Nov 26, 2020 | บทความยานยนต์
หลาย ๆ ท่านที่เพิ่งซื้อรถยนต์มา ไม่ว่าจะเป็นมือหนึ่งหรือว่ามือสองก็ตามแต่ และเกิดความรู้สึกว่า “เอ๊ะ อยากเปลี่ยนเลขทะเบียนใหม่จังเลย” อาจจะด้วยเหตุผลทางการดูดวงโหราศาสตร์ หรือด้วยที่ว่าประมูลป้ายทะเบียนเลขสวยมาได้ก็ตาม
วันนี้บทความนี้จะมาช่วยแก้ปัญหากันให้ว่า จริงๆแล้วการย้ายป้ายทะเบียนและการสลับป้ายทะเบียนเดิมออกแล้วนำป้ายใหม่มาใส่แทนนั้น ทำได้หรือไม่ ถ้าหากทำได้แล้วล่ะก็ จะต้องเตรียมเอกสาร ขั้นตอนอย่างไรในการทำ
ป้ายทะเบียนรถคืออะไร
ป้ายทะเบียนรถยนต์ไม่ว่าจะเป็นชาติไหนในโลกนี้ ย่อมมีวัตถุประสงค์เดียวกันนั่นก็คือ การระบุตัวตน เจ้าของรถยนต์ รวมไปถึงสามารถระบุยี่ห้อและรุ่นของรถยนต์ ว่าเป็นไปตามที่ได้แจ้งไว้กับกรมขนส่งทางบกหรือไม่ ซึ่งป้ายทะเบียนนั้นก็มีอยู่หลากหลายประเภท ตามแต่ลักษณะการใช้งานนั้น ๆ ของผู้ขับขี่ ขอยกตัวอย่าง 10 ป้ายทะเบียน ที่เห็นกันได้บ่อย ๆ บนท้องถนน ดังนี้
ป้ายทะเบียนสีแดง – ตัวหนังสือสีดำ
น่าจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีสำหรับใครก็ตามที่ซื้อรถใหม่ ซึ่งเป็นป้ายทะเบียนที่ออกให้ไว้ใช้เพียงชั่วคราว เพื่อบ่งบอกว่ารถยนต์คันนี้ยังไม่ได้รับรองการจดทะเบียนตามกฎหมายจากกรมขนส่งทางบก
ป้ายทะเบียนสีขาว – ตัวหนังสือสีดำ
อีกหนึ่งป้ายที่สามารถเห็นได้ทั่วไปตามท้องถนนเลย ซึ่งเป็นป้ายที่บ่งบอกว่าเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล ที่นั่งได้ไม่เกิน 7 ที่นั่ง
ป้ายทะเบียนสีขาว – ตัวหนังสือสีเขียว
ป้ายทะเบียนแบบนี้เรามักพบเห็นกันได้บ่อย ๆ บนรถยนต์ประเภทกระบะ ซึ่งเป็นป้ายที่เอาไว้แสดงว่ารถยนต์คันนี้เป็น รถบรรทุกส่วนบุคคล แต่หลายคนก็อาจจะสงสัยว่าแล้วทำไมมีรถกระบะบางคันนั้นเป็นป้ายทะเบียนสีขาว – ตัวหนังสือสีดำ นั่นหมายความว่าเจ้าของรถคันนั้น นำรถยนต์ไปจดทะเบียนเป็นรถยนต์ส่วนบุคคลนั่นเอง
ป้ายทะเบียนสีขาว – ตัวหนังสือสีน้ำเงิน
เป็นอีกหนึ่งป้ายที่พบเห็นกันได้ง่ายเวลาไปใช้บริการรถตู้ ซึ่งป้ายนี้หมายถึงรถยนต์ส่วนบุคคลที่นั่งมากกว่า 7 ที่นั่ง
ป้ายทะเบียนลายกราฟฟิกประจำจังหวัด
ป้ายทะเบียนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่เหมือนใคร ส่วนใหญ่ลายกราฟฟิกพื้นหลังของป้ายนั้นจะเป็นรูปสถานที่สำคัญประจำจังหวัด ซึ่งป้ายนี้นั้นจะได้มาจากการประมูลเลขทะเบียนสวย ประจำแต่ละจังหวัด
ป้ายทะเบียนสีเหลือง – ตัวหนังสือสีดำ
เห็นป้ายนี้แล้วน่าจะทราบได้ในทันทีว่า เป็นรถยนต์ที่ใช้ป้ายทะเบียนแบบนี้ เป็นรถยนต์ที่สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ แต่ไม่เกิน 7 คน ซึ่งมักเห็นกันตามรถแท็กซี่
ป้ายทะเบียนสีเหลือง – ตัวหนังสือสีแดง
อาจจะเป็นป้ายที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกันเท่าไหร่นัก เพราะรถยนต์ที่ใช้ป้ายทะเบียนแบบนี้นั้น จะเป็นรถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด ซึ่งมีอยู่น้อยเอามาก ๆ
ป้ายทะเบียนสีเหลือง – ตัวหนังสือสีเขียว
ใครที่อยู่ในเมืองหรือตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ น่าจะพบเห็นกันได้บ่อย ๆ แต่อาจจะไม่ได้ทันได้สังเกตว่ามันมีความแตกต่างจากป้ายทะเบียนสำหรับรถแท็กซี่ เพราะป้ายนี้มีไว้สำหรับ รถ 3 ล้อรับจ้าง อย่างรถตุ๊ก ๆ นั่นเอง
ป้ายทะเบียนสีส้ม – ตัวหนังสือสีดำ
ป้ายนี้จะสามารถพบเห็นได้ที่ต่างจังหวัดได้มากกว่าในกรุงเทพฯ เนื่องจากว่าป้ายนี้ติดให้กับรถบรรทุกพ่วง รถแทรกเตอร์ และรถที่ใช้ในทางการเกษตร
ป้ายทะเบียนสีฟ้า – ตัวหนังสือสีขาว
เป็นป้ายทะเบียนที่พบเห็นกันอยู่บ่อยครั้งอย่างแน่นอน แต่ทว่าหน้าตานั้นจะผิดแปลกไปจากป้ายทะเบียนทั่วไป ด้วยความที่มีตัวอักษรหนึ่งตัวและถูกกำกับด้วยตัวเลขอยู่ข้างล่าง ซึ่งป้ายประเภทนี้แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
- อักษร พ หมายถึง หน่วยงานพิเศษในสถานฑูต
- อักษร ก หมายถึง คณะผู้แทนกงสุล
- อักษร อ หมายถึง องค์กรระหว่างประเทศ
การย้ายทะเบียนรถคืออะไร
หลาย ๆ ท่านอาจเคยได้ยินกันมาบ้างเรื่องของการย้ายทะเบียนรถยนต์ แต่จริง ๆ มันคืออะไรกันแน่ การย้ายทะเบียนรถยนต์หรือการย้ายรถ ตามที่กรมการขนส่งได้ระบุไว้นั้น คือ การขอเปลี่ยนแปลงสถานที่ที่รถมีทะเบียนเดิม ให้สอดคล้องกับภูมิลำเนา หรือสถานที่ใช้งานรถของเจ้าของรถที่เปลี่ยนไปจากจังหวัดที่ได้จดทะเบียนเอาไว้เป็นอีกจังหวัดหนึ่ง หรืออาจจะเปลี่ยนไปตามทะเบียนบ้านของผู้อื่นที่เจ้าของรถได้อนุญาตใช้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นยังแบ่งได้อีกหนึ่งกรณีนั่นก็คือการขอเลขทะเบียนรถใหม่ ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน
ขั้นตอนง่าย ๆ ในการย้าย
การย้ายป้ายทะเบียนรถยนต์นั้น จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ใครก็สามารถทำได้หากมีการเตรียมตัวและเตรียมเอกสารให้ครบ ซึ่งขั้นตอนและวิธีการนั้นจะเปลี่ยนไปตามแต่กรณี ดังต่อไปนี้
1. เปลี่ยนเลขทะเบียนรถใหม่
การเปลี่ยนเลขทะเบียนรถใหม่นั้น ส่วนมากมักจะมาจากความเชื่อทางด้านดวงซึ่งต้องจองเสียก่อน และอีกส่วนหนึ่งนั้นมาจากการที่ไปประมูลป้ายทะเบียนมาแล้วจึงนำมาเปลี่ยน ขอเริ่มไปทีละกรณีก่อนเลย
กรณีย้ายป้ายทะเบียนส่วนบุคคลมาเป็นป้ายประมูล
เอกสารที่ใช้
- เล่มทะเบียนรถยนต์ (หากติดไฟแนนซ์ ให้นำเบิกออกมา)
- สำเนาบัตรประชาชน 2 ใบ
ขั้นตอนการดำเนินการ
- เตรียมเอกสารที่กล่าวเอาไว้ข้างต้น
- นำเอกสารไปยื่นที่กรมขนส่งทางบก
- เตรียมเงินค่าธรรมเนียมสลับป้าย 3,000 บาท
- รอดำเนินการ 3-4 วันทำการ
- ไปรับเอกสารการสลับป้าย พร้อม ๆ กับนำป้ายทะเบียนเก่าทั้งด้านหน้าและหลังมาแลก
กรณีการจองป้ายทะเบียนรถยนต์
เอกสารที่ใช้
- บัตรประชาชนตัวจริงของเจ้าของรถยนต์ (ไม่สามารถมอบอำนาจมาดำเนินการแทนได้)
- สมุดคู่มือจดทะเบียนรถตัวจริง หรือสัญญาเช่าซื้อตัวจริง พร้อมสำเนา
ขั้นตอนการดำเนินการ
- จองป้ายทะเบียนใหม่ ผ่านเว็บไซต์ www.tabienrod.com
- นำเอกสารการจองที่ได้ พร้อมกับเอกสารที่เตรียมเอาไว้ข้างต้น นำไปยื่นที่กรมขนส่งทางบกประจำพื้นที่รับผิดชอบนั้น ๆ
- รับป้ายทะเบียนและดำเนินการจดทะเบียนใหม่ที่กรมขนส่งทางบก ภายใน 60 วัน
2. แจ้งย้ายออก
การย้ายออกนั้นเป็นการนำรถที่มีป้ายทะเบียนของจังหวัดหนึ่งไปอีกจังหวัดหนึ่ง อันด้วยเหตุผลจากการย้ายภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัยใหม่ โดยที่อยากให้รถยนต์ของเรานั้นย้ายตามไปด้วย โดยมีขั้นตอนการย้ายทั้งหมด 3 ขั้นตอนใหญ่ ๆ ดังนี้
ขั้นตอนการแจ้งย้ายรถออก
เอกสารที่ใช้
- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- ใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์
ขั้นตอนการดำเนินการ
- ยื่นคำร้องพร้อมเอกสารที่เตรียมไว้
- ชำระค่าธรรมเนียม
- รับแบบแจ้งย้ายส่วนที่เจ้าของรถถือ และใบคู่มือจดทะเบียนคืน
ขั้นตอนการแจ้งย้ายรถที่จังหวัดปลายทาง
เอกสารที่ใช้
- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- ใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์
ขั้นตอนการดำเนินการ
- ยื่นคำร้องขอย้ายรถออกพร้อมเอกสารที่เตรียมไว้
- ชำระค่าธรรมเนียม รับใบเสร็จรับเงิน และคู่มือจดทะเบียนคืน
- เมื่อรับหนังสือเรียบร้อยแล้ว ให้ไปดำเนินการแจ้งย้ายรถเข้า นำแผ่นป้ายทะเบียนเดิมไปแลกคืน ภายในระยะเวลา 15 วัน
3. ขั้นตอนการแจ้งย้ายรถเข้า
เอกสารที่ใช้
- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- ใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์
- แผ่นป้ายทะเบียนรถเดิม
ขั้นตอนการดำเนินการ
- ยื่นคำร้องพร้อมเอกสารที่เตรียมไว้ ภายใน 15 วันที่ย้ายรถออก
- นำรถเข้ารับการตรวจสอบ
- ชำระค่าธรรมเนียม รับใบเสร็จรับเงิน คู่มือจดทะเบียน และแผ่นป้ายทะเบียน
สรุปท้ายบทความ
ได้รู้กันไปแล้วถึงวิธีง่าย ๆ ในการย้ายทะเบียนรถ ผู้ขับขี่คนไหนที่กำลังพบว่าตัวเองจะต้องทำการย้ายทะเบียน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนเลขทะเบียนใหม่ หรือว่าจะเป็นการนำรถย้ายไปตามภูมิลำเนาด้วยแล้วล่ะก็ ลองอ่านบทความนี้ดูน่าจะช่วยให้ผู้ขับขี่ทั้งหลายเตรียมตัวได้ง่ายมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว
ซึ่งหากใครมีข้อสงสัยเพิ่มเติมที่นอกเหนือจากเนื้อหาภายในบทความนี้ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กรมขนส่งทางบก กรุงเทพมหานคร โทร 0-2271-8888 (เฉพาะวันและเวลาราชการเท่านั้น) หรือท่านไหนที่อยู่ต่างจังหวัด ก็สามารถติดต่อกรมขนส่งทางบกใกล้บ้านได้เลย
หากใครที่เห็นบทความนี้แล้ว มีความรู้สึกว่าป้ายทะเบียนที่ติดตั้งอยู่บนรถนั้นยังเลขไม่โดนใจ อยากที่จะเปลี่ยนใหม่แล้วล่ะก็ Kaidee Auto มีเลขป้ายทะเบียนรถยนต์มากมายให้เลือกได้อย่างตรงใจและตรงความต้องการของคุณ
Nov 26, 2020 | บทความยานยนต์
เมื่อตัดสินใจจะซื้อรถสักคันแล้ว นอกจากการศึกษาเรื่องรถว่าจะดูแลอย่างไรให้ดี การเลือกป้ายทะเบียนรถก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม แม้หลายคนจะมองว่าเลขอะไรก็เหมือนกัน แต่แน่นอนว่า
สำหรับสายมูที่มีความเชื่อเรื่องนี้ เรื่องเลขทะเบียนรถเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะหมายถึงว่า ยามที่คุณได้ขับขี่รถคันนี้ จะมีปัญหาหรือจะช่วยส่งเสริมกันนั้น ขึ้นอยู่กับป้ายทะเบียนแล้ว
นิยามของคำว่า เลขมงคล
เลขมงคลหมายถึงเลขที่ดีจะคอยช่วยส่งเสริมให้ชีวิตเราและดวงชะตาเราไปในทิศทางที่ดีขึ้น หากใครที่ดีอยู่แล้ว จะดียิ่ง ๆ ขึ้นไป การเจรจาสื่อสารทางธุรกิจจะประสบความสำเร็จง่ายขึ้น จะริเริ่มทำสิ่งใด จะทำได้ดี ไม่ค่อยพบอุปสรรค นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า การเสริมดวง
แน่นอนว่าการเสริมดวงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องเลขเพียงอย่างเดียว แต่แน่นอนว่าสิ่งที่ทำง่ายและสร้างการเสริมดวงง่ายที่สุด คือ การเปลี่ยนหรือเลือกเบอร์ ไม่ว่าจะเป็น เบอร์โทรศัพท์มือถือ หรือ เบอร์ป้ายทะเบียนรถ เพราะเป็นสิ่งที่หาเปลี่ยนและจองเบอร์ได้ง่าย แถมบางครั้งการเปลี่ยนสิ่งที่เกี่ยวกับตัวเลขเหล่านี้ ยังใช้เงินไม่มากด้วย
เลขทะเบียนรถมงคลสำคัญยังไง ทำไมต้องเลือก
เกริ่นก่อนว่านี่เป็น เรื่องความเชื่อส่วนบุคคลเท่านั้น เลขทะเบียนรถมีความสำคัญอย่างมากในทางโหราศาสตร์ เพราะเป็นสิ่งที่จะบ่งบอกอารมณ์ นิสัย และเรื่องราวของผู้ขับได้เป็นอย่างดี
ยิ่งไปกว่านั้นการที่ป้ายทะเบียนรถของคุณมีเลขคู่ศัตรูอยู่ด้วยกัน อาจหมายถึง การทำลายล้างของตัวเลข ทำให้รถของคุณเกิดอุบัติเหตุ หรือ เจอปัญหาจุกจิกแสนกวนใจอยู่หลายต่อหลายครั้ง
ยกตัวอย่างเช่น การเลือกเลข 1-3 ภายในป้ายทะเบียนเดียวกัน อันเป็นเลขศัตรู
คุณอาจพบปัญหารถเฉี่ยวชนบ่อยครั้ง หรือมักเกิดอุบัติเหตุขณะขับรถ ขณะเดียวกันหากบนป้ายทะเบียนรถของคุณมีเลข 8 นั่นอาจบ่งบอกตัวตนว่าคุณเป็นคนขับเร็วและแรง มีอารมณ์ฉุนเฉียวเวลาขับรถ และเป็นคนใจร้อนอย่างมาก
นั้นคือเหตุผลว่าทำไมเราควรเลือกป้ายทะเบียนรถ เพื่อป้องกันและลดปัญหาของตัวเลขคู่ศัตรู แต่จะมีเลขอะไรบ้างที่ดี และวิธีเลือกแบบเลขมงคลแบบไหนจึงจะดีที่สุดนั้น ตามต่อได้จากรายละเอียดด้านล่างเลยค่ะ
วิธีเลือกเลขมงคลที่ดี
วิธีการดูเลขมงคล มีวิธีการดูได้หลายแบบเลยทีเดียว ขึ้นอยู่กับตำรานั้น ๆ ว่าจะนำมาประกอบใช้อย่างไร แต่ที่มักจะใช้กันบ่อยคือดูเลขจากทักษา ควบคู่กันไปกับวันเกิดของผู้ขับ เช่น เกิดวันจันทร์ ไม่ควรใช้เลข 1 หรือ การนำผลรวมของเลขทั้งหมดในป้ายทะเบียนมารวมกัน แล้วดูว่า ความหมายของเลขหมายถึงอะไร
ดังนั้นจึงสามารถแบ่งวิธีการเลือกเลขได้เป็นสองแบบ
1.การเลือกเลขมงคลโดยทั่วไปตามอาชีพ
2.เลือกเลขมงคลตามวันเกิด
วิธีเลือกเลขมงคลตามหลักเลขศาสตร์
ในการเลือกลักษณะนี้จะเริ่มด้วย การนำผลรวมของเลขป้ายทะเบียนทั้งหมดมาดูว่าได้เท่าไหร่บ้าง เช่น สมมติว่าป้ายทะเบียนคุณเป็น 7 กย 622 ก็นำผลรวมของ 7+6+2+2 = 17 และ รวมตัวหลังป้ายอีกรอบ 6+2+2= 10
เหตุผลที่ต้องรวมทั้งสองแบบ เนื่องจากว่า บางตำราบอกให้รวมแค่เลขหลัง และบางตำราบอกให้รวมทั้งหมด ดังนั้นเพื่อการไม่พลาด ก็ควรรวมและได้เลขที่ดีทั้งคู่จะปลอดภัยสุดค่ะ
แน่นอนว่า เมื่อดูเสร็จแล้ว เราสามารถเข้าไปเช็คตำราเลขศาสตร์ได้ว่า เลขที่คุณได้มานั้นดีหรือไม่ โดยเลขศาสตร์จะมีตั้งแต่เลข 1-100 โดยเช็คได้ที่ http://www.berdee.com/dooduangberdee1.html
แต่มีอีกวิธีที่สามารถดูได้เบื้องต้น คือการนำผลรวมทั้งหมดบวกจนเหลือเพียงเลขหลักเดียว ระหว่าง 0-9
แล้วนำมาเทียบมาดูความหมายของเลขนั้น ๆ ว่าหมายถึงดาวอะไร แล้วเลขที่นี้ดีต่อการงานอย่างไรบ้าง
ดาวยูเรนัส หรือ ดาวมฤตยู หมายถึง เทพเจ้าแห่งความตาย พลังแห่งการเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีต่าง ๆ ข้อดีคือเป็นคนที่มีสติปัญญาดีมาก เชื่อมั่นในตนเอง เป็นนักค้นคว้า เช่น นักวิทยาศาสตร์ เป็นคนที่รักเทคโนโลยีก้าวหน้าและความทันสมัยอย่างมาก
ข้อเสียที่ควรระมัดระวังคือ เจ้าอารมณ์และหงุดหงิดขี้รำคาญมากจนเกินไป จึงมักจะมีความขัดแย้งกับผู้อื่นได้ง่ายมาก ๆ ต้องระวังเรื่องคำพูดและการแสดงอารมณ์ต่อคู่สนทนาค่ะ
ถ้าผลรวมของเลขทั้งหมดของคุณเป็นเลขนี้ เลข 1 หมายถึง ดวงอาทิตย์ โดยเลขนี้จะเป็นราชาของดาวทั้งหมด เป็นคนที่มีความเชื่อมั่นสูง มีเกียรติยศ ทะเยอะทะยานและรักความก้าวหน้าในการงาน ดังนั้นเลขนี้จึงเหมาะกับคนที่ทำงาน ที่มียศมีตำแหน่ง เช่น ข้าราชการ เพราะมีดวงผู้ใหญ่อุปถัมภ์ มักได้ดีจากความพยายามของตนเองเป็นหลัก
ควรระวังว่า การมั่นใจในตนเองมากเกินจะไปจะส่งผลเสียให้คุณ
เลขนี้มีความหมายถึงดวงจันทร์ เป็นราชินีแห่งดวงดาว เป็นพลังแห่งจินตนาการ เลขนี้เหมาะกับคนที่ทำงานด้านการบริการ หรือ ด้านการพูด เพราะเป็นดาวที่หมายถึงความนุ่มนวลและอ่อนหวาน เด่นเรื่องความสวยความงามอย่างมากและช่วยส่งเสริมเรื่องการเงินด้วย
ข้อเสียคือ อาจเป็นคนหัวอ่อน คล้อยตามคนง่ายเกินไป
เลข 3 คือเลขแห่งดาวอังคารผู้เป็นนักสู้ที่แสนองอาจ ที่จะช่วยส่งพลังแห่งความกล้าหาญให้คุณ อาชีพที่เหมาะกับเลขนี้คือ คนทำงานที่ต้องใช้ความอดทนและต่อสู้อย่างกล้าหาญกับปัญหาต่าง ๆ เช่น ทหาร ตำรวจ ช่างฝีมือ หรือ เหล่านักการแพทย์ทั้งหลาย
โดยข้อควรระวังคือ การแสดงออกที่ไม่ยั้งคิด จะนำผลเสียสู่ตนเอง
ดาวพุธ ดาวแห่งการค้าและเจรจา เป็นดาวที่ให้พลังด้านสติปัญญา เพราะสามารถปรับตัวเข้ากับสภาวะต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี เข้ากับดาวทุกดวงได้ ชอบในการติดต่อประสานงานกับผู้อื่น อาชีพที่เหมาะกับเลขนี้คือ ผู้สื่อข่าว นักพูด พิธีกร หรือนักเขียน ที่จะช่วยส่งให้มีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้น
ข้อเสียคือ การพูดมากเกินไปอาจสร้างศัตรูให้คุณได้
หมายถึง ดาวพฤหัสบดี เป็นเทพเจ้าผู้ทรงธรรม มีความยุติธรรมในตนเองสูง เหมาะกับอาชีพ คนที่ทำงานด้านการศึกษา ด้านศาล จะช่วยส่งให้คุณมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น เสริมให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
แต่ข้อควรระวังสำหรับคนที่ทำงานด้านนี้และใช้เลขนี้คือ คุณเป็นคนฉลาดก็จริง แต่มักจะคำนึงถึงผลประโยชน์ที่อาจได้ด้วยทริค จึงต้องระวังว่าอาจเสี่ยงโดนคนจับได้
หมายถึง ดาวศุกร์ ที่เป็นดาวแห่งศิลปะ สนุกสนาน และความบันเทิง เหมาะแก่คนทำงานที่ต้องใช้หัวด้านศิลปะ ไม่ว่าจะเป็น งานด้านการแสดง เพลง หรือ อาชีพเสริมสวย โดยจะช่วยเสริมด้านจินตนาการ ความคิดฝัน และเป็นคนที่มีเสน่ห์มาก ๆ เลยล่ะ
ควรระวัง เรื่องการใช้เงินเกินจำเป็น มีปัญหากับคนรักไม่ว่าจะเป็น ครอบครัว หรือ คนรัก มักมีนิสัยใช้ของฟุ้งเฟ้อ อวดโฉมและรักความสำราญเกินไป
ดาวเสาร์ คือ ผู้มากด้วยความเพียร ให้พลังงานแห่งความทุกข์โศก ดาวนี้เป็นที่ต้องใช้ความเพียรและอดทนเป็นอย่างมาก เช่น อาชีพด้านเกษตร แต่ผู้ที่มีดาวนี้อยู่ในเลข มักจะเป็นคนที่มีประสบการณ์สูง อ่อนไหวต่ออะไรยาก รักอิสระเสรีและความสงบ มีความรับผิดชอบสูงมาก ๆ ด้วย
ข้อควรระวัง เพราะเป็นคนที่มีความอดทนสูง จึงมักไม่ค่อยเล่าปัญหาของตนให้ใครฟัง อดกลั้นเก็บปัญหาของตนไว้เงียบ ๆ จนอาจเป็นความกดดันและมีความเครียดสูงมาก ต้องคอยเช็คสุขภาพจิตด้วยนะคะ
หมายถึง ดาวราหู ที่เป็นพลังแห่งความลุ่มหลง เป็นนักดื่ม นักกิน นักเที่ยว จึงเหมาะกับคนที่ทำงานกลางคืน หรือ อาชีพที่เสี่ยงอันตราย อาชีพสีเทา รวมถึง นักโหราศาสตร์ด้วย เพราะเป็นดาวที่ช่วยส่งเสริมด้านการมีเล่ห์เหลี่ยม รู้จักกลโกงเป็นอย่างดี ไม่ถูกหลอกลวงได้ง่าย ทั้งยังมีความหนักแน่น กล้าหาญและเข้มแข็ง
ข้อเสียคือ การลุ่มหลงจนเกินปัญหา เป็นคนโมโหร้าย บางครั้งหยาบคาย ไม่รู้จักการควบคุมตนเอง ปล่อยให้กำลังเป็นตัวแก้ปัญหา มากกว่าการใช้สติในการยั้งตนเอง
เลขของดาวพระเกตุ คือเทพแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พลังแห่งความลึกลับ เลขนี้หมายถึง การมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง มีญาณหยั่งรู้ มักแคล้วคลาดสิ่งร้าย ๆ ด้วยสัญชาตญาณที่ดี มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น มักจริงจังกับสิ่งที่ตนเองทำอยู่เป็นอย่างมาก เหมาะกับคนทุกอาชีพเลยค่ะ
ข้อควรระวัง คือ มักจะฟุ้งซ่าน คิดมาก ใจว้าวุ่นอยู่เรื่อยๆ มีพฤติกรรมที่คนรอบข้างอาจมองว่า แปลก ก็เป็นได้ ดังนั้นต้องระวังในการแสดงออกเสียหน่อย
วิธีเลือกเลขมงคลตามวันเกิด
การเลือกเลขแบบนี้ จะเน้นเลขดีและเลขเสีย ตามทักษาของวันที่คุณเกิด โดยจะแบ่งเป็นเลขดีและเลขเสียตามรายละเอียดต่อไปนี้
เลขดี : เลขที่ดีมากๆ ต่อ คนวันอาทิตย์คือเลข 4 , 2 และ 1 เพราะเลข 4 เป็นศรีในดาวทักษาของคุณ
เลขเสีย : ไม่ควรให้มีผลรวมเลขเป็น 6 โดยเด็ดขาด
เลขดี : เลข 4 กับ 2 เพราะเป็นเลขที่ดีเรื่องของ บริวารและเดช ซึ่งหมายถึง อำนาจและคนที่อยู่ใต้อำนาจจะเชื่อฟัง
เลขเสีย : ห้ามมีเลข 1 โดยเด็ดขาด เพราะเลข 1 ตกอยู่ในทักษากาลกิณี ควรเลี่ยงหากเลี่ยงได้
เลขดี : เลขที่ดีคือ เลข 4, 5 และ 9 เพราะอยู่ในเรือน อายุ และ ศรี อายุคือเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพ ส่วนศรีจะเกี่ยวกับ เรื่องดี ๆ ที่จะเกิดขึ้น
เลขเสีย : ห้ามมีเลข 2 ทั้งในเบอร์และผลรวมโดยเด็ดขาด
เลขดี : เลขที่ดีคือ 5, 1 และ 6 เพราะเป็นเลขที่อยู่ในเรือน อุตสาหะ เดช และ ศรี อุตสาหะ หมายถึงการทำงานที่ใช้แรง ทว่ามีเลขที่ช่วยเสริมเดชหรืออำนาจ และศรีที่เป็นเรื่องดี ทำให้อุตสาหะกลายเป็นผลดีนั่นเอง
เลขเสีย : ห้ามมีเลข 3 โดยเด็ดขาด
เลขดี : เลข 5 และ 9 ซึ่งหมายถึงบริวารและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยคุ้มครองให้คุณปลอดภัย โดยมีบริวารคอยล้อมรอบส่งเสริมให้ชีวิตดีมากยิ่งขึ้น
เลขเสีย : ห้ามมีเลข 7 โดยเด็ดขาด
เลขดี : เลขที่ดีคือ 3, 6 และ 5 จะดีในเรื่อง บริวาร ศรี และมนตรี กล่าวคือ จะมีบริวารและผู้ใหญ่คอยช่วยเหลือและอุปถัมภ์ รวมถึง ศรี คือเรื่องดี ๆ ที่จะส่งให้ชีวิตที่ดีกว่าเดิม
เลขเสีย : ห้ามมีเลข 8 โดยเด็ดขาด
เลขดี : เลขดีคือ 3,6 และ 5 จะช่วยส่งในเรื่อง มนตรี ศรี และ อายุ กล่าวคือมีผู้ใหญ่ช่วยอุปถัมภ์ สุขภาพร่างกายแข็งแรง และจะช่วยดึงดูดสิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต
เลขเสีย : ห้ามมีเลข 4 ไม่ว่าจะเป็นเลขในป้ายทะเบียนหรือในผลรวมจะดีที่สุด
เลขต้องห้ามมีอะไรเลขใดบ้าง
การเลือกเลขนั้น แม้จะเป็นเรื่องที่ไม่ยาก แต่บางครั้งเราอยากจะได้เลขมาเร็วๆ โดยไม่ได้สนใจว่าจะได้เลขอะไร ซึ่งเป็นที่สามารถเข้าใจได้ดี ในความจำเป็นที่แตกต่างกันของแต่ละคน แต่ถึงอย่างนั้นการรู้เลขต้องห้าม หรือ เลขที่ไม่ควรอยู่ด้วยกันบนป้ายทะเบียนนั้นมีอะไรบ้าง เผื่อไว้เป็นความรู้ติดตัวดีกว่าค่ะ
1.เลขคู่ศัตรู
เลขศัตรูหมายถึง เลขที่นำมาอยู่ด้วยกัน หรือคู่กันแล้วจะส่งผลทำลายล้างต่อตนเอง เป็นเลขที่เรียกได้ว่ายิ่งกว่ากาลกิณีเสียอีก เพราะมันจะทำลายกันเอง และส่งผลให้ผู้ที่มีเลขนี้ในครอบครองรู้สึก ร้อนรุ่ม มีปัญหารุมเร้า หรือดึงดูดแต่เรื่องไม่ค่อยดีเข้าตัว
เลข 1 กับ 3
1 คือ ดวงอาทิตย์ ไม่ถูกกับ ดาวอังคาร เป็นคู่อาฆาต จ้องจะทำลายกันมากที่สุดในบรรดาทุกเลขคู่ ใครที่มีเลขนี้ควรเลี่ยงด่วนมาก ๆ เลย
เลข 2 กับ 5
2 คือ ดวงจันทร์กับดาวพฤหัส เป็นศัตรูที่เกลียดแบบหมั่นไส้กันเบาๆ ให้พอรำคาญใจบ้าง อาจมีปัญหาเรื่องจุกจิกให้เจอบ่อย ๆ หรือเวลาขับรถอาจจะมีเรื่องหงุดหงิดใจบ้าง เป็นต้นค่ะ
เลข 4 กับ 8
4 คือดาวพุธ เป็นศัตรูกับดาว 8 ซึ่งหมายถึงการโลเล และ เจ้าอารมณ์ เวลาขับรถอาจก่อให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่ทันที ไม่รวดเร็วเพราะลังเล และมักจะโมโหหงุดหงิดง่าย
เลข 6 กับ 7
เลข 6 คือดาวศุกร์ และ 7 คือดาวเสาร์ เป็นดาวที่สร้างควาเอื่อยเฉื่อย มีความกังวล และทุกข์ใจ ใครที่มีเลขนี้ในป้ายทะเบียนอาจรู้สึกเบื่อ ๆ และมักมีเรื่องกังวลใจให้คิดถึงบ่อย ๆ ทุกข์ใจ จนรู้สึกเหนื่อยใจอยู่บ่อยๆ ก็เป็นได้
2.ดูตามวันธงชัย และ วันโลกาวินาศ
แน่นอนว่าเลขไม่ดี ทั้งกับทักษาดาวในดวงเกิด และเลขที่ไม่ดีนั้น ปกติแล้วเลขเรานี้จะส่งผลให้เราหงุดหงิดใจ เกิดปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ซะมากกว่า แต่สิ่งที่จะทำให้มันยิ่งแย่ไปกว่านั้นคือ ถ้าเลขของดาวนั้น ๆ ไปตกในภพไม่ดี และเป็นวันวิปโยคไปอีก จะเกิดเรื่องแย่ ๆ แบบสุด ๆ ไปเลยค่ะ
สามารถเช็ควันธงชัยและวันวิปโยคได้ตามปฏิทินเลยค่ะ วันธงชัยหมายถึง วันที่ดีเป็นฤกษ์แห่งชัยชนะ รบกับใครก็ชนะ ส่วนวันวิโลกาวินาศคือ วันที่แย่ที่สุด ไม่เหมาะแก่การออกรถ หรือเดินทาง ยิ่งถ้าเลขทะเบียนเป็นคู่เสีย และตรงกับเลขเสียในปี ๆ นั้น จะทำให้เรื่องแย่เกิดแบบทวีเลยล่ะค่ะ
3.เลขหาม
เลขหามคือ เลขที่ซ้ำกันสองตัว ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ที่ห้ามเลขหามเพราะว่า มันแปลเหมือนว่ากำลังหามโลงหรือหามร่างนั่นเอง และเลขหามที่ควรเลี่ยงมากที่สุดคือเลข 1 ทั้งหน้าและหลัง เพราะเลข 1 เหมือนคน ถ้าเป็น 1 ทั้งหน้าและหลัง ก็เหมือนคนแบกหามเลยค่ะ
สามารถหาป้ายทะเบียนมงคลได้ยังไง
การเลือกป้ายทะเบียนมงคลมีทั้งหมด 3 วิธี ได้แก่
- จองกับศูนย์บริการที่ซื้อรถ
การเข้าไปจองกับศูนย์บริการรถยนต์ให้ช่วยเลือกเลขทะเบียนให้ การเลือกเลขทะเบียนแบบนี้ มักจะไม่มีค่าใช้จ่าย หากเลขที่คุณเลือกไม่ใช่เลขสวย หรือ เลขตองสามตองสี่ อย่างที่ต้องนำมาประมูลกัน
- การจองผ่านหน้าเว็บไซต์ของกรมขนส่งทางบก
ซึ่งแน่นอนว่าจะจองขั้นตอนนี้ได้ คุณต้องมีการออกรถเป็นของตัวเองแล้ว จึงจะสามารถทำเรื่องขอเลือกป้ายทะเบียนมงคลได้ แต่นั่นไม่รวมถึงป้ายแดงที่คุณจะได้ในตอนต้น เพราะป้ายแดงจะเป็นป้ายของทางศูนย์บริการรถยนต์
- ลงเงินเพื่อซื้อป้ายทะเบียนจากการประมูล
ลงประมูลซื้อ-ขาย เลขป้ายทะเบียนรถยนต์ผ่านหน้าเว็บไซต์ กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) โดยจะมีราคาตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักสิบล้านให้ได้เลือกกันเลยทีเดียว มีเลขหลากหลายแถมเป็นเลขที่มักจะเป็นคู่ดีที่ผ่านการวิเคราะห์มาแล้วด้วยค่ะ
สรุปท้ายบทความ
การเลือกป้ายทะเบียนเป็นสิ่งที่คนมักให้ความสนใจ รองจากสมรรถภาพของรถยนต์ว่าดีและตอบโจทย์การขับขี่ของคุณหรือไม่ แม้จะเป็นสิ่งที่ฟังดูแล้วน่าปวดหัวในการเลือกเลข ทว่าป้ายทะเบียนเลขเหล่านี้จะอยู่กับคุณไปอย่างต่ำ 3-8 ปีเลยทีเดียว อีกอย่าง อะไรที่ป้องกันก็ควรป้องกันไว้ก่อนใช่ไหมละคะ เชื่อไว้ก่อนไม่เสียหายอยู่แล้วค่ะ
ดังนั้นใครที่กำลังลังเลคิดว่า ถ้าซื้อรถแแล้วจะออกป้ายทะเบียนยังไง หรือ เลขอะไรดี หวังว่าบทความนี้จะมีคำตอบและมีส่วนช่วยในการตัดสินใจเลือกทะเบียนรถที่ดีและเหมาะสมกับคุณได้นะคะ ถ้าหากสนใจซื้อรถยนต์สักคัน สามารถคลิ๊กที่ปุ่มด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ