การโอนรถเปลี่ยนเจ้าของต้องทำไง เดี๋ยวบอกให้

การโอนรถเปลี่ยนเจ้าของต้องทำไง เดี๋ยวบอกให้

รถยนต์เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ค่อนข้างน่าปวดหัว ตอนซื้อ-ขายไม่เท่าไร แต่พอถึงขั้นตอนการโอนรถเปลี่ยนเจ้าของนี่สิลำบากเลย แล้วถ้ายิ่งไม่มีประสบการณ์มาก่อน หรือทั้งชีวิตเปลี่ยนรถไม่บ่อยนัก น่าจะมึนตึบกันอย่างแน่นอน พวกเรา Kaidee จะมาไขข้อข้องใจทั้งหมดเกี่ยวกับการโอนรถให้กระจ่างกันเอง

การโอนรถเปลี่ยนเจ้าของคืออะไร

ถ้าให้พูดได้อย่างเข้าใจง่ายที่สุดเลย การโอนรถเปลี่ยนเจ้าของ คือการโอนย้ายกรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของรถยนต์คันหนึ่ง ไปยังอีกคนหนึ่งหรือเจ้าของคนใหม่ โดยที่ผู้โอนและผู้รับจะต้องแจ้งต่อหน้านายทะเบียนตามกฎหมาย

โอนตรง

เป็นการโอนกรรมสิทธิ์ทุกอย่างของเจ้าของรถคนเดิม ไปสู่เจ้าของคนใหม่ที่ซื้อรถต่อ โดยจะต้องไปทำสัญญาต่อหน้านายทะเบียนที่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานคร หรือสำนักงานขนส่งจังหวัด สาขาที่ผู้โอนมีที่อยู่ในใบคู่มือจดทะเบียนรถหรือที่ขอแจ้งใช้รถไว้ ซึ่งสภาพของรถยนต์จะต้องตรงกับในรูปเล่ม หากมีการเปลี่ยนแปลง ต้องไปแจ้งก่อนที่จะมาทำสัญญาโอนรถเปลี่ยนเจ้าของ

เอกสารที่ใช้

  • ใบคู่มือจดทะเบียนรถ
  • สำเนาบัตรประชาชน (ถ้าหากเป็นนิติบุคคลให้มีหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิตบุคคล พร้อมทั้งสำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจ)
  • สัญญาซื้อ-ขาย พร้อมใบเสร็จการรับเงินและใบกำกับภาษี
  • แบบคำขอโอนและรับโอน โดยกรอกรายการและลงลายมือชื่อของผู้โอนและผู้รับโอนเรียบร้อย
  • หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบ (กรณีผู้โอนและผู้รับโอนไม่ได้มาดำเนินการด้วยตัวเอง)

โอนลอย

การโอนลอยนั้นเกิดมาจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนั้นยังไม่สามารถไปทำเรื่องต่อหน้านายทะเบียนได้ จึงเป็นการเซ็นสัญญาของผู้ที่ขายรถยนต์ เป็นการโอนของผู้ขาย โดยเซ็นลายมือชื่อไว้ในเอกสารเรียบร้อยแล้ว และส่งมอบรถไปให้ผู้รับโอนเป็นที่เรียบร้อยเช่นเดียวกัน แต่ยังไม่ได้กรอกตัวชื่อของผู้รับโอน รวมไปถึงยังไม่ได้ทำสัญญาต่อหน้าเจ้าหน้าที่อีกด้วย

เอกสารที่ใช้

  • หนังสือสัญญาซื้อขาย
  • เล่มทะเบียนรถตัวจริง
  • สำเนาบัตรประชาชน พร้อมลายเซ็นถูกต้องของเจ้าของรถยนต์
  • สำเนาบัตรประชาชน พร้อมลายเซ็นถูกต้องของผู้ซื้อ (ในกรณีที่เจ้าของรถขายต่อกับผู้ซื้อโดยตรง)
  • สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมลายเซ็นถูกต้องของเจ้าของรถคนล่าสุด
  • แบบคำขอโอนและรับโอนจากกรมขนส่งทางบก พร้อมลายเซ็นของเจ้าของรถยนต์
  • หนังสือมอบอำนาจจากกรมขนส่งทางบก พร้อมลายเซ็นถูกต้องของเจ้าของรถรถยนต์ (ในกรณีที่เจ้าของรถไม่ได้ไปทำเรื่องโอนที่กรมขนส่งเอง สามารถให้บุคคลอื่นหรือบุคคลที่ซื้อรถต่อไปทำเรื่องโอนแทนได้)

ข้อดีของการโอนลอย

เราจะข้ามเรื่องของการโอนตรงไปเลย เพราะว่ามันเป็นการโอนแบบปกติสากลที่ทำ ๆ กัน แต่การโอนลอยนั้นแตกต่างออกไป ซึ่งแน่นอนว่ามีทั้งข้อที่ดีและข้อที่ไม่ดี ซึ่งควรจะต้องระวังกันเอาไว้ให้ดี ๆ กันด้วยล่ะ

1. ซื้อ-ขายรถได้สะดวกยิ่งขึ้น

เนื่องจากว่าการโอนลอยเป็นเพียงแค่การเซ็นสัญญาทิ้งไว้ และให้อีกฝ่ายไปที่งานทะเบียนเองให้ภายหลัง จึงทำให้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น (ซึ่งแนะนำว่าควรเป็นการซื้อ-ขายผ่านตัวกลางเท่านั้น จะปลอดภัยกว่า)

2. เจ้าของรถยนต์ไม่เสียเวลาในการดำเนินการ

อย่างที่ได้บอกไปเพียงแค่เจ้าของรถยนต์นั้นเซ็นลายมือชื่อในสัญญาทิ้งเอาไว้ ก็เป็นอันเสร็จขึ้นตอน ที่เหลือก็แค่รอให้ผู้ซื้อไปดำเนินการต่อเอาเอง ลดเวลาของผู้ขายลงไปได้เยอะเลย

ขั้นตอนการโอนรถ

ขั้นตอนในการโอนรถไม่ได้ยากอย่างที่คิด แต่ว่าอาจจะลำบากเพียงเล็กน้อย แต่ก็เพื่อประโยชน์ของทั้งผู้ที่ซื้อและผู้ที่ขาย ที่จะได้ความมั่นใจในระดับหนึ่งก่อนการซื้อ-ขายรถยนต์ มาดูกันว่าขั้นตอนมีอะไรบ้าง

1. เริ่มจากการนำรถยนต์ที่กำลังจะซื้อ-ขาย ไปตรวจเช็คสภาพรถว่าได้ตามหลักของ ตรอ. 

2. นำเอกสารที่เตรียมไว้ทั้งหมด ไปยื่นเรื่องขอโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ที่งานทะเบียน

3. รับใบคู่มือจดทะเบียนคืน

4. รับใบเสร็จรับเงิน คู่มือจดทะเบียน เครื่องหมายการเสียภาษี และแผ่นป้ายทะเบียน

การโอนรถเปลี่ยนเจ้าของมีค่าใช้จ่ายไหม?

ทุกอย่างมีขั้นมีตอนอยู่เสมอ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก็เช่นเดียวกัน การโอนรถเปลี่ยนเจ้าของก็มีค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ต้องจ่ายอยู่เหมือนกัน

1. ค่าคำขอ 5 บาท

2. ค่าธรรมเนียมการโอน 100 บาท

3. ค่าอากรแสตมป์ 500 บาท (ต่อราคาประเมินรถยนต์ทุก ๆ 100,000 บาท)

4. ค่าเปลี่ยนป้ายทะเบียน 200 (ถ้าหากเปลี่ยนใหม่)

5. ค่าเปลี่ยนเล่มทะเบียน 100 บาท (กรณีเล่มทะเบียนชำรุดหรือเก่า)

การโอนรถเปลี่ยนเจ้าของข้ามจังหวัดทำได้หรือไม่??

ต้องบอกก่อนเลยว่าสามารถทำได้!! เพราะที่พูด ๆ มาทั้งหมดก่อนหน้านี้เป็นเพียงการโอนภายในจังหวัดเดียวกันเท่านั้น แล้วถ้าหากจะต้องโอนข้ามจังหวัดล่ะ จะต้องทำอย่างไรกัน?? เริ่มจากเอกสารกันก่อนเลย 

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • สำเนาบัตรประชาชนของทั้งผู้โอนและรับโอน คนละ 2 ฉบับ
  • สำเนาบัตรทะเบียนบ้านของทั้งผู้โอนและรับโอน คนละ 2 ฉบับ
  • สำเนาทะเบียนรถ
  • แบบฟอร์มการโอนและรับโอน
  • หนังสือมอบอำนาจ

ขั้นตอนการดำเนินการ

  1. นำเอกสารที่เตรียมเอาไว้ไปแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ว่าต้องการโอนข้ามจากจังหวัดไหนไปจังหวัดไหน
  2. กรอกเอกสารคำร้องขอโอนข้ามจังหวัด
  3. ชำระค่าธรรมเนียมต่าง ๆ โดยค่าธรรมเนียมทั้งหมด มีดังนี้
  • ค่าธรรมเนียมการโอนรถ 100 บาท
  • ค่าคำขอการโอน 5 บาท
  • ค่าเปลี่ยนผ่านป้ายทะเบียน 200 บาท
  • ค่าเปลี่ยนเล่มทะเบียน 100 บาท
  • ค่าอากรแสตมป์ 500 บาท (ต่อการประเมินราคารถทุก ๆ 100,000 บาท)
  1. นัดวันตรวจรถอีกครั้ง (และรอตรวจสอบให้เสร็จ)
  2. รับป้ายทะเบียน พร้อมเล่มทะเบียนเล่มใหม่

สรุปท้ายบทความ การโอนรถเปลี่ยนเจ้าของ

เป็นอย่างไรกันบ้าง ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะ แถมมีขั้นตอนและเอกสารไม่เยอะอีกด้วย ใครเข้าข่ายในกรณีแบบไหน ก็ลองศึกษาตามดูและเตรียมตัวไว้ก่อน เพื่อจะได้ประหยัดเวลาและง่ายเมื่อถึงตอนที่คุณซื้อรถต่อจากใครสักคนหนึ่ง หรือไปหาเลือกซื้อรถยนต์มือสองตามเต็นท์ต่าง ๆ

แต่ว่าจะง่ายกว่าไหม ถ้าคุณจะเลือกซื้อรถยนต์มือสองที่ดีและตรงกับความต้องการ แถมมีรถยนต์ให้เลือกมากมาย พร้อมรูปถ่ายที่ทำให้คุณดูสภาพของรถได้ก่อน อีกทั้งยังสามารถติดต่อกับผู้ขายได้โดยตรง และนัดดูรถก่อนตัดสินใจซื้อได้อีกด้วย ต้องที่นี่เลย Kaidee Auto

เอกสารโอนรถคืออะไร? ใช้ตอนไหน ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง?

เอกสารโอนรถคืออะไร? ใช้ตอนไหน ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง?

ใครที่กำลังจะเลือกซื้อรถมือสองสักคัน หรือต้องการที่จะขายรถมือสองก็ตาม คำที่ต้องมีลอยผ่านเข้ามาในหัวอาจจะมีมากมายหลายคำ แต่หนึ่งในนั้นต้องไม่พ้นคำว่า “เอกสารโอนรถ” อย่างแน่นอน แต่ว่าเอกสารนี้มีไว้เพื่ออะไร และการจะเตรียมเอกสารโอนรถนั้นจะต้องเตรียมอะไรไว้บ้าง วันนี้เดี๋ยวเราจะได้มารู้กันถึงข้อมูลเบื่องลึกกันไปเลยยย!!

ผู้โอนและผู้รับโอนคืออะไร

ก่อนที่จะไปรู้ว่าเอกสารโอนรถคืออะไร เราต้องมาทำความรู้จักกับคำศัพท์พื้นฐานสองคำง่ายๆอย่าง ผู้โอนและผู้รับโอน เสียก่อน เพื่อที่จะได้ปรับความเข้าใจในบริบทของการซื้อ-ขาย ที่ต้องใช้ภายในเอกสารโอนรถ

ผู้โอน คือ คนที่เป็นเจ้าของรถยนต์ โดยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เองในรถยนต์คันที่ต้องการจะขายทอดในตลาดเองหรือง่ายๆก็คือ “ผู้ขาย”

ผู้รับโอน คือ คนที่รับกรรมสิทธิ์ต่อมาจากผู้โอน โดยที่ผู้รับโอนนั้นจะมีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์นั้นได้ต่อเมื่อทำสัญญากับผู้ขายอย่างเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้วหรือที่เราเรียกกันว่า “ผู้ซื้อ”

เอกสารโอนรถคืออะไร?

เอกสารโอนรถหรือชื่ออย่างเป็นทางการเลย คือ เอกสารโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ เป็นเอกสารหนึ่งที่ใช้เมื่อเกิดการซื้อ-ขายรถ ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายเพื่อย้ายกรรมสิทธิ์ต่างๆจากเจ้าของคนเก่าไปสู่เจ้าของคนใหม่ ซึ่งรถยนต์ที่นำมาโอนนั้นจะต้องมีข้อมูลตรงตามเล่มทะเบียนรถยนต์ โดยประกอบด้วยข้อมูลดังนี้

  1. รายละเอียดต่างๆของรถ เช่น ยี่ห้อรถ รุ่น เลขที่ตัวถัง สี เป็นต้น
  2. ประวัติการซื้อ-ของรถยนต์ก่อนหน้า (เป็นเรื่องที่สำคัญมาก สามารถเช็คได้ว่าโดนย้อมแมวหรือไม่)

สิ่งที่ต้องเตรียมตัวสำหรับเอกสารโอนรถมีอะไรบ้าง?

ก่อนที่เราจะโอนรถยนต์ในแต่ละครั้ง ความพร้อมในการเตรียมเอกสารนั้นก็เป็นสิ่งที่จำเป็นไม่แพ้กัน นอกจากจะทำให้ประหยัดเวลาของทั้งสองฝ่ายแล้ว ยังทำให้ต่างฝ่ายต่างสามารถตรวจสอบข้อมูลของกันและกันได้อีกด้วย โดยเอกสารที่ต้องเตรียมนั้น มีดังนี้

เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนโอนรถ

  1. เอกสารโอนรถ
  2. เล่มทะเบียนรถยนต์
  3. สำเนาบัตรประชาชน ของทั้งผู้โอนและรับโอน
  4. สัญญาซื้อขาย

เอาไว้ใช้ตอนไหนบ้าง?

เราได้รู้ทุกอย่างที่ควรรู้เกี่ยวกับเอกสารโอนรถเป็นที่เรียบร้อย ก็น่าจะพอเดาๆกันออกกันอยู่แล้วว่าเอาไว้ใช้ตอนไหน ซึ่งนั่นก็คือใช้ต่อเมื่อทำการซื้อหรือขายรถยนต์สุดที่รักของเรานั้นให้กับอีกคนหนึ่ง แต่มีสิ่งหนึ่งที่หลายอาจจะยังไม่รู้คือ เอ๊ะ จริงๆแล้วการที่เรานั้นจะซื้อ-ขายรถหนึ่งคันนั้นต้องทำอะไรยังไงบ้างเสียซะมากกว่า ดังนั้นวันนี้จะมาบอกกันว่ามีขั้นตอนอะไร อย่างไรบ้าง ดังนี้

ขั้นตอนการโอนรถ

  1. ก่อนอื่นเลย เริ่มจากการนำรถยนต์ที่จะทำการซื้อขายไปตรวจสภาพเสียก่อน (โดยไปตรวจที่สถานณ์ตรวจรถหรือ ตรอ.)
  2. ตรวจสอบด้านหลังเล่มทะเบียนว่าจดแจ้งขอใช้รถยนต์ไว้ในพื้นที่ไหน เวลาโอนให้ไปโอนที่กรมขนส่งของพื้นที่นั้นๆ
  3. เขียนแบบคำขอโอนและรับโอน ด้วยลายมือ
  4. นำรถยนต์ที่จะโอนพร้อมเอกสาร ไปติดต่อทำเรื่องโอนที่กรมขนส่งพื้นที่ แผนกงานทะเบียน ตามเล่มทะเบียนรถยนต์
  5. จ่ายค่าธรรมเนียมต่างๆ ตามนี้เลย!!
  • ค่าคำขอ 5 บาท
  • ค่าธรรมเนียมการโอน 100 บาท
  • ค่าอากรซื้อขาย ต่อราคาประเมินรถ แสนละ 500 บาท
  1. รับใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์คืน
  2. รับใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษีและป้ายทะเบียนรถใหม่

สรุปท้ายบทความ

ทีนี้ก็ได้รู้กันไปแล้วกับเรื่องของเอกสารโอนรถ ใครที่กำลังเล็งๆจะซื้อรถ ขายรถ เข้ามาอ่านบทความนี้น่าจะนำไปเตรียมตัวกันได้ถูกต้องและครบถ้วน จะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายหาตอนเวลาที่จวนตัว พร้อมที่จะเดินเข้าไปในกรมขนส่งได้อย่างเชิดอก

ดังนั้นควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่จะซื้อขายรถเพื่อความปลอดภัยและประหยัดเวลาของเราได้ แต่ถ้าหากมีข้อสงสัยหรือไม่เข้าใจในตรงไหน สามารถติดต่อเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02-271-8888 หรือเข้าไปที่เว็บไซต์ www.dlt.go.th ของกรมขนส่งได้เลย

จบไปแล้วนะครับกับบทความเรื่องเอกสารโอนรถยนต์ น่าจะพร้อมกันแล้วกับการซื้อ-ขายรถยนต์มือสอง ถ้าหากหารถยนต์มือสองที่ไหนไม่ได้แล้วล่ะก็ RodKaidee มีพร้อมให้คุณเสมอ และก็ฝากติดตามคอนเทนต์ถัดๆไปไว้ด้วยนะ 🙂