แฟชั่นหน้าร้อน ต้อนรับซัมเมอร์สุดฮอต

แฟชั่นหน้าร้อน ต้อนรับซัมเมอร์สุดฮอต

วันนี้ Kaidee จะมาบอกทริคการแต่งตัวต้อนรับซัมเมอร์ 2024 สุดฮอตที่หลายคนรอคอย สาวๆ ที่อยากจะอวดสไตล์การแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเก๋ๆ หรือหนุ่มๆ ที่อยากจะแต่งตัวให้ดูฮอต ถ้าพูดถึง แฟชั่นหน้าร้อน แล้วหลายคนก็คงอยากจะหาเสื้อผ้าที่ใส่แล้วทะมัดทะแมง สบายตัวและสามารถทำกิจกรรมในช่วงหน้าร้อนได้ทั้งวัน เตรียมตัวอัปเดตลุคในช่วงหน้าร้อนนี้ จะมีเสื้อผ้าแบบไหนบ้างที่ใส่แล้วออกมาปังพร้อมลุยไปทุกที่ในช่วงซัมเมอร์นี้ ไปดูกันเลย

สีสำหรับ แฟชั่นหน้าร้อน ปี 2024

นอกจากความสวย ความเท่แล้วอีกหนึ่งอย่างที่ขาดไม่ได้ก็คือความสบาย หลายคนคงคิดว่าแค่เลือกเสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าบางเบาใส่แล้วสบายตัวก็เพียงพอ แต่วันนี้เราจะมาบอกความลับของการเลือกสีที่ทำให้ร้อนน้อยที่สุดตามผลการวิจัยของชาวญี่ปุ่นพบว่า การใส่เสื้อสีขาว สีเทา สีแดง สีส้ม และสีฟ้านั้นจะช่วยระบายความร้อนได้ดีกว่าสีโทนเข้มอย่างสีน้ำเงินหรือสีดำนั่นเอง อ่านแล้วรู้สึกว่า แฟชันหน้าร้อน นี้เป็นเรื่องง่ายขึ้นกว่าเดิมเลยใช่ไหมล่ะ ไม่ว่าจะแมตช์กับอะไรก็ออกมาดูดีได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน

สไตล์เสื้อผ้าหน้าร้อน ปี 2024

การหาเสื้อผ้ามาแมตช์ให้เข้ากับกางเกงหรือกระโปรงสำหรับสาวๆ ให้เข้ากับหน้าร้อนนี้ต้องบอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องยาก ไม่ว่าคุณจะเป็นสาวเท่ สาวเปรี้ยว หรือสาวหวานก็แมตช์ออกมาได้ง่ายๆ 

เชื่อไหมว่าแค่จับเสื้อยืดสกรีนลายมาแมตช์เข้ากับกางเกงขาสั้นหรือขายาวก็ออกมาดูคูลดับร้อนได้เป็นอย่างดี เพิ่มดีเทลความแซ่บเล็กน้อยด้วยการผูกชายเสื้อให้ดูรัดรูปขึ้น หรือจะนำไปแมตช์กับหมวกใบเก๋ก็ออกมาดูเท่พร้อมปะทะแดดเมืองไทยแล้วล่ะ

ตัวแม่ตัวมัมอย่างเราๆก็ต้องเตรียมพร้อมอวดผิวสวยท้าแดดด้วยเสื้อครอปตัวจิ๋ว แมตช์กับกระโปรงสักตัว แต่! ถ้าเสื้อครอปตัวจิ๋วยังดูไม่แซ่บพอสำหรับตัวมัมแบบเรา แอดแนะนำว่าต้องซีทรูเท่านั้น แมตช์กับอะไร สีโทนไหน ยังไงก็เริ่ด

เพราะคนน่ารักก็ต้องคู่กับอะไรน่ารักๆ เปิดลุคน่ารักฉบับสาวหวานด้วยมินิเดรสลายดอกเพื่อเติมความสดชื่นให้กับทุกสายตา เพิ่มความความน่ารักด้วยผ้าโพกผมสีสันสดใส หรือจะแมตช์มินิเดรสสีพาสเทล หรือมินิเดรสโทนขาวลายลูกไม้ก็ดูสดใสสบายตาสุดๆ

ส่วนหนุ่มๆ หน้าร้อนนี้หยิบเอาเสื้อเชิ้ตแขนสั้นมาแมตช์เข้ากับกางเกงขาสั้นตัวเก่งก็ได้ลุคสบายๆ หรือจะหยิบเอากางเกงสแลคขาเต่อ มาแมตช์กับเสื้อเชิ้ตหลวมๆ ปลดกระดุมเล็กน้อยบอกเลยว่าระดับความฮอตพุ่งถึงขีดสุดแน่นอน

รองเท้าที่เหมาะกับหน้าร้อน ปี 2024

สำหรับหน้าร้อนที่กำลังมาแรงสุดๆ ในช่วงนี้ก็คือรองเท้าแตะสีสันฉูดฉาดแมตช์เข้ากับเสื้อผ้าโทนสีขาวก็ช่วยเติมสีสันในช่วงซัมเมอร์นี้ได้มากขึ้น หรือจะเลือกเป็นคัชชูเสริมส้นเล็กน้อย ยิ่งเป็นคัชชูหนังแก้วอย่างสีแดงหรือสีเขียวแค่นี้ก็สดใสพร้อมออกไปท้าแดดแล้วล่ะ

หนุ่มๆ ที่กำลังมองหารองเท้าเพื่อจบลุคสบายๆ ลองหยิบรองเท้าผ้าใบสีขาวสักคู่ก็ออกมาดูเท่ หรือจะเป็นรองเท้าแตะหนังโทนสีเข้มตัดกับเชิ้ตสีขาวก็ออกมาดูเป็นหนุ่มฮอตพร้อมลุยในช่วงซัมเมอร์นี้สุดๆ


เป็นยังไงกันบ้างสำหรับไอเดียแฟชั่นหน้าร้อนเล็กๆ น้อยๆ ที่ Kaidee เอามาแนะนำให้ในวันนี้ แต่งตามกันไม่ยากและยังสามารถหามาแมตช์ได้ง่ายๆ อีกด้วย

แฟชั่นไม่มีเพศ: บทสัมภาษณ์ผู้ชายคนหนึ่งกับการเป็นตัวเองผ่านแฟชั่น

แฟชั่นไม่มีเพศ: บทสัมภาษณ์ผู้ชายคนหนึ่งกับการเป็นตัวเองผ่านแฟชั่น

เสื้อผ้าถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้กำหนดเพศของผู้สวมใส่มาเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะในมุมไหน หรือประเทศใดบนโลกนี้ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และสังคมล้วนหล่อหลอมให้เสื้อผู้ชายและผู้หญิงต้องแตกต่างกัน

คนที่ต้องการฉีกออกจากกรอบที่กล่าวมา มักถูกพิจารณาจากสังคมด้วยมุมมองหลากหลายแบบ ทั้งเป็นคนบ้าไม่สนโลก เป็นขบถทางวัฒนธรรม หรือแม้กระทั่งเป็นบุคคลรักร่วมเพศ จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะมองมุมไหน การแต่งตัวข้ามเพศก็ดูจะถูกมองในแง่ลบเสียสิ้น ลองดูคำนิยามที่นักวิชาการในอดีตให้ไว้เกี่ยวกับการแต่งกายข้ามเพศดู

“โรคชอบแต่งกายลักเพศ (Transvestism) คือพฤติกรรมการแต่งกายข้ามเพศกับเพศสภาพของตนเอง ถึงแม้ว่าความหมายของชื่อโรคนี้จะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยและสถานการณ์ แต่ความหมายโดยรวมมักหมายถึงผู้ที่มีความสนใจในการแต่งตัวด้วยชุดข้ามเพศอย่างสมัครใจ พบได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง รักเพศเดียว เพศตรงข้าม รักสองเพศ หรือแม้กระทั่งไม่ฝักใฝ่ทางเพศ

แฟชั่นไม่มีเพศจริงหรือ

ในฐานะของมนุษย์เดินธรณีคนหนึ่ง ผมไม่ค่อยชอบใจคำนิยามของการแต่งกายข้ามเพศ รวมถึงค่านิยมเกี่ยวกับการแต่งกายของทั้งชายและหญิงที่สังคมกำหนดขึ้นมาสักเท่าไร ผมคิดว่าอาภรณ์ไม่กี่ชิ้น ไม่สามารถตัดสินเพศและขนบปฏิบัติของใครได้ แต่ผมจะไปรู้อะไร เพราะผมก็ยังคงเดินไปบนท้องถนนพร้อมกับการแต่งกายที่ถูก Define (ตีกรอบ) มาแล้ว ว่านี่คือแฟชั่นสำหรับผู้ชาย

จนผมมีโอกาสได้เห็นน้องคนหนึ่งบนหน้าฟีดอินสตราแกรม ที่มาพร้อมกับรูปสไตล์การแต่งตัวแบบ “Cross-dressing” หรือคือการนำเสื้อผ้าผู้หญิงมาผสมผสานในการแต่งตัวของตัวเอง ผมจึงไม่รอช้า ทักไปสอบถามและขอสัมภาษณ์ทันที

น้องเขาชื่อบอส เพิ่งจบการศึกษาจากคณะศิลปศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตอนนี้เป็นฟรีแลนซ์ทำงานด้านกราฟิกอยู่

ผมติดต่อบอสไปด้วยหลายสาเหตุ ข้อแรกที่แสนตื้นเขินคือ ผมกับน้องเคยทำงานด้วยกันมาก่อนอย่างใกล้ชิด เลยคิดว่าน่าจะแบ่งปันมุมมองได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น อีกข้อคือบอสไม่ได้แต่งตัวแบบ Cross-dressing เพื่อแค่จะถ่ายรูปแค่ครั้งสองครั้ง แต่น้องนำเสื้อผ้าผู้หญิงมาผสมในการแต่งตัวบ่อยครั้งจนเป็นกิจวัตร

เมื่อผมกับบอสมานั่งที่โต๊ะตัวเดียวกัน (จริงๆ สัมภาษณ์บนลานอัฒจันทร์) คำถามที่ผมต้องการได้ข้อสรุปกลับไปมีเพียงหนึ่งเดียวคือ “แฟชั่นมีเพศหรือไม่”

จุดเริ่มต้นของการแต่งตัวแนวนี้มาจากศิลปินคนหนึ่งที่ผมชอบ

“ผมชอบศิลปินคนหนึ่งคือแมทธิว ฮีลีย์ วง The 1975 เขามีแนวคิดหรือลักษณะความคิดที่ไม่ค่อยสนใจโลกเสียเท่าไร แต่ผมไม่ได้มีความพยายามจะเป็นเขาขนาดนั้น ผมแค่ชอบในความไม่แคร์โลกของเขาแค่นั้นเอง”

แมทธิว ฮีลีย์ คือฟรอนท์แมน (นักร้องนำ) จาก The 1975 วงดนตรีป๊อบร็อคที่มีผลงานเพลงอันโด่งดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Robbers, Somebody Else หรือเพลงสุดคลาสสิกอย่าง Chocolate ซึ่งไม่เพียงแต่อัลบั้มที่โด่งดังเป็นที่นิยม แต่แมทธิวยังเป็นไอดอลให้กับใครหลายคนในเรื่องของการใช้ชีวิตสุดโต่งไม่สนใคร

“ผมรู้สึกว่าแมทธิว ฮีลีย์สร้างแรงบันดาลใจให้กับผมหลายอย่าง ทั้งเรื่องดนตรี ความคิดและทัศนคติ และแน่นอน การแต่งตัว เพราะเขาเอาเสื้อผ้าผู้หญิงมาแมทช์กับการแต่งตัว และทำให้เห็นว่า การแต่งตัวแบบนี้ไม่ได้ดูแปลกแต่อย่างใด นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมเชื่อว่าการแต่งตัวไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว”

วันแรกที่ใส่เสื้อผู้หญิงเพราะเหลือบไปเห็นกองผ้าเก่าของอาม่า

“ผมคุ้ยกองเสื้อผ้าที่ทั้งอาม่าและแม่ของผมไม่ใส่แล้ว และเหลือบไปเห็นเสื้อสเวตเตอร์คอย้วยสภาพเก่าค่อนไปทางแย่ของอาม่า ซึ่งอาม่าไม่ได้ใส่แล้ว ผมเลยหยิบเอามาใส่”

“หลังจากนั้น ผมก็หยิบเครื่องแต่งตัวอื่นของแม่มาลองด้วยกัน หมุนตัวหน้ากระจกสองสามที แล้วก็เดินออกจากบ้านไปเลย โดยไม่ได้รอฟังคำวิจารณ์จากคนในครอบครัว”

แล้วเสียงของคนในครอบครัว เพื่อน คนรู้จัก คนรอบข้างเป็นอย่างไร

“ถ้าเป็นคนในครอบครัว แม่ก็จะแซวบ้างพอขำๆ เช่น ‘แอบเอาเสื้อผ้าแม่มาใส่อีกแล้วนะ’ หรือ ‘แต่งแบบนี้เป็นกะเทยหรือเนี่ย’ แต่ถามว่าเป็นเชิงลบหรือเปล่า ก็บอกเลยว่าไม่ ผมโดนแม่แซวบ่อยๆ เข้า ก็ชวนแม่เดินเข้าร้านขายเสื้อผ้า ไปแผนกเสื้อผ้าผู้หญิงเพื่อเลือกด้วยกันไปเลย (หัวเราะ)”

“แล้วกับเพื่อน คิดว่าไม่ค่อยมี หรือถ้ามีก็แปลว่าผมไม่ได้สนใจอะไรมาก เพราะมันไม่ได้เป็นแง่ลบจนเราเก็บมาคิดหรือใส่ใจขนาดนั้น อาจจะเป็นเพราะเราอยู่ในสังคมมหาวิทยาลัยด้วย มันเลยไม่มีใครมานั่งจับผิดเรา เพื่อนๆ รู้อยู่แล้วว่าผมเป็นอย่างไร เขาก็ไม่ได้อะไรกันมาก ส่วนมากก็จะเป็นการแซวขำๆ อารมณ์ประมาณถ้าไม่ใช่ผม ก็ไม่รู้ว่าใครจะแต่งแบบนี้ได้เหมือนกัน (หัวเราะ)”

เคยแต่งชุดแมทช์ของผู้หญิงไปเล่นดนตรีไหม

“เคยครับ ก็ไม่ได้โดน Feedback อะไรมากมายนะ อาจจะโดนแซวประมาณว่า ‘นั่งอยู่หลังกลอง แต่แต่งมาซะเต็มเลยนะ’ ขำๆ กันไปมากกว่า”

ผมไม่สามารถรู้ความคิดคนอื่นได้ ผมแค่เชื่อว่าการแต่งตัวของผมไม่แปลก

“ผมไม่มีชุดโปรด แต่ผมมีสีโปรดในการแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าผู้หญิง สีที่ผมชอบมากที่สุดคือชมพู ดำ และขาว อย่างเช่นผมใส่เสื้อคลุมผู้หญิง ผมจะเลือกตัดด้วยอะไรที่ทะมัดทะแมงเช่นกางเกงยีนส์ สแล็คสีดำ หรือรองเท้าคัชชูแทน”

“ผมลองใส่เสื้อผ้าพวกนี้และผมรู้สึกว่ามันเข้ากันดี แต่ผมก็ไม่รู้ว่าคนอื่นคิดยังไง หลายคนอาจจะมองว่าการแต่งตัวแบบนี้ดูแปลก เพราะพวกเขาอาจมีทัศนคติที่ถูกปลูกฝังมาอีกแบบหนึ่ง แต่สำหรับตัวผมแล้ว มันไม่แปลก”

แน่นอนว่าใครหลายคน รวมถึงตัวผมมักรู้สึกกังวล เวลาต้องริเริ่มทำอะไรใหม่ๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นการแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่ตรงข้ามกับเพศสภาพของตนเอง แต่เรามักหวาดระแวงและกลัวกับการต้องนำเสนออะไรสู่สาธารณะอยู่เสมอ คงจะดีไม่น้อย ถ้าเรามีความมั่นใจได้สักครึ่งนึงของน้องบอส

บอสคิดเห็นอย่างไรกับการใส่เสื้อผ้าตรงข้ามกับเพศสภาพ

“ผมมองว่ามันเป็นเรื่องปกติ เราต้องมองย้อนกลับไปก่อนว่า เพศของเสื้อผ้ามันถูกกำหนดมานานแล้ว ผู้ชายต้องแต่งแบบนี้ ผู้หญิงต้องแต่งแบบนี้ มันเป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว มันคือการแบ่งเพศไปโดยปริยาย ผมขอพูดถึงหนังเรื่องนี้ ชื่อเรื่องว่า PK จากอินเดีย”

จากนี้จะเป็นการสปอยล์ภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างดุเดือด

“หนังเรื่องนี้เล่าถึงมนุษย์ต่างดาวที่ลงมายังโลกแบบตัวเปล่า คือเปลือยมาเลย ทีนี้ตอนกำลังจะกลับดาว เขาทำอุปกรณ์ที่ช่วยให้ตนเองกลับดาวได้หายไป มนุษย์ต่างดาวเลยต้องอยู่บนโลกต่อไป พร้อมกับเริ่มเรียนรู้วิธีชีวิตของมนุษย์ ซึ่งรวมถึงการแต่งตัวด้วย ช่วงแรกมนุษย์ต่างดาวจะโดนบูลลี่ (กลั่นแกล้งรังแก) เพราะเขาใส่เสื้อผ้าไม่ตรงสภาพ เขาหยิบเสื้อผ้าผู้หญิงมาใส่บ่อยครั้ง”

“หนังสะท้อนบรรทัดฐาน หรือมาตรฐานทางสังคมที่มนุษย์กำหนดขึ้นมาร่วมกัน ว่าสิ่งต่างๆ มันควรจะเป็นอย่างนี้ ผู้ชายควรแต่งตัวแบบนี้ ผู้หญิงควรเป็นแบบนี้ ผู้ชายต้องกางเกง ผู้หญิงต้องใส่กระโปรง”

เราจะสังเกตเห็นบรรทัดฐานที่บอสกล่าวถึงในทุกซอกมุมของสังคม อย่างเช่นแบรนด์เสื้อผ้าที่จำเป็นต้องผลิตเสื้อผ้าให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค นั่นแปลว่าเรื่องการแต่งตัวและการแบ่งเพศเป็นของคู่กันมาตั้งนานแล้ว

“ปัจจุบันมีการรณรงค์เรื่องความเท่าเทียมและ LGBTQ+ มากขึ้น ซึ่งผมเองก็รู้สึกว่า การแต่งตัวไม่ควรถูกใช้มาเป็นประเด็นในการแบ่งแยกเพศ ขอแค่เรามั่นใจในการแต่งตัวของตัวเองก็พอแล้ว บางคนพอใจจะแต่งตัวตามเพศสภาพ แต่หากใครกำลังรู้สึกว่าโดนจำกัดกรอบการแต่งตัว ก็ให้หาทางหลุดออกมาจากกรอบนั้น เพราะมันไม่ใช่ตัวเรา ไม่ได้ Define การเป็นเรา เพราะฉะนั้น เราอยากแต่งอะไรก็แต่งไปเถอะ”

คิดว่าสังคมไทยเปิดกว้างกับเรื่องแบบนี้มากพอหรือยัง หากเทียบประเทศอื่นๆ

“ผมว่าไม่ใช่แค่เฉพาะประเทศไทย แต่เราต้องมองในรูปแบบของทั้งโลก เราอาจมองเห็นคนแต่งตัวแตกต่างกัน แต่เราไม่ได้มองว่ามันแปลก คือมันเหมือนกับเพลงที่เราชอบ เพลงหนึ่งอาจเป็นเพลงป็อบ เพลงหนึ่งอาจเป็นอีกแนว แต่ทั้งคู่มีความเพราะในแบบของมันเอง เราเลยฟังได้ทั้ง 2 เพลง ด้วยว่ามันเพราะในแบบของมันเอง”

บอสพยายามสื่อให้เราเห็นว่า การแต่งตัวก็เหมือนแนวเพลงที่แตกต่างกัน เราอาจเห็นคนแต่งตัวในหลากหลายลักษณะ แต่เราแค่ไม่ได้มองว่ามันแปลกแต่อย่างใด เพราะหากมองโดยรวมแล้ว การแต่งตัวแต่ละแบบก็กลมกลืนกันไปในสภาพแวดล้อมนั้นๆ

“ผมหรือพี่อาจเจอผู้ชายที่แต่งตัวด้วยชุดผู้หญิง แต่เรา 2 คนไม่ได้มองเป็นเรื่องแปลก ไม่ว่าจะประเทศนี้หรือที่ไหนบนโลกก็มีเหมือนกัน บุคคลเหล่านี้อาจมาในรูปแบบของคนธรรมดาที่เราไม่เคยเห็นบนท้องถนน หรืออาจเป็นศิลปินที่นำเสนอตัวตนของพวกเขาผ่านการแต่งตัวก็เป็นได้ เหมือน Matthew Healy นี่แหละ”

“บางทีเราก็ระบุแนวเพลงที่เรากำลังฟังอยู่ไม่ได้ ไม่รู้ว่ามันเป็น Jazz Pop หรือ Sync Pop หรืออะไร แต่มันเป็นแนวเพลงที่เกิดจากความนิยมในช่วงเวลาหนึ่งเหมือนๆ กัน ถ้าการแต่งตัวแบบผมมีมากขึ้นในอนาคต เราก็จะไม่ได้มองว่าการแต่งตัวแบบนี้นอกคอก หรือแปลก แต่เราจะมองว่ามันก็เป็นอีกหนึ่งสไตล์ในการแต่งตัวแค่นั้น”

คนที่ไม่เห็นด้วยต้องเปลี่ยนด้วยตัวเขาเอง เราหรือใครก็ตามเปลี่ยนพวกเขาไม่ได้

“ผมโชคดีที่ตัวผมไม่ต้องไปนั่งจับเข่าคุยกับคนในครอบครัวเพื่อบอกว่าทำไมผมถึงแบบนี้ ผมทำเพราะผมชอบและพอใจที่จะทำ แต่ผมเข้าใจว่า มีคนที่ต้องการจะนำเสนอตัวตนผ่านการแต่งตัวแบบนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามอยู่ แต่อาจติดปัญหาจากคนรอบข้างหรือคนในครอบครัว”

ผมชอบประโยคหนึ่งของบอส ตอนสัมภาษณ์คือ “คนที่ไม่เห็นด้วยแบ่งออกได้ 2 ประเภท คือคนที่ยังจำเป็นที่เราต้องมีอยู่ในชีวิต ถ้าเป็นแบบนี้ เราควรอธิบายให้เขาเข้าใจถึงเหตุผลในการแสดงออกของเรา ว่าทำไมเราถึงแต่งตัวแบบนี้ ว่าสิ่งที่เราทำไม่แปลก และเราไม่ควรเอาเรื่องเพศกับการแต่งตัวมาเป็นประเด็น”

แล้วอีกแบบล่ะ

“อีกแบบคือคนที่ไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับเรา คนพวกนี้ก็ช่างแ*งไปเถอะครับ” (เย็นน้อง)

มีอะไรอยากฝากก่อนจบบทสัมภาษณ์นี้ไหม

“เอาเป็นสรุปละกันครับ ไม่ต้องไปแคร์เสียงรอบข้างมากนัก เราควรเลือกฟังเสียงที่เข้ามาในชีวิตเรา อะไรที่ทำให้เราพัฒนาขึ้น หรือเป็นประโยชน์กับเรา ก็เลือกฟังเอาไว้ แต่อะไรก็ตามที่มันเป็นผลเสียต่อตัวเรา หรือไม่ได้ก่อให้เกิดอะไร และยังทำร้ายเราด้วย ก็อย่าไปใส่ใจมากนัก”

“เป็นตัวเองให้มากที่สุดจะดีกว่า”

คุยกับจีน ไอจีโมเดล ตัวแทนเด็ก Gen Z

คุยกับจีน ไอจีโมเดล ตัวแทนเด็ก Gen Z

| SMOKINGKILLLLS |


จีน-เรือนทิพย์ สืบนุการณ์ จีนไม่ใช่ดารา ไม่ใช่เซเลบ ไม่ได้เป็นเพื่อนสนิทกับคนดังที่ไหน เธอเป็นเพียงแค่เด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง เจ้าของอินสตาแกรมแอคเคาท์ ‘Smokingkilllls’ ผู้มียอดฟอลโลเวอร์มากถึง 11, 900 คน เพียงเท่านั้น แล้วอะไรกันนะ ที่ทำให้ชีวิตของเธอน่าสนใจ จนทำให้เราอยากจะคุยกับเธอ…

ด้วยวัยเพียง 24 ปี จีนผ่านประสบการณ์การใช้ชีวิตมาแล้วมากมาย ลองอะไรมาแล้วหลายอย่าง ทั้งการไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศตัวคนเดียว การลองทำงานเป็นพนักงานบริษัท ตื่นเช้า 7 โมง เลิกงาน 5 โมง เหมือนคนอื่น และการได้ขายของต่าง ๆ

และในที่สุด จีนก็ได้เจอสิ่งที่อยากทำ และเป็นสิ่งที่เธอสามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำ ว่านี่แหละคือ ‘ความสุข’ สิ่งนั้นคือ การได้แสดงตัวตนที่แท้จริงของเธอผ่านโลกโซเชียลมีเดีย และการได้ลองทำธุรกิจในวงการแฟชั่น ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่เธอรักมาตั้งแต่เด็ก ๆ 

“ อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ” 

‘อินฟลูเอนเซอร์’ เป็นคำที่ใช้เรียก ความสามารถของคนๆ หนึ่ง ที่สามารถเปลี่ยนความคิด และพฤติกรรม ของคนอีกกลุ่มหนึ่ง ผ่านโซเชียลมีเดียได้ อินฟลูเอนเซอร์ในปัจจุบัน มีหลายรูปแบบ เช่น บิวตี้กูรู แฟชั่นไอคอน กูรูพาท่องเที่ยว หรือนักชิมอาหาร เป็นต้น อินฟลูเอนเซอร์สามารถอยู่ได้ในหลายโซเชียลแพลตฟอร์ม (Social Media Platforms) ทั้งยูทูป อินสตราแกรม ติ๊กต็อก ทวิตเตอร์ และอีกมากมาย


หลายคนเรียกจีนว่า ‘ไอจี อินฟลูเอนเซอร์’ ส่วนตัวแล้ว จีน มีความคิดเห็นอย่างไรเมื่อมีคนเรียกเธอว่า อินฟลูเอนเซอร์, อะไรคือจุดเริ่มต้น Journey ของจีนในโลกโซเชียลมีเดีย และอะไรทำให้เธอกล้ามากพอที่จะเริ่มสร้างธุรกิจ เปิดร้านขายเสื้อผ้ามือสองเป็นของตัวเอง….กล้าที่จะลอง และกล้าที่จะล้ม เรามาดูกันเลย

เล่าจุดเริ่มต้นในโลกโซเชียลมีเดีย ให้ฟังหน่อยสิ

ตอนเราอยู่ ม.5 เรามีโอกาสได้ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ตอนนั้นบอกตรง ๆ ว่าเหตุผลที่ไป แค่อยากมีประสบการณ์วัยรุ่นเหมือนในหนังแค่นั้นเลย (ขำ) แต่พอกลับไทย นอกจากภาษาที่ดีขึ้นแล้ว เรารู้สึกว่าเรามีความมั่นใจมากขึ้นนะ คนที่นู่นเขากล้าทำอะไรตามใจตัวเอง และเป็นตัวของตัวเองดี ไม่ว่าจะในชีวิตจริง หรือในโซเชียลก็ตาม

พอกลับมาเราเลยหาช่องทางที่เราสามารถจะเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่ บวกกับความชอบถ่ายรูป และความบ้าเสื้อผ้าของเรา มันเลยเป็นจุดเริ่มต้นของการโพสรูปตัวเองกับเสื้อผ้าของเราในแต่ละวัน ถึงจะดูบ้า ๆ บอ ๆ ในบางครั้ง แต่มันคือตัวเรา 

แสดงว่าสไตล์การแต่งตัวของจีน ก็ได้รับอิทธิพลจากฝั่งอเมริกามาเยอะเลยใช่ไหม

ก็ไม่เชิงนะ เราว่าเราแต่งแบบที่เราอยากแต่ง แล้วมันใส่แล้วสบายมากกว่า อาจจะมีเลียนแบบสไตล์ที่เราชอบมาจากหนังหรือเทรนด์ที่ฮิตที่นู่นบ้าง แต่สุดท้ายเราชอบก็เอามันมาปรับให้มันเข้ากับเราอีกทีอยู่ดี

พูดถึงเทรนด์แฟชั่น ตอนนี้มีสไตล์ไหนที่จีนชอบเป็นพิเศษหรือเปล่า

มันเรียกว่าสไตล์ ‘Y2K’  มันเป็นแฟชั่นการแต่งตัวที่ฮิตมากในช่วงที่แม่ของพวกเรายังสาว ๆ อ่ะ เราคิดว่าสไตล์นี้มันเท่ดี ใส่เสื้อตัวเล็ก ๆ สั้น ๆ เหมือนเสื้อของเด็ก กับกางเกงหรือกระโปรงเอวต่ำหน่อย ๆ 

ส่วนตัวเราชอบนะ เวลาที่กระแสแฟชั่นมันวิ่งย้อนเวลากลับ จริง ๆ แล้วเราเป็นคนชอบซื้อเสื้อผ้ามือสองใส่อยู่แล้ว แล้วเวลาเห็นคนอื่นเริ่มหันมาซื้อเสื้อผ้ามือสองใส่กัน แทนการซื้อเสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่น มันรู้สึกดีมากเลย

แล้วทำไมถึงชอบเสื้อผ้ามือสองล่ะ

เราแค่รู้สึกว่า การใส่เสื้อผ้ามือสอง มันช่วย “Save Planet” ดี ช่วยลดการใช้แรงงานคนในการผลิตเสื้อผ้าใหม่ ๆ ตามเทรนด์ด้วย แถมเราเอง ก็ไม่ต้องเปลืองสตางค์ด้วยนะ เราว่ามันเป็นการช้อปปิ้งแบบมีความรับผิดชอบดี

นอกจากจะใส่เสื้อผ้ามือสองแล้ว ได้ยินว่าจีนมีร้านขายเสื้อผ้ามือสองเองด้วย

อ่อ (ขำ) ชื่อร้านว่า r4ndom.rand0m ในอินสตาแกรม ด้วยความที่เรามีเสื้อผ้าที่หายากเยอะ เพราะเป็นคนที่เวลาไปเที่ยวต่างประเทศ ชอบซื้อเก็บไว้ พอช่วงโควิดปีที่แล้ว ยอมรับเลยว่าค่อนข้างลำบาก เราเลยเอาเสื้อของเราออกมาขาย ตอนแรกไม่ได้จริงจังอะไรมากมาย แต่พอทำไปเรื่อย ๆ รู้สึกชอบ มันรู้สึกดีเวลาที่เห็นคนชอบสไตล์เสื้อผ้าเรา แย่งกันซื้ออะไรอย่างนี้ (ขำ) ตอนนี้เลยกลายเป็นร้านจริงจังไปแล้ว (ยิ้ม)

ในนามของเด็กรุ่นใหม่ที่มีอาชีพ ที่ผู้ใหญ่มักไม่เข้าใจ คุณพ่อ คุณแม่ ของจีน มีความคิดเห็นส่วนนี้ยังไงบ้าง

พ่อกับแม่ของเรา เขาเห็นว่าเราชอบขายของมาตั้งแต่เด็กแล้ว เขาเห็นเราทำแบบนี้มาตลอด พอโตขึ้น เราจริงจังกับมันมากขึ้น เขาสนับสนุนนะ อยากช่วยเราลงทุน และบางครั้งก็ช่วยเราไปส่งของด้วย

ส่วนเรื่องที่เราเป็นนางแบบไอจี เราว่าเราโชคดีนะ เพราะเขาไม่เคยว่าอะไรเลย อย่างที่บอก เขาเห็นว่าเรามีความสุขกับงาน และในขณะเดียวกัน ก็ Support ตัวเองได้

ในความคิดของเรานะ ตราบใดที่เราไม่ต้องไปขอเงินพ่อแม่ และมีความสุขในสิ่งที่ทำ ตื่นเต้นในทุกเช้าก่อนไปทำงาน เราว่าเรามาถูกทางแล้วนะ  

จีนเป็นคนที่มีสไตล์การแต่งตัวที่หลากหลายมากเลย เมื่อเทียบกับอินฟลูเอนเซอร์คนอื่น 

เราก็มีสไตล์ที่เราชอบนะ สไตล์ ‘Y2K’ ไง แต่สไตล์ที่ชอบ กับสิ่งที่เลือกใส่มันไม่เหมือนกันเนอะ เราเป็นคนชอบลองอะไรใหม่ ๆ เพราะไม่อยากเบื่อกับสิ่งที่ชอบ 

แต่จริง ๆ แล้ว บางวันเราก็เลือกเสื้อผ้าจาก สีมงคล นะ (ขำ) มันช่วยอะไรเราหลายอย่างเลย ทั้งทำให้ตัดสินใจเลือกเสื้อผ้าได้ง่ายขึ้น แถมยังเป็นที่พึ่งพาทางใจได้ด้วย สมมุตินะ วันนี้เราจะออกไปขายของ เราก็จะหยิบเสื้อสีที่พาโชคลาบมาหาเราในวันนั้น ไม่รู้ได้ผลจริงไหม แต่อย่างน้อย มันสบายใจ (ขำ)

จีนอยู่ในโลกของโซเชียลมีเดียมานานแล้ว เห็นว่ามันมีข้อดี ข้อเสียอะไรบ้างไหม

ข้อเสียข้อแรกเลยคือ เรื่องของ Privacy (ความเป็นส่วนตัว) บ่อยครั้งที่คนมาถามเรื่องส่วนตัวของเรา ซึ่งเป็นเรื่องที่เราไม่อยากให้คนที่ม่รู้จักเป็นการส่วนตัวรู้ อีกเรื่องคือเรื่องของคอมเมนต์แย่ ๆ เรารู้ว่าการมีคนรัก ก็ต้องมีคนไม่ชอบเป็นธรรมดา แต่อันนี้เราไม่ค่อยเอามาใส่ใจเท่าไร เอาไปเม้าท์กับเพื่อนมากกว่า

ข้อดีของ โซเชียลมีเดีย คือมันเปิดโอกาสอะไรให้เราเยอะแยะเลย เราได้ทำงานกับแบรนด์ที่เราชอบ ลองใส่เสื้อผ้าหลายสไตล์ ได้ทำงานกับคนเก่งๆ เยอะแยะ และเรายังได้ลองเปิดร้านเสื้อผ้าผ่านแพลตฟอร์มตรงนี้อีก เราว่าโซเชียลมีเดียมันดีมากนะ ถ้าเราใช้มันอย่างถูกวิธี 

สุดท้าย จีนมีอะไรฝากบอกคนที่ชอบแฟชั่น อยากลองเป็นอินฟลูเอนเซอร์ แต่ไม่กล้าพอไหม

เราว่าเรื่องของแฟชั่น หรือความชอบในการแต่งตัว มันไม่มีผิด ไม่มีถูกนะ ถ้าเราชอบ แล้วเรารู้สึกสนุกกับมัน เป็นความสุขอีกอย่างหนึ่ง ก็ทำไปเถอะ 

สิ่งที่สำคัญมากกว่าสไตล์ และราคาของเสื้อผ้า คือ “ความมั่นใจ” ถ้าเรามั่นใจสักอย่าง เราว่าจะใส่อะไรก็สวย

Photographer: Rommakorn Charoenkun

IG: @ronnakornn_

Fashion Forecast แรงบันดาลใจความเป็นไทยสู่สากล

Fashion Forecast แรงบันดาลใจความเป็นไทยสู่สากล

Fashion Forecast แรงบันดาลใจความเป็นไทยสู่สากล

เข็ดขัด + ลายกนกไทย

ได้รับอิทธิพลมาจากความเลื่อมใสและศรัทธาในศาสนาพุทธ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความเป็นธรรมชาติของ ดอกบัว พวงมาลัย ควันธูป และเปลวเทียน ก่อเกิดเป็นความสร้างสรรค์ทางศิลปะแบบไทย ๆ ที่สื่อถึงความเชื่อของสวรรค์และนรก

พวงมาลัย + หมวก

ศิลปะการประดิษฐ์ที่งดงามวิจิตรอย่างหนึ่งของชาวไทย ที่ถ่ายทอดผ่านภาษาดอกไม้และร้อยเรียงออกมาเป็น “พวงมาลัย” โดยริเริ่มมาจากท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ที่ใช้ในพิธีต่าง ๆ ที่สำคัญ อีกทั้งยังใช้ในการเคารพบุคคลที่มีพระคุณอีกด้วย

แรงบันดาลใจจากการถ่ายทอดภาษาผ่านดอกไม้และธรรมชาติที่ให้ความรู้สึกอ่อนโยนต่อจิตใจ ซึ่งหมวกเป็นอีกหนึ่งสิ่งประดับ ที่เพิ่มจุดนำสายตาได้เป็นอย่างดี จึงเลือกนำพวงมาลัยมาประดับตกแต่งเอาไว้เพิ่มความโดดเด่น

แมวไทยวิเชียรมาศ + ชุดเดรส

หนึ่งในแมวไทยโบราณมงคลตามตำรา ที่มีสีอันโดดเด่นจนเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลกว่าเป็นแมวขนสั้นที่สง่างามที่สุด โดยสมัยก่อนมักเลี้ยงกันเฉพาะภายในวังเท่านั้น โดยคำว่า “วิเชียรมาศ” มีความหมายว่า เพชรแห่งดวงจันทร์ ที่มาจากดวงตาสีฟ้าและสีขนที่เหมือนสีของพระจันทร์

ด้วยความโดดเด่นจากสีสันของขนแมวพันธุ์วิเชียรมาศ ที่ไล่จากสีครีมสู่สีน้ำตาลเข้ม กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้ชุดเดรสที่ไล่สีตามความสวยงามและความน่ารักของแมวสายพันธุ์นี้

เข็มขัดไทย + Apple Watch

ชุดไทยเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ประจำชาติ ที่เพิ่งเกิดขึ้นมาจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ที่มีความตั้งใจให้เมื่อใครที่พบเห็น ก็สามารถรับรู้ได้ในทันทีว่านี่แหละ คือ “ประเทศไทย” ซึ่งเข็มขัดไทยนี้ก็เป็นเครื่องประดับที่จำเป็นอย่างมากในชุด

จากเอกลักษณ์ความเป็นไทยอย่างเข็มขัดไทย นำมาสู่วิถีชีวิตของคนในปัจจุบันอย่าง Apple Watch ที่นอกเหนือจากฟังก์ชัน แต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราแบบชาวไทยนำมาไว้บนข้อมือ

กระสอบข้าวสาร + กระเป๋า

จุดเริ่มต้นเกิดในสมัยสุโขทัยที่เริ่มนำเชือกป่านเข้ามาจากทวีปแอฟริกามาสู่ประเทศไทย และนำมาทำเป็นงานทอผ้าต่าง ๆ รวมไปถึงนำมาทำเป็นถุงบรรจุข้าวเช่นเดียวกัน

ด้วยความที่วัตถุประสงค์ของกระสอบข้าวสารคือการบรรจุ จึงได้นำแนวคิดนี้มาหลอมรวมเข้ากับกระเป๋าถือที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน

สีเสื้อมงคล ความเชื่อที่มีมานานกว่าที่คิด เขาดูกันยังไง?

สีเสื้อมงคล ความเชื่อที่มีมานานกว่าที่คิด เขาดูกันยังไง?

สารภาพมาซะดี ๆ ว่าก่อนออกจากบ้าน ใครแอบเหล่ตารางสีมงคล? ถ้าเบสออนประสบการณ์ตรงแล้ว ใครเผลอตัวก้าวเท้าเข้าวงการนี้ บอกเลยว่าออกยากมากกก

ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ตารางสีมงคลได้เข้ามาครอบงำการเลือกเสื้อผ้าของเราในทุก ๆ วัน บางคนดูพอเป็นพิธี เอาสนุก บางคนดูเป็นจริงเป็นจัง ตอนแรกเราที่เพิ่งเข้าสู่วงการนี้ตอนที่เริ่มเป็นกระแสก็คิดว่ามันเป็นเรื่องที่เพิ่งเกิด เพิ่งนำมาใช้กัน 

แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่แบบนั้นค่ะทุกคน! วัฒนธรรมสายมู การเลือกสีเสื้อมงคลให้ถูกโฉลกเสริมดวงแต่ละด้านมีมานานกว่าที่เราคิดกันอีก! 

วันนี้ถือเป็นฤกษ์งามยามดี ทางเราอยากพาคุณไปย้อนรอยสีมงคลกันตั้งแต่สมัยโบราณเลย ว่ามีความเชื่อและความเป็นมาอย่างไร พ่วงด้วยวิธีดูสีมงคลที่ดูกันเองแบบง่าย ๆ ตามหลักโหราศาสตร์ยอดนิยมอย่าง ‘หลักมหาทักษา’ 

สีมงคล ความเชื่อนี้มีมาแต่โบราณ

ความเชื่อเรื่องสีมงคลตามหลักโหราศาสตร์มีให้เห็นมาตั้งแต่ในอดีตของไทยแล้ว ถ้าให้อธิบายตามหลักโหราศาสตร์แล้ว สรุปได้คร่าว ๆ ว่าสีนั้นมีความสัมพันธ์กับดวงดาวแต่ละดวง เนื่องจากดาวแต่ละดวงก็จะมีสีประจำดาวที่แตกต่างกันออกไป

คนสมัยโบราณเริ่มจากการยึดสีประจำวันเกิดเป็นสีมงคล  เช่น คนเกิดวันอาทิตย์ ก็จะยึดสีแดงเป็นสีมงคล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นตำราการดูสีมงคลมีหลากหลายมาก โดยจะมีเกณฑ์สีที่แตกต่างกันออกไป แต่ก็พอมองได้ว่าคนมีความเชื่อในเรื่องสีเสริมดวงกันมาตั้งแต่สมัยนั้น 

อีกหนึ่งหลักฐานสำคัญที่บ่งชี้ความเชื่อเรื่องสีมงคลอย่างชัดเจน  คงหนีไม่พ้นกลอนคำสอนจากหนังสือคำสอน ‘สวัสดิรักษา’ ของกวีเอกเมืองไทยอย่างสุนทรภู่ที่ประพันธ์ถวายเจ้าฟ้าอาภรณ์ พระลูกยาเธอในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 

หนังสือสวัสดิรักษาเป็นหนังสือคำกลอนสอนการปฏิบัติตัวที่ควรและไม่ควรในยุคนั้น และหนึ่งในเรื่องที่เป็นคำแนะนำปฏิบัติตัวที่ดีก็คือการเลือกใส่เสื้อผ้าสีมงคลเมื่อยามออกศึกสงครามในแต่ละวัน เพื่อให้ผู้สวมใส่แคล้วคลาดปลอดภัย

“อนึ่งภูษาผ้าทรงณรงค์รบ               ให้มีครบเครื่องเสร็จทั้งเจ็ดสี

วันอาทิตย์สิทธิโชคโฉลกดี                เอาเครื่องสีแดงทรงเป็นมงคล

เครื่องวันจันทร์นั้นควรสีนวลขาว         จะยืนยาวชันษาสถาผล

อังคารม่วงช่วงงามสีครามปน           เป็นมงคลขัตติยาเข้าราวี

เครื่องวันพุธสุดดีด้วยสีแสด             กับเหลือบแปดปนประดับสลับสี

วันพฤหัสจัดเครื่องเขียวเหลืองดี         วันศุกร์สีเมฆหมอกออกสงคราม

วันเสาร์ทรงดำจึงล้ำเลิศ                 แสนประเสริฐเสี้ยนศึกจะนึกขาม

หนึ่งพาชีขี่ขับประดับงาม                 ให้ต้องตามสีสันจึงกันภัย”

ทำความรู้จักหลัก ‘มหาทักษา’  

หากพูดถึงโหราศาสตร์ไทย หลักมหาทักษาหรือหลักทักษาถือเป็นหลักเกณฑ์สำคัญที่ใช้ดูดวงหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะตั้งชื่อ ดูดวงความรัก ดูฤกษ์งามยามดี และที่สำคัญสามารถใช้ดูสีมงคลที่เสริมสิริมงคลในด้านต่าง ๆ หรือสีที่เสริมดวงชะตาเราได้อีกด้วย  มาทำความรู้จักหลักนี้กันให้มากขึ้นดีกว่าว่ามันมีที่มาที่ไปเป็นอย่างไร

หลักทักษา มหาทักษา หรือ ทักษาปกรณ์นั้น คำว่าทักษาหมายถึงดาวอัฏฐเคราะห์ที่เรียงกันเป็นตำแหน่งเฉพาะ ได้แก่ อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ เสาร์ พฤหัสบดี  ราหู (พุธกลางคืน) และศุกร์ เมื่อวาดเป็นตารางทักษาแล้ว ในตารางนั้น ๆ จะแบ่งภูมิทั้งหมด 8 ภูมิ ซึ่งจะมีความหมายเป็นมงคล โดยเรียงตามนี้

1

บริวาร 

บริวารทั้ง บุตร สามี ภรรยา ลูกน้อง เพื่อน จะคอยช่วยเหลือจุนเจือตลอด 

2

อายุ 

เสริมเรื่องสุขภาพพลานามัย ความแข็งแรง อายุยืน

3

เดช

เสริมอำนาจ บารมี ชื่อเสียง เกียรติยศ 

4

ศรี

เสริมสิริมงคลหลายด้าน ไม่ว่าจะทรัพย์สิน โชคลาภ อสังหาริมทรัพย์ เสน่ห์ 

5

มูละ

เน้นทรัพย์สินโชค โชคลาภ เงินทอง ให้มีฐานะมั่นคง เงินทองไหลมาเทมา ทำมาค้าขึ้น

6

อุตสาหะ

เสริมความขยันหมั่นเพียร อุตสาหะ พยายาม และรับผิดชอบจนนำไปสู่ความสำเร็จ

7

มนตรี

ช่วยอุปถัมภ์ค้ำชู ความเมตตา ผู้ใหญ่ส่งเสริม

8

กาลกิณี

ภูมินี้เป็นความอัปมงคล โชคร้าย อุปสรรค ความวุ่นวาย ควรเลี่ยงภูมินี้ 

ใช้หลักทักษาดูสีมงคลด้วยตัวเอง ไม่ยากอย่างที่คิด

สีมงคล

ตามตำราโหราศาสตร์หลายแขนง เราสามารถใช้ตารางทักษาเลือกสีมงคลทั้งกับเสื้อผ้า กระเป๋าสตางค์ เครื่องประดับ รถ และทุกสรรพสิ่งบนโลก ที่เราอยากเลือกสีให้ถูกโฉลกกับวันเกิดเราได้

อย่างที่เล่าคร่าว ๆ ไปในหัวข้อก่อนหน้านี้ว่าหลักทักษาจะแบ่งออกทั้งหมด 9 ช่อง โดยหลัก ๆ จะแบ่งออกเป็นภูมิและทักษา ถ้าเป็นทักษาจะนับเป็นวันอาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ เสาร์ พฤหัสบดี ราหู(พุธกลางคืน)  และศุกร์ ตามลำดับ (วนขวา)  

ส่วนภูมิก็นับวนขวาเช่นเดียวกัน โดยเริ่มจาก บริวาร อายุ เดช ศรี มูลละ อุตสาหะ มนตรี และกาลกิณีตามลำดับ

แต่ละวันก็จะมีสีมงคลประจำวัน ตามนี้

วันอาทิตย์ : สีแดง

วันจันทร์ : สีเหลือง ขาว ครีม

วันอังคาร : สีชมพู สีโอลด์โรส

วันพุธ : สีเขียว

วันพุธกลางคืน : สีม่วง

วันพฤหัส : สีส้ม สีน้ำตาล สีทอง

วันศุกร์ : สีฟ้า สีน้ำเงิน

วันเสาร์ : สีดำ สีม่วงเข้ม

วิธีดูสีมงคลให้ถูกโฉลกกับวันและด้านที่อยากเสริมสิริมงคล 

หลักมหาทักษาสีมงคล 2021
เวลานับจากวันที่ต้องการใช้ไปทางด้านขวา

ถ้าอยากเสริมดวงด้านไหนในแปดภูมิที่เกริ่นให้ฟังข้างต้น ให้เลือกนับจากวันที่ต้องการใช้ไปหาภูมิที่อยากจะเสริมดวงไปทางด้านขวา (นับวันที่ต้องการใช้ด้วย) 

ตัวอย่างเช่น

ต้องการเลือกสีเสื้อมงคลสำหรับวันอาทิตย์ที่ส่งเสริมเรื่องอำนาจ บารมี ซึ่งตรงกับภูมิเดช ซึ่งอยู่ข้อที่สาม ให้นับไปสาม ก็จะตกอยู่ที่สีชมพู 

เพียงเท่านี้เราก็สามารถเลือกสีมงคลด้วยตัวเองได้แล้ว แบบไม่ต้องพึ่งตารางคนอื่นเลย หรือถ้าเราอยากดูสีมงคลที่ถูกโฉลกกับวันเกิดเรา ก็สามารถใช้หลักการเดียวกันได้เลย คือนับจากวันเกิดของเรา ถ้าอยากเลือกสีเสริมดวงภูมิไหนก็นับตามข้อไปโดยวนขวาเหมือนเดิม 

สรุปท้ายบทความ

ความเชื่อเรื่องการเลือกสีเสื้อผ้าให้เป็นมงคลกับตัวเองในหลายด้านเป็นความเชื่อที่มีกันมาตั้งแต่อดีตแล้ว เนื่องจากคนไทยโบราณเองก็เติบโตมากับความเชื่อเรื่องโหราศาสตร์ ฤกษ์งามยามดี เห็นได้จากความเชื่อในการเลือกสีมงคลที่มีหลากหลายตำรา รวมทั้งการนำมาพูดถึงหรือแต่งเป็นคำกลอนสอนปฏิบัติตัวของกวีเอกเมืองไทยอย่างสุนทรภู่ 

ถ้าเจาะไปที่ต้นตอการเลือกสีมงคลในแต่ละวันเพื่อเสริมดวงในแต่ละด้านตามตำราที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน จะเห็นว่าเขาใช้หลักมหาทักษา หรือหลักทักษา หลักโหราศาสตร์ยอดนิยมที่ใช้ดูดวงหลากหลายประเภท ทั้งตั้งชื่อ ดูฤกษ์ ดูดวงความรัก และอีกมากมาย รวมทั้งดูสีมงคลได้ด้วย

ยังไงก็เรียนเชิญสายมูผู้กล้าแกร่งหรือสายมูเริ่มต้นไปฝึกอ่านฝึกดูกันได้ตามสบาย ต้องการเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ กระเป๋า หรืออะไรสีไหน เข้ามาแวะดูสินค้ามือสองที่ kaidee ได้เลย หาง่าย หาไว มีทุกอย่างที่อยากได้!