แฟชั่นสุดปัง ดงผู้ดี จากซีรีส์ฮอต “Bridgerton”

ถ้าเพื่อนๆ คนไหนถูกจริตกับซีรีส์แซ่บ เน้นเรื่องอื้อฉาว และรักว้าวุ่นของหนุ่มสาวอย่างเรื่อง “Gossip Girl” แล้วล่ะก็ ขอรับประกันได้เลยว่า ซีรีส์ใหม่แกะกล่องของ Netflix ที่เพิ่งจะเปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา อย่างเรื่อง Bridgerton หรือชื่อภาษาไทยว่า วังวนรักเกมไฮโซ ต้องเป็นอีกซีรีส์ขึ้นหิ้ง มูฟออนไม่ได้อีกเรื่องไปโดยปริยายแน่นอน
แม้ว่าเนื้อเรื่อง Brigerton จะไม่ได้เผ็ดพริก 10 เม็ดเหมือน Gossip Girl เนื่องจากเป็นซีรีส์พีเรียด ยุค 1800s หรือที่เรียกว่ายุค Regency (รีเจนซี่) จึงไม่แปลกที่เนื้อเรื่อง จะเน้น World Building หรือการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านสถานที่ และบรรยากาศ มากกว่าการเล่นฉากวาบหวิวในทุกๆ 10 นาทีเหมือน Gossip Girl แต่ถ้าเพื่อนๆ คนไหนคิดถึง Gossip Girl เรื่องนี้ไม่ทำให้ผิดหวังค่ะ นอกจากจะมีการดำเนินเรื่องคล้ายกัน โดยใช้เสียงจากบุคคลที่ 3 เล่าเรื่องแล้ว แฟชั่น และหนุ่มๆ แต่ละคนของเรื่อง เรียกได้ว่า เด็ดดวงมากๆ
นอกจากความเข้มข้นในการแย่งกันตามหาคู่หมั้นของเหล่าสาวๆ ตระกูลผู้ดีอังกฤษ เพื่อเป็นหน้าเป็นตาให้ตระกูลของตัวเองแล้ว คอสตูมจากเรื่องนี้ ก็เป็นที่ฮือฮามากเพียงพอให้เรื่องนี้ติดอันดับ No.1 และ Top 10 ของ Netflix ใน 76 ประเทศ ทั่วโลกเลยทีเดียว
เสื้อผ้ายุครีเจนซี่

ก่อนที่เราจะไปดูความสามารถในการใช้เสื้อผ้า หน้าผมในยุครีเจนซี่ของดีไซเนอร์จากเรื่อง Bridgerton เรามาทำความเข้าใจกันก่อน ว่ายุครีเจนซี่นั้นคือยุคอะไร โดดเด่นยังไง และแฟชั่นนั้นเป็นอย่างไร

ยุครีเจนซี่ (Regency Era) เป็นช่วงเวลาระหว่าง ค.ศ. 1795 -1820 ซึ่งเป็นยุคสั้นๆ ก่อนเข้าสู่ยุควิคตอเรีย จักรวรรดิอังกฤษที่ได้รับความรุ่งเรื่องถึงขีดสุดนั้นเอง ในยุครีเจนซี่ ผู้หญิงจะนิยมใส่กระโปรงเอวสูง รัดใต้อก หรือที่เรียกว่าทรงเอ็มไพร์ (Empire) ซึ่งเป็นทรงกระโปรงที่ได้รับอิทธิพลมาจากกระโปรงทรงพลิ้วในยุคกรีก
เอกลักษณ์เสื้อผ้ายุคนี้คือจะเน้นความเรียบง่าย ใช้ผ้าเบาสบาย พลิ้วไปตามสายลม มากกว่าการเป็นทรงโคร่ง ซึ่งเกิดจากสุ่มที่ซ้อนอยู่ใต้กระโปรงเหมือนในยุควิคตอเรีย
ถึงแม้ว่าชุดจะดูใส่สบาย แต่หารู้ไม่ว่าผู้หญิงสมัยนั้นต้องใส่ คอร์เซต (Corset) ทุกคน เพราะคอร์เซต ถือว่าเป็นชุดชั้นใน และช่วยให้รูปร่างของผู้หญิงเป็นรูปนาฬิกาทราย โดยมีหน้าอก และสะโพกชัดขึ้น อีกทั้งยังสามารถบอกได้ถึงชนชั้นอีกด้วย ยิ่งรัดคอร์เซตแน่นเท่าไร ชนชั้นทางสังคมก็จะสูงมากขึ้นเท่านั้น
หลังจากที่เรารู้แล้วว่ายุครีเจนซี่นั้น เขาแต่งตัวกันยังไง เรามาดูกันว่าเรื่อง Bridgerton เขาเอาแฟชั่นสมัยนั้นมาใช้ได้ดีแค่ไหน
Eloise

เนื่องจาก อีโลอีส เป็นน้องคนเล็กตระกูล บริทเจอร์ตัน และยังไม่ถึงเวลาที่เธอต้องออกสังคม และตามหาคู่หมั้น ซึ่งทางทีมคอสตูม ได้ใช้นิสัยของตัวละคร ที่เป็นสาวมั่น ซน และไม่มีความเรียบร้อยแบบกลุสตรีมากนัก ในการออกแบบชุดของเธอ
จะเห็นได้ว่าแทบทุกชุดของเธอ จะมีเครื่องประดับเป็นริบบิ้นพันรอบคอ แทนการใช้เครื่องประดับราคาแพงอย่าง เพชรพลอยนั่นเอง นอกจากนี้สีของชุดเธอนั้น มักจะเป็นสีพาสเทลซะส่วนใหญ่ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความร่าเริง ไม่ห่วงสวยในช่วงวัยเด็ก
แต่แน่นอนว่า ไม่ว่าคอนเซ็ปต์คอสตูมของอีโลอีทจะเป็นอย่างไร ทางทีมก็ไม่ลืมที่จะใส่ความอีลีท (Elite) เพื่อโชว์ชนชั้นทางสังคม โดยเสริมเครื่องประดับเล็กๆ น้อยๆ อย่างถุงมือ และดอกไม้ประดับผมให้เธอนั่นเอง
Penelope

เชื่อว่าสาวน้อยร่าเริงเพเนโลปี้ต้องเป็นตัวละครตัวโปรดของใครหลายคนแน่นอน แม้ว่าเธอมักจะโดนแม่ และพี่น้องของเธอใจร้ายใส่ตลอดเวลา แต่ความสดใสของเธอไม่เคยจืดจางเลย
จะสังเกตได้ว่า แทบทุกฉากที่เพเนเลปี้ปรากฎตัวขึ้น เธอมักจะใส่เดรสสีเหลือง จนหลายคนคิดว่าสีเหลืองนั้น เป็นสีประจำตัวของเธอ จริงๆ แล้ว ทางทีมคอสตูมซ่อนความหมายภายใต้ชุดเดรสสีเหลืองของเธอไว้มากกว่านั้น
ในยุครีเจนซี่ สีเหลืองเป็นสีที่ได้รับความนิยม และถือว่าเป็นสีไฮแฟชั่นเลยก็ว่าได้ จึงทำให้เดรสสีเหลืองกลายเป็นสัญลักษณ์ของผู้หญิงวัยเข้าสังคม ซึ่งเป็นวัยตามหาคู่หมั้นนั่นเอง
Daphne
- Spencer Jacket

ฮัลโหล นี่เรากำลังพูดถึงยุครีเจนซี หนึ่งในยุครุ่งเรืองของประเทศอังกฤษ ไม่ใช่อยุธยาของไทยแลนด์ แน่นอนว่าอากาศประเทศเขาไม่ใช่ 40 องศาเหมือนบ้านเราแน่ๆ บางฉากเพื่อนๆ จะสังเกตได้ว่าสาวๆ ของเราสวมใส่เสื้อแจ็คเก็ตครึ่งตัว หรือที่เรียกว่า Spencer Jacket ซึ่งเป็นเสื้อแจ็คเก็ตทรงเข้ารูปพอดีกับเดรสทรงเอ็มไพร์ และนอกจากกันหนาวได้ระดับหนึ่งแล้ว ยังเพิ่มลูกเล่นให้กับชุดเดรสได้อีกด้วย

- Debut Gown
ในสมัยรีเจนซี สาวๆ จะเปลี่ยนชุดกันบ่อย มีทั้งชุดกินข้าว ชุดยามเช้า ชุดเดินเล่น ชุดยามบ่าย ชุดขี่ม้า ชุดดินเนอร์ และอีกมากมาย เรียกได้ว่าวันหนึ่งเปลี่ยนชุดกันถึง 10 ชุดเลย และถ้าให้เลือกชุดของดาฟานี่มาเพียงแค่ชุดเดียว คงเป็นเรื่องยาก
วันนี้เราขอเลือกชุดที่บ่งบอกความเป็นดาฟานี่ ลูกสาวคนโตของตระกูล Bridgerton มากที่สุด และชุดนั้นคือ ชุดเปิดตัวของเธอ และเป็นชุดที่เธอสวมใส่เข้าพิธีดูตัวในอีพีแรกนั้นเอง
Ellen Mirojnick ผู้รับหน้าที่ออกแบบเสื้อผ้าให้ทีมนักแสดง เผยว่า เธอตั้งใจออกแบบชุดกราวเข้าพิธีดูตัวนี้ให้เรียบง่าย คงความหรูหรา และแสดงให้เห็นถึงจารีตประเพณีของยุครีเจนซี่ให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ชมได้รับรู้ว่าตระกูล Bridgerton นั้นเป็นตระกูล Old Money มีศักดินาสูงส่ง อีกตระกูลของจักรวรรดิอังกฤษ ไม่ต้องแต่งตัวสีฉูดฉาดให้ได้รับความสนใจ เพียงแค่เดินเข้ามาในห้อง ก็กลายเป็นจุดสนใจได้ง่ายๆ
The Featheringtons.

อีกสิ่งหนึ่งที่น่ารำคาญของตระกูล Featherington พอๆ กับคำพูดเสียดสีของพวกเธอ คงต้องยกให้เสื้อผ้า หน้าผมของพวกเธอ ไม่เพียงแต่ใช้สีฉูดฉาดแล้ว ยังเสริมเครื่องประดับมากมาย จนโดยรวมแล้ว ดูเยอะ ถึงขั้นรก
แต่เชื่อไหมคะ ชุดที่พวกเธอใส่ในแต่ละฉากสามารถบ่งบอกได้ถึงนิสัยโหวกเหวกโวยวายของคนตระกูลนี้อย่างดี อีกทั้งยังทำให้เราเห็นถึงความแตกต่างระหว่างสองตระกูล ซึ่งในขณะที่ Bridgertons ใส่เสื้อผ้าเรียบง่าย แสดงความเป็นผู้ดี ฝั่ง Featherington จะเน้นสีสัน เพื่อดึงดูดความสนใจจากเพศตรงข้ามนั่นเอง

ถึงอย่างไรก็ตาม ดีไซเนอร์ Ellen Mirojnick พูดเองเลยว่า ถ้าไม่ติดว่านี่เป็นซีรีส์พีเรียด เพียงแค่ตกแต่ง เพิ่มเติมชุดของสาวๆ Featherington อีกนิดหน่อย รับรองว่าชุดของพวกเธอขึ้นหน้าปกนิตยสาร Vogue ได้สบาย
สรุปท้ายบทความ
ซีรีส์รักโรแมนติก ปนความตลก เปิ่นนิดๆ การันตีด้วยเนื้อเรื่องที่ถูกดัดแปลงมาจากนวนิยายขายดีอันดับต้นๆ บอกเลยว่าใครพลาด มีตกเทรนด์แน่ๆ เพราะนอกจากความสนุกแล้ว ยังให้ความรู้เรื่องชนชั้นทางสังคมสมัยของจักรวรรดิอังกฤษในยุครีเจนซี่ได้อย่างละเอียด และยิ่งถ้าใครชอบศึกษาประวัติศาสตร์แฟชั่นแล้วละก็ เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ควรค่าแก่การชมอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเสื้อผ้า หน้าผม รองเท้า หรือแม้แต่ท่าเดินของนักแสดงทุกคน บอกเลยว่า ดูแค่ 8 อีพี ก็ได้ความรู้เหมือนเรียนจบเอก History Of Fashion เลยทีเดียว
คนไหนเกิดอินสไปเรชั่น อยากแต่งตัววินเทจๆ ย้อนยุคกันบ้าง แนะนำให้เข้ามาชมที่เว็บ Kaidee ได้ค่ะ เรามีเสื้อผ้ามือสอง วินเทจ สุดคลาสสิค มากมายให้ได้ มิกซ์แอนด์แมทช์ สนุกๆ โชว์ฝีมือ กันไปเลย