Kaidee เจาะเทรนด์คุณแม่ยุคของแพง เปลี่ยนพฤติกรรมช้อปผ่านตลาดมือสองออนไลน์

Kaidee เจาะเทรนด์คุณแม่ยุคของแพง เปลี่ยนพฤติกรรมช้อปผ่านตลาดมือสองออนไลน์

จากพิษปัญหาทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะสภาวะเงินเฟ้อ และค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงบุตรสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยการเลี้ยงดูเด็กหนึ่งคนแบบขั้นพื้นฐานไปจนจบปริญญาตรีจะต้องใช้เงินไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านบาท ในขณะที่ปัจจุบัน คนไทยมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือนประมาณ 28,000 บาท จึงไม่เป็นที่แปลกใจที่อัตราการเกิดประชากรใหม่ในปี 2564 ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยในปีที่ผ่านมามีเด็กไทยเกิดใหม่เพียงแค่ 5.4 แสนคน ในขณะที่อัตราการตายสูงถึง 5.6 แสนคน นั่นหมายความว่าประเทศไทยกำลังก้าวสู่สภาวะขาดแคลนแรงงานในอนาคต

Kaidee แพลตฟอร์มสินค้ามือสองอันดับหนึ่งของไทย ชี้ช่องทางช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่คุณแม่ ที่นอกจากจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าแล้ว ยังสอดคล้องแนวคิด “รักษ์โลก และสิ่งแวดล้อม” เนื่องจากของใช้สำหรับเด็กจะใช้ได้แค่ระยะสั้นแล้วก็ต้องทิ้งเปลี่ยนใหม่ตามวัยที่โตขึ้น การหันมาส่งต่อ ซื้อขาย รวมถึงการแลกเปลี่ยนอุปกรณ์สำหรับแม่และเด็กบนช่องทางออนไลน์ สามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ครอบครัวผู้ซื้อและผู้ขายได้มากกว่าครึ่ง ช่วยก่อให้ให้เกิดประโยชน์และความยั่งยืนสูงสุด

จากการสำรวจข้อมูลผู้ใช้งานสินค้าหมวดแม่และเด็กบน kaidee.com ระหว่างเดือน มกราคม – มิถุนายน หรือ ครึ่งปีแรก  2565 พบว่า 

● มีการเข้าเยี่ยมชมหมวดสินค้าแม่และเด็ก เฉลี่ย 300,000 ครั้งต่อเดือน โดยหมวดย่อยที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือ ของใช้แม่และเด็ก ของเล่นเด็ก และเสื้อผ้าเด็ก 

● 5 อันดับสุดยอดคำค้นหาสินค้าหมวดแม่และเด็กบน Kaidee ได้แก่ รองเท้าเด็ก รถเข็นเด็ก คาร์ซีท เสื้อผ้าเด็ก และเตียงเด็ก 

● เมื่อเปรียบเทียบราคาสินค้ามือสองบน Kaidee กับตลาดสินค้ามือหนึ่ง พบว่าช้อปสินค้าเด็กอ่อนที่ Kaidee ช่วยประหยัดเงินได้ถึง 60% อาทิ คาร์ซีท ถูกกว่าตลาดสินค้ามือหนึ่งสูงสุดถึง 80%  คอกกั้นเด็ก ถูกกว่าสูงสุดถึง  65% เครื่องปั๊มนมอัตโนมัติ ถูกกว่าถึง 55% เครื่องนึ่งขวดนม ถูกกว่าถึง 55 % เครื่องนึ่งขวดนม ถูกกว่าถึง 55 % รถเข็นเด็ก ถูกกว่าถึง 50%

● เจาะกลุ่มสินค้าจำเป็นสำหรับเด็กวัยเรียนบน Kaidee พบว่า 5 อันดับ สินค้าที่มีคนค้นหามากที่สุด ได้แก่ รองเท้านักเรียน กระโปรงนักเรียน ชุดนักเรียน กางเกงนักเรียน และกระเป๋านักเรียน

 ● ในเดือนพฤษภาคม เดือนแห่งการเปิดเทอมปีการศึกษาใหม่ มีผู้ใช้งานพิมพ์ค้นหาคำว่า “ชุดนักเรียน” บน Kaidee เพิ่มสูงขึ้นถึง 2 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดือนอื่นๆ ของปี

ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจเช่นนี้ Kaidee แพลตฟอร์มสินค้ามือสองอันดับหนึ่งของไทย ยืนเคียงข้างคนไทยและพร้อมเป็นช่องทางในการสร้างรายได้และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่คนไทยทุกครัวเรือน คุณแม่ท่านใดที่สนใจนำสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วมาลงขายได้ที่ Kaidee ได้ทุกที่ทุกเวลา

วิธีเลือกไซส์รองเท้าเด็ก

วิธีเลือกไซส์รองเท้าเด็ก

“รองเท้า” คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ปกป้องดูแลเท้าของเราให้ปลอดภัยในทุกก้าวที่เดิน ปัจจุบันแฟชั่นของรองเท้าได้ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีมาออกแบบพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น นอกจากใส่สบายแล้วยังน้ำหนักเบา ช่วยประคองเท้าของคุณให้เดินหรือวิ่งโดยไม่เกิดอาการบาดเจ็บ โดยเฉพาะ “รองเท้าเด็ก” ยิ่งต้องใส่ใจดูแลมากเป็นพิเศษ ด้วยโครงสร้างของกระดูกเท้าที่ยังไม่แข็งแรงเท่าที่ควร วันนี้เราจึงมาแนะนำวิธีการเลือกรองเท้าสำหรับเด็กอย่างไรให้ดีและเหมาะสมต่อสุขลักษณะของลูกมากที่สุด

การเลือกซื้อรองเท้าสำหรับเด็กที่มีมากมายหลายแบบให้เลือก ไม่ว่าจะเป็น รองเท้าหัดเดินสำหรับเด็กเล็ก รองเท้าผ้าใบ รองเท้าแฟชั่น หรือรองเท้านักเรียน ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าประเภทใดก็ตาม แต่ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ ควรจะดูให้ดีเป็นอย่างยิ่ง และอาจจะใช้เวลาในการเลือกค่อนข้างนานกว่าปกติ เพราะเด็กไม่สามารถบอกได้ว่า รองเท้าใส่สบายหรือไม่ ใส่พอดีหรือเปล่า ซึ่งความชอบของเด็กบางทีก็ไม่ได้แสดงออกมาอย่างเด่นชัด จึงต้องอาศัยการซื้อรองเท้าให้เด็กทดลองใส่และดูจากการอาการของเด็กเท่านั้น

นับว่าเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำหรับคนที่เป็นพ่อและแม่ กับความกังวลที่คิดว่าลูกของคุณจะยอมใส่ไหม เขาจะใส่สบายหรือเปล่า คุ้มค่ากับราคาที่เรายอมจ่ายไปหรือไม่ เพราะพ่อแม่บางคนอาจลงทุนกับรองเท้าผ้าใบจากแบรนด์ดัง แต่เมื่อซื้อมาแล้วเขาอาจไม่ชอบที่จะใส่ หรือใส่แล้วไม่เข้ากับเท้าของเขา วันนี้ Kaidee จะมาแนะนำวิธีการเลือกไซส์รองเท้าสำหรับเด็ก พร้อมเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อรองเท้าสำหรับ จะมีอะไรบ้างนั้น ตามมาดูกันเลย

วิธีวัดความยาวของเท้าเด็ก

สำหรับรองเท้าของเด็กแต่ละรุ่นแต่ละแบรนด์จะมีความยาวด้านในของรองเท้าที่แตกต่างกันออกไป ยกตัวอย่างเช่น ไซส์ 21 ความยาวด้านในบางรุ่นจะอยู่ที่ 13 เซนติเมตร แต่บางรุ่นจะมีความยาวด้านในที่ 13.5 เซนติเมตร ดังนั้นวิธีที่มีความแม่นยำมากที่สุดคือพ่อและแม่ต้องรู้ความยาวของเท้าเด็กทุกครั้งก่อนซื้อ ซึ่งก็มีวิธีวัดความยาวของเท้าง่ายๆ ดังนี้

  1. ให้เด็กยืนแล้วนำเท้ามาวางบนกระดาษ
  2. จากนั้นให้เอาดินสอวาดตามรูปเท้าได้เลย
  3. นำสายวัดหรือไม้บรรทัดเพื่อวัดความยาวจากนิ้วโป้งถึงส้นเท้า
  4. เมื่อได้ความยาวที่ค่อนข้างแน่นอนแล้ว ควรบวกเพิ่มอีก 1 เซนติเมตร เช่น ความยาวของเท้าเด็ก 13.5 เซนติเมตร เวลาซื้อบวกเพิ่มอีก 1 เซนติเมตร จะต้องเลือกไซส์ 14.5 เซนติเมตร
  5. ในกรณีที่เด็กมีลักษณะของเท้าที่อวบอูมและบาน ควรเพิ่มความยาวไปอีก 1-1.5 เซนติเมตร

หากเด็กสวมใส่รองเท้าที่แน่นจนเกินไปจะทำให้รู้สึกไม่สบายเท้า แต่ในทางกลับกันถ้าหากสวมรองเท้าที่หลวมจนเกินไปก็จะเป็นปัญหาต่อการเดิน และความไม่พอดีที่จะทำให้รู้สึกถึงความไม่คล่องตัว เพราะทฤษฎีการเลือกรองเท้าส่วนใหญ่ที่บอกว่าใส่ไปนานๆ เดี๋ยวรองเท้าจะขยายเอง ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับรองเท้าเด็ก ซึ่งการเลือกรองเท้าให้กับเด็กๆ ต้องคำนึงถึงความสบายในการสวมใส่ ณ เวลานั้น

เมื่อไรที่เราควรซื้อรองเท้าใหม่ให้กับเด็ก

ด้วยความที่เป็นเด็กเล็กแล้วก็อาจไม่ได้มีการมานั่งบ่นว่ารองเท้าที่ใส่เริ่มคับแล้ว หรือรองเท้าหลวมจนเกินไป แต่พ่อแม่อาจจะสังเกตได้จากแผลรองเท้ากัด หรือผิวหนังแดงที่อาจเกิดจากการเสียดสีกับรองเท้า สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าผู้ปกครองควรที่จะเปลี่ยนรองเท้าใหม่กับเด็กๆ ได้แล้ว 

อีกหนึ่งวิธีก็คือหมั่นตรวจเช็กรองเท้าของเด็กอย่างเป็นประจำ เช่น มีจุดตรงไหนของรองเท้าที่สึกหรอมากกว่าปกติหรือเปล่า หากพบว่ามีการสึกหรอของพื้นรองเท้าจุดใดจุดหนึ่งเร็วกว่าจุดอื่นๆ นั่นอาจเป็นสัญญาณที่บอกได้ว่าควรเปลี่ยนรองเท้าใหม่ให้กับลูกได้แล้ว หรือถ้าหากเป็นเด็กเล็ก ตัวเด็กเองก็อาจมีอาการที่ไม่อยากจะสวมใส่รองเท้าคู่นี้เดินอีก สิ่งนี้ก็อาจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่จะต้องเปลี่ยนรองเท้าคู่ใหม่ให้กับเด็กๆ ได้แล้ว

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการให้เด็กลองรองเท้า

เป็นอีกหนึ่งเทคนิคในการเลือกซื้อรองเท้าให้กับเด็ก นั่นก็คือการเลือกช่วงเวลาในการที่จะพาลูกไปลองรองเท้า ซึ่งควรจะพาลูกไปเลือกลองรองเท้าในช่วงเที่ยงถึงเย็นเท่านั้น เนื่องจากโดยส่วนใหญ่ เท้าของเราจะขยายตัวมากที่สุดในช่วงเวลาที่กล่าวไป จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการลองรองเท้า 

ซึ่งปกติแล้วเหล่าเด็กๆ จะไม่ค่อยให้ความร่วมมือในการลองรองเท้าเท่าไรนัก เพราะด้วยวัยที่กำลังซนและอาจจะห่วงเล่นมากไปหน่อย เหล่าผู้ปกครองควรหาร้านเฉพาะที่มีพนักงานมากประสบการณ์ในการหลอกล่อให้เด็กยอมทดลองสวมใส่ได้

ควรลงทุนซื้อรองเท้าที่ทำขึ้นมาเพื่อเด็กโดยเฉพาะ

แน่นอนว่ารองเท้าสำหรับเด็กในหนึ่งปีอาจจะต้องเปลี่ยนบ่อยมากกว่ารองเท้าผู้ใหญ่เสียอีก แต่ถ้าหากผู้ปกครองเลือกซื้อรองเท้าเด็กราคาถูกที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เข้ากับสรีระของรูปเท้าเด็กโดยเฉพาะก็อาจทำให้มีปัญหาในเรื่องของการเดินตามมาทีหลัง ถ้ายิ่งไปกว่านั้นอาจเกิดปัญหาเรื่องกระดูกที่ส่งผลเสียต่อเด็ก ด้วยการออกแบบที่ไม่ได้รองรับเข้ากับรูปเท้าของเด็ก ดังนั้นจึงต้องควรหลีกเลี่ยงรองเท้าเด็กที่มีราคาถูกกว่าปกติ หรือรองเท้าก็อปปี้แบรนด์ดังอย่างเด็ดขาด

ลักษณะของรองเท้าที่ควรเลือกซื้อให้กับเด็ก

การให้ความสำคัญในการเลือกซื้อรองเท้าให้กับเด็ก หลักๆ ก็ควรจะมีเชือกรองเท้าสำหรับผูก หรือระบบการรัดรองเท้าเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว และควรหลีกเลี่ยงรองเท้าที่เปิดส้นเพราะอาจทำให้เด็กเดินสะดุดและไม่สะดวกสบายได้ การเลือกรองเท้าโดยพื้นฐานที่ต้องให้ความสำคัญคือ วัสดุ เช่น หากรองเท้าที่ถูกผลิตด้วยวัสดุที่ระบายอากาศได้เป็นอย่างดีก็จะทำให้ไม่ร้อน เหงื่อออกน้อย และไม่มีกลิ่น ในส่วนของพื้นรองเท้าควรเลือกพื้นรองเท้าแบบไม่มีส้น เน้นพื้นรองเท้าที่มีความเสมอกัน เนื่องจากจะส่งผลต่อการเดินของเด็ก และพื้นรองเท้าควรจะมี Traction หรือรอยหยักเพื่อป้องกันการลื่นล้มในขณะเดินหรือวิ่ง

วัสดุของรองเท้าแบบไหนดีที่สุด ?

แม้ว่าเหล่าลูกๆ ของคุณยังเด็กและไม่ใช่วัยรุ่น แต่ต่อมเหงื่อของพวกเขากำลังพัฒนาต่อเนื่องเป็นอย่างมาก ซึ่งจะทำให้เท้าของเด็กนั้นมีเหงื่อออกมาเยอะเป็นพิเศษ รองเท้าที่ทำเคลือบพลาสติกหรือใช้วัสดุสังเคราะห์จะปิดทางระบายอากาศทำให้อับชื้นได้ง่าย ซึ่งไม่แนะนำให้ใช้ จะดีที่สุดคือควรเป็นรองเท้าแบบผ้าหรือผ้าใบที่ผิวของวัสดุจะระบายอากาศได้ดี ส่วนพื้นรองเท้าควรเป็นวัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูง และมีดอกยางที่ช่วยในการยึดเกาะกับพื้นได้เป็นอย่างดี

เด็กใส่รองเท้าแตะดีหรือไม่ ?

ภาพลักษณ์การออกแบบของรองเท้าแตะนั้นดูให้ความรู้สึกที่สบายและสะดวก แถมเป็นเด็กใส่เมื่อไรแล้วจะยิ่งดูน่ารักเป็นพิเศษ แต่รองเท้าแตะนั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อสวมใส่ได้ตลอดเวลา สามารถสวมใส่เมื่อเวลาอยู่บ้าน หรือไปละแวกที่ไม่ไกลจากบ้านมากนัก และรองเท้าแตะจะทำให้เด็กรู้สึกลื่นไม่ปลอดภัย รวมถึงยังไม่ส่งเสริมทักษะในการเดินใหม่ๆ ให้กับเด็กอีกด้วย ดังนั้นเมื่อเวลาออกไปข้างนอกหรือไปเที่ยวควรจะสวมใส่รองเท้าผ้าใบจะดูเหมาะสมมากกว่า

สรุป

จะเห็นได้ว่าการเลือกรองเท้าสำหรับเด็กนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว ซึ่งมีวิธีการเลือกที่ละเอียดอ่อน และถ้าหากเลือกไม่ดีไม่ถูกต้องตามอาจส่งผลต่อสรีระของเท้าลูกคุณได้อย่างชัดเจน การเลือกซื้อรองเท้าเด็กควรต้องให้เด็กมีโอกาสได้ลองก่อนตัดสินใจซื้อทุกครั้ง คุณพ่อและคุณแม่ควรใส่ใจเรื่องนี้ให้มากๆ ก่อนที่จะซื้อรองเท้าหนึ่งคู่ให้ลูกของคุณ

สำหรับพ่อแม่ท่านใดที่กำลังหาซื้อรองเท้าให้ลูกอยู่ เราขอแนะนำ Kaidee แหล่งขายของออนไลน์ราคาถูกที่มีสินค้าให้คุณเลือกซื้ออีกเพียบ และอย่าลืมนำวิธีที่เราได้แนะนำไปปรับใช้ในการเลือกซื้อรองเท้า เพื่อให้ได้รองเท้าที่ดีที่สุดแก่ลูกน้อยของคุณ

ของขวัญคุณแม่มือใหม่ ให้อะไรดีนะ ?

ของขวัญคุณแม่มือใหม่ ให้อะไรดีนะ ?

เมื่อมีคนใกล้ตัวกลายเป็นคุณแม่มือใหม่ พวกเราที่กลายเป็นคุณป้าคุณน้าต่างคิดไม่ตกเลยว่า จะซื้ออะไรให้หลานดี เพราะของขวัญคุณแม่ก็เหมือนของขวัญหลาน นอกจากจะได้ใช้แล้ว ยังต้องมีคุณค่าทางจิตใจด้วย วันนี้เราเลยมีไอเดียเล็กๆ น้อยๆ ในการเลือกของขวัญมาฝากกัน

1. อ่างอาบน้ำ

เพื่อให้การทำความสะอาดร่างกายของเจ้าตัวน้อยจะสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น อ่างอาบน้ำถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะคุณแม่มือใหม่ได้ใช้อุปกรณ์ชิ้นนี้แทบทุกวัน แถมยังมีให้เลือกหลายรูปแบบเช่น แบบมีขาตั้ง แบบพับได้ หรือแบบนุ่มป้องกันการกระแทก เป็นต้น

2. ชุดเครื่องอาบน้ำเด็กทารก

มีอ่างอาบน้ำแล้ว จะไม่มีอุปกรณ์อาบน้ำก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่การเลือกเครื่องอาบน้ำสำหรับเด็กทารก ควรเลือกสูตรที่มีความอ่อนโยน เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิดโดยเฉพาะ เพื่อไม่ให้เกิดการระคายเคืองบริเวณดวงตาและผิวกาย

3.ผ้าอ้อม ผ้าเช็ดตัว

จะเป็นผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็กแรกเกิด หรือผ้าอ้อมสะอาดทั่วไปก็ได้ และเนื่องจากเด็กแรกเกิดผิวหนังจะบอบบางมากเป็นพิเศษ จึงควรมีผ้าห่อตัวเพื่อสร้างความอบอุ่นแก่พวกเขาด้วย แต่ถ้าใครเลือกไม่ถูก ผ้าอ้อมแบบจัดเซ็ตจากยี่ห้อต่างๆ ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน

4. เครื่องปั๊มนม

ตัวช่วยในการเตรียมน้ำนมให้เจ้าตัวเล็ก จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากเครื่องปั๊มนม ซึ่งในปัจจุบันมีหลากหลายยี่ห้อให้เลือก แต่สิ่งที่ควรคำนึงก่อนซื้อทุกครั้ง คือ ความปลอดภัย ประสิทธิภาพของแรงดูดและรอบดูด ขนาด ความเงียบของเครื่อง รวมไปถึงบริการหลังการขาย รับรองว่าคุณแม่มือชอบแน่นอน

5. หนังสือนิทาน หรือหนังสือพัฒนาการเด็ก

ใครว่าหนังสือไม่สำคัญ หนังสือเด็กนี่แหละที่จะช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของเจ้าตัวน้อยได้เป็นอย่างดี แถมยังทำให้คุณแม่และลูกมีช่วงเวลาดีๆร่วมกันมากยิ่งขึ้น อาจจะเลือกซื้อเป็นหนังสือนิทานหรือหนังสือเกี่ยวกับพัฒนาการเด็กก็ได้ เพื่อให้คุณแม่ได้เสริมความรู้เรื่องของพัฒนาการเด็กไปในตัว พร้อมรับมือพวกเขาในช่วงวัยต่างๆ

6. เซ็ตของขวัญเด็กแรกเกิด

ถ้าใครยังคิดไม่ออกว่าจะซื้ออะไรดี เซ็ตของขวัญเด็กแรกเกิดก็ดูจะเป็นตัวเลือกที่ง่ายที่สุด เพราะแต่ละเซ็ตได้รวมอุปกรณ์และของใช้จำเป็นสำหรับเด็กแรกเกิดไว้หมดแล้ว ไม่ต้องเสียเวลาคิดหรือหาข้อมูลเป็นเวลานาน แถมราคายังเป็นมิตรต่อกระเป๋าสตางค์อีกด้วย

ทุกช่วงเวลาของชีวิต ล้วนแต่มีความทรงจำที่น่าเก็บเกี่ยวเสมอ และการมีของขวัญสักชิ้นให้ในโอกาสนั้นๆ ก็นับว่าเป็นสิ่งแทนใจเพื่อแสดงความยินดีได้เช่นกัน การเลือกซื้อของขวัญให้คุณแม่มือใหม่จึงเป็นเรื่องที่ควรใส่ใจ เพราะเมื่อเราให้ด้วยความสุข คนรับก็ได้รับความสุขด้วยเช่นกัน