มาพญาไทแล้วก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะพลาด “วังสวนผักกาด” หนึ่งใน Landmark สำคัญของย่านนี้ ด้วยความที่เคยเป็นวังที่ประทับของพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศแวะเวียนมาไม่ขาดสาย โดยค่าเข้าราคาเพียง 50 บาท (100 บาทสำหรับคนต่างประเทศ)
สาเหตุที่ชื่อ “วังสวนผักกาด” นั้นเป็นเพราะว่าพื้นที่ตรงพญาไทเคยเป็นสวนมาก่อนที่จะสร้างวังนั่นเอง ในปัจจุบันวังสวนผักกาดเปิดให้เข้าชมของสะสมและโบราณวัตถุสมัยสุโขทัยและอยุธยาที่ตกทอดมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยประกอบไปด้วยเรือนไทย 8 หลัง และหอเขียน 1 หลังตกทอดมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย
9.บ้านข้างๆ
ระยะทาง: 400 เมตรจาก BTS Phaya Thai
ร้านสุดอินดี้จาก Instagram ชื่อดัง “t_047” ที่มีผู้ติดตามครึ่งล้าน!!! อย่างนี้ Kaidee ไม่ไปไม่ได้แล้วจริงมั้ย 😀
จากการสัมภาษณ์คุณ ณัฐธีร์ อัครพลธนรักษ์ เจ้าของร้านกาแฟและแกลเลอรีแห่งนี้ เขาเล่าว่า เดิมทีแรงบันดาลใจของร้านบ้านข้าง ๆ มาจากการที่เขาชอบถ่ายรูปจากระเบียงของตัวเองในทุก ๆ วัน เพราะในแต่ละวันท้องฟ้าจะมีความสวยงามต่างกันออกไป และบวกกับความที่ชอบกาแฟ จึงทำให้คิดอยากรวมร้านกาแฟและแกลเลอรีที่แสดงผลงานของตนเอาไว้ด้วยกัน
คุณ ณัฐธีร์ อัครพลธนรักษ์ เจ้าของร้านบ้านข้าง ๆ
บรรยากาศในร้านจะมีความมินิมอลและเป็นกันเอง ส่วนที่มาของชื่อร้าน คุณ ณัฐธีร์ บอกว่าเป็นเพราะอยากคนที่มาร้านรู้สึกสบาย ๆ เหมือนมาเยี่ยมบ้านข้าง ๆ นั่นเอง
10.ร้านกาแฟนรสิงห์
ระยะทาง: 1.9 กิโลเมตรจาก BTS Phaya Thai
ถึงแม้จะไกลจาก BTS ไปสักหน่อย แต่ด้วยความที่เป็นร้านกาแฟแห่งแรกในประเทศไทย ไกลยังไงก็คงต้องลองไปสักครั้ง
ด้วยความที่เป็นตึกสไตล์ยุโรป ร้านกาแฟนรสิงห์จะให้กลิ่นอายแบบคลาสสิค ยิ่งไปกว่านั้นภายในร้านยังใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้สีน้ำตาลเข้มแบบสมัยรัชกาลที่ 6 ทำให้ไม่ว่าจะดื่มกาแฟ หรือรับประทานอาหาร เราจะเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศแบบย้อนยุคได้ไม่ยาก
ข้อดีของร้านกาแฟนรสิงห์คือ สามารถเดินออกมาชมวังพญาไทได้ง่าย ๆ เพราะตั้งอยู่ใกล้กันขนาดที่ว่า ไม่กี่ก้าวก็ถึง เพราะฉะนั้น Kaidee อยากจะบอกว่า มาที่นี่ยิ่งกว่าคุ้ม ได้ทั้งกิน ดื่ม เที่ยว!!
11.สวนสันติภาพ
ระยะทาง: 1 กิโลเมตรจาก BTS Phaya Thai
เดิน เดิน และ เดิน ไหน ๆ ก็จะออกกำลังกาย ก็เริ่มเดินจาก BTS มาเลยค่ะ (55555) ถึงจะไกลอีกแล้ว แต่ขอบอกว่าสวนสันติภาพนี่ก็สงบสมชื่อเลย เป็นทั้งที่พักผ่อนหย่อนใจและที่ออกกำลังกาย ซึ่งรอบวิ่งแต่ละรอบจะมีระยะทางประมาณ 700 เมตร เรียกได้ว่าวิ่งกันพอเหงื่อชุ่ม แค่นั้นยังไม่พอ สวนยังจัดโซนโหนบาร์ไว้ให้อีกด้วย ใครอยากยืดเส้นยืดสายก็มาเดินเล่นกันได้ค่ะ
12.Ross Kitchen
ระยะทาง: 500 เมตรจาก BTS Phaya Thai
อีกหนึ่งร้านอาหารใจกลางเมืองกรุง “Ross Kitchen” ที่ตั้งอยู่บน Rooftop ของโรงแรมอครา ร้านรสคิทเช่นนั้นขึ้นชื่อเรื่องเมนูเด็ดเป็นอย่างมาก โดยทางร้านมีเมนูเด็ดอยู่หลายอย่าง แต่ที่ขึ้นชื่อมาก ๆ และมาทีไรก็ต้องสั่งนั้นคือ ลาบเป็ดคองฟี หรือ
“Isan Duck Confit Larb”ที่เสิร์ฟมาทั้งสะโพกเน้น ๆ แน่น ๆ Kaidee อยากจะบอกว่ารสชาติคือที่สุดของที่สุด เพราะหนังกรอบ และเนื้อก็นุ่ม อีกทั้งรสชาติของลาบก็ซึมเข้าเนื้อดีมาก ๆ
ขอขอบคุณภาพจาก Ross Kitchen
ส่วนใครที่อยากจิบเครื่องดื่มพร้อมวิวสวย ๆ ยามค่ำคืน ทางร้านก็มี ทั้ง Mocktail และ Cocktail ไว้บริการ
สรุปท้ายบทความ
“ย่านพญาไท” เรียกได้ว่าเป็นย่านที่มีครบทั้งกินดื่มเที่ยว แถมยังอยู่ใจกลางเมืองอีกต่างหาก
Kaidee อิจฉาคนที่อยู่ย่านนี้มาก ๆ เลยค่ะ 5555555
Jan 4, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง เข้าสู่ปีศักราชใหม่แบบนี้…
นอกจาก Kaidee App โฉมใหม่สุดแสนไฉไล ที่พวกเราชาว Kaidee ตั้งใจมอบเป็นของขวัญสุดพิเศษให้กับสมาชิกทุกท่านในปี 2021 แล้ว เรายังมีอีกหนึ่งไอเทมลับ “The Good Life” บล็อกอันเต็มไปด้วยเรื่องราวสุดเจ๋ง ซึ่งเราเองภูมิใจนำเสนอไม่แพ้กัน
เริ่มต้นชีวิตดีๆ ที่ The Good Life
The Good Life คือบล็อกดีๆ ที่รวบรวมเรื่องราวแนว Positive บอกเล่าเรื่องธรรมดา ซึ่งคุณพบเจอได้ทุกวันในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ตื่นลืมตาจนหลับตานอน เป็นข้อมูลง่ายๆ อ่านได้ทุกที่สบายใจทุกเวลา
ความที่เชื่อว่า “ทุกคนมีดีในตัวเอง” อยู่แล้ว ชาว Kaidee อยากให้เรื่องราวของเรา เติมเต็มสิ่งดีๆ และแต่งแต้มให้คุณมีรอยยิ้มมากกว่าเดิม รวมทั้งเสริมสร้างการมองโลกในแง่บวก ให้ผู้อ่านทุกคนมีใจที่แข็งแรง พร้อมขับเคลื่อนแต่ละวันด้วยพลังงานดีๆ
คอนเซปต์ The Good Life
“See the good in everything, what we have is Good and Real”
คอนเซปต์ที่ The Good Life ตั้งใจนำเสนอ เพราะเราเชื่อว่าทุกๆ คนมีชีวิตดีๆ ได้ด้วยตัวคุณเอง ความสุขหมุนอยู่รอบตัวเราเสมอ ส่วนเรื่องราวต่างๆ ในบล็อกนั้น เป็นเพียงจิ๊กซอว์ชิ้นเล็กชิ้นน้อย ที่คอยเติมเต็มส่วนที่ขาด ให้คุณมีชีวิตที่สมบูรณ์มากขึ้นกว่าเดิม
ส่วนเนื้อหาโดยรวมเป็นเรื่องราวเชิงบวก เป็นเรื่องใกล้ตัว เข้าถึงได้ทุกคน ที่สำคัญ “The Good Life” สำหรับเรา ไม่ใช่ชีวิตดีสำหรับคนอ่านเท่านั้น เราตั้งใจให้ที่นี่เป็นพื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์ อันเต็มไปด้วย Passion ของคนเขียนและดีไซเนอร์
จุดเด่นของ The Good Life
1.เนื้อหาแบ่งเป็นหมวดหมู่ชัดเจน ใช้งานง่าย สบายตา
2.เรื่องราวอ่านง่าย สบายใจ ฟีลกู้ด เข้าถึงคนทุกวัย
3.หลากหลายทั้งบทความ วีดีโอ ภาพถ่าย ฯลฯ ให้คุณสนุกกับทุกคอนเทนต์
4.อาร์ตเวิร์กสะดุดตา จัดเต็มทั้งแอนิเมชันและกราฟิกสุดเจ๋ง
5.ค้นหาเรื่องราวที่คุณสนใจได้ตรงใจ ด้วยฟิลเตอร์หน้าเพจ
6.บันทึกเนื้อหาคุณชอบ ไว้กลับมาอ่านซ้ำได้
7.ติดตามผลงานของดีไซเนอร์ได้จากภาพและอาร์ตเวิร์ก รวมทั้งงานเขียนของนักเขียนที่คุณชื่นชอบได้ เพียงคลิกที่รูปโปรไฟล์
คอนเทนต์สไตล์ The Good Life
อย่างที่บอกไปว่า เนื้อหาโดยรวมของ The Good Life เป็นแนวอารมณ์ดี ให้คุณมีรอยยิ้มที่มุมปากน้อยๆ หลังอ่านจบ เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นที่คุณตามหา ทั้งในแง่ของข้อมูล ข้อคิดเห็นและความบันเทิงต่างๆ โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 หมวดหมู่หลัก เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานและค้นหา
1.ครบครันกับเนื้อหา 4 หมวดหมู่
ไลฟ์สไตล์ เพลิดเพลินไปกับเนื้อหาสบายๆ เทรนด์ใหม่มาแรง รีวิวซีรีส์ หาที่เที่ยว สัตว์เลี้ยงแสนรัก พระเครื่องสุดขลัง ฯลฯ ให้คุณเติมเต็มความสุขทุกๆ วัน
ยานยนต์ รถตัวดังออกใหม่มาแรง เรามีข้อมูลให้คุณ พร้อมด้วยเทคนิคยานยนต์ดีๆ ไปจนถึงอัปเดตข่าวสารในวงการรถที่น่าสนใจ
อสังหาริมทรัพย์ รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับบ้าน ที่ดิน คอนโด และอสังหาฯ อื่นๆ รวมถึงทำเลน่าสนใจ เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอสังหาฯ เทรนด์อสังหาฯ มาแรง ไปจนถึงรีวิวอสังหาฯ ต่างๆ
ข่าวสาร หมวดหมู่นี้ของ The Good Life หมายรวมถึงโปรโมชั่น กิจกรรมและข่าวประชาสัมพันธ์ต่างๆ ของพวกเราชาว Kaidee
2.หลากหลายด้วยเนื้อหาที่น่าสนใจ
บทความ หากเทียบจำนวนคอนเทนต์ทั้งหมดของ The Good Life บทความคือแชมป์อันดับหนึ่งเรื่อง “จำนวนมากที่สุด” เรียกว่าตอบทุกข้อสงสัย ครบทุกความต้องการที่คุณมองหา ทั้งทริคเล็กๆ น้อย ให้คุณเอ็นจอยไลฟ์ รีวิวมือถือใหม่ เปรียบเทียบรถรุ่นดัง เที่ยวที่ไหนดีวันหยุด ฯลฯ
วิดีโอ ส่วนใครที่ไม่ชอบอ่านอะไรเยอะ รักสนุกกับเนื้อหาที่ย่อยง่าย ดูได้ทุกที่ทุกเวลา ใน The Good Life มีวิดีโอดีๆ ให้คุณเข้ามาเลือกดูหลากหลายหมวด ทั้งไลฟ์สไตล์ บ้าน และรถ ครบครันทั้งรีวิวดี ทำเลโดน ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายกว่าเดิม
VIDEO
VIDEO
แคมเปญและงานอีเวนต์น่าสนใจ งานไหนดี อีเวนต์ไหนดัง The Good Life ไม่พลาดเกาะกระแส นำมารีวิวรวมถึงนำความน่าสนใจของแต่ละงานมาบอกเล่า ผ่านบทความและวิดีโอเก๋ๆ ด้วยการรวมเป็น Section พิเศษให้กับคนที่สนใจในงานนั้นๆ โดยเฉพาะ ถึงไม่ได้ไปก็เหมือนไปเอง
พอดแคสต์ อนาคตไม่ใกล้ไม่ไกล พวกเรายังมีอีกหนึ่งสื่อน่าสนใจอย่าง “พอดแคสต์ ” ไว้เป็นทางเลือกสำหรับคนที่รักในการฟัง โดยเนื้อหาหลักๆ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับจิตวิทยา การใช้ชีวิต ไปจนถึงมุมมองดีๆ เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อบล็อก “The Good Life” ของเรานั่นเอง
3.โดดเด่นด้วยดีไซน์สวยสะดุดตา
นอกจากเนื้อหาดีๆ ที่จะช่วยเติมเต็มชีวิตที่ดีของคุณแล้ว สิ่งหนึ่งพวกเราชาว The Good Life ให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือ “อาร์ตเวิร์ก”
ทันที่ที่คุณเข้ามาในบล็อกของเรา จะเห็นได้ว่า Visual ต่างๆ เก๋ไก๋สะดุดตาอยู่ไม่น้อย ทั้งอาร์ตเวิร์กประกอบบทความ ลูกเล่นต่างๆ ในวิดีโอคลิป เราอยากให้คอนเทนต์ของเรามีชีวิตชีวา ไม่จืดชืด ดูแล้วสนุกสนาน รู้สึกตื่นตาตื่นใจ
ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวไป ทั้งเนื้อหาดี อาร์ตเวิร์กมีสไตล์ มีหลายหมวดหมู่แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ดีไซเนอร์ของเราอยากนำเสนอ คือ “ฟิลเตอร์หน้าโฮมเพจ” ที่เราตั้งใจเอาแท็กต่างๆ ที่น่าสนใจของแต่ละบทความ มาให้คุณเลือกคลิกได้เลย
เรียกว่าเข้ามาปุ๊บ ก็ตอบได้ทุกคำถาม ง่ายและตรงใจมากกว่าเดิม
รับรองว่า คุณจะมี “วันที่ดี” ที่ The Good Life และจะมี “ชีวิตดี” ขึ้นกว่าเดิมที่ Kaidee