รวม 7 โทรศัพท์ราคาไม่เกิน 3000 รุ่นไหนคุ้มสุด

รวม 7 โทรศัพท์ราคาไม่เกิน 3000 รุ่นไหนคุ้มสุด

หากย้อนกลับไปเมื่อก่อน สมาร์ตโฟนอาจจะมีราคาสูง แต่สมัยนี้มีสมาร์ตโฟนราคาไม่แรง แต่สเปกคุ้มค่ามากมายให้เลือกซื้อเลือกหามาใช้ วันนี้เรารวบรวมโทรศัพท์ราคาไม่เกิน 3000 บาท มาฝากกัน อยากรู้ว่าในงบประมาณเท่านี้ จะได้โทรศัพท์สเปกยังไง คุ้มแค่ไหน ไปดูเลย

โทรศัพท์ราคาไม่เกิน 3000 มีรุ่นไหนน่าสนใจบ้าง

Xiaomi Redmi 9A

สมาร์ตโฟนรุ่นเล็กกับดีไซน์เรียบ เฉียบ ดูทันสมัย ตัวเครื่องทำจากพลาสติกโพลีคาร์บอเนต ทำให้มีน้ำหนักเบา พกพาสะดวก ตัวหน้าจอกว้างถึง 6.53 นิ้ว 

ระบบปฏิบัติการของรุ่นนี้เป็น Android 10.0 ครอบด้วย MIUI 12  RAM 2GB

และ ROM 32GB ความจำภายนอก MicroSD สูงสุด 512 GB ด้านกล้องถ่ายรูป ได้ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล 

ส่วนอีกหนึ่งฟีเจอร์เด่นของ Xiaomi Redmi 9A คงหนีไม่พ้นแบตเตอรีความจุ 5,000 mAh และรองรับฟังก์ชันชาร์จไว 10W เรียกว่าสามารถใช้ได้แบบยาว ๆ ไม่ต้องพึ่งแบตสำรองเลย

ราคา Xiaomi Redmi 9A : 2,799 บาท

Wiko View4 Lite 

สมาร์ตโฟนดีไซน์เรียบหรูดูดีเกินราคา หน้าจอกว้างจุใจ 6.52 นิ้ว ความละเอียด 1600 x 720 พิกเซล ระบบปฏิบัติการ Android 10 พร้อมหน่วยความจำ RAM 2 GB และ ROM 64 GB และหน่วยความจำภายนอก MicroSD สูงสุด 256 GB 

Wiko View4 Lite ออกแบบให้รองรับการใช้บริการ Google Mobile Service ที่มีปุ่ม Google Assistant มาให้โดยเฉพาะ สามารถใช้สั่งงานผ่านเสียงได้อย่างสะดวกสบาย แถมด้วย Google Lens สำหรับค้นหาข้อมูลโดยใช้ภาพ 

รุ่นนี้มาพร้อมกล้องหลังสองตัว กล้องหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล และกล้องรอง ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ที่ช่วยให้ถ่ายภาพ Portrait ออกมาได้สวยเป๊ะ บวกกับเทคโนโลยี AI ปรับแสงและโทนสีของภาพ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายโหมดที่ช่วยให้คุณถ่ายภาพออกมาได้อย่างที่ต้องการ ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียดถึง 5 ล้านพิกเซล 

ด้านแบตเตอรี 4,000 mAh ถือว่าเพียงพอกับการใช้งาน เรียกว่าเป็นโทรศัพท์ราคาไม่เกิน 3000 ที่มีฟังก์ชันค่อนข้างครบ คุ้มค่า คุ้มราคามาก ๆ

ราคา Wiko View4 Lite : 2,999 บาท

OPPO A57

OPPO A57 สมาร์ตโฟนที่เหมาะกับคนชอบเซลฟี ดีไซน์เรียบหรู ตัวเครื่องทำจากโลหะพรีเมียม หน้าจอขนาด 5.2 นิ้ว หน่วยประมวลผล CPU Adreno 505  RAM 3 GB หน่วยความจำภายใน 32 GB รองรับหน่วยความจำภายนอก MicroSD สูงสุด 256 GB  ระบบปฏิบัติการ Android 6.0.1 Marshmallow ครอบทับด้วย ColorOS 3.0

ต้องบอกว่าสมาร์ตโฟนเครื่องนี้โดดเด่นเรื่องเซลฟีเป็นพิเศษ กล้องหน้าจึงมาพร้อมความละเอียดแบบจัดเต็มถึง 16 ล้านพิกเซล และกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล มีระบบเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

ด้านแบตเตอรีมีความจุ 2,900 mAh รองรับการใช้สองซิม 

ราคา OPPO A57 : 2,500 บาท

Vivo Y1s

Vivo Y1s เป็นอีกหนึ่งโทรศัพท์ราคาไม่เกิน 3000 บาท ที่สเปกครบเครื่องมาก ๆ หน้าจอจัดเต็มขนาด 6.22 นิ้ว กรอบทรงหยดน้ำ ช่วยเพิ่มความกว้างของหน้าจอแบบถึงขีดสุด ดีไซน์ทันสมัย ฝาหลังเป็นแบบไล่สี มาพร้อมระบบ Face Unlock ปลดล็อกด้วยการสแกนใบหน้า 

ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบด้วย Funtouch OS 10.5 หน่วยความจำ RAM 2 GB และ ROM 32 GB รองรับหน่วยความจำภายนอก microSD สูงสุด 256 GB ชิปประมวลผลเป็นของ Mediatek Helio P35 Octa Core

ด้านฟีเจอร์กล้องก็ถือว่าให้มาอย่างเพียงพอกับการใช้งาน กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล แบตเตอรีของ Vivo Y1s เองก็ถือว่าให้มาแบบจัดเต็ม 4,030 mAh เพียงพอต่อการใช้งานทั้งวัน

ราคา Vivo Y1s : 2,990 บาท

Nokia C3 

สมาร์ตโฟนเครื่องเล็กที่โดดเด่นเรื่องความทนทานอีกหนึ่งรุ่นที่อยากแนะนำคือ Nokia C3 หน้าจอขนาดพอดี 5.99 นิ้ว ความละเอียด 1440×720 พิกเซล 

ชิปประมวลผล Unisoc SC9863A RAM 2 GB ROM 16 GB รองรับหน่วยความจำ MicroSD สูงสุด 128 GB มีระบบสแกนลายนิ้วมืออยู่ที่ฝาหลัง รองรับการใช้งานสองซิม 

ด้านกล้องถ่ายภาพ กล้องหลังมีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ในขณะที่กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ในขณะที่แบตเตอรีมีความจุ 4,030 mAh 

หากมองภาพรวมถือว่าเป็นสมาร์ตโฟนที่ทนทาน สเปกถือว่าเพียงพอต่อความต้องการ 

ราคา Nokia C3 : 2,990 บาท

Samsung Galaxy a01 core 

ถ้ามองหาสมาร์ตโฟนราคาประหยัดจากฝั่ง Samsung เราขอแนะนำ Samsung Galaxy a01 core กับดีไซน์เรียบ ๆ ทันสมัย ตัวเครื่องเล็กกะทัดรัดเหมาะกับคนที่ไม่ชอบพกพาโทรศัพท์มือถือใหญ่ ๆ 

มาพร้อมหน้าจอขนาด 5.3 นิ้ว ความละเอียด 1480×720 พิกเซล ใช้ชิปประมวลผล Mediatek MT6739WW Quad-core 1.5GHz Cortex-A53 หน่วยประมวลผล GPU PowerVR GE8100

ด้าน RAM ให้มา 1 GB ส่วน ROM มีให้เลือกระหว่าง 16 และ 32 GB รองรับหน่วยความจำ MicroSD สูงสุด 512 GB และสามารถใช้ซิม Nano ได้สองซิม  

ส่วนระบบปฏิบัติการจะเป็น Android Go Edition ที่มีข้อดีคือไม่กิน RAM ช่วยให้เครื่องไม่หน่วง นอกจากนี้อีกหนึ่งความพิเศษคือจะมีแอปพลิเคชันที่เป็น Android GO ซึ่งจะกินพื้นที่ข้อมูลน้อยกว่าแอปทั่วไป ทำให้การประมวลผลและการทำงานของเครื่องไวขึ้นด้วย นอกเหนือจากนี้ก็สามารถใช้แอปทั่วไปได้ปกติเลย

ด้านกล้อง กล้องหลังจะมีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล อาจจะไม่ใช่มือถือที่มีสเปกกล้องที่โดดเด่นนัก แต่ก็อยู่ในระดับมาตรฐานของโทรศัพท์ราคาไม่เกิน 3000 

ส่วนแบตเตอรีมีความจุ 3000 mAh เทียบกับสเปกของการกินพลังงานของเครื่องแล้ว สามารถใช้ได้ทั้งวันโดยไม่ต้องพึ่ง Power Bank เลย

ราคา Samsung Galaxy a01 core : 2,499 บาท

Huawei Y5p

ปิดท้ายโทรศัพท์ราคาไม่เกิน 3000 บาท ด้วยสมาร์ตโฟนจากค่าย Huawei อย่าง Huawei Y5p ดีไซน์สดใส ทันสมัย ขนาดเครื่องพกพาง่าย หน้าจอกว้าง 5.45 นิ้ว ความละเอียด 720 x 1440 พิกเซล 

ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบด้วย EMUI 10.1 ใช้ชิปประมวลผล Mediatek MT6762R Octa Core และ GPU IMG GE8320 RAM 2 GB ROM 32 GB รองรับหน่วยความจำ MicroSD 512 GB 

ฟังก์ชันกล้องถ่ายรูปถือว่าเป็นสเปกพื้นฐานตามเพื่อน ๆ ที่ราคารุ่นราวคราวเดียวกัน กล้องหลังมีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล 

ด้วยความที่ตัวเครื่องมีขนาดเล็ก แบตเตอรีที่ให้มา 3,020 mAh จึงถือว่าเพียงพอต่อความต้องการ โดยรวมถือว่าเป็นสเปกที่เพียงพอต่อการใช้งานขั้นพื้นฐาน ในราคาที่จับต้องได้

ราคา Huawei Y5p : 2,999 บาท 

สรุปรวมโทรศัพท์ราคาไม่เกิน 3000 รุ่นไหน สเปกคุ้มค่าราคาโดนใจบ้าง

ปัจจุบันมีโทรศัพท์ราคาไม่เกิน 3000 บาท ให้เลือกหลากหลายรุ่น สำหรับโทรศัพท์ 7 รุ่น 7 ยี่ห้อที่เราคัดมาให้วันนี้ก็ถือว่ามีฟังก์ชันและดีไซน์ที่โดดเด่นแตกต่างกันออกไป สามารถเลือกได้ตามความต้องการด้านการใช้งานได้เลย

ใครที่อ่านแล้วสนใจมองหาโทรศัพท์ราคาไม่เกิน 3000 บาทรุ่นไหน ก็สามารถเข้าไปเลือกกันได้ที่ Kaidee เลย 

พิเศษ! Kaidee เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ KD Pay ที่จะมาเป็นตัวกลางชำระและรับเงินผ่าน Kaidee ให้คุณซื้อและขายสินค้าออนไลน์ได้มั่นใจกว่าเดิม หากซื้อสินค้าที่มีสัญลักษณ์ KD Pay หากไม่ได้รับสินค้าหรือสินค้าไม่ตรงปก สามารถยื่นขอคืนเงินได้ภายใน 7 วัน ถ้าพร้อมแล้ว ก็ไปชอปกันเลยค่ะ

Oppo A12 สมาร์ตโฟนกล้อง AI สำหรับสายโซเชียล!

Oppo A12 สมาร์ตโฟนกล้อง AI สำหรับสายโซเชียล!

จะซื้อสมาร์ตโฟนใหม่สักเครื่อง เชื่อว่าทุกคนย่อมมีเกณฑ์การเลือกที่แตกต่างกันไป บางคนอาจจะเล็งที่ดีไซน์เป็นหลัก บางคนเลือกสเปกแรง ๆ ไว้เล่นเกมแบบจุใจ บางคนขอแบตจุ ๆ ไว้ก่อนเพราะขี้เกียจพกสายชาร์จหรือพาวเวอร์แบงก์ หรือบางคนก็เลือกที่กล้องเทพ ๆ เอาไว้ถ่ายรูปลงโซเชียลให้ปัง

ถ้าคุณเป็นสายโซเชียลตัวยงที่มองหาสมาร์ตโฟนเครื่องเล็ก ๆ เบา ๆ ราคาย่อมเยา เราขอแนะนำสมาร์ตโฟนรุนฮอตจากค่าย Oppo อย่าง Oppo A12 เลย ถ้าอยากรู้ว่าเจ้าสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ดียังไง กล้องเทพแค่ไหน ควรค่าที่จะสอยหรือไม่ ไปดูกันเลยค่ะ

รีวิว Oppo A12 สมาร์ตโฟนกล้อง AI สำหรับสายโซเชียล

Oppo A12 สมาร์ตโฟนน้องเล็กที่มาพร้อมกล้องหลังคู่ AI สเปกพร้อมคุ้มค่าคุ้มราคา 4,599 บาท เรามาไล่เรียงกันไปทีละฟีเจอร์ดีกว่าว่าอะไรดี อะไรเด็ด 

สรุปสเปก Oppo A12 

ขนาดตัวเครื่อง: 155.9 x 75.5 x 8.3 มม.

น้ำหนัก: 165 กรัม

หน้าจอ: 6.22 นิ้ว ความละเอียด HD+

ระบบปฏิบัติการ: Android 9 ครอบด้วย ColorOS 6.1 

หน่วยประมวลผล: MediaTek Helio P35

GPU: IMG GE8320

Ram: 3GB

หน่วยความจำข้อมูลในเครื่อง: 32GB

Micro SD Card: สูงสุด 256GB

ช่องเสียบหูฟัง: 3.5 มม.

กล้อง: กล้องหลัง    2 เลนส์ 

เลนส์หลัก  13 ล้านพิกเซล f/2.2

เลนส์สอง     2 ล้านพิกเซล f/2.4

กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล f/2.4

แบตเตอรี: 4,230 mAh

สี: ดำ และน้ำเงิน 

ดีไซน์ Oppo A12 ฝาหลังแบบ 3D 

Oppo A12 มีขนาด 155.9 x 75.5 x 8.3 มม. น้ำหนักเพียง 165 กรัม มาพร้อมดีไซน์สวยหรูด้วยฝาหลังแบบ 3D Diamond Blaze สะท้อนแสงสีสวย ด้วยขอบโค้งมน มีให้เลือกสองสี คือ สีดำและน้ำเงิน

หน้าจอครอบด้วยกระจก Gorilla Glass 3 ความกว้าง 6.67 นิ้ว ดีไซน์ทรงหยดน้ำ พร้อมกับตัวกรองแสงสีฟ้าช่วยรักษาสายตาให้ด้วย เหมาะกับสายโซเชียลสุด ๆ จะไถจอทั้งวันก็ไม่สบายตาหายห่วง

พลังกล้องคู่ AI เอาใจสายโซเชียล

ฟีเจอร์เด่นของ Oppo A12 คือกล้องคู่ AI 2 เลนส์ เลนส์หลักมีความละเอียด 13 ล้านพิกเซล เลนส์สองมีความละเอียด 2 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล 

กล้องหลังมาพร้อมโหมดถ่ายต่อเนื่องและสามารถซูมได้ถึงหกเท่า เลนส์สองความละเอียดสองล้านพิกเซลเป็นเลนส์ Depth ช่วยให้ถ่ายรูปหน้าชัดหลังเบลอได้ง่าย ๆ เหมาะแก่การถ่ายรูป Portrait รับรองว่าเป๊ะปังมาก ๆ 

ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล จัดเต็มฟีเจอร์ AI Beautification ฟีเจอร์นี้ Oppo ตั้งใจออกแบบพัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ โดยสามารถวิเคราะห์อายุ เพศ ผิว และปรับแต่งให้สวยงามเป็นธรรมชาติ

ในขณะที่วิดีโอ สามารถถ่ายด้วยความละเอียด 1920 x 1080 และ 1280 x 720 แถมมาพร้อมแอปพลิเคชัน Soloop ตัดต่อวิดีโอลงโซเชียลแบบง่าย ๆ ชิล ๆ เร็วไวทันใจสายโซเชียล

ส่องสเปกและระบบปฏิบัติการของ Oppo A12

Oppo A12 ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 9 ครอบด้วย  ColorOS 6.1 ดีไซน์โดยรวมมีความเรียบง่าย คลีน ๆ น่าใช้ มาพร้อมหน่วยประมวลผล MediaTek Helio P35 Octa-Core ที่สามารถทำงานร่วมกับ Ram 3GB และความจุในเครื่อง 32GB แต่สามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกหรือ Micro SD Card ได้สูงสุดถึง 256 GB แถมยังมาพร้อมช่องใส่ซิมส์ได้ถึงสองซิมส์อีกด้วย 

นอกจากนี้ Oppo A12 ยังมีฟีเจอร์เด่น ๆ ที่ช่วยให้การใช้ชีวิตง่ายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น โหมดการขับขี่แบบชาญฉลาดที่ใช้ได้ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ เมื่อเปิดโหมดนี้เวลาขับรถ ระบบจะคัดเบอร์ที่จะโทรเข้ามาหรือแจ้งเตือน เช่น การเลือกให้แจ้งเตือนหรือโทรเข้ามาได้เฉพาะ หรือ ปิดการแจ้งเตือนและการโทรเข้า

Smart Sidebar เป็นอีกฟังก์ชันแถบทางลัดพิเศษด้านข้างหน้าจอ ที่ทำให้สลับไปใช้แอปพลิเคชันอื่นได้รวดเร็วทันใจยิ่งขึ้น แถมยังมี Smart Assistant ที่ช่วยจัดการการใช้แอปให้ไหลลื่นยิ่งขึ้น 

ถือว่าสเปกโดยรวมคุ้มค่ามากกับราคาเบา ๆ สามารถถ่ายวิดีโอ ถ่ายรูปภาพได้แบบจัดเต็ม ไม่ต้องกลัวความจำเต็มกันเลยทีเดียว 

Oppo A12 กับแบตเตอรี 4,230 mAh ทน ใช้ได้นานจุใจ

เรื่องความจุแบตเตอรี บอกเลยว่า Oppo A12 ก็ไม่น้อยหน้าใคร ชาร์จครั้งหนึ่ง สามารถใช้ได้นานจุใจ ถ้าเปิดเป็นโหมดสแตนด์บายสามารถอยู่ได้แบบจุก ๆ ถึง 380 ชั่วโมงเลยทีเดียว แต่สำหรับคนที่เล่นหนัก ๆ เช่น เล่นเกมทั้งวัน อาจจะต้องมีการชาร์จเพิ่มบ้างเล็กน้อย 

สรุปภาพรวม Oppo A12 สมาร์ตโฟนสำหรับสายโซเชียล

Oppo A12 เป็นหนึ่งในสมาร์ตโฟนรุ่นเล็กราคาเบา ๆ จาก Oppo ที่สร้างมาเพื่อเอาใจสายโซเชียลโดยเฉพาะ  

จุดเด่นหลัก ๆ ของ Oppo A12 อย่างแรกเลยก็คงหนีไม่พ้นเรื่องกล้อง เพราะจัดเต็มกล้องหลังเลนส์คู่พร้อมเทคโนโลยี AI ช่วยในการถ่ายภาพให้ออกมาสวยเป๊ะพร้อมลงโซเชียล เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล เลนส์สองมีความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล มีโหมด AI Beautification ที่ช่วยปรับรูปภาพเซลฟีของคุณให้ออกมาสวยใสเป็นธรรมชาติมาก ๆ 

ส่วนเรื่องสเปกโดยรวมก็ถือว่าคุ้มค่าราคา 4,599 บาท เพราะมาพร้อมหน่วยประมวลผล MediaTek Helio P35 Octa-Core ที่มีประสิทธิภาพ ยิ่งทำงานร่วมกับแรม 3 GB และหน่วยความจำภายในเครื่อง 32 GB (สามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอก MicroSD Card ได้สูงถึง 256 GB) ถือว่าสามารถใช้งานได้แบบสบาย ๆ หายห่วงเลย

เพราะฉะนั้นใครที่กำลังมองหาสมาร์ตโฟนรุ่นเล็ก ๆ ราคาย่อมเยาที่สเปกใช้งานได้ดี มีกล้องที่มาพร้อมฟีเจอร์สำหรับสายโซเชียลโดยเฉพาะ Oppo A12 ถือเป็นตัวเลือกหนึ่งที่เหมาะมาก ๆ เรียกได้ว่าเหมาะกับคนที่เน้นเล่นโซเชียลและใช้งานทั่วไป แถมยังได้แบตที่ค่อนข้างจุ ถือว่าเพียงกับการใช้งานอีกด้วย

ถ้ามองหา Oppo A12 มือสองสภาพดี มีให้เลือกหลากหลาย แวะเข้ามาดูได้ที่ Kaidee เลย ตอนนี้เรามีฟีเจอร์ใหม่อย่าง KD Pay ที่ให้ผู้ซื้อและผู้ขายชำระและรับเงินผ่าน Kaidee โดยตรง สะดวก ปลอดภัย มั่นใจได้กับการซื้อสินค้า 5 หมวดหมู่ยอดฮิต ไม่ว่าจะเป็นมือถือ รองเท้า กระเป๋า เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย และนาฬิกา 

พิเศษสำหรับนักชอปที่ซื้อสินค้าที่สมัครใช้บริการ KD Pay หากไม่ได้รับสินค้า สามารถยื่นขอคืนเงินได้ภายใน 7 วัน แถมชอปช่วงนี้ ฟรีค่าส่งทุกคำสั่งซื้อ ถึง 31 พ.ค 64 ด้วย! คุ้มขนาดนี้ต้องไปชอปด่วน ๆ แล้ว

mi 10t pro สมาร์ตโฟนรุ่นท็อป สเปกแรง ดีไซน์แจ่ม

mi 10t pro สมาร์ตโฟนรุ่นท็อป สเปกแรง ดีไซน์แจ่ม

Mi 10t Pro 5G เป็นสมาร์ตโฟนรุ่นท็อปจาก Mi 10T Series ที่เปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2020 ที่ผ่านมา ขอบอกว่ารุ่นน้องเขาเด็ดจริง ๆ เรียกว่าคู่ควรการเป็นรุ่นท็อปมาก ๆ เหมาะกับคนที่กำลังมองหาสมาร์ตโฟนที่สวยตั้งแต่ดีไซน์ภายนอกจนถึงความสามารถในการทำงานที่เหมาะกับทั้งสายเกม สายถ่ายรูป หรือสายใช้งานทั่วไป

ใครที่กำลังเล็ง ๆ รุ่นนี้ไว้เหมือนกัน บอกเลยว่าคุณมาถูกที่แล้ว เพราะเราจะมาไล่เรียงกันให้ดูว่า Mi 10t Pro 5G มีฟีเจอร์โดดเด่นอะไรบ้าง สเปกเป็นยังไง ไปตามอ่านกันได้เลย

รีวิว Mi 10t Pro 5G สมาร์ตโฟนรุ่นท็อปที่ไม่ควรพลาด

สรุปสเปกรวม Mi 10t Pro

ขนาด: 165.1 x 76.4 x 9.33 มม.

น้ำหนัก: 218 กรัม

จอแสดงผล: 6.67 นิ้ว ความละเอียด 2400 x 1800 full hd

ระบบปฏิบัติการ: Android 10 ครอบด้วย MIUI 12 

GPU: Snapdragon 865

หน่วยประมวลผล: Adreno 650

Ram: 8GB 

ความจุเครื่อง: 128 / 256GB 

กล้อง: กล้องหลัง 3 ตัว 

กล้องหัก 108 ล้านพิกเซล

กล้อง Ultrawide 13 ล้านพิกเซล

กล้อง Macro 5 ล้านพิกเซล

กล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล

แบตเตอรี: 5,000 mAh รองรับชาร์จไว 

ไม่มีช่องเสียงหูฟังขนาด 3.5 mm

สี: ดำ/ฟ้า/เงิน

ราคา: 13,990 บาท (8/128GB)

15,990 บาท (8/256GB)

Mi 10t Pro 5G กับดีไซน์สุดทันสมัยพร้อมหน้าจอกว้าง 6.67 นิ้ว

เรามาเริ่มต้นพูดถึงดีไซน์ภายนอกของ Mi 10t Pro 5G กันดีกว่า Mi 10t Pro 5G มาพร้อมดีไซน์ขอบจอกว้าง ไร้หยดน้ำ ครอบจอดูไม่หนาจนเกินไป ตรงมุมซ้ายของหน้าจอมีกล้องหน้าเล็ก ๆ วางอยู่บนหน้าจอเลย ให้ความรู้สึกคลีน เรียบง่าย น่าใช้มาก 

ตัวกรอบเครื่องใช้เป็นโลหะ ทำให้ดูทนทานแข็งแรง ไม่ก๊องแก๊ง ด้านหน้าจอและฝาหลังครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5 และด้วยความที่หน้าจอเป็น LCD ปุ่มสแกนลายนิ้วมือเลยต้องย้ายไปอยู่ที่ปุ่มเปิดเครื่องด้านข้างแทน ถือว่าสะดวกไปอีกแบบเหมือนกัน 

ถ้าเจาะกันที่หน้าจอ หน้าจอรุ่นนี้มาพร้อมเทคโนโลยี MEMC (Motion Estimation, Motion Compensation) ที่ช่วยให้ภาพหน้าจอดูลื่นไหล และรองรับการแสดงผลแบบ HDR10 และมาตรฐาน Widevine L1 ที่ทำให้ดูหนังจาก Netfix ในระดับ HD จุใจไปเลย

สำหรับ Mi 10t Pro 5G มีสามสีให้เลือก นั่นก็คือ สีดำ สีเงิน และสีฟ้า 

ส่องระบบปฏิบัติการและการทำงานของ Mi 10t Pro 5G เร็ว แรง จริงไหม

Mi 10t Pro 5G จัดเต็มด้วยสเปกแรงแซงหน้าราคา เริ่มต้นด้วยระบบปฏิบัติการ Andriod 10 ครอบด้วย MIUI 12 ที่ทำให้ทำงานได้แรงยิ่งขึ้นเมื่อทำงานร่วมกับชิป Snapdragon 865 แถมด้วยแรม 8 GB และ Rom เริ่มต้น 128 GB 

สามารถใช้งานหนัก ๆ จัดเต็มได้แบบสบาย ๆ เลย ไม่ว่าจะเล่นเกม ดูหนัง ดูคลิปวิดีโอ และอีกมากมาย 

นอกจากนี้ฟีเจอร์เด่นอีกอย่างหนึ่งที่ Mi 10t Pro 5G คือฟีเจอร์โคลนแอป หรือการก้อปแอปแยกออกเป็นเป็นชุดหนึ่งสำหรับคนที่อยากใช้สองบัญชี โดยความพิเศษคือสามารถโคลนได้ทุกแอปเลยทีเดียว เหมาะกับคนที่อยากแยกใช้สองบัญชีแบบจริงจังโดยไม่จำเป็นต้องมีโทรศัพท์สองเครื่อง 

ส่องกล้อง Mi 10t Pro 5G กล้องหน้า-หลังระดับโปร

หนึ่งในฟีเจอร์เด่นของ Mi 10t Pro 5G คือกล้องที่จัดเต็มทั้งด้านหน้าและด้านหลัง กล้องหลังจัดมาให้ถึง 3 เลนส์ เลนส์หลังความละเอียดสูงถึง 108 ล้านพิกเซล กล้อง Ultra Wide 13 ล้านพิกเซล กล้อง Macro 5 ล้านพิกเซล พอทำงานร่วมกับหน่วยประมวลผล Snapdragon 865 แล้วยิ่งช่วยให้โฟกัสไวยิ่งขึ้น

สำหรับใครที่ชอบถ่ายภาพ Portrait หน้าชัดหลังเบลอ ก็มีโหมดนี้เหมือนกัน 

แถม Mi 10t Pro 5G ยังใส่ฟีเจอร์สนุก ๆ เพิ่มกิมมิคในการถ่ายรูปอย่างโหมด Clone มาให้ด้วย ซึ่งเป็นการถ่ายรูปโดยแยกร่างคนในรูปได้ถึง 4 คน แถมโหมดนี้ยังเอาใช้กับกับการถ่ายวิดีโอได้อีกด้วย 

อีกหนึ่งโหมดที่น่าสนใจมาก ๆ ก็คือโหมดเปลี่ยนให้ท้องฟ้าเป็นท้องฟ้าแบบต่าง ๆ ได้ไม่ว่าจะท้องฟ้าตอนพระอาทิตย์ตกดิน ท้องฟ้าแสงเหนือ ท้องฟ้าแดดจ้า 

ส่วนวิดีโอก็สามารถใช้โหมด Steady หรือโหมดกันสั่นเพิ่มได้อีกด้าน

ส่วนกล้องหน้าก็มีความละเอียดถึง 20 ล้านพิกเซล รองรับโหมด Beauty ให้ถ่ายรูปออกมาเป๊ะปัง 

แบตเตอรี Mi 10t Pro 5G  จุใจ ชาร์จเต็มไว ใช้ชีวิตง่ายกว่าเดิม

Mi 10t Pro 5G มีแบตเตอรี 5,000 mAh ถือว่าได้ความจุแบบจัดเต็มเลยทีเดียว จะเล่นเกมส์ ดูหนัง ดูวิดีโอ เล่นโซเชียล ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ ก็ทำได้สบายมาก แถมยังมีระบบรองรับการชาร์จไว ใช้เวลาชาร์จไม่ถึงชั่วโมงก็เต็ม ทำให้ใช้ชีวิตง่าย ๆ ไม่จำเป็นต้องพก Power Bank ให้ยุ่งยากเลย

สรุปภาพรวม Mi 10t Pro 5G เหมาะกับใคร ควรค่าแก่การซื้อหรือไม่

Mi 10t Pro 5G หนึ่งในสมาร์ตโฟนสเปกแรง ราคาเบา ๆ จาก Xiaomi สมาร์ตโฟนรุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอกว้างถุง 6.67 นิ้ว และระบบปฏิบัติการ Andriod 10 ครอบด้วย MIUI 12 พร้อมชิปแรง ๆ อย่าง Snapdragon 865 

ตัว Ram ให้มาทั้งหมด 8 GB ความจุเครื่องเริ่มต้นที่ 128 GB ถือว่าสามารถใช้งานหนัก ๆ ได้แบบสบาย ๆ เลย นอกจากนี้ยังจัดเต็มฟีเจอร์เด่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นกล้องหลัง 3 เลนส์ กล้องหลัก 108 ล้านพิกเซล กล้อง Ultrawide 13 ล้านพิกเซล กล้อง Macro 5 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล 

อีกหนึ่งจุดเด่นคือแบตเตอรีที่จัดเต็มมาให้ถึง 5,000 mAh พร้อมโหมดประหยัดพลังงาน เรียกว่าสามารถใช้งานจัดเต็มกันได้ทั้งวันแบบไม่ต้องพึ่งที่ชาร์จหรือแบตสำรองเลยก็ได้ 

หากมองในภาพรวมแล้ว ถือว่า Mi 10t Pro 5G เป็นสมาร์ตโฟนอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจมาก ๆ และได้คะแนนในเรื่องความคุ้มเมื่อเทียบตัวฟีเจอร์ สเปก กับราคาที่เริ่มต้นเพียงแค่ 13,990 บาท 

ใครที่สนใจอยากจับจอง Mi 10t Pro 5G หรือ Xiaomi รุ่นอื่น ๆ ในราคาคุ้ม ๆ ลองมาเลือกซื้อกันได้ที่ Kaidee ตอนนี้ Kaidee มีฟีเจอร์ใหม่ KD Pay ที่จะช่วยเป็นตัวกลางรับและชำระเงินระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ช่วยให้คุณซื้อขายออนไลน์สะดวก ปลอดภัย มั่นใจได้ยิ่งขึ้น สำหรับใครที่ชอปแล้ว กลัวไม่ได้สินค้า ฟีเจอร์นี้เหมาะมาก ๆ เพราะถ้าจ่ายเงินผ่าน KD Pay การันตี ไม่ได้รับของ สามารถยื่นคืนเงินได้ พร้อมแล้วก็ไปชอปกันแบบมั่นใจได้เลยค่ะ 

Mi Note 10 lite สมาร์ตโฟนสเปกแรงในราคาน่ารัก

Mi Note 10 lite สมาร์ตโฟนสเปกแรงในราคาน่ารัก

Xiaomi Mi Note 10 Lite สมาร์ตโฟนรุ่นเด็ด ที่ถึงจะไม่ใช่ตัวเรือธงของค่าย แต่สเปกก็จัดเต็ม อัดแน่นด้วยคุณภาพในราคาไม่ถึงหมื่น ต้องบอกว่าเป็นโทรศัพท์อีกหนึ่งรุ่นของฝั่ง Xiaomi ที่น่าจับตามองมาก ๆ เพราะนอกจากฟังก์ชันทุกอย่างจะครบครันแล้ว ยังมาพร้อมดีไซน์เรียบสวย น่าใช้ เรียกได้ว่าสวยตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอกยันความสามารถจริง ๆ 

ด้วยความที่ช่วงนี้ทางเราเองก็กำลังแอบเมียงมองหาสมาร์ตโฟนคุ้ม ๆ สักเครื่องอยู่พอดี ก็เลยมีโอกาสได้หาข้อมูล พอมาเจอรุ่นนี้แล้ว เลยอดไม่ได้ที่จะเก็บข้อมูลมาแบ่งปันให้เพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาสมาร์ตโฟนรุ่นเด็ด สเปกแน่นอยู่เหมือนกัน 

ถ้าอยากรู้ว่า Xiaomi Mi Note 10 Lite เป็นยังไง สเปกแน่นจริงไหม คุ้มหรือเปล่า ไปดูกันเลย

รีวิว Mi Note 10 Lite สมาร์ตโฟนสเปกครบเครื่องได้ใจ

ส่องดีไซน์ Mi Note 10 Lite 

สมาร์ตโฟนรุ่นนี้มีขนาด 57.8 × 74.2 × 9.67 มม. หนัก 204 กรัม มาพร้อมดีไซน์ที่มีความโค้งมน ดีไซน์สวยงาม ทันสมัย หยิบจับคล่องมือ ไล่ระดับเฉดสี ทั้งตัวเครื่องด้านหน้าและด้านหลังครอบกระจก Corning Gorilla Glass 5 ตัวขอบทำจากอลูมิเนียม ทำให้ยิ่งดูสวยหรู น่าใช้ มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ขาว ดำ และม่วง

หน้าจอเป็นรูปหยดน้ำกว้าง 6.47 นิ้ว แสดงผลด้วยเทคโนโลยี AMOLED 24-bit (16 ล้านสี) ความละเอียดแบบ FullHD เทคโนโลยี AMOLED นั้นมักจะนำมาใช้กับสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียม นอกจากนี้ Mi Note 10 Lite ยังมาพร้อมโหมดหน้าจอที่รองรับการใช้งานในหลากหลายสถานการณ์ อาทิ โหมดถนอมสายตา โหมดกลางแจ้ง เป็นต้น

สเปกโดยรวมของ Mi Note 10 Lite

ขนาด: 57.8 × 74.2 × 9.67 มม. 

น้ำหนัก: 204 กรัม

หน้าจอ: หน้าจอหยดน้ำ (Water Drop Display)

ความละเอียด 1080 x 2340 pixel

ระบบปฏิบัติการ: Android Pie 10 ครอบด้วย MIUI 11

หน่วยประมวลผล : Snapdragon 730G

GPU: Adreno 618

RAM: 8GB 

ความจุเครื่อง: 128GB 

กล้อง: กล้องหลัง 4 เลนส์ 

เลนส์หลัก 64 ล้านพิกเซล 

เลนส์ Ultrawide  8 ล้านพิกเซล 

เลนส์ Depth 5 ล้านพิกเซล 

เลนส์ Macro 2 ล้านพิกเซล

กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล 

แบตเตอรี: 5,260 mAh รองรับชาร์จไว 30W (Fast Charging)

ระบบ Sims: รองรับ 2 Sims

พอร์ต : USB Type-C

ช่องเสียบหูฟัง: 3.5 มม.

รีวิวกล้องถ่ายรูป Mi Note 10 Lite จัดเต็มกับกล้องหลัง 4 เลนส์

มาพูดถึงหนึ่งในฟังก์ชันสำคัญของเจ้า Mi Note 10 Lite กันบ้างดีกว่า นั่นก็คือตัวกล้อง สำหรับรุ่นนี้มาพร้อมกล้องหลังจัดเต็มถึง 4 เลนส์ ความละเอียดกล้องหลังอยู่ที่ 64 ล้านพิกเซล บวกกับเลนส์ Ultrawide, Depth และ เลนส์ Macro ที่ช่วยให้ได้ภาพสวยเป๊ะหลากหลายแนว 

ส่วนกล้องหน้าที่ให้มาก็ไม่น้อยหน้าใคร ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแรงขนาด f 2.8 

กล้องของ Mi Note 10 Lite มาพร้อมกับโหมดช่วยถ่ายรูปต่าง ๆ อาทิ 

  • โหมดถ่ายภาพอัจฉริยะ (AI Camera) โหมดสวย (Face Beauty)
  • โหมดถ่ายภาพบุคคลให้สวยอัตโนมัติ (AI Face Beauty)
  • โหมดถ่ายภาพพาโนรามา (Panorama)
  • โหมด HDR

ด้านวิดีโอเองก็สามารถถ่ายระดับ HD ได้ เรียกว่าทำได้ครบ จบ ในตัวเดียว ไม่น้อยหน้าใคร

ระบบปฏิบัติการและการทำงานของ Mi Note 10 Lite

สำหรับ Mi Note 10 Lite ยังคงใช้ระบบปฏิบัติการณ์เดียวกับรุ่นอื่นใน Mi Note 10 Series ซึ่งเป็น Android Pie 10 ครอบด้วย MIUI 11 ที่มีความรวดเร็วและรองรับฟีเจอร์หลากหลาย แถมยังสามารถใช้ได้ต่อยาว ๆ

หากพูดถึงระบบความปลอดภัยก็มีทั้งระบบสแกนนิ้วบนหน้าจอและระบบสแกนแบบ 2D

ฟีเจอร์โดดเด่นของ Mi Note 10 Lite

ฟีเจอร์ปรับแต่งเสียง

เราสามารถปรับเสียง เอฟเฟกต์ได้อย่างหลากหลาย ทำให้สนุกกับการฟังเพลงมากยิ่งขึ้น

ฟีเจอร์ Dual Messenger 

เราสามารถโคลนแอปพลิเคชัน เช่น Line, Whatsapp และ Facebook ให้มีสองแอปสำหรับคนที่อยากแยกบัญชีใช้เป็นสองบัญชี 

ฟีเจอร์ Game Launcher 

แอปพลิเคชันที่ช่วยให้สามารถจัดการตั้งค่าต่าง ๆ ในเครื่องเพื่อให้สามารถเล่นเกมได้อยากลื่นไหลมากยิ่งขึ้น 

แบตเตอรีจัดเต็ม 5,260 mAh

Mi Note 10 Lite มาพร้อมแบตเตอรีถึง 5,260 mAh เพียงพอสำหรับการเล่นเกม ดูคลิปวิดีโอได้แบบยาว ๆ นอกจากนี้ยังมีโหมดประหยัดพลังงานเอาไว้ให้ประหยัดแบตเตอรีมากกว่าเดิม 

ราคาและความคุ้มค่า

ราคาของ Mi Note 10 Lite ในปัจจุบันเริ่มต้นที่ 9,999 บาท เท่านั้น

สรุปรวม Mi Note 10 Lite สมาร์ตโฟนรุ่นเล็กสเปกเด็ด

Mi Note 10 Lite ถือเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นเล็กในบรรดา Mi Note 10 Series ที่สเปกเด็ด สเปกแน่นไม่น้อยหน้ารุ่นพี่เลยทีเดียว เรียกว่ามีครบ แถมยังโดดเด่นด้วยกล้องหลังความละเอียดสูงถึง 64 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายรูปออกมาได้ดีมาก ๆ นอกจากนี้แล้วระบบปฏิบัติการเองก็ใช้ระบบเดียวกับรุ่นอื่น ๆ ในซีรีส์ รับรองว่าใช้ได้ง่าย ๆ แน่นอน

สำหรับราคาก็ถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับฟีเจอร์ที่จัดเต็มให้ครบ พร้อมใช้งานทุกด้าน เรียกว่าถ้าใครมองหาสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ที่ราคาเบา ๆ แต่มีฟังก์ชันพร้อมใช้งาน ก็แนะนำเป็นเจ้าตัวนี้เลย ใครสนใจ มองหา Mi Note 10 Lite มือสองราคาดี ๆ สภาพปัง มาซื้อได้ที่นี่เลย 

ตอนนี้ Kaidee มีฟีเจอร์ใหม่ KD Pay ที่จะช่วยเป็นตัวกลางรับและชำระเงินระหว่างผู้ซื้อและผูขาย ช่วยให้คุณซื้อขายออนไลน์สะดวก ปลอดภัย มั่นใจได้ยิ่งขึ้น สำหรับใครที่ชอปแล้ว กลัวไม่ได้สินค้า ฟีเจอร์นี้เหมาะมาก ๆ เพราะถ้าจ่ายเงินผ่าน KD Pay การันตี ไม่ได้รับของ สามารถยื่นคืนเงินได้ พร้อมแล้วก็ไปชอปกันแบบมั่นใจได้เลยค่ะ

10 รุ่นโทรศัพท์ราคาไม่เกิน 5,000 งบเท่านี้ใช้รุ่นไหนดีสุด?

10 รุ่นโทรศัพท์ราคาไม่เกิน 5,000 งบเท่านี้ใช้รุ่นไหนดีสุด?

ในปัจจุบันต้องยอมรับเลยว่า โทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ตโฟนกลายเป็นสิ่งของที่ต้องมีติดตัวกันทุกคน เนื่องจากโทรศัพท์มือถือในปัจจุบันสำคัญมากในเรื่องของการติดต่อสื่อสารหรือแม้กระทั่งบางคนอาจจะใช้โทรศัพท์ทำงานแทนคอมพิวเตอร์ในเวลาเร่งรีบก็มี จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีในโทรศัพท์มือถือพัฒนากันอย่างรวดเร็วมาก โดยตลาดโทรศัพท์มือถือนับว่าเป็นตลาดหนึ่งที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มราคาที่สูง ราคาปานกลางหรือจะกลุ่มราคาประหยัดก็ตาม ก็ต่างแข่งขันกันออกรุ่นใหม่ ๆ มาเพื่อให้ผู้ใช้งานได้มีตัวเลือกที่เยอะขึ้นในการตัดสินใจซื้อนั่นเอง

ปัจจัยการซื้อโทรศัพท์มือถือ

ซี่งการที่จะซื้อโทรศัพท์มือถือใหม่สักเครื่อง เราต้องคำนึงในเรื่องของปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ทั้งสเปกของตัวเครื่อง ฟีเจอร์ ราคา เพราะการกำหนดราคาซื้อของแต่ละบุคคลก็ไม่เท่ากัน บางคนกำหนดราคาซื้อไว้สูง เพราะต้องการสเปกที่ดีที่สุด บางคนกำหนดราคาไว้ระดับปานกลางถึงราคาต่ำ เพราะต้องการเครื่องที่คุ้มค่า แค่ใช้งานได้ทุกอย่างก็เพียงพอแล้ว ซึ่งแล้วแต่ความสะดวกในกำลังทรัพย์และความพึงพอใจของแต่ละคน 

ซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นไหนดี? 

วันนี้เรามี 10 โทรศัพท์มือถือราคาไม่เกิน 5,000 บาท มาแนะนำให้คนที่ไม่ต้องการใช้โทรศัพท์มือถือราคาสูง แต่ต้องการโทรศัพท์มือถือที่มีราคาคุ้มค่าหรือต้องการโทรศัพท์ไว้ใช้เป็นเครื่องสำรองจากเครื่องหลัก มาดูกันเลยมีรุ่นอะไรบ้าง

1. Redmi 9 

สมาร์ตโฟนแบตอึด 5,020 mAh รองรับระบบการชาร์จไว ที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่เต็มตาถึง 6.53 นิ้ว ตอบโจทย์การรับชมทุกคอนเทนต์ต่าง ๆ บนสมาร์ทโฟนได้เป็นอย่างดี โดยตัวเครื่องจัดเต็มเรื่องการถ่ายภาพกับกล้องหลังทั้งหมด 4 เลนส์และกล้องหน้า 1 เลนส์

ข้อมูลสเปกโดยสังเขป 

  • หน้าจอขนาด 6.53 นิ้ว (หน้าจอหยดน้ำ)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน่วยประมวลผล Mediatek Helio G80 Octa Core ความเร็ว 2.0 GHz
  • ระบบปฏิบัติการ MIUI 11 based on Android 10.0
  • หน่วยความจำ 
  • Ram 3/Rom 32 GB 
  • Ram 4/Rom 64 GB 
  • กล้องหน้า 8MP
  • กล้องหลัง 13MP + 8MP(Ultrawide) + 5MP(Macro) + 2MP(Depth) 
  • คุณสมบัติการกันน้ำ (ชั่วคราว)
  • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ 5,020 mAh
  • รองรับระบบชาร์จไฟ 18W (Fast Charging) 

ราคาเครื่องศูนย์ 4,599 บาท

2. Realme 5 

สมาร์ตโฟนสเปกดี แต่ราคาคุ้มค่าที่ราคาไม่ถึง 5,000 บาท ดีไซน์ตัวเครื่องโดดเด่น มีเอกลักษณ์ มาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6.5 นิ้ว ตอบโจทย์คนที่ชอบรับชมคอนเทนต์และเล่นเกมได้อย่างดี อีกทั้งยังมากับกล้องหลัง 4 เลนส์ที่แต่ละเลนส์ทำหน้าที่แตกต่างกัน ตอบโจทย์สำหรับคนที่ชอบการถ่ายภาพอีกด้วย ที่สำคัญยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh รองรับชาร์จไว ใช้งานได้ทั้งวันไม่ต้องกลัวแบตหมดกับราคาที่คุ้มค่าสุด ๆ 

ข้อมูลสเปกโดยสังเขป 

  • หน้าจอขนาด 6.5 นิ้ว (หน้าจอหยดน้ำ)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 665 Quad Core ความเร็ว 2.0 GHz
  • ระบบปฏิบัติการ Color OS 6.0 based on Android 9 (Pie) 
  • หน่วยความจำ 
  • Ram 3/Rom 32 GB
  • Ram 4/Rom 64/128 GB 
  • กล้องหน้า 13MP (Wide)
  • กล้องหลัง 12MP + 8MP (Ultrawide) + 2MP (dedicated macro camera) + 2MP depth sensor  
  • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ 5,000 mAh (รองรับระบบชาร์จไว)

ราคาเครื่องศูนย์ 4,599 บาท

3. Oppo A12

สมาร์ตโฟนหน้าจอ 6.22 นิ้ว ที่มาพร้อมกับกล้องหลังพลัง AI แบบกล้องคู่ เร็วแรงด้วยหน่วยประมวลผลความเร็ว 2.3 GHz กับดีไซน์ตัวเครื่องที่โดดเด่นและแบตเตอรี่ขนาด 4,230 mAh เล่นทั้งวันสบาย ๆ กับราคาสุดคุ้ม     

ข้อมูลสเปกโดยสังเขป 

  • หน้าจอขนาด 6.22 นิ้ว (หน้าจอหยดน้ำ)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน่วยประมวลผล Mediatek Helio P35 Octa Core ความเร็ว 2.3 GHz
  • ระบบปฏิบัติการ Color OS Color OS 6.1.2 based on Android 9 
  • หน่วยความจำ 
  • Ram 3/Rom 32 GB 
  • Ram 4/Rom 64 GB 
  • กล้องหน้า 5MP
  • กล้องหลัง 13MP + 2MP
  • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ 4,230 mAh

ราคาเครื่องศูนย์ 4,599 บาท

4. Oppo A5 2020 

สมาร์ตโฟนแบตอึด 5,000 mAh จัดเต็มเรื่องความบันเทิงกับเสียงจาก Dual Stereo ลำโพงคู่ผสานกับ Dolby Atmos ให้เสียงที่ดังและมีมิติในทุกคอนเทนต์ที่อยู่ในหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6.5 นิ้ว อีกทั้งยังจัดเต็มเรื่องกล้องถ่ายรูปในราคาสุดคุ้ม 

ข้อมูลสเปกโดยสังเขป 

  • หน้าจอขนาด 6.5 นิ้ว (หน้าจอหยดน้ำ)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 665 Octa Core ความเร็ว 2.0 GHz
  • ระบบปฏิบัติการ Color OS Color OS 6.0.1 based on Android 9 (Pie) 
  • หน่วยความจำ 
  • Ram 3/Rom 64 GB 
  • กล้องหน้า 8MP
  • กล้องหลัง 12MP + 8MP (Ultrawide) + 2MP 
  • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ 5,000 mAh

ราคาเครื่องศูนย์ 4,999 บาท 

5. Oppo A5s

สมาร์ตโฟนหน้าจอ 6.2 นิ้ว ใหญ่เต็มตามาพร้อมกับกล้องหลังคู่พลัง AI Beauty 2.0 จาก Oppo ที่จะทำให้ใบหน้าของเพื่อน ๆ ออกมาสวยหล่อ คมชัด นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับแบตที่อึดทน เล่นได้ทั้งวันกับแบตเตอรี่ 4,230 mAh

ข้อมูลสเปกโดยสังเขป 

  • หน้าจอขนาด 6.2 นิ้ว (หน้าจอหยดน้ำ)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน่วยประมวลผล Mediatek MT6765 Helio P35 Octa Core ความเร็ว 2.3 GHz
  • ระบบปฏิบัติการ Color OS 5.2 based on Android 8.1(Oreo) 
  • หน่วยความจำ 
  • Ram 4/Rom 64 GB 
  • กล้องหน้า 8MP
  • กล้องหลัง 13MP + 2MP 
  • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ 4,230 mAh

ราคาเครื่องศูนย์ 4,999 บาท

6. Redmi Note 7 

สมาร์ตโฟนหน้าจอใหญ่ 6.3 นิ้ว มาพร้อมกับชิปประมวลผลสุดแรงกับ Snapdragon 660 AIE Octa Core ทำให้เล่นเกมและโซเชียลมีความลื่นไหล อีกทั้งยังชูจุดเด่นเรื่องกล้องถ่ายภาพ 48+5 ล้านพิกเซล ที่มาพร้อมกับความฉลาดของ AI นอกจากนี้ยังให้แบตเตอรี่มาถึง 4,000 mAh พร้อมระบบชาร์จไว  

ข้อมูลสเปกโดยสังเขป 

  • หน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว (หน้าจอหยดน้ำ)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 660 AIE Octa Core ความเร็ว 2.2 GHz
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 (Pie) 
  • หน่วยความจำ 
  • Ram 3/Rom 32 GB 
  • กล้องหน้า 13MP
  • กล้องหลัง 48MP + 5MP 
  • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ 4,000 mAh (รองรับระบบชาร์จไว)

ราคาเครื่องศูนย์ 4,999 บาท

7. Vivo Y15 2020

สมาร์ตโฟนแบตอึด ใช้ได้ทั้งวันกับแบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh ยังมาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6.35 นิ้ว ดูคอนเทนต์ได้แบบเต็มตา อีกทั้งยังมากับกล้องหลัง 3 ตัว  13 + 8 + 2 ล้านพิกเซลทำงานร่วมกับ AI ที่ฉลาดสุด ๆ 

ข้อมูลสเปกโดยสังเขป 

  • หน้าจอขนาด 6.35 นิ้ว (หน้าจอหยดน้ำ)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน่วยประมวลผล Mediatek Helio P22 Octa Core ความเร็ว 2.0 GHz
  • ระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 9 based on Android 9 (Pie) 
  • หน่วยความจำ 
  • Ram 4/Rom 64 GB 
  • กล้องหน้า 16MP
  • กล้องหลัง 13MP + 8MP + 2MP
  • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ 5,000 mAh (รองรับระบบชาร์จไว)

ราคาเครื่องศูนย์ 4,999 บาท

8. Vivo Y12 

เป็นสมาร์ตโฟนอีกหนึ่งรุ่นของแบรนด์ Vivo ที่มากับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 5,000 mAh เล่นได้ทั้งวันไม่ต้องกลัวกับหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6.35 นิ้ว ชมคอนเทนต์เต็มตาแบบฟิน ๆ อีกทั้งยังมาพร้อมกับกล้องหลังพลัง AI ถึง 3 เลนส์ โดยมีเลนส์การถ่ายภาพมุมกว้างพิเศษให้มาด้วย 

ข้อมูลสเปกโดยสังเขป 

  • หน้าจอขนาด 6.35 นิ้ว (หน้าจอหยดน้ำ)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน่วยประมวลผล Mediatek Helio P22 Octa Core ความเร็ว 2.0 GHz
  • ระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 9 
  • หน่วยความจำ 
  • Ram 3/Rom 32 GB 
  • กล้องหน้า 8MP
  • กล้องหลัง 13MP + 8MP + 2MP + 8MP + 2MP
  • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ 5,000 mAh (รองรับระบบชาร์จไว)

ราคาเครื่องศูนย์ 4,999 บาท

9. Samsung Galaxy A10s 

สมาร์ตโฟนจากแบรนด์ Samsung รุ่น A10s ที่ถูกพัฒนาต่อจากรุ่น A10 ที่มีราคาถูกกว่ารุ่นพี่ โดยมากับหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ 6.2 นิ้ว และมีกล้องหลังเพิ่มเป็น 2 เลนส์ 13 + 2 ล้านพิกเซล ทำให้การถ่ายภาพมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย  

ข้อมูลสเปกโดยสังเขป 

  • หน้าจอขนาด 6.2 นิ้ว (หน้าจอหยดน้ำ)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 660 Octa Core ความเร็ว 2.2 GHz
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 (Pie) 
  • หน่วยความจำ 
  • Ram 2/Rom 32 GB 
  • กล้องหน้า 8MP
  • กล้องหลัง 13MP + 2MP Depth Camera
  • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ 4,000 mAh (รองรับระบบชาร์จไว)

ราคาเครื่องศูนย์ 4,999 บาท

10. Motorola One Macro 

ปิดท้ายกันด้วย Motorola One Macro เป็นสมาร์ตโฟนที่ชูจุดเด่นเรื่องกล้อง Macro สามารถโฟกัสวัตถุได้ใกล้มากถึง 2 เซนติเมตร และยังมีกล้องอีก 3 เลนส์ที่ทำหน้าที่ต่างกันอีกด้วยด้วย นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ 6.2 นิ้ว ทำให้ดูคอนเทนต์ต่าง ๆ ได้อย่างเต็มตา แถมแบตเตอรี่ให้มาถึง 4,000 mAh ที่รองรับระบบชาร์จไวอีกด้วย 

ข้อมูลสเปกโดยสังเขป 

  • หน้าจอขนาด 6.2 นิ้ว (หน้าจอหยดน้ำ)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน่วยประมวลผล Mediatek Helio P70 Octa Core ความเร็ว 2.1 GHz
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 (Pie) 
  • หน่วยความจำ 
  • Ram 4/Rom 64 GB 
  • กล้องหน้า 8MP
  • กล้องหลัง 13MP + 2MP (Dedicated Macro Camera) + 2MP Depth Sensor  
  • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ 4,000 mAh (รองรับระบบชาร์จไว)

ราคาเครื่องศูนย์ 4,990 บาท

สรุปท้ายบทความ

โทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ตโฟนราคาถูก ไม่ได้แปลว่าจะไม่ดีเสมอไป เพราะตอนนี้คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับของที่คุ้มค่าคุ้มราคามากขึ้น ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อของที่มีราคาสูงตลอด เช่นเดียวกับโทรศัพท์มือถือในปัจจุบัน ผู้ผลิตพยายามจะผลิตโทรศัพท์มือถือที่มีสเปกกลาง ๆ หรือใกล้เคียงกับตัว Top แล้วนำมาขายในราคาที่คุ้มค่า ทุกคนสามารถเอื้อมถึง แต่อาจจะลดฟีเจอร์หรือสเปกบางอย่างลง เพื่อที่จะขายในราคาที่ถูกได้ ซึ่งถือว่าได้กระแสตอบรับดี ทำให้ตลาดโทรศัพท์มือถือที่มีราคาคุ้มค่าในปัจจุบันก็แข่งขันกันอย่างดุเดือดเช่นกัน ทีนี้ก็แล้วแต่ผู้ใช้งานอย่างเราว่าจะเลือกใช้แบรนด์ไหนดี

ถ้าหากเพื่อน ๆ ต้องการหาโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ตโฟนสเปกดี ราคาคุ้มค่า ทาง Kaidee เราก็มีให้เพื่อน ๆ ได้เลือกเยอะเลย มาดูกันก่อนได้นะ