Jun 11, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
เจเนอเรชัน Z หรือ ที่เรียกติดปากกันว่า ‘เด็ก Gen Z’ เป็นกลุ่มคนช่วงอายุ 10-24 ปี (เกิดระหว่างปี พ.ศ 2538 – 2552) เด็ก Gen Z มักจะถูกคนรุ่นก่อนมองเสมอว่าเป็นกลุ่มเด็ก ติดโลกออนไลน์ , สื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต , มีพฤติกรรมรักอิสระ และ มักแสดงความเป็นตัวเองชัดเจน
politico.com
ด้วยความที่ Gen Z เกิดมาท่ามกลางโลกที่เคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ด้วยแรงผลักดันจากโซเชียลมีเดีย แน่นอนว่า พวกเขาต้องมีความคิดที่แตกต่างจากคนรุ่นก่อน
ปัจจุบันเราไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างธุรกิจด้วยต้นทุนมหาศาล เพื่อเอื้อมถึงคนจำนวนมาก หรือทำ Marketing เป็นขั้นตอนอย่างเคย สิ่งที่ทำให้ผู้คนเป็นที่รู้จักและเครื่องมือที่ทำให้สินค้าขายดีชั่วข้ามคืน กลับเป็นเพียงแค่ ‘วิดีโอ TikTok เจ๋งๆ’ ‘ข้อความ “Relatable” จาก Twitter’ หรือ ‘รูปคุมธีมใน Instagram’
ด้วยเหตุนี้ Gen Z จึงมีความคิด “OUTSIDE THE BOX” เลือกที่จะไม่เดินตามแบบแผนที่ผู้ใหญ่เห็นชอบ เพราะพวกเขาเห็นถึงโอกาสในการสร้างรายได้ ในทุกที่และทุกเวลา เพียงแค่คลิก
ความเป็นอิสระ และนิสัยคิดนอกกรอบ นี้เอง ได้ถูกถ่ายทอดออกมาทางการแต่งตัว, งานอดิเรก หรือแม้กระทั่งหน้าที่การงานของพวกเขา วันนี้เราจะมาดูกันว่า Gen Z มีสไตล์การแต่งตัวแบบไหนกันบ้าง ในปี 2021 นี้, อะไรที่กำลังมาแรง และอะไรถือว่าตกเทรนด์ไปแล้ว มาดูกันเลย
เทรนด์ที่ครองใจเด็ก Gen Z
lofficielusa.com
“สไตล์การแต่งตัวของเด็กวัยรุ่น เป็นเครื่องมือ
ใช้วัดจุดสิ้นสุดของเจเนอเรชันหนึ่ง และจุดกำเนิดของเจเนอเรชันถัดไป”
เพราะ “สไตล์” เป็นสิ่งที่เด็กแต่ละรุ่น ถ่ายทอดออกมาจากความรู้สึกและแนวคิดในการมองโลกของเขา แน่นอนว่าสังคมแต่ละสมัย มีความกดดันในการใช้ชีวิต และอิสระในการแสดงตัวตน ต่างกัน ดังนั้น ทุกเจเนอเรชันจึงมีสไตล์ที่โดดเด่นต่างกันไป
ในส่วนของเด็ก Gen Z ….พวกเขามีวิธีถ่ายทอดความเป็นอิสระทางไหนบ้างนะ ?
“ย้อมผม Crazy Color โชว์ความเป็นตัวเอง”
momtastic.com
ปี 2020 ที่ผ่านมา การย้อมสีผมสีแสบๆ อย่าง สีเขียว, สีฟ้า, สีชมพู หรือสีบลอนด์ เป็นที่นิยมมากในกลุ่ม Gen Z พวกเขามองว่าการย้อมผมสีสนุกๆ เช่นนี้ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่พวกเขาสามารถแสดงความเป็นตัวเองได้ชัดเจน
นอกจากนี้การย้อมสีผม นอกเหนือจากสีผมธรรมชาติ ยังถือเป็นสัญลักษณ์ บ่งบอกถึงการเลือกเดินออกนอกกรอบ เพื่อแสดงให้ผู้ใหญ่เห็นถึงประโยชน์ของสิทธิส่วนบุคคลที่พวกเขาเรียกร้องและสมควรได้รับ
แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าทรงผมของเหล่าดาราและศิลปิน โดยเฉพาะนักร้อง Kpop อย่าง BlackPink หรือ เจ้าแม่เพลงเศร้าอย่าง Billie Eilish ก็มีอิทธิพลต่อ ทรงผม/สีผม ของเด็ก Gen Z มากทีเดียว
อย่างไรก็ตามในปี 2021 นี้ เราเริ่มสังเกตเห็นได้ว่า เทรนด์สีผมโทนธรรมชาติ เช่น สีน้ำตาลหม่นเขียว, น้ำตาลแดง และสีดำธรรมชาติ ได้เริ่มกลับมานิยมอีกครั้ง ทั้งนี้เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด ที่ทำให้การดูแลรักษาสีผมยากขึ้นนั่นเอง แต่แน่นอนว่าเด็ก Gen Z ไม่ยอมหมดสนุกเพียงแค่เพราะแค่ไปร้านทำผมไม่ได้แน่นอน
lookbook.in.th
ครั้งนี้พวกเขาเพิ่มชิ้นส่วนความเป็นตัวเองลงไป ด้วยการย้อมสีผม เป็นช่อ ให้ตัดกรอบหน้า เรียกได้ว่าโควิด หยุดความคิดสร้างสรรค์ของ Gen Z ไม่ได้จริงๆ
“ลืมชีทเรียนได้… แต่ลืมใส่เครื่องประดับไม่ได้”
gq.com
สำหรับพวกเขาแล้ว เครื่องประดับ เป็นสิ่งที่ลืมไม่ได้ เรียกได้ว่าสำคัญกว่ากุญแจบ้านเลยก็ว่าได้
แฟชั่นการใส่เครื่องประดับ มีมานานตั้งแต่สมัยอดีต ซึ่งในอดีตจะนิยมใส่เครื่องประดับราคาแพง เช่น เพชร หรือ พลอยลูกใหญ่ๆ เพื่อบ่งบอกฐานะทางสังคม แต่ในปัจจุบัน แฟชั่นเครื่องประดับได้เปลี่ยนดีไซน์ ให้มีความมินิมอลมากขึ้น อย่างไรก็ตามเทรนด์แฟชั่นเหล่านี้แทบจะเปลี่ยนไปทุกวัน
และเมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมา แหวนสไตล์อินดี้ ‘Chunky Ring’ ซึ่งเป็นแหวนแป้งดิน (Polymer Clay) ก็ได้กลายเป็นแฟชั่นมาแรงในกลุ่มวัยรุ่นเพียงชั่วข้ามคืน
Pinterest Pinterest Pinterest
ต้องขอบอกเลยว่า แหวนอินดี้นี้น่ารักมากๆ แถมราคาก็วงละไม่ถึงร้อยอีกต่างหาก
“KNITWEAR ก็มา สดใส วินเทจ สไตล์ Gen Z”
fashionjournal
เมื่อต้นปี 2021 เห็นได้ชัดเลยว่า เสื้อไหมพรม (Knitwear) ไม่ว่าจะเป็นทรงครอปท็อป หรือ Over-Size ก็ได้กลับมาฮิต ติดตลาดอีกครั้ง โดยเฉพาะในกลุ่มสาวๆ Gen Z
ด้วยความรู้สึกที่เหมือนได้หยิบเสื้อของคุณปู่มาใส่นี่เอง แบรนด์ห้องเสื้อแฟชั่นแถวหน้าอย่าง Jacquemus และ JW Anderson ก็ได้ปล่อยเสื้อไหมพรมออกมาแข่งกันเป็นว่าเล่น ทำให้เห็นถึงเทรนด์แฟชั่นเสื้อถักมือ ที่กำลังจะกลับมาเป็น “Iconic Piece” อีกครั้ง ในฤดู Fall/ Winter นี้
ต้องบอกเลยว่าบางตัวจากแบรนด์ ก็ดังถล่มทลาย จนถึงกับมีของก็อบออกมาขายตามไม่หยุด
JW Anderson- color-block patchwork cardigan hashtaglegend.com
“สีสัน มาก่อนเสมอ”
PacSun.
ไม่ว่าคุณจะเป็น Gen ‘Baby Boomer’ หรือ Gen ‘Millennial’ สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ คือเทรนด์การแต่งตัวของเด็ก Gen Z นั้น มีอิทธิพลต่อวงการแฟชั่นไม่ว่าจะในระดับ Fast Fashion หรือในระดับ High Fashion มากเลยทีเดียว
สไตล์ของ Gen Z จะเน้นความคิดสร้างสรรค์และสีสันสดใส มากกว่าดีไซน์เรียบหรู แนวมินิมอล เหมือนสไตล์ของ Gen X
แฟชั่นเสื้อผ้าของ Gen Z ที่เห็นกันบ่อยๆ มักจะเป็นการผสมผสาน ระหว่างแฟชั่นสมัยช่วงต้นปี 2000 กับสีสันสนุกๆ จากยุคโมเดิร์น เข้าด้วยกัน
และสีสันที่นิยม ในปี 2021 จะเป็น สีพาสเทล ที่ไม่อ่อนหรือเข้มจนเกินไป เช่น สีเขียวพาสเทล สีเหลืองอ่อน หรือ สีม่วงอ่อน เป็นต้น
upholsteryfabrics.eu
TW/ @draindoII, @fasshionlover
ซึ่งจะต่างจากเทรนด์เสื้อผ้าของเด็ก Gen Z ปีที่แล้ว ที่เน้นสีสันฉูดฉาด เช่น สีแดงเข้ม หรือ สีส้ม
ที่สำคัญเด็ก Gen Z ยังซื้อเสื้อผ้ามือสอง หรือเสื้อผ้าจากร้านอินดี้ ราคาประหยัด มากกว่าการซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพงๆ อีกด้วย เพราะอะไรกันนะ มาอ่านข้อต่อไปกันเลย
“ใครบอกว่าเราใช้ของแพง…งานอดิเรกคือ ‘Thrift’ ต่างหาก”
avenueone.sg
ผู้เขียนเอง เกิดปี 2540 เพราะฉะนั้น ผู้เขียนเป็นหนึ่งในสมาชิก Gen Z และโดยส่วนตัวแล้ว ผู้เขียนคิดว่า เหตุผลที่ Gen Z ชอบซื้อเสื้อผ้ามือสองแทนการซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมนั้น ไม่เพียงแค่เพราะพวกเขาใส่ใจสิ่งแวดล้อม และปัญหาการกดค่าแรงขั้นต่ำในอุตสาหกรรม Fast Fashion เท่านั้น แต่ Gen Z ยังเป็นกลุ่มเด็กที่รู้จักสร้างรายได้ให้ตัวเอง ซึ่งการที่พวกเขาเกิดมาในโลกโซเชียลมีเดียนี้เอง ได้เปิดโอกาสให้เขารู้จักสร้างรายได้ง่ายๆ แม้จากในห้องนอน
ดังนั้น การซื้อ-ขายต่อของที่ไม่ใช้แล้ว (Re-Sale) อย่างเสื้อผ้า หรือ รองเท้า จึงกลายเป็น Culture หนึ่งของเด็ก Gen Z ไปโดยปริยาย
pinimg.com & holigan.co.kr
นอกจากนี้ เสื้อผ้าจากร้านอินดี้ ก็มักจะมีดีไซน์เก๋ ไม่ซ้ำใครเสมอ
ใครอยากลองซื้อ – ขาย เสื้อผ้ามือสองดูบ้าง แต่ไม่รู้จะเริ่มที่ไหน ลองแวะมาซื้อ-ขายที่ Kaidee แหล่งรวม สินค้ามือหนึ่ง-มือสองออนไลน์ ชั้นนำของประเทศไทย ก่อนได้เลยค่ะ
“Look Cool ด้วยกระเป๋าสะพายไหล่”
cheezelooker.com
ตั้งแต่ปี 2019 ‘กระเป๋าทรงสะพายไหล่ ’ ซึ่งเป็นทรงกระเป๋าที่นิยมในยุค 90 ก็ได้ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง และก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตกเทรนด์ง่ายๆ จนกระเป๋าทรงนี้ ได้รับการขนานนามจากกูรูแฟชั่นว่าเป็น “It Bag” ไปเสียแล้ว
และแน่นอนว่าผู้นำเทรนด์อย่างเด็ก Gen Z ก็ไม่พลาดที่จะกระโดดเข้าเทรนด์ ซื้อกระเป๋าสะพายไหล่มาเก็บไว้ครอบครอง
การเลือกซื้อกระเป๋าของพวกเขา จะต่างจากการซื้อเสื้อผ้า เขามักจะเลือกซื้อกระเป๋า Designer ราคาสูง เนื่องจากกระเป๋าจะมีคุณภาพดีกว่า แถมยังเป็นสินค้าที่สามารถทำกำไรได้ในอนาคต
กระเป๋าแบรนด์เนมทรงสะพายไหล่ที่เด็ก Gen Z ชื่นชอบยกตัวอย่าง เช่น
1. Prada Re-Edition 2000 Nylon Mini-bag
กระเป๋า Prada Re-Edition 2000 Nylon Mini-bag ใบนี้ บอกเลยว่าฮิตที่สุดแล้ว ด้วยดีไซน์เรียบง่าย แต่กลับดูหรูหรา แถมยังเหมาะกับใส่ทุกโอกาส จึงไม่แปลกที่เด็ก Gen Z จะหลงรักกระเป๋าใบนี้
และล่าสุด Prada Re-Edition 2000 Nylon Mini-bag รุ่นนี้ ก็ได้เพิ่มลูกเล่นจากรุ่นเก่า (Prada Nylon ) อย่างการเพิ่มสายสะพายข้าง กับกระเป๋าห้อยเล็กๆ ให้ดูอินเทรนด์ขึ้นไปอีกระดับ
2. Fendi Baguette
Fendi Baguette ใบนี้ มีสตางค์อย่างเดียวก็ซื้อไม่ได้นะคะ สไตล์การแต่งตัวต้องเลิศด้วย ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่าสไตล์การแต่งตัวของ Gen Z นั้น มักจะมีกลิ่นอายความวินเทจ ผสมกับสีสันจาก Modern Day ดังนั้น คงไม่ใช่เรื่องน่าตกใจถ้าพวกเขาจะอยากได้ สัญลักษณ์ของยุค 90s …. Fendi Baguette ใบนี้เป็นเจ้าของ
ตัวตนของเด็กเจเนอเรชัน Z
หลายคนมองว่า Gen Z มีความอดทนต่ำ และไม่มีความพยายามเท่ากับเจเนอเรชันก่อน ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ เนื่องจากพวกเขาเกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยี ที่ให้ทั้งความสะดวกสบาย และความรวดเร็วในการหาข่าวสาร และข้อมูลต่างๆ
แม้ว่าความอดทนจะไม่ได้สูงเท่ากับคนรุ่นก่อนหน้า แต่ความกล้าตัดสินใจ คิดเร็ว ทำเร็ว และความเป็นตัวเองของพวกเขา ก็เป็นข้อดี ที่ทำให้ Gen Z มี ‘Mindset นักธุรกิจ’ ตั้งแต่ยังเด็ก
และนิสัยที่แตกต่างของคนแต่ละเจเนอเรชันนี้เอง ที่ทำให้สังคมเราก้าวเดินไปข้างหน้า
ใครที่สนใจเสื้อผ้าวินเทจ คุณภาพดี ราคาประหยัด เพื่อนำมา Mix and Match ให้ได้สไตล์คูลๆ แบบเด็ก Gen Z ลองเข้ามาดูที่เว็บ Kaidee ได้ค่ะ รับรองมีถูกใจแน่นอน
Mar 29, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
แม้ว่าโลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน มุมมองความคิดเรื่องเฟมินิสต์ (Feminism) จะเป็นที่ยอมรับกว้างขวางเพียงใด แต่เรื่องแฟชั่น และการแต่งตัวก็ยังคงถูกแบ่งเส้นชัดเจนระหว่างผู้ชาย และผู้หญิง
หนึ่งในเครื่องแต่งกายที่ถูกแบ่งเส้นชัดเจนมากที่สุด รองลงมาจากเรื่อง… “กระโปรงนั้้น สำหรับผู้หญิง ผู้ชายใส่กระโปรงไม่ได้….” นั่นก็คือ แฟชั่นการใส่เสื้อ ‘ครอปท็อป’ (CROP TOP) หรือ เสื้อเอวลอยของผู้ชายนั่นเอง
ขอบคุณรูปจาก Out
ปัจจุบันเสื้อ ครอปท็อป เริ่มได้รับความนิยมจากผู้ชายฝั่งตะวันตกกันบ้างแล้ว ซึ่งจุดเปลี่ยนในครั้งนี้ ต้องขอบคุณเหล่าไอดอล นักแสดง และศิลปินชายชื่อดังทั้งหลาย ที่กล้านำเอาเครื่องแต่งกายที่ถูกคนบางกลุ่มขีดเส้นว่าเป็นแฟชั่นสำหรับหญิงเท่านั้น มาใส่ให้คนทั้งโลกได้เห็นอย่างไม่อาย อีกทั้งยังช่วยโปรโมทความเท่าเทียมกันของเพศ และความกล้าในการถ่ายทอดความเป็นตัวเองผ่านเสื้อผ้าที่ใส่ โดยไม่แคร์ว่าใครจะพูดอย่างไร
ยกตัวอย่างเซเลบที่ร็อกไอเทมครอปท็อป อย่างผ่าเผย เช่น หนุ่มอังกฤษ ที่สุดของความฮอตในทศวรรษนี้ Harry Style , ขวัญใจวัยรุ่น R&B Rapper อย่าง Jaden Smith หรือจาก K-POP ฝั่งเอเชีย เช่น Bobby จาก iKon และอีกมากมาย
แม้ว่าผู้ชายฝั่งตะวันตก จะเริ่มกลับมานิยมเสื้อ ครอปท็อป หรือเสื้อเอวลอยกันแล้ว แต่ต้องยอมรับเลยว่า ฝั่งผู้ชายไทยบ้านเรา ยังไม่เปิดใจ หรือกล้าใส่เสื้อ ครอปท็อป กันสักเท่าไร
จริงๆ แล้วเสื้อครอปท็อป มีเรื่องราว ความเป็นมาที่น่าสนใจ ย้อนรอยไปถึงรุ่นคุณปู่เลยทีเดียว
วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปดูประวัติความเป็นมาของผู้ชายใส่เสื้อ ครอปท็อป กัน และไม่แน่นะคะ เมื่อเพื่อนๆ อ่านบทความนี้จบ หลายคนอาจจะอยากซื้อเสื้อ ครอปท็อป ให้แฟนใส่ หรือคุณผู้ชายทั้งหลายอาจจะรีบพุ่งตัวไปหาซื้อเสื้อ ครอปท็อป ใส่กันเลยก็ได้
ที่มาของ CROP TOP (ครอปท็อป)
ในเรื่องเลวร้ายทุกเรื่อง มักจะมีเรื่องดีๆ แอบซ่อนไว้เสมอ การกำเนิดของเสื้อ ครอปท็อป ก็นับได้ว่าเป็นเรื่องดีๆ ที่เราได้รับมาจากเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 (ค.ศ. 1940) เช่นกัน ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้น
ทำให้เกิดการขาดแคลนเนื้อผ้า (Fabric) ซึ่งแน่นอนว่าเนื้อผ้าเป็นวัตถุดิบหลักของการผลิตเสื้อ ดีไซเนอร์ของบริษัทแฟชั่นมากมาย จึงพยายามออกแบบเสื้อที่ใช้วัตถุดิบเนื้อผ้าให้น้อยที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม เสื้อที่ว่านั้นต้องยังมีโครงของความเป็นเสื้ออยู่
นี่เองจึงเป็นที่มาของเสื้อเอวลอย (เสื้อครอปท็อป) ซึ่งเป็นเสื้อที่ตัดเนื้อผ้าบริเวณด้านล้างออก หลังจากที่เสื้อ ครอปท็อป ได้ถูกวางจำหน่าย ก็ได้ความสนใจอย่างมากจากผู้หญิง ซึ่งพวกเธอนิยมนำเสื้อ ครอปท็อป ที่ว่ามาใส่กับกระโปรงเอวสูงค่ะ
ครอปท็อปในยุค 70s
ขอบคุณรูปจาก Thosegirlss
ว่ากันว่า ยุค 70s เป็นยุคทองของวงการแฟชั่น และแน่นอนว่ามันเป็นยุคทองของแฟชั่นเสื้อ ครอปท็อป ด้วยเช่นกัน ในยุคนี้ ผู้ชายนิยมใส่เสื้อ ครอปท็อป มากกว่ายุคไหนๆ ในประวัติศาสตร์เลยล่ะค่ะ แต่อิทธิพลของเสื้อ ครอปท็อป นั้น ไม่ได้มาจากศิลปิน ดารา หรือนักแสดงเหมือนกับสมัยนี้นะคะ
ความนิยมของเสื้อ ครอปท็อป ในยุคนั้นกลับมาจาก กีฬา ค่ะ เนื่องจากสมัยนั้นโรงยิมออกกำลังกายหลายแห่งได้ประกาศสั่งห้ามไม่ให้ผู้ใช้งานถอดเสื้อระหว่างออกกำลังกาย จึงทำให้มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ตัดเสื้อท่อนล้างออก จุดประสงค์ก็เพื่อความสะดวกสบายขณะออกกำลังกาย แต่ในขณะเดียวกัน ไม่ผิดกฎของโรงยิมด้วยนั่นเอง
ขอบคุณรูปจาก Bravotv
นอกจากนี้ เหล่า นักกีฬายกน้ำหนัก ก็หันมาใส่เสื้อครอปท็อป ด้วยเช่นกัน เพราะเสื้อครอปท็อป มีขนาดพอดีกับตัว ซึ่งจะช่วยให้ยกเวทได้คล่องตัวมากกว่าการใส่เสื้อยืดธรรมดา ที่อาจจะติดแขน และเกะกะเวลายกเวทได้
ขอบคุณรูปจาก Bleacherreport
และที่คุ้นตากันมากที่สุด เห็นจะเป็นเสื้อครอปท็อปในหมู่ นักกีฬาอเมริกันฟุตบอล ก่อนที่ทาง National Collegiate Althletic Association (NCAA) ได้แบนเสื้อ ครอปท็อป ตัวปัญหา ไม่ให้นักกีฬาใส่ลงแข่ง นั่นเองค่ะ
ครอปท็อปในยุค 80s – 90s
ขอบคุณรูปจาก Insidehook
ในยุค 80 เสื้อ ครอปท็อป ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม เช่นกัน แม้จะสู้ความนิยมในยุค 70s ไม่ได้ แต่ก็มีหลักฐานมากมาย ที่บ่งบอกถึงความฮ็อตฮิตของเสื้อ ครอปท็อป ในหมู่วัยรุ่นชายในยุคนี้ ซึ่งหลักฐานนั้น ก็คงหนีไม่พ้นภาพของเหล่านักแสดง และศิลปินที่มีชื่อเสียงในยุคนี้ ผ่านสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น มิวสิกวิดีโอ, ภาพยนตร์ หรือ นิตยสารแฟชั่น
ขอบคุณรูปจาก womlifestyle
ขวัญใจแม่ของพวกเรา อย่างพระเอกฮอลลีวูดในตำนาน Johnny Depp จากภาพยนตร์เรื่อง A Nightmare on Elm Street (1984) ก็ได้ใส่เสื้อเอวลอย โชว์หน้าท้อง กับกล้ามน้อยๆ เช่นกัน แม้เรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องแจ้งเกิดของเขา แต่ต้องขอบอกเลยว่า “Johnny Depp With His ครอปท็อป” (จอนนี่ เดปป์ กับเสื้อ ครอปท็อป ของเขา) ได้สร้างความฮือฮาไม่ใช่แค่กับผู้หญิงเท่านั้น แต่หนุ่มๆ เองก็ต่างร้องเป็นเสียงเดียวกันว่า ลุคนี้ ‘โคตรคูล’
ขอบคุณรูปจาก bustle
Prince Roger Nelson ราชาร็อกเกอร์สมัยนั้น ก็เป็นอีกคนที่ทำให้เทรนด์การใส่เสื้อเอวลอยในหมู่ผู้ชาย ฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้ง เพราะหลังจากที่เขาได้ใส่เสื้อ ครอปท็อป ขึ้นคอนเสิร์ตเมื่อปี 1986 ลุคของเขาบนเวที ก็ทำเอาแบรนด์แฟชั่นชั้นนำระดับโลก ต่างรีบทยอยผลิตเสื้อเอวลอยออกมาแข่งกันอย่างล้นตลาดเลยทีเดียว
ครอปท็อป ในปัจจุบัน
ขอบคุณรูปจาก Teenvogue
ปัจจุบันความนิยมการใส่เสื้อ ครอปท็อป ของเพศชาย มีจำนวนวลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้เนื่องจากเสื้อ ครอปท็อป กลายเป็นแฟชั่นที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่ม LGBTQ+ แน่นอนว่าไม่ใช่ LGBTQ+ ทุกคนจะชอบใส่เสื้อ ครอปท็อป นะคะ การเหมารวมกลุ่มบุคคล หรือที่เรียกว่าการ ‘Generalize’ นั้น เป็นเรื่องล้าหลังไปแล้ว ถึงอย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเสื้อ ครอปท็อป นั้น เป็นไอเทมที่ทำให้ผู้สวมใส่ได้มีโอกาสโชว์กล้ามหน้าท้อง โดยไม่ต้องถอดเสื้อ อีกทั้งยังดึงดูดความสนใจได้ดี โดยไม่ต้องแต่งองค์ทรงเครื่องอะไรเยอะแยะ จึงไม่แปลกใจ ที่เสื้อครอปท็อปจะกลายเป็นที่นิยมของหนุ่มๆ หัวใจสาวซะส่วนใหญ่
ซึ่งนี่เอง ทำให้ผู้ชายที่อยากจะหยิบเอาเสื้อเอวลอยมาใส่ ถูกกลุ่มคนที่ต่อต้าน และยังไม่เปิดใจยอมรับกลุ่ม LGBTQ+ เหมารวมว่าเป็นสาวประเภทสอง หรือเป็นเกย์
อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าดีใจอย่างยิ่ง ที่วงการ High Fashion (ไฮแฟชั่น) ในปัจจุบัน มีมุมมองการใส่เสื้อ ครอปท็อป ของเพศชายแตกต่างจากกลุ่มบุคคลดังกล่าว แบรนด์ดังมากมายในปัจจุบัน ก็ได้ผลิตเสื้อเอวลอยออกมาสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะ ทำให้ไอเทมเสื้อ ครอปท็อป ของผู้ชาย กลายเป็นเทรนด์ไฮแฟชั่นอีกไอเทมหนึ่งเลยก็ว่าได้
‘Bobby Abley’
ขอบคุณรูปจาก Chasseur
แบรนด์ ‘Menwear’ ชื่อดังจาก UK ก็ได้ปล่อยเสื้อ ครอปท็อป สำหรับผู้ชายในคอลเล็กชันปี 2016 ของเขา แถมยังได้อวดความไฮแฟชั่น ของเสื้อ ครอปท็อป บนรูปร่างของผู้ชาย ให้พวกเขาได้เดินบนรันเวย์ได้อย่างสง่างามอีกด้วย
Gucci
ขอบคุณรูปจาก Vogue
ล่าสุดในแฟชั่นวีคเมื่อปี 2020 ที่ผ่านมา Gucci แฟชั่นเฮ้าส์ แถวหน้าของโลก ก็ได้เปิดตัวคอลเล็กชันฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว ของเขา แน่นอนว่าชุดที่ดึงดูดความสนใจจากผู้ชมมากที่สุดคือ เสื้อสเว็ตเตอร์ที่ถูกนำมาดัดแปลงเป็นเสื้อครอปท็อปสำหรับผู้ชายนั่นเอง
ถือว่ารันเวย์ของ Gucci ในครั้งนี้ ได้ให้คำตอบเราชัดเจนเลยว่า วงการแฟชั่นนั้น สนับสนุน และให้ไฟเขียวกับแฟชั่นเสื้อครอปท็อปของผู้ชายมากแค่ไหน
เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ
ขอบคุณรูปจาก Music.true.id
อย่างที่ได้กล่าวไปตอนต้นว่าฝั่งไทยเรา มีน้อยมากที่ผู้ชายจะกล้าใส่เสื้อครอปท็อปกัน แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่า จะไม่มีใครลองแฟชั่นนี้เลยนะคะ เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว หนุ่ม เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ แห่งวง TRINITY ก็ได้โชว์เอวบางๆ ของเขาในมิวสิกวิดีโอเพลง YESTERDAY TODAY TOMORROW ด้วยเสื้อครอปท็อปสีดำสุดเท่
นี่อาจจะเป็นเพียงแค่เรื่องราวเล็กๆ เป็นเพียงแค่คอสตูมของนักร้องในมิวสิกวิดีโอ แต่ทุกการเปลี่ยนแปลง มันย่อมเริ่มจากจุดเล็กๆ ไม่ใช่เหรอคะ
สรุปท้ายบทความ
สไตล์การแต่งตัว แน่นอนว่ามันเป็นความชอบส่วนบุคคล ดังนั้นจึงไม่มีผิด ไม่มีถูก ไม่ว่าเพื่อนๆ อยากจะใส่เสื้อกล้ามกับกางเกงบ๊อกเซอร์ไปเดินสยาม หรือใส่เสื้อแจ็คเก็ตหนังกับกางเกงขาเดปไปซื้อของใช้เข้าบ้านที่โลตัส ตราบใดที่มันไม่เดือดร้อนใคร และถูกกาลเทศะแล้ว มันก็คือสไตล์ของเรา ความชอบของเรา และความเป็นเรา
และถ้าบทความนี้จะสามารถให้ประโยชน์อะไรกับเพื่อนๆ ได้สักอย่าง เราอยากให้เพื่อนๆ ได้รู้ว่าเสื้อผ้าที่ดูดีที่สุดบนตัวเรานั้น คือ ‘ความมั่นใจ’ เพราะถ้าเพื่อนๆ มีความมั่นใจสักอย่าง จะไม่มีคำพูดของใครที่สามารถทำร้ายเราได้ และความมั่นใจนี้ จะทำให้เพื่อนๆ Rock, Slay, Destroy ทุกชุดแน่นอน
คนไหนอยากลองสไตล์ใหม่ๆ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มที่ไหน ที่ราคาไม่สร้างหนี้สินตามมา….. ลองแวะมาที่ Kaidee ค่ะ คลิกเลย
Mar 25, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
“สถิติการซื้อขายเสื้อผ้ามือสองในยุคหลังโควิด-19 เป็นอย่างไร”
เสื้อผ้ามือสองอาจเป็นอะไรที่หลายคนไม่ชอบ หรือถึงขั้นแขยง ซึ่งก็เป็นได้ด้วยเหตุผลนานับประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขอนามัยความสะอาด การดูแลจัดเก็บของร้านค้า หรือแม้กระทั่งความหวาดระแวงส่วนตัวจากเจ้าของเก่าที่อาจตามมาทวงสินค้าคืน
มือหนึ่งถือเป็นตัวเลือกแรกๆ ของผมเสมอ หากเป็นเมื่อก่อน
ผมเองก็เคยเป็นหนึ่งในคนที่หวาดกลัวการใช้เสื้อผ้ามือสอง ด้วยเหตุผลเดียวกันกับที่กล่าวมาข้างต้น แต่ความคิดเหล่านั้นก็เริ่มเลือนหายไปพร้อมกับวัย โดยเฉพาะในช่วงมหาวิทยาลัยที่ผมเริ่มเปิดใจกับเสื้อผ้ามือสอง อันมาจากอิทธิพลของเพื่อนๆ ในรั้วมหาวิทยาลัยที่ต่างคลั่งไคล้การสวมใส่อาภรณ์ใช้แล้ว
เสื้อผ้ามือสองตัวแรกที่ผมตัดสินใจซื้อคือ เสื้อคอจีนชายแบรนด์ Today Not Going On Tomorrow ซึ่งไม่ได้ค่าโฆษณาในการเอ่ยอ้างชื่อแต่อย่างใด และแม้ว่าทุกวันนี้ เสื้อผ้ามือสองในตู้ของผมจะยังมีไม่เท่ามือหนึ่งอยู่ดี แต่ก็ถือเป็นพัฒนาการที่น่าชื่นชมไม่น้อย
สถิติการซื้อขายเสื้อผ้ามือสองในปี 2021
ประเด็นสำคัญคือไม่ใช่เฉพาะแนวคิดส่วนตัวของผมที่เปลี่ยนไป แต่ความนิยมเสื้อผ้ามือสองก็ดูจะเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่รายละเอียดจะเป็นอย่างไร Kaidee ในฐานะเว็บไซต์สินค้ามือสองอันดับ 1 รวบรวมสถิติการซื้อขายเสื้อผ้ามือสองมาให้ในบทความนี้เรียบร้อยแล้ว
มูลค่าตลาดการซื้อขายเสื้อผ้ามือสองโลก
ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตลาดเสื้อผ้ามือสองยังไม่เป็นที่กล่าวถึงในหมู่ผู้นิยมแฟชั่นมากเท่าปัจจุบัน โดยมีสัดส่วนเทียบกับเสื้อผ้ามือหนึ่งเพียง 42 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ทิศทางการบริโภคสินค้าแฟชั่นของโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เสื้อผ้ามือสองเริ่มได้รับความนิยมจากวงการแฟชั่นเพิ่มมากขึ้น ไม่เพียงแค่นั้น สินค้าเหล่านี้ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทำให้เป็นที่พูดถึงในกลุ่มนักเคลื่อนไหวอย่างไม่ขาดสายเช่นกัน
ตลาดเสื้อผ้ามือสองจึงมีการขยายตัวถึงกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ และมีมูลค่ารวมกันในปัจจุบันสูงถึง 3 หมื่น 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ แต่ใครกันล่ะ คือกลุ่มลูกค้าหลักของเสื้อผ้ามือสอง
Gen-Z กับแนวคิดการบริโภคแฟชั่นมือสอง
เว็บไซต์เสื้อผ้ามือสองต่างประเทศอย่าง ThredUP รายงานว่าวัยรุ่น หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า Gen-Z นั้น มีความสนใจและศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสองอย่างจริงจัง โดยวัยรุ่น 1 ใน 3 คนต้องการสวมใส่เสื้อผ้ามือสอง
Gen-Z มีความสนใจในการซื้อเสื้อผ้ามือสองมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด
แต่ในทางกลับกัน กลุ่มคนที่เสียเงินหรือสร้างรายได้กับเสื้อผ้ามือสองมากที่สุด กลับไม่ใช่คนกลุ่ม Gen-Z แต่เป็นกลุ่มวัยกลางคน หรือรุ่นพ่อรุ่นแม่ที่เรียกกันว่า Baby Boomer นั่นเอง
มุมมองของผู้ใช้งานเสื้อผ้ามือสอง
เราอาจมีภาพจำในอดีตเกี่ยวกับการซื้อเสื้อผ้ามือสองที่ค่อนข้างเป็นไปทางแง่ลบ ด้วยเหตุผลที่ผมได้บอกไปในตอนต้น แต่ปัจจุบัน ความคิดเหล่านี้ได้เปลี่ยนแปลงไปมากพอสมควร ผู้คนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ ไม่ได้มีความรู้สึกติดลบกับการใช้เสื้อผ้ามือสองอีกต่อไป
อีกทั้งยังมีการรายงานว่าผู้ซื้อเสื้อผ้ามือสองมีความรู้สึกภาคภูมิใจกับสิ่งที่พวกเขาได้ทำด้วย โดยมีการเปรียบเทียบว่าการซื้อเสื้อผ้ามือสองทำให้พวกเขารู้สึกภูมิใจเท่ากับการอุปการะสัตว์เลี้ยงสักตัว
การซื้อขายเสื้อผ้ามือสองสร้างความภูมิใจมากกว่าที่หลายคนคิด
ส่วนหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดมุมมองดังกล่าวคือ การเข้ามาของโซเชียลมีเดียที่สามารถนำเสนอสินค้ามือสอง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรือข้าวของเครื่องใช้ในมุมมองที่เป็นประโยชน์ น่าสนใจและตรงใจกลุ่มลูกค้ามากขึ้น รวมถึงยังเป็นช่องทางที่ทำให้ผู้คนสามารถเลือกซื้อสินค้ามือสองได้ง่ายกว่าเดิม (เช่น Kaidee เป็นต้น)
เรื่องน่าขบขันคือรายงานฉบับเดียวกันยังกล่าวว่าในขณะเดียวกัน การซื้อเสื้อผ้ามือหนึ่งทำให้คนกลุ่มเดียวกันนี้รู้สึกอับอายเหมือนการแอบกินอาหารฟาสท์ฟู้ดเลยทีเดียว อาจเป็นเพราะพวกเขาจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากกว่า ทั้งๆ ที่มีตัวเลือกที่ประหยัดและเป็นมิตรต่อโลกมากกว่า
หลากเหตุผลที่ผู้คนหันมาซื้อเสื้อผ้ามือสอง
นอกจากโซเชียลมีเดียและช่องทางออนไลน์ที่ได้กล่าวไปแล้ว ยังมีอีกหลายเหตุผลที่ทำให้เสื้อผ้ามือสองกลายเป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้นในระยะเวลาครึ่งทศวรรษที่ผ่านมา
การซื้อเสื้อผ้ามือสองช่วยลดรายจ่ายได้มากกว่า
ความคิดที่เปลี่ยนไป
อย่างที่เราได้กล่าวไป คนรุ่นใหม่มีทัศนคติการใช้สินค้ามือสองที่ดีขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโซเชียลมีเดีย และช่องทางการจับจ่ายที่ง่ายดายมากขึ้น
ลดรายจ่ายในการซื้อเสื้อผ้า
เสื้อผ้ามือสองมีราคาถูกกว่า แต่มีคุณภาพ (แทบ) ทัดเทียมกับเสื้อผ้ามือหนึ่ง ซึ่งไม่เพียงแต่สินค้าแบรนด์ปกติทั่วไป แต่ยังรวมถึงเสื้อผ้าหรือกระเป๋าแบรนด์เนมที่มีราคาสูงลิ่วหากซื้อมือหนึ่ง แต่สินค้าเหล่านี้มีราคาที่สามารถจับต้องได้ง่ายกว่า หากเลือกซื้อมือสองที่มีคุณภาพด้วยความรอบคอบ
ลดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม
เรื่องภาวะโลกร้อนเป็นประเด็นที่ร้อนแรงสมชื่อมากขึ้นทุกขณะ ซึ่งวิธีการรับมือมีด้วยกันหลายรูปแบบ การเลือกใช้สินค้ามือสองถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยบรรเทาปัญหาดังกล่าว เพราะเป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดขยะเหลือทิ้งจากเสื้อผ้าได้หลายเท่าตัว
Covid-19 และผลกระทบต่อตลาดเสื้อผ้ามือสอง
การมาของ Covid-19 สร้างความขวัญผวาให้กับภาคอุตสาหกรรมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับตลาดแฟชั่นที่หลายคนมองว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยและไม่มีความจำเป็นในช่วงเวลาของความยากลำบากนี้
ส่วนเสื้อผ้ามือสองก็ถูกมองในแนวทางคล้ายกัน แต่ด้วยเหตุผลที่ต่างกันคือปัญหาสุขอนามัย ซึ่งวิกฤติการณ์ในปัจจุบันส่งผลให้ต้องมีความเข้มงวดเรื่องความสะอาดมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญหลายคนจึงเห็นต้องพ้องกัน ว่าตลาดเสื้อผ้ามือสองกำลังเข้าสู่สภาวะซบเซาเป็นแน่ แต่ความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น
สถิติการซื้อขายเสื้อผ้ามือสองไม่ได้แย่อย่างที่คิดในช่วงที่ผ่านมา
ตัวเลขทางสถิติบ่งชี้ว่าอัตราการซื้อขายเสื้อผ้ามือสองเพิ่มสูงขึ้นเกือบเท่าตัว หรือกว่า 69 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เติบโตเรื่อยมาตั้งแต่ปี 2019 สวนทางกับตลาดเสื้อผ้ามือหนึ่งที่หดตัวลงกว่า 15 เปอร์เซ็นต์
ส่วนเหตุผลของอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดดังกล่าว คาดว่ามาจากการที่ผู้คนมีเวลาอยู่บ้านมากขึ้นในช่วงเกิดวิกฤติการณ์ Covid-19 ทำให้แต่ละคนมีเวลาได้สอดส่องตู้เสื้อผ้าของตนเอง ซึ่งทำให้ได้ค้นพบว่าแท้จริงแล้ว ตัวเองมีเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใส่อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่นำมาเปลี่ยนเป็นมูลค่าได้นั่นเอง
เสื้อผ้ามือสอง ของใช้แล้วที่ทรงคุณค่า
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ ทั้งในเชิงสถิติและเชิงความรู้ เพื่อที่ทุกคนจะได้หันกลับมาตระหนักรู้ถึงคุณค่าของเสื้อผ้ามือสอง ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันด้วยเหตุผลนานับประการ ทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อม ความประหยัดและทัศนคติ มุมมองความคิดที่เปลี่ยนไป
Kaidee ถือเป็นอีกหนึ่งเว็บไซต์ดีๆ ที่ช่วยให้คุณมีพื้นที่ในการสินค้ามือสอง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ข้าวของ โทรศัพท์มือถือ ไปจนถึงมือสองขนาดใหญ่อย่างรถยนต์และบ้านจัดสรร หากต้องการที่จะสร้างรายได้ ลดรายจ่ายของตัวเองด้วยการขายเสื้อผ้าที่เราไม่ได้ใส่แล้วออกไป ก็ขอเชิญเข้ามาได้เลย
Feb 18, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ขอบคุณรูปจาก Netflix
ถ้าเพื่อนๆ คนไหนถูกจริตกับซีรีส์แซ่บ เน้นเรื่องอื้อฉาว และรักว้าวุ่นของหนุ่มสาวอย่างเรื่อง “Gossip Girl” แล้วล่ะก็ ขอรับประกันได้เลยว่า ซีรีส์ใหม่แกะกล่องของ Netflix ที่เพิ่งจะเปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา อย่างเรื่อง Bridgerton หรือชื่อภาษาไทยว่า วังวนรักเกมไฮโซ ต้องเป็นอีกซีรีส์ขึ้นหิ้ง มูฟออนไม่ได้อีกเรื่องไปโดยปริยายแน่นอน
แม้ว่าเนื้อเรื่อง Brigerton จะไม่ได้เผ็ดพริก 10 เม็ดเหมือน Gossip Girl เนื่องจากเป็นซีรีส์พีเรียด ยุค 1800s หรือที่เรียกว่ายุค Regency (รีเจนซี่) จึงไม่แปลกที่เนื้อเรื่อง จะเน้น World Building หรือการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านสถานที่ และบรรยากาศ มากกว่าการเล่นฉากวาบหวิวในทุกๆ 10 นาทีเหมือน Gossip Girl แต่ถ้าเพื่อนๆ คนไหนคิดถึง Gossip Girl เรื่องนี้ไม่ทำให้ผิดหวังค่ะ นอกจากจะมีการดำเนินเรื่องคล้ายกัน โดยใช้เสียงจากบุคคลที่ 3 เล่าเรื่องแล้ว แฟชั่น และหนุ่มๆ แต่ละคนของเรื่อง เรียกได้ว่า เด็ดดวงมากๆ
นอกจากความเข้มข้นในการแย่งกันตามหาคู่หมั้นของเหล่าสาวๆ ตระกูลผู้ดีอังกฤษ เพื่อเป็นหน้าเป็นตาให้ตระกูลของตัวเองแล้ว คอสตูมจากเรื่องนี้ ก็เป็นที่ฮือฮามากเพียงพอให้เรื่องนี้ติดอันดับ No.1 และ Top 10 ของ Netflix ใน 76 ประเทศ ทั่วโลกเลยทีเดียว
เสื้อผ้ายุครีเจนซี่
ขอบคุณรูปจาก aladyswardrobe
ก่อนที่เราจะไปดูความสามารถในการใช้เสื้อผ้า หน้าผมในยุครีเจนซี่ของดีไซเนอร์จากเรื่อง Bridgerton เรามาทำความเข้าใจกันก่อน ว่ายุครีเจนซี่นั้นคือยุคอะไร โดดเด่นยังไง และแฟชั่นนั้นเป็นอย่างไร
ขอบคุณรูปจาก nydailynews
ยุครีเจนซี่ (Regency Era) เป็นช่วงเวลาระหว่าง ค.ศ. 1795 -1820 ซึ่งเป็นยุคสั้นๆ ก่อนเข้าสู่ยุควิคตอเรีย จักรวรรดิอังกฤษที่ได้รับความรุ่งเรื่องถึงขีดสุดนั้นเอง ในยุครีเจนซี่ ผู้หญิงจะนิยมใส่กระโปรงเอวสูง รัดใต้อก หรือที่เรียกว่าทรงเอ็มไพร์ (Empire) ซึ่งเป็นทรงกระโปรงที่ได้รับอิทธิพลมาจากกระโปรงทรงพลิ้วในยุคกรีก
เอกลักษณ์เสื้อผ้ายุคนี้คือจะเน้นความเรียบง่าย ใช้ผ้าเบาสบาย พลิ้วไปตามสายลม มากกว่าการเป็นทรงโคร่ง ซึ่งเกิดจากสุ่มที่ซ้อนอยู่ใต้กระโปรงเหมือนในยุควิคตอเรีย
ถึงแม้ว่าชุดจะดูใส่สบาย แต่หารู้ไม่ว่าผู้หญิงสมัยนั้นต้องใส่ คอร์เซต (Corset) ทุกคน เพราะคอร์เซต ถือว่าเป็นชุดชั้นใน และช่วยให้รูปร่างของผู้หญิงเป็นรูปนาฬิกาทราย โดยมีหน้าอก และสะโพกชัดขึ้น อีกทั้งยังสามารถบอกได้ถึงชนชั้นอีกด้วย ยิ่งรัดคอร์เซตแน่นเท่าไร ชนชั้นทางสังคมก็จะสูงมากขึ้นเท่านั้น
หลังจากที่เรารู้แล้วว่ายุครีเจนซี่นั้น เขาแต่งตัวกันยังไง เรามาดูกันว่าเรื่อง Bridgerton เขาเอาแฟชั่นสมัยนั้นมาใช้ได้ดีแค่ไหน
Eloise
ขอบคุณรูปจาก glamour
เนื่องจาก อีโลอีส เป็นน้องคนเล็กตระกูล บริทเจอร์ตัน และยังไม่ถึงเวลาที่เธอต้องออกสังคม และตามหาคู่หมั้น ซึ่งทางทีมคอสตูม ได้ใช้นิสัยของตัวละคร ที่เป็นสาวมั่น ซน และไม่มีความเรียบร้อยแบบกลุสตรีมากนัก ในการออกแบบชุดของเธอ
จะเห็นได้ว่าแทบทุกชุดของเธอ จะมีเครื่องประดับเป็นริบบิ้นพันรอบคอ แทนการใช้เครื่องประดับราคาแพงอย่าง เพชรพลอยนั่นเอง นอกจากนี้สีของชุดเธอนั้น มักจะเป็นสีพาสเทลซะส่วนใหญ่ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความร่าเริง ไม่ห่วงสวยในช่วงวัยเด็ก
แต่แน่นอนว่า ไม่ว่าคอนเซ็ปต์คอสตูมของอีโลอีทจะเป็นอย่างไร ทางทีมก็ไม่ลืมที่จะใส่ความอีลีท (Elite) เพื่อโชว์ชนชั้นทางสังคม โดยเสริมเครื่องประดับเล็กๆ น้อยๆ อย่างถุงมือ และดอกไม้ประดับผมให้เธอนั่นเอง
Penelope
ขอบคุณรูปจาก insider
เชื่อว่าสาวน้อยร่าเริงเพเนโลปี้ต้องเป็นตัวละครตัวโปรดของใครหลายคนแน่นอน แม้ว่าเธอมักจะโดนแม่ และพี่น้องของเธอใจร้ายใส่ตลอดเวลา แต่ความสดใสของเธอไม่เคยจืดจางเลย
จะสังเกตได้ว่า แทบทุกฉากที่เพเนเลปี้ปรากฎตัวขึ้น เธอมักจะใส่เดรสสีเหลือง จนหลายคนคิดว่าสีเหลืองนั้น เป็นสีประจำตัวของเธอ จริงๆ แล้ว ทางทีมคอสตูมซ่อนความหมายภายใต้ชุดเดรสสีเหลืองของเธอไว้มากกว่านั้น
ในยุครีเจนซี่ สีเหลืองเป็นสีที่ได้รับความนิยม และถือว่าเป็นสีไฮแฟชั่นเลยก็ว่าได้ จึงทำให้เดรสสีเหลืองกลายเป็นสัญลักษณ์ของผู้หญิงวัยเข้าสังคม ซึ่งเป็นวัยตามหาคู่หมั้นนั่นเอง
Daphne
ขอบคุณรูปจาก Express.co.uk
ฮัลโหล นี่เรากำลังพูดถึงยุครีเจนซี หนึ่งในยุครุ่งเรืองของประเทศอังกฤษ ไม่ใช่อยุธยาของไทยแลนด์ แน่นอนว่าอากาศประเทศเขาไม่ใช่ 40 องศาเหมือนบ้านเราแน่ๆ บางฉากเพื่อนๆ จะสังเกตได้ว่าสาวๆ ของเราสวมใส่เสื้อแจ็คเก็ตครึ่งตัว หรือที่เรียกว่า Spencer Jacket ซึ่งเป็นเสื้อแจ็คเก็ตทรงเข้ารูปพอดีกับเดรสทรงเอ็มไพร์ และนอกจากกันหนาวได้ระดับหนึ่งแล้ว ยังเพิ่มลูกเล่นให้กับชุดเดรสได้อีกด้วย
ขอบคุณรูปจาก Vulture
ในสมัยรีเจนซี สาวๆ จะเปลี่ยนชุดกันบ่อย มีทั้งชุดกินข้าว ชุดยามเช้า ชุดเดินเล่น ชุดยามบ่าย ชุดขี่ม้า ชุดดินเนอร์ และอีกมากมาย เรียกได้ว่าวันหนึ่งเปลี่ยนชุดกันถึง 10 ชุดเลย และถ้าให้เลือกชุดของดาฟานี่มาเพียงแค่ชุดเดียว คงเป็นเรื่องยาก
วันนี้เราขอเลือกชุดที่บ่งบอกความเป็นดาฟานี่ ลูกสาวคนโตของตระกูล Bridgerton มากที่สุด และชุดนั้นคือ ชุดเปิดตัวของเธอ และเป็นชุดที่เธอสวมใส่เข้าพิธีดูตัวในอีพีแรกนั้นเอง
Ellen Mirojnick ผู้รับหน้าที่ออกแบบเสื้อผ้าให้ทีมนักแสดง เผยว่า เธอตั้งใจออกแบบชุดกราวเข้าพิธีดูตัวนี้ให้เรียบง่าย คงความหรูหรา และแสดงให้เห็นถึงจารีตประเพณีของยุครีเจนซี่ให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ชมได้รับรู้ว่าตระกูล Bridgerton นั้นเป็นตระกูล Old Money มีศักดินาสูงส่ง อีกตระกูลของจักรวรรดิอังกฤษ ไม่ต้องแต่งตัวสีฉูดฉาดให้ได้รับความสนใจ เพียงแค่เดินเข้ามาในห้อง ก็กลายเป็นจุดสนใจได้ง่ายๆ
The Featheringtons.
ขอบคุณรูปจาก Mamasgeeky
อีกสิ่งหนึ่งที่น่ารำคาญของตระกูล Featherington พอๆ กับคำพูดเสียดสีของพวกเธอ คงต้องยกให้เสื้อผ้า หน้าผมของพวกเธอ ไม่เพียงแต่ใช้สีฉูดฉาดแล้ว ยังเสริมเครื่องประดับมากมาย จนโดยรวมแล้ว ดูเยอะ ถึงขั้นรก
แต่เชื่อไหมคะ ชุดที่พวกเธอใส่ในแต่ละฉากสามารถบ่งบอกได้ถึงนิสัยโหวกเหวกโวยวายของคนตระกูลนี้อย่างดี อีกทั้งยังทำให้เราเห็นถึงความแตกต่างระหว่างสองตระกูล ซึ่งในขณะที่ Bridgertons ใส่เสื้อผ้าเรียบง่าย แสดงความเป็นผู้ดี ฝั่ง Featherington จะเน้นสีสัน เพื่อดึงดูดความสนใจจากเพศตรงข้ามนั่นเอง
ขอบคุณรูปจาก Slate
ถึงอย่างไรก็ตาม ดีไซเนอร์ Ellen Mirojnick พูดเองเลยว่า ถ้าไม่ติดว่านี่เป็นซีรีส์พีเรียด เพียงแค่ตกแต่ง เพิ่มเติมชุดของสาวๆ Featherington อีกนิดหน่อย รับรองว่าชุดของพวกเธอขึ้นหน้าปกนิตยสาร Vogue ได้สบาย
สรุปท้ายบทความ
ซีรีส์รักโรแมนติก ปนความตลก เปิ่นนิดๆ การันตีด้วยเนื้อเรื่องที่ถูกดัดแปลงมาจากนวนิยายขายดีอันดับต้นๆ บอกเลยว่าใครพลาด มีตกเทรนด์แน่ๆ เพราะนอกจากความสนุกแล้ว ยังให้ความรู้เรื่องชนชั้นทางสังคมสมัยของจักรวรรดิอังกฤษในยุครีเจนซี่ได้อย่างละเอียด และยิ่งถ้าใครชอบศึกษาประวัติศาสตร์แฟชั่นแล้วละก็ เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ควรค่าแก่การชมอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเสื้อผ้า หน้าผม รองเท้า หรือแม้แต่ท่าเดินของนักแสดงทุกคน บอกเลยว่า ดูแค่ 8 อีพี ก็ได้ความรู้เหมือนเรียนจบเอก History Of Fashion เลยทีเดียว
คนไหนเกิดอินสไปเรชั่น อยากแต่งตัววินเทจๆ ย้อนยุคกันบ้าง แนะนำให้เข้ามาชมที่เว็บ Kaidee ได้ค่ะ เรามีเสื้อผ้ามือสอง วินเทจ สุดคลาสสิค มากมายให้ได้ มิกซ์แอนด์แมทช์ สนุกๆ โชว์ฝีมือ กันไปเลย