6 ข้อต้องระวัง ถ้าไม่อยากเร่งเวลาพัง ทั้งโน๊ตบุ๊คและคอมพิวเตอร์

6 ข้อต้องระวัง ถ้าไม่อยากเร่งเวลาพัง ทั้งโน๊ตบุ๊คและคอมพิวเตอร์

“โน๊ตบุ๊คเป็นอะไรอีกแล้ว ยิ่งใช้ยิ่งช้าลงทุกวัน”

ถึงแม้ว่าทั้งคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊คในปัจจุบัน จะมีราคาถูกลงกว่าสมัยก่อนหลายเท่า แต่อย่างไร ก็ยังถือเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีราคาสูง คงไม่มีใครซื้อมา ด้วยความคาดหวังว่าจะต้องเปลี่ยนทุกๆ 3 เดือน

พวกเราอยากให้คอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊คสามารถใช้งานได้ยาวนาน และมีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่อุปกรณ์เหล่านี้ก็เหมือนกับเครื่องใช้อื่นๆ ที่ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับการใช้งานและกาลเวลา หากเราใช้งานได้อย่างรู้จักรักษา ทะนุถนอม คอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊คก็อยู่กับเราได้นานขึ้น แต่ไม่ใช่ทุกคน หรือทุกเวลา ที่เราจะสามารถดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราได้ บางที การใช้งานอย่างไม่ระมัดระวัง อาจส่งผลให้คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คของเรา อายุ “สั้น” กว่าที่ควรจะเป็น

ใช้คอมพิวเตอร์อย่างไรถึงจะดีที่สุด

บทความนี้จะบอกถึงข้อควรระวัง 6 ข้อ ที่เรา ในฐานะเจ้าของคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คเผลอทำด้วยความเคยชิน หรือไม่ระมัดระวัง และส่งผลเสียโดยตรงกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่คุณต้องใช้งานเป็นประจำ หากรู้และเข้าใจ จะช่วยป้องกันการใช้คอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊คแบบผิดๆ และยังช่วยให้คอมพิวเตอร์กลับมามีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น รวมถึงยืดอายุการใช้งานได้อีกด้วย

โน๊ตบุ๊คนั้น เปราะบางกว่าที่คิด

ศัตรูตัวฉกาจของโน๊ตบุ๊คคือ “ความร้อน” หากเครื่องโน๊ตบุ๊คร้อนเกินไป การทำงานจะช้าลงอย่างสังเกตได้ หากอยู่ในความร้อนบ่อยครั้ง อาจทำให้อุปกรณ์ภายในเครื่องเช่น ซีพียู พัดลมระบายความร้อน หรือแบตเตอรี่ ได้รับความเสียหาย ผลที่ตามมาคือ ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงอย่างถาวร และโน๊คบุ๊คจะเริ่มส่งเสียงดังขึ้นเวลาทำงาน

แม้สิ่งที่ทำให้โน๊คบุ๊คสะสมความร้อนจะมีด้วยกันหลายประการ แต่มีสาเหตุสำคัญที่เกิดจากการใช้งานคือ การวางโน๊คบุ๊คบนเตียง ฟูก หรือวัตถุที่มีวัสดุเป็นผ้าทึบ เพราะวัสดุประเภทนี้ จะดูดความร้อนได้ง่ายกว่า อีกทั้งยังระบายอากาศได้ไม่ดี ควรวางโน๊คบุ๊คไว้บนพื้นผิวที่เรียบ เป็นไม้หรือโลหะ

ที่วางโน็ตบุ๊ค ถือเป็นอุปกรณ์หนึ่งที่ดี เพราะนอกจากช่วยระบายความร้อนให้กับเครื่องโน๊คบุ๊ค ยังช่วยจัดระดับของตัวเครื่องให้อยู่ในระดับสายตาของผู้ใช้งาน เพื่อการทำงานที่สะดวกสบายมากขึ้น

นอกจากการวางเครื่อง การดูแลรักษาโน๊ตบุ๊คก็สำคัญไม่แพ้กัน ไม่ควรวางสิ่งของ เครื่องใช้ หรือซ้ำร้ายที่สุด เครื่องดื่มร้อนเช่น กาแฟ บนเครื่องโน๊ตบุ๊ค แม้จะพับหน้าจอลงแล้วก็ตาม อีกทั้งการยกตัวเครื่อง ควรพับหน้าจอปิดก่อน ไม่ควรยกตัวเครื่องโดยจับที่บริเวณหน้าจอ หรือยกในขณะเปิดหน้าจอทิ้งไว้ เพราะจะเสี่ยงต่อการกระทบกระเทือนได้

อาหารและเครื่องดื่ม ไปกินที่อื่นได้ไหม

อีกหนึ่งศัตรูคู่แค้นของคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊คคือ “ฝุ่นและเศษผงขนาดเล็ก” ฝุ่นผงที่ติดตามอุปกรณ์ทำให้พัดลมระบายความร้อนทำงานหนักขึ้น และส่งผลให้เครื่องคอมพิวเตอร์มีความร้อนสะสมมากขึ้น เราสามารถป้องกันปัญหานี้ได้ โดยการทำความสะอาดฝุ่นและเศษผงในตัวเครื่องอย่างสม่ำเสมอ

ถึงแม้ว่า เราจะรักษาความสะอาดได้ดีขนาดไหน คอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊คของเราก็อาจมีฝุ่นสะสมได้เช่นกัน อาจเกิดจากการตั้งเครื่องในบริเวณที่อับชื้น หรือไม่มีอากาศถ่ายเท ควรตั้งเครื่องในบริเวณที่ปลอดโปร่ง โล่งกว้าง และหากเป็นไปได้ ควรตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ในที่สูงหรืออยู่เสมอระดับสายตา

“ต้องทำงานส่งลูกค้า ไม่มีเวลาไปกินที่อื่น ให้ทำอย่างไร”

หากเป็นเช่นนั้น ให้ระมัดระวังเวลาทานอาหารหรือเครื่องดื่มเป็นพิเศษ กรณีที่เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ การทำน้ำหกลงบนคีร์บอร์ดอาจไม่ส่งผลกระทบมากเท่ากับโน๊คบุ๊คที่ทุกส่วนเชื่อมติดกัน แค่หยดกาแฟไม่กี่หยด ก็สามารถทำลายโน๊ตบุ๊คได้ทั้งเครื่อง เศษอาหารบนคีร์บอร์ดคอมพิวเตอร์อาจส่งผลแค่ภาพลักษณ์ของเรา เวลามีแขกมาเยี่ยมบ้าน แต่เศษอาหารในตัวเครื่องคอมพิวเตอร์อาจส่งผลถึงการทำงานของเครื่องโดยตรง

ดูไม่จืดใช่ไหมล่ะ

อย่ารอให้อะไรมันสายเกินไป

“ไม่ใช่นิยายรัก ไม่ใช่ซีรีย์โรแมนติก แต่เป็นแบตเตอรี่ในเครื่องโน๊ตบุ๊ค”

ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ในโน๊ตบุ๊คจะลดลงไปตามระยะเวลาการใช้งาน โน๊ตบุ๊คที่สามารถใช้งานได้นานถึง 8 ชั่วโมงในช่วง 1-2 ปีแรก อาจใช้งานได้เพียง 6 ชั่วโมงในปีต่อๆ มา เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ “ชะลอ” การเสื่อมสภาพนั้นได้

เรามักมีความเชื่อว่า ควรปล่อยให้แบตเตอรี่เหลือ 0 เปอร์เซ็นต์ แล้วจึงเริ่มชาร์จไฟใหม่ แต่ความเป็นจริงคือ แบตเตอรี่มีส่วนประกอบเป็นลิเทียมไอออน ซึ่งจะอ่อนประสิทธิภาพลง หากต้องเริ่มชาร์จจาก 0 เปอร์เซ็นต์ทุกครั้ง สิ่งที่เราควรทำคือ เริ่มเสียบชาร์จเมื่อแบตเตอรี่อยู่ที่ประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ จะส่งผลดีต่อประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ในระยะยาวมากกว่า

การวางโน๊ตบุ๊คในสถานที่ที่มีอุณหภูมิสูงก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แบตเตอรี่ยิ่งเสื่อมเร็วขึ้น และไม่เพียงแต่แบตเตอรี่เท่านั้น ความร้อนจะส่งผลต่ออุปกรณ์ทุกชิ้นเช่นเดียวกัน หากแบตเตอรี่ได้รับความเสียหายจนสังเกตเห็นรอยบวมนูน ควรรีบเปลี่ยนทันที เพราะการใช้แบตเตอรี่ที่เกิดความเสียหาย นอกจากจะไม่สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพแล้ว ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายอีกด้วย

แม้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะจะไม่ต้องกังวลกับปัญหาแบตเตอรี่ที่กล่าวมา แต่เรื่องการจ่ายไฟในเครื่องคอมพิวเตอร์ประเภทนี้ก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรสังเกต “Power Supply” หรือแหล่งจ่ายไฟในเครื่อง ว่าสามารถจ่ายไฟได้อย่างเพียงพอหรือไม่ หากอุปกรณ์ในเครื่องไม่ได้รับพลังงานเพียงพอ จะก่อให้เกิดปัญหา “คอขวด” (ฺBottleneck) ผลที่ตามมาคือ อุปกรณ์ในเครื่องจะได้รับความเสียหาย และเริ่มเสื่อมสภาพลง

ผู้ชนะรางวัลคนโกหกแห่งปีได้แก่ โปรแกรมทำความสะอาดเครื่อง

ในยุคที่คอมพิวเตอร์ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Windows 2000 และมีแรมในเครื่องเพียง 512 เมกะไบท์ การจัดระเบียบหรือลบไฟล์ที่ไม่จำเป็นออกไปจากเครื่อง เป็นวิธีการที่ดี ที่จะช่วยให้เครื่องกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แต่ในปัจจุบันที่คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องเปรียบเสมือนกับเสือชีต้าร์ วิธีนี้เริ่มไม่เป็นที่นิยม เพราะไม่ก่อให้เกิดความแตกต่างแบบสังเกตได้เท่าไร กลายเป็นความไม่จำเป็นไป และนอกจากจะไม่ได้ส่งผลดี โปรแกรมประเภทนี้มักเรียกเก็บค่าใช้บริการจากผู้ใช้ รวมถึงแฝงโปรแกรมเสริมที่ทำให้หนักเครื่องยิ่งกว่าเข้ามาแทน ในกรณีที่ร้ายแรงที่สุด โปรแกรมพวกนี้จะทำงานเป็นเหมือนบริษัทนักสืบ ที่ถึงแม้จะไม่ได้ขโมยข้อมูลของเราไปโดยตรง แต่อาจเก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานคอมพิวเตอร์ไป โดยที่เราไม่อาจรู้ตัว

หากต้องการจัดระเบียบไฟล์ต่างๆ ในระบบ หรือลบไฟล์ส่วนเกินในเครื่องออกไป ควรเลือกใช้ Disk Cleaner ที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ เพราะนอกจากจะไม่ต้องเสียเวลาสรรหาโปรแกรมอื่น ยังสามารถมั่นใจได้ว่า ไฟล์สำคัญจะไม่ถูกลบไป ซึ่งอาจก่อให้เกิดการทำงานของคอมพิวเตอร์ที่ผิดพลาดได้

และหากจนแล้วจนรอด เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราไม่เร็วขึ้น เราควรที่จะเริ่มสำรวจอุปกรณ์ Hardware ว่ามีชิ้นส่วนไหนต้องได้รับการซ่อมแซม หรือเปลี่ยนแปลงหรือไม่

อย่าท่องยุทธจักรโดยปราศจากดาบฉันใด

“ก็ไม่ควรปราศจากโปรแกรมป้องกันไวรัส เวลาท่องอินเตอร์เน็ตฉันนั้น”

อินเทอร์เน็ตเปรียบเสมือนสนามเด็กเล่น เพราะเป็นทั้งที่ที่สนุกที่สุด แต่ก็อันตรายที่สุดสำหรับเด็ก การเข้าเว็บไซต์แต่ละครั้ง นำความเสี่ยงมาให้เครื่องคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊คของเราหลายร้อยเท่า ทั้งไวรัส โทรจัน มัลแวร์ หรือแรนซอมแวร์ แม้แต่ในเว็บไซต์ปกติที่ดูปลอดภัย ก็ไม่อาจไว้ใจได้ 100 เปอร์เซ็นต์

การเปิดโปรแกรมป้องกันไวรัสในระบบปฏิบัติการ Windows 8 ขึ้นไปอย่าง Windows Defender ช่วยป้องกันเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี แม้ไม่สามารถเทียบประสิทธิภาพกับโปรแกรมป้องกันไวรัสประเถทเสียเงินได้ แต่ก็ถือได้ว่าเป็นองครักษ์พิทักษ์เครื่องที่ไว้ใจได้

หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ชะลอได้

การใช้คอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คด้วยความระมัดระวังและทะนุถนอม จะทำให้อุปกรณ์เหล่านี้มีประสิทธิภาพทัดเทียมกับตอนซื้อใหม่ อีกทั้งยังอยู่กับเรานานขึ้น แม้ว่าเราไม่สามรถหลีกเลี่ยงการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้ แต่เราสามารถช่วยให้การเสื่อมสภาพนั้น เกิดช้าที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

จบไปแล้วกับหลากข้อระวัง เพื่อให้คอมพิวเตอร์มีสภาพ “เหมือนใหม่” มากที่สุด แต่หากใครอยากซื้อคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊ค “เครื่องใหม่” ลองแวะเข้ามาดูที่ Kaidee เพราะที่นี่ มีคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊ครุ่นที่คุณต้องถูกใจอย่างแน่นอน

5 แล็ปท็อปสเปคเทพ! ราคาดี มาแรงในปี 2020

5 แล็ปท็อปสเปคเทพ! ราคาดี มาแรงในปี 2020

ปฏิเสธไม่ได้ว่าช่วงที่ผ่านมา ตลาดแล็ปท็อปซบเซาลงพอสมควร บางเจ้าถึงขนาดมีตัวเลขยอดขายย่ำแย่สุดในรอบ 10 ปี แต่พอมาปีนี้ ด้วยสถานการณ์ต่างๆ หลายบริษัทให้พนักงาน Work from home มากขึ้น รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ทำให้ยอดการขายกลับมาชื่นใจขึ้นอีกครั้ง ซึ่งใครที่กำลังมองหาแล็ปท็อปดีๆ สักตัว ในราคาคุ้มค่า เรารวบรวมไว้ให้แล้วไปดูกัน

1.Asus VivoBook S15 S531FL

Asus-VivoBook
Credit : https://www.asus.com/th

ใครที่กำลังมองหาแล็ปท็อปคุ้มค่าคุ้มราคา เอซุสรุ่นนี้อาจจะเป็นคำตอบที่คุณตามหา ด้วยประสิทธิภาพการทำงานอันเปี่ยมด้วยคุณภาพอันยอดเยี่ยม ผสานกับความบางของตัวเครื่อง ซึ่งมีน้ำหนักราวๆ 1.8 กิโลกรัม ขนาดหน้าจอ 15 นิ้ว มีระบบสแกนใบหน้า ไม่ต้องกรอกพาสเวิร์ดให้ยุ่งยาก นอกจากนี้ยังมีให้เลือกถึง 5 สี คือ ดำ เงิน ชมพู น้ำเงินและเขียว รับประกันได้ว่าทั้งหมดมาในตีมเรียบหรูดูดีแบบมินิมอล เรียกว่าได้ทั้งความสวยงาม การใช้งานที่ดีในราคาน่ารัก

คุณสมบัติ : RAM: 8GB DDR4 , CPU-Intel Core i5 – i7
ราคา : เริ่มต้นที่ 18,000 บาท

2.HP Elite Dragonfly

 HP Elite Dragonfly
Credit : https://store.hp.com/

ปีนี้ทางเอชพีปล่อย HP Elite Dragonfly มาสู้ศึกตลาดแล็ปท็อปไฮเอนด์โดยเฉพาะ ด้วยตัวเครื่องมีดีไซน์เรียบหรูระดับพรีเมียม เสริมภาพลักษณ์ผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีออปชั่นอื่นๆ ที่เลิศไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นตัวจอที่พับได้ถึง 360 องศา มีโหมดเปิดปิดมุมมองข้างจอ ไม่ให้คนข้างๆ เห็นข้อมูลหน้าจอ ที่สำคัญหนักไม่ถึง 1 กิโลกรัม ส่วนตัวแบตใช้งานได้ยาวนานถึง 24 ชั่วโมง

คุณสมบัติ : RAM: 8GB - 16GB, CPU-8th-generation Intel Core i5 – i7 
ราคา : เริ่มต้นที่ 45,000 บาท

3.Dell XPS 15

Dell-XPS-15
Credit : https://www.dell.com/th

ผู้นิยมแล็ปท็อปหลายๆ คนต่างยกย่องให้เดลล์รุ่นนี้เป็น “The best laptop of 2020” ด้วยคุณสมบัติที่ครบครันทันสมัย มาพร้อมเทคโนโลยีอันยอดเยี่ยมล่าสุดของอินเทล ทำให้ Dell XPS 15 เป็นหนึ่งในแล็ปล็อปแห่งความสมบูรณ์แบบ เหมาะกับทุกเพศวัย ยิ่งใครมีใจรักในงานตัดต่อ ทั้งงานวีดีโอและงานภาพน่าจะถูกใจใช่เลย หรือจะเอาไว้เล่นเกมก็ไม่ต้องกังวลว่าเครื่องจะกระตุกแต่อย่างใด ใครงบถึงก็จัดเลย!

คุณสมบัติ : RAM: 8GB – 64GB, CPU-10th-generation Intel Core i5 – i7
ราคา : เริ่มต้นที่ 40,000 บาท

4.Acer Swift 3

Acer-Swift-3
Credit : https://www.acer.com/ac/th/TH/

แล็ปท็อปราคาประหยัดที่ Acer ตั้งใจส่งมาตีตลาดคู่แข่งโดยเฉพาะ ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 14,500 บาท ทว่าอัดแน่นไปด้วยสเปคสุดเทพ คุ้มค่าคุ้มราคานอกจากนี้ยังพิมพ์งานได้สะดวกทุกที่ทุกการเดินทาง เนื่องจากมีคีย์บอร์ดขนาดใหญ่ พิมพ์ได้สบายมือ จนผู้เชี่ยวชาญหลายคนยกย่องให้ Acer Swift 3 เป็น “แล็ปท็อปราคาประหยัดที่ดีสุดในปี 2020” ทั้งยังมีบางคนบอกว่าเทียบเคียงกับ Microsoft Surface Laptop ได้เลยด้วยซ้ำ

คุณสมบัติ : RAM: 4GB-8GB , CPU-up to Intel Core i7-8565U
ราคา : เริ่มต้นที่ 14,500 บาท

5.LG Gram 17

LG-Gram-17
Credit : https://www.lg.com/

จุดเด่นของแล็ปท็อป LG รุ่นนี้ อยู่ที่หน้าจอขนาด 17 นิ้ว แสดงผลได้ถึง 1600P คมกริบระดับฟูลเอชดี ที่สำคัญพกพาไปไหนก็สะดวกง่ายดาย ด้วยน้ำหนักเพียง 1.35 กิโลกรัม เหมาะกับการทำงานได้ทุกที่ทุกสถานการณ์ มาพร้อมกับแบตอันสุดอึด ใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 14 ชั่วโมง ส่วนดีไซน์ของตัวเครื่องนั้นหรูหราสวยงามเรียบง่าย เป็นหนึ่งในแล็ปท็อปสมบูรณ์แบบของแบรนด์นี้เลยทีเดียว

คุณสมบัติ : RAM: 16GB, CPU-Intel Core i7-1065G7
ราคา : ประมาณ 19,000 บาท

จากข้อมูลที่เราให้ไปพอจะกระตุ้นกิเลสความอยากซื้อกันได้ไหมคะ แล็ปท็อปที่เราเลือกมานั้น มีหลายรุ่นหลายราคาหลากยี่ห้อ ทั้งยังเหมาะการใช้งานในวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน ใครมีงบเท่าไร ไลฟ์สไตล์แบบไหน เลือกที่ตรงใจกันได้เลย หรือจะเข้าไปเลือกใน Kaidee ก็ได้เช่นกัน รับรองว่ามีแล็ปท็อปราคาน่ารักสเปคดี รอให้เราจับจองเป็นเจ้าของเพียบ

5 แล็ปท็อปบางเบา พกไปทำงานที่ไหน ก็สะดวก

5 แล็ปท็อปบางเบา พกไปทำงานที่ไหน ก็สะดวก

บทความนี้น่าจะถูกใจชาวออฟฟิศและนักศึกษาแน่นอน เพราะว่าในปัจจุบัน การทำงานไม่ได้ทำจบแค่ที่ทำงานหรือห้องเรียนเพียงแค่ที่เดียว บางคนยังจะต้องนำงานกลับไปทำที่บ้านบ้าง นำออกไปทำงานข้างนอกบ้าง ต้องแบกแล็ปท็อปตลอดเวลา ก็ไม่อยากจะพกพาแล็ปท็อปที่หนักเกินไป ถ้าเกิดว่าพกของเยอะ ๆ อาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพของหลังได้เลยนะ

วันนี้ขอแนะนำแล็ปท็อปน้ำหนักเบา บอดี้บาง แถมสเปกดี พกพาไปที่ไหนก็สะดวก ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักเลย กับ 5 แล็ปท็อป น้ำหนักเบา พกไปทำงานสะดวก มีแบรนด์อะไรบ้างมาดูกันเลย

1. Lenovo Yoga S730

ด้วยความบางเพียง 1.19 เซนติเมตร น้ำหนัก 1.20 กิโลกรัม ผสานเข้ากับดีไซน์ที่ทันสมัย หน้าจอสามารถพับได้ 180 องศา ทำให้เจ้า Lenovo Yoga S730 เป็นแล็ปท็อปในซีรีส์ Yoga ที่บางที่สุด เมื่อนำไปวางรวมกับหนังสือแล้ว เพื่อน ๆ จะแยกไม่ออกเลยล่ะว่าอันไหนหนังสือ อันไหนคือเจ้า Lenovo Yoga S730 

โดยรวมแล้วถือว่าเจ้า Lenovo Yoga S730  เป็นแล็ปท็อปที่เหมาะกับการพกพา ไม่ว่าจะพกไปทำงาน ไปเรียน พกไปทำงานนอกสถานที่ หรือจะใช้พรีเซนต์งานกับลูกค้านอกสถานที่ก็ได้เช่นกัน

โดยราคาเริ่มต้นของ Lenovo Yoga S730 อยู่ที่ 29,241 บาท

2. Acer Swift 3 

โดยเจ้า Acer Swift 3 มากับบอดี้ที่บางเพียง 1.60 เซนติเมตรกับน้ำหนัก 1.19 กิโลกรัม จึงเหมาะสำหรับพนักงานออฟฟิศ หรือนักเรียนนักศึกษา และพกพาไปข้างนอกได้อย่างสะดวก สบาย 

อีกทั้งยังจัดเต็มเรื่องประสิทธิภาพที่คุ้มค่าแก่การลงทุน ทำให้เจ้า Acer Swift 3 เป็นแล็ปท็อปอีกหนึ่งตัวที่น่าสนใจครับ

โดยราคาเริ่มต้นของ Acer Swift 3 อยู่ที่ 13,990 บาท

3. Asus VivoBook S14 

ด้วยตัวเครื่องของเจ้า Asus VivoBook S14 มีความบางเพียงแค่ 18 มิลลิเมตรเท่านั้น กับน้ำหนักเครื่องที่แสนจะเบาแค่ 1.4 กิโลกรัม ทำให้เหมาะที่จะพกพาไปข้างนอกได้อย่างสะดวก คล่องตัว โดยมากับดีไซน์ที่โดดเด่น โดยใช้สีสันมาตัดกับเครื่องที่โทนเข้ม ทำให้ผู้ใช้รู้สึกโดดเด่นและหรูหรา 

ถึงแม้ว่าเจ้า Asus VivoBook S14 เครื่องจะบางมาก ๆ แต่ก็มีเทคโนโลยีที่ครบครันเหมือนเดิม ทำให้ผู้ใช้รู้สึกสะดวกมากขึ้นไปอีก ถ้าหากใครกำลังมองหาแล็ปท็อปดี ๆ สักเครื่อง เครื่องนี้ก็ตอบโจทย์ได้ดีเลยละครับ

โดยราคาเริ่มต้นของ Asus VivoBook S14 อยู่ที่ 24,990 บาท

4. HP Envy 13 

แล็ปท็อปตัวเครื่องบางเพียง 14.7 มิลลิเมตร อีกทั้งขอบจอยังบางเฉียบทั้ง 3 ด้าน ทำให้มองจอได้เต็มตามากขึ้น พกพาไปข้างนอกได้อย่างสะดวกด้วยน้ำหนักเพียง 1.179 กิโลกรัม 

ถึงแม้ว่าเจ้า HP Envy 13 จะมากับดีไซน์ที่เพรียวบาง แต่ก็จัดเต็มเรื่องเทคโนโลยีและประสิทธิภาพของตัวเครื่องมาให้ พร้อมที่จะทำงานได้ทุกที่กับบอดี้ที่เป็นโลหะทั้งหมด ทำให้ดูพรีเมียม แป้นพิมพ์มีไฟพื้นหลัง อีกทั้งยังมีพอร์ตการเชื่อมต่อที่ครบครัน ผสานเข้ากับดีไซน์ที่ทันสมัยและสเปกที่ยอดเยี่ยม ทำให้เจ้า HP Envy 13 เป็นอีกหนึ่งโน้ตบุ๊กที่น่าสนใจ เหมาะกับการพกพาไปทำงานนอกบ้านหรือจะทำในออฟฟิศก็สบายหายห่วงเลยล่ะครับ

โดยราคาเริ่มต้นของ HP Envy 13 อยู่ที่ 29,990 บาท

5. MacBook Air

เป็นแล็ปท็อปอีกหนึ่งตัวที่ยังคงเอกลักษณ์ที่ความบางเพียง 1.61 เซนติเมตรกับน้ำหนักเพียง 1.29 กิโลกรัม เหมือนกับรุ่นก่อนหน้านี้ไว้ ผสานกับบอดี้ที่ผลิตมาจากวัสดุอะลูมิเนียมซีรี่ส์ 6,000 ทำให้ดีไซน์ออกมาดูเรียบหรู แข็งแรงตามฉบับของ Apple และยังเป็นหนึ่งในรุ่นที่ได้รับความนิยมของพนักงานออฟฟิศ นักศึกษา นักเรียน อีกด้วย 

ซึ่งเจ้า MacBook Air สเปกนั้นขึ้นอยู่กับใครพอใจจะเลือกใส่สเปกแบบไหน เราสามารถเลือกสั่งตอนกดสั่งซื้อได้เลย 

โดยราคาเริ่มต้นของ Macbook Air อยู่ที่ 32,900 บาท ส่วนใครที่เป็นนักศึกษาจะสามารถซื้อได้ในราคา 29,600 บาท 

หากเพื่อน ๆ สนใจอยากได้แล็ปท็อปน้ำหนักเบาตามที่ได้แนะนำไป ลองเข้าไปดูที่เว็บไซต์ของแบรนด์หรือจะเข้าไปดูที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายต่าง ๆ ของแบรนด์ ได้เลย