คัมภีร์เลือกเสื้อกันหนาวให้เหมาะกับอากาศเมืองไทย

คัมภีร์เลือกเสื้อกันหนาวให้เหมาะกับอากาศเมืองไทย

อากาศเริ่มหนาวเย็นขึ้นทีละนิดในหลายพื้นที่ของประเทศไทย เป็นสัญญาณว่าฤดูหนาวมาเยือนเราอย่างเป็นทางการแล้ว เชื่อว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่มีหลายคนวางแผนไปสัมผัสอากาศหนาวในพื้นที่ภาคเหนือหรืออีสาน 

วันนี้เรารวบรวมทริคในการเลือกเสื้อกันหนาวให้เหมาะสมกับอากาศของเมืองไทยแบบครบถ้วนและครอบคลุมทุกช่วงอุณหภูมิ เพื่อให้ทุกคนแต่งตัวเข้ากับอากาศได้เป๊ะ ๆ ไม่มากหรือน้อยจนเกินไปมาไว้ให้แล้ว 

ไปดูกันเลยดีกว่าค่ะว่าวิธีเลือกเสื้อกันหนาวให้เหมาะสมกับอากาศประเทศเรานั้น ต้องเลือกอะไรและอย่างไรบ้าง 

เลือกเสื้อกันหนาวให้เหมาะกับอุณหภูมิ

การเลือกเสื้อกันหนาวให้เหมาะกับอากาศสามารถอ้างอิงได้จากระดับอุณหภูมิในแต่ละพื้นที่ได้ด้วย ส่วนระดับอุณหภูมิเท่าไรจะเหมาะกับเสื้อกันหนาวแบบไหน เลื่อนลงไปอ่านกันได้เลย

-10 – 0 องศาเซลเซียส

ส่วนใหญ่แล้วอากาศติดลบบ้านเราก็จะไม่ได้ติดลบไปไกลถึงขั้นเลขสองตัว ส่วนมากจะอยู่บริเวณ -1 ต้น ๆ ซึ่งพบได้บริเวณยอดดอยสูง ๆ 

หากอยู่ในสภาพอากาศแบบนี้ ถ้ายิ่งมีลมก็ยิ่งควรสวมเสื้อผ้ากันหนาวไว้หลาย ๆ ชั้น ขนมาตั้งแต่เสื้อฮีทเทค เสื้อคอเต่า เสื้อโค้ตตัวหนา ลองจอน กางเกงหนา ๆ ผ้าพันคอ ถุงเท้าและรองเท้าบูทเลยก็ได้ หากลมแรงมากก็ใช้เป็นที่ปิดหูกันลม 

แนะนำเสื้อกันหนาวที่ใช่

เสื้อฮีทเทค (Heattech) 

คือเสื้อที่มีนวัตกรรมเก็บกักความร้อนจากร่างกายเพื่อให้เราอุ่นในสภาพอากาศหนาวเย็น เหมาะกับการใส่ไว้ชั้นใน ออกแบบให้ค่อนข้างบางแต่เป็นตัวช่วยที่ทำให้อุ่นได้ดีมาก 

ลองจอน (Long Johns)

เป็นชุดเสื้อและกางเกงสำหรับใส่ชั้นในเพื่อกันหนาว อาจเลือกใส่ทั้งสองชิ้นเลยหรือเลือกใส่เฉพาะท่อนล่างหรือท่อนบนอย่างเดียวแล้วแต่สะดวก ส่วนมากจะทำจากผ้าฝ้าย โพลีเอสเตอร์ผสม หรือบางรุ่นก็ทำแบบผสมกำมะหยี่และผ้าขนสัตว์

ความแตกต่างระหว่างลองจอนและเสื้อฮีทเทคคือลองจอนจะมีความหนากว่าเหมาะกับสภาพอากาศที่หนาวมาก ๆ

 0-5 องศาเซลเซียส 

อากาศที่อุณหภูมิประมาณ 0-5 องศาเซลเซียสจะพบเจอได้บนยอดดอยสูง ๆ และในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย และจังหวัดใกล้เคียง สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้คือเราจะเห็นแม่คะนิ้งเกาะตามต้นไม้ใบหญ้าในระดับอุณหภูมิประมาณนี้ 

แนะนำว่าควรสวมใส่เสื้อกันหนาวหนา ๆ อาจจะสวมทับกันหลายชั้นให้อุ่นขึ้น เช่น เสื้อไหมพรม เสื้อโค้ท ถุงเท้า รองเท้าบูท สามารถเพิ่มผ้าพันคอหนา ๆ สักผืน และถุงมือดี ๆ เข้าไปอีกเพื่อป้องกันให้ครบทุกส่วน หากใครขี้หนาวมาก ก็สวมลองจอนเพิ่มเข้าไป

แนะนำเสื้อกันหนาวที่ใช่

โค้ทผ้าวูล (Wool) 

โค้ทผ้าวูลเป็นโค้ทผ้าที่ทักถอจากบรรดาขนสัตว์ทั้งหลาย เราจะเรียกผ้าที่ทอจากขนสัตว์รวม ๆ ว่าผ้าวูล ลักษณะของผ้าวูลจะมีความนุ่ม ละเอียด ไม่คัน และให้ความอบอุ่นได้ดี นิยมนำมาใช้ทำอุปกรณ์กันหนาว อาทิ โค้ทกันหนาว 

โค้ทผ้าวูลส่วนใหญ่ที่ขายกันทั่วไปมักจะเป็นผ้าวูลผสม เช่น ผสมกับโพลีเอสเตอร์ เพื่อให้ราคาถูกลง แต่ยังกันหนาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ้าวูลมีคุณสมบัติในการกันหนาวได้ตั้งแต่ 15 องศาเซลเซียสจนถึงติดลบเลย แต่ก็ขึ้นอยู่กับความหนาบางของโค้ทด้วย 

5-10 องศาเซลเซียส

หากขึ้นไปยังพื้นที่บนดอยสูงหรือจังหวัดในแถบภาคเหนือและภาคอีสาน เช่น เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน นครพนม เลย สกลนคร ก็มีโอกาสจะได้เจอะเจออุณภูมิที่ลดต่ำลงประมาณนี้บางช่วงเวลา เช่น เช้ามืดหรือกลางดึก

อุณภูมิประมาณนี้ถือว่าเหมาะกับการสวมใส่เสื้อไหมพรมทั้งแบบสวมศีรษะ หรือติดกระดุมและสวมทับด้วยโค้ทและกางเกงหนา ๆ  พร้อมกับรองเท้าบูทและถุงเท้ากันหนาว สำหรับคนที่ขี้หนาวเป็นพิเศษ อาจจะสวมเพิ่มเป็นเสื้อฮีทเทคหรือลองจอนสักตัว 

แนะนำเสื้อกันหนาวที่ใช่

รองเท้าบูทกันหนาว

สำหรับคนที่ขี้หนาวมาก ๆ หรือไม่ชอบให้เท้าเย็น รองเท้าบูทสักคู่ก็ถือเป็นไอเทมที่สำคัญ มีหลากหลายรูปแบบและวัสดุให้เลือก ตั้งแต่ผ้ากำมะหยี่ หนัง PU และอีกมากมาย ทั้งนี้ควรเลือกให้เหมาะกับสภาพอากาศของพื้นที่ที่จะไป 

หากเลือกซื้อบูทที่เนื้อหนากว่าสภาพอากาศจริง ใส่นาน ๆ อาจจะเหงื่อออก เหนอะหนะ ชวนให้เที่ยวไม่สนุก 

หรือถ้าใครอยากซื้อคู่เดียวแล้วใช้ได้หลากหลายสถานการณ์ โดยเฉพาะคนที่ชอบเที่ยวแบบขึ้นเขาลงห้วยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว สามารถเลือกซื้อเป็นรองเท้าบูทเดินป่าที่ใช้ได้ในหลายสภาพอากาศ ไม่ว่าจะอยู่เมืองหนาวหรือในทะเลทราย 

10-15 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิประมาณนี้อากาศทั่วไปสำหรับพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสานช่วงหน้าหนาว อาจจะไม่ต้องสวมเสื้อกันหนาวหลาย ๆ ชั้นซ้อนกัน แค่สวมเสื้อกันหนาวสักตัวและกางเกงขายาว หรือจะเป็นเสื้อกันหนาวไหมพรมโดยไม่มีตัวนอกทับ 

แต่ถ้าเป็นคนค่อนข้างขี้หนาว สามารถเพิ่มถุงเท้าสักคู่ ผ้าพันคอสักผืน หรือปรับเสื้อข้างในให้เป็นเสื้อหนาวไหมพรมที่หนาขึ้นและสวมทับด้วยเสื้อตัวนอก

แนะนำเสื้อกันหนาวที่ใช่

เสื้อกันหนาวไหมพรม 

เสื้อกันหนาวไหมพรมเป็นอีกไอเทมที่ต้องเห็นทุกหน้าหนาว มีหลากหลายรูปแบบทั้งแขนยาวแบบสวม เสื้อคอเต่า เสื้อกั๊ก เสื้อคาร์ดิแดน และโค้ทไหมพรม 

ไหมพรมที่นำมาทำเสื้อกันหนาวมีหลายประเภท แตกต่างกันไปตามคุณสมบัติ เสื้อกันหนาวไหมพรมแต่ละแบบจึงไม่ได้เหมาะกับอุณหภูมิและสภาพอากาศที่เท่ากันเสมอไป

เช่น หากต้องการเสื้อไหมพรมที่อุ่นมากอาจเลือกใช้เป็นไหมพรมวูล  ไหมอัลปาคา และไหมโมแฮร์ ที่มีคุณสมบัติให้ความอบอุ่นเหมาะนำไปทำเสื้อกันหนาว หมวก และถุงมือ 

15-20 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิ 15 – 20 องศาเซลเซียสพบได้ทั่วใบช่วงฤดูหนาวของไทย เป็นอากาศที่กำลังเย็นสบาย เหมาะกับการสวมเสื้อผ้าที่หนากว่าปกติ เช่น สวมเป็นเสื้อสเวตเตอร์ไหมพรมบาง ๆ กับกางเกงขายาว หรือใส่เสื้อผ้าตามปกติและสวมทับด้วยคาร์ดิแกนไหมพรม 

ถ้าเป็นคนที่ขี้หนาวหน่อย ก็เพิ่มระดับความหนาขึ้นได้ตามความเหมาะสม เช่น สวมเสื้อคลุมตัวนอกทับอีกรอบ 

แนะนำเสื้อกันหนาวที่ใช่

คาร์ดิแกน

เสื้อคลุมไหมพรมสุดฮิตที่สามารถหยิบมาใส่ได้ทุกที่ทุกเวลาโดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวที่อากาศกำลังเย็นสบาย ไม่หนาวจนเกินไป คาร์ดิแกนคือเสื้อคลุมที่จะไม่มีปก เนื้อบาง และมีกระดุมผ่าหน้า มีทั้งแบบเสื้อคาร์ดิแกนตัวยาวและสั้น สามารถนำมาแมทช์กับการแต่งตัวของเราได้ง่ายและหลากหลาย

สรุป

แม้ว่าฤดูหนาวเมืองไทยจะไม่ได้ถึงขั้นหนาวมากเหมือนอยู่ต่างประเทศ แต่ในบางพื้นที่ เช่น ภาคเหนือและภาคอีสาน ก็ถือว่าอุณหภูมิต่ำมากในบางช่วง ดังนั้นจึงควรเลือกเสื้อกันหนาวให้เหมาะสมกับอากาศของแต่ละพื้นที่ในประเทศไทย

หากใครที่กำลังแพลนขึ้นไปยอดดอยสูง ๆ ในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย อาจต้องเผชิญสภาพอากาศอุณหภูมิเลขตัวเดียวหรือถึงขั้นติดลบเลขต้น ๆ ในช่วงเช้าตรู่ เพราะฉะนั้นควรสวมเสื้อผ้าหลายชั้น ผ้าพันคอ และถุงมือ หากใครขี้หนาวก็เลือกใส่ลองจอนหรือฮีทเทคเพิ่มได้ 

ถ้าอยู่ในสภาพอากาศ 10-15 องศา ซึ่งเป็นอากาศทั่วไปในบริเวณแถบภาคเหนือและอีสานช่วงหน้าหนาว แนะนำให้ใส่เป็นสเวตเตอร์อุ่น ๆ กับกางเกงขายาว ส่วนอากาศประมาณ 15-20 องศาก็แค่หาเสื้อคลุมกันหนาวสักตัวมาสวมทับ

คนที่กำลังมองหาเสื้อกันหนาวจัดเต็มไว้ใส่ไปเผชิญอากาศหนาวบนดอยแบบฟิน ๆ หรือสวมใส่สบาย ๆ สู้อากาศเย็น ๆ ก็ลองเข้ามาดูกันที่ Kaidee.com ได้เลยค่ะ ที่นี่เรามีเสื้อกันหนาวและอุปกรณ์กันหนาวให้เลือกซื้อหาเพียบแน่นอน

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเดินเขา ต้องเอาอะไรไปบ้าง ?

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเดินเขา ต้องเอาอะไรไปบ้าง ?

ฤดูฝนเป็นอีกหนึ่งฤดูยอดฮิตสำหรับนักเดินเขาที่ต้องการเพิ่มขีดจำกัดของความท้าทายในการพิชิตเป้าหมายให้สำเร็จ ซึ่งในแต่ละเส้นทางก็จะมีความโหด ความยากง่ายที่แตกต่างกันออกไป สิ่งเหล่านี้คือเสน่ห์ให้นักเดินเขาได้มีการเตรียมความพร้อมของร่างกายตัวเองได้เป็นอย่างดี เนื่องจากในการเดินเขาแต่ละครั้งจะต้องใช้พละกำลังตัวเอง 100% และส่วนใหญ่จะใช้เวลาในการเดิน 3-4 ชั่วโมง ต่อวัน ถ้าเกิดเส้นทางมีความชันที่ยากลำบากก็อาจจะใช้เวลาเดิน 6-8 ชั่วโมงเลยทีเดียว 

หลายคนอาจเป็นมือใหม่ที่เริ่มสนใจในกิจกรรมแอดเวนเจอร์นี้ ซึ่งการเดินเขาแต่ละครั้งจะต้องมีการเตรียมความพร้อมที่ดี ทั้งในเรื่องของร่างกาย จิตใจ และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคืออุปกรณ์ที่จะต้องเตรียมอะไรบ้างที่จำเป็นต่อการเดินเขาและเพียงพอกับกระเป๋าที่มีพื้นที่จำกัดในการจัดเก็บสัมภาระ วันนี้ Kaidee จะมาแนะนำไว้เป็นทริคเตรียมตัวสำหรับนักเดินเขามือใหม่กัน

1. เต็นท์ 

เต็นท์เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เรานอนพักแรมภายในป่าได้อย่างสบาย และปลอดภัย นอกจากการนอนหลับแล้วยังสะดวกในการเปลี่ยนเสื้อผ้า ควรเลือกเต็นท์ให้เหมาะสมกับสถานที่ที่จะไป ขนาดไม่ใหญ่มาก น้ำหนักเบาและมีขนาดกะทัดรัด เพื่อให้สามารถจัดเก็บใส่กระเป๋าได้ หรือบางสถานที่อาจมีเต็นท์ไว้ให้เช่า หากใครที่ไม่สะดวกจะแบกเต็นท์เองก็สามารถเช่าเต็นท์ที่มีให้เพื่อลดน้ำหนักของกระเป๋า

2. ฟลายชีท

เป็นอุปกรณ์สำหรับใช้ป้องกันน้ำค้าง บังแดด หรือกันฝนในระหว่างที่นั่งทานข้าวกับเพื่อนๆ อีกทั้งยังสามารถนำฟลายชีทไปกางคลุมเหนือเต็นท์ของเราอีกทีหนึ่งก็ได้ เพื่อป้องกันฝนตกและน้ำค้างในระหว่างที่นอนหลับ หากไปกับกลุ่มเพื่อนแนะนำให้กางฟลายชีทไว้เป็นแคมป์กลางสำหรับทานข้าว พูดคุย ก็จะยิ่งช่วยให้บรรยากาศการเดินเขาครั้งนี้สนุกมากยิ่งขึ้น

3. ถุงนอน

เปรียบเสมือนผ้าห่มที่ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายในเวลานอนหลับ มีให้เลือกหลายแบบ โดยจะแบ่งเป็นตัวเลขอุณหภูมิที่ป้องกันได้ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เลยเด็ดขาด เพราะบนยอดเขามีสภาพอากาศที่หนาว ถ้าหากไม่มีถุงนอนล่ะก็รับรองนอนตัวสั่นทั้งคืนแน่นอน

4. เสื้อผ้าสำหรับเดินป่า

ปัจจุบันมีแบรนด์เสื้อผ้าสำหรับเดินป่าให้เลือกซื้อตั้งแต่ราคาประหยัดไปจนถึงราคาแพง โดยหลักการในการเลือกซื้อต้องเน้นไปที่ความสะดวกสบายในการสวมใส่ที่ให้ความคล่องตัวสูง อย่างเช่น เสื้อ เน้นเสื้อแขนยาว หรือถ้าเป็นแขนสั้นก็ควรจะสวมปลอกแขนเพื่อป้องกันหญ้าบาด และแมลงต่างๆ ได้ เนื้อผ้าแห้งไวระบายอากาศได้ดี, กางเกง ควรเป็นขายาว ไม่แนะนำเป็นขาสั้นและกางเกงยีนส์, เสื้อกันหนาว เลือกให้เหมาะกับอุณหภูมิของสถานที่ที่เราไป 

5. รองเท้าเดินป่า

ควรพกรองเท้าไปประมาณ 2 คู่ คู่หลักเลยคือรองเท้าเดินป่า สำหรับมือใหม่แนะนำเป็นแบบหุ้มข้อ เพื่อช่วยป้องกันข้อเท้าพลิก หรือเป็นรองเท้าผ้าใบพื้นแบบดอกยางลึก เหมาะกับการยึดเกาะดิน หินเป็นหลัก อีกคู่จะเป็นรองเท้าแตะไว้ใส่ตอนที่อยู่จุดตั้งแคมป์ เพื่อให้เท่าได้พักผ่อนหลังจากที่เดินมาทั้งวัน 

6. ถุงเท้าและถุงกันทาก

ควรใส่ถุงเท้ายาว และหนาสักหน่อย เพื่อป้องกันการเสียดสีกับรองเท้าเป็นเวลานานจนทำให้เท้าพองและเป็นแผลได้ รวมถึงก่อนไปควรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนว่าสถานที่นั้นมีทากรึเปล่า เพราะจะทำให้เราเตรียมตัวถูก แต่ทางที่ดีก็ควรพกติดกระเป๋าไว้อุ่นใจที่สุด

7. หมวก และผ้าบัฟ

สิ่งจำเป็นสำหรับกันแดดในระหว่างการเดิน ควรเลือกหมวกที่มีตาข่ายระบายอากาศ และผ้าบัฟสำหรับคลุมใบหน้าที่จะช่วยป้องกันฝุ่น ควันต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

8. เสื้อกันฝน

แน่นอนว่าเดินป่าหน้าฝนก็ต้องทำใจเรื่องการเจอฝนตกระหว่างการเดิน แต่ถึงจะไปช่วงไหนก็ควรจะพกติดกระเป๋าไปด้วย ซึ่งราคาไม่แพงหาซื้อได้ง่าย แต่ถ้าหากจะใช้งานยาวๆ ควรซื้อเป็นเสื้อกันฝนแบรนด์เดินป่าโดยตรงที่จะช่วยป้องกันฝนได้เป็นอย่างดี รวมถึงยังทำให้เดินคล่องตัวกว่าเสื้อกันฝน

9. ไฟฉาย

ไฟฉายแบบคาดหัว หรือแบบมือจับก็ได้แล้วแต่ที่ถนัด เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินไปเข้าห้องน้ำ ทำธุระส่วนตัวในเวลากลางคืน

10. ไม้เทรคกิ้ง

ตัวช่วยอย่างดีในการเดิน เพราะไม้เทรคกิ้งจะช่วยลดพละกำลังเพื่อช่วยค้ำและพยุงไม่ให้ลื่นบนทางลาดชัน รวมถึงยังช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้อีกด้วย

11. ยาประจำตัว

ยาประจำตัวที่แนะนำให้ติดตัวไปได้แก่ ยาแก้ปวดหัว, ยาแก้แพ้, ยาแก้ท้องเสีย, อุปกรณ์ทำแผล, พลาสเตอร์ เป็นต้น ควรพกไปเป็นของตัวเอง เนื่องจากประวัติการแพ้ยาของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน

12. ทิชชู่เปียก

เป็นสิ่งที่จะทำให้เราสดชื่นได้แบบแก้ขัด เนื่องจากข้างบนไม่มีที่ให้อาบน้ำ เราจึงต้องใช้ทิชชู่เปียกเช็ดตัวแก้ขัดไปก่อน เพราะกว่าที่เราจะได้อาบน้ำก็คือตอนที่เดินลงมาถึงข้างล่างนั่นเอง

13. Rain Cover

ปกป้องกระเป๋าให้รอดจากฝน และยังป้องกันรอยเปื้อนต่างๆ ที่อาจทำให้กระเป๋าเลอะ ซึ่งส่วนใหญ่จะแถมมากับกระเป๋าที่ซื้อ แต่ถ้าหากไม่มีก็ควรจะซื้อแยกและนำมาใช้ร่วมกันได้

14. Power Bank

เพราะบนเขาไม่มีแหล่งไฟฟ้าให้ใช้ ที่ชาร์จแบตสำรองจึงเป็นอีกหนึ่งไอเทมสำคัญที่จะช่วยต่ออายุการใช้งานของสมาร์ทโฟนให้สามารถถ่ายรูปสวยๆ โมเมนต์สำคัญเอามาลงโซเชียลได้

15. ขวดน้ำดื่ม

ควรมีขวดน้ำดื่มเป็นของตัวเอง เพื่อลดปริมาณขวดพลาสติกและลดขยะให้กับธรรมชาติ ยิ่งถ้าหากเป็นขวดน้ำดื่มพร้อมตัวกรองก็จะยิ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจว่าน้ำที่เราได้ดื่มไปนั้นปลอดภัยแน่นอน

สำหรับนักเดินเขามือใหม่คนไหนยังขาดอุปกรณ์ตามที่ได้แนะนำไป สามารถเข้ามาเลือกช้อปได้ที่ Kaidee แหล่งซื้อขายของออนไลน์คุณภาพดีราคาถูก