มือใหม่อยากแคมป์ปิ้งควรใช้เต็นท์แบบไหน บทความนี้มีคำตอบ

มือใหม่อยากแคมป์ปิ้งควรใช้เต็นท์แบบไหน บทความนี้มีคำตอบ

นับว่าเป็นหนึ่งในกิจกรรมกลางแจ้งที่ฮิตและเป็นกระแสมากที่สุดในบ้านเราช่วงนี้กับ “แคมป์ปิ้ง” ซึ่งเหตุผลหลักที่ใครต่อใครต่างหลงใหลในกิจกรรมนี้ก็คือ การได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างแท้จริง ได้ใกล้ชิดอยู่กับธรรมชาติ และสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ร่วมทริปไปด้วยกันได้เป็นอย่างดี รวมถึงยังช่วยลดความเครียดและเสริมสร้างสุขภาพใจที่ดี การแคมป์ปิ้งจึงตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการให้ธรรมชาติเยียวยาจิตใจได้เป็นอย่างดี

จากผลการสำรวจในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดาพบว่ามีประชากรออกไปแคมป์ปิ้งมากขึ้นทุกปี มากกว่า 6 ล้านครัวเรือนที่จะออกไปตั้งแคมป์อย่างน้อยปีละครั้ง ซึ่งผู้คนที่ออกไปทำกิจกรรมแคมป์ปิ้งมีครบทุกช่วงอายุ ไม่ว่าจะเป็น เด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่ หรือไปแบบทั้งครอบครัวก็มีจำนวนมากเช่นเดียวกัน ซึ่งต้องบอกเลยว่าวิถีของการแคมป์ปิ้งแต่ละประเทศ แต่ละภูมิภาคนั้นก็จะมีความแตกต่างกันออกไปดังนี้

Camp Culture

จุดเริ่มต้นของการแคมป์ปิ้งมาจาก โทมัส โฮลดิ้ง ช่างตัดเสื้อนักรอนแรมชาวอังกฤษที่มาตั้งแคมป์อยู่ริมแม่น้ำเทมส์ ซึ่งลักษณะการตั้งแคมป์ของเขาเป็นที่กล่าวขานเล่าลือ จนกลายมาเป็นกิจกรรมที่คนทำตาม และประมาณ ค.ศ. 1880ก็ได้แพร่กระจายความนิยมไปจนถึงฝั่งอเมริกา แต่ในสมัยนั้นอุปกรณ์แคมป์ปิ้งมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก ต้องใช้เรือเคลื่อนย้าย หรือดัดแปลงพาหนะที่มีให้เป็นเต็นท์ ดังนั้นการตั้งแคมป์ในสมัยปลายยุควิกตอเรียจึงได้รับความนิยมในหมู่ชนชั้นสูง หรือเจ้าของพื้นที่ขนาดใหญ่ มากกว่าชนชั้นกลางทั่วไป ซึ่งวัฒนธรรมการแคมป์ปิ้งของแต่ละโซนภูมิภาคก็จะแตกต่างกันออกไปดังนี้

RV (Recreational Vehicle) 

ชาวอเมริกันและแคนาเดียนนิยมแคมป์ปิ้งด้วย “รถบ้าน” หรือรถแคมป์มากกว่าการกางเต็นท์ โดยเฉพาะเวลาออกเดินทางทั้งครอบครัว เพราะด้วยค่าจอดรถที่แคมป์กราวนด์มีราคาที่ถูกกว่าจองโรงแรม รวมถึงยังมีความปลอดภัยจากหมีและหมาป่ามากกว่าการตั้งแคมป์แบบโดดเดี่ยวในป่าใหญ่

Trekking Camping

จากอเมริกามาสู่โซนยุโรปที่จะนิยมเดินป่าแบบเทรกกิ้ง แล้วสะพายอุปกรณ์แคมป์ปิ้งน้ำหนักเบาไปนอนระหว่างทางมากกว่า ต้องบอกเลยว่าการเดินของคนยุโรปเรียกได้ว่าอยู่ในสายเลือด บ้างก็มาทั้งครอบครัวพร้อมกับลูกน้อย การเทรกกิ้งแคมป์ปิ้งจึงเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของพ่อแม่ และคือห้องเรียนธรรมชาติของลูกที่หาไม่ได้จากไหร ถ้าหากไม่ได้ออกมาใช้ชีวิตจริงๆ

Glamping Camping

มาที่ชาวเอเชียกันบ้างอย่างญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ที่จะนิยมตั้งแคมป์ด้วยเต็นท์แบบใกล้ชิดธรรมชาติ แต่มีความหรูหราด้วยอุปกรณ์ตั้งแคมป์ที่สะดวกสบาย มีขนาดกะทัดรัด พับเก็บง่าย ดีไซน์สวยงามที่ซ่อนฟังก์ชันการใช้งานไว้เพียบ และทำให้ความรู้สึกเหมือนยกบ้านย่อส่วนมาไว้บนดอย ริมแม่น้ำ หรือใกล้น้ำตก

แล้วมือใหม่ควรใช้เต็นท์แบบไหน ?

แต่สำหรับมือใหม่แล้วการที่จะออกไปแคมป์ปิ้งครั้งนึงนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะต้องการเตรียมความในเรื่องของอุปกรณ์อีกมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการจัดเตรียมอุปกรณ์ให้ครบและพร้อมมากที่สุด เพราะเมื่อเราออกเดินทางแล้วเราจะไม่สามารถหาอุปกรณ์ที่ขาดไปในสถานที่กางเต็นท์ได้ 

สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ “เต็นท์” เพราะในท้องตลาดนั้นมีเต็นท์รุ่นใหม่มากมายหลายแบบเหลือเกิน รวมถึงมีราคาตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่น แล้วเต็นท์แบบไหนล่ะที่จะเหมาะกับเรามากที่สุด วันนี้เรามีเทคนิคการเลือกซื้อเต็นท์ให้สำหรับมือใหม่ได้ศึกษากัน

จำนวนคนนอนเต็นท์

สิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ในการเลือกซื้อเต็นท์คือขนาดของเต็นท์ ซึ่งคำนวณได้ง่ายๆ จากจำนวนคนที่ไปในแต่ละครั้ง ถ้าหากว่าเราเป็นครอบครัวใหญ่ที่เวลาจะไปเที่ยวแต่ละครั้งต้องยกกันไปแบบครบบ้านก็ต้องเลือกเต็นท์ขนาดใหญ่สำหรับครอบครัวไว้ใช้งาน

แต่ถ้าหากคุณเป็นคนที่ชอบลุยเดี่ยวหรือว่าไปกับแฟนเป็นส่วนใหญ่ก็ควรเลือกเต็นท์ที่มีขนาดกะทัดรัดพอดีไว้ใช้งาน และเราขอแนะนำว่าควรเลือกเต็นท์เผื่อ 1 ที่ไว้เสมอ เช่น นอน 2 คน ควรเลือกซื้อเต็นท์สำหรับ 3 คน เพื่อที่จะมีพื้นที่ไว้สำหรับวางสิ่งของ กระเป๋า หรือสัมภาระต่าง ๆไว้ภายในเต็นท์ได้ 

รูปแบบการเดินทาง

ในการออกไปแคมป์ปิ้งแต่ละครั้งนอกจากอุปกรณ์สำหรับแคมป์ปิ้งแล้ว เรายังต้องพกเสื้อผ้า วัตถุดิบสำหรับทำอาหาร และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้นรูปแบบของการเดินทางจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึง เพราะการเดินทางในแต่ละรูปแบบก็จะมีข้อจำกัดในเรื่องของการพกพาสัมภาระที่แตกต่างกันออกไป การเลือกเต็นท์จึงเป็นปัจจัยหลักที่สัมพันธ์ต่อการเดินทางด้วย

  • รถโดยสาร หากคุณต้องเดินทางไปแคมป์ปิ้งด้วยรถโดยสารประจำทาง และต่อด้วยการเดินเท้าอาจต้องเลือกเต็นท์ที่มีน้ำหนักเบาเป็นหลัก และพับเก็บได้ในขนาดที่เล็กกะทัดรัดเพื่อความคล่องตัวในการเดินทาง
  • จักรยานทัวร์ริ่ง สำหรับการออกทริปแบบปั่นจักรยานทัวร์ริ่งที่เดินทางด้วยจักรยานเป็นหลัก ควรเลือกเต็นท์ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับแบบข้อแรก ซึ่งจะเน้นไปที่เต็นท์น้ำหนักเบาและขนาดกะทัดรัดที่จะช่วยแบ่งเบาน้ำหนักให้จักรยานได้
  • มอเตอร์ไซค์ หากคุณเป็นสายออกทริปด้วยสองล้อคู่ใจ ก็อาจจะมองหาเต็นท์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมานิดหน่อยได้ เพราะมอเตอร์ไซค์สามารถแบกรับน้ำหนักเต็นท์ได้อย่างสบาย
  • รถยนต์ จัดเต็มได้แบบสุดๆ สำหรับสายขน พราะเมื่อคุณเอารถยนต์ส่วนตัวไปก็สามารถเลือกเต็นท์ขนาดใหญ่ได้ แถมยังมีพื้นที่ให้ขนของได้อีกเพียบ เรียกได้ว่าอลังการงานสร้างเลยทีเดียว

คำนึงถึงสภาพอากาศ

ฤดูกาลเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการเลือกเต็นท์ ยิ่งถ้าเป็นบ้านเราที่มีอากาศร้อนเป็นส่วนใหญ่ เวลาที่ออกไปแคมป์ปิ้งก็ควรเลือกเต็นท์ที่ระบายอากาศได้ดี อาจเป็นเต็นท์ที่มีประตูหน้าต่างรอบทิศทาง สามารถลู่ลมได้อย่างเต็มที่ก็จะช่วยถ่ายเทอากาศได้ 

สำหรับหน้าฝนสิ่งสำคัญในการเลือกเต็นท์ให้ดูจากวัสดุของเต็นท์ที่สามารถกันน้ำได้ ควรเลือกแบบผ้าที่กันน้ำได้เป็นอย่างดี เพราะจะช่วยกันทั้งน้ำฝนและน้ำค้างเพื่อให้คุณนอนหลับอิ่มสบายไม่ต้องกังวลว่าน้ำจะซึม และสุดท้ายสำหรับหน้าหนาว หากคุณออกไปตั้งแคมป์หน้าหนาวเป็นส่วนใหญ่ อาจหาถึงนอนนุ่มๆ ที่กันหนาวได้เป็นอย่างดี เพราะไม่อย่างนั้นคุณอาจนอนสั่นทั้งคืนเลยล่ะ

งบประมาณ

สิ่งสุดท้ายที่สำคัญที่สุดในการเลือกซื้อเต็นท์ก็คือ “งบประมาณ” เนื่องจากในท้องตลาดก็มีเต็นท์ตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่น การตั้งงบประมาณจึงเป็นตัวช่วยให้เราตัดสินใจเลือกได้ง่ายขึ้น ซึ่งเต็นท์ราคาแพงและราคาถูกก็มีความแตกต่างกันหลายสิ่ง ซึ่งเต็นท์แพงก็มาพร้อมความสวยงาม ฟังก์ชันการใช้งาน รวมถึงวัสดุของตัวเต็นท์ ซึ่งการลงทุนซื้อครั้งนี้อาจใช้งานไปนานได้หลายปี แต่ถ้าหากเป็นเต็นท์ราคาถูก วัสดุการใช้งานก็อาจเหมาะสมกับราคา และของถูกและดีก็อาจจะมี สิ่งนี้ก็ล้วนแล้วแต่ว่างบประมาณของคุณตั้งไว้อยู่ที่เท่าไหร่

สรุป

เป็นอย่างไรกันบ้างกับเทคนิควิธีการเลือกเต็นท์สำหรับมือใหม่ ซึ่งมีเต็นท์มากมายหลายรุ่นในท้องตลาดให้คุณได้เปรียบเทียบข้อมูลก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นเต็นท์แบบไหน การเลือกสถานที่กางและเรื่องของความปลอดภัยควรมาก่อนเป็นอันดับหนึ่งเสมอ และอย่าลืมปฏิบัติตามกฏระเบียบของสถานที่นั้นๆ เพื่อให้การพักผ่อนของคุณได้รับประสบการณ์อันยอดเยี่ยมและมีความสุขมากที่สุด                                                 

สำหรับใครที่กำลังมองหาเต็นท์หลังแรกเป็นของตัวเอง หรือกำลังหาซื้ออุปกรณ์แคมป์ปิ้ง สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ Kaidee แหล่งขายของออนไลน์ที่มีสินค้ารอให้คุณเข้ามาเลือกซื้ออีกเพียบ

5 จุดกางเต็นท์ในไทยใกล้กรุงเทพ เที่ยวสบายไม่ต้องง้อวันลา

5 จุดกางเต็นท์ในไทยใกล้กรุงเทพ เที่ยวสบายไม่ต้องง้อวันลา

ปัจจุบันกระแสการแคมป์ปิ้งในบ้านเราถือว่าได้รับความนิยมกันเป็นอย่างมาก ด้วยสถานการณ์โควิด 19 ที่ระบาดไปทั่วโลกจนไม่สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศได้ บางคนจึงอาจเปลี่ยนรูปแบบการท่องเที่ยวไปจากเดิม บ้างก็เดินเขา หรือดำน้ำ และการแคมป์ปิ้งก็คืออีกหนึ่งกิจกรรมที่เชื่อว่าใครหลายคนอาจเป็นมือใหม่เลยก็ว่าได้

สำหรับมือใหม่หัดแคมป์ปิ้งควรจะศึกษาวิธีกางเต็นท์ และอุปกรณ์ต่างๆ สักพักใหญ่ เนื่องจากมีอุปกรณ์หลายอย่างที่จำเป็นต่อการแคมป์ปิ้ง ตลอดไปจนถึงควรศึกษาและสังเกตพื้นที่โดยรอบก่อนที่เราจะทำการกางเต็นท์ว่าทิศทางลมไปทางไหน เก็บกวาดกิ่งไม้ ก้อนหิน เนื่องจากอาจทำให้เต็นท์ขาดชำรุดได้ และควรระวังมดหรือแมลงมีพิษให้เป็นอย่างดี เพื่อที่เราจะได้นอนหลับพักผ่อนได้อย่างสบายหายห่วง

เมื่อได้ทำการกางเต็นท์จัดวางอุปกรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว เสน่ห์ของการแคมป์ปิ้งคือการได้พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ทำอาหารทานพร้อมกันกับคนที่เรารัก ตื่นเช้าเพื่อสูดอากาศที่แสนสดชื่น และถ้าหากว่าคุณโชคดีก็อาจได้เจอทะเลหมอกมาต้อนรับในเช้าวันใหม่

วันนี้เราเลยอยากให้คุณหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองหลวง แล้วเอาร่างกายมาพักผ่อนกับ 5 จุดกางเต็นท์ใกล้กรุงเทพฯ ที่ใช้เวลาวันหยุดเสาร์อาทิตย์ได้อย่างคุ้มค่า โดยที่ไม่ต้องง้อวันลา และทำความรู้จักกับการแคมป์ปิ้งให้มากขึ้น มาดูกันว่าจะมีที่ไหนบ้าง ถ้าพร้อมแล้วเก็บเต็นท์ขึ้นรถแล้วออกเดินทางไปพร้อมกันเลย

Camp Culture

จุดเริ่มต้นของการแคมป์ปิ้งมาจาก โทมัส โฮลดิ้ง ช่างตัดเสื้อนักรอนแรมชาวอังกฤษที่มาตั้งแคมป์อยู่ริมแม่น้ำเทมส์ ซึ่งลักษณะการตั้งแคมป์ของเขาเป็นที่กล่าวขานเล่าลือ จนกลายมาเป็นกิจกรรมที่คนทำตาม และประมาณ ค.ศ. 1880ก็ได้แพร่กระจายความนิยมไปจนถึงฝั่งอเมริกา แต่ในสมัยนั้นอุปกรณ์แคมป์ปิ้งมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก ต้องใช้เรือเคลื่อนย้าย หรือดัดแปลงพาหนะที่มีให้เป็นเต็นท์ ดังนั้นการตั้งแคมป์ในสมัยปลายยุควิกตอเรียจึงได้รับความนิยมในหมู่ชนชั้นสูง หรือเจ้าของพื้นที่ขนาดใหญ่ มากกว่าชนชั้นกลางทั่วไป ซึ่งวัฒนธรรมการแคมป์ปิ้งของแต่ละโซนภูมิภาคก็จะแตกต่างกันออกไปดังนี้

RV (Recreational Vehicle) 

ชาวอเมริกันและแคนาเดียนนิยมแคมป์ปิ้งด้วย “รถบ้าน” หรือรถแคมป์มากกว่าการกางเต็นท์ โดยเฉพาะเวลาออกเดินทางทั้งครอบครัว เพราะด้วยค่าจอดรถที่แคมป์กราวนด์มีราคาที่ถูกกว่าจองโรงแรม รวมถึงยังมีความปลอดภัยจากหมีและหมาป่ามากกว่าการตั้งแคมป์แบบโดดเดี่ยวในป่าใหญ่

Trekking Camping

จากอเมริกามาสู่โซนยุโรปที่จะนิยมเดินป่าแบบเทรกกิ้ง แล้วสะพายอุปกรณ์แคมป์ปิ้งน้ำหนักเบาไปนอนระหว่างทางมากกว่า ต้องบอกเลยว่าการเดินของคนยุโรปเรียกได้ว่าอยู่ในสายเลือด บ้างก็มาทั้งครอบครัวพร้อมกับลูกน้อย การเทรกกิ้งแคมป์ปิ้งจึงเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของพ่อแม่ และคือห้องเรียนธรรมชาติของลูกที่หาไม่ได้จากไหร ถ้าหากไม่ได้ออกมาใช้ชีวิตจริงๆ

Glamping Camping

มาที่ชาวเอเชียกันบ้างอย่างญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ที่จะนิยมตั้งแคมป์ด้วยเต็นท์แบบใกล้ชิดธรรมชาติ แต่มีความหรูหราด้วยอุปกรณ์ตั้งแคมป์ที่สะดวกสบาย มีขนาดกะทัดรัด พับเก็บง่าย ดีไซน์สวยงามที่ซ่อนฟังก์ชันการใช้งานไว้เพียบ และทำให้ความรู้สึกเหมือนยกบ้านย่อส่วนมาไว้บนดอย ริมแม่น้ำ หรือใกล้น้ำตก

1. จุดกางเต็นท์ลำตะคอง เขาใหญ่

เริ่มต้นกันที่อุทยานแห่งชาติแห่งชาติเขาใหญ่กับ “จุดกางเต็นท์ลำตะคอง” ที่ใช้เวลาขับรถเดินทางเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น ก็มาถึงจุดมุ่งหมายได้อย่างรวดเร็ว โดยจุดกางเต็นท์ที่แห่งนี้ได้รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ และลำธาร เพราะตั้งอยู่ในบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่มีอากาศปลอดโปร่ง พื้นที่ใหญ่กว้างขวาง ก่อนที่จะไปจุดกางเต็นท์ยังสามารถแวะเที่ยวชมตามจุดต่างๆ ได้ เช่น ผาเดียวดาย, น้ำตกเหวนรก หรือจุดชมทิวทัศน์ เป็นต้น

โดยบริเวณจุดกางเต็นท์ลำตะคองยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกไว้อย่างครบครัน ตั้งแต่ ร้านค้า ร้านอาหาร ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ หรือจุดบริการเช่าอุปกรณ์กางเต็นท์ นอกจากนี้ยังสามารถสั่งหมูกระทะมารับประทานท่ามกลางอากาศหนาวได้อีกด้วย หากคุณโชคดีอาจได้สัมผัสกับกวางที่จะชอบออกมาเดินเล่นแถวนั้นที่เรียกได้ว่าใกล้ชิดธรรมชาติแบบ Exclusive สุดๆ

พิกัด : บนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครนายก

เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 07:00 – 18:00 น. 

2. เจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ เจ็ดคด โป่งก้อนเส้า อยู่ในความดูแลของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (สาขาสระบุรี) โดยแต่ก่อนจะเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ต่อมาได้ถูกแยกพื้นที่ออกมาเพื่อความสะดวกต่อการดูแลนักท่องเที่ยว และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และสถานที่พักแรมสำหรับคนที่อยากมาพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ริมบริเวณอ่างเก็บน้ำซับป่าว่าน

สำหรับเหล่าคนรักแคมป์ปิ้งจะคุ้นเคยที่นี่กันเป็นอย่างดี เพราะนอกจากจะมีธรรมชาติอันสวยงามให้บันทึกภาพแล้ว ยังมีแมลงและพืชพันธุ์แปลกๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะ “เห็ดแชมเปญ” ที่มีรูปร่างคล้ายแก้วแชมเปญ เมื่อเข้าหน้าฝนเหล่านักถ่ายภาพจะพามาเดินป่าตามถ่ายภาพเห็ดกัน 

นับว่าเป็นหนึ่งจุดกางเต็นท์ที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันสวยงาม อากาศเย็นในตอนกลางคืน ตั้งอยู่ริมทะเลสาปขนาดใหญ่ มีพื้นที่กว้างขวาง และสามารถทำกิจกรรมหรือทำอาหารได้อย่างสบาย

พิกัด : ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า ต.ท่ามะปราง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 08:00 – 20:00 น. อ่านต่อได้ที่ 

3. น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ตั้งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ ริมทะเลสาบเขื่อนศรีนครินทร์ ห่างจากอำเภอเมืองกาญจนบุรีประมาณ 108 กิโลเมตร โดยน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น แบ่งออกเป็น 7 ชั้น มีชื่อเรียกต่างๆกันไปแต่ละชั้น แต่ละชั้นมีความสูงและความงดงามต่างกันไป ทางอุทยานฯได้ทำเส้นทาง เดินสำหรับขึ้นไปชมน้ำตกแต่ละชั้นและยังเป็นเส้นทางเดินศึกษา ธรรมชาติ เป็นน้ำตกที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดปี และมีพื้นที่เหมาะกับการกางเต็นท์พักแรม

บริเวณลานกางเต็นท์ของน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นมีจุดหลักเป็นเนินหญ้าโล่งกลางแจ้ง ด้านหน้าเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นวิวของเขื่อนศรีนครินทร์ได้อย่างสวยงาม แถมยังได้นอนฟังเสียงน้ำไหลพร้อมกับชื่นชมธรรมชาติได้แบบใกล้ชิด และมีจุดใต้ร่มไม้ที่ให้กางเต็นท์ได้อย่างร่มรื่นและเงียบสงบเป็นส่วนตัว

พิกัด : น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ต.แม่กระบุง อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี

เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 08:30 – 17:00 น. 

4. เขาแหลมหญ้า

มาที่จุดกางเต็นท์ริมทะเลกันบ้างกับอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง ที่ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพไม่เกิน 3 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งเป็นจุดกางเต็นท์ที่ประกอบไปด้วยจุดสำคัญที่ต้องถ่ายรูปอีกมากมาย ทั้งหอคอยสีขาวริมทะเล สะพานไม้ที่ยื่นออกไปกลางทะเล และเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่มีวิวของทุ่งหญ้าสีทองอยู่ปลายเขา

จึงเป็นหนึ่งในจุดกางเต็นท์ที่รายล้อมบรรยากาศไปด้วยของคลื่นลมทะเล และน้ำใสที่มองเมื่อไหร่แล้วก็ชื่นใจ นอนฟังเสียงคลื่นซัดชายฝั่ง ล้อมวงกันทำอาหารทานอย่างมีความสุข ไม่ว่าคุณจะไปเป็นคู่ ไปกับกลุ่มเพื่อน หรือแม้แต่ไปคนเดียวก็รับรองได้ว่าทุกอย่างจะออกมาดีอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว

พิกัด : ถ.หาดแม่รำพึง จ.ระยอง

เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 08:00 – 18:00 น.

5. อุทยานแห่งชาติหาดวนกร

ปิดท้ายกันที่อีกหนึ่งจุดกางเต็นท์ริมทะเลกับ “หาดวนกร” ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติหาดวนกร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขับรถออกจากกรุงเทพฯ ระยะทางประมาณ 300 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง ก็จะมาพบกับวิวทะเลและหาดทรายสีขาวที่จะเป็นวิวห้องนอนของค่ำคืนนี้

นับว่าเป็นอีกหนึ่งจุดกางเต็นท์ที่อยู่ชิดติดริมชายหาดที่สวยงาม ให้บรรยากาศโดยรอบที่เงียบเสงบและมีความเป็นส่วนตัว สามารถเลือกมุมที่ชอบที่สามารถถ่ายรูปออกมารับรองว่าปังและหย่อนสมอบกลงหาดในทันที อีกทั้งหาดวนกรยังมีระบบการรักษาความสะอาดไว้อย่างดีเยียม ไม่ต้องกังวลเรื่องขยะ เพียงช่วยกันรักษาความสะอาดและพักผอ่นหย่อนใจกับวิวตรงหน้าได้อย่างเต็มที่

พิกัด : อุทยานแห่งชาติหาดวนกร ถ.เพชรเกษม จ.ประจวบคีรีขันธ์

เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 08:00 – 16:30 น. 

จบไปแล้วกับ 5 จุดกางเต็นท์ใกล้กรุงเทพฯ ที่เราได้แนะนำไป หลายคนคงมีสถานที่ในใจสำหรับออกไปเสาร์อาทิตย์นี้กันอยู่แล้ว แต่ก่อนที่จะไปควรตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์ให้เรียบร้อย และถ้าหากว่ายังขาดเหลือสามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ Kaidee เว็บไซต์ขายของออนไลน์ที่อัดแน่นไปด้วยสินค้ามากมายหลายประเภทที่รอให้คุณเข้ามาเลือกซื้ออยู่

5 รถมอเตอร์ไซค์เอาใจสายแคมป์ปิ้ง

5 รถมอเตอร์ไซค์เอาใจสายแคมป์ปิ้ง

เปลี่ยนรูปแบบการเดินทางแบบเดิมๆ ให้ตัวเองได้มาสัมผัสอากาศอันแสนหนาวเหน็บระหว่างทาง หรือเม็ดฝนที่โปรยลงมาอย่างต่อเนื่อง จบวันด้วยการตั้งแคมป์ทำอาหารเย็น พร้อมตื่นมาพบกับแสงแรกของวันใหม่ที่หน้าเต็นท์ไปกับการขี่มอเตอร์ไซค์ออกเที่ยวกันบ้าง โดยวันนี้เราจะมาแนะนำ 5 รถมอเตอร์ไซค์เอาใจสายแคมป์ปิ้งกันว่ารุ่นไหนบ้างที่เหมาะสมและตอบโจทย์มากที่สุด

1. Honda CT125

“ได้เวลาออกนอกเส้นทาง” นี่คือคอนเซปต์ที่ชัดเจนของรถมอเตอร์ไซค์สายเทรลรุ่นใหม่ล่าสุดจากค่าย Honda ที่ต่อยอดความคลาสสิกระดับตำนานตั้งแต่ปี 1960 ของ Honda CT กลับมาปลุกใจนักเดินทางอีกครั้ง ซึ่งยังคงเอกลักษณ์การขับขี่ที่ไม่ซ้ำใครแบบ Single Riding สนุกไปกับเพื่อนๆ คนละคัน ลุยไปบนเส้นทางที่ไม่เหมือนใครกับท่อไอเสียยกสูงแบบเทรลขนานแท้ พร้อม Carrier ขนาดใหญ่เพื่อพกพาเต็นท์ เก้าอี้สนาม และอุปกรณ์แคมป์ปิ้งต่างๆ ให้คุณออกจากเส้นทางที่คุ้นเคย สนุกกับไลฟ์สไตล์กลางแจ้ง พร้อมเพื่อนร่วมทางที่รู้ใจในการขับขี่พิชิตทุกเส้นทางเป้าหมายใหม่ที่กำลังรอคุณอยู่

2. Vespa GTS Super Sport 300 ABS

เอาใจสายคลาสสิกกันบ้างสำหรับพรีเมียมสกู๊ตเตอร์รุ่นใหญ่สุดของ Vespa ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบรถสไตล์เรโทรโมเดิร์นสปอร์ตผสมผสานกลิ่นอายความวินเทจอันน่าหลงใหล สุขุมและนุ่มลึกสุดๆ กับสุดยอดสมรรถนะอันทรงพลังตามแบบฉบับเวสป้าเฟรมใหญ่ด้วยเครื่องยนต์ 300 ซีซี ดีไซน์ใหม่ไฟหน้า-ไฟท้าย แบบ LED ส่องสว่างภายใต้กรอบไฟสีโครเมี่ยมสุดโฉบเฉี่ยว ตัวถังเหล็กคงความเป็นเอกลักษณ์ที่ดูแข็งแรง ดุดันตามแบบฉบับ ช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ที่สามารถใส่หมวกกันน็อคได้ถึง 2 ใบ  มีชุดของแต่งอีกเพียบที่คุณสามารถเลือกช้อปให้ตอบโจทย์สำหรับการออกไปแคมป์ปิ้งและไลฟ์สไตล์ในการขับขี่แบบฉบับเวสป้า

3. Royal Enfield Himalayan

ตอบโจทย์สายผจญภัยบนเส้นทางที่ท้าทายที่สุดกับหิมาลายัน มอเตอร์ไซค์ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อรองรับการใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์และหลากหลาย ด้วยการออกแบบโครงสร้างตัวถังแบบ Half-duplex split cradle frame และระบบกันกระเทือนระยะยุบตัวยาวทำให้คุณและรถเป็นส่วนหนึ่งบนท้องถนน ด้านข้างของตัวรถสามารถติดกระเป๋ากันน้ำหรือกล่องอะลูมิเนียมไว้ใส่สัมภาระและอุปกรณ์แคมป์ปิ้งได้ ด้วยความสูงของเบาะนั่ง ตำแหน่งการวางเท้าและแฮนเดิลบาร์ช่วยลดอาการเมื่อยล้า ทำให้คุณขับขี่ได้อย่างสะดวกสบายในทุกเส้นทาง

4. Triumph Street Scrambler

สไตล์อันงดงามผสมผสานความดุดันบนเส้นทางวิบาก มาพร้อมความอเนกประสงค์ที่สามารถขับขี่ได้สนุกมากยิ่งขึ้น ด้วยการปรับปรุงเครื่องยนต์สูบคู่ 900 cc อุปกรณ์มาตรฐานสเปคสูงขึ้น เทคโนโลยีระดับชั้นนำของกลุ่ม พร้อมการตกแต่งรายละเอียดงานพื้นผิวระดับพรีเมียมและภาพลักษณ์แนว Scrambler ที่โดดเด่นเฉพาะด้านยิ่งขึ้น ให้คุณสามารถรับแรงบันดาลใจในการคัสตอมได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ด้วยอุปกรณ์เสริมกว่า 120 รายการ เพื่อเพิ่มสไตล์แบบออฟโร้ดให้เข้ากับการตั้งแคมป์ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย พร้อมขีดความสามารถให้สูงขึ้น

5. BMW R 1250 GS

ที่สุดของสายแอดเวนเจอร์กับการสัมผัสประสบการณ์สมรรถนะอันทรงพลังจากเครื่องยนต์บ็อกเซอร์รุ่นใหม่ที่เพิ่มขนาดให้ใหญ่ขึ้นด้วยกำลัง 100 กิโลวัตต์ (136 แรงม้า) พร้อมความจุ 1,250 ลบ.ซม. ระบบควบคุมเพลาลูกเบี้ยวแบบแปรผัน BMW ShiftCam ส่งต่อกำลังทั้งในช่วงความเร็วรอบสูงและความเร็วรอบต่ำ ให้คุณค้นพบความรู้สึกแห่งอิสระกับการขับขี่ที่สนุกได้ในทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมือง บนทางหลวง หรือแม้แต่ออฟโร้ด รวมถึงยังมีอุปกรณ์เสริมอีกมากมายให้คุณเลือกตกแต่งได้ตามต้องการเพื่อบ่งบอกความเป็นตัวเองได้อย่างชัดเจน

สำหรับใครที่กำลังมองหารถมอเตอร์ไซค์ไว้ไปแคมป์ปิ้ง หรือสนใจรถมอเตอร์ไซค์มือสอง สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ MocyKaidee แหล่งรวบรวมรถมอเตอร์ไซค์มือสองสำหรับคุณ