7 ไอเดียมิกซ์แอนด์แมทช์ของวินเทจไม่มีตกเทรนด์

7 ไอเดียมิกซ์แอนด์แมทช์ของวินเทจไม่มีตกเทรนด์

ในปัจจุบันกระแสแฟชั่นในประเทศไทยนั้นมีความหลากหลายเป็นอย่างมาก แต่เทรนด์แฟชั่นที่มาแรงตลอดกาลแบบไม่มีตกยุคนั้นต้องยกให้ “การแต่งตัวแนววินเทจ” ที่ฮิตกันมากๆ โดยเฉพาะในหมู่สาวๆ ที่ไม่เพียงแต่จะช่วยเสริมลุคให้ดูดีไม่ซ้ำใคร แต่ยังเป็นการมิกซ์แอนด์แมทช์ไอเทมหลายแบบหลายแนวเข้าไว้ด้วยกันอย่างสนุกและลงตัว รวมถึงยังปรับเปลี่ยนลุคให้ดูน่ารัก สวยหวาน หรือจะไปทางเซ็กซี่ก็ชวนน่ามองได้เช่นกัน

แต่การแต่งตัวแนววินเทจก็ต้องทำความเข้าใจหลักการเล็กๆ น้อยๆ กันก่อน เนื่องจากเสื้อผ้า และกางเกงจะมีความย้อนยุค หากว่าเราเลือกหยิบจับชิ้นที่ไม่มิกซ์แอนด์แมทช์มาใส่ก็จะทำให้ดูเหมือนคนมีอายุ แต่ถ้าหากว่าเราเลือกชิ้นที่มีความเข้ากันก็จะให้ภาพลักษณ์ออกมาดูมีความร่วมสมัย เก๋ และน่ารัก 

วันนี้เราจึงจะพาเพื่อนๆ มาทำความรู้จักกับ 7 ไอเดีย สำหรับการแต่งตัวแนววินเทจที่ผู้หญิงก็ใส่ได้ ผู้ชายก็ใส่ดี พร้อมด้วยไอเดียมิกซ์แอนด์แมทช์ไอเทมเหล่านี้ให้ได้แนววินเทจสุดเก๋และเท่ไม่ซ้ำใคร ถ้าพร้อมแล้วก็ตามมาดูกันได้เลย

1. เสื้อกั๊ก

หลายคนอาจมีภาพจำที่ไม่ค่อยดีกับเสื้อกั๊กเท่าไรนัก เนื่องจากภาพที่ชินตาของเราคือเสื้อแขนกุดตัวในที่เหล่าสุภาพบุรุษมักสวมใส่ทับเสื้อเชิ้ตแขนยาวและมีสูทคลุมอีกชั้นเพื่อความเรียบร้อยและเป็นทางการ แต่เสื้อกั๊กที่นิยมนำมาใส่แต่งตัวแนววินเทจส่วนใหญ่จะไม่ได้มีความเรียบหรูแบบทางการ แต่จะเป็นเสื้อกั๊กที่ทำจากผ้าคอตตอน หรือทำจากไหมพรมนั่นเอง

โดยส่วนใหญ่การแต่งตัวแนววินเทจที่หยิบเอาเสื้อกั๊กมาใส่เข้ากับชุดสูท แต่เราจะเปลี่ยนเสื้อตัวในให้มีความน่ารักและยูนีคขึ้นไปอีก จะเน้นไปที่แนวลำลองทั่วไปมากกว่า ซึ่งสาวๆ สามารถเอาเสื้อกั๊กไหมพรมมาใส่ทับกับเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์ หรือผู้ชายก็สามารถหยิบเสื้อกั๊กที่มีช่องกระเป๋าเยอะๆ ใส่ทับกับเสื้อยืดให้อารมณ์แนวแคมป์ปิ้งก็เท่ไปอีกแบบได้เหมือนกัน

2. กางเกงขาบาน

มาที่กางเกงกันบ้างซึ่งเราอยากแนะนำกางเกงขาบานที่มีลักษณะเป็นกางเกงขายาว ตั้งแต่ช่วงต้นขาลงไปจะมีความกว้าง ให้อารมณ์วินเทจสุดๆ แถมยังเน้นไปที่การสวมใส่สบาย ไม่อึดอัดจนทำให้เรารู้สึกไม่สบายตัว 

ซึ่งกางเกงขาบานเป็นไอเทมอีกหนึ่งชิ้นที่จะทำให้ลุคของสาวๆ ดูวินเทจขึ้นมาทันที ควรเลือกกางเกงขาบานที่เป็นผ้ายีนส์หรือเดนิมจะดีที่สุด เพราะสามารถนำมาใส่มิกซ์แอนด์แมทช์ได้ง่าย ยกตัวอย่างเช่น นำมาใส่คู่กับเสื้อวงดนตรีหรือเสื้อยืดสีขาวแล้วเอาเสื้อเข้าในกางเกงแค่นี้ก็มีความวินเทจแล้ว นอกจากนี้กางเกงขาบานยังช่วยพรางสายตาให้สาวๆ ดูขาเรียวยาวมากกว่าเดิมอีกด้วย

3. รองเท้าทรง Loafers

คอมพลีทลุคเก๋ๆ ให้ดูสมบูรณ์แบบด้วยรองเท้าทรง Loafers ซึ่งเป็นรองเท้าส้นเตี้ยไม่มีเชือก มาพร้อมดีไซน์สุดเรียบง่าย เสริมความคลาสสิกด้วยหนังที่เงางามอันเป็นเอกลักษณ์ ช่วยเสริมลุคให้ดูกึ่งทางการ สุภาพเรียบร้อย ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทช์สวมใส่ในวันสบายๆ ได้เช่นเดียวกัน

4. ผ้าพันคอพิมพ์ลาย

นับว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องประดับสำหรับการแต่งตัวแนววินเทจที่จะขาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด โดยผ้าพันคอพิมพ์ลายแนววิเนทจส่วนใหญ่จะทำจากผ้าไหมลื่นมือ พร้อมพิมพ์ลายสีสันสดใสของดอกไม้ สีทองหรูหรา หรือแม้แต่ลายลูกน้ำที่เรียกกันว่าพาสลีย์ เป็นต้น 

ซึ่งลวดลายแปลกตาเหล่านี้ที่นับว่าเป็นเสน่ห์ทำให้เรารู้สึกถึงกลิ่นอายความย้อนยุค ความพิเศษของมันที่ไม่ใช่ทำหน้าที่เป็นเพียงแค่ผ้าพันคอเท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาโพกหัวใช้แทนที่คาดผม มัดผม หรือแม้แต่นำมาพาดไหล่เก๋ๆ แค่นี้ก็เพิ่มลุคเก๋ๆ แบบวินเทจแล้ว

5. กระโปรงวินเทจกับเสื้อสีพื้น

มาที่กระโปรงกันบ้างซึ่งเราขอแนะนำเป็นกระโปรงยาวประมาณเข่าหรือประมาณกลางหน้าแข้งที่มีลักษณะพลิ้วๆ หรือพิมพ์ลวดลายวินเทจสุดแปลกตาก็นับว่าเป็นไอเทมอีกหนึ่งชิ้นสำหรับการแต่งตัวแนววินเทจที่ห้ามพลาดเช่นเดียวกัน ซึ่งกระโปรงวินเทจสามารถนำมาสวมใส่มิกซ์แอนด์แมทช์ได้ง่ายๆ เช่น กระโปรงพิมพ์ลายวินเทจกับเสื้อยืดสีพื้นสักตัว แค่นี้ก็ดูเก๋เรียบไม่ซ้ำใครแน่นอน

6. เครื่องประดับวินเทจ

หลังจากที่เราได้แนะนำเสื้อ กางเกง กระโปรง และรองเท้ากันไปแล้ว สิ่งหนึ่งที่จะขาดไปไม่ได้ นั่นก็คือ “เครื่องประดับวินเทจ” นับว่าเป็นหนึ่งไอเทมที่คงอยู่กับสไตล์การแต่งตัวแนวต่างๆ มาโดยตลอด ซึ่งเครื่องประดับที่เหมาะกับการแต่งตัวแนววินเทจ คือ เครื่องประดับที่เน้นความอลังการ เล่นใหญ่ เช่น ต่างหูใหญ่ๆ สร้อยคอใหญ่ๆ เป็นต้น แต่ต้องเลือกเพียงหนึ่งชิ้นเท่านั้น ถ้าสาวๆ อยากใส่สร้อยคอใหญ่ๆ ก็ห้ามใส่ต่างหูใหญ่ๆ ที่เหมือนกัน

7. เสริมด้วยแว่นตาสไตล์ Granny

ในเมื่อแต่งองค์ทรงเครื่องแทบจะครบเกือบทุกชิ้นแล้ว ยังมีอีกหนึ่งไอเทมที่ขาดไม่ได้อย่างเด็ดขาดสำหรับการแต่งตัวแนววินเทจ นั่นก็คือ “ แว่นตา” ซึ่งต้องเป็นแว่นตาสไตล์ Granny หรือแว่นตาทรงคุณยายนั่นเองโดยจะมีลักษณะกรอบสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ถ้าเป็นแว่นกันแดดก็ควรเลือกเลนส์เป็นสีชาหรือสีน้ำตาลที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเบาๆ ยิ่งเมื่อสวมใส่แว่นตาสไตล์ Granny ควบคู่ไปกับผ้าโพกหัวพิมพ์ลายก็ต้องบอกเลยว่าเก๋และเท่สุดๆ เหมือนย้อนยุคกลับไปปี 70s ที่วินเทจกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

สรุป

เป็นอย่างไรกันบ้างกับไอเดียเก๋ๆ เพื่อให้คุณแต่งตัวแนววินเทจสนุกๆ และมิกซ์แอนด์แมทช์กันอย่างเพลินๆ เมื่ออ่านจบแล้วเพื่อนๆ ก็ลองรื้อตู้เสื้อผ้าออกมาดูกันได้ แต่ถ้าหากความวินเทจยังไม่พอก็สามารถออกไปช้อปไอเทมเหล่านี้ได้แบบราคาไม่แรงแถมยังจะช่วยเสริมลุคให้คุณดูเก๋และมีสไตล์ไม่ซ้ำใครอย่างแน่นอน 

สำหรับสาวๆ หรือหนุ่มๆ คนไหนที่ยังหาแหล่งช้อปสินค้าวินเทจไม่ได้ ลองคลิกเข้ามาช้อปออนไลน์ได้ที่ Kaidee แหล่งขายของออนไลน์ราคาถูกที่มีของให้คุณเลือกช้อปอย่างนับไม่ถ้วน

5 แบรนด์แว่นกันแดดสำหรับสาวๆ รับรองใส่แล้วชิค ไม่มีเอาท์

5 แบรนด์แว่นกันแดดสำหรับสาวๆ รับรองใส่แล้วชิค ไม่มีเอาท์

แม้จะเป็นฤดูฝน แต่แดดเมืองไทยก็ยังคงแรงสุดๆ “แว่นกันแดด” เลยยังเป็นของที่ทุกคนต้องพกไว้ตลอดเวลา เพราะนอกจากจะช่วยปกปกป้องดวงตาของเราจากแสงแดดที่แรงจ้าแล้ว ยังช่วยส่งเสริมลุคการแต่งตัวของเราให้ดูมีอะไรมากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าเป็นไอเท็มสุดฮิตสำหรับคนทุกเพศทุกวัยที่ขาดไม่ได้ในทุกฤดูเลยจริงๆ วันนี้ Neptune จะพาเพื่อนๆ ไปดู 5 แบรนด์แว่นกันแดดสุดฮิต ที่ครองใจใครหลายๆคน รับรอง ใส่แล้วชิค ไม่มีเอาท์อย่างแน่นอน  

1.Rayban 

มาเริ่มกันที่แบรนด์แรกที่เรียกได้ว่า หากพูดถึงแว่นกันแดดแล้ว แบรนด์นี้คงขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งในใจใครหลายๆคน นั่นก็คือ Rayban นั่นเอง ด้วยดีไซน์สุดสวย กับคุณภาพคับแก้ว ทำให้ครองใจใครหลายคนมาอย่างยาวนาน โดยราคาของแว่นกันแดดแบรนด์นี้เริ่มต้นที่ประมาณ 4500 บาท ซึ่งรุ่นยอดฮิตคงหนีไม่พ้น Aviator,Wayfarer , Round Metal เป็นต้น

2. Super

รูปภาพจาก retrosuperfuture.com

มาต่อกันที่อีกแบรนด์สุดฮิตจากอิตาลีอย่าง Super ที่มีหลากหลายดีไซน์ให้เลือกสรร ตั้งแต่แบบคลาสสิกเรียบหรูจนถึงแบบจี๊ดจ๊าดสดใส เรียกได้ว่าสามารถหาแว่นกันแดดทุกสไตล์ได้จากแบรนด์นี้ โดยเฉพาะตัวแม่แฟชั่นจ๋า รับรองว่าต้องชอบ โดยราคาเริ่มต้นของแว่นกันแดด Super อยู่ที่ประมาณ 6000 บาทจนถึงหลักหมื่น ส่วนรุ่นยอดฮิตอย่างเช่น Lucia 

3. Christian Dior

รูปภาพจาก otticanet.com

มาที่แบรนด์ Hi-end อย่าง Christian Dior ที่ไม่ว่าจะออกไอเท็มอะไรมาก็ฮิตฮอตกันทุกประเภท ซึ่งแว่นกันแดดก็เช่นกัน ด้วยดีไซน์เรียบหรู ดูดี ทำให้เหล่าเซเลปตัวแม่ใช้กันหลายคน จึงไม่แปลกที่หลายๆคนจะหันมาซื้อตามกันให้ควั่ก โดยรุ่นที่ฮอตที่สุดคงหนีไม่พ้น Dior so real เจ้าแว่นทรงกลมสุดชิคที่ครองใจสาวๆอย่างต่อเนื่อง โดยแว่นของ Dior ราคาเริ่มต้นไม่ได้แพงมาก อยู่ที่ 3000 บาทเท่านั้น

4.Karen Walker

รูปภาพจาก specscollective.com

อีกยี่ห้อที่พลาดไม่ได้สำหรับสายแฟชั่นก็คือ Karen Walker ด้วยดีไซน์สุดล้ำ ที่ผสมผสานความเป็นแฟชั่นเข้าไป ทำให้เอาไปแมตต์สร้างลุคชิคๆ ได้มากมาย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่เป็นแฟชั่นตัวแม่ ที่มองหาไอเท็มมาเติมเต็มลุค หรือคนที่ชอบแว่นกันแดดที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เรียกว่าใครเห็นก็ต้องจำได้ โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 3000 จนถึง 20000 บาท

5.Oakley

มาต่อกันที่แบรนด์สุดท้ายที่เราเอามาฝากในวันนี้กับ Oakley ที่หลายๆคนคงได้ยินชื่อกันมาอย่างยาวนาน โดยเป็นแบรนด์ที่การันตีเรื่องของคุณภาพได้เลยว่าคับแก้วสุดๆ ซึ่งแว่นกันแดดของ Oakley จะไม่ได้แฟชั่นจ๋า จะออกแนวเท่ๆ คูลๆ เป็น unisex เหมาะกับทั้งชายและหญิง โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 5000 บาทนั่นเอง

เป็นยังไงบ้างคะ หนุ่มๆสาวๆ กับแว่นกันแดดที่เราเอามาฝากกันทั้ง 5 แบรนด์ เหมาะกับการเป็นไอเท็มที่ช่วยป้องกันดวงตาคู่สวยจากแสงแดดที่แผดเผาของประเทศไทยจริงๆ หรือจะนำมาเติมเต็มลุคแฟชั่นชิคๆก็ย่อมได้ หากใครสนใจสามารถซื้อ-ขายใน Kaidee แหล่งรวมของคุณภาพ ราคาดี คราวหน้าเราจะเอาอะไรมาฝากกันอีก ฝากติดตามด้วยนะคะ

เทคนิคเลือกแว่นกันแดดยังไง ให้เข้ากับใบหน้า

เทคนิคเลือกแว่นกันแดดยังไง ให้เข้ากับใบหน้า

เพื่อน ๆ เคยไหมเวลาใส่แว่นกันแดดหรือแว่นสายตาทั่วไป ส่องกระจกแล้วคิดว่าทำไมแว่นกันแดดรูปทรงแบบนี้ไม่เข้ากับใบหน้าของเราเลยหรือเวลาไปเลือกซื้อแว่น กว่าจะได้แบบที่ถูกใจก็ใช้เวลาหารูปทรงที่เข้ากับใบหน้าเรานานมาก ๆ 

วันนี้เราจะมาแชร์เทคนิคการเลือกรูปทรงแว่นกันแดดให้เข้ากับรูปหน้าของเรา จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปยืนเลือกแว่นนาน ๆ ไปถึงร้านปุ๊ป ดูทรงที่เข้ากับรูปหน้าและซื้อได้เลย แถมใส่แล้วดูดีเข้ากับรูปหน้าของเราอีกด้วย

โดยรูปหน้าของคนเราจะมีด้วยกัน 5 รูปทรงหลัก ๆ คือ

1. ใบหน้ารูปหัวใจ 

ที่มีใบหน้าทรงรูปหัวใจจะมีลักษณะ ทรงหน้าสามเหลี่ยมมีโหนกแก้มสูง หน้าผากกว้างและมีคางที่แคบ

ทรงแว่นที่ไม่ควรใส่ คือ ทรงหยดน้ำและแว่นขนาดใหญ่ ซึ่งจะทำให้หน้าผากดูกว้างและดูใหญ่ขึ้น 

ทรงแว่นที่ควรใส่ คือ แว่นทรงกลมหรือทรงรี จะช่วยให้ใบหน้าบาลานซ์หรือสมดุลมากที่สุด 

2. ใบหน้าทรงยาวหรือรูปไข่

คนที่มีใบหน้าทรงยาวหรือรูปไข่จะมีลักษณะ ใบหน้าที่มน เรียว มีความสมดุลทุกส่วน โดยตรงโหนกแก้มจะเป็นส่วนที่กว้างออกที่สุด

ทรงแว่นที่ไม่ควรใส่ คือ แว่นขนาดที่ใหญ่ เพราะจะทำให้ใบหน้าที่เล็กเรียวอยู่แล้ว ให้ดูเล็กขึ้นไปอีก 

ทรงแว่นที่ควรใส่ คือ ปกติคนที่มีลักษณะใบหน้าวงรีหรือรูปไข่ จะสามารถใส่แว่นได้ทุกทรงอยู่แล้ว แต่ที่เหมาะที่สุด คือ แว่นทรงเหลี่ยม ทรงกลม หรือจะทรงหยดน้ำ จะทำให้ใบหน้าดูโดดเด่นมากขึ้น

3. ใบหน้าทรงกลม 

คนที่มีใบหน้าทรงกลมจะมีลักษณะ ใบหน้าค่อนข้างสั้น เพราะโครงหน้าจะเสมอกัน

ทรงแว่นที่ไม่ควรใส่ คือ แว่นทรงกลม เพราะถ้าใส่แล้วจะทำให้ใบหน้าของเราดูกลมมากยิ่งขึ้น 

ทรงแว่นที่ควรใส่ คือ แว่นทรงเหลี่ยม ทรงตาแมว ทำให้ใบหน้าดูกลมน้อยลงและทำให้ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้น 

4. หน้าทรงเหลี่ยม 

คนที่มีใบหน้าทรงเหลี่ยมจะมีลักษณะ ใบหน้าจากด้านข้างจะมีทรงตรง ทรงหน้าบริเวณมุมกามและมุมหน้าผากจะมีมุมเหลี่ยมที่เด่นชัด อีกทั้งยังมีหน้าผากและคางที่กว้าง 

ทรงแว่นที่ไม่ควรใส่ คือ แว่นตรงเหลี่ยม เพราะว่าจะทำให้ใบหน้าดูแข็งทื่อ ไม่มีมิติ

ทรงแว่นที่ควรใส่ คือ ทรงกลม ทรงรีและทรงหยดน้ำ เพราะว่าจะช่วยลดความเหลี่ยมบนใบหน้าและทำให้ใบหน้าดูเรียวยาวขึ้น 

5. หน้าทรงเพชร 

คนที่มีใบหน้าทรงเพชรจะมีลักษณะใบหน้าที่มีโหนกแก้มสูง หน้าผากแคบ คางเรียวแหลม 

ทรงแว่นที่ไม่ควรใส่ คือ แว่นทรงแคบ และทรงยาว จะทำให้หน้าผากและคางดูแคบมากยิ่งขึ้น 

ทรงแว่นที่ควรใส่ คือ แว่นตรงตาแมวและทรงกลม จะทำให้ใบหน้าดูมีมิติ มีความสมดุลมากขึ้น


ไหน ๆ เพื่อน ๆ มีใบหน้ารูปแบบไหนกันบ้าง สามารถนำเทคนิคที่เราบอกไปหาเลือกซื้อแว่นได้เลย แต่แวะมาดูที่ Kaidee กันก่อนได้นะ เพราะเรามีแว่นหลากหลายแบรนด์ หลากหลายทรงให้เพื่อน ๆ ได้เลือกเยอะเลย มาดูกันนะครับ